*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3798
  • จำนวนผู้ชม : 2409312
  • จำนวนผู้โหวต : 522
  • ส่ง msg :
  • โหวต 522 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 401 , 22:45:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

link @: หมอช้าง แนะขอพรความรักคืนนี // “อริสมันต์” เจอหมายจับอีก คดีบ้านเอื้ออาทร  

สวัสดีครับ

 

         ตามรูปภาพข้างบนนี้  เป็นรูปประกอบข่าว " มหัศจรรย์ หมู่บ้านเดียวที่ไม่ถูกท่วมในเมืองอุบล ฯ" ควรนับเป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่จะป้องกัน

น้ำท่วมได้ครับ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมต่างๆนะครับ แต่หากป้องกันได้ก็คุ้มทีเดียว ที่สำคัญ คือ การแชร์เงินค่าใช้จ่ายกันนั่นเอง โดยเจ้าของ

โครงการจัดสรรค์ต้องรับผิดชอบให้มาก

         อ่านข่าวกินเห็ดแล้วตาย เอาไว้เป็นความรู้แล้วบอกต่อๆกันด้วย

7 ขวบ กินเห็ดพิษตับวายเสียชีวิต

 

เตือนกินเห็ดพิษช่วงฤดูฝนระวังอันตรายถึงตายได้ 7 ขวบสังเวยแล้ว 1 ราย ป่วยรักษาอีก 4 ราย

 

     

ข่าวทั่วไป

อุบล จม ระดับน้ำสูงสุดเฉียด 11 เมตร

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 17:27 น.
น้ำท่วม,อุบล,กรมชลประทาน
 
อธิบดีกรมชลฯเผยปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมืองอุบลฯอยู่ระดับสูงสุดแล้วแต่ทรงตัวไม่ทะลุ 11 มตร มั่นใจผลักดันน้ำลงโขงได้เร็วขึ้น

14 กันยายน 2562 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า แม้ขณะนี้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่กรมชลประทานคาดการณ์ว่า ปริมาตรน้ำสูงสุดในแม่น้ำมูลจะไหลมาถึงอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 

ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 13.00 – 15.00 นาฬิกา ปริมาตรน้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 5,265 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ M 7 จากที่คาดการณ์ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวจะสูงกว่าตลิ่ง 4 เมตร แต่ขณะนี้สูงกว่าตลิ่ง 3.97 เมตร หรือจากท้องน้ำ 10.97 เมตร ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 3 เซนติเมตร แต่ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมง หากปริมาตรน้ำทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงแสดงว่า ปริมาตรน้ำสูงสุดของลำน้ำมูลผ่านพ้นเขตเทศบาลนครอุบลราชธานีไปแล้ว

ส่วนที่ท้ายแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหารซึ่งอยู่ด้านใต้ของอำเภอเมืองระดับน้ำลดลงจากเวลา 06.00 นาฬิกา 1 เซนติเมตร ทั้งนี้เนื่องจากเดินเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งไว้ 60 เครื่องเพื่อเร่งให้น้ำไหลไปสู่อำเภอโขงเจียม ที่บริเวณท้ายลำน้ำมูลขณะนี้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำรวม 100 เครื่องเร่งระบายสู่แม่น้ำโขงเพื่อบรรเทาผลกระทบของพื้นที่ทางตอนบนซึ่งยังมีน้ำท่วมอยู่ โดยวันที่ 14 ก.ย.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯมอบหมายให้ตนลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี เปิดศูนย์เฉาะกิจน้ำแก้ปัญหาอุทกภัย เพื่อบัญชาการจัดการน้ำในพื้นที่อีสานให้ลดลงเข้าสู่ปกติก่อนสิ้นเดือนนี้

ข่าวด่วน

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา หวังรัฐบาลยุติการใช้กฎหมายพิเศษ

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 10:30 น.
แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา,เด่น โต๊ะมีนา,ภูมิใจไทย,จังหวัดชายแดนใต้

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา หวังรัฐบาลยุติการใช้กฎหมายพิเศษ คอลัมน์...  โชว์กึ๋น

          บุตรสาวของเด่น โต๊ะมีนา นักการเมืองชั้นนำของปัตตานี ที่วันนี้ยังสานภารกิจคนการเมืองของบิดาในการแก้ปัญหาให้ชาวบ้านในพื้นที่

          “พญ.แเพชรดาว โต๊ะมีนา” สอบได้ตำแหน่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ค่ายสีน้ำเงิน

          ภูมิใจไทยนั้นหวังว่า ส.ส.ของพรรคทั้งสองระบบจะต้องทำงานขับเคลื่อนนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ให้บรรลุผล

          ส.ส.หญิงภูมิใจไทยคนนี้ แสดงทัศนะการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความไม่สงบมายาวนานว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ เพราะชาวบ้านสะท้อนขึ้นมา เนื่องจากหลายเหตุที่มีปัญหานั้นมาจากกฎหมายพิเศษซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บังคับใช้ ดังนั้นเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.ครั้งนี้ก็จะสะท้อนเสียงของชาวบ้านไปยังรัฐบาลในการวางแนวทางให้สันติสุขเกิดขึ้นให้ได้

ข่าวด่วน

สภาฯแก้ประวัติ ธรรมนัส จบดร.จากม.แคลิฟอเนีย

วันที่ 12 กันยายน 2562 - 20:04 น.
เว็บสภาฯ,แก้ประวัติธรรมนัส

เว็บสภาฯแก้ประวัติ"ธรรมนัส"จบดร.จากม.แคลิฟอเนีย ภายหลังนำวุฒิการศึกษาและวิทยานิพนธ์มายืนยัน

          12 ก.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แก้ไขประวัติการศึกษาของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ หลังจากเดิมที่ระบุว่าจบการศึกษาระดับปริญญาเอก Doctor of Philosophy(รัฐประศาสนศาสตร์) Calamus International University ประเทศสหรัฐอเมริกา แก้ข้อมูลใหม่เป็นจบการศึกษาระดับ Doctor of Philosophy (รัฐประศาสนศาสตร์) California University Fce ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายหลังที่ร.อ.ธรรมนัสได้นำวุฒิการศึกษาและวิทยานิพนธ์การสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก มายืนยันโดยระบุว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ไม่ใช่จบการศึกษาจากประเทศฟิลิปปินส์

 
 

ข่าวด่วน

ชวน  เปิดสภาซักฟอกนายกฯ ตามเดิม แม้ศาล รธน.ตีตกปมถวายสัตย์

วันที่ 12 กันยายน 2562 - 19:56 น.
ชวน,เปิดสภา,ซักฟอก,นายก

ชวน  เปิดสภาซักฟอกนายกฯ ตามเดิม หลังศาล รธน.ตีตกปมถวายสัตย์  ย้ำเป็นคนละภารกิจกัน 

       เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยว่า สภาผู้แทนราษฎรยังคงประชุมและอภิปรายทั่วไปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบและการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยไม่มีรายละเอียดที่มาของงบประมาณ ตามระเบียบวาระในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งให้วินิจฉัยเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบกระทบสิทธิประชาชนหรือไม่  เพราะถือเป็นเรื่องที่สภาตรวจสอบได้ตามรัฐธรรมนูญ และเป็นคนละภารกิจกับศาลรัฐธรรมนูญ

       ส่วนจะกำชับให้สมาชิกระมัดระวังในการอภิปรายเพื่อไม่ให้กระทบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ให้สิทธิในการอภิปรายซักถาม และเสนอแนะให้คำแนะนำ

      นายชวน กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สื่อนำข้อมูลที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยถูกให้ออกจากราชการ ในสมัยที่นายชวน เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นไปตามขั้นตอนของระบบราชการ ขอให้กลับไปดูข้อมูลย้อนหลังเองว่ามีประกาศ หรือมีพระบรมราชโองการอย่างไร ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้  ส่วนจะกระทบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ขอให้ไปถามฝ่ายบริหารเอง

 
เจาะประเด็นร้อน

รัฐบาลสอบตกอย่าหมดกำลังใจ

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 11:20 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,รัฐบาล,สอบตก

คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

          ถึงนาทีนี้เราต้องให้กำลังใจรัฐบาลของ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กันแบบไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้ว เพราะอะไรต่อมิอะไรกำลังถาโถมเข้าใส่แบบตั้งหลักไม่ทัน

          แบบคนโบราณท่านว่า ‘พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก’ เหมือนเรือเหล็กที่โดนพายุมรสุมเอียงไปเอียงมาแบบทำท่าจะไปไม่รอด
   
          มองจากคนนอกมีหลายกรณีอย่าง ‘สวนดุสิตโพล’ กับ ‘นิด้าโพล’ จัดสำรวจความคิดเห็นแล้วฟันธงออกมาเลยว่ารัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ ‘สอบตก’ ในด้านเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม เรียกว่าของหนักของใหญ่ทั้งนั้น

          ด้วยเหตุนี้บรรดารัฐมนตรีและคนรอบข้างทั้งหลายจึงต้องออกแรงกันเต็มที่เพื่อจะได้สอบผ่าน เพราะหากรัฐบาลท้อแท้แล้วชาวบ้านจะอยู่กันได้อย่างไร
   
          นอกจากปัจจัยต่างๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง-น้ำท่วม ยังมีเค้าของรัฐมนตีกลายเป็นตำรวจกระสุนตกดังเป็นข่าวใหญ่

          ทั้งเรื่อง รมช.เคยมีประวัติไม่ขาวสะอาดค้ายาเสพติดที่ออสเตรเลีย หรือพรรคศิลปินเดี่ยว พรรคน้อย พรรคเล็ก ฟิวส์ขาดหากถูกสบประมาทว่าเป็นลิงต้องกินกล้วย

          รัฐบาลจึงทำท่ากลายเป็นเรือเหล็กที่มีรอยรั่วตัวใครตัวมัน!


อ๊อด เทอร์โบ


ประชาสัมพันธ์

สุวิทย์ ชู มศว. เป็น “ตักศิลา” สร้างครู ดึงร่วมมือ ราชภัฏผลิตครูตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 10:17 น.
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

 เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กับมหาวิทยาลัยวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (มศว.) พร้อมบรรยายพิเศษถึงบทบาทของมหาวิทยาต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดย ดร.สุวิทย์ กล่าวภายหลังมอบนโยบายว่า กว่า 70 ปีที่ผ่านมา มศว. ได้พัฒนาและหยั่งรากลึกมากในด้านการสร้างครู สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ต่อมาก็มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และด้านสุขภาพ การแพทย์ อีกทั้งยังมีเรื่องการสร้างนวัตกรรมต่างๆ ที่มีคุณค่าหรือ Value Creation ผ่านการการคิดอย่างสร้างสรรค์ ยกตัวอย่างผลงานเชิงประจักษ์ เช่น การออกแบบจิวเวอรี่ และการทอผ้าไหมไทย ผ้าม่อฮ่อม เป็นต้นซึ่งในภาพใหญ่ถือว่ามีความสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยังตอบรับ อว. ในเรื่องการสร้างคน สร้างองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรมอีกด้วย

มศว. เป็นมหาวิทยาลัยที่สามารถผสมผสานศิลปะและวิทยาศาสตร์ได้อย่างสมดุล และ มศว. มี 2 เรื่องที่สามารถหยิบยกขึ้นมาเป็นต้นแบบได้ คือ การค้นหาตัวเอง ทำให้มหาวิทยาลัยมีจุดเน้น จุดเด่นเฉพาะตัว และตอบโจทย์ประเทศได้

 นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า มศว. เปรียบเสมือนตักศิลาในการสร้างครู มีการสร้างองค์ความรู้เรื่องของครูมามากมาย ตนจึงอยากฝากให้ทำหน้าที่นี้ต่อไป เพื่อสร้างครู สร้างครูของครู สร้างครูในศตวรรษที่ 21 ผ่านการทำวิจัยเชิงระบบในเรื่องของการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสอดรับกับนโยบายของ อว. ที่นอกจากจะมุ่งพัฒนาคนแล้ว เรายังต้องการสร้างครูที่มีคุณภาพให้กับเด็กด้วย ที่สำคัญหากเราสามารถกำหนดนโยบายการศึกษาและกระบวนการการเรียนรู้ในอนาคตได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินอยู่อย่างสมเหตุสมผล ซึ่งตนก็ได้ฝากให้ มศว. ไปขับเคลื่อน นอกจากนี้ตนยังเชื่อมั่นและมีความตั้งใจที่จะให้ มศว. เป็นต้นแบบในการผลิตครูให้กับกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เนื่องจากภารกิจหลัก มรภ.ข้อหนึ่ง คือ เรื่องการผลิตครู และหาก มรภ.ทั้ง 38 แห่ง สามารถผลิตครูให้ตอบโจทย์ศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสมบูรณ์ และมีมาตรฐาน คุณภาพที่ดีพอ ตนเชื่อว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน โดยกลุ่ม มรภ.จะต้องเป็นเสาหลักของพื้นที่ ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งถือเป็นการการกระจายโอกาส อำนาจ และความมั่งคั่ง ที่ต้องเริ่มต้นจากการกระจายองค์ความรู้ แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้ภารกิจของ มรภ.ค่อนข้างที่จะกระจาย ดังนั้น มรภ.จะต้องผนึกกำลังกัน และหนึ่งในตักศิลาอยู่ที่ มศว. ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานจะต้องทำความร่วมมือกัน ทั้งเรื่องการสร้างคน การวิจัย และพัฒนานวัตกรรมการเรียนและการศึกษา สร้างความร่วมมือกันในลักษณะหุ้นส่วน ถ้ามีการบูรณาการกันก็จะเกิดพลังขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ สามารถผลิตกำลังคนที่จะสามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยเร็วๆ นี้ ตนจะไปเยี่ยมกลุ่ม มรภ. พร้อมกับนายสมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว. เพื่อที่จะมานั่งหารือร่วมกัน และยังกล่าวต่อว่า

 

ภูมิภาค

7 ขวบ กินเห็ดพิษตับวายเสียชีวิต

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 21:11 น.
คมชัดลึก

ตือนกินเห็ดพิษช่วงฤดูฝนระวังอันตรายถึงตายได้ 7 ขวบสังเวยแล้ว 1 ราย ป่วยรักษาอีก 4 ราย

คลิปที่ 1

              นพ.ประเสริฐ ชัยวิรัตนะ ผอ.รพ.ชัยภูมิ ได้แถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ช.อายุ 7 ขวบ นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เสียชีวิตเนื่องจากทานเห็ดพิษชนิดรุนแรงเข้าไปมาก จนกระทั่งญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแก้งคร้อ และเกิดอาการตับวาย ได้ส่งตัวต่อมาเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู โรงพยาบาลชัยภูมิ เพื่อทำการล้างท้องช่วยเหลือชีวิต จำนวน 5 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ก.ย. ผ่านมา โดย ด.ช.วัย 7 ขวบ ได้เสียชีวิตเมื่อคืน (13 ก.ย.) ที่ผ่านมา ซึ่งทางแพทย์ได้เร่งยื้อชีวิตจนสุดความสามารถ โดย ด.ช.วัย 7 ขวบ ได้รับประทานเห็นชนิดดังกล่าวเข้าไปจำนวนมากจนทำให้ตับวายกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

คลิปที่ 2

              นพ.ประเสริฐ ฝากเตือนไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวชัยภูมิ ที่พากันออกไปหาเห็ดตามป่าเขามารับประทานในช่วงหน้าฝนของทุกปี ซึ่งชาวบ้านมักจะพากันออกไปหาเก็บเห็ดป่ามาขายหรือปรุงอาหารรับประทานกันจำนวนมาก และมักจะพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการกินเห็ดพิษเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้เข้าใจผิด

              อย่างไรก็ตาม สำหรับเห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือ เห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้คล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว หรือ ไข่ห่าน ที่สามารถกินได้ แต่แตกต่างกัน คือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นค่อนข้างแรง นอกจากนี้ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรง คือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับ เห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า ซึ่งยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า

              ทั้งนี้ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนำไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้ายที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้

              สำหรับอาการหลังกินเห็ดพิษ จะคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเอง หรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน การช่วยเหลือในเบื้องต้น คือ กระตุ้นให้ผู้ป่วยอาเจียน โดยให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ 1 - 2 แก้ว ล้วงคอให้อาเจียน หรือดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือแกงแล้วล้วงคอให้อาเจียนออกมา (วิธีนี้ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี) จากนั้นรีบพาไปพบแพทย์ทันที แจ้งประวัติการกินเห็ดและนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย (หากยังเหลืออยู่) ควรให้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนในช่วงวันแรก แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงตามมา คือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว อาจทำให้เสียชีวิตได้

อนุชา มูลเทพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยภูมิ

 

 

หน้าแรก / Politics ศาลชี้สั่ง“วัฒนา อัศวเหม”ชดใช้คดีคลองด่าน4พันล้านชอบแล้ว

ศาลชี้สั่ง“วัฒนา อัศวเหม”ชดใช้คดีคลองด่าน4พันล้านชอบแล้ว

13 Sep 2019
 
ศาลปกครองกลางชี้คำสั่งให้ “วัฒนา อัศวเหม” ชดใช้คดีคลองด่าน กว่า 4 พันล้านชอบแล้ว รอลุ้นอุทธรณ์ศาลสูงอีกยก

วันนี้(13 ก.ย.62) ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ให้เพิกถอนคำสั่งกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงวันที่ 18 เม.ย.57 ในส่วนที่ให้ นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (ตกเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดศาลฎีกาจำคุก 3 ปีคดีอาญาร่วมฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดินก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน อายุความรับโทษ 10 ปี นับจากปี 2561 และผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ ออกโฉนดที่ดินเนื้อที่ 1,900 ไร่ เอกชนนำไปขายให้รัฐทำโครงการฯ ซึ่งปัจจุบันนายวัฒนา ก็หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ อายุความรับโทษ 15 ปีนับจากปี 2551) รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในส่วนที่ต้องผูกพันกับ คพ. ในการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง ในงวดงานที่ผู้รับจ้างดำเนินการไปแล้ว งวดที่ 55-58 จำนวน 111,250,327 บาท 

เนื่องจากไม่ปรากฏว่า ขณะที่ออก คพ. คำสั่งให้ นายวัฒนา ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คพ. ได้ชำระเงินส่วนดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างแล้วแต่อย่างใด ดังนั้นการที่ คพ. มีคำสั่งให้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาเป็นค่าเสียหาย นายวัฒนา จะต้องร่วมชดใช้เงินในส่วนนี้ด้วย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

แต่ในส่วนที่ คพ. มีคำสั่งให้ นายวัฒนา ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนค่าจัดซื้อที่ดินโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่านเป็นเงินจำนวน 729,600,000 บาท ที่เป็นอัตราร้อยละ 80 ของค่าเสียหาย และส่วนของการดำเนินการตามโครงการที่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างไปแล้ว ให้ชดใช้อัตราร้อยละ 30 คือจำนวน 4,526,789,829 บาท และ 36,403,166.157 เหรียญสหรัฐนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะเป็นการออกคำสั่งที่คำนึงถึงระดับความร้ายแรง และเป็นธรรมแล้ว   

                                       

ดังนั้น ศาลปกครองกลาง จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง คพ. ลงวันที่ 18 เม.ย.57 เฉพาะส่วนที่ให้ นายวัฒนา ผู้ฟ้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เกินกว่า 4,526,789,829 บาท และ 36,403,166.157 เหรียญสหรัฐ 

(อ่านรายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็ม คลิกที่ http://bit.ly/2lN3jPI ) 

โดยคดีนี้ นายวัฒนา อดีต รมช.มหาดไทย ยื่นฟ้อง อธิบดี คพ. และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกคำสั่งโดยมิชอบฯ เป็นคดีหมายเลขดำ 1531/2557 ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของ คพ. ลงวันที่ 18 เม.ย.57 ที่ให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 5,289,764,927.40 บาท และ 36,403,166.157 เหรียญสหรัฐ กับขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงวันที่ 27 มิ.ย.57 ที่ยกคำอุทธรณ์คัดค้านการชดใช้ค่าเสียหายของนายวัฒนา

ทั้งนี้ นายประวิตร บุญเทียม โฆษกศาลปกครอง อธิบายคำพิพากษาดังกล่าวว่า ที่ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเพิกถอนเฉพาะส่วนที่ให้ นายวัฒนา ผู้ฟ้อง ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เกินกว่า 4,526,789,829 บาท และ 36,403,166.157 เหรียญสหรัฐ นั้นหมายถึงเงินในส่วนที่ คพ. จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง ในงวดงานดำเนินการไปแล้ว จำนวน 111,250,327 บาท แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าขณะคำสั่งให้ นายวัฒนา ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คพ. ยังไม่ได้ชำระเงินส่วนดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้าง จึงถือว่ายังไม่เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ต้องให้เพิกถอน

แต่เงินส่วนอื่นๆ ศาลเห็นว่าออกคำสั่งโดยชอบแล้วนายวัฒนาก็ต้องชดใช้ (ส่วนค่าจัดซื้อที่ดินโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 729,600,000 บาท กับค่าการดำเนินการตามโครงการที่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างไปแล้วอัตราร้อยละ 30 จำนวน 4,526,789,829 บาท และ 36,403,166.157 เหรียญสหรัฐ)  

                     


อย่างไรก็ดี ผลคดีปกครองนี้กระบวนการยังไม่สิ้นสุดตามกฎหมาย ซึ่งคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่อ่านคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้นในวันนี้ (13 ก.ย.62) ขณะที่หากสุดท้ายแล้วคำพิพากษาถึงที่สุดอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น เช่น หากเห็นว่าคำสั่ง คพ. ออกโดยชอบ นายวัฒนา ก็ต้องชดใช้ตามจำนวนที่ออกคำสั่งโดยชอบ แต่ถ้าไม่มีเงินก็ต้องบังคับคดีจากทรัพย์อื่นที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ แต่ถ้าผลถึงที่สุดให้เพิกถอนคำสั่ง คพ. ก็เป็นอันยุติในส่วนคดีคำสั่งทางปกครองเรื่องการให้ชดใช้ค่าเสียหาย  

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร ผู้เลี้ยงไข่ไก่เฮ! แตะ 3 บาท/ฟอง ในรอบ 2 ปี

ผู้เลี้ยงไข่ไก่เฮ! แตะ 3 บาท/ฟอง ในรอบ 2 ปี

13 Sep 2019
 
ผู้เลี้ยงไก่ไข่เริ่มยิ้มออก หลังราคาพุ่ง 3 บาท/ฟอง ครั้งแรกในรอบ 2 ปี  ชี้ราคานี้เกษตรกรอยู่ได้-ผู้บริโภครับได้ เตือนบางกลุ่มอย่าโลภผวาโอเวอร์ซัพพลายซ้ำรอย หลายรายต้องเจ๊งปิดตัวระนาว เป็นความเจ็บปวดฝังใจไม่อยากกลับไปเผชิญอีก

 

นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เผยว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรในปัจจุบันอยู่ที่ฟองละ 3 บาท  ขณะที่ต้นทุนไข่ไก่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร( สศก.) แจ้งไว้ ราคา 2.84 บาท/ฟอง ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ หลังจากเกษตรกรแบกรับภาวะขาดทุนมานานร่วม 2 ปี ขณะเดียวกัน ก็เป็นราคาที่ผู้บริโภครับได้ ถือเป็นจุดสมดุลของราคาไข่ที่ควรสร้างให้มีเสถียรภาพเช่นนี้ต่อไปอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหาของภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่ แต่อย่างไรก็ตาม ในทุกวงการย่อมมีคนหลายประเภทปะปนกันอยู่ ขณะที่ราคาไข่มีความเหมาะสมแล้วก็ยังมีคนบางกลุ่มต้องการขอขยับราคาไข่ไก่ขึ้นอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาว

“ขอให้เอ้กบอร์ด กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ อย่าใจอ่อนกับคนกลุ่มเล็กๆ ผมเองก็เป็นเกษตรกร เข้าใจดีว่าใครๆก็อยากมีรายได้เพิ่มกันทั้งนั้น แต่การขอขึ้นราคาไข่ไปเรื่อยๆอาจส่งผลกระทบในภาพรวม เช่น ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อน และจะจูงใจให้เกษตรกรเพิ่มจำนวนไก่ที่เลี้ยงกระทั่งส่งผลให้ปริมาณไข่ล้นตลาดอีกครั้ง กลายเป็นวังวนของวัฎจักรราคาไข่ตกต่ำอีกรอบ เราร่วมกันแก้ปัญหามาถึงปัจจุบันที่พอมีราคาขายพ้นต้นทุนมาได้ก็น่าพอใจแล้ว ความเจ็บปวดที่ต้องขายไข่ขาดทุนมันฝังใจเราไม่อยากกลับไปเผชิญอีก” นายกสมาคมกล่าว 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องประสบภาวะขาดทุนสะสมต่อเนื่องนานนับ 2 ปี ส่งผลให้หลายรายติดหนี้ ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้สิน และบางรายถึงกับต้องขายสินทรัพย์ เลิกอาชีพไป  จึงเป็นที่มาของการระดมทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวนำทีมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เอ้กบอร์ด ผู้ประกอบการภาคเอกชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ ตลอดจนกระทรวงพาณิชย์และผู้บริโภคที่เข้าใจและเห็นใจเกษตรกร  กระทั่งมีผลลัพธ์ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สามารถดึงราคาไข่ขึ้นให้เกษตรกรพ้นขาดทุนได้แล้วอย่างสมดุล นับแต่นี้ไปจึงควรรักษาเสถียรภาพราคาไข่ให้นิ่ง  ไม่ให้กลับไปสู่วังวนเช่นเดิมอีก.#

 ..........................................................

13 กันยายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน