*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3770
  • จำนวนผู้ชม : 2395358
  • จำนวนผู้โหวต : 521
  • ส่ง msg :
  • โหวต 521 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 238 , 14:28:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ประเด็น 'ธรรมนัส' ที่กำลังเขย่ารัฐบาลขนาดหนักเวลานี้ 'บิ๊กตู่'ก็คงไม่ทำอะไรมากไปกว่าการยอมรับสิ่งที่ผู้กองธรรมนัสแถลงต่อ

สภาไปแล้ววานนี้ ดังข่าว

'ประยุทธ์'ระบุ'ธรรมนัส'แจงสภาอย่างมีเหตุมีผล

12 ก.ย.62 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงการต้องโทษจำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า จากการฟังคำชี้แจงแล้ว ก็พบว่าชี้แจงเป็นเหตุเป็นผล โดยเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายเขา และทุกอย่างไม่ใช่ว่านายกฯไม่ได้ตรวจสอบ เพราะนายกฯตรวจสอบด้วยระบบการตรวจสอบของรัฐบาล เท่าที่มีมา ก็มีคณะทำงานในการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทุกคน และสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ศาล อัยการ ซึ่งทุกคนก็ผ่านมาทั้งหมด ถึงจะแต่งตั้งขึ้นมาได้

“ถ้าตรวจสอบครั้งแรกไม่ผ่าน ก็คือไม่ผ่านตั้งแต่แรก ซึ่งรวมถึงเรื่องของวุฒิการศึกษาด้วย และผมคิดว่าเขาได้ตรวจสอบแบบนี้มาทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นความคิดเห็นของแต่ละคน ผมก็ไม่ได้ว่าใคร ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'

    
 

 

               เดี๋ยว...........

 

                บอกก่อน เมื่อวาน ผมขอแรงคุณ "ผักกาดหอม" ช่วยคุยแทนหนึ่งวัน

                เพราะได้เวลาต้องเดินทางไปไหว้ "หลวงพ่อทวด" ที่วัดช้างให้ ปัตตานี

                ปีหนึ่ง ผมต้องไปครั้งหนึ่ง "เป็นอย่างน้อย" นั่นแหละครับ

                แต่ปีนี้ "ขาประจำ" หายไป ๑ คน คือ "คุณสะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์"

                พูดถึงคำว่า "ตาย" ฟังดูมันเศร้า!

                แต่ถ้าเข้าใจว่า มีตาย จึงมีเกิด, มีเกิด จึงมีตาย, ก็จะไม่เศร้า

                เพราะการตายคือเงาของการเกิด และการเกิดคือเงาของการตาย เหมือนกลางคืนกับกลางวัน  เหมือนตอนหลับกับตอนตื่น

                เหล่านี้ เป็นกันและกัน "อยู่ในตัวเดียวกัน" เปลี่ยนถ่ายด้วยสันตติกาล คือกาลเวลาเชื่อมต่อ ที่แม้เราจ้องก็ยังมองไม่เห็น จนกว่าจะได้เข้าไปอยู่ในโซนสันตติกาลนั้นเอง

                ดังนั้น คนที่ตายไปแล้ว เขาอาจดีใจ และร้องว่า...รู้งี้ ตายซะตั้งนานแล้วก็ได้

                มีแต่เราๆ ที่อยู่นี่แหละ.........

                อินและยึดติดอยู่กับหนังม้วนเก่า ด้วยไม่รู้ จึงเหงา จึงเศร้า จึงอาลัยหา

                ถ้าเข้าใจหลักวัฏฏะ-สันตติกาล จากเศร้า จะเปลี่ยนเป็นอิจฉาทันที ที่เขาโชคดี ได้ตั๋วไปดูหนังเรื่องใหม่ก่อนเรา ท่านว่าจริงมั้ย?

                คุณ "ผักกาดหอม" ให้คิวรับฝากวันเดียว

                ดังนั้น วันนี้ ผมจึงต้องคุย "อัดแห้ง" ไว้ เพราะยังต้องเอ้อระเหยอยู่ ๓ จังหวัดใต้โน่น

                เมื่อศุกร์  ๖ กันยา มีใครได้ฟังที่นายกฯ ประยุทธ์ เดี่ยวไมโครโฟน เรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี บ้าง?

                ผมดูคลิปตามเว็บไซต์........

                นายกฯ นี่ ท่านคงทำการบ้านตลอด ความจำแม่น เรื่องยุทธศาสตร์ พูดบ่อยจนอยู่ในหัวทุกเรื่อง  คนพูดสบายๆ คนฟังก็พลอยสบายๆ (หู) ไปด้วย

                ในหมวด "จัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพ" นายกฯ พูดสะท้อนกึ๋นผู้นำดีทีเดียว เวิร์คพอยท์นิวส์เขาแกะคำไว้ ผมอาศัยด้วยละกัน

                 "การเป็นกองทัพชั้นนำ ต้องทั้งคน เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีความทันสมัยพอสมควรเทคโนโลยีบ้าง ไม่ใช่ บุโรทั่ง ไปสู้เขา ไปอวดเขาไม่ได้หรอกครับ

                วันนี้ ทหารเรือไทยไปถึงไหน โซเวียต วอสต็อก เรือเก่ามากๆ มันก็อายเขา จอดไป ตายไป ตลอดทาง เขานัดกัน ๓ เดือน ๕ เดือนยังไม่ถึงเลย มันก็ไม่ได้นะ มันต้องปรับเปลี่ยน ไม่ใช่ผมบอกอยากซื้อเมื่อไหร่ ถ้าไม่ซื้อได้ก็ดีสิ ทุกอย่าง เครื่องบิน ลองไปขึ้น เว้นแต่เครื่องบินตาหนู (อนุทิน ชาญวีรกูล) ปลอดภัย เครื่องบินบางลำ ๒๐ ปี ๓๐ ปี พอเกิดเหตุ เดี๋ยวตาย..เดี๋ยวตาย

                ทุกคนต้องนึกถึงชีวิตของคนที่ใช้สิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะบนบก ในทะเล บนอากาศ บางทีไป ไม่อยากจะไป นายสั่งให้ไป รัฐบาลสั่งให้ไป ผมไม่อยากไป

                ผมอายเขาจริงๆ เขาพูดกันอย่างนี้ เพราะมันเก่า บุโรทั่งมากๆ ต้องดูในส่วนนี้พอสมควร

                สัดส่วนที่เหมาะสม ที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช่ซื้อกันเกลื่อน ไม่มีเงินขนาดนั้นหรอกครับ

                เราต้องขายของให้ได้มากขึ้น เวลาใครจะมาขายของ ผมบอก คุณซื้อผมให้มากขึ้นหรือเปล่า

                ถ้าคุณซื้อเกษตรผมมากขึ้น ข้าว ยาง ปาล์ม อ้อย ผมจะซื้อเรือท่านมากขึ้น

                เพราะซื้อเรือลำนึง เครื่องบินลำนึง ข้าวหมดไปเท่าไหร่ไม่รู้ กว่าจะแลกข้าว ไม่มีแลกได้พอหรอกครับ

                อันนี้ ผมก็พูดกับทรัมป์เขาไปด้วย จะให้ซื้อยันเลย ซื้อเครื่องบินขับไล่ พร้อมขาย ผมก็พร้อมซื้อนะ  แต่ขอมีเงินก่อน มันก็กดดันต่อรอง ต่างตอบแทนกันอยู่แบบนี้ ผมก็ต้องเจรจาให้ดี"

                ครับ....

                ผมว่าอันนี้ ใช้ได้เลย!

                เป็นนายกฯ จากนายทหารที่มีกึ๋นทางการค้า การเจรจา การต่อรอง และที่สำคัญ "ตกผลึก" ในนิสัย-สันดานชาติยุโรปตะวันตก

                คือสังคมตะวันตก เท่าที่สังเกต ฝรั่งไม่รู้จักคำว่า "บุญคุณ" เหมือนสังคมตะวันออก ในซีกเอเชีย-อาเซียน มีแต่คำว่า "ต่างตอบแทน"

                ในการเจรจากับทรัมป์ ถ้านายกฯ บอกว่า ไทยเคยมีบุญคุณกับสหรัฐฯ นะ

                King Rama 4th ยังเคยเสนอประธานาธิบดี "อับราฮัม ลินคอล์น" จะส่งช้างไปช่วยในสงครามกลางเมืองเลย

                หรือยกความเป็น "มิตรแท้-มิตรเทียม" หวังใช้เป็นแต้มต่อในการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางธุรกิจค้าขายกับฝรั่ง กับทรัมป์

                ฝรั่งบอก ยูเพ้ออะไร ไอไม่เข้าใจ แต่ถ้าพูดอย่างที่นายกฯ ประยุทธ์พูด

                "คุณซื้อผมให้มากขึ้นหรือเปล่า ถ้าคุณซื้อเกษตรผมมากขึ้น ข้าว ยาง ปาล์ม อ้อย ผมจะซื้อเรือท่านมากขึ้น"

                อย่างนี้ฝรั่งบอก Alright...Alright เหมือน ดร.ดิเรกใน พล นิกร กิม หงวน เลย!

                คำว่า บุญคุณ ก็ดี เอื้ออาทร ก็ดี ผมไม่ทราบ ว่ามีศัพท์ตรงๆ ในภาษาอังกฤษ เหมือนภาษาไทยหรือเปล่า?

                แต่ในภาษาจีนมีแน่

                เพราะวันก่อน อ่านเรื่องที่ผู้ใช้นามว่า "ขจรศักดิ์" แปลไว้ นานแล้ว แต่มีคนนำเผยแพร่เป็นระยะๆ

                ผมเป็นแฟน "ขจรศักดิ์" นะ เขามักนำเรื่องมีคติชีวิตและสะท้อนสังคมจีนมาสอนใจบ่อยๆ

                เจอที่ไหน อ่านครั้งใด ไม่เคยผิดหวัง ทั้งเรื่อง ทั้งสำนวนการถ่ายทอดภาษา อย่างเรื่อง "เอื้ออาทร" นี่เหมือนกัน สังคมตะวันออก อ่านแล้วอิน แต่ตะวันตก ผมไม่แน่ใจ ลองอ่านกันดูนะครับ

                --------------------------------

                ในสมัยราชวงศ์ชิง

                ที่บ้านเกิดของรัฐมนตรีจาง ถิง อี้ แห่งเมืองถงเฉิน มณฑลอานฮุย ในระหว่างที่มีการซ่อมแซมกำแพงบ้าน เกิดมีกรณีพิพาทเรื่องที่ดินทับซ้อนกับบ้านข้างเคียง ตกลงกันไม่ได้ว่าที่ดินที่โต้เถียงกันเป็นของบ้านใครกันแน่

                แม่ของท่านรัฐมนตรีจึงได้เขียนจดหมายถึงลูกที่รับราชการอยู่ที่ปักกิ่ง อยากให้ลูกสั่งการให้ข้าราชการท้องถิ่นออกมาจัดการเรื่องนี้

                หลังได้รับจดหมายจากแม่แล้ว ท่านรัฐมนตรีจึงได้ตอบจดหมายถึงแม่ความว่า

                "จดหมายมาไกลเพียงเพราะเรื่องกำแพง อย่าใจแข็งถอยสักสามฟุตจะเป็นไร กำแพงเมืองจีนทุกวันนี้ยังยิ่งใหญ่ แต่ไฉนจึงไร้เงาจิ๋นซีฮ่องเต้

                ... ชีวิตไม่ใช่สนามรบ ไม่จำเป็นต้องเอาชนะคะคานกันจนถึงที่สุด ยอมถอยกันบ้าง ลดการวิวาท เลี่ยงความขัดแย้ง"

                หลังจากแม่ได้อ่านจดหมายที่ลูกส่งมา จึงตัดสินใจย้ายแนวกำแพงถอยห่างเข้ามาสามฟุต (หนึ่งฟุตของจีนเท่ากับเศษหนึ่งส่วนสามเมตร)

                คู่กรณีตระกูลเอี้ย เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์กลายเป็นเช่นนี้ เกิดความละอายใจขึ้นมาก็ถอยแนวกำแพงรั้วของบ้านตนร่นเข้าไปสามฟุตเช่นกัน

                ระหว่างบ้านทั้งสองจึงกลายเป็นตรอกกว้างหกฟุตที่ผู้คนใช้สัญจรได้

                เหตุการณ์ดังกล่าวได้ล่วงรู้ถึงจักรพรรดิคังซีในเวลาต่อมา

                พระองค์ทรงประทับใจในความเอื้ออาทรและการรู้จักมีความอะลุ่มอล่วยต่อกัน อยากให้เป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนทั่วไป

                จึงทรงรับสั่งมีการสร้างหลักจารึกคำว่า "เอื้ออาทร" ไปประดิษฐานอยู่ที่บริเวณปากตรอก

                จนกลายเป็นที่มาของ "ตรอกหกฟุต" อันโด่งดัง และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อยู่จนทุกวันนี้

                (หลักจารึกดังกล่าวได้รับการบูรณะใหม่ในปี 1999 ตัวอักษรสองตัว [เอื้ออาทร] ยังคงถูกจารึกอยู่เหนือซุ้มประตู)

                ตำนาน "ตรอกหกฟุต" เพียงยอมถอยคนละ 3 ฟุต กลายเป็น "เอื้ออาทร" สอนลูกหลาน

                บางสิ่งที่บ้านของรัฐมนตรีจาง ถิง อี้ อาจจะหดหายไปบ้าง คือที่ดินเล็กน้อยที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้

                แต่สิ่งที่ได้มาคือ ความสงบสุขระหว่างเพื่อนบ้าน และชื่อเสียงความเป็นแบบอย่างที่ดีที่ลือไปไกลทั่วปฐพี

                ในชีวิตของเรานั้น......

                ความเอื้ออาทรเป็นพลังที่แข็งแกร่งไม่มีวันสูญหาย

                เพื่อนฝูงที่รู้จักมีความเอื้ออาทรต่อกันจะเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน

                สามีภรรยาที่รู้จักอะลุ้มอล่วยให้อภัยต่อกันจะอยู่คู่กันจนชั่วฟ้าดินสลาย

                "ตรอกหกฟุต" อยู่ที่เมืองถงเฉิน มณฑลอันฮุย ยาวประมาณร้อยเมตร กว้างสองเมตร

                "ขจรศักดิ์"

                แปลและเรียบเรียง

                27/7/17

                ครับ...ก็หวังว่า บ้านเมืองเราจะมี "รัฐมนตรีจาง ถิง อี้"

                ไม่ต้องมาก......

                ซักคน-สองคน ก็บุญประเทศแล้ว.

อธิบดีคุ้มครองสิทธิฯ นัดถกเยียวยาครอบครัว 'บิลลี่' รับเงินชดเชย 2 แสนบาท

    
 

สำหรับสิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหายในคดีอาญากรณี เสียชีวิต ทายาทของผู้ตายมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน  ตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ค่าจัดการงานศพ จ่าย 20,000 บาท  ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูจ่ายไม่เกิน 40,000 บาท ค่าเสียหายอื่นๆ จ่ายตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเห็นสมควร  เช่น ค่าเยียวยาฟื้นฟูจิตใจแก่ทายาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท

'ประยุทธ์'ระบุ'ธรรมนัส'แจงสภาอย่างมีเหตุมีผล

    
 

12 ก.ย.62 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงการต้องโทษจำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า จากการฟังคำชี้แจงแล้ว ก็พบว่าชี้แจงเป็นเหตุเป็นผล โดยเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายเขา และทุกอย่างไม่ใช่ว่านายกฯไม่ได้ตรวจสอบ เพราะนายกฯตรวจสอบด้วยระบบการตรวจสอบของรัฐบาล เท่าที่มีมา ก็มีคณะทำงานในการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทุกคน และสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ศาล อัยการ ซึ่งทุกคนก็ผ่านมาทั้งหมด ถึงจะแต่งตั้งขึ้นมาได้

“ถ้าตรวจสอบครั้งแรกไม่ผ่าน ก็คือไม่ผ่านตั้งแต่แรก ซึ่งรวมถึงเรื่องของวุฒิการศึกษาด้วย และผมคิดว่าเขาได้ตรวจสอบแบบนี้มาทั้งหมดแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นความคิดเห็นของแต่ละคน ผมก็ไม่ได้ว่าใคร ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้าตัวให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ครบ ก็คงต้องว่ากันต่อไป เพราะหลายอย่างก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือ ถ้ามีปัญหาในภายหลัง ก็คงเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องดูว่าเป้าประสงค์นั้นคืออะไร เพราะถ้ามองย้อนกลับไป ก็เคยมีแบบนี้เยอะแยะ ลืมกันไปแล้วหรืออย่างไร เช่น เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ทำปัญหาเยอะแยะไปหมด ลืมหมดแล้วหรือไง

เมื่อถามว่าแต่ทั้งหมดเป็นภาพลักษณ์ของนายกฯและรัฐบาลที่ตั้งคนเข้ามาเป็นครม. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “อ่าว ผมก็เป็นคนคัดคนเข้ามา เพราะมีคนเสนอเข้ามา แต่ทั้งหมดได้ผ่านกลไกการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็จบลงแค่นั้น ผมจบแล้ว”

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามจะซักถามต่อ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าหงุดหงิด พร้อมโบกมือ บอกว่า ไม่เอาพอแล้ว มีแต่คำถามเดิมๆ คนถามก็เดิมๆ

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 
  การเมือง 
 
    
 

สำหรับสิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหายในคดีอาญากรณี เสียชีวิต ทายาทของผู้ตายมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน  ตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ค่าจัดการงานศพ จ่าย 20,000 บาท  ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูจ่ายไม่เกิน 40,000 บาท ค่าเสียหายอื่นๆ จ่ายตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการเห็นสมควร  เช่น ค่าเยียวยาฟื้นฟูจิตใจแก่ทายาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท

 

ความลับที่บุญทรงคาย คือ ความตายของตระกูลโกง

12 ก.ย. 2562
0 0

ความลับที่บุญทรงคาย คือ ความตายของตระกูลโกง

หลังจากบุญทรงต้องโทษเพิ่มขึ้นเป็น 48 ปี เขารู้ชะตาชีวิตว่า "ตายในคุก" สถานเดียว แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เขาตัดสินใจ ทำงานสุดท้ายครั้งยิ่งใหญ่ งานนั้นคือ เล่าทุกเรื่อง พูดทุกอย่าง ไม่แลกกับอะไรเลย เพียงแต่ขอบันทึกเป็นหนังสือ อัดเป็นคลิป ต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเพื่อส่งสัญญาณถึงคนแดนไกลว่า "กูพูดแล้ว"

ตอนพล ต อ เสรีพิสุทธิ์  มาเป็นที่ปรึกษากิจการค้าเพชรของเฮีย   เฮียนิกรก็ให้รถราม้าใช้สมศักดิ์ศรีที่ปรึกษาใหญ่  รถคันนั้นก็คือคันนี้ละ BENZ  S 350 ที่มีคนสงสัยว่ายืมใครมา 

พอลาออกจากที่ปรึกษามาแล้ว รถก็ยังติดมือติดไม้ติดตัวมาด้วย ก็ด้วยความใจใหญ่ของเฮียนั่นละ เฮียก็ให้ยืมมาจนถึงวันนี้ 

ก็เหมือนกับที่ "ลุงป้อม"  ยืมนาฬิกา "เพื่อน" นั่นละ

บางคนเป็นผู้หญิงหัวใจแตกสลายร้องไห้ปริ่มขาดใจทุกข์ทรมาน บางคนสูงวัยมีโรคภัยก็ทรุดฮวบ ตอนนี้รัฐบาลเอาจริง ครั้นจะใช้เงินซื้อความสดวกสะบายก็ไม่ได้แล้ว  "คุกคือคุก"  อดีตข้าราชการที่เคยสุขมาติดคุกและยาวนานเท่าครึ่งชีวิตที่เหลือ ตายทั้งเป็นชัดๆ

แต่ทำไงได้เวรกรรมใครทำคนนั้นรับไป  อยากได้อยากดี จนไม่สนถูกผิดต้องติดคุกแทนคนสั่ง นั่งเจ็บใจในคุกต่อไป  ส่วนพวก "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เยาวภา"ก็มีความสุขกันไป

ก่อนหน้านี้ คงจำได้ มีข่าวว่า "บุญทรง" ดีลลับๆกับ "คนวงใน" เขาเปิดปากเล่าเรื่องราวการทุจริตครั้งมโหฬารในกระทรวงพาณิชย์กับโครงการจีทูเก๊ทั้งหมด เพื่อแลกกับความปลอดภัยของครอบครัวและการรักษาสุขภาพ  เขาผ่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนที่คอ รออีกพักจะออกไปผ่าที่หลังท่อนล่างอีกรอบ 

การเปิดปากของบุญทรงคราวนั้นกระทบถึงเจ๊ ดอ โดยตรง เจ๊ก็เปิดแน่บสิ รออะไรละ  คุกมารออยู่รอมร่อ

หลังจากบุญทรงต้องโทษเพิ่มขึ้นเป็น 48 ปี  เขารู้ชะตาชีวิตว่า "ตายในคุก"สถานเดียว แต่ก่อนจะถึงวันนั้น   เขาตัดสินใจ  ทำงานสุดท้ายครั้งยิ่งใหญ่   งานนั้นคือ  เล่าทุกเรื่อง พูดทุกอย่าง ไม่แลกกับอะไรเลย  เพียงแต่ขอบันทึกเป็นหนังสือ อัดเป็นคลิป ต่อหน้าเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเพื่อส่งสัญญาณถึงคนแดนไกลว่า  "กูพูดแล้ว" เท่านั้นไม่พอ  ไม่เพียงแต่บุญทรงเปิดปากหมดเปลือก  แต่อดีตข้าราชการทั้งหลายที่ติดคุกคดีเดียวกัน  ด้วยความแค้นใจพร้อมใจกันไม่อิดออดอีกต่อไป   "เปิดปาก"  เล่าความจริงหลังโครงการทุจริตข้าวจีทูเก๊ ที่คนบางคน  "แดก"กันพุงกาง  หมดใส้หมดพุง

การพูดของบุญทรงและคณะ คือ บุญของประเทศ  และงานนี้ปิดประตูตาย  "ครอบครัวโกงข้าว"   ไม่มีวันได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด ไม่มีวันได้กลับมาตายรัง  สุดท้ายกระดูกสามโกฐิของสามพี่น้องที่หนีไปทั่วโลก คงต้องฝากไว้ที่สุสาน ดูไบ มอนเตเนโกร และ เซอร์เบีย . แค่นี้ยังไม่สาสมพอหรอก กับเงินที่พวกเขาโกงไปจากประเทศของเราหลายแสนล้านบาท  ลูกเต้าเหล่ากอ และ พรรคพวกในรัฐบาลยุคนั้น  ต้องชดใช้ด้วยไหม

 

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค EEC กฟผ.บี้เคลียร์งบซื้อซีพีโอ ก่อนเอาไปเผาในโรงไฟฟ้าอีก 1.3 แสนตัน

กฟผ.บี้เคลียร์งบซื้อซีพีโอ ก่อนเอาไปเผาในโรงไฟฟ้าอีก 1.3 แสนตัน

12 Sep 2019
 
กฟผ.พร้อมเดินหน้ารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบผลิตไฟฟ้า แต่ต้องรอเคลียร์งบฯเก่าและใหม่ล่าสุด ครม.ชี้ใข้งบฯกลางดำเนินการ จับตาใครได้ประโยชน์จากงบฯรับซื้อกว่า 5 พันล้านบาท

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กฟผ.กำลังเตรียมรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ)​  เพื่อผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง  ในส่วนที่เหลือ 133,750 ตัน ให้ครบ 200,000 ตัน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เร่งรัดให้จัดซื้อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แก้ไขปัญหา​ราคาปาล์มตกต่ำ  และได้แจ้งว่า ครม.เมื่อวัน 27  สิงหาคม 2562 ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องวงเงินรับซื้อ ว่าจะใช้งบกลางของรัฐบาลมาดำเนินการทั้งหมด ทั้งงวดการจัดซื้อที่ผ่านมาที่ใช้เงินไปแล้วราว 5  พันล้านบาท และการรับซื้อรอบใหม่ ซึ่งจะไม่เกิดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าและไม่กระทบต่อกฏระเบียบการเงินการคลังของภาครัฐ

                                      นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กฟผ.. ได้ดำเนินการรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 จำนวน 160,000 ตัน และตมมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 จำนวน 200,000 ตัน โดยรอบ 2 รับซื้ิอไปเพียง 66,250 ตัน เนื่องจากราคาปาล์มได้ขยับขึ้นเกินเพดานจนยุติการรับซื้อ  ส่งผลให้ราคาซีพีโอ ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2562 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14.13 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 21 บาทต่อกิโลกรัม และราคาผลปาล์มปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.05 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 3.70 บาทต่อกิโลกรัม แต่ล่าสุดราคาปาลฺ์มลดลง  ทาง.ครม.จึงให้ กฟผ.รับซิ้อให้ครบ เพื่อพยุงราคาปาล์ม


 

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา  เพื่อไม่ให้กระทบค่าไฟฟ้า ทางครม.ได้ให้ใช้เงินกองทุนส่งเสริมการส่งออกกระทรวงพาณิชย์มารับซื้อ 525 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งให้ กฟผ.ใช้งบฯ รับซื้อโดยให้ตกลงกับกระทรวงการคลังให้เป็นงบรายจ่ายเพื่อสังคม (PSA)​ แต่จากการหารือกับกระทรวงการคลังพบว่า ตามระเบียบการคลังไม่สามารถกำหนดเป็นงบฯPSA ได้ และไม่สามารถ หักออกจากงบฯที่ กฟผ.ต้องนำรายได้นำส่งต่อรัฐบาลได้  โดยงบที่ กฟผ. ซื้อซีพีโอไปแล้งทั้งหมดราว 5 พันล้านบาท ทาง กฟผ.ยังไม่สามารถเบิกจ่ายจากส่วนใดได้ทั้งสิ้น 

"กฟผ.พร้อมรับซื้อปาล์มเพิ่มเติม แต่ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถเคลียร์งบรับซื้อได้ หาก ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่าใช้งบฯกลาง ได้ กฟผ.ก็พร้อมเดินหน้าทันที โดยราคารับซื้ิอ ซีพีโอจะรอให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ชัดเจน" ผู้ว่า การ กฟผ.กล่าว

มีรายงานว่า ในการคำนวณต้นทุนซีพีโอ หากนำมาผลิตไฟฟ้าแล้วไม่กระทบต้นทุนค่าไฟฟ้า ราคาซีพีโอต้องอยู่ที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม  และคำนวณกลับไปเป็นผลปาล์มจะอยู่่ที่ กิโลกรัมละ 0.75 บาท เท่านั้น โดยที่ผ่านมา กลไกการรับซื้อ ที่ กฟผ.เข้ามาดำเนินการรับซื้อซีพีโอ ขั้นตอนประมูล แม้โปร่งใส ดูดซับซีพีโอได้มาก แต่ก็พบว่าราคาผลปาล์มกว่าจะปรับขึ้นใช้เวลานานและปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย  และที่สำคัญสต๊อกซีพีโอลดเพียงชั่วขณะ  หลังจากนั้นสต๊อกจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ​ซึ่งมีการตั้งขอสังเกตถึงการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

ในขณะที่การซื้อปาล์มเพื่อผลิตไฟฟ้าผลประโยชน์​ที่แท้จริงอาจไม่ได้ตกที่้เกษตรกร เมื่ิอคำนวนต้นทุนกับงบฯรับซื่อแล้ว  การใช้งบฯไปช่วยตรงกับเกษตกรเพื่อยกระดับราคาจะได้ผลดีกว่า ซึ่งเมื่อวันที่ 10  กันยายน ที่ผ่านมา ราคาซีพีโออยู่ที่ประมาณ 16.50 บาทต่อกิโลกรัม ราคาผลปาล์มอยู่ที่ 2.50-3.00 บาทต่อกิโลกรัม

................................................................

12 กันยายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน