*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3790
  • จำนวนผู้ชม : 2405410
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 253 , 18:05:44 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การประชุมสภาวันนี้ จะถือเป็นนิมิตหมายที่ดีได้หรือเปล่า เพราะทุกพรรคลงมติ 425 : 0 เลื่อนวาระการพิจารณาการตั้ง

กรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เล่นเอา 'ช่อ' พรรณิการ์ โฆษกพรรคอนค.ในฐานะผู้เสนอญัตติหน้าบานไปเลย

         คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ประเพณีจีนก็มีการไหว้พระจันทร์ด้วยขนมเปี็ยะ โดยขณะนี้ทีมนักบินอวกาศก็กำลังสำรวจอยู่บนนั้น

 

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"

    
 

                               

                เอาไงต่อ...?????

 

                กับประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณตน

                ย้อนไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง

                ".....ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน เห็นว่าการกระทำที่ถูกกล่าวอ้างว่าละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๑๑) และมาตรา ๔๖ ก็ตาม

                แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ (๑) บัญญัติว่า

                "การใช้สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา ๔๖ ต้องเป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพอันเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ และต้องมิใช่เป็นกรณีอย่างหนึ่งอย่างใด           ดังต่อไปนี้ (๑) การกระทำของรัฐบาล"

                และมาตรา ๔๖ วรรคสาม บัญญัติว่า "... ถ้าศาลเห็นว่า เป็นกรณีต้องห้ามตามมาตรา ๔๗ ให้ศาลสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา"

                เห็นว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง (Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (Act of Government) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ (๑)

                ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ ตามมาตรา ๔๖ วรรคสาม

                ประกอบกับเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๔๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

                หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน

                และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธยโดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ห้องรับรอง ชั้น ๕ ตึกบัญชาการ  ทำเนียบรัฐบาล

                การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด

                ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๖ วรรคสาม และมาตรา ๔๗ (๑)....."

                คำวินิจฉัยปรากฏชัดว่า

                การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด

                องค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ มีอะไรบ้าง

                "ศาล" ประกอบด้วย

                -ศาลรัฐธรรมนูญ

                -ศาลยุติธรรม

                -ศาลปกครอง

                -ศาลทหาร

                องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย

                -คณะกรรมการการเลือกตั้ง

                -ผู้ตรวจการแผ่นดิน

                -คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

                -คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

                -คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                -สำนักงานอัยการสูงสุด

                มีข้อถกเถียงว่า แล้วสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา เป็นองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

                พรรคฝ่ายค้านเขาบอกว่า ไม่ใช่ ไม่เกี่ยว

                แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่า

                "คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ"

                รวมถึง สภาผู้แทนราษฎรด้วย

                นั่นหมายความว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร

                แต่ฝ่ายค้านตีความต่างออกไป

                มองเพียงว่าไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบของศาล

                ไม่ได้หมายความว่า ศาลวินิจฉัยว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบนั้น ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 

                "ปิยบุตร แสงกนกกุล" ตั้งประเด็นว่า การกระทำทางรัฐบาล หรือ การกระทำทางการเมือง จะถูกตรวจสอบได้ด้วยวิธีใด

                .........ตามหลักกฎหมายมหาชน การกระทำทางรัฐบาล หรือ การกระทำทางการเมือง คือ การกระทำที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการกระทำที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภากับรัฐบาล

                การกระทำเหล่านี้อาจหลุดพ้นไปจากการตรวจสอบทางกฎหมายโดยองค์กรตุลาการ ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันมิให้องค์กรตุลาการหรือศาลได้เข้ามาตัดสินชี้ขาดประเด็นทางการเมืองหรือทางนโยบาย จนเกิดสภาพ “การปกครองโดยผู้พิพากษา” เว้นแต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้อำนาจการตรวจสอบการกระทำทางการเมืองเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ.....

                แล้วขมวดปมว่า....การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องโดยให้เหตุผลว่า การถวายสัตย์ฯ เป็น “การกระทำทางการเมือง” หรือ “การกระทำทางรัฐบาล” จึงไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบองค์กรใด เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ยิ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรมีความชอบธรรมอย่างยิ่งในการทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลในทางการเมือง

                การอภิปรายในญัตติตามมาตรา ๑๕๒ ในวันที่ ๑๘ กันยายนนี้ จึงเป็นหนทางที่ยังพอเหลืออยู่ในการตรวจสอบทางการเมืองและหาทางออกร่วมกันต่อกรณีนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ.........

                ก่อนที่จะตีความว่า "การกระทำทางการเมือง" เข้าทางฝ่ายค้าน ให้อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ได้นั้น "ปิยบุตร" ต้องไปดูคำพิพากษาให้ครบ

                เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังยกเหตุผลอื่นมาประกอบด้วย ๒ ประเด็น

                ๑.วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๗.๔๕ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี

                หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน

                ๒.เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธยโดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ห้องรับรอง ชั้น ๕ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

                นี่คืออะไร?

                เป็นการตอบคำถามที่ "ปิยบุตร" สงสัย

                การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง (Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (Act of Government) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ (๑)

                ไม่ใช่การกระทำระหว่างการเมืองกับการเมือง

                แต่เป็นการเมืองในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์  

                อีกประเด็น "ปิยบุตร" อย่าไปห่วงว่า จะเกิดสภาพ “การปกครองโดยผู้พิพากษา" เพราะศาลไปชี้ขาดประเด็นทางการเมืองหรือทางนโยบาย

                ยกตัวอย่างประเทศในตะวันตก ที่ "ปิยบุตร" มักนำมากล่าวอ้างเสมอ       

                ปลายปีที่แล้ว ศาลชั้นต้นนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับคำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา

                เป็นคำสั่งที่ประกาศไว้ให้บุคคลใดที่ลักลอบเข้าสู่สหรัฐด้วยวิธีผิดกฎหมายนั้นจะไม่มีสิทธิ์ขอลี้ภัย หลังมีคาราวานผู้อพยพจากอเมริกากลางหลายพันคนมุ่งหน้าสู่สหรัฐ

                นั่นคือหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

                อย่าไปปั่นกระแสว่าศาลทำเกินหน้าที่ 

                ฉะนั้น ปมถวายสัตย์ ให้จบที่..........

                การเมืองในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์. 

                     ผักกาดหอม

 

พรึ่บ! มติ 425 : 0 'ช่อ' โวอนค.ปักธงแรกในสภาสำเร็จ ทุกพรรคส่งสัญญาณแก้รธน.

    
 

13 ก.ย.62 - นางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงในทวีตเตอร์ @Pannika_FWP ระบุว่า "#ประชุมสภา วันนี้เข้มข้น มีโหวตสำคัญคือการเลื่อนวาระการพิจารณาการตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาลงมติ 425-0 เห็นด้วยให้เลื่อนวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน วันนี้เราปักธงแรกในสภาสำเร็จ มติเอกฉันท์เป็นสัญญาณว่าทุกพรรคเห็นความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ"

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 ..........................................................

 

 

 

 

 

  ....................................................

 

โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล และ บุนเดสลีกา ประจำวันที่ 14 ก.ย. 62

โดย PPTV Onlineเผยแพร่ 11 ก.ย. 2562,14:55น.ปรับปรุงล่าสุด 11 ก.ย. 2562,15:24น.
5.92k
   0

โปรแกรมถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ทางช่อง พีพีทีวี

โปรแกรมถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก และลีกอื่นๆ ประจำวันที่ 14 ก.ย. 62 !!

 
โปรแกรมถ่ายทอดสดประจำวันที่ 14 ก.ย. 62 !! จัดเต็มกันเช่นเคยกับ 3 คู่สุดมัน เริ่มกันที่ศึกพรีเมียร์ลีก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จ่าฝูงที่เป็นเพียงทีมเดียวที่เก็บชัยชนะรวดในลีก เปิดบ้านรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล และต่อกันด้วยสองแมตช์ระดับคุณภาพจาก บุนเดสลีกา ที่คอลูกหนังต้องไม่พลาด
 
  
 
 
ติดตามอ่านข่าว ความเคลื่อนไหววงการลูกหนังอัพเดทก่อนใคร คลิก!

เช็กผังรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลเพิ่มเติม คลิก!

...................................................

หน้าแรก / ข่าวทั่วไป หมอช้าง แนะขอพรความรักคืนนี้

หมอช้าง แนะขอพรความรักคืนนี้

13 Sep 2019
 
หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดังของเมืองไทย แนะวิธีไหว้พระจันทร์ขอความรัก เนื่องในเทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง

โดยหมอช้าง เผยผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจหมอช้าง ทศพร ศรีตุลาต้องมีอย่างแรกคือขนมไหว้พระจันทร์ อย่างที่สองคือน้ำสะอาด เพราะดวงจันทร์เป็นตัวแทนของธาตุน้ำ พอไหว้เสร็จก็เอาน้ำประพรหมน้ำเพื่อให้เกิดความมีเสน่ห์

ของที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม ตลับแป้ง แต่ให้เป็นของใหม่ ให้วางพร้อมของที่จะไหว้พระจันทร์ ส่วนของอื่นๆก็ตามประเพณี ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ธูปเทียน หรืออาจจะมีกระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเทศกาลที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนที่อยากมีความรัก

วันเกิดเทพแห่งความรัก เป็นวันที่พระจันทร์ทรงพลังมากที่สุดในรอบปี และยังเป็นวันเกิดของเทพเจ้า'เย่ว์เหล่า' ผู้ดูแลเรื่องความรัก เป็นกามเทพในแบบจีน ที่นำด้ายแดงไปผูกคนทั้ง 2 ที่เป็นคู่กันให้ได้พบกัน

เคล็ดลับการไหว้

- น้ำสะอาด - ขนมไหว้พระจันทร์ ( จำนวนเลขคู่) -ผลไม้ (3-5 อย่าง)

- น้ำหอม เครื่องสำอางค์ - ดอกไม้สด

เริ่มไหว้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ใช้ธูป 3ดอก หรือ 5ดอก โดยไหว้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก อธิษฐานขอพรเรื่องความรัก ความมีเสน่ห์ การได้รับความเมตตา หน้าที่การงาน และโชคลาภเมื่อรูปใกล้หมดให้ลาของไหว้มารับประทานส่วนน้ำให้นำมาประพรมเพื่อความเป็นสิริมงคล


หน้าแรก / Politics “อริสมันต์” เจอหมายจับอีก คดีบ้านเอื้ออาทร

“อริสมันต์” เจอหมายจับอีก คดีบ้านเอื้ออาทร

13 Sep 2019
อ่าน 22 ครั้ง
 

"อริสมันต์" เบี้ยวนัดไต่สวนพยานโจทก์คดีบ้านเอื้ออาทร ทนายติดต่อไม่ได้ "ศาลฎีกานักการเมือง" ให้ออกหมายจับพร้อมปรับนายประกัน 5 ล้าน ทนายยันคดีไม่สะดุด นำพยานไต่สวนต่อได้ พิจารณาลับหลังจำเลย

อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง

อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง
 
วันที่ 13 ก.ย.2562  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดนัดไต่สวนพยานคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นการไต่สวนพยานฝั่งของอัยการสูงสุด โจทก์ แต่ปรากฏว่าวันนี้ (13 ก.ย.) นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย จำเลยที่ 10 ไม่ได้เดินทางมาศาลเพื่อร่วมกระบวนพิจารณา ซึ่งทนายความก็ไม่สามารถติดต่อจำเลยได้ ศาลฎีกาฯ จึงเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์น่าจะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับเพื่อนำตัวกลับมาสู่กระบวนพิจารณาต่อไป โดยสั่งปรับนายประกันด้วยเต็มจำนวน วงเงินประกัน 5 ล้านบาท 

อย่างไรก็ดี จากกรณีดังกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนายธำรงค์ หลักแดน ทนายความของนายอริสมันต์ ก็ระบุว่าวันนี้นายอริสมันต์ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลฎีกาฯ ซึ่งโดยปกติก็จะนัดหมายมาพบกันที่ศาล ต่างเดินทางกันมาเอง ตนก็ไม่ทราบว่านายอริสมันต์ไปไหน เมื่อวันนี้ไม่สามารถติดต่อและตามตัวนายอริสมันต์ให้มาศาลได้ จึงถูกออกหมายจับและปรับนายประกัน 

นายธำรงค์ยังระบุถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีบ้านเอื้ออาทรในส่วนของนายอริสมันต์ว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งให้ออกหมายจับ แต่ไม่ได้มีคำสั่งจำหน่ายคดี (การพักพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว) เนื่องจากตามกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 (วิ อม.) ได้บัญญัติให้อำนาจศาลดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่มีตัวจำเลย (ลับหลังจำเลย) ต่อไปได้ ซึ่งตนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความรักษาสิทธิของนายอริสมันต์ จำเลย ในการต่อสู้คดีได้ต่อไป เพียงแต่ถ้าไม่มีตัวนายอริสมันต์อยู่ จำเลยเองก็จะเสียสิทธิในการเข้าให้การต่อศาล แต่ก็ไม่กระทบต่อรูปคดีมาก เพราะตนในฐานะทนายความที่ได้รับการแต่งตั้งจากตัวความก็ยังนำพยานอื่นเพื่อให้ศาลไต่สวนได้

 มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายอริสมันต์ไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีบุกล้มการประชุมอาเซียน จากการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2552 ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยพิพากษาแก้ให้จำคุก 12 แกนนำและแนวร่วม นปช. เป็นเวลา 4 ปี และให้ออกหมายจับนายอริสมันต์มาฟังคำพิพากษาต่อไปในวันที่ 31 ต.ค. นี้ ซึ่งหากในวันดังกล่าวยังไม่สามารถติดตามตัวนายอริสมันต์มาได้ ศาลก็สามารถที่จะใช้ดุลพินิจอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ 

สำหรับคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร เป็นคดีหมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 พรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548–2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัยนายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงศ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย 

ทั้งนี้ จำเลยทีในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 , 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91 

 
 
หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร มวลน้ำถึงอุบลฯแล้ว!! เร่งดันน้ำลงแม่น้ำโขง

มวลน้ำถึงอุบลฯแล้ว!! เร่งดันน้ำลงแม่น้ำโขง

13 Sep 2019

สทนช. ลงพื้นที่หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแผนจัดจราจรน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำจากตอนบนแม่น้ำมูลก่อนไหลมารวมที่ จ.อุบลฯ พร้อมเสริมเครื่องผลักดันน้ำ 160 เครื่องผลักดันน้ำระบายลงแม่น้ำโขง ขีดเส้น 25 วัน

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ณ ศาลากลาง จ.อุบลราชธานี

จากนั้นได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจน้ำท่วมในพื้นที่จ.อุบลราชธานี บริเวณแม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง ว่า ได้มีการหารือถึงแผนเร่งด่วนในการเร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบ และป้องกันปริมาณน้ำก่อนส่งผลกระทบกับตัวเมืองอุบลราชธานี โดยจากการหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการในการเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลด้านท้ายลงสู่โขง ซึ่งจะทำให้น้ำในเมืองอุบลฯระบายได้เร็วขึ้น

ล่าสุดขณะนี้กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้ว ทั้งหมด 160 เครื่อง แยกเป็นที่ อ.พิบูลมังสาหาร 100 เครื่อง และที่ อ.โขงเจียม 60 เครื่อง พร้อมวางแผนการจัดจราจรน้ำโดยลดการระบายน้ำจากแม่น้ำมูลที่เหนือ จ.อุบลราชธานีที่เขื่อน ราษีไศลและเขื่อนหัวนา จ.ศรีสะเกษ เพื่อหน่วงน้ำในแม่น้ำมูลให้เข้าตัวเมืองอุบลฯ ให้น้อยลงและช้าลง

รวมถึงจัดจราจรน้ำที่แม่น้ำชีโดยปิดการระบายน้ำที่เขื่อนในแม่น้ำชีตอนบน ได้แก่ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และหน่วงน้ำในแม่น้ำชีโดยลดบานระบายที่เขื่อนระบายน้ำในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ ซึ่งปัจจุบันผลกระทบจากน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำแม่น้ำชีตอนบนไม่ให้ไหลมาสมทบกับแม่น้ำชีตอนล่าง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำหลากที่จะลงสู่แม่น้ำมูลที่ จ.อุบลราชธานีได้

ขณะเดียวกัน ยังหารือถึงแผนระยะยาวร่วมกับทางจังหวัด ซึ่งต้องหาทางผันน้ำหรือเบี่ยงน้ำในต้นน้ำที่แม่น้ำชีบริเวณ จ.ยโสธร ซึ่งอยู่ในโครงการศึกษาของ สทนช.ในปี’63 แล้ว ขณะเดียวกัน สทนช.จะนำผลการศึกษาในการเบี่ยงน้ำในแม่น้ำมูลที่แก่งสะพือลงสู่ด้านท้ายแก่งที่มีการศึกษาไว้แล้วโดย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาปรับปรุงผลการศึกษาและขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลโดยเร็วด้วย 

สำหรับสถานการณ์น้ำ จ.อุบลราชธานีล่าสุด เมื่อเวลา  12.00 น. ของวันนี้ พบว่า ระดับน้ำที่ลำน้ำมูล ที่สถานี M7 จ.อุบลราชธานี สูงกว่าตลิ่งฝั่ง อ.วารินชำราบ 3.97 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 5,265 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในอัตรา 1 ซม.ภายใน 6 ชั่วโมง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกประมาณ 75 มม.ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 6 ซม. ส่วนระดับน้ำโขงที่ อ.โขงเจียม ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร แนวโน้มทรงตัวจากเมื่อเช้านี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าระดับน้ำแม่น้ำมูลที่ อ. เมืองอุบล จะเริ่มทรงตัวในวันพรุ่งนี้หากฝนไม่ตกเพิ่ม และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 25 วัน ระดับน้ำจะลดลงถึงระดับตลิ่ง

 
..................................................
 
13 กันยายน 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน