*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3884
  • จำนวนผู้ชม : 2461190
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< กันยายน 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 294 , 17:19:37 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , someone_in_somewhere โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         น่าเป็นห่วงคนกทม.ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆมากทีเดียวครับ เพราะมีฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานถึง 33 จุด แล้วต้องรอให้ลมที่อยู่นิ่งๆ

พัดไล่ฝุ่นเสียที

         การที่มีผลสำรวจโพลเป็นกระจกสะท้อนข้อมูลของสังคมก็น่าจะเป็นเรื่องดี แต่หากกระจกสะท้อนแบบบิดเบือนจะด้วยเจตนา

อะไรก็ตาม จะกลายเป็นของเสียเลยทีเดียว ประชาชนจึงต้องประเมินสำนักโพลให้ดีด้วย

         รถกระบะพิคอัพที่ไม่มีหลังคา ต้องมีกฎหมายบังคับให้ติดตั้ง Roll Bar เพิ่มจากมาตรการอื่นๆด้วยก็จะช่วยในด้านความปลอดภัย

ได้อย่างมาก ทั้งนี้ต้องติดตั้งตั้งแต่ผลิตออกจากโรงงานเลยทีเดียว

 

เตือนฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน 33 จุด เหตุอากาศนิ่ง ไม่มีลม ฝนตกน้อย

ไทยรัฐออนไลน์30 ก.ย. 2562 14:19 น.
SHARE
 

กรมควบคุมมลพิษ เตือนฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ เกินมาตรฐาน 33 สถานี เผยสาเหตุจากสภาพอากาศ ฝนตกน้อยลง อยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล ทำให้ฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้น

ได้แก่ เขตบางขุนเทียน เขตปทุมวัน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตบางรัก เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตบางพลัด และบริเวณถนนสิรินธร

จ.นนทบุรี บริเวณ อ.บางกรวย และ อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี บริเวณ อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ บริเวณ อ.พระประแดง และ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร บริเวณ อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง และจ.นครปฐม บริเวณ อ.เมือง ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าเกือบทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

สำหรับสาเหตุเนื่องจากสภาพอากาศ ที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ช่วงเช้าลมสงบ ความชื้นสูง เกิดการผกผันกลับของอุณหภูมิในช่วงเช้า ประกอบกับระยะนี้มีฝนตกน้อยลง เป็นระยะที่กำลังเปลี่ยนฤดูกาล (transition) จึงทำให้ฝุ่นละอองสะสมเพิ่มขึ้น.

ดัชนีการเมือง ก.ย.62 เต็ม10 ได้แค่ 4.12 จี้รัฐบาล นักการเมือง ต้องห่วงใยประชาชนมากกว่านี้

    
 

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการสำรวจดัชนีการเมืองไทยโดยมีตัวชี้วัดรวม  25 ประเด็น ทั้งการบริหารงานของรัฐบาล ฝ่ายค้าน ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน บทบาทสื่อมวลชนและอื่นๆ  ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่จะบอกได้ว่าการเมืองไทย ดีขึ้น แย่ลง หรือเหมือนเดิม โดยให้คะแนนเต็ม 10 และหาค่าเฉลี่ยภาพรวมของการเมืองไทยออกมา ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ เป็นการสำรวจดัชนีการเมืองไทยครั้งที่ 2 นับตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ 2 แถลงนโยบายครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 และเข้ามาบริหารประเทศจนถึง

ณ วันนี้เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม ซึ่งได้มีการให้คะแนนดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมไปแล้ว จึงให้ประชาชนเปรียบเทียบกับเดือนกันยายนนี้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าเดือนที่ผ่านมาเพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,456 คน (จำแนกเป็น กรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 598 คน 24.35% ภาคกลาง 502 คน 20.44% ภาคเหนือ 361 คน 14.70% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 641 คน 26.10% และภาคใต้ 354 คน 14.41%) ระหว่างวันที่ 23-28 กันยายน 2562 สรุปผลได้ ดังนี้

1. จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “ดัชนีการเมืองไทย เดือนกันยายน 2562” 
    โดยมีตัวชี้วัดทั้งหมด 25 ประเด็น ภาพรวมคะแนนเต็ม 10 ได้  4.12 คะแนน

2. ประชาชนให้คะแนนดัชนีการเมืองไทย โดยจำแนกตามภูมิภาค ดังนี้
อันดับ    ภูมิภาค                   ส.ค. 62    ก.ย. 62
1    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ     4.88    4.32
2    ภาคกลาง                        4.68    4.18
3    ภาคเหนือ                        3.81    4.16
4    กรุงเทพมหานคร               4.55    4.04
5    ภาคใต้                            4.10    3.72
ภาพรวมคะแนนเต็ม 10             4.51    4.12

3. ประชาชนให้คะแนนดัชนีการเมืองไทย โดยจำแนกตามรายละเอียด 25 ตัวชี้วัด ดังนี้
อันดับ    ประเด็น “ดัชนีการเมืองไทย”                          ส.ค. 62  ก.ย. 62
1    การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน                                   5.92    5.75
2    ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับรู้     5.28    5.06
3    จริยธรรม /วัฒนธรรมของคนในชาติ                         5.08    4.81
3    ความสามัคคีของคนในชาติ                                   4.91    4.81
5    การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน                           4.90    4.51
6    การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม           4.72    4.44
6    ความมั่นคงของประเทศ /การก่อการร้าย                   4.70    4.44
8    ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน                         4.62    4.25
9    การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า                         4.60    4.22
10    การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล                                     4.23    4.13
11    สภาพของสังคมโดยรวม                                     4.47    4.12
12    การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรอิสระ            4.57    4.10
13    ผลงานของนายกรัฐมนตรี                                   4.63    3.92
14    ผลงานของรัฐบาล                                            4.56    3.90
15    การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้            4.49    3.89
16    การแก้ปัญหาต่างๆของรัฐบาลในภาพรวม               4.38    3.88
17    ความเป็นอยู่ของประชาชน                                 4.19    3.79
18    การปฏิบัติตนของนักการเมือง /ความสามัคคีของนักการเมือง    4.09    3.74
19    การแก้ปัญหายาเสพติด                                      4.09    3.72
20    ค่าครองชีพ /เงินเดือน /ค่าจ้าง /สวัสดิการ              4.08    3.64
20    สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม                               4.09    3.64
22    การแก้ปัญหาคอรัปชั่น                                       4.01    3.62
23    การแก้ปัญหาการว่างงาน                                   4.01    3.59
24    การแก้ปัญหาความยากจน                                  3.91    3.36
25    ราคาสินค้า                                                     3.86    3.33

4. ข้อเสนอแนะทางด้านการเมือง ณ วันนี้ คือ 
อันดับ 1    ควรห่วงใยประชาชนและแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น น้ำท่วม การเกษตร เป็นต้น    32.97%
อันดับ 2    เน้นความสามัคคี ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง โจมตีกันไปมา                 21.55%
อันดับ 3    ควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียด แก้ให้ตรงจุด    19.15%
อันดับ 4    บริหารบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้งบประมาณให้คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด    18.05%
อันดับ 5    มุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน รับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำงานเต็มกำลังเต็มความสามารถ    16.76%

.......................................................


 

ประยุทธ์ 'โชคดี' ที่ฝ่ายค้านโง่

    
 

    ทั้งกองโจรมอนเตฯ ทั้งตุ๊กตาเสียกบาลเซอร์เบีย และทั้งลิโป้ 2019 
    ต่างเงียบ
    ไม่มีใครออกมาแสดงตนเป็นเจ้าภาพ "ม็อบไทยเทียม" ที่นิวยอร์ก
    กะฉีกหน้า "นายกฯ ประยุทธ์"
    ที่ไหนได้ กลายเป็นปฏิเวร ย้อนมา "ฉีกหน้ากาก" ใครต่อใครปี้ป่น ด้วยดอกเตอร์หนุ่ม ๒ คน อดรนต่อพฤติกรรม "คนขายชาติ" ไม่ไหว
    เลยขุดเอกสารจ้างวานออกมาประจาน จนเห็นหลังไวๆ ว่าไอ้กังฉินตัวนี้ มีความน่าจะเป็น
    "นายจ้าง" อีเวนต์ ที่นิวยอร์ก!?
    เรื่องนี้ต้องถึง "ลุงป้อม" ให้หน่วยความมั่นคงจับให้ได้-ไล่ให้ทันทีเถอะ ขืนปล่อยนานไป มันจะเหลิง และได้ใจ
    แถวๆ บางโพ มันเพาะพันธุ์ "ไทยหัวนอก(คอก)" ซ่องสุมกัดเซาะสังคมประเทศมานานแล้ว
    เป็นขนมจีนลงตัวกับน้ำยาเจ้านี้ มา ๒-๓ ปีแล้ว เขาประเมินกันว่า "ช่วงรอยต่อ" บ้านเมือง จุดเปลี่ยนน่าสุกงอม 
    พวกเขาก็จะอาศัยสถานการณ์นั้น ใช้ความเป็นหัวนอกทันสมัย เดินมวลชน "ตอกลิ่ม" ทางสังคมให้แยก 
    ขณะเดียวกัน ใช้พรรคตีรุก "ยึดเมือง" ทางการเมือง
    แต่อย่างว่า.......
    "ร้อยคิด หรือจะเท่าหนึ่งลิขิตฟ้า"!
    รอยต่อแผ่นดินกลับราบเรียบไร้ตะเข็บ จะบอกว่า "พลเอกประยุทธ์" เป็นตัวแปรนอกแผนของเขาก็ไม่ผิด
    จึงเป็นที่ "แค้นฝังเขี้ยว" ของขบวนการ "ล่มชาติ-ล้มสถาบัน" ที่วางแผนและซุ่มรอเวลานี้มาเป็นเวลาทศวรรษ
    ถ้าไม่มี "ประยุทธ์-ประวิตร-อนุพงษ์" เข้ามาคั่นเป็นสถานการณ์พลิกผันนอกแผน เมื่อ ๒๒ พ.ค.๕๗ 
    ยากคาดเดา ว่ารัตนโกสินทร์วันนี้ จะอยู่ในรูปใด?
    จะเห็นชัดว่า นับแต่วินาทีแรก ที่ขบวนการระบอบทักษิณ "พลิกล็อก" ไม่ได้เป็นรัฐบาล 
    "ทำตัวเอง" โลภ..แตกพรรค 
    กะใช้พรรคบริวารกวาดปาร์ตี้ลิสต์ ๑๕๐ คน ไว้ทั้งหมด ไม่ยอมให้กระเด็นไปพรรคอื่น
    เลยเป็นอย่างที่เจ็บใจตัวเองทุกวันนี้ ชนะเป็นที่ ๑ แต่รวมเสียงไม่พอตั้งรัฐบาล!
    ถ้าไม่แตกพรรค เฉพาะพรรคตัวเองก็ ๒๐๐+ เห็นๆ อยู่แล้ว 
    นี่แหละเขาถึงว่า ถ้ามันจะไม่ใช่ มันก็จะมีเหตุให้วิปลาสเลอะเลือนและเป็นไป!
    ระบอบทักษิณ "พลาดตาเดียว" ทำให้ "แพ้ทั้งกระดาน"
    แพ้แล้วทำไง?
    ทำ "พาล" อย่างที่เห็นจะจะอยู่เวลานี้ไง!
    พาลอย่างไร.....ก็เห็นไหมล่ะ 
    เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ไม่อินังขังขอบกับคำว่า "การเมืองระบบรัฐสภา" และไม่สนใจไยดีกฎ-กติกา-มารยาท การเมืองใดๆ ทั้งสิ้น
    มีตำแหน่ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" ก็ไม่สนจะทำหน้าที่
    สนอย่างเดียว..........
    เมื่อพวกกูไม่ได้เป็นรัฐบาล พวกกูก็ตั้งหน้า-ตั้งตา "หาเรื่อง" ล้มรัฐบาลอย่างเดียว!
    ล้มดื้อๆ ดูมันถ่อย-เถื่อน ก็ยกเหตุ "รัฐธรรมนูญประชาชนไม่มีส่วนร่วม"
    ฉะนั้น ต้องแก้ทุกมาตรา เขียนใหม่!
    แล้ว ๗ พรรคขบวนการทักษิณอันเป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่เป็นอันได้ทำหน้าที่ในความหมาย "ตัวแทนประชาชน" ในสภา
    เพียงอาศัยสภาเป็นเครื่องมือเดินเกม ล้มรัฐบาล ล้มนายกฯ ทั้งในสภาและนอกสภา
    แต่ดูนายกฯ ประยุทธ์เหมือน "นุ่น"
    ฝ่ายค้าน "ยิ่งตี-ยิ่งฟู"!
    ทั้งที่ จริงๆ แล้ว ตั้งแต่เป็นนายกฯ รัฐบาลเลือกตั้ง ประยุทธ์ไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้น-เป็นอันเท่าไรนัก 
    เอางานหลักๆ เริ่มแต่รัฐบาลก่อนที่ค้างไว้ ยกเป็นของกำนัลให้พรรคโน้น-พรรคนี้ แลกกับการมาเป็นพรรคร่วม 
    แล้วพรรคร่วม เหมือนผู้กำกับไปกินพื้นที่ใหม่ ก็ไล่รื้อเพื่อ "ล่าเมืองขึ้น" เละเทะไปหมด 
    ความจริง ถ้าฝ่ายค้านไม่ใช้โมหะตัณหาเป็นที่ตั้ง อดทนรอซักระยะ ไม่เกิน ๖ เดือน 
    ระหว่างนี้ก็เก็บบันทึก "ข้างนอกสุกใส-ข้างในกลวง" ของรัฐบาลไปเรื่อยๆ
    เชื่อเหอะ นายทุนผู้มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลลากที พรรคร่วมรื้อลากที 
    ฝ่ายค้าน "ดูเฉยๆ" เก็บแรงไว้.........
    ถึงตอนนั้น ค่อยเอาแรงมาโกยศรัทธาที่ไหลจากรัฐบาลกลวงใน ก็จะไม่เสียผู้-เสียคน และเสียพรรคเหมือนตอนนี้!
    แต่การที่ฝ่ายค้านตะกายรื้อฉาก ตั้งแต่พระเอกยังไม่ทันได้ร้อง-ได้รำอย่างนี้
    มีแต่ถูกคนดูด่า เผลอๆ มีซังข้าวโพดชุบน้ำหมากแถม ส่วนฝ่ายรัฐบาลและนายกฯ 
    ถึงไม่ได้อะไร แต่ก็ไม่เสีย คือเสมอตัว!
    เนี่ย..ทุกวันนี้ เห็น ๗ พรรคแค้นพล่านเหนือ-ใต้-ออก-ตก น้ำท่วม คนจะเป็นจะตาย ใครๆ เขาไปช่วย
    แต่นี่ พวกกูเดินสาย ปลุกระดมคนลงถนน ให้คนชังชาติ เกลียดรัฐบาล ชนิดไม่ลืมหู-ลืมตา
    -น้ำท่วม ประยุทธ์ต้องออกไป
    -เศรษฐกิจไม่ดี ต้องแก้รัฐธรรมนูญ
    -ไล่ประยุทธ์ออกไปคนเดียว ๓ จังหวัดใต้สงบ
    นี่มันตรรกะบ้าบออะไรกัน...หือ หน้ามืด-ตามัวอะไรจะขนาดนั้น อย่างไอ้ตี๋ธนาธร อยากบ้า ก็ให้มันบ้าไป
    แต่อย่างอาจารย์วันนอร์ หรืออย่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่เคยรู้จัก ก็ถือเป็นผู้ใหญ่ บรรลุนิติภาวะทางความรับผิดชอบ
    ก็ไม่อยากให้หลุดไปไกลขนาดนั้น 
    อุดมการณ์ แนวคิด เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำ-การแสดงออก ควรเป็นมีดสงวนคม 
    ไม่ควรเป็นสันขวาน ไล่ทุบเปรี้ยงปร้างกระถางแตก "ไร้ราคา" อย่างที่เป็นตอนนี้
    ยกขบวนไปปั่นหัวชาวบ้านกัน ๗ พรรค แต่สังเกตมั้ย?
    ไปแต่พรรคหาง........
    ส่วนพรรคหัวคือ "พรรคเพื่อไทย" เขาเดินแผนสูง รู้ว่า ที่ทำมันไม่ใช่ ทั้งเป็นไปไม่ได้ และทั้งสถานการณ์-โอกาสยังไม่อำนวย
    อยากซ่า ก็ไปกันเถอะ แต่กูไม่ไป
    ดังนั้น เห็น ๗ พรรคค้าน .......
    แต่หัวที่เห็น เป็น "หัวกระเด็น" ธนาธรนำ 
    ไม่มีหัว "ตัวนำ" จากเพื่อไทย นอกจากยายเพิ้ง เสียอำนาจแล้วเสียสติ สะเปะ-สะปะไปเรื่อย
    สรุป...แล้วตอนนี้ ใครเป็น "ผู้นำฝ่ายค้าน" กันแน่?
    ตอบตามกฎหมาย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าเพื่อไทย เป็นผู้นำฝ่ายค้าน
    แต่ตอบทางพฤตินัย "นายธนาธร" ถือธงนำทางปฏิบัติการล้มรัฐบาล ไล่ประยุทธ์ 
    และแก้รัฐธรรมนูญ เขียนใหม่ทั้งฉบับ!
    ก็เลยต้องมองกันว่า ตกลง เกมนี้ "ใครล้มใคร" กันแน่ ระหว่าง รัฐบาลกับฝ่ายค้าน?    
    และ "ใครยืมมือใคร" กันแน่ ระหว่างพรรคธนาธรกับพรรคเพื่อไทย ในเกมอำนาจเหนือ?
    ในภาพรวม ฝ่ายค้าน หมายล้มรัฐบาลแน่
    แต่ในภาพย่อย น่าสงสัยว่า เพื่อไทยกับอนาคตใหม่ จะไปด้วยกันได้ขนาดไหน?
    ทุกการเคลื่อนไหวซีกค้าน....
    "ธนาธร" ไม่เคยเห็นหัวเพื่อไทยและไม่เคยเป็นหางให้เพื่อไทยที่เป็น "แกนนำ" เลย
    เช่นเดียวกัน ในการชิงนำของธนาธร ก็จะไม่เห็นเพื่อไทยออกมาเป็นหางให้เช่นเดียวกัน
    อนาคตใหม่ เกิดได้และอหังการ ก็ด้วยความผิดพลาดของนายใหญ่
    และเพื่อไทย ผิดหวัง-ล้มเหลววันนี้ ก็จากผิดพลาดด้วยละโมบ "แตกพรรค" ของนายใหญ่
    สองพรรค เกิดจากน้ำเชื้อตัวเดียวกัน แต่แอ่งฟักไข่คนละแอ่ง 
    ดังนั้น "เถาถั่ว-ต้มถั่ว" เป็นเรื่องไม่เหนือคาดหมาย เพราะปลายทาง ตอนนี้
    "พ่อมันรักลูกไม่เท่ากัน"!
    ก็อย่างว่า ดูๆ ไปแล้ว รัฐบาลประยุทธ์ เป็น "รัฐบาลอุ้มบุญ" ในทางการเมืองจริงๆ
    ด้วยเสียงกะร่อง-กะแร่งและด้วยพรรคร่วม ที่หลายๆ เรื่อง ต้องบอกว่า "อะไรของมันวะ"?
    แต่ก็รอดได้ เพราะ "ความไม่เอาไหน" ของฝ่ายค้าน!
    ลิโป้ น่ะ ดีแต่กร่างนอกมุ้ง
    ไม่ต้องไปสนใจ เพราะในมุ้ง..เสร็จ "เตียวเสี้ยน"
    สุดท้าย ก็จะเสร็จไปด้วยกัน!
    เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็บอกแล้ว ต้องแก้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และไม่แก้ในความหมายที่ธนาธร-ปิยบุตร กระเหี้ยนกระหือรือ
    ทั้งสภาก็รับญัตติที่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและวางหลักเกณฑ์ไว้แล้ว
    ไม่จำเป็นที่ฝ่ายค้านจะ "สวนกระแส-ฝืนสถานการณ์" ออกมารำกลางแดด 
    ตะโกน แก้รัฐธรรมนูญ..แก้รัฐธรรมนูญ...ประยุทธ์ออกไป..ประยุทธ์ออกไป เหมือนคนบ้า ประชาชน ไม่เก็ต
    ในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
    เช่นกัน...........
    อะไรที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่ใช้เวลา "ไม่มี"!

 

'ธีทัชฐ์'ยื่น'กกต.'ส่งศาลรธน.ยุบพรรคอนาคตใหม่

    
 

“น.ส.พรรณิการ์จะมาจาบจ้วงสถาบัน โดยด่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ ตีกระทบชิ่งไม่ได้ ประชาชนชาวไทยเขาไม่โง่ อยากวิงวอนให้นักศึกษา นิสิต อาจารย์และประชาชนคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศอย่าได้ตกเป็นเครื่องมือ และพรรคการเมืองนี้  จึงขอให้กกต.พิจารณาเสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ในฐานะที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพและหมิ่นรัฐธรรมนูญ ผมมาด้วยจิตใจบริสุทธิ์เพื่อจะยับยั้งการกระทำของบุคคลและพรรคการเมืองที่ทำชั่วร้าย ทำร้ายประเทศ ไม่ให้ไปจ้างล็อบบี้ยีสต์มาก่นด่าประเทศตัวเอง ชังชาติตัวเอง ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าคนขายชาติ ดังนั้นในฐานะสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และคนไทย จึงขอยื่นให้กกต.สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ในฐานะความผิดร้ายดังกล่าว  " นายสัตวแพทย์ ธีทัชฐ์ กล่าว

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 
 
 

.................................................

'บิ๊กตู่'โต้โซเชียลถล่ม'นายกฯgoogle'บอกไม่ได้ดูถูกคนไทยใช้ไม่เป็น

    
 

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจและกล่าวว่า ตนพูดแค่นี้คนอื่นจะตีความอะไรนักหนา มันทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปกว่าเดิม ตนไม่ต้องการเป็นผู้ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น 

ซูเปอร์โพลระบุประชาชนหนุนขจัดนักการเมืองไม่ดีพ้นระบบ

    
 

29 ก.ย. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง การเมืองร้อน ๆ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,120 ตัวอย่าง  ระหว่าง วันที่ 27 – 28 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.5 ระบุ เห็นด้วยต่อการขจัดนักการเมืองที่ไม่ดีออกไปด้วยกระบวนการยุติธรรมและกลไกตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มีเพียงร้อยละ 4.5 เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.4 คิดว่าเป็นเรื่องจริงที่นักการเมืองไทยจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติ ในขณะที่ร้อยละ 39.6 คิดว่าไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.1 ประเมินว่าคุณภาพของนักการเมืองในเวลานี้ แย่ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ในขณะที่ ร้อยละ 23.0 ดีทั้งสองฝ่าย และร้อยละ 13.9 ระบุอื่น ๆ เช่น รัฐบาลดีกว่า และ ฝ่ายค้านดีกว่า เป็นต้น  ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.9 ระบุความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า ฟังคนอื่นเขาว่ามา ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง ในขณะที่ ร้อยละ 28.1 ระบุอ่านด้วยตนเองเพียงบางมาตราบ้าง และอ่านทั้งฉบับบ้าง 

นายนพดล กล่าวต่อว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ทิศทางการเมืองกำลังเข้าสู่โหมดร้อน ๆ หลายด้าน ทั้งกรณีข่าวนักการเมืองไทยจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติในการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศและการขจัดนักการเมืองที่ไม่ดีออกไปจากแวดวงการเมืองไทยด้วยกระบวนการยุติธรรมและกลไกตามรัฐธรรมนูญปี 2560 การประเมินคุณภาพนักการเมืองที่แย่พอ ๆ กันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงการที่ประชาชนส่วนใหญ่ฟังคนอื่นเขาว่ามาต่อกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้อ่านด้วยตนเอง มีส่วนน้อยที่อ่านเพียงบางมาตราและน้อยที่สุดคืออ่านด้วยตนเองทั้งฉบับ 

“ทางออกตรงไปตรงมาคือ นักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องแสดงฝีมือทำงานร่วมกันให้เห็นว่าหลังการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้วสามารถแก้ความเดือดร้อนของประชาชนได้มากกว่าเข้ามาทำลายกัน ข้อเสนอคือให้เร่งแก้ไขกฎหมายและกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายขจัดอุปสรรคการทำมาหากิน เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน ไม่ให้ประชาชนขัดสน และประชาชนเองก็ต้องศึกษาค้นพบด้วยตนเอง อย่ายอมให้นักการเมืองหรือคนอื่นมาชี้นำชักจูงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องของนักการเมือง” ผศ.ดร.นพดล กล่าว

ซาอุฯ ช็อก ราชองครักษ์กษัตริย์โดนยิงดับ

    

เกิดเหตุการณ์สร้างความตกตะลึงในสังคมซาอุดีอาระเบียเมื่อนายทหารราชองครักษ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน โดนยิงเสียชีวิตในบ้านของเพื่อนเมื่อวันเสาร์ สื่อทางการรายงานว่าสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาท

แฟ้มภาพ  พลตรีอับเดลาซิซ อัลฟากัม (ซ้าย) ถวายการอารักขาสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อัลซาอุด ที่สนามบินวนูโคโวของกรุงมอสโก เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 / AFP

    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายนว่า พลตรีอับเดลาซิซ อัลฟากัม เป็นทหารราชองครักษ์ที่ชาวซาอุดีอาระเบียยกย่องว่าเป็น "เทวดาผู้พิทักษ์" แห่งราชวงศ์ ชาวซาอุฯ คุ้นชินกับภาพที่เขาถวายการอารักขาสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานอยู่เนืองๆ สังคมออนไลน์ของซาอุดีอาระเบียพากันแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของเขาผ่านทวิตเตอร์

    สำนักข่าวซาอุดีเพรส (เอสพีเอ) รายงานคำแถลงของตำรวจเมกกะว่า พลตรีฟากัมเสียชีวิตเมื่อค่ำวันเสาร์ที่นครเจดดาห์ในภาคตะวันตก โฆษกตำรวจกล่าวว่า มือปืนที่ยิงเขาเสียชีวิตโดนเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยิงตาย และมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 5 นาย ในการยิงต่อสู้ที่สร้างความตกตะลึงแก่ราชอาณาจักรแห่งนี้ ซึ่งเหตุการณ์รุนแรงจากอาวุธปืนเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อย

    ตำรวจกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะฟากัมไปบ้านเพื่อนคนหนึ่งที่เจดดาห์ ระหว่างนั้นเจ้าของบ้านต้อนรับแขกหลายคน ต่อมามัมดูห์ อัลอาลี คนรู้จักของเขาเข้ามาในบ้านแล้วทะเลาะกับฟากัม อาลีออกจากบ้านไปแล้วกลับมาพร้อมกับปืน เขายิงฟากัม และมีคนในบ้านอีก 2 คน คือคนงานชาวฟิลิปปินส์และน้องชายของเจ้าของบ้าน โดนยิงบาดเจ็บไปด้วย มือปืนรายนี้ไม่ยอมมอบตัว แต่ขังตัวอยู่ในบ้าน เขายิงต่อสู้กับฝ่ายความมั่นคงก่อนที่เขาจะโดนยิงตาย ส่วนฟากัมไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

    สถานีโทรทัศน์ของทางการ อัลเอคบาริยะ กล่าวว่า สาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทส่วนตัว ตำรวจเปิดการสอบสวนคดีนี้แล้ว

    หนังสือพิมพ์โอคาซกล่าวด้วยว่า ชาวซาอุฯ คุ้นเคยกับราชองครักษ์นายนี้มาตั้งแต่รัชสมัยของกษัตริย์อับดุลเลาะห์ เขาเป็น "ราชองครักษ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด" ของซาอุฯ ติดตามถวายงานกษัตริย์ทั้งภายในและต่างประเทศ

    ร่างของเขาถูกฝังใกล้กับมัสยิดใหญ่แห่งเมกกะเมื่อค่ำวันอาทิตย์.

 

ซูเปอร์โพลระบุประชาชนหนุนขจัดนักการเมืองไม่ดีพ้นระบบ

    
 

29 ก.ย. 2562 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง การเมืองร้อน ๆ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,120 ตัวอย่าง  ระหว่าง วันที่ 27 – 28 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.5 ระบุ เห็นด้วยต่อการขจัดนักการเมืองที่ไม่ดีออกไปด้วยกระบวนการยุติธรรมและกลไกตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มีเพียงร้อยละ 4.5 เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.4 คิดว่าเป็นเรื่องจริงที่นักการเมืองไทยจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติ ในขณะที่ร้อยละ 39.6 คิดว่าไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.1 ประเมินว่าคุณภาพของนักการเมืองในเวลานี้ แย่ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ในขณะที่ ร้อยละ 23.0 ดีทั้งสองฝ่าย และร้อยละ 13.9 ระบุอื่น ๆ เช่น รัฐบาลดีกว่า และ ฝ่ายค้านดีกว่า เป็นต้น  ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.9 ระบุความเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า ฟังคนอื่นเขาว่ามา ไม่ได้อ่านด้วยตนเอง ในขณะที่ ร้อยละ 28.1 ระบุอ่านด้วยตนเองเพียงบางมาตราบ้าง และอ่านทั้งฉบับบ้าง 

นายนพดล กล่าวต่อว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ทิศทางการเมืองกำลังเข้าสู่โหมดร้อน ๆ หลายด้าน ทั้งกรณีข่าวนักการเมืองไทยจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติในการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศและการขจัดนักการเมืองที่ไม่ดีออกไปจากแวดวงการเมืองไทยด้วยกระบวนการยุติธรรมและกลไกตามรัฐธรรมนูญปี 2560 การประเมินคุณภาพนักการเมืองที่แย่พอ ๆ กันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึงการที่ประชาชนส่วนใหญ่ฟังคนอื่นเขาว่ามาต่อกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้อ่านด้วยตนเอง มีส่วนน้อยที่อ่านเพียงบางมาตราและน้อยที่สุดคืออ่านด้วยตนเองทั้งฉบับ 

“ทางออกตรงไปตรงมาคือ นักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต้องแสดงฝีมือทำงานร่วมกันให้เห็นว่าหลังการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแล้วสามารถแก้ความเดือดร้อนของประชาชนได้มากกว่าเข้ามาทำลายกัน ข้อเสนอคือให้เร่งแก้ไขกฎหมายและกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายขจัดอุปสรรคการทำมาหากิน เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน ไม่ให้ประชาชนขัดสน และประชาชนเองก็ต้องศึกษาค้นพบด้วยตนเอง อย่ายอมให้นักการเมืองหรือคนอื่นมาชี้นำชักจูงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องของนักการเมือง” ผศ.ดร.นพดล กล่าว

 

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร เตือน 20 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ล้นตลิ่ง

เตือน 20 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ล้นตลิ่ง

30 Sep 2019
 
สทนช.เปิดพื้นเสี่ยงน้ำท่วม ล้นตลิ่งพื้นที่ซ้ำซาก เดือนต.ค.-พ.ย. ผวาฝนตกซ้ำ ลดความเสี่ยงหาย รวม 20 จังหวัด 55 อำเภอ 34 แม่น้ำ เร่งปรับเกณฑ์ระบายน้ำ 11 เขื่อนใหญ่ให้แล้วเสร็จก่อน 7 ต.ค. 62  จี้ทุกหน่วยรุกแผนรับแล้งล่วงหน้าจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อทุกกิจกรรม ป้องกันปัญหาแย่งน้ำซ้ำรอยอดีต

 

วันนี้ (30 กันยายน 2562) ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจเพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ว่า ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ เผยว่า  ที่ประชุมยังได้ติดตามสถานการณ์ฝนในช่วงระยะเวลา 2 เดือน คือ เดือน ต.ค. และ พ.ย. ก่อนสิ้นสุดฤดูฝนปี 62 โดยติดตามข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ฯลฯ ทั้งสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำท่า การคาดการณ์และวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงเกิดฝนตกหนัก พื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้ เพื่อนำข้อมูลมาบูรณาการวิเคราะห์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ทันที

โดยจากการวิเคราะห์โดยพิจารณาจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีน้ำมาก พบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง รวม 20 จังหวัด โดยแบ่งเป็น  ดังนี้ เดือน ต.ค. 62  พบ 12 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง  51 อำเภอ 18 แม่น้ำ คือ จังหวัดชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ เดือน พ.ย. 62 มีทั้งหมด 8 จังหวัด 44 อำเภอ แม่น้ำ 16 สาย อำเภอ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา  และนราธิวาส

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนปัจจุบัน พบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำมาก 5 แห่ง คือ เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนนฤบดินทรจินดา ซึ่งศูนย์อำนวยการน้ำฯ จะมีการประเมินติดตามสภาพอากาศ และสภาพน้ำท่าอย่างใกล้ชิด เมื่อมีแนวโน้มความเสี่ยงพื้นที่ใดที่อาจจะได้รับผลกระทบจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านช่องทางต่างๆ ให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยมากยิ่นขึ้น เช่น ทางไลน์ หรือ SMS เป็นต้น

ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้กำหนดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเสนอเกณฑ์การระบายน้ำและการบริหารจัดการเขื่อนเก็บกักน้ำ เขื่อนระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ ในรูปแบบเดียวกับเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อกำหนด อาทิ ต้องไม่มีผลกระทบต่อด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำ โดยพิจารณาอย่างเป็นระบบลุ่มน้ำ พิจารณาเงื่อนไขและข้อตกลงเดิมที่ภาครัฐทำขึ้นกับภาคประชาชน มีการกำหนดหน่วยงานผู้ที่รับผิดชอบชัดเจน ในแต่ละช่วงอัตราการระบายน้ำ เป็นต้น โดยเขื่อนที่ต้องจัดทำเกณฑ์อย่างเร่งด่วน ภายใน 7 ต.ค. 62 นี้

ประกอบด้วย เขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง แบ่งเป็น ภาคตะวันตก ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ วชิราลงกรณ แก่งกระจาน ปราณบุรี ภาคใต้ ได้แก่ เขื่อนรัชชประภา บางลาง  เขื่อนระบายน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง แบ่งเป็น ภาคตะวันตก ได้แก่ เขื่อนแม่กลอง เพชร ภาคใต้ ได้แก่ เขื่อนปากพนัง ปัตตานี ภาคกลาง ได้แก่ เขื่อนเจ้าพระยา และประตูระบายน้ำ 2 แห่ง ในภาคใต้ ได้แก่ ปตร.อู่ตะเภา ปตร.ท่าตะเภา รวมทั้งเขื่อนขนาดกลางที่มีความจุมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. ในภาคตะวันตกและภาคใต้ ระยะสั้น ภายใน 21 ต.ค 62 ได้แก่ เขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง จุมากกว่า 50 ล้าน ลบ.ม. และแม่น้ำสายหลักทั้งหมด และในระยะยาว ภายใน 25 พ.ย. 62 ได้แก่ เขื่อนขนาดกลางและแม่น้ำสายรองทั้งหมด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานพื้นที่ประสบอุทกภัย การให้ความช่วยเหลือ และการประชาสัมพันธ์ โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ทุกหน่วยงานยังได้ร่วมกันกำหนดมาตรฐานสีที่ใช้ในการจำแนกระดับความรุนแรงของปริมาณฝน น้ำท่า และแหล่งน้ำ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการแจ้งเตือนสาธารณภัยแก่ประชาชนให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันด้วย

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมการรองรับสถานการณ์น้ำในฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง โดยสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงในขณะนี้คือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ลดต่ำลงจากปริมาณฝนที่ลดลง จึงมีความกังวลว่าช่วงฤดูแล้งในปีนี้ ระดับน้ำโขงจะลดต่ำลงกว่าในอดีต และอาจจะกระทบกับ 8 จังหวัดริมโขงได้ โดยจากการสอบถามไปยังประเทศจีนและลาว พบว่ามีระดับน้ำโขงต่ำเนื่องจากฝนน้อยเช่นกัน ซึ่งประเด็นนี้จะต้องมีการหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป ทั้งนี้ สทนช. ได้วิเคราะห์คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ปี 62/63 พบพื้นที่เสี่ยงในเขตการประปาส่วนภูมิภาค 24 จังหวัด 48 สาขา แบ่งเป็น ภาคเหนือ 7 จังหวัด 12 สาขา ภาคอีสาน 11 จังหวัด 28 สาขา ภาคตะวันออก 2 จังหวัด 4 สาขา และภาคใต้ 4 จังหวัด 4 สาขา ซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมแหล่งน้ำสำรองเพื่อป้องกันผลกระทบให้กับประชาชนด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการจัดสรรน้ำ ได้มีการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนเบื้องต้น พิจารณาจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง และนอกเขตชลประทานโดยข้อมูลคาดการณ์จากกรมทรัพยากรน้ำ โดยคาดการณ์ปริมาณน้ำช่วงสิ้นสุดฤดูฝน ณ วันที่  1 พ.ย. 62 มีน้ำใช้การได้รวม 35,972 ล้าน ลบ.ม. ในเขตชลประทาน 27,399 ล้าน ลบ.ม. นอกเขตชลประทาน 8,573 ล้าน ลบ.ม. จัดสรรน้ำ 5 กิจกรรม ได้แก่ 1) อุปโภค-บริโภค 2,703 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 7% 2) รักษาระบบนิเวศ 7,161 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 20% 3) สำรองน้ำต้นฤดูฝน(อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่) 9,969 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 28% 4) เกษตรกรรม 15,581 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 43% แบ่งเป็น ในเขตชลประทาน 9,937 ล้าน ลบ.ม. นอกเขตชลประทาน 5,644 ล้าน ลบ.ม. และ 5) อุตสาหกรรม 558 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 2%

“เบื้องต้นที่ประชุมได้มอบหมายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมมาตรการต่างๆ ก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง โดยเฉพาะการจัดสรรน้ำอย่างเหมาะสม ครอบคลุมกิจกรรมในทุกด้าน อาทิ การประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบ การกำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2562/63 ทั้งในและนอกเขตชลประทาน รายจังหวัดทั้งประเทศ เพื่อให้มีการกำหนดพื้นที่ทำการเกษตรที่เหมาะสมและชัดเจน เกษตรกรรับทราบล่วงหน้าก่อนลงทุนเพาะปลูกเพื่อลดความเสี่ยง ลดการกระทบต่อการใช้น้ำในกิจกรรมด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะการอุปโภคบริโภค”ดร.สมเกียรติ กล่าว

 

หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค Mega Project ผวา!สถานีกลางบางซื่อลากยาว เร่งตั้งบอร์ดรถไฟชุดใหม่

ผวา!สถานีกลางบางซื่อลากยาว เร่งตั้งบอร์ดรถไฟชุดใหม่

30 Sep 2019

มติคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือบอร์ด รฟท. ที่มี นายนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน  ได้ยื่นใบลาออกพร้อมคณะกรรมการทั้งหมด  โดยแจ้งต่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับทราบแล้วโดยมีผล อย่างเป็นทางการ ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 1 ตุลาคม 2562)

นั้น ทั้งนี้ สิ่งที่นายกุลิศ  เป็นห่วงและฝากให้บอร์ดชุดต่อไปรีบเข้ามาสานต่อ คือ  นอกจากปัญหาคดีค่าโง่โฮปเวลล์แล้ว ก็มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ปัจจุบันนี้ประสบปัญหาล่าช้าจากการบุกรุกพื้นที่โครงการ ความล่าช้าในส่วนของการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ขณะที่การประกอบตัวรถไฟฟ้าเริ่มทยอยเสร็จแล้ว ในส่วนนี้ยอมรับว่ามีความกังวลว่าโครงการจะสามารถเปิดให้บริการได้ทันในต้นปี 2564 ตามเป้าหมายหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ที่ต้องไปเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบังที่อยู่ระหว่างการเตรียมก่อสร้างเฟสใหม่ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นทางรถไฟควรจะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนท่าเรือ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์เชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำเต็มกำลังของผมแล้ว ที่เหลือหลังจากนี้คงต้องรอให้คณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาเร่งดำเนินการสานต่อ" นายกุลิศ กล่าว

 ..............................................................

30  กันยายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน