*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3770
  • จำนวนผู้ชม : 2395209
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 224 , 14:41:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         พอฝนตกหนักในกทม. ชาวกรุงก็บ่นกันไปเพราะเป็นอุปสรรคในการเดินทางระหว่างบ้านกับที่ทำงานหรือโรงเรียน ถึงแม้จะมี

รถยนต์ส่วนตัวใช้ก็ตาม เพราะการขับรถฝ่าสายฝนก็มีอุปสรรคเช่นกัน ส่วนชาวไร่ชาวนาที่อยู่ในบริเวณน้ำท่วมก็บ่นไปพลาง น้ำตาไหล

พรากๆแข่งสายฝนเหมือนกัน

         พูดถึงเสียงคนร้องระงมเพราะฝน แล้วนึกขึ้นได้อย่างหนึ่งว่า เสียงอึ่ง เสียงกบเขียดที่เคยร้องเรียกหาฝนรอบบ้านของเรา มัน

หายไปไหนกันหมด คิดถึงเสียงของพวกมันจังเลย

 

ว่าด้วยเรื่อง 'หนี้ กยศ.' ของ สส.

   
 
 
 

    ก็อาศัยติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย เปิดๆ ปิดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางมือถือ 
    รับรู้ได้ว่า ที่ฮิตและพูดจากันอื้ออึง 
    เห็นจะไม่พ้นเรื่อง ส.ส.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.
    โดยเฉพาะราย ส.ส.อนาคตใหม่ ๓-๔ คน 
    ค้างชำระหนี้ กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) เป็นหลักแสนและหลักหมื่นแต่ละราย ในขณะบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น มีกันเป็นล้านๆ บาท 
    "สำนักข่าวอิศรา" นำมาเปิดให้ดู พอสรุปได้ ดังนี้
    -นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อนาคตใหม่ อายุ 27 ปี  
    มีทรัพย์สิน 222,623 บาท หนี้ กยศ. 202,360 บาท 
    -นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.อนาคตใหม่ อายุ 29 ปี 
    มีทรัพย์สิน 11,000,000 บาท หนี้สิน 6.7 ล้านบาท  
    เฉพาะหนี้ กยศ. ยอดหนี้คงเหลือ 35,549 บาท
    -นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก อนาคตใหม่ อายุ 37 ปี  
    มีทรัพย์สิน 8,000,000 บาท หนี้สิน 1.3 แสนบาท  
    หนี้ กยศ.ตั้งแต่ปี 42 ยอดหนี้คงเหลือ 85,667  บาท 
    -นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย อนาคตใหม่ อายุ 32 ปี 
    มีทรัพย์สิน 8,200,000 บาท
    มีหนี้ กยศ.ยอดคงเหลือ 83,433 บาท
    ที่ถูกวิพากษ์-วิจารณ์มากเป็นพิเศษ คือรายนายรังสิมันต์ โรม และเขาโพสต์ fb ชี้แจง ไว้ ๔ ข้อ 
    1.ป.ป.ช.กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยแจ้งรายการที่เราต่างมีอยู่ก่อนหน้าวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 (วันที่ปฏิญาณตนรับหน้าที่ในสภา)
    2.การชำระหนี้ กยศ.นั้น 
    จะชำระกันเป็นรายปี ซึ่งผมเองก็ทำตามระเบียบปกติในการกู้ยืมเพื่อการศึกษา เมื่อต้องชำระ ผมก็ได้ทำการชำระไปตามปกติ
     โดย ป.ป.ช.ให้ผมแจ้งหนี้ กยศ.ออกเป็นสองส่วน โดยส่วนหนี้สิน ผมต้องนำยอดรวมทั้งหมด มาหักลบกับที่ชำระไปก่อนหน้าแล้ว 
    ซึ่งการชำระหนี้ กยศ.ปีนี้ ผมเพิ่งจ่ายไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 
    ดังนั้น ยอดการชำระคืนของปีนี้ จึงไม่ได้ถูกนับรวมไปในส่วนที่ถูกชำระไปแล้ว
    3.ในส่วนของทรัพย์สินนั้น ยอดรวมที่เป็นประเด็นคือประมาณสองแสนกว่าบาท ผมขอชี้แจงเบื้องต้นเลยว่า
    ผู้ที่นำประเด็นว่า ผมมีทรัพย์สินสองแสนกว่า ทำไมไม่ชำระหนี้ประมาณสองแสนเสียที นั้น 
    กำลังอาศัยการใช้กลเม็ดเล่นคำ เนื่องจากยอดทรัพย์สินรวมนี้ นั้น มาจากเงินสดที่ผมมีอยู่จำนวนสองหมื่นบาท 
    อีกส่วนมาจากบัญชีเงินฝากทุกบัญชีที่ผมมีอยู่ รวมถึงผลตอบแทนที่จะได้จากเบี้ยประกันในอนาคต (ซึ่งยังไม่ได้ ณ ตอนนี้) 
    และจากจุดนี้เอง ที่มีการอาศัยความเข้าใจผิด ว่าผมมีทรัพย์สินมากมาย มากกว่าหนี้ กยศ.อาศัยความดราม่า เล่นใหญ่ว่า 
    ทำไมผมจึงไม่ยอมจ่ายชดใช้หนี้แผ่นดิน ทั้งที่ผมไม่เคยมีปัญหาในการใช้หนี้คืน กยศ.
    4.ทั้งนี้ ผมลงเล่นการเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อายุแค่ 27 ปี 
    กยศ.ให้เวลาในการชำระหนี้ 15 ปี ผมก็ไม่เคยหลบหนี ก็มีบางคนกล่าวหาผมว่าเงินเดือนตั้งเยอะ ทำไมจึงไม่ใช้หนี้ให้หมด 
    ผมก็ต้องตอบตรงๆ ว่าผมเป็นมนุษย์ ก็ต้องบริหารจัดการวางแผนทุกอย่างให้ดี 
    เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่ยังคงต้องเดินทางไปทำงาน รับประทานอาหาร จ่ายค่าที่พักอาศัย ค่าใช้จ่ายรายเดือน 
    รวมถึงการบริจาคให้กับพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพรรคของเราไม่มีนายทุน ผมมีรายได้และรายจ่ายเหมือนคนปกติทั่วไป 
    แน่นอนว่าที่ผ่านมา หนี้ กยศ.ก็ยังคงเป็นหนึ่งในรายจ่ายนั้นเสมอมา ซึ่งก็ไม่เคยบกพร่องเรื่องนี้
    ส่วนอีก ๓ ส.ส.อนาคตใหม่ นั้น ยังไม่มีคำอธิบายถึงเหตุที่ยังมีหนี้ กยศ.ค้างอยู่
    ครับ.....
    ก่อนจะไปต่อว่า-ต่อขาน ประจานคน ก็มาทำความใจเรื่องเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.กันก่อนสักเล็กน้อย
    พูดถึง กยศ.อันเป็นกองทุนให้ "อนาคตใหม่" ที่ไม่ Fake กับนักเรียน-นักศึกษา ในรอบ ๒๐ กว่าปีมานี้
    ต้องขอบคุณ "นายบรรหาร ศิลปอาชา"
    อดีตนายกรัฐมนตรี แห่งพรรคชาติไทยสมัยนั้น ที่มาเป็นชาติไทยพัฒนาสมัยลูกท็อป "รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ" วันนี้
    รัฐบาลอดีตนายกฯ บรรหารนั่นแหละครับ เป็นผู้จัดตั้งกองทุน กยศ. ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ 
    ออก พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อมา เมื่อปี ๒๕๔๑ 
    เป็นกองทุนหมุนเวียน มีสโลแกนว่า "รุ่นพี่จะต้องส่งคืนเงินกู้ยืม เพื่อให้โอกาสน้องๆ รุ่นต่อไปบ้าง" 
    จากระดับมัธยมปลาย ปวช./ปวส./อนุปริญญาตรี-ปริญญาตรี กู้ยืมเงิน กยศ.ไปเรียนได้
    มีหลักเกณฑ์ว่า ผู้จะกู้ กยศ.จะต้องเป็นผู้
    -ขาดแคลนทุนทรัพย์ 
    -รายได้ครอบครัวไม่เกิน ๒ แสนบาทต่อปี
    -ต้องทำประโยชน์ต่อสังคมและต่อสาธารณะ
    -อายุในขณะที่ขอกู้ยืมเงิน.........
    เมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ ๒ ปี และเวลาผ่อนชำระอีก ๑๕ ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๖๐ ปี
    ถ้าถามว่า คนไม่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จะกู้ กยศ.เพื่อเรียนต่อได้มั้ย?    
    คำตอบ คือ ได้ 
    ในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ในระดับ ปวส./อนุปริญญาตรี/ปริญญาตรี
    เอ้า...ทีนี้ก็มาดูอย่างรายนายรังสิมันต์ โรม ซิว่า เขาควรถูกประณามหรือไม่ ในประเด็นค้างหนี้กยศ.?
    นายปิยบุตร อดีตอาจารย์สอนกฎหมายมหาชน ธรรมศาสตร์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า 
    เขามี ศ.วรเจตน์ นิติราษฎร์ เป็นไอดอล 
    มีนายรังสิมันต์ เป็นศิษย์เอก 
    และมีนายธนาธร อนาคตใหม่ ที่ Fake หรือเปล่าไม่ทราบ นั้น เป็นเพื่อนเลิฟ 
    ช่วงนายรังสิมันต์ ใช้ธรรมศาสตร์เป็นฐาน "คนอยากเลือกตั้ง" เคลื่อนไหว ก่อนร่วมปิยบุตร-ธนาธร ตั้งพรรคอนาคตใหม่และลงเลือกตั้ง 
    เขาให้สัมภาษณ์ 101 One-On-One โดย "ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" เมื่อเดือนมีนาปี ๖๑ ว่า
    "ตอนนี้ ผมเรียนปริญญาโท สาขากฎหมายมหาชน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ในช่วงการเขียนวิทยานิพนธ์ ....ฯลฯ....
    รายได้เลี้ยงตัวเองหลักๆ ของผมตอนนี้ 
    มีเงินจากที่บ้านและการทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
    ครอบครัวผมเป็นคนภูเก็ต ที่บ้านผมไม่ได้มีฐานะยากจน เขาอยากให้ผมเรียนจบปริญญาเอกด้วยซ้ำไป 
    ผมเคยคุยกับคุณแม่นะครับว่า อยากเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ว่าตอนนี้ต้องดูอีกที เพราะผมติดพันอยู่กับการเมือง ....ฯลฯ.....
    ผมเกิดและใช้ชีวิตอยู่ภูเก็ตมาโดยตลอด เวลาเราพูดถึงสังคมคนใต้ นี่คือสังคมที่บ้าการเมืองมาโดยตลอด 
    ผมจำได้เลย วันที่ทักษิณชนะเลือกตั้งครั้งแรก ผมเห็นแม่กับยายผมจับเข่าคุยกันเรื่องทักษิณ  
    ดังนั้น ผมจึงเติบโตมากับครอบครัวที่คุยเรื่องการเมืองตลอดเวลา แม้กระทั่งพ่อผมเอง ซึ่งเป็นคนอเมริกันที่ย้ายมาอยู่ไทย เขาก็เป็นคนที่สนใจการเมือง....ฯลฯ....
    เนี่ย.......
    เมื่อทราบเส้นทางเป็นมาของนายรังสิมันต์ ก็ไม่แปลกใจด้านพฤติกรรม ความคิด การกระทำ ต่อสังคมชาติบ้านเมืองไทยของนายรังสิมันต์ ว่ามาจากไหน?
    แต่ที่แปลกใจ ก็ตรงที่ นายรังสิมันต์บอกเอง
    -บ้านผมไม่ได้มีฐานะยากจน เขาอยากให้ผมเรียนจบปริญญาเอกด้วยซ้ำไป 
    -มีเงินจากที่บ้านและการทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
    อ้าว...
    แบบนี้ กู้ยืมเงิน กยศ.เรียนได้อย่างไร เพราะครอบครัวรายได้เกิน ๒ แสนบาท/ปีแน่นอน
    นายรังสิมันต์ ก็บอก ทางบ้านไม่ได้มีฐานะยากจน ต้องการให้เรียนถึงปริญญาเอกด้วยซ้ำ
    แสดงว่ารังสิมันต์ "ไม่ขาดแคลนทุนทรัพย์" คุณสมบัติเฉพาะไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะกู้ กยศ.ได้
    รังสิมันต์ น่าจะชี้แจงในประเด็นนี้บ้าง และพลอยสงสัยต่อไปอีกว่า 
    มีคัดกรอง-ตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ก่อนอนุมัติหรือไม่?
    หรือนักศึกษาคนไหน ยื่นมา สถาบันศึกษาก็ตะบุ้ยเซ็นรับรองให้ กยศ.ก็จะอนุมัติไปตะพึด 
    ทำนองบัตร ๓๐ บาท คนรวยที่ "อยากจน" ก็งกเอา!
    เรื่องนี้ สำหรับ ๔ ส.ส.อนาคตใหม่ ดูตามยอดหนี้คงเหลือ แสดงว่า ก็จ่าย แต่ยังไม่หมด 
    พูดตามเงื่อนไข ยังไม่ถือว่าเบี้ยวหนี้
    แต่เงิน กยศ.ไม่ใช่เงินแสวงหากำไรทางธุรกิจ หากแต่เป็นเงินทางคุณธรรมสำนึก "เพื่อการศึกษา"
    ดังนั้น ใครก็ตามที่กู้ไป ไม่เฉพาะ ๔ ส.ส.นี้ เมื่อเงินคุณธรรมสร้างชีวิตให้แล้ว จนมีเป็นล้าน
    ก็ควรรู้ละอาย รู้สำนึก ว่าเงินนี้ เป็นเงิน "จากพี่สู่น้อง" ที่น้องๆ รออยู่จำนวนมาก 
    ดังนั้น เมื่อพอมี-พอเก็บ เอาไปคืนทีเดียวทั้งก้อน หรือผ่อนส่งทีละมากกว่าเกณฑ์งวด ก็เป็นสิ่งควรทำ เพราะนั่น นอกจากตัวเองไม่เดือดร้อนแล้ว
    ยังแสดงถึงความเป็น "คนดี" ทั้งต่อหน้าและลับหลังแท้จริง
    ทุกวันนี้ "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" ไม่น่ากลัว 
    พวกต่อหน้า "เสแสร้งเป็นคนดี" เงินมี..ไม่จ่าย 
    ภาษี..ก็ไม่ยอมเสีย 
    พวกนี้ตะหาก ทั้งเฟก ทั้งน่ากลัว.

เช็คด่วน!ปภ.สั่งเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก 19 จังหวัดตลอด24ชม.

    
 

26 ส.ค.62- นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กล่าวถึงกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาตรวจพบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางพื้นที่ และคลื่นลมทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง ดินถล่ม และคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26 - 31 ส.ค.ว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก แยกเป็น ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก 7 จังหวัด  ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับพื้นที่ต้องติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากดินถล่ม แยกเป็น ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี (อำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี อำเภอไทรโยค และอำเภอบ่อพลอย) ภาคตะวันออก 2 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี (อำเภอเขาคิชฌกูฏ  และอำเภอขลุง) ตราด (อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่) ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเมืองพังงา อำเภอกะปง อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอคุระบุรี) ภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต

 อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง) กระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเกาะลันตา อำเภอเขาพนม และอำเภอปลายพระยา) ตรัง (อำเภอเมืองตรัง อำเภอห้วยยอด อำเภอนาโยง อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน) สตูล (อำเภอควนกาหลง อำเภอควนโดน อำเภอทุ่งหว้า อำเภอมะนัง และอำเภอละงู) สำหรับพื้นที่ต้องติดตามผลกระทบจากคลื่นลมแรง แยกเป็น ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

"ปภ.เขตในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองฝนตกหนัก ฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ นอกจากนี้ ได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล
 จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเลทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง รวมถึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด"

'วิษณุ'ชี้'ไพบูลย์'ยุบพรรคตัวเองโจทย์ยากคาดถึงศาลรธน.แน่นอน

    
 

26 ส.ค.62-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ และหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป(ปชช.) ยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยุบพรรคตัวเอง เพื่อเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า ยังงงกับเรื่องนี้อยู่ จึงต้องให้ กกต.เป็นผู้พิจารณา และไม่รู้ว่าหากยุบพรรคได้จริง คะแนนในส่วนของพรรคประชาชนปฏิรูปนั้นจะเป็นอย่างไร  

"การยุบพรรคตัวเองไม่ใช่เรื่องลำบาก แต่จะกระทบต่อ ส.ส. ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติถึงเรื่องนี้ 3 กรณีเท่านั้น 1.ส.ส.ลาออก ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกภาพของพรรค 2.พรรคขับออกจากการเป็นสมาชิก จึงต้องไปหาพรรคใหม่ภายในเวลาที่กำหนด และ 3.มีคำสั่งยุบพรรค จึงต้องไปหาพรรคใหม่ภายใน 60 วัน แต่กรณีของนายไพบูลย์นั้น ไม่เกี่ยวกับ 3 ข้อที่ยกมา จึงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร" 

ถามว่าไม่ว่า กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยอย่างไรจะถือเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แน่นอน ส่วนจะวุ่นวายหรือไม่ตนไม่ทราบ 

ซักว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคเล็กซึ่งมีไม่ถึง 7 หมื่นคะแนน จะยื่นยุบพรรคตัวเอง เพื่อเข้าร่วมกับพรรค พปชร. เหมือนนายไพบูลย์ นายวิษณุ กล่าวว่า รับทราบ แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 99 ระบุว่า ห้ามมีการควบรวมพรรค ซึ่งหมายถึงการยุบพรรคหนึ่งไปรวมกับอีกพรรคหนึ่ง แต่กรณีของนายไพบูลย์ระบุว่า ไม่ได้ควบรวม แต่ยุบทิ้งให้หายไปเฉยๆ

เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทยวิเคราะห์หากนายไพบูลย์ยุบพรรคได้ คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อถูกเฉลี่ยนับใหม่ให้พรรคอื่นๆ ซึ่งต่อไปอาจมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คนหายไปทันที นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ถูก  ส่วนเมื่อพรรคถูกยุบแล้ว ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะยังมีสถานะเป็น ส.ส.หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะถือเป็นโจทย์ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของนักกฎหมายที่จะต้องคิดหาทางออก เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ที่รับผิดชอบ คนที่จะไขโจทย์นี้คือ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนจะใช้เวลานานหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ

'นายกฯ'ห่วงข้าวเหนียวราคาแพงสั่ง'พาณิชย์'เร่งแก้ไขด่วน!

    
 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า นอกจากรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นในระยะเร่งด่วนแล้ว ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งผลักดันงานในความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดการลงทุนใช้จ่ายและแก้ปัญหาระยะยาว เช่น การใช้ยางภายในประเทศ การนำน้ำมันปาล์มไปผลิตกระแสไฟฟ้า การนำผลงานวิจัยไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม นโยบายเศรษฐกิจ BCG Model เป็นต้น เช่นเดียวกับปัญหาการจราจรติดขัดใน กทม. โดยเฉพาะบนทางด่วนและโทลล์เวย์ที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก โดยสั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งหาทางแก้ไข พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งได้บรรจุอยู่ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอยู่แล้ว และทุกหน่วยงานก็ได้รับแนวทางขับเคลื่อนไปปฏิบัติ เพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว

รีบเก็บขยะรีไซเคิลเลย'เขตบางกอกใหญ่'เปิดให้นำมาแลกไข่ไก่ได้

    
 

 
(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 

'พิชัย'ท้า'บิ๊กตู่'ออกทีวีขอพิสูจน์รู้จริงทางเศรษฐกิจอย่างคุยไว้หรือไม่

 ....................................................

พลิก! "เสือ ดุสิต"กับพวก4คน เจอข้อหาปล้นทรัพย์ เจ้าของบ่อนแจ้งเอง

ไทยรัฐออนไลน์26 ส.ค. 2562 12:40 น.
SHARE
 
ตำรวจแถลงอีกรอบ จับ "เสือ ดุสิต" กับพวก 4 คน ปล้นบ่อนไฮโล ซอยพหลโยธิน 50 หลังเจ้าทุกข์แจ้งความ รับเปิดบ่อนจริง ถูกปล้นจริง ผบก.น.2 ยันขยายผลถึง "เฮีย" ส่วนตำรวจต้องโดนสอบด้วย

จากกรณี 4 คนร้ายบุกปล้นบ่อนการพนันย่านบางเขนว่า ตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ตั้งอยู่ด้านหลังบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.2 และสน.บางเขน ได้ร่วมกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ร่วม 4 คน

ประกอบด้วย 1.นายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ริมเถื่อน อายุ 33 ปี (เสือ ดุสิต) 2.นายวัชระ หรือโจ๊ก มากจงดี อายุ 22 ปี 3.นายอนนต์เศรษฐ์ หรือตั้ม อวยพร อายุ 20 ปี 4.นายสัมภาษณ์ หรือโอ๋ โสภี อายุ 27 ปี

ทั้งหมดไม่มีอาชีพ ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดขณะกำลังก่อเหตุ ก่อนจะควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา

นายเสือเมื่อรู้ว่าถูกโกงจึงเกิดบันดาลโทสะโวยวายขึ้น จากนั้นเมื่อเห็นว่าคนคุมบ่อนจะกรูเข้ามาหาจึงชักอาวุธปืนบีบีกัน ที่พกติดตัวมาข่มขู่พนักงานภายในบ่อนให้เอาเงินคืนและนำเงินไป โดยหลังเกิดเหตุทางบ่อนจึงมีการพูดคุยตกลงกันกับนายเสือว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ส่วนเรื่องจำนวนเงินที่นายเสือเสียไปทางบ่อนได้คืนให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ความคืบหน้า เวลา 10.30 นวันที่ 26 ส.ค พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวรผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ธนาพันธ์ ผดุงการ รองผกก.(สอบสวน) สน.บางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมศักดิ์ ไตรนาจา สว.สส. พ.ต.ต.ศรายุทธ ปัญญาศรีวิชัย สว.สส. ได้ร่วมกัน แถลงผลการจับกุม

1. นายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ริมเถื่อน อายุ 33 ปี 2. นายวัชระ หรือโจ๊ก มากจงดี อายุ 22 ปี 3. นายอนนต์เศรษฐ์ หรือตั้ม อวยพร อายุ 20 ปี 4. นายสัมภาษณ์ หรือโอ๋ โสภี อายุ 27 ปี พร้อมด้วยของกลาง 1.สิ่งเทียมอาวุธปืน(ปืนบีบีกัน) ชนิดออโตเมติก สีดำ จำนวน 2 กระบอก 

พล.ต.ต.เอกชัย ได้เปิดว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. ได้มี น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ และ นายมานิตย์ ใช้ประทุม ได้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน และให้การว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เวลาประมาณ 21.00 น.ต่อเนื่องไปจนถึงเวลาที่เกิดเหตุ ทั้งสองคนได้จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันจริง โดยสถานที่จัดให้เล่นอยู่ที่ อาคารไม่มีเลขที่ในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ในการเล่นครั้งนี้นางสาวปัญภรณ์ เป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และนายมานิตย์ เป็นเจ้าของสถานที่จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโล

ขณะที่เกิดเหตุ วันที่ 24 ส.ค. เวลาประมาณ 03.00 น. ได้มีชาย 2 คน ทราบชื่อภายหลังว่านายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ริมเถื่อน และ นายวัชระ มากจงดี ทั้งสองคนได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่นายมานิตย์ และนางสาวปัญภรณ์ ภายในวงการพนัน โดยมีชายอีก 2 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร และนายสัมภาษณ์ โสภี ยืนคุมเชิงและก่อเหตุกับ นายสัมฤทธิ์ฯด้วย โดยทั้งหมดได้หยิบเอาเงินไปจากวงการพนัน จำนวนรวม 12,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสัมฤทธิ์ กับพวกรวม 4 คน ข้างต้นได้เข้าร่วมเล่นการพนัน และเล่นเสียไปจำนวนมาก และเข้าใจผิดว่า นายมานิตย์ และนางสาวปัญภรณ์ เล่นโกง จึงได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่เอาเงินที่เสียไป โดยไม่ทราบว่าเป็นปืนชนิดใด ซึ่งหลังก่อเหตุได้พูดคุยตกลงกันได้ โดยนายมานิตย์ ได้สอบถามนายสัมฤทธิ์ว่าเสียเงินไปจำนวนเท่าใด ซึ่งนายสัมฤทธิ์ ตอบว่าประมาณ 15,500 บาท นายมานิตย์ จึงได้มอบเงินอีก 3,500 บาทให้นายสัมฤทธิ์ไป และแยกย้ายกัน แต่เมื่อปรากฏเป็นเหตุตามข่าวที่เผยแพร่จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์ หรือเสือ ริมเถื่อน กับพวกรวม 4 คนในข้อหาปล้นทรัพย์โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ รับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง เนื่องจากเข้าใจว่า ตนเองถูกโกงจากการเล่นการพนัน จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

พล.ต.ต.เอกชัย เปิดเผยต่ออีกว่า คดีนี้จะแยกดำเนินเป็น 2 คดี คือคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ และคดีลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งนอกจากจะดำเนินคดีกับผู้ดูแลบ่อนพนัน และเจ้าของสถานที่แล้ว ก็จะขยายผลไปยังผู้ที่บงการเปิดบ่อนพนันต่อไป ส่วนเรื่องที่ตำรวจในพื้นที่เข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนพนันหรือไม่ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 ...................................................

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค EEC 'ทรัมป์' เปิดศึก 'เฮอริเคน' ยิงนิวเคลียร์สกัดขึ้นฝั่งสหรัฐ

'ทรัมป์' เปิดศึก 'เฮอริเคน' ยิงนิวเคลียร์สกัดขึ้นฝั่งสหรัฐ

26 Aug 2019

          ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอหย่อน “ระเบิดนิวเคลียร์” ลงกลางพายุเฮอริเคน เพื่อสกัดไม่ให้เฮอริเคนขึ้นฝั่งสหรัฐ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ค้านสุดตัว

          เว็บไซต์ข่าวแอ็กซิออสรายงานอ้างแหล่งข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (25 ส.ค.) ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอระหว่างรับฟังรายงานสรุปเรื่องเฮอริเคนว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขัดขวางเฮอริเคนที่กำลังก่อตัวนอกชายฝั่งด้วยการหย่อนระเบิดนิวเคลียร์ลงไปที่ตาพายุ

          นายทรัมป์เคยเสนอเรื่องนี้มาก่อนในปี 2560 ครั้งนั้นเขาถามเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะหย่อนระเบิดสกัดไม่ให้เฮอริเคนขึ้นฝั่ง โดยไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นระเบิดนิวเคลียร์

          แนวคิดเรื่องหย่อนระเบิดนิวเคลียร์สกัดพายุเริ่มมาจากนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีดไวต์ ไอเซนฮาวร์ ช่วงหลังทศวรรษที่ 50 หลังจากนั้นก็มีการพูดถึงเป็นครั้งคราว แม้แวดวงนักวิทยาศาสตร์ลงความเห็นแล้วว่า ไม่น่าจะได้ผล

          องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (โนอา) อธิบายกรณีนี้ว่า ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูเฮอริเคนก็มักจะมีคนเสนอเรื่องหย่อนระเบิดนิวเคลียร์ไปสกัดและทำลายพายุ การทำแบบนี้ไม่เพียงไม่สามารถสกัดพายุ แต่ยังจะทำให้พายุพัดกัมมันตรังสีแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็วอีกด้วย

หน้าแรก / Politics “ไชยันต์”วิพากษ์ตั้ง“พรรคทหาร”หวังสืบทอดอำนาจไม่เคยประสบความสำเร็จ

“ไชยันต์”วิพากษ์ตั้ง“พรรคทหาร”หวังสืบทอดอำนาจไม่เคยประสบความสำเร็จ

26 Aug 2019

“ศ.ดร.ไชยันต์”วิพากษ์พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจของทหาร ไม่เคยประสบความสำเร็จ ชี้เมื่อถึงเวลากองทัพจะดีดตัวออกจากการเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองนั้น เชื่อรัฐประหารจะไม่เกิดในเร็วๆ นี้

 รายการ “เนชั่นสุดสัปดาห์” กับ 3 บก.ใหญ่ โดย นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nation Group นายบากบั่น บุญเลิศ บรรณาธิการอำนวยการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และนายวีระศักดิ์ พงษ์อักษร บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 ได้วิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์ร้อนทางการเมืองช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยได้สัมภาษณ์พิเศษ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับพัฒนาการการเมืองไทยนับตั้งแต่ปี 2475 พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการรัฐประหารที่ผ่านมาไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

ความก้าวหน้าของการเมืองไทยนับตั้งแต่ 2475 จนถึงปัจจุบัน ถ้ามองในแง่ที่มีรัฐประหารมันก็ไม่ได้ไปไหน แต่ถ้าเรามองในแง่ความตื่นตัวของประชาชนก็มีมากพอสมควรและก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ และคงจะไม่มีวันถอยหลังกลับ เพียงแต่ประชาชนจะตื่นตัวไปทางไหนแค่นั้นเอง

อย่างกรณีปี 2549 เป็นต้นมาจะพบว่า มีประชาชนตื่นตัวทางการเมืองสูงมากทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายสนับสนุนหรือฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลก็ตาม อันนั้นก็เป็นมิติของความก้าวหน้า พัฒนาของการเมือง เพราะถ้าเทียบกับปี 2475 - 2500 ประชาชนไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนัก แต่ถ้ามองในแง่รัฐประหารดูเหมือนว่า วนไปวนมาแต่การทำรัฐประหารมันเปลี่ยนเงื่อนไขไปเรื่อยๆ ได้เป็นช่วงๆ การทำรัฐประหารในปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็นเมื่อเทียบกับในอดีต อย่างนี้จะถือเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงพัฒนาหรือเปล่า เพราะว่าทหารทำรัฐประหารได้ยากขึ้น

                          

ส่วนกรณีคนที่ทำรัฐประหารแล้วตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อรองรับตัวเองเพื่อจะกลับมาเป็นนักการเมืองนั้น เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีตแล้วอาจจะเรียกว่า “พรรคทหาร” ที่ชัดเจนก็คือ“พรรคเสรีมนังคศิลา” ซึ่งเป็นการกำเนิดพรรคเสรีมนังคศิลานั้น เกิดจากการที่มีพระราชบัญญัติพรรคการเมืองเกิดขึ้นครั้งแรก ในพ.ศ. 2498 ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้มี พ.ร.บ.พรรคการเมือง พอมีแล้วก็เลยเกิดการตั้งพรรคการเมืองซึ่งก็ไม่ใช่พรรคเสรีมนังคศิลาพรรคเดียวเท่านั้น

แต่ถามว่า พรรคเสรีมนังคศิลา เป็นพรรคทหารไหม ถ้าเราไปดู กรรมการบริหารพรรค ก็คงต้องตอบว่าใช่ เพราะว่าเต็มไปด้วยทหาร หัวหน้าพรรคก็เป็นจอมพล ป.พิบูลสงคราม แล้วก็ตั้งมาเพื่อวัตถุประสงค์ว่า เมื่อจะเกิดการเลือกตั้งในปี 2500 จะได้มีลักษณะของการที่จะเรียกว่า สืบทอดอำนาจ มันก็อาจจะฟังดูว่าไม่ดีแต่ถ้าจะบอกว่าจะใช้กลไกการเลือกตั้ง ใช้วิธีการแบบประชาธิปไตยเพื่อได้ให้มาซึ่งอำนาจโดยการเรียกว่า ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินมันก็ฟังดูดี เพราะฉะนั้น พอถึงปี 2500 พรรคเสรีมนังคศิลาก็ลงเลือกตั้งเพื่อหวังว่าบรรดาหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคจะกลับมาเป็นคณะรัฐมนตรี

ประเด็นคือ จอมพล ป. เป็นนายกฯ มายาวนาน ก่อนปี 2500 ไม่ได้เป็นนายกฯมาจากการเลือกตั้งเลย เป็นนายกฯจากการที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ จอมพล ป. เป็นนายกฯ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แล้วและเป็นมายาวนานมากก่อนปี 2500 พอถึง 2500 จำเป็นต้องมีการเลือกตั้งแล้ว ในแง่นี้เราจะมองในแง่ลบหรือในแง่บวก ในการที่ทหารเขาถือว่าเขาคงจะไปต่อในแบบที่เป็นนายกฯ โดยไม่ผ่านการเลือกตั้งไม่ได้แล้ว เขาก็ลงมาเลือกตั้ง

แล้วก็พบว่า มีการโกงเลือกตั้ง เกิดการต่อต้านจากนิสิต นักศึกษา ที่น่าสนใจ คือ คนที่มาสนับสนุนหรือเป็นผู้มาให้กำลังใจหรือมาเป็นผู้ที่ให้หลักประกันกับกลุ่มนิสิต นักศึกษา ประชาชนที่ออกมาประท้วงการเลือกตั้งปี 2500 ก็คือ คนที่อยู่ในพรรคเสรีมนังคศิลา นั่นก็คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นั่นเอง จอมพลสฤษดิ์ ก็อยู่ในพรรคเสรีมนังคศิลา แต่พอถึงเวลาพอพรรคเสรีมนังคศิลา เกิดเรียกว่า โกงเลือกตั้ง ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน กรรมการบริหารพรรคที่ชื่อ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ออกมา แตกออกมา

                     

เพราะฉะนั้น “พรรคทหาร” ที่เราจะเรียกได้เต็มปากเต็มคำพรรคแรก คือ พรรคเสรีมนังคศิลา เพราะกำเนิดขึ้นเพื่อจะสืบทอดอำนาจ หรือว่า จะเคารพกติกาประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ดันโกงและก็หมดอนาคตของพรรคไปเพียงเท่านั้น หลังจากนั้นเข้าสู่ช่วงที่ผู้ทำรัฐประหาร ก็คือ จอมพลสฤษดิ์ ซึ่งครองอำนาจมายาวนานเสียชีวิตลง

 พรรคทหารที่เกิดขึ้นต่อจาก “พรรคเสรีมนังคศิลา” ก็คือ “พรรคสหประชาไทย” ตั้งโดย จอมพลถนอม กิตติขจร หลังจากที่พรรคเสรีมนังคศิลาหมดรูปไปแล้วก็เข้าช่วงที่ไม่มีการเลือกตั้ง มีจอมพลสฤษดิ์เป็นผู้นำ มีการร่างรัฐธรรมนูญอย่างยาวนาน ถึงปี2511 ก็มีรัฐธรรมนูญออกมา คือ สมัยจอมพลถนอม แล้วก็มีการเลือกตั้งสมัยต้นในปี 2512 จอมพลถนอมตั้ง “พรรคสหประชาไทย” ขึ้นมาซึ่งก็เต็มไปด้วยทหารตำรวจ และก็ชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล จะเรียกว่าเป็นการสืบทอดอำนาจก็ได้อีก จะเรียกว่า เป็นการยอมรับกติกาประชาธิปไตยโดยพยายามตั้งพรรคไปต่อสู้ในวิถีการเลือกตั้งก็ได้อีก อันนี้ก็เป็นสองพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าเป็น “พรรคทหาร”

ตอนหนึ่ง ศ.ดร.ไชยันต์ ให้นิยามส่วนตัวของคำว่า “พรรคทหาร”ว่า จะดูว่าการที่พรรคนั้นเต็มไปด้วยทหารหรือพรรคนั้นมีอุดมการณ์สนับสนุนให้ทหารปกครองซึ่งเป็นได้ทั้งสองอย่าง ถ้าดูจากพรรคสามัคคีธรรมซึ่งเป็นพรรคทหารในเครื่องหมายคำพูดที่เกิดขึ้นต่อจากพรรคสหประชาไทย พรรคสามัคคีธรรมจะแตกต่างจากพรรคเสรีมนังคศิลา และแตกต่างจากพรรคสหประชาไทยตรงที่ว่า สมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรคไม่ได้เป็นทหาร มีแต่เลขาธิการพรรคเป็นทหาร

                          

เพราะฉะนั้น สังเกตได้ว่า พรรคสามัคคีธรรมมุ่งสนับสนุนทหารกลุ่มหนึ่งที่ทำรัฐประหารมา คือทหารสมัยที่ทำรัฐประหาร รสช. ปี2524 ถ้าจะพูดให้มันเจาะจง คือ การทำรัฐประหารโดย จปร.รุ่น 5 เราจะบอกว่า จปร.รุ่น 5 นี่คือ กองทัพมันก็คงไม่เชิง เพราะในกรณีเสรีมนังคศิลา ถึงแม้ว่า กรรมการบริหารพรรคจะเต็มไปด้วยทหาร ตำรวจ แต่ถึงเวลา คำว่า พรรคทหารก็ไม่สามารถอธิบาย เสรีมนังคศิลา ได้ เมื่อจอมพลสฤษดิ์แตกตัวออกมา และกองทัพก็ตามจอมพลสฤษดิ์ออกมา กองทัพไม่ได้อยู่กับพรรคทหาร

กลับมาว่า จะเป็นทหารเยอะหรือเป็นพรรคที่ทหารไม่เยอะ แต่มีคนสำคัญของทหารไปอยู่ในนั้นและสนับสนุนทหาร ทีนี้คำว่า สนับสนุนทหาร หมายความว่าอะไร สนับสนุนผลประโยชน์ของกองทัพ หรือว่า พรรคทหาร คือ พรรคที่ไว้ใจได้ว่า จะสนับสนุนหรือว่า ยึดถือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสำคัญ ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูย้อนไปในประวัติศาสตร์ว่า เป็นจริงอย่างนั้นแค่ไหน อย่างไร

เรากำลังเข้าใจว่า คนกำหนดนโยบาย คือ ทหาร แต่ถ้าเทียบกับ “พรรคเสรีมนังคศิลา” มันชัดเจนว่าคนคุมก็เปิดตัว เทียบกับ “สหประชาไทย” ก็ชัดเจนว่า “สหประชาไทย” มีความชัดเจนมากกว่า เทียบกับสามัคคีธรรม ผมว่า “พรรคพลังประชารัฐ” อาจจะเทียบกับ “สามัคคีธรรม” ได้ใกล้กันมากกว่า เพราะว่า หัวหน้าพรรคของสามัคคีธรรมก็เป็นนักการเมืองเก่า คือ คุณณรงค์ วงศ์วรรณ แล้วก็สมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรคก็เป็นอดีตนักการเมืองทั้งนั้น

เพราะฉะนั้น ความเหมือนระหว่าง พลังประชารัฐ กับ พรรคสามัคคีธรรม จะเหมือนกันมากกว่า แต่ถามว่า เป็นพรรคทหาร อย่าพึ่งไปผนวกกองทัพเข้ามาอย่างชัดเจน เพราะบทเรียนในอดีตทำให้เห็นว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่งกองทัพก็จะไม่เอาพรรคดังกล่าวนี้เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว พฤษภาทมิฬจะลงเอยจากการที่ พล.อ.สุจินดา ต้องลาออกได้อย่างไร ก็แปลว่า เมื่อถึงเวลากองทัพก็จะดีดตัวเองออกมาจากการเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่าเป็นพรรคทหาร และการใช้คำว่า พรรคทหาร ผมคิดว่า ทหารเองก็คงไม่ชอบ

ถามว่า การเมืองไทยจะวนกลับมาแบบสมัย พล.อ.สุจินดา ที่มีพรรคทหารมาสืบทอดอำนาจแล้วประชาชน นิสิต นักศึกษาไม่พอใจแล้วมีการประท้วง มันอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ก่อนที่จะเกิดพฤษภาทมิฬ ก่อนจะมีการทำรัฐประหาร รสช. การเมืองไทยไม่ได้วิกฤตการณ์รุนแรงในแบบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ที่มีการชุมนุม การขัดแย้งตั้งแต่ปี 2549-2557

                                    

เพราะฉะนั้น ถึงแม้พลังประชารัฐจะมีปัญหาเยอะมาก รวมทั้งตัวนายกฯ ขณะนี้ด้วย ถ้าย้อนเวลากลับไปช่วงปี 2534-2535 ผมคิดว่า ประชาชนออกมาไล่เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ยังไม่ไล่ ผมคิดว่า เพียงเพราะว่าเรายังอยู่ในช่วงที่ควันของความยุ่งเหยิง วุ่นวาย สับสนของการเมืองบนท้องถนนยังอยู่ในอารมณ์ของผู้คน แต่ถ้าต่อจากนี้จางไปเมื่อไหร่โอกาสที่จะหวนกลับมาแบบนั้นเป็นไปได้มาก

ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวชัดเจนว่า พรรคทหารที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ ไม่เคยประสบความสำเร็จนับตั้งแต่พรรคเสรีมนังคศิลา เพราะว่าไปโกงเลือกตั้ง พรรคสหประชาไทยก็เกิดจากการทำรัฐประหารตัวเอง จริงๆ แล้วจอมพลถนอมในฐานะนายกฯขณะนั้น ปัญหาที่เป็นหอกข้างแคร่ ก็คือ ตัวส.ส.ของพรรค

แต่ปัจจุบันนี้ เราจะพบว่า นายกฯถึงแม้ไม่ได้เอาตัวเองเป็นเนื้อเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะว่าไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ไม่มีตำแหน่งอะไรในนั้น แล้วก็ปล่อยให้ พล.อ.ประวิตร ที่เริ่มเปิดตัวให้เห็น

ประเด็นคือ บรรดาคนในพรรคพลังประชารัฐก่อนหน้าที่จะมีการจัดตั้ง ครม. ก็พบว่า มีปัญหาอยู่แล้วในการที่เรียก โควตาเก้าอี้ ทั้งยังมีเรื่องของพรรคร่วมด้วย เพราะฉะนั้นความสำเร็จที่จะเกิดขึ้น ดูว่า มันน้อยมาก มันเลือนรางมากๆ

รัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีทั้งต้องการแย่งชิงอำนาจ กับรัฐประหารเพื่อกระชับอำนาจที่มีอยู่ แต่ในกรณีที่จะเกิดรัฐประหารเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ มีความชอบธรรมอะไรให้สนับสนุนมีแต่ปัญหา ยกเว้นว่า การทำรัฐประหารที่เกิดขึ้นมาจะตอบโจทย์ตรงที่ว่า ล้างไพ่และนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ ขณะนี้อย่างน้อยพรรคอนาคตใหม่เขารณรงค์เพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญ และก็มีอีกหลายภาคส่วนที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ

ถ้าเราจะมองอนาคตใหม่เป็นซ้ายและต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ปีกขวาเองก็ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ไปดูคำสัมภาษณ์ของดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ และผู้ใหญ่หลายคนก็ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเหมือนกัน หมายความว่า ทั้งฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวาในปัจจุบันต่างต้องการแก้รัฐธรรมนูญ จะยินดีกับการทำรัฐประหารเพื่อล้มรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไหม

                                 

ผมตอบได้เลยนะครับว่าปีกซ้ายถึงแม้จะทำการรัฐประหารจะช่วยให้การล้มรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เร็วขึ้น จะช่วยให้การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เร็วขึ้น แต่เขาไม่เอาแน่นอน เพราะมันเป็นการแก้ปัญหาด้วยวิธีการแบบทางลัดและมันไม่ได้ตอบโจทย์อะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถามว่ารัฐประหารจะเกิดขึ้นไหม ไม่เกิดในเร็วๆ นี้ ไม่เกิด 

ที่สำคัญที่ต้องฟังให้ดีเลย การทำรัฐประหารทำให้รัฐธรรมนูญล้มไป สถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์จะมีปัญหามากมาย ช่วง70 ปีครองราชย์ของในหลวง ต้องเจอรัฐประหารกี่ครั้ง แต่สถานะของพระองค์ท่าน คือ พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญเปลี่ยนเป็นว่าเล่น ร่างกัน ว่ากันตามใจ และพระมหากษัตริย์ต้องวางตัวภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญไม่มีความแน่นอน ไม่ใช่แค่ประชาชนที่ต้องการมีรัฐธรรมนูญมีความมั่นคงถาวร สถาบันพระมหากษัตริย์เองก็ไม่พึงปรารถนาให้มีรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงไปมา

บทเรียนจาก 70 ปีนั้น ผมคิดว่า ในรัชสมัยนี้ก็เรียนรู้กันหมดว่า มันสร้างปัญหามากกว่าที่จะช่วยแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น รัฐประหารโอกาสที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ไม่น่าเป็นไปได้

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อความชอบธรรม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลงเป็นสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคการเมืองสักพรรคหนึ่งหรือไม่นั้น ศ.ดร.ไชยันต์ บอกว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่าคนเป็นนายกฯจะต้องเป็นสมาชิกพรรคหรือเป็นอะไร ในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ไม่ได้กำหนดไว้ อย่างในอังกฤษก็ไม่ได้กำหนด เพียงแต่ว่ามันเป็นประเพณีที่ทำตามกันมาและมันชอบธรรม แต่ของเราไม่ได้กำหนดไว้ เมื่อไม่ได้กำหนดไว้ แล้วทำไมจะต้องเป็นสมาชิกพรรค

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นสมาชิกพรรค คนที่ได้ประโยชน์คือ พรรคพลังประชารัฐ แต่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย และถ้าเอาตัวเข้าไปเป็นนักการเมืองเต็มที่ ก็เท่ากับถอยห่างจากกองทัพมากขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ศ.ดร.ไชยันต์ มองว่า เชื่อมั่นว่า สิ่งที่จะทำให้รัฐบาลล้มไปเองนั้นมีอยู่ทางเดียว คือ การยุบสภา การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องนี้ไม่นับ ปัญหาเรื่องการถวายสัตย์ก็เป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ผมกำลังจะหมายถึงว่า ถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการยกมือไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็พ้นสภาพจากการเป็นนายกฯ ก็ต้องกลับไปสู่กระบวนการที่สภาสมัยนี้ เป็นผู้ที่จะซาวด์เสียงกลับมา

                                           

มันก็เข้าสู่กระบวนการเดิม คือ ต้องได้คะแนนเสียง 376 และก็คงไม่มีพรรคการเมืองใดในสภาที่แคนดิเดตจะได้ 376 เป็นไปไม่ได้เลย ก็ต้องพึ่งพา ส.ว. เมื่อพึ่งพา ส.ว. เอาแค่เสียงของ พลังประชารัฐร้อยกว่าเสียงบวกอีกสองร้อยห้าสิบ ยังไงมันก็เกิน 376 เขาก็กลับมาอีก คือ พูดง่ายๆ ตามกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาได้เรื่อยๆโดยที่ไม่ต้องไปเลือกตั้งใหม่ ปัญหาอยู่ที่ว่า ความชอบธรรมทางการเมือง มันจะลดลงไปเรื่อยๆ หรือไม่

ภาพที่คนปฏิเสธ ส.ว.มันจะชัดขึ้นเรื่อยๆว่า ขนาดถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วก็ยังเท 250 มาให้คนที่ไปค้าน ส.ว. คือ ส่วนเกิน มันก็จะมีความเป็นจริงมากขึ้นว่า ตกลงแล้วจะเอากันแบบดื้อๆ อย่างนี้หรือ ประชาชนที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อเห็นว่า มันมีปัญหา แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ต้องถูกไม่ไว้วางใจแล้วกลับมาเสียงสนับสนุนนี้มันก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะความรัก ความพอใจ มันไม่เท่ากับเรื่องที่ว่า ตกลงแล้ว คุณมีผลงานให้ผมไปคุย ไปอ้างได้ว่าที่ผมเชียร์ประยุทธ์เพราะว่า ผมเห็นว่าเขามีผลงาน ไม่ใช่ว่าผมเชียร์ประยุทธ์เพราะรักลุงตู่ เชิดชูสถาบันเท่านั้นมันไม่พอ

“ตามกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ตามตัวเลขของพรรคต่างๆ ในสภา ยังไงโอกาสที่จะมีแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ที่จะได้ 376 โดยไม่ต้องพึ่ง ส.ว.เลย มันไม่มี ถามว่า ส.ว.จะเทให้พรรคเหล่านี้ไหมก็คงยากอยู่”  ศ.ดร.ไชยันต์ ระบุ


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร วอร์รูมสั่งดันส่งออก "ข้าว-มัน" ฟื้นข้าวจีทูจีกับ"อิรัก-จีน"

วอร์รูมสั่งดันส่งออก "ข้าว-มัน" ฟื้นข้าวจีทูจีกับ"อิรัก-จีน"

26 Aug 2019
 
จุรินทร์ รุกส่งออกข้าว-มันสำปะหลัง หวังขยายตัวเลขส่งออกโต3% พร้มฟื้นตลาดข้าวในอิรัก และจีน เน้นรูปแบบ G to G  หลังอิรักแสดงท่าทีสนใจ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมร่วม วอรูมภาครัฐเอกชน กระทรวงพาณิชย์ หรือ กรอ.พาณิชย์ ได้หารือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรข้าวกับและมันสำปะหลัง เพื่อที่จะเร่งรัดการส่งออกตามที่ได้มีการตั้ง กรอ. พาณิชย์และวอร์รูม(war room)ขึ้นมาเพื่อเร่งรัดการส่งออกและเพื่อให้ตัวเลขการส่งออกของประเทศดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะเรื่องข้าวซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่านอกจากมาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 27 สิงหาคม 2562  โดยใช้วงเงิน 2.1 หมื่นล้านบาทซึ่งจะดำเนินการเร่งรัดการส่งออกควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการส่งออกลดลงสาเหตุมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ข้าวของไทยในตลาดโลกในสายตาประเทศผู้บริโภคแพงขึ้นประกอบกับไทยสูญเสียตลาดให้กับคู่แข่งบางส่วน

ดังนั้นเพื่อในระยะเวลาที้เหลือของปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะเร่งหาตลาดข้าวใหม่ โดยเฉพาะ ตลาดอิรัก ซึ่งเป็นตลาดเดิมของไทยในอดีต ที่ไทยสูญเสียตลาดนี้ไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้ส่งออกข้าวส่งข้าวไม่มีคุณภาพให้กับอิรัก ทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องการค้าข้าวระหว่างไทยกับอิรักเสียหายมาจนถึงวันนี้ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิรัก และจะร่วมมือกันทั้งส่วนของกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนในการฟื้นตลาดอิรักใหม่

 โดยแนวทางที่จะดำเนินการ คือ จะเร่งรัดการเจรจาการค้าข้าวแบบ G to G กับอิรัก ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปดำเนินการ โดยล่าสุดอิรักได้แจ้งความประสงค์ที่จะทำการค้าข้าวแบบ G to G เป็นหลัก ซึ่งหลังจากนี้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการกำหนดแผนปฏิบัติ

ตลาดที่ 2  คือตลาดจีน เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการทำ MOU ระหว่างไทยกับจีนที่จีนจะรับซื้อข้าวจากประเทศไทย 1 ล้านตัน แต่ยังมีค้างอยู่ 3 แสนตัน ซึ่งจะดำเนินการเจรจากับจีนต่อไป โดยจะขอให้จีนรับซื้อข้าวหอมมะลิหรือข้าวหอมจากไทยแทนข้าวขาวมากขึ้นในโควตาค้างท่อดังกล่าว  ส่วนตลาดที่ 3 คือ ตลาดฟิลิปปินส์ ซึ่งหลังจากที่ฟิลิปปินส์ ได้ปรับจากระบบโควต้าเป็นระบบนำเข้าข้าวโดยภาคเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาผู้ค้าทั้ง2ประเทศยังไม่มีโอกาสพบปะกันอย่างจริงจังดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ช่วยเป็นตัวกลางในการจัดการพบปะระหว่างผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ผู้ส่งออกข้าวจากประเทศไทยในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเร็ว และตลาดที่ ตลาดญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ขอให้ญี่ปุ่นขยายโควต้าในการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยให้มากขึ้นเช่น


นอกจากนี้ยังมีการหารือกับในเรื่องมันสำปะหลัง โดยมี 2ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ สถานการณ์ของโรคใบด่างที่เป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้และจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตถ้ายังไม่สามารถสกัดโรคใบด่างได้ ในขณะนี้ระบาดแล้วประมาณ 9 จังหวัด ซึ่ง วอร์รูม จะรีบดำเนินการและสรุปการหาแนวทางกำหนดมาตรการในการป้องกันการระบาดออกสู่ภายนอกใน 9 จังหวัดนี้ และจะช่วยดำเนินการสนับสนุนในเรื่องต้นพันธุ์ในจังหวัดอื่นๆ ให้สามารถปลูกมันสำปะหลังเพื่อนำไปสู่การส่งออกและนำรายได้เข้าประเทศต่อไป ภายในสัปดาห์นี้จะได้คำตอบจากการหารือร่วมกันของภาคเอกชนกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตลาดที่ต้องเร่งรัดเป็นพิเศษคือ ตลาดจีน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศไทย โดยเฉพาะจีนตอนใต้ที่จะเอาไปทำอาหารสัตว์ ซึ่งในรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์นี้ วอร์รูม จะมีคำตอบตามมาว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด ในส่วนของการขยายตลาดจีนตอนใต้ซึ่งมีอยู่หลายมลฑล

และตลาดที่ 2 คือตลาดอินเดียซึ่งถือว่ามีศักยภาพและเป็นตลาดที่ไทยสามารถดำเนินการขยายตลาดได้ในอนาคตแม้ว่าจะพึ่งเริ่มต้น โดยเฉพาะแป้งมันที่นำไปใช้ในการทำอาหารและทำซอสปรุงรสของคนอินเดีย ส่วนตลาดที่ 3 เป็นตลาดใหม่สำหรับไทยและมีโอกาสที่จะเปิดตลาดและขยายตลาดได้ โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารสัตว์ที่ใช้มันสำปะหลังเป็นส่วนประกอบ เช่น ตลาดตุรกี ตลาดนิวซีแลนด์ แต่เนื่องจากว่าทั้ง 2 ตลาดนี้ยังเป็นตลาดที่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของการใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยที่จะนำไปทำอาหารสัตว์ ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวหลักในการนัดพบผู้นำเข้าจากตุรกีและนิวซีแลนด์ให้กับผู้ส่งออกอาหารสัตว์ของประเทศไทยต่อไป

...............................................................

26 สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน