*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3770
  • จำนวนผู้ชม : 2395350
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 331 , 17:48:50 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

ฝ่ายค้านไม่ขัดข้องซักฟอกลับปมถวายสัตย์ อ้อนขอเวลา3วันอ้างขุนพลเยอะ

        ตามพาดหัวข่าวข้างต้นดังกล่าว ท่านประธานชวน หลีกภัย ก็น่าจะสั่งประชุมลับเสียเลยครับ แล้วจะตะบี้ตะบันอภิปรายเป็นกี่วันกี่

เดือนหรือทั้งปีก็ว่ากันไปเลย ลับหูลับตาไปเสียให้พ้นๆก็แล้วกัน ช่างไม่คิดจะทำในทางที่สร้างสรรค์เสียบ้างเลย ... ผ่าเถอะ !!

 

 

"ข้าวเหนียว-น้ำ-นิวเคลียร์"

    
 

    "ข้าวเหนียว" นั่นแหละ....
    เห็นโหวกเหวกกันเหลือเกินว่า "ข้าวเหนียวแพง"
    รัฐมนตรีพาณิชย์ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ก็ปืนไว ส่งเจ้าหน้าสำรวจทันที ว่ามีใครเข้าไปสร้างกลไกบิดเบือนตลาดหรือเปล่า?
    ออกสำรวจหลายวันแล้ว แต่ดูเหมือนไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด
    เรื่องข้าวเหนียวแพง.....
    ในความเห็นผม รัฐบาลดูอยู่ห่างๆ น่าจะดีกว่า 
    ถ้าเข้าไปวุ่นวายมากนัก ความหวังดีภาครัฐนั่นแหละ จะกลายเป็นตัวบิดเบือนกลไกตลาดเสียเอง
    ให้คนปลูกข้าวเหนียวเขาได้ถูกรางวัลที่ ๑ บ้างเหอะ ร้อยวัน-พันปี จะมีซักครั้งที่ "ข้าวเหนียวแพง" 
    คนกินควรจะดีใจแทนชาวนามากกว่าตกใจ แล้วโวยวาย ทำไมข้าวเหนียวแพง?
    ถ้าภาครัฐจะสำรวจหาข้อมูลจริงๆ ไปตรวจสต๊อก ตรวจโรงสีทำไม 
    ไปที่ต้นน้ำเลย ถามจากปากชาวนาเลยว่า ขายได้เกวียนละเท่าไหร่?
    อย่างเขี้ยวงู สันป่าตอง ขายได้ตันละ หมื่นแปด-หมื่นเก้า ก็ต้องอนุโมทนาสาธุ 
    แสดงว่า ตลาดข้าวเหนียวเป็นไปตามหลักดีมานด์-ซัพพลาย ชาวนาได้ พ่อค้าก็ได้ ตามอัตราส่วน
    ที่ต้องดู ก็ตรง "ปลายน้ำ" คือ ราคาที่ขายตามตลาด ตามห้างนั่นแหละ ว่าราคามันเป็นไปตามสัดส่วนทางการค้ามั้ย?
    หลักมันมีอยู่ว่า ถ้าชาวนาขายได้ราคาคุ้มค่าแล้ว คนกิน ถึงจะกินแพงขึ้นบ้าง มันเป็นแพงที่ถึงกระเป๋าชาวนา ก็น่าจะเป็นแพงที่พอทำใจ
    จริงๆ แล้ว วี้ดว้ายกระตู้วู้กันเกินเหตุ พวกพิธีกรข่าวหน้าจอน่ะ ข้าวเหนียวแพง เคยถุงละ ๕ บาท เดี๋ยวนี้ ๒๐ บาท นิดเดียว อะไรนั่นน่ะ
    ปีหนึ่ง กินข้าวเหนียวกันถึงกิโลมั้ย ที่โวยวายกันน่ะ?    
    ก็แค่กินบางมื้อ-บางคราว มีแต่คนทางเหนือ-อีสาน ที่ข้าวเหนียวเป็นหลัก
    แต่ส่วนใหญ่เขาก็ปลูกข้าวเหนียวไว้กินเอง จะซื้อกิน ก็นอกบ้านเป็นมื้อเป็นคราว
    ซื้อข้าวเหนียว ๒๐-๓๐ บาท จะเป็น-จะตาย ว่าแพง
    เห็นเดินห้าง สตาร์บัคส์แก้วละ ๑๒๐ ชานมไข่มุกแก้วละ ๗๐-๘๐ ส้มตำครกละ ๒๐๐ ไม่เห็นมีใครบ่นว่าแพง?
    ก่อนจะพูดข้าวเหนียวถูกหรือแพง ผมอยากให้เอา "ชาวนา" ปลูกข้าวเหนียวเป็นตัวตั้ง
    ถ้าผลสรุป เป็นแพงที่ชาวนาได้ตามสัดส่วนจริง อย่าโวย นอกจากไม่โวยแล้ว 
    ต้องช่วยกันปรบมือ ให้กำลังใจคนปลูกข้าวเหนียวด้วย!
    ตาปี-สีตาชาติ คนทำไร่ข้าวเหนียว ไม่ได้ราคาเป็นเนื้อ-เป็นหนังเหมือนคนทำไร่ข้าวเจ้า-ข้าวหอมมะลิกับเขาเลย
    อย่างปีที่แล้ว.....
    แล้งก็แล้ง ราคาก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ชาวนาบางส่วนจำต้องหันไปปลูกข้าวหอมมะลิแทน ปลูกข้าวเหนียวแซมไว้พอเก็บไว้สีกินเอง
    แล้วยัง "แล้งชนแล้ง" ในปีนี้อีก ที่ปลูก...นอกจากได้ผลผลิตน้อย ยังปลูกน้อยเข้าไปอีก
    ผลก็อย่างที่เป็นขณะนี้ ตามหลักดีมานด์-ซัพพลายนั่นแหละ ความต้องการในตลาดสูง แต่ข้าวมีน้อย
    ในท้องตลาดมันก็เลยต้องแพงตาม!
    พ่อค้า-โรงสี ไม่มีใครเขากักตุนข้าวเหนียวหรอก ที่แย่งกันซื้อตบตีกันโครมคราม นั่นแสดงว่า 
    ข้าวเหนียว "มีไม่พอป้อน" ทั้งตลาดบริโภคภายในและตลาดส่งออก
    ที่ผมว่าไม่กักตุน เพราะข้าวเหนียวเก็บไว้เกิน ๕-๖ เดือน ราคาก็ตก หุงกินจะแข็ง กลืนแต่ละปั้นปานเคี้ยวกรวดแกลบให้แสบศอ
    ต่างกับข้าวเจ้าที่ "ข้าวเก่า" หุงแล้วจะอร่อยละมุนลิ้น
    ฉะนั้น ทนกินแพงเพื่อชาวนาอีกซักเดือน-สองเดือนเถอะ อย่าบ่นกันนักเลยนะ...ทูนหัว
    แล้ว "ข้าวใหม่" ก็จะได้ฤกษ์เก็บเกี่ยวออกตลาด พาณิชย์ก็คอยดูละกัน เมื่อราคาข้าวเปลือกลด ข้าวถุงก็ต้องให้ลดลงด้วยนะ
    ไม่ใช่ข้าวเปลือกเหนียวตันละหมื่นแปด-หมื่นเก้า พอข้าวใหม่ออกตลาด สมมุติเหลือ ๑๕,๐๐๐-๑๘,๐๐๐ แต่ข้าวถุงยังโลละ ๔๕-๕๐ ก็ต้องเบิ๊ดกะโหลกกันหน่อย
    แต่ถึงข้าวเหนียวต้นฤดูออกมา ก็จะไม่ถูกลงมากนัก เพราะแล้งทำให้ได้ข้าวน้อยแล้ว ยังปลูกกันน้อยด้วย
    "ส่งออก" แทบไม่ต้องพูดถึง.........
    เอาแค่ให้พอบริโภคภายใน แฟนๆ ข้าวเหนียวส้มตำ หมูปิ้ง ไม่โวยวายถึงขั้นไปโดดโขง โดดแม่ปิงประท้วง ก็ดีถมไปแล้ว
    ที่พาณิชย์ควรทำ ก็คือ 
    ๑.ตรวจตราอย่าให้มีการลักลอบนำข้าวเหนียวจากนอกประเทศเข้ามาตีขลุมเป็นข้าวเหนียวไทยได้เป็นอันขาด
    อย่าให้เหมือนยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่จำนำทุกเมล็ดตันละหมื่นห้า
    ข้าวเขมรเข้ามาทุกทิศ เช่น ทางสระแก้ว-ปราจีนบุรี เป็นคาราวาน คนแถวๆ ด่านประตูน้ำพระอินทร์ รับคืนละหลายแสน 
    รุ่งเช้า "มือทำ" เข้าแบงก์ โอนแจกจ่ายเข้าบัญชีนาย ไล่กันไปตามฐานานุรูป
    ยุคนายกฯ "คุมตำรวจ" ยังจะสงวนพันธุ์ไว้ หรือบริหาร-จัดการกันไปแล้วยังไงก็ไม่ทราบ 
    แต่ถ้าข้าวแพง อย่าให้ "ข้าวสวมรอย" ถูกปล่อยไหลผ่านเข้ามาจากแก๊ง "สวมรวย" เหมือนเดิมก็แล้วกัน
    ประเด็นที่ ๒.พาณิชย์ต้องควบคุมพฤติกรรม "เห็นรวยแล้วตามแห่" ให้ดี
    อย่างปีนี้ ข้าวเปลือกตันละร่วม ๒ หมื่น ก็อาจมีการเฮละโล เลิกข้าวเจ้า หันมาปลูกข้าวเหนียวกันยกใหญ่
    ถ้าแบบนี้...ไอ้หวังตายแน่!
    นี่เป็นเรื่องต้อง "ตัดไฟแต่ต้นลม" การกำหนดพื้นที่ การควบคุมปริมาณ การจัดอัตราส่วนปลูกข้าวเหนียว-ข้าวเจ้า ผมไม่บังอาจสอนสังฆราช
    แต่บางเรื่อง ไอ้เณรรู้ดี!
    แต่ไม่รู้นะ ผมสังหรณ์ลึกๆ ปีหน้า ข้าวจะราคาไปโลด ในขณะที่ประเทศปลูกข้าวพบปัญหา 
    แต่ไทยจะเหนือปาฏิหาริย์ เรียกว่าผลผลิตของไทยจะอะร้าอร่ามมาก
    ก็อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า "อีสานไม่แล้งน้ำ"
    แต่คนมีหน้าที่ "แล้งปัญญา" กักเก็บน้ำที่ไหลมาท่วมแผ่นดินอีสานทุกปี
    นายกฯ ลงไปดูพื้นที่อีสานบ่อย เห็นแจกทุกจังหวัดอีสาน เพื่อแก้ปัญหาแล้ง 
    เฉพาะที่ "บุรีรัมย์-สุรินทร์" จังหวัดละตั้ง ๕๐๐ ล้าน
    ตอนนี้ จากน้ำแล้ง...เป็นน้ำล้น 
    โจทย์เป็นว่า จะปล่อยให้น้ำหายไปต่อหน้า-ต่อตา แล้วพรุ่งนี้ ก็พากันร้องใหม่ อีสานแล้ง..อีสานแล้ง อย่างนั้นหรือ?
    ระบบรัฐ แก้แล้งอีสานมาเป็นร้อยปี ไม่มีอะไรดีขึ้น
    ลองให้ชุมชนแต่ละท้องถิ่น ซึ่งอยู่กับปัญหาของเขา เสนอแผนประกบแผนจังหวัดมาพิจารณาบ้างไม่ดีหรือ?
    อาจจะแก้ถูกจุดก็ได้นะ....
    ภาครัฐไปคิดแทน-ทำแทนชาวบ้านมานาน ลองให้ชาวบ้าน "คิดเอง-ทำเอง" ภาครัฐคอยสนับสนุนดูบ้าง 
    "ผิด-ถูก" จะสอนให้เขาสำนึกด้านรับผิดชอบ ซึ่งมันคุ้มในทางเข้มแข็ง-ยั่งยืน โดยสังคมท้องถิ่นจะภูมิใจและมั่นใจในตัวเอง
    "หนอง-คลอง-บึง" ในอีสานมีแทบทุกจังหวัด ขั้นแรก จ้าง-กระตุ้นเศรษฐกิจ ระดมลอก, ขุด ให้ลึกทุกแห่ง
    นอกจากเป็นแก้มลิง "กักเก็บน้ำ" แล้ว ยังจะเป็นแหล่งอาหารได้อีกทาง โดยเฉพาะปลา
    ใครมีนา ๒๐ ไร่ขึ้นไป ถามเขาเอาไหม ส่งทหารพัฒนาไปขุดบ่อ-ขุดสระกักเก็บน้ำ จัดระบบ "เกษตรพอเพียง" ให้เลย
    เนี่ย...
    แค่แต่ละแหล่งนา มีบ่อกักเก็บน้ำรูปแบบเกษตรพอเพียงตามแนวในหลวง รัชกาลที่ ๙ แห่งละบ่อ-สองบ่อ
    จากอีสานแล้งน้ำ จะกลายเป็น "อีสานแหล่งน้ำ" ทันที!
    คิดจากโครงการเล็กๆ อุ้มชาวบ้านให้รอดก่อน 
    พอเห็นผลเป็นตัวอย่างแล้ว การทำโครงการใหญ่ ก็ไม่ยากที่ชาวบ้านจะเข้าใจและสนับสนุน
    อีสานมีน้ำ ไม่ต่างสหรัฐมีนิวเคลียร์
    ใครจะกล้าข่ม?.

 

สบช่องประชุมลับปมถวายสัตย์'วิษณุ'อ้างเคยมีคนเสนอเหตุกังวลจะก้าวล่วง

    
 

30ส.ค.62- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญสามารถขอเปิดเป็นการอภิปรายลับได้หรือไม่หากเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง ว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา ได้มีการเปิดช่องไว้ว่าในการขอเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 สามารถขอเปิดประชุมลับได้ และเคยมีผู้เสนอว่าหากกังวลว่าจะมีการก้าวล่วงในช่วงใดช่วงหนึ่งของการอภิปราย ทางคณะรัฐมนตรีหรือทางสภาฯ สามารถขอเสนอให้มีการประชุมลับได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องการร้องขอให้ประชุมลับ มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 โดยระบุว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมวุฒิสภา และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ย่อมเป็นการเปิดเผยตามลักษณะที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมแต่ละสภาแต่ถ้าคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกของแต่ละสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภารวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา หรือจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา แล้วแต่กรณีร้องขอให้ประชุมลับก็ให้ประชุมลับ

ทั้งนี้ คณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล จะมีการประชุมในวันจันทร์ที่ 2 ก.ย. เกี่ยวกับกรณีที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายทั่วไปในประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องจับตาดูว่า จะมีการหยิบยกเรื่องการร้องขอให้ประชุมลับขึ้นมาหรือไม่ เพราะในอดีตมีหลายครั้งที่ร้องขอให้เป็นการประชุมลับในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง

โฆษกรัฐบาลวอนอย่ากดดัน'บิ๊กตู่'จะพิจารณาเองเข้าสภาฯตอบปมถวายสัตย์หรือไม่

    
 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความชัดเจนตามที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมจะไปตอบในสภาเองหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ตอบ ท่านบอกว่าขอพิจาณาเอง อย่าเพิ่งไปกดดันท่านเลย ใจเย็นๆ ทั้งนี้​ ในเรื่องของวันที่จะไปชี้แจงก็ยังไม่ได้มีการพูดถึง เพราะตามที่ตนได้หารือกับนายกฯ จะไม่มีเรื่องการเมืองเลย มีแต่เรื่องงาน เมื่อวันที่​ 29 ส.ค. นายกฯ ก็สั่งให้หาข้อมูลคนยากจน อีกทั้งตนไม่ทราบเช่นเดียวกันว่านายกฯ ได้เห็นมติของฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ และตนไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่าญัตติส่งถึงรัฐบาลแล้วหรือไม่ ถ้ามีข้อมูลแล้ว จะแจ้งให้ทราบ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้รับอะไร ซึ่งตนตอบไม่ได้ว่ามีแนวโน้มที่นายกฯ จะไปตอบเองหรือไม่ ให้ท่านพิจารณาเอง 

'ปิยบุตร'เตรียมยื่น'ศาลรธน.'ยกเลิกคำสั่งให้ 'ธนาธร'หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.

    
 

30 ส.ค.62 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเรื่องความคืบหน้าคดีรัฐธรรมนูญ กรณีหุ้นวิลัค-มีเดีย ว่า  เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2562 ระบุว่า กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบ มาตรา 98 (3) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 10/2562) ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การ วินิจฉัย และนัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยต่อในคราวประชุมถัดไป นั้น 

โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2562 กกต. ยื่นคำร้อง (จำนวน 4 หน้า) ต่อศาล, วันที่ 23 พ.ค. 2562 ศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา และมีคำสั่งให้นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราว, วันที่ 8 ก.ค. 2562 นายธนาธรยื่นเอกสารดังต่อไปนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จำนวน 70 หน้า เอกสารหลักฐานประกอบแนบท้าย จำนวน 50 รายการ


และวันที่ 2 ส.ค. 2562 นายธนาธร ได้รับ “หนังสือแจ้งคู่กรณี ลงวันที่ 2 ส.ค.  2562” จากศาล โดยศาลส่ง “คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และคำคัดค้านคำขอให้ยกเลิกคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติ หน้าที่” ของ กกต. มาให้ทราบ ซึ่งมีเนื้อหาเพียง 4 หน้า ครึ่งเท่านั้น และโต้แย้งนายธนาธรเพียง 2 ประเด็น ซึ่งเป็น ปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในส่วนของข้อเท็จจริงอันมีพยานเอกสารที่อยู่ในครอบครองของบุคคลภายนอก ที่ กกต. อ้างในคำร้องขอขยายระยะเวลานั้น ปรากฏว่า กกต. ไม่ได้โต้แย้งใดๆ ในปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญเหล่านี้เลย
วันที่ 13 ส.ค. 2562 สำนักข่าวอิศรารายงานว่า “27 ส.ค.ศาล รธน.นัดวาง กรอบไต่สวนคดีหุ้น “ธนาธร” อ้างทนายโนตารีเป็น พยาน”  มีข้อสังเกตว่า สำนักข่าวอิศราสามารถเข้าไปล่วงรู้ตารางนัดภายในขององค์คณะตุลาการคดีนี้ได้อย่างไร เมื่อเราสอบถามไปที่ศาล ศาลก็ไม่สามารถอธิบายได้ 
กระบวนการถัดจากนี้ โดยทั่วไป ศาลต้องนัดคู่ความตรวจพยานหลักฐาน ซึ่งต้องกำหนดนัด ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน (มาตรา 61) และกำหนดวันไต่สวนคราวเดียวกัน (มาตรา 59 วรรคสอง) ซึ่งปกติ จะนัดล่วงหน้าประมาณ 30 วันก่อนวันไต่สวนจริง (เทียบคดีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย) 
จึงน่าสนใจว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะอภิปรายเรื่องวางกรอบการไต่สวน ตามกระบวนการที่เพิ่งดำเนินไป เหตุใดจึงต้อง “อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย” ถึงสองนัดประชุมหรือนี่คือการประชุมวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีกันแน่ ?
ข้อพิพาทคดีนี้ สาระสำคัญไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย แต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงที่ผู้ถูกร้อง (นายธนาธร) ได้อ้างในคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่นายธนาธรยกขึ้นต่อสู้โต้แย้งคำร้องนั้น ผู้ร้องไม่โต้แย้งนายธนาธรแต่อย่างใด 

ในเมื่อผู้ถูกร้องอ้างข้อเท็จจริงและนำสืบความน่าเชื่อถือของข้อเท็จจริง ศาลจะไม่ทำการไต่สวนได้อย่างไร อย่างน้อย ก็พึงไต่สวน กกต. ให้สิ้นกระแสความว่า ข้อเท็จจริงที่นายธนาธรอ้างไม่ถูกต้องอย่างไร ตามหลักการรับฟังความทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ อันเป็นหลักการสำคัญในระบบวิธีพิจารณาคดีในนิติรัฐและเป็นหัวใจของวิธีพิจารณาคดีของศาล เมื่อเทียบกับคดีนายดอน ที่มีการไต่สวนคดี ทั้งที่มีการอ้างข้อเท็จจริงน้อยมาก อีกทั้งเป็นข้อเท็จจริงที่นายดอนทำขึ้นเองฝ่ายเดียวทั้งสิ้น
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ในคดีของนายดอนนั้น ศาลไม่ได้สั่งให้นายดอนยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็น การชั่วคราวและศาลสั่งให้มีการนัดตรวจพยานและนัดไต่สวนต่อไป หากพิจารณาเปรียบเทียบกับคดีนายดอน แล้ว ก็ควรคาดหวังได้ว่า คดีของนายธนาธรก็คงได้รับการปฏิบัติเสมือนกัน  

นายธนาธรได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และขอให้ศาลกำหนดวันไต่สวนไปตั้งแต่วันที่ 8 และ 15 ก.ค. 2562 แล้ว แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ นายธนาธรจึงจำเป็นต้องทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลอีกครั้ง เพื่อให้ศาลพิจารณายกเลิกคำสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสั่งให้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันไต่สวนต่อไป

 

ฝ่ายค้านไม่ขัดข้องซักฟอกลับปมถวายสัตย์ อ้อนขอเวลา3วันอ้างขุนพลเยอะ

    
 

 เมื่อถามถึงการเตรียมตัวอภิปรายฝ่ายค้านได้วางตัวบุคคลไว้อย่างไรบ้าง นายสุทิน ตอบว่าฝ่ายค้านเตรียมตัวมานานแล้วโดยจำแนกเนื้อหาสาระ ข้อคำถาม และข้อเสนอแนะออกเป็นด้านๆ ส่วนตัวผู้อภิปรายได้วางตัวคร่าวๆไว้แล้ว อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พล.ต.อ.เสรี พิศุทธ์ เตมียเวส และตน พร้อมด้วยผู้มีประสบการณ์ของพรรคอีกจำนวนหนึ่ง เหลือเพียงการกำหนดกรอบเวลาที่ประธานสภาฯจะแจ้งให้ทราบชัดเจนเมื่อไหร่จะเดินหน้าได้ทันที

“กรอบเวลาอภิปรายอย่างน้อยควรมี 2 วันเนื่องจากขอบข่ายเนื้อหาคำถามและข้อเสนอแนะที่ฝ่ายค้านเตรียมไว้ไม่ได้มีเฉพาะที่ปรากฏอยู่ในญัตติเท่านั้น ยังมีเนื้อหาสาระอีกจำนวนมากโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลจะให้เวลาเพียงแค่ 1 วันเชื่อว่าไม่เพียงพอ และส่วนตัวอย่างฝากถึงรัฐบาลว่า จะ 2 หรือ 3 วัน ก็ให้เวลามาเถอะจะไปกลัวอะไรทุกฝ่ายมีปากมีสมองเหมือนกันในการใช้เวทีสภาฯแก้ปัญหาให้กับประเทศ ทั้งนี้ผู้จะอภิปรายในญัตตินี้จะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในสภาฯ ส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้มีบทบาทในการอภิปรายนโยบายกับญัตติอภิปรายโดยไม่ลงคะแนนครั้งนี้ จะจัดสรรเวลาให้ไปอภิปรายในการพิจารณางบประมาณอย่างเต็มที่”นายสุทินกล่าว

 

อัยการยันคดีเกาะเต่าผลนิติวิทยาศาสตร์มีมาตรฐานนานาประเทศยอมรับ

    
 

30ส.ค.62- นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตจำเลยคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่า ว่า คดีเกาะเต่าปิดสมบูรณ์ แล้วแต่ยังมีคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญเกิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม อัยการจะทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทุกฝ่ายสรุปสำนวนสั่งคดีที่มาจากพนักงานสอบสวนไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง คดีเกาะเต่าแม้ไม่มีประจักษ์พยาน มีแต่พยานนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งผ่านการกลั่นกรองจากคณะเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยตรวจคานกัน

"อัยการได้บอกกับบอกกับแม่จำเลยในวันที่มาร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุดว่า ผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มีมาตรฐาน หากผลเป็นอย่างไรอัยการต้องเชื่อ จนศาลฎีกาพิพากษามาผลเป็นดังที่ทราบ อัยการมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ นอกจากการฟ้องคดีอาญา คดีที่กระทำกับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐได้เร่งดำเนินคดีและมีกระบวนการยุติธรรมที่พิสูจน์ความจริงที่มีมาตรฐาน ทำให้นานาอารยประเทศยอมรับและมั่นใจในประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมไทย การท่องเที่ยวของไทย"นายโกศสวัฒน์ กล่าว
ด้านนายวีระศักดิ์ โชติวานิช ทนายความของจำเลยชาวเมียนมาร์ในคดีเกาะเต่า เปิดเผยว่า ในส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมาร์ เมื่อคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเช่นนี้ ก็ต้องยอมรับในกระบวนการยุติธรรมของแต่ละประเทศ แต่หากการเมืองภายในของเมียนมาร์จะมีใครหยิยยกมาขยายผลหรือไม่ก็ตามดู ตนมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมาร์ยังดีอยู่ เมื่อคำพิพากษามาถึงชั้นที่สุด ทางแก้เท่าที่ทำได้ คือแก้โดยช่องทางตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งเป็นเรื่องพระราชอำนาจ ในส่วนของการรับฟังพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของศาล ตนจะไปศึกษาคำพิพากษาศาลฎีกาและหาทางปรับแก้ไขสำหรับคดีต่อๆ ไป

 

ปปช.เผย'ครูอ้อม'ได้รับความเป็นธรรมเบื้องต้นแล้ว เตรียมสาวปมอาหารกลางวันนักเรียน

    
 

“ตามกฎหมาย ป.ป.ช.มีมาตรการในการคุ้มครองพยาน ทั้งในส่วนของเหยื่อที่ถูกคุกคาม ซึ่ง ป.ป.ช.ก็สามารถประสานหน่วยงานที่ดูแลเขาได้ส่วนหนึ่ง ส่วนพยานที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำความผิด ที่อาจจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้บังคับบัญชา มีข้อจำกัดหรือมีเงื่อนไขในการทำความผิด ซึ่งทั้ง 2 ส่วน ป.ป.ช.สามารถคุ้มครองพยานได้ โดยจะได้รับความคุ้มครองทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย”พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว

ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า  อย่างไรก็ตามในอนาคตหากมีปัญหาลักษณะดังกล่าวและมีการแจ้งเบาะแสต่อ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ช.มีข้อมูล ก็มีความพร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบ เพราะขณะนี้ ป.ป.ช.มีเจ้าหน้าที่อยู่ในทุกจังหวัดจะทำให้เข้าพื้นที่ได้เร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลายๆเรื่องหากประชาชนให้ความสนใจผู้ที่อยากกระทำความผิดหรือเคยทำความผิดก็จะถอยตัวออกไป.

 

'หมอวรงค์'ชี้ดรามาอาหารกลางวันนร.ที่ชัยนาท สะท้อนความล้มเหลวของระบบการศึกษา

    
 

30 ส.ค.62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ดรามาอาหารกลางวันนักเรียน

ผมเห็นดรามาเรื่องอาหารกลางวันในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ชัยนาท ยิ่งเป็นการสะท้อนความล้มเหลวของระบบการศึกษาชาติ เพราะเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ยังเกิดปัญหา ถ้ามองไปถึงคุณภาพการศึกษา ที่จะทำให้เด็กไทยคิด วิเคราะห์ได้ มีระเบียบวินัย ก้าวทันเทคโนโลยี รวมทั้งสื่อสารได้สองภาษา ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

มีทางเดียวที่จะแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้คือ การกระจายอำนาจมาที่โรงเรียนให้ชุมชน และผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล เพื่อปรับพื้นฐานของเด็กไทยให้ใกล้เคียงกัน ลดช่องว่างทางโอกาสระหว่างลูกคนจนกับเด็กในเมือง และให้ส่วนราชการที่เหนือขึ้นไปทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประเมินผลตามเป้าหมายที่กำหนด

สิ่งเหล่านี้ท้าทายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษามากครับ ดีกว่าตามแก้เรื่องเล็กๆไปวันๆ สุดท้ายการศึกษาชาติ เพื่อพัฒนาคนต้องเริ่มที่ต้นน้ำให้ถูก และนำไปสู่การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ยั่งยืนในที่สุด

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • ..............................................................................

 

 
หน้าแรก / ตลาดเงิน - ตลาดทุน “อุตตม” ฉุน ถูกถามคดีกรุงไทย

“อุตตม” ฉุน ถูกถามคดีกรุงไทย

30 Aug 2019
 

อุตตม หน้าตึง ไม่ตอบคดีกรุงไทย บอกไม่ก้าวล่วงศาล

               จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษา คดีที่อัยการสูงสุด(อสส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยที่1 คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้สินเชื่อแก่เครือกฤษดามหานครโดยทุจริต วงเงินกว่า 9 พันล้านบาท ปัจจุบันศาลฎีกาฯออกหมายจับนายทักษิณแล้ว

               ล่าสุดวันนี้นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฎิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ โดยกล่าวหลังถูกสอบถามว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถให้ความเห็นได้ เป็นเรื่องการพิจารณาของศาล จะไม่เข้าไปก้าวล่วง

ไม่เกี่ยวกับผมเลย ผมไม่ทราบด้วย ไม่คอมเมนต์ด้วย เรื่องของศาลท่านจะไปคอมเมนต์ได้อย่างไร ไม่มีความเห็น เรื่องของศาล ผมไม่มีความเห็นไม่ก้าวล่วงเด็ดขาด ต้องเข้าใจกันนิดนึง เรื่องของศาลเราไม่ไปคอมเมนต์ อย่าไปคอมเมนต์เลย เรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหลายไม่คอมเมนต์ เข้าใจว่าต้องถามแต่ผมไม่มีคอมเมนต์นายอุตตม กล่าว


หน้าแรก / ตลาดเงิน - ตลาดทุน / คลัง พร้อม สางหนี้ให้คนจน

คลัง พร้อม สางหนี้ให้คนจน

30 Aug 2019

อุตตม สั่งเก็บข้อมูล Big Data หวังใช้เป็นฐานลดหนี้คนจน พร้อมใส่เงินลงบัตรถูกจุดมากขึ้น แม้ยังไม่สรุปลงทะเบียนรอบใหม่ให้เป็นรายบุคคล-ครัวเรือน

               นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงการคลังศึกษาการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบการจัดสวัสดิการให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อรองรับการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในรอบหน้า ซึ่งจะเริ่มภายในสิ้นปีนี้ พร้อมทั้งยังให้มีการตั้งคณะทำงานในการรวบรวมข้อมูล Big Data เกี่ยวกับผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อใช้เทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ข้อมูล ว่าใครจนจริงไม่จริง และให้สามารถจัดชุดสวัสดิการที่ตรงจุดเฉพาะเจาะจงมากขึ้น


สำหรับข้อมูลที่จัดเก็บ จะประกอบด้วย ประวัติการใช้จ่ายผ่านระบบอีเพย์เม้นว่าส่วนใหญ่มีการใช้ซื้อสินค้าประเภทใด และในพื้นที่ใดเป็นพิเศษ เพื่อจัดสรรเงินช่วยเหลือลงไปได้อย่างตรงจุด รวมถึงการรักษาพยาบาล เนื่องจากกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้เงินในการรักษาพยาบาล 12,960 ล้านบาทต่อเดือน ว่าบุคคลใดมีความจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินดังกล่าวจริง รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งในและนอกระบบ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือลดหนี้ดังกล่าว พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการเงิน และการสำรวจการพัฒนาอาชีพ ก็จะมีมาตรการเสริมสร้างโอกาสในการทำงานด้วย

               ทั้งนี้รูปแบบการให้สวัสดิการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นั้น นายอุตตม ยืนยันว่า จะมีความแตกต่างกันตามความต้องการ หรือ เติมความขาดแคลนของแต่ละบุคคล ซึ่งยังไม่ได้สรุปชัดเจนว่าจะมีสวัสดิการรูปแบบใด และใช้ประมาณเท่าใด และยังไมได้มีการสรุปว่าจะให้สวัสดิการเป็นรายบุคคล หรือแบบครัวเรือน


 

               ขณะที่การพัฒนาวิชาชีพ และยกระดับทักษะการทำงาน ล่าสุดที่มีการสำรวจแรงงานในอายุ 21 – 50 ปี ซึ่งอยู่ในวัยแรงงานมีการศึกษาระดับสูงกว่า ปวช. ปวส. และปริญญาตรี หรือสูงกว่าประมาณ 750,000 คน และระดับต่ำกว่า ปวช.ลงมาอีก 6 ล้านบาท เพื่อเก็บข้อมูลก่อนนำไปพัฒนาอาชีพให้ตรงตามความต้องการของตลาด ขณะเดียวกันระบบการจัดทำข้อมูลก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนให้กับร้านค้าที่ร่วมโครงการ เช่น หากมีสินค้าไหนเป็นที่นิยมมาก และอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็จะใช้โชว์ห่วยรวมกลุ่มกันซื้อเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกลง

 

 

 

............................................................

สิงหาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน