*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3770
  • จำนวนผู้ชม : 2395343
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 274 , 13:57:25 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ข้อกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญเป็นตัวขัดขวางเศรษฐกิจอย่างไรยังไม่ปรากฏชัดเจน จึงสงสัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะมีเจตนาอย่างอื่น

มากกว่า ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ใช่เป็นการกล่าวอย่างไร้เหตุผล แต่ร่องรอยมันปรากฏตลอดมา ซึ่งก็มาจากพรรคการเมืองใหม่ที่กำลังเรียก

คะแนนนิยมจากคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำนั่นเอง เนื่องจากวัยรุ่นจะรักจะชอบในแนวดารา มิใช่การเมืองที่แท้จริงเป็นอะไรก็ยัง

ไม่รู้ด้วยซ้ำไป

Kovit's own. 

 

โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง

    
 

              เสาร์นี้ไม่รู้จะคุยอะไร!

 

                การบ้าน-การเมืองก็วนๆ อยู่กับเรื่องฝ่ายค้านขู่นายกฯ วันที่ ๑๘ กันยาต้องมานั่งฟังอภิปรายเรื่องถวายสัตย์ฯ ให้ได้นะ

                อย่าหนี!

                เว้นแต่เปลี่ยนชื่อจาก "ตู่" เป็น "ปู"

                แบบนี้ ฝ่ายค้านอนุญาตให้หนีไป ว.๕ ชั้น ๗ ได้!

                นอกจากเรื่องถวายสัตย์ฯ ก็เรื่องน้ำท่วมอีสานของคนการเมืองน้ำเน่า

                ทหาร หน่วยอาสา ข้าราชการ เขาลุยน้ำ ลอยคอ ไปช่วยชาวบ้านกันหามรุ่ง-หามค่ำ

                แต่ไอ้ตี๋หัวตั้ง ดอดลงไปจัดฉากเซลฟีเอาภาพมาลงโซเชียล แล้วบรรดาสมุนก็เป่าตูดกันยกใหญ่ ว่าลงไปช่วยชาวบ้าน!

                แล้วยังมีเรื่องอะไรอีก...อ้อ!

                เรื่องพรรคเล็กอดได้เก้าอี้ประธานกรรมาธิการ ประกาศแยกวงจากรัฐบาลไปสันถวะฝ่ายค้าน

                รัฐบาลหายไปอีก ๑ เสียง เดี๋ยวฝ่ายค้านก็คงนับมือ-นับตีนมาเถียง ว่าเสียงฝ่ายข้ามากกว่าฝ่ายเอ็งแล้วนะ

                ฉะนั้น เอ็งลง ให้ข้าขึ้น!

                ก็สนุกดี ประชาธิปไตยเลือกตั้ง ยิ่งเลือก ยิ่งได้เปลือกแทนเนื้อ

                "คนเลือก" คือชาวบ้านและบ้านเมืองเสียประโยชน์

                "คนได้รับเลือก" คือ ส.ส.และบรรดาสมุนเปรมประโยชน์

                นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า.......

                ทุกขโต ทุกขถานัง ก็เลือกเอง (ไม่รู้จักจำ) ทุกข์เอง แล้วจะโทษใครเขาล่ะ?

                แต่เรื่องนี้...น่าสนใจกว่า

                เมื่อวาน (๖ ก.ย.๖๒) ที่อาคารศาลฎีกา มีคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ออกมาแล้ว

                ก็คดีที่อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ "นายบุญทรง-นายภูมิ" กับพวกรวม ๒๘ คน เป็นจำเลย และอยู่ในคุกนั่นแหละ

                ศาลอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ตั้งแต่เที่ยง ไปเสร็จเอาทุ่มกว่า

                คือ คดีนี้.......

                ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตัดสินไปเมื่อ ๒๕ ส.ค.๖๐

                ให้จำคุกนายบุญทรงและจำเลยร่วม รวม ๑๕ ราย คนละ ๔-๔๘ ปี และยกฟ้องกลุ่มเอกชน ๘ ราย

                อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์.........

                ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนและให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว

                จำเลยก็ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ตามกฎหมายใหม่ด้วยเช่นกัน

                มีพิพากษาชั้นอุทธรณ์ เมื่อวาน สรุปเป็นดังนี้

                พิพากษาแก้.......

                จำคุกนายบุญทรง "จำเลยที่ ๒" เพิ่มอีกกระทงหนึ่ง เป็นเวลา ๖ ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากเดิม ๔๒ ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น ๔๘ ปี

                ให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี.......

                "นายปกรณ์ ลีศิริกุล" กรรมการบริษัท จำเลยที่ ๒๖ และ "นางประพิศ มานะธัญญา" กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ ๒๘ คนละ ๔ ปี

                ปรับคนละ ๒๕,๐๐๐ บาท

                ปรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นโรงสีอีก ๔ ราย คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ ๒๒

                บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดย "นายทวี อาจสมรรถ" กรรมการ จำเลยที่ ๒๔ บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ ๒๕

                และบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ ๒๗ อีกรายละ ๒๕,๐๐๐ บาท

                โดยที่การกระทำของ "นายทวี อาจสมรรถ" หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๒๓ เป็นความผิดหลายกรรม

                ให้ลงโทษ ๒ กระทง รวมจำคุกจำเลยที่ ๒๓ จำนวน ๘ ปี และปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท

                โดยที่พฤติการณ์ของกลุ่มโรงสี จำเลยที่ ๒๓, ๒๖, ๒๘ นั้น เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ ๓ ปี

                นอกจากนี้ ยังให้กลุ่มโรงสีจำเลยที่ ๒๒-๒๓ ชดใช้เงิน ๒๗ ล้านบาท ให้กับกระทรวงการคลัง

                จำเลยที่ ๒๕-๒๖ ร่วมกันชำระเงิน ๑๕ ล้านบาท

                 และจำเลยที่ ๒๗-๒๘ ให้ร่วมกันชดใช้เงิน ๕๕ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ได้มีการกำหนดในคำพิพากษานี้ ตามที่อัยการสูงสุด โจทก์ ยื่นอุทธรณ์

                นอกจากที่แก้.........

                ให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา

                ครับ คดีนี้ ก็ "ถึงที่สุดแล้ว"!

                โดยเริ่มจากที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อ ๑๕ มี.ค.๕๘ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

                ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาไป เมื่อ ๒๕ ส.ค.๖๐ จำคุก "นายภูมิ สาระผล" อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ ๑ รวม ๒ กระทง ๓๖ ปี

                ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) มาตรา ๑๒ ซึ่งเป็นบทหนัก

                จำคุก "นายบุญทรง เตริยาภิรมย์" อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ ๒ รวม ๓ กระทง ๔๒ ปี

                ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา (ฮั้วประมูล) มาตรา ๑๒ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๑

                ส่วนจำเลยที่ ๑๙, ๒๒, ๒๓, ๒๔, ๒๕, ๒๖, ๒๗, ๒๘ ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

                แต่ในชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คือเมื่อวาน.....

                พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกคนละ ๔ ปี รอลงอาญา ๓ ปี

                ในคดีนี้ จำเลยทั้งหมดมี ๒๘ คน

                นอกจากที่ชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษาแก้เมื่อวานแล้ว รายอื่นๆ ที่เหลือ เป็นไปตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองพิพากษาไว้แล้ว เมื่อ ๒๕ สิงหา ๖๐

                ก็วันที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ทูนหัวทูนเกล้าของพรรคเพื่อไทย โทร.หลอกบุญทรง

                "พี่รอหนูแป๊บนะ กำลังมา"

                แล้วถลกตูดแน่บ ออกช่องทางธรรมชาติ ทิ้งบุญทรงติดคุกถึงวันนี้นั่นแหละ!

                อ่านข่าวพบแต่คำว่า จำเลยที่เท่านั้น-เท่านี้ อาจอยากทราบกันว่า แล้วใคร-เป็นใครกันบ้าง?

                อย่างนั้นก็ เอาเป็นโพยนี่ไว้ตรวจหวยเลยละกัน

                -นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ ๑ (คุก  ๓๖ ปี)

                -นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว ที่ ๒  (คุก ๔๒ ปี)

                -พ.ต.นพ.ดร.วีระวุฒิ หรือหมอโด่ง วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ที่ ๓ (คุก ๕๐ ปี-หนี)

                -นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่ ๔ (คุก ๔๐ ปี)

                -นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่ ๕ (คุก ๓๒ ปี)

                -นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ อดีต ผอ.สำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ที่ ๖ (คุก ๒๔ ปี)

                -นายสมคิด เอื้อนสุภา ที่ ๗

                -นายรัฐนิธ โสจิระกุล ที่ ๘

                -นายลิตร พอใจ ที่ ๙

                -บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ที่ ๑๐

                -น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ที่ ๑๑

                -น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์ ที่ ๑๒

                -น.ส.สุทธิดา หรือสุธิดา ผลดี หรือจันทะเอ ที่ ๑๓                              

                -นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร ที่ ๑๔ (คุก ๔๘ ปี)

                -นายนิมล หรือโจ รักดี คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง ที่ ๑๕ (คุก ๓๒ ปี)

                -นายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทเสี่ยเปี๋ยง ที่ ๑๖ (คุก ๓๒ ปี)

                -นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร ญาติเสี่ยเปี๋ยง ที่ ๑๗

                -นายกฤษณะ สุระมนต์ ที่ ๑๘

                -นายสมยศ คุณจักร ที่ ๑๙

                -บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือบริษัท สิราลัย จำกัด ที่ ๒๐

                -น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร ลูกสาวเสี่ยเปี๋ยง ที่ ๒๑

                -ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร ที่ ๒๒

                -นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ ๒๓    

                -บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ จำเลยที่ ๒๔ 

                -บริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด ที่ ๒๕

                -นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท ที่ ๒๖

                -บริษัท เจียเม้ง จำกัด ที่ ๒๗ และ

                -นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท ที่ ๒๘

                สำหรับ "บจก.สยามอินดิก้า" จำเลยที่ ๑๐ ให้ปรับรวม ๔ กระทงเป็นเงิน ๑ ล้านบาท

                และให้ บจก.สยามอินดิก้า, เสี่ยเปี๋ยง และนายนิมล ร่วมกันชดใช้กระทรวงการคลัง ๑๖,๙๑๒,๑๒๘,๒๗๓.๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ นับแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ   นอกนั้น ยกฟ้อง

                แต่ อ้อ....เกือบลืม.........

                ยิ่งลักษณ์ที่หนีไป เมื่อ ๒๗ กันยา ๖๐ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาลับหลัง

                ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว

                จำคุก "นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกฯ ๕ ปี

                มติเป็นเอกฉันท์ "ไม่รอลงอาญา".

กรมอุตุฯเผยฝนกระจายลดลงแล้ว

    
 

8 ก.ย.2562 – กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศวันที่ 8 ก.ย.ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า  ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีการกระจายของฝนลดลง โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

โดยพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์  พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก และกำแพงเพชร  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

คนไทยไม่เชื่อว่าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น ชี้ทุกอย่างอยู่ที่ฝีมือรัฐบาล

    


8 ก.ย. 2562 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้น?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 – 6 กันยายน 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,260 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน และความเชื่อของประชาชนหากแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือไม่ 

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.67 ระบุว่า รัฐบาลไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รองลงมา ร้อยละ 29.21 ระบุว่า สินค้าแพง รายได้ต่ำ ร้อยละ 24.13 ระบุว่า เป็นผลกระทบจากภาวการณ์เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 22.54 ระบุว่า นักการเมืองไม่สนใจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ร้อยละ 20.79 ระบุว่า ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ร้อยละ 13.65 ระบุว่า เป็นผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ร้อยละ 9.60 ระบุว่า ประชาชนไม่รู้จักพอเพียง ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป ร้อยละ 8.49 ระบุว่า ส่งออกไม่ค่อยได้ ร้อยละ 6.03 ระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ร้อยละ 3.73 ระบุว่า ปัญหาเศรษฐกิจเกิดจากรัฐธรรมนูญไม่ดี ร้อยละ 2.14 ระบุว่า เศรษฐกิจไม่ดี เป็นแค่ความรู้สึกของประชาชนเอง ร้อยละ 1.98 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 1.43 ระบุว่า เป็นการปั่นกระแสให้ประชาชนเชื่อว่าเศรษฐกิจไม่ดี และร้อยละ 0.16 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ความขัดเเย้งทางการเมืองภายในประเทศ 

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนหากแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.14 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจไม่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญเลย ขณะที่บางส่วนระบุว่า แก้ไปก็ไม่มีประโยชน์แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล และขึ้นอยู่กับประชาชนมากกว่า รองลงมา ร้อยละ 22.38 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ เพราะ ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลน่าจะสนใจ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และเป็นการดึงดูดชาวต่างชาติมาลงทุนในประเทศมากขึ้น ร้อยละ 22.14 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับรัฐบาลมากกว่า และเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่อยู่ที่ตัวบุคคลกับนิสัยการใช้จ่ายของคนไทยมากกว่า ร้อยละ 16.43 ระบุว่า เชื่อมาก เพราะ คิดว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น ร้อยละ 4.13 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และร้อยละ 2.78 ระบุว่า ไม่แน่ใจ 

 
(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 ......................................................

 

 

 

 

 

 ............................................................

 

 

 

 

 


.............................................................................

กันยายน 2562

 

 
 
หน้าแรก / ธุรกิจ การท่องเที่ยว เบื้องลึกเด้งอธิบดีทย. เซ่นการเมืองขวางทอท.ฮุบสนามบิน

เบื้องลึกเด้งอธิบดีทย. เซ่นการเมืองขวางทอท.ฮุบสนามบิน

08 Sep 2019

       การสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) “อัมพวัน วรรณโก ไปนั่งเก้าอี้ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม จากมติครม.เมื่อวันที่ กันยายน 2562 ฟันธงได้เลยว่าเป็นการเด้งจากการไม่สนองการเมือง ที่เกิดขึ้นในยุค ศักดิ์สยาม ชิดชอบ นั่งกุมบังเหียนหูกวาง

       ประเด็นอยู่ที่ไปขวางลำแผนการโอนสนามบิน แห่งของทย.ไปให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชนหรือ ทอทที่ก่อนหน้านี้วงในทราบกันดีว่าอธิบดีลูกหม้อทย.คนนี้ออกตัวค้านในเรื่องนี้สุดตัว

อัมพวัน วรรณโก

ใบสั่งโอนสนามบินบุรีรัมย์

       การโอนสนามบิน หากว่ากันไปตามเนื้อผ้า รัฐบาลชุดที่แล้ว การโอนย้ายสนามบินของทยแห่งให้ทอทที่มีการตกลงร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งทย.ทอท.คมนาคม ที่ตั้งเป็นอนุกรรมการพิจารณาในเรื่องนี้ ก็มีข้อสรุปว่าทย.จะโอนสนามบินสกลนครอุดรธานีชุมพร และตาก มาให้ทอท.ดูแล แต่ยังต้องไปหารือในเรื่องของข้อกฎหมาย เพื่อต่อจิ๊กซอว์บูรณาการเชื่อมโยงเส้นทางบินระหว่างประเทศให้เกิดแอร์พอร์ตคลัสเตอร์ ครอบคลุม ภาคของไทย

      แต่วันดีคืนดีพอเปลี่ยนรัฐบาล มีใบสั่งลอยมาว่าต้องมีสนามบินบุรีรัมย์อยู่ในลิสต์ที่ต้องโอนให้ทอท.ไปดูแลด้วย งานนี้เลยมีการต่อรองกันเกิดขึ้นว่าให้เอาสนามบินกระบี่มาด้วย ถ้าได้ไปทอท.ถือว่าหยิบชิ้นปลามัน เพราะสนามบินภูเก็ตก็แน่นขนัดการจะสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ ที่พังงาก็แค่แผน ขณะที่สนามบินกระบี่วันนี้ไม่เพียงมีการขยายตัวของผู้โดยสารที่ดี แต่รัฐบาลยังสนับสนุนงบร่วม 6พันล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายสนามบิน

ทย.ค้านโอนสนามบินกระบี่

     งานนี้เลยเดินหน้าสมประสงค์เมื่อบอร์ดทอท.ไฟเขียวเปลี่ยนจากสนามบินสกลนคร สนามบินชุมพร มาเป็นสนามบินบุรีรัมย์และสนามบินกระบี่ แต่ยังคงรับโอนสนามบินอุดรธานี สนามบินตากไว้เหมือนเดิม เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมชงเข้าครมแต่มาสะดุดตรงที่ทย.ออกแถลงการณ์คัดค้าน เนื่องจากเห็นอนาคตอันริบหรี่ของทย.เลยว่าจะไปไม่รอด และเป็นภาระให้กับรัฐบาลมากกว่าเดิม

       เพราะปัจจุบันสนามบินกระบี่มีผู้โดยสาร ล้านคนต่อปี และเป็นสนามบินที่เลี้ยงสนามบินของทย.กว่า 28 แห่ง เนื่องจากเป็นสนามบินที่มีกำไร คิดเป็นสัดส่วน 55% ซึ่งก่อนหน้านี้ทย.ก็ยังพอทำใจว่า ทอท.เอาสนามบินอุดรธานี ที่ก็พอมีกำไรไปถัวเฉลี่ยกับ สนามบินขาดทุนที่รับไป ทย.ก็ยังพอเดินต่อได้ แต่ไม่ใช่เอาสนามบินเส้นเลือดใหญ่ไป

      ทั้งยังเรื่องของความชอบธรรมในการโอนสนามบินในครั้งนี้ เพราะในอดีตการโอน สนามบินของทยอย่างดอนเมืองภูเก็ตเชียงใหม่หาดใหญ่แม่ฟ้าหลวงเชียงราย การโอนตอนนั้นเป็นการโอนให้หน่วยงานรัฐเหมือนกัน เพราะตอนนั้นทอท.ยังไม่ได้นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฯ แต่นับจากทอท.เปิดขายหุ้น 30% วันนี้ถือว่าทอท.ไม่ ใช่ของรัฐ 100% เหมือนในอดีต การโอน สนามบินของรัฐที่รัฐลงทุนไปให้ทอท.ที่มีสถานะเป็นบริษัทเอกชนไปต่อยอดทำกำไร จึงไม่น่าจะเป็นที่ยอมรับได้

ไม่ให้โอนแต่จ้างทอท.บริหาร

         นี่เองทำให้ ทย.เสนอรูปแบบที่ไม่ต้องโอน คือการบริหารสัญญาร่วม หรือจ้างบริหาร ไม่ใช่ PPP ซึ่งทั้ง สนามบินไม่ว่าจะเป็นสนามบินอุดรธานีสนามบินบุรีรัมย์สนามบินตาก แม้ปริมาณผู้โดยสารจะยังไม่มาก แต่ทอท.มองว่า มีแนวทางที่สามารถพัฒนาได้และทอท.มีศักยภาพในการบริหารจัดการการลงทุน ซึ่งวิธี  นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพสนามบินของ ทย.ได้ ทั้งยังไม่นับรวมผล กระทบที่ผู้โดยสารจะต้องจ่ายเพิ่มหลังการโอนสนามบิน เช่น ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (พีเอสซีในประเทศ ทย.เก็บ 50 บาท ก็จะกลายเป็น 100 บาท เส้นทางระหว่างประเทศจาก 400 บาทเป็น 700 บาท ค่าบริการต่างๆ ที่สายการบินจะต้องจ่ายเพิ่มตามอัตราที่ทอท.จัดเก็บ ประเด็นเหล่านี้ล้วนดึงสายการบินมาเป็นแนวร่วมในการออกโรงค้านในเรื่องนี้เช่นกัน

       บทสรุปหลังอธิบดีออก โรงค้าน “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะฟันธงว่าให้ทอท.เข้าบริหาร สนามบินของทย.ได้แก่ สนามบินอุดรธานีสนามบินบุรีรัมย์สนามบินตาก ในลักษณะการจ้างทอท.บริหาร โดยไม่ต้องประมูล ซึ่ง ทย.ยังคงเป็นเจ้าของสนามบินและทรัพย์สิน โดยจะมีการตีมูลค่าทรัพย์สินในส่วนของ ทยและเงินลงทุนในส่วนของทอทในการพัฒนาศักยภาพสนามบิน เพื่อแบ่งรายได้ตามสัดส่วนที่ลงทุน ซึ่งอาจจะกำหนดเป็นขั้นตํ่าไว้ (Minimum)

ทั้งนี้ผลกำไรที่เกิดขึ้นจะมีการนำส่งเข้ากองทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยานเพื่อลดภาระงบประมาณ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพสนามบินของทยก่อนจะตามมาด้วยการเด้งอธิบดีทยเข้ากรุเรียบร้อยโรงเรียนจี 

รายงาน โดย โต๊ะข่าวท่องเที่ยว

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3503 วันที่ 8-11 กันยายน 2562

 

............................................................

8 กันยายน 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน