*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3768
  • จำนวนผู้ชม : 2394267
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 10 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 258 , 10:32:58 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , สาครงค์ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าว : นศ.สาวโพสต์ขอโทษ ปมภาพ "พระอุลตร้าแมน" ดังรายงานเพิ่มเติมอยู่ในหน้านี้แล้วนั้น ผมเองในฐานะพุทธศาสนิกชนผู้หนึ่ง

ก็ให้อภัย และพร้อมทั้งขอรับฟังเสียงจากผู้ที่ออกมาปกป้องนักศึกษาโดยดุษฎีอีกด้วย แต่สำหรับผู้ที่กล่าวว่าคนไทยปกป้องศาสนาแบบหึงหวง

นั้น ขอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงทีเดียว เพราะคนไทยสืบทอดศรัทธาต่อศาสนาสูงกว่ามุมมองดังกล่าวมากยิ่งนัก โดยได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับ

พุทธศาสนาจากบิดา - มารดาตั้งแต่เยาว์วัย แล้วรับเพิ่มจากการเรียน จากพระสงฆ์ จากประสพการณ์แวดล้อม แล้วกลายเป็นศรัทธามากน้อยอยู่

ในใจของแต่ละคนเป็นที่สุด

         ยิ่งไปกว่านั้น จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพียงพอหรือไม่ที่เราจะถือเป็นบทเรียนที่จะไม่ล่วงเกินต่อศาสนาอันประกอบด้วยวัตถุและรูปเคารพต่างๆ

ยับยั้งการจะเอาแต่ความคิดเห็นของตนเป็นที่ตั้งจะมิดีกว่าหรือ ซึ่งหากเราจะทำกันอย่างไร้ขอบเขต จนเป็นตัวอย่างให้คนต่างชาติทำตามบ้าง

แล้วไซร้ กระนั้นแล้วคนไทยค่อนประเทศจะมิสะเทือนใจไปตามๆกันหรอกหรือ


 

 

 

อุตุฯเตือน 11-15 เหนือ อีสาน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

    
 

10 ก.ย.62-  กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่

ในช่วงวันที่ 9 - 11 ก.ย. ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 15 ก.ย. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 11 - 15 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง.

น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ

    
 

   น้ำท่วมเป็น "น้ำเย็น" แต่ผู้คนกลับ "ร้อน" ยังไงก็ไม่รู้?

 

                หรือเพราะ......

                เดือนนี้ มีคดีสำคัญๆ หลายคดี ถึงวาระศาลจะตัดสินก็ไม่รู้นะ จึงมีคนออกอาการ "ร้อนใน"

                SEREE NEWS เขาลงข่าวไว้วันก่อน ว่า

                "พุธที่ ๑๑ ก.ย.นี้ ศาลจังหวัดพัทยา นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

                ในคดีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บุกล้มการประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปี ๒๕๕๒

                คดีนี้ ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ได้พิพากษาจำคุก ๔ ปี จำเลยฎีกา

                จำเลยในคดีบุกล้มประชุมอาเซียนซัมมิท จำนวน ๑๓ คนนั้น ประกอบด้วย

                นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวรชัย เหมะ, นายวันชนะ  เกิดดี

                นายพิเชฐ สุขจินดาทอง, นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์, นายนพพร นามเชียงใต้

                นายสำเริง ประจำเรือ, นายสมยศ พรหมมา, นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายสิงห์ทอง บัวชุม

                นอกจากนี้ วันจันทร์ที่ ๒๓ ก.ย.นี้ 

                ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ 'พลเอกเปรม  ติณสูลานนท์'

                โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก ๔ ปี ๔ เดือน

                ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษเหลือจำคุก ๒ ปี ๘ เดือน  

                จำเลยฎีกา 'สู้คดี'

                คดีนี้มีแกนนำ นปช.ตกเป็นจำเลย ๔ คนประกอบด้วย นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท"

                ครับ........

                ผมความจำเออเรอร์ อ่านเจอก็เลยลอกมาแปะให้ท่านช่วยกันจำแทนผม ถึงวันนั้น ผลเป็นอย่างไร บอกด้วยละกัน?

                อีสานหลายจังหวัดยังน้ำท่วม

                ช่วงนี้ จึงมีคนขวักไขว่ขึ้น-ล่อง บ้างเอาของไปแจก บ้างไปช่วยชาวบ้าน

                บ้างไปเอาหน้า ไปหาเสียงไม่พอ ยังเอาตัวเองไปเป็นภาระชาวบ้านเขาด้วย

                บ้างไปอาศัยความไม่รู้ของชาวบ้าน ปั้น "ข้อมูลเท็จ" ฝังเข้าเซลล์สมอง เพื่อให้ชาวบ้านเกิดทัศนคติปฏิปักษ์ต่อบ้านเมืองและเกลียดชังรัฐบาล

                บ้างก็ ชาวบ้านกำลังคันตีนจากย่ำน้ำ แทนจะช่วยเกากลับไปบอก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ น้ำจึงท่วม-จึงแล้ง

                จะไม่ให้ท่วม ไม่ให้แล้ง ง่ายนิดเดียว........

                ลงถนน ขับไล่ประยุทธ์ แก้รัฐธรรมนูญ ให้ธนาธรเป็นนายกฯ เอาทักษิณ-ยิ่งลักษณ์กลับมา

                แห้งหายคันตีนทันที!

                ดูให้สนุก ก็สนุกดี........

                เรื่องน้ำสำหรับภาคอีสานนี้ ควรมองด้วยความเข้าใจว่า "น้ำท่วม-น้ำแล้ง" เป็น "อำนาจธรรมชาติ" เหนือมนุษย์

                แต่การจะทำอย่างไร..........

                ให้น้ำที่มีมามากมายไม่หายไปหมด จัดหาที่อยู่-ที่เก็บ พอให้มีเหลือหล่อเลี้ยงคำว่า "หน้าแล้ง" ไม่ให้แห้งโหยเกินไปนัก

                นี่..เป็น "อำนาจมนุษย์" ในธรรมชาติอำนวย!

                ผมเห็นนายกฯ ประยุทธ์ลงไปดูแลทุกข์-สุขชาวบ้านยามน้ำท่วมมา ๒-๓ หน รวมทั้งเมื่อวาน (๙  ก.ย.๖๒) ที่อุบลฯ และยโสธร

                จำได้ว่า ครั้งที่แล้ว นายกฯ ไปแนะชาวบ้านเรื่องแหล่งกักเก็บน้ำ และการทำประมงไปในตัว

                ท่านพูดในนัยที่มนุษย์ทั่วไป ฟังแล้วก็เข้าใจเจตนาและรูปแบบที่จะทำ แต่ปรากฏว่า มีสื่อแปลงสารเป็นว่า

                น้ำท่วม นายกฯ ให้ทำประมง!

                แล้วคณะพรรคแปลงสาร ก็ต่อยอด วิพากษ์-วิจารณ์ ในทางเสียดสี-ถากถางนายกฯ กันสนุกสนาน

                บ้านเมืองไปยากนะ.......

                เมื่อมีสื่อ มีนักวิชาการ และนักการเมือง จ้องแต่ "คิดต่ำ-ทำต่ำ" อะไรที่จะเป็นมรรค-เป็นผลกับชาวบ้าน ควรช่วยกันคิด    

                จะติ-จะติง ก็ควรติ-ติง พร้อมเสนอแนะทางควรทำ

                ไม่ใช่จ้องหาช่องบิดให้ผิด เพื่อจะได้ปั้นเป็นเรื่องด่า

                ผมก็ไม่ใช่ผู้วิเศษ........

                แต่พอเหลือยาง ไม่อยากให้ใครด่า "สื่อสันดานกา" เสียถึงสถาบันรวม

                ผมเห็นด้วยกับแนวคิดนายกฯ ประยุทธ์นะ ว่าจะทำวิธีไหน กักเก็บน้ำที่หลากท่วม ให้คงไว้ใช้ในยามแล้งได้บ้าง?

                ไม่ใช่คิดแต่เฉพาะหน้า น้ำท่วม ก็ตะบุ้ยให้แห้งตะพึด โดยไม่คิดต่อว่า

                แล้ว พรุ่งนี้..ปะรืนนี้ น้ำแห้ง อีสานแล้งอีก จะทำยังไง?

                ทำฝนเทียม ให้ทหารพัฒนามาขุด มาทำประปาสนาม

                ทำเป็นลิงแก้แห ผลาญงบไปแต่ละมื้อ-ละคราว

                โดยไม่มีแผนบริหาร-จัดการ ด้วยวิสัยทัศน์ผู้คิดชนะทางถาวรเลยหรือ?

                เห็นโฆษกรัฐบาลบอกว่า ขณะนั่งเครื่อง นายกฯ กางแผนที่สำรวจสภาพภูมิศาสตร์ ดูผังเมืองตลอด

                ก็ควรเป็นเช่นนั้น น้ำท่วม ยังไงๆ ก็ดีกว่าแล้งจนไม่มีน้ำมาเลยซักหยด เมื่อมีน้ำมา ก็ต้องทดเป็นความดีใจ เพื่อคิดหาแนวทาง "กักเก็บน้ำ" นั้นไว้ให้ได้มากที่สุด

                เหมือนเล่นไฮโล ตำรวจมา คนสติแตก โดดหนีท่าเดียว แต่คนมีสติ ได้สตางค์ มึงหนี กูคว้าเงินกองกลางยัดกระเป๋า

                แล้วค่อยเผ่นก็ยังทัน!

                นายกฯ คงเห็นผังเมือง และมีข้อมูลทางภูมิศาสตร์พื้นที่แล้ว ฉะนั้น ก็อยู่ที่การระดมสมอง-ประสบการณ์ แต่อย่าลืมปราชญ์ชาวบ้านแต่ละพื้นที่ด้วย ในการหาข้อสรุป

                ใช่...ทำประมงด้วย อย่างที่เบิ้ลกันสนุกสนานนั่นแหละ

                ประมงในที่นี้ คือ.......

                ในรูปแบบ "เกษตรพอเพียง" ตามแนว "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๙ นั่นแหละ

                "หนอง-บึง" ในอีสาน ต้องระดม "ลอก-ขุด" เอากันให้จริงตามหลักวิชาการ ให้ระบือไปทั้งอีสานเลย

                ตรงไหนลุ่มต่ำ ฝนตกมาก-ตกน้อย เป็นต้องท่วมประจำ ก็แปลงเป็นแก้มลิง วางแบบแปลนขุดทำกันเลย

                และถามความสมัครใจชาวบ้าน ใครมีนา ๒๐ ไร่ขึ้นไป ยามแล้ง มันแล้งนัก

                แบ่งซัก ๒-๓ ไร่ ขุดสระ-ขุดบ่อ ตามแนวเกษตรพอเพียง กักเก็บน้ำ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด-ไก่ ปลูกผัก-ปลูกหญ้าด้วย จะเอามั้ย?

                รัฐบาลมีงบขุดให้ กรมชลฯ ทหารพัฒนา องค์กรท้องถิ่น มีพร้อมเพื่อทำอยู่แล้ว

                เนี่ย...สร้างโมเดลตัวอย่างให้ชาวบ้านเห็น แรกๆ อาจไม่มีใครอยาก แต่พอเห็นจากตัวอย่างได้ผล ก็จะค่อยๆ ตามกันเอง

                ประเด็นสำคัญ สังคมไทย รัฐบาลต้อง "คิดนำ-ทำนำ" ยืนระยะให้ต่อเนื่อง แล้วตามด้วยระบบ "สหกรณ์ฯ"

                สำเร็จแน่!

                ของอย่างนี้ จะให้เห็นผลปุบปับไม่ได้ ข้อสำคัญคือ การเริ่มต้น เมื่อมีการเริ่มต้น อดทนต่อเนื่อง เป้าหมายบรรลุแน่

                แต่..อย่าทิ้งปราชญ์ท้องถิ่น ในทุกโครงการ ต้องฟังเขาด้วย

                เมื่อเตรียมแหล่งรับน้ำแล้ว พอน้ำท่วมอย่างตอนนี้ ก็ลำบากแหละ

                แต่เป็นลำบากที่ไม่สูญเปล่า

                เพราะมันมี "ความสะใจ" อยู่ในนั้น สะใจว่า เออ...ท่วมไปเถอะ เดี๋ยวจะขังซะให้เข็ด!

                พอกองทัพน้ำล่าถอย.........

                ก็ต้องเสียไพร่พลน้ำส่วนหนึ่งทิ้งไว้ให้เรา ตาม "บ่อ-บึง-แก้มลิง" ที่ขุดล่อไว้!

                เรื่องเช่นนี้ ไม่เกินความสามารถวิทยาการและมันสมองมนุษย์วันนี้หรอก ถ้ามีตัวนำ ด้วยศักยภาพคนรัฐของเรา ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์

                ถ้าเขาทำ จะทำได้ดีเหนือกว่าที่คิดนี้ร้อยเท่า!

                บ้านเมืองเรา สังเกตมั้ย ไม่ว่าใครคิดทำอะไร ต้องมีคนบอกว่า ไม่ดี..ไม่ใช่..ไม่ถูก เรียกว่าค้านแม่งทุกเรื่อง

                แต่ถ้าถามว่า แล้วอย่างไหน ที่ดี-ที่ใช่-ที่ถูก ช่วยบอกซิจะได้ทำ

                กูก็ไม่รู้......

                กูเป็นแค่ ๒ อย่าง "วิจารณ์-ค้าน" เท่านั้นเอง!

เป็นเรื่องของคนๆเดียว

    
 

10 ก.ย.62-   พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสื่อต่างประเทศ ได้เผยแพร่ข้อมูลการพัวพันคดียาเสพติดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ว่า เป็นเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะต้องไปดำเนินการแก้ไขปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า คดียาเสพติดของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเรื่องเก่า ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส บอกว่าเคลียร์เรียบร้อยแล้ว และเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลเพราะเป็นเรื่องของคนๆเดียว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย และที่สำคัญเขามีการปล่อยตัวมาแล้ว

 เมื่อถามว่า มีการนำประเด็นที่มาดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วแต่คนจะคิด

ถามว่า มีขบวนการที่อยู่ต่างประเทศ จ้องทำลาย รัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯปฏิเสธว่าไม่รู้ ซึ่งตนไม่ได้ทำลาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะว่ายังไม่ได้เจอกัน.

นศ.สาวโพสต์ขอโทษ ปมภาพ "พระอุลตร้าแมน"

10 ก.ย. 2562
319 8
นศ.สาวโพสต์ขอโทษ ปมภาพ พระอุลตร้าแมน

จากกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ผลงานพระพุทธเจ้าอุลตร้าแมน ของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ชั้นปีที่ 4 หลักสูตรศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งจัดแสดงที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมานั้น

"รู้สึกเศร้าใจที่เห็นคนออกมาด่านักศึกษาคนนี้ บ้านเมืองเรามักจะเป็นแบบนี้กันตลอด เมื่อเด็กมีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ มีการเปลี่ยนแปลงตามลักษณะของคนรุ่นใหม่ มีความกล้าหาญ ก็มักจะถูกด่าจนทำให้เด็กกลัวแล้วทำอะไรไม่ได้เลย ปัญหาที่ทำให้บ้านเมืองเราแย่ลง คือการไปลอกเลียนแบบทุกสิ่งทุกอย่างจากคนอื่น แล้วทำให้คนของเราคิดไม่เป็น และไม่กล้าคิดต่าง จึงไม่เจริญรุ่งเรือง แท้ที่จริงแล้วการคิดใหม่สร้างใหม่ถือเป็นสิ่งที่สุดยอด"

"ดังนั้นจึงอยากจะบอกว่านักศึกษาที่เขียนรูปพระพุทธรูปอุลตร้าแมน เขาเขียนตามความรู้สึกนึกคิดว่าอุลตร้าแมนเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้เขา และเขาเห็นว่ามีความเป็นฮีโร่ มีคุณงามความดี และเป็นผู้ปกป้องรักษาโลกนี้เอาไว้

โดยส่วนตัวก็เห็นว่าเขาอาจจะรู้จักอุลตร้าแมนมากกว่าพระพุทธเสียอีก เด็กจึงแทนที่ด้วยอุลตร้าแมนที่เขาเห็นว่ามีความเก่งกล้าสามารถแต่เศียรยังคงเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อบอกถึงคุณงามความดีแล้วให้คนรุ่นใหม่เหมือนเขาได้เห็นถึงความแปลกใหม่ เขาไม่ได้เอาเศียรไปใส่กับซาตาน คนชั่ว หรือตัวละครในหนังที่เป็นคนชั่ว แต่ใส่กับตัวละครที่ดีที่สุด ปกปักรักษาโลก เป็นคนมีคุณธรรมศีลธรรม อย่าไปมองว่าลบหลู่ศาสนา บ้าบอคอแตก น้ำเน่าเกินไป จนเด็กต้องกราบขอโทษ ทำให้เด็กทั้งประเทศสั่นไหว ต่อไปถ้าผู้ใหญ่ด่าๆ อย่างนี้ เขาก็จะไม่กล้าทำอะไรอีก และลอกๆ ไป ถามว่าเด็กที่วาดรูปพระพุทธเจ้าเหมือนมากมีกี่คน มีอยู่มากมาย แต่เขากล้าแหกคอกกันไหม ตอบว่าเขาไม่กล้าทำ แต่คนนี้กล้าและไม่ผิด เพราะไปอยู่ในอุลตร้าแมน ซึ่งเป็นตัวละครดีที่สุดตามสติปัญญาของเด็ก"

"เคยเจอปัญหาบ้านเมืองเราตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม เคยพบเหตุการณ์ภาพวาดของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ที่เรียนปรัชญาพระพุทธศาสนาถูกกรีดทำลาย เพราะไปเข้าใจกันในทำนองว่าลบหลู่ศาสนา จนนักปราชญ์อย่างอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ต้องออกมาอธิบายให้เข้าใจว่า เป็นศิลปะที่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์

"กรณีเด็กนักศึกษาที่วาดภาพพระพุทธรูปอุลตร้าแมนก็ถือว่าเหมือนกัน คือเป็นคนดีทั้งหมด ดังนั้นพวกเราอย่ามองกันที่เปลือกนอก และไปด่าเขาว่าเป็นคนลบหลู่ใดๆ รวมทั้งอย่าไปมองว่าความแตกต่างคือความผิด หรือผิดจากตัวเองแล้วต้องด่าลูกเดียว แต่เราควรยกย่องคนไทยด้วยกัน ถ้าเราไม่รู้อย่าไปด่าให้เงียบไว้ เพราะเมื่อมองเหตุการณ์ในอดีตจนถึงกรณีนี้จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 คนไม่ได้ทำให้พระพุทธศาสนาเสียหายไป"

"สุดท้ายขอบอกว่าใครจะด่าตนก็ด่าไป แต่อย่าไปด่าเด็ก สงสารเด็กไม่ได้ผิดอะไร รวมทั้งขอสื่อไปถึงเด็กนักศึกษาที่วาดภาพนี้ด้วยว่า อย่าท้อและขอให้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไปด้วย" อ.เฉลิมชัยกล่าว

ล่าสุด นักศึกษาหญิงคนดังกล่าวได้โพสต์ผ่านเพจ นิ่ม เต๊อะ เติ๋น ระบุว่า

สวัสดีค่ะ นิ่มต้องขอขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ทั้งจากอาจารย์เฉลิมชัยและศิลปินท่านอื่นๆและกราบขอโทษ ผู้ใหญ่ทุกท่าน ผู้ว่าราชการโคราช กรมศาสนา อธิการบดี ฯลฯกับผลงานทั้ง 4 ภาพที่ทำให้หลายคนไม่สบายใจ

นิ่มไม่ได้มีเจตนา ที่จะดูหมิ่นศาสนาหรือลบหลู่เพียงแค่ต้องการสื่อให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่ ที่คอยช่วยคุ้มครองบ้านเมืองให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายและเป็นที่พึ่งของมนุษย์โลก พื้นด้านหลังก็คือกิเลสและสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวที่เกิดขึ้นในศาสนาตลอดเวลาแต่เรากลับลืมสิ่งที่สำคัญคือพระพุทธรูปที่อยู่ตรงหน้า

กราบขอบพระคุณและขออภัยมา ณ ที่นี้

ยังไงนิ่มน้อมรับคำสั่งสอนจากทุกท่านและขอฝากผลงานที่เหลือไว้ด้วยค่ะและจะพัฒนาฝีมือสร้างสรรค์ผลงานออกมาอีกขอบคุณค่ะ

นิ่ม...เต๊อะ เติ๋น

 

แม่ยกปชป.เหน็บ'ลุง'ฉาวโฉ่ขนาดไหนไม่กล้าเปลี่ยน เพราะ'ธรรมนัส'กวาดส.ส.เหนือ-อีสานให้เพียบ!

    
 

10 ก.ย.62- นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชายไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์แถลงการณ์ถึงพรรคผ่านเฟซบุ๊กKanjanee Valyasevi ว่า ต่อให้ประวัติฉาวโฉ่ขนาดไหน รับรองลุงไม่กล้าเปลี่ยน เพราะกวาดสส.ภาคเหนือมาเพียบ .. อิ อิ

ทั้งนี้เป็นการแสดงความเห็นกรณีที่เครือสื่อยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย คือ หนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮรัลด์ (Sydney Morning Herald) และหนังสือพิมพ์ดิเอจ (The Age) ตีพิมพ์รายงานสืบสวนสอบสวน อ้างบันทึกคดีของตำรวจออสเตรเลียและศาลว่า ร.อ. ธรรมนัส เคยรับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปีในเรือนจำออสเตรเลียจริง ก่อนถูกเนรเทศในปี พ.ศ. 2540 เนื่องจากความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรลักลอบนำเข้าและค้าเฮโรอีน 3.2 กิโลกรัม.

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 

 

 

 

 

...............................................................

2 ปมสำคัญตามต่อเนื่อง หลังจบโกงจีทูจีภาคแรก


    
 

             ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปเมื่อคดีทุจริตระบายข้าวจีทูจีถึงที่สุดแล้วในส่วนของคดีอาญา หลังเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ ในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งจำเลยคือ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์กับพวก ได้ยื่นอุทธรณ์คดี โดยองค์คณะมีคำพิพากษาแก้ให้จำคุกบุญทรง เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี   

 

                สิ่งที่น่าติดตามต่อไปหลังจากนี้มี 2 ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ ก็คือ

                1.คดีจีทูจีภาคสอง

                หลังคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ จีทูจี ล็อตสองของ ป.ป.ช. ที่มีนางสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน มีคำสั่งไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาคดีจีทูจีล็อตสอง โดยมีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งตัวบุคคล-บริษัทนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 71 ราย    อันมีชื่อของ สามพี่น้องตระกูลชินวัตร รวมอยู่ด้วยคือ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ "เจ๊แดง"

                หลัง ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว มีรายงานต่อมาว่านางเยาวภาได้ทำหนังสือคัดค้าน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน โดยให้เหตุผลว่า สุภา เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องจากสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ น.ส.สุภาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ปธ.อนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ต่อมาได้ถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง อาจทำให้ น.ส.สุภาเกิดความโกรธเคืองและพิจารณาคดีระบายข้าวจีทูจีอย่างไม่เป็นธรรมได้ แต่สุดท้ายที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.ยกคำร้องคัดค้านดังกล่าว เหตุผลของนางเยาวภาฟังไม่ขึ้น

                จึงรอดูว่า หลังจากนี้คดีจีทูจีล็อตสองจะใกล้งวดเมื่อใด และจะมีใครโดนแจ้งข้อกล่าวหา-ชี้มูลความผิด จนคดีส่งไปอัยการเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ตามรอยคดีจีทูจีล็อตแรกกันบ้าง

                2.การบังคับคดีทางปกครอง-ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง  

                ที่ผ่านมา เรื่องการบังคับคดีปกครองที่กระทรวงการคลัง-กระทรวงพาณิชย์ ออกคำสั่งทางปกครองให้จำเลยคดีรับจำนำข้าวและคดีจีทูจีชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งกับรัฐ มีปรากฏออกมาเป็นระยะ แต่ถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าคดีจะสิ้นสุดเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ในการอ่านคำอุทธรณ์ของศาลฎีกาฯ ในคดีบุญทรงกับพวก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดังกล่าว มีการระบุว่าคำพิพากษาได้ระบุตอนหนึ่งว่า

                “วันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย”

                ทั้งนี้ กระบวนการบังคดีคดีทางปกครองเพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งส่วนหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏข่าวออกมาว่าคืบหน้าไปถึงไหน อาจเป็นเพราะหน่วยงานรัฐและศาลปกครองที่จะเป็นผู้ตัดสินออกคำสั่งทางปกครอง อาจต้องการให้คดีอาญาถึงที่สุดเสียก่อน ซึ่งเมื่อคดีของบุญทรงกับพวกในคดีจีทูจีถึงที่สุดแล้วเมื่อวันศุกร์ ก็อาจจะทำให้การบังคับคดีทางปกครองน่าจะมีความคืบหน้าออกมาให้เห็นกันบ้าง

                โดยตามกฎหมาย เมื่อคดีทางปกครอง-คดีทางแพ่ง ถึงที่สุดแล้ว หากผู้ถูกร้องไม่ยินยอมชดใช้ความเสียหายนับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งภายใน 15 วัน หน่วยงานที่เสียหายจะใช้มาตรการบังคับทางปกครองยึดทรัพย์ขาดทอดตลาดเพื่อชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

                 อนึ่ง ในโครงการจีทูจีก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางแพ่ง พบว่ามีเจ้าหน้าที่ 6 ราย แยกเป็นข้าราชการ 3 ราย และข้าราชการการเมือง 3 ราย ต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย 2.57 หมื่นล้านบาท จึงทำให้ ก.พาณิชย์ มีคำสั่งทางปกครองให้จำเลยในคดีจีทูจีชดใช้เงินในจำนวนที่แตกต่างกันไป เช่น บุญทรงให้ชดใช้เงินมูลค่า 1,768,973,012.66 บาท, ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ชดใช้จำนวน 2,242,571,739.68 บาท เป็นต้น

                อย่างไรก็ตาม ต่อมายิ่งลักษณ์และกลุ่มนายบุญทรง  ได้ยื่นฟ้องกลับ รมว.การคลัง-กระทรวงการคลังเป็นคดีปกครองต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลปกครองออกคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลังดังกล่าว

                โดยในส่วนของยิ่งลักษณ์พบว่ามีการใช้สิทธิ์ยื่นต่อศาลปกครองกลางถึงสองครั้ง แต่ศาลก็ยกคำร้องหมดเช่นเดียวกับที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางก็เคยยกคำร้องของบุญทรง-ภูมิ กับพวก เนื่องจากศาลปกครองเห็นว่าการบังคับคดียังไม่เกิดขึ้น ทำให้ไม่ต้องคุ้มครอง 

                ด้วยเหตุที่การโต้แย้งยื้อคดีกันอยู่ระหว่างจำเลยคดีจีทูจี-จำนำข้าว กับกระทรวงการคลัง ในเรื่องการออกคำสั่งทางปกครองที่กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ออกคำสั่งทางปกครองให้ยิ่งลักษณ์-บุญทรงกับพวกต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งตามกระบวนการบังคับคดี ที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 57 ซึ่งอนุญาตให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 มาใช้โดยอนุโลม

                กระบวนการทั้งหมดยังไม่ถึงสิ้นสุด จึงทำให้การบังคับคดี เช่น การยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อบังคับคดีทางแพ่งจึงยังไม่เกิดขึ้นเพราะต้องรอให้คดีถึงที่สุดเสียก่อน ซึ่งยังเหลืออีกหลายขั้นตอน ภายใต้เส้นตายคือ การบังคับคดีต้องดำเนินการภายในอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยิ่งลักษณ์-บุญทรง-ภูมิ กับพวก ชดใช้เงินให้รัฐ

                ทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้น คือสิ่งที่ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปจะออกมาแบบไหน โดยเฉพาะที่หลายคนอยากรู้ก็คือ ขบวนการโกงข้าวจีทูจี ใครคือ ผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการ จำเลยในคดี บุญทรงกับพวก จนทำให้บุญทรงบอกว่า กูพูดไม่ได้ ให้ฮือฮามาแล้ว.

 
 
 

 

 

 

......................................................................

ม.ราชภัฏโคราชเบรกขายภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนขอสังคมอย่ามัวจ้องจับผิด

  • วันที่ 10 ก.ย. 2562 เวลา 09:56 น.

ม.ราชภัฏโคราชเบรกขายภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนขอสังคมอย่ามัวจ้องจับผิด

นครราชสีมา-ม.ราชภัฏโคราชเบรกขายภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนหวั่นกระแสรุนแรงผช.อธิการบดีวอนอย่าตีประเด็นผิดมัวจ้องจับผิดลั่นไม่ปล่อยให้นักศึกษาตกเป็นจำเลยสังคม

ความคืบหน้ากรณีผลงานภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมน ของนักศึกษาหญิงปี 4 โปรแกรมวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย จนเจ้าของผลงานได้ออกมาขอขมาต่อเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา และขอโทษชาวพุทธยืนยันว่าไม่มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธศาสนา เพียงต้องการสื่อให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่เหมือนอุลตร้าแมน ช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และทำให้โลกสงบสุข ซึ่งต่อมามีคนโพสต์ให้กำลังใจออกมาแสดงความคิดเห็น รวมถึงติดต่อขอซื้อภาพวาดนั้นอย่างต่อเนื่อง

นายกิตติชัย ตรีรัตน์วิชชา ศิลปินอิสระ นักปั้นมือทองชาวโคราช เจ้าของผลงานประติมากรรมรูปปั้น ตูน บอดี้สแลม และรูปปั้น องค์ต้นแบบหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในโครงการหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดสูง 27 เมตรที่วัดบ้านไร่ และปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษประจำโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า มีคนอินบ๊อกซ์มาสอบถามเกี่ยวกับภาพวาดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รวมถึงติดต่อขอซื้อภาพวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนด้วย ซึ่งอาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาเจ้าของผลงาน และอาจารย์รุ่นน้องได้แจ้งว่า มีการติดต่อขอซื้อภาพจริง แต่ทางสถาบันได้ขอระงับไม่ให้มีการขายภาพเหล่านั้นออกไป เนื่องจากเกรงว่าหากมีการนำไปเผยแพร่ในต่างประเทศ หรือเผยแพร่ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมผิดเจตนารมณ์ อาจจะทำให้กระแสรุนแรงมากยิ่งขึ้น และจะเกิดผลเสียตามมามากมายสู่ตัวนักศึกษาเจ้าของผลงาน

"ขอวิงวอนไปยังหน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง อย่าได้ตีประเด็นผิดมัวแต่จ้องจับผิด หรือเขินอายที่จะออกมาร่วมรับผิดชอบ แล้วปล่อยให้นักศึกษาตกเป็นจำเลยของสังคมอยู่เพียงลำพัง ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งแก่ตัวนักศึกษาที่รังสรรค์ผลงานออกมาด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์"รศ.ดร.สามารถกล่าว.

 “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ผู้กองสายเคลียร์ !!
โดย PPTV Onlineเผยแพร่ 20 มิ.ย. 2562,15:05น.ปรับปรุงล่าสุด 10 ก.ย. 2562,08:18น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ผู้กองมนัส ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ

“ธรรมนัส พรหมเผ่า” ผู้กองสายเคลียร์ !!

“ธรรมนัส” ให้ “ไพบูลย์” ไปจัดการเรื่องตัวเองให้เรียบร้อย ก่อนย้ายร่วม พปชร.

สื่อออสซี่ แฉ “ธรรมนัส” ต้องดคียาเสพติด ขังคุก 4 ปี - ถูกเนรเทศกลับไทย

เพราะจากสองบทบาทที่เขาแสดงว่าเป็นนักเคลียร์ตัวจริงที่ถูกส่งตรงมาจากผู้มีอำนาจ คือ กาเรเคลียร์ปัญหา 10 พรรคเล็กที่ออกมาเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรี โดยวันที่ปัญหาจบลง แม้แต่ “พี่เต้ – มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์”  ยังต้องหงอย ก็เพราะมี “ผู้กองมนัส” นั่งคุมเกมทั้งการประชุมและการแถลงข่าว

หรือปัญหาล่าสุดเก้าอี้รัฐมนตรีที่ส.ส.กลุ่มอีสานตอนบนและส.ส.ใต้ กลุ่มด้ามขวานไทย ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ออกมาฟาดงวง ฟาดงา ฮึ่มๆ ก็สงบลง โดยวงแถลงก็ปรากฏตัว “ผู้กองมนัส” เช่นกัน

และทั้งสองครั้งในการจับมือของคนที่เกือบๆจะขัดแย้งกับพรรค จะปรากฏตัวของ “ผู้กองมนัส” อยู่ตรงกลาง หรือแม้กระทั่งเรื่องข้ามพรรค วันที่กรรมการบริหารประชาธิปัตย์ มีการประชุม ก็มีภาพของเขาไปนั่ง จิบกาแฟอยู่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกได้ว่า ให้เห็นกันจะๆไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ

“บิ๊กตู่” ส่ง “ธรรมนัส” เครียร์ 2 กลุ่ม ทวงเก้าอี้รมต.

ทำให้หลายคนคงสงสัยว่า “ผู้กองมนัส” เป็นใครมาจากไหน ทีมข่าวพีพีทีวีออนไลน์ จึงได้เปิดประวัติผู้กองมนัสมาทำความรู้จักกับเขา

“ผู้กองมนัส” เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 25 และจบนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯรุ่นที่ 36  รุ่นเดียวกับ พล.อ.ร่มเกล้า  ธุวธรรม และพ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ

ต่อมาได้ออกจากราชการในปี 2542 ผันตัวเองออกมาทำธุรกิจรักษาความปลอดภัยภายใต้ชื่อ “บริษัทธรรมนัส การ์ด” ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ดูแลสนามบินสุวรรณภูมิ 

ผันตัวมาสู่การเมืองในสีเสื้อ พรรคไทยรักไทย โดยมาช่วยดูยุทธศาสตร์การเลือกตั้งในกทม. ต่อมาเมื่อพรรคไทยรักไทยถูกยุบ ก็มาอยู่กับพรรคพลังประชาชน และเมื่อพลังประชาชนถูกยุบ ก็มาอยู่พรรคเพื่อไทย และเป็นอดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เรียกได้ว่าเป็นสายไทยรักไทยพันธุ์แท้

“ผู้กองมนัส” เป็นอดีตทหารคนสนิทของพล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ เสธ.ไอซ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก อดีตนายทหารผู้กว้างขวางและมากบารมี ทำให้ “ผู้กองมนัส” เองถูกมองว่า เป็นผู้มีบารมีเช่นเดียวกับอดีตลูกพี่

หลังรัฐประหาร 2557 “ผู้กองมนัส” ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งเรียกมารายงานตัว พร้อมกับ 2 นายพล คือ พล.อ.ทวนทอง อินทรทัต และ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต (เสธ.ไอซ์) เพราะถูกคสช.มองว่า เป็นมาเฟียกรุงเทพฯ และเขาก็ได้เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่นาน

พรรคเล็กแถลง ยืนยัน ร่วมรัฐบาล ส่วน รัฐมนตรี ให้เป็นดุลพินิจนายกฯ

จนกระทั่งในปี 2561 ผู้กองมนัส ตกเป็นข่าวว่า ถูกตำรวจกองปราบออกหมายเรียกมาให้ข้อมูล ในคดีโกงบิทคอยน์ 797 ล้านบาท  แต่เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงขณะนี้คดีนี้ ก็ยังคงอยู่ในการดูแลกองปราบปรามฯอยู่ คอการเมืองจึงมีการวิเคราะห์กันว่า นี่เป็นสาเหตุหนึ่งหรือไม่ ที่ทำให้ปัจจุบันเขาต้องเปลี่ยนสีเสื้อมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

แต่ตัวเขาเอง ก็ได้ให้เหตุผลในการตัดสินใจถอดเสื้อ “เพื่อไทย” หันมาใส่เสื้อ “พลังประชารัฐ” ว่า มีผู้ใหญ่ที่รักและเคารพซึ่งดูแลเขามาตลอด ชักชวนมาร่วมและอยากก้าวข้ามความขัดแย้ง อยากจะทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ซึ่งพรรคพลังประชารัฐจะทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุข

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด วันนี้เขาคือ ผู้ที่มีบทบาทมากคนหนึ่งในพรรคพลังประรัฐ หรือเพราะด้วยบุคลิกส่วนตัว ที่เรียกได้ว่า ใจนักเลง พรรคพวกเยอะ และพื้นเพเป็นคนจังหวัดพะเยา เป็นคนเหนือ และเคยดูแลเลือกยุทธศาสตร์เลือกตั้งมานาน จึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในพลังประชารัฐ ให้รับหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ ดูแล 17 จังหวัด

 “ผู้กองธรรมนัส" ลั่นไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี

ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่า สามารถเจาะภาคเหนือ ซึ่งเปรียบเหมือนพื้นที่สีแดงของพรรคเพื่อไทย มาได้ถึง 25 คน ซึ่งถือว่าจำนวนไม่น้อย รวมถึงเจ้าตัว ก็ยังได้เป็นส.ส.พะเยา จังหวัดบ้านเกิด แต่เขาก็ไม่วายถ่อมตนว่าไม่ได้ตามเป้า เพราะเดิมตั้งเป้าไว้ 32 คน

ด้วยผลงานที่เข้าตาและมีความใกล้ชิดกับผู้มีบารมีในพรรค จึงจะเห็นผู้กองมนัส กลายเป็นมือประสาน 10 ทิศ คอยเจรจากับกลุ่มต่างๆ ว่ากันว่า เขาคือ สายตรงของผู้มีบารมีนอกพรรคพลังประชารัฐ และกำลังสร้างกลุ่มก๊วนของตัวเองเพื่อต่อรอง ซึ่งการจัดโควต้ารมต.ว่ากันว่าเขาได้ไปถึง 2 เก้าอี้เป็นเครื่องการันตี

โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าด้วยเหตุผลบางประการเรื่องภาพลักษณ์ ทำให้เขามอบเก้าอี้ให้นายอัครา พรหมเผ่า รองนายกอบจ.พะเยา น้องชาย

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เขาก็ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น โดยคราวนี้ไม่ต้องมีน้องเป็นตัวแทน หากแต่เขามีชื่อติดโผเป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ และในท้ายทีสุดแม้มีแรงเสียดทาน แต่เขาก็ได้นั่งในตำแหน่ง "รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ"

ซึ่งจากนี้ของผู้กองมนัสจะต้องมีงานให้เขา “เคลียร์” อีกมากเพราะดูแล้วคงจะมีอีกหลายๆกลุ่มก๊วนออกมาต่อรองในเรื่องต่างๆ

แต่งานที่แรกเขาต้องทำคือ เคลียร์ข้อครหา เรื่องคดีความทีค้างคาจากต่างประเทศเสียก่อน 

หน้าแรก / Politics “บิ๊กตู่”หน้าเครียด!ปม“ธรรมนัส” โดนแฉพันคดีขนเฮโรอีน

“บิ๊กตู่”หน้าเครียด!ปม“ธรรมนัส” โดนแฉพันคดีขนเฮโรอีน

“บิ๊กตู่” หน้าเครียดไม่ตอบปม สื่อออสซี่ แฉ“ผู้กองธรรมนัส” พัวพันขนเฮโรอีนคุก 4 ปี  ด้าน"อนุพงษ์” เชื่อไม่กระทบภาพรวมรัฐบาล  ส่วน “ผู้กองธรรมนัส” ปัดตอบกรณีดังกล่าว

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนการประชุมพล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเคร่งเครียดและอารมณ์ไม่ดีนัก คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องที่สื่อออสเตรเลียเปิดข้อมูล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พัวพันคดีขนเฮโรอีนและต้องโทษจำคุก 4 ปี ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามและมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สื่อออสเตรเลียเปิดเผยว่าร.อ.ธรรมนัส เคยถูกตัดสินจำคุกในออสเตรเลียนั้นจะกระทบกับภาพรวมของรัฐบาลหรือไม่ว่า  เรื่องนี้ร.อ.ธรรมนัสได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งตนก็รับทราบจากที่สื่อมวลชนนำเสนอ เป็นเรื่องที่ร.อ.ธรรมนัสต้องชี้แจงกับสังคมให้รับทราบต่อไป

เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกระทบกับภาพลักษณ์โดยรวมของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ย้อนถามกลับว่า “คุณจะให้ผมตอบอย่างไร ไม่กระทบครับ”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
 
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเข้ามาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้เปลี่ยนรถประจำตัว รวมถึงเปลี่ยนประตูทางขึ้นจากด้านข้าง มาเป็นด้านหน้า และยังเปลี่ยนเวลาเดินทางเข้าร่วมประชุมจากที่เคยมาก่อนเวลา 15-20 นาที แต่เปลี่ยนมาเป็นเวลากระชั้นชิดการประชุม โดยให้รัฐมนตรีท่านอื่นๆขึ้นห้องประชุมไปก่อน

ขณะเดียวกัน ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สื่อออสเตเลีย เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส เคยถูกจำคุกในประเทศ ออสเตรเลีย รวมถึง ประเด็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นพรรคเล็กไม่พอใจการให้สัมภาษณ์กรณีมีการเปรียบเทียบ แจกกล้วยเลี้ยงลิง 

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าจะชี้แจงรายละเอียดถึงกรณีดังกล่าวหรือไม่โดย ร.อ.ธรรมนัสได้โบกมือเป็นเชิงปฏิเสธแล้วก็ขึ้นลิฟท์ไปประชุมทันที

.......................................................

10 กันยายน 2562



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/09/2019 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สาครงค์
.........................................
นายธนาธรไม่แคร์ กฎหมาย กฎ ระเบียบใดๆอย่างทรนงมาก่อน จนกระทั่งลงสมัครเลือกตั้งก็มิได้ทำตามระเบียบที่จะต้องปลอดจากการเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนกิจการสื่อสารมวลชนเสียก่อน จึงถูกศาลรธน.มีคำสั่งให้นายธนาธรยุติบทบาทหน้าที่ส.ส.เอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลออกมา
หลังจากนั้น นายธนาธรก็ถือโอกาสเคลื่อนไหวตามกลุ่มมวลชนอย่างต่อเนื่อง และส่วนมากก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจากกลุ่มวัยรุ่นอย่างเห็นได้ชัด
แต่ขณะเดียวกัน คนไทยอีกส่วนหนึ่งที่มักจะเป็นคนสูงวัย ก็แสดงความไม่พอใจ ปฏิเสธการกระทำแบบนอกคอกของนายธนาธรอย่างรุนแรงเช่นกัน
ดังนั้น ความขัดแย้งของคนที่เชียร์กับคนที่ชังนายธนาธร จึงกลายเป็นความละเอียดอ่อนที่เสี่ยงต่อการแตกแยกของคนไทยด้วยกันตลอดเวลา จนกระทั่งกลายเป็นคำถามในใจของคนไทยที่มีใจเป็นกลางแต่ไม่อยากเป็นการนองเลือดที่อาจจะเกิดได้ ว่าจะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์นี้

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 10/09/2019 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

อ่านเรื่องพรรค อนค.ที่ไปอีสานคราวนี้แล้ว เกลียดนายธนาธรมากขึ้น ถ้าถูกยุบพรรคได้เป็นการดีแก่ประเทศในอนาคต แต่ปล่อยไว้จะอันตราย เพราะพวกเขาเลียนแบบทักษิณชัด ๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน