*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3821
  • จำนวนผู้ชม : 2418757
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 290 , 17:39:42 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wullopp , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผมนำรายงานข่าวเกี่ยวกับความร่ำรวยของทักษิณ ชินวัตร มาฝากผู้ที่สันทัดภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี โดยที่ตัวผมเองก็แค่รู้ว่า

นี่คือภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นรายงานที่มีความสำคัญมากๆทีเดียว แล้วผมจะคอยตะแคงหูฟังว่ามีใครพูดถึงเรื่องนี้

อย่างไรบ้างอีกทีหนึ่งครับ

 

 

คปภ.ภาค 'ท้าวหิรัญพนาสูร'

    
 

                 สังเกตกันมั้ย?

 

                ว่าระยะนี้ จะด้วยดาวอะไรต่ออะไรตำกันก็ไม่ทราบอุบัติเหตุทางรถยนต์ "ขั้นรุนแรง" เกิดขึ้นมากเป็นพิเศษ

                วานซืน รถตู้ท่านเจ้าคุณอลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ก็ชนกับรถกระบะ แถวๆ โคกสำโรง ลพบุรี

                ตายไป ๒ ท่านเจ้าคุณบาดเจ็บ!

                ก่อนหน้านั้น (๒๙ ก.ย.๖๒) นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ มาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถยนต์ย่านบางพลี สมุทรปราการ

                รถกระบะพลิกคว่ำ เสียชีวิต ๑๓ เจ็บอีก ๖

                และเท่าที่ผ่านตาจากข่าว ด้วยอุบัติเหตุรถยนต์ เสียชีวิตครั้งละมากกว่า ๑ คน ก็อีกหลายราย

                ไม่พูดด้านประมาท ด้านไม่รักษาวินัยจราจร ด้านดื่มสุราแล้วขับ รวมทั้งด้านใช้รถผิดประเภท

                เพราะโตๆ กันแล้ว จ้ำจี้-จ้ำไชอะไรกันอีก ผิดก็รู้ ถูกก็รู้ ดีก็รู้ ชั่วก็รู้

                ฉะนั้น มาพูดเรื่อง "สิทธิพึงได้" อันเป็นปัญหาเฉพาะหน้าเวลาขับรถไปเกิดอุบัติเหตุกันดีกว่า

                อย่าว่าแต่ใครอื่นเลย.......

                แม้ตัวผมเอง ก็ยังไม่รู้ว่า ถ้าพบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีสิทธิใดอันพึงได้บ้าง จากเงินที่จ่ายไปทุกปี ที่เรียกกันว่า "ค่าทำ พ.ร.บ." นั่นน่ะ?

                ทุกวันนี้.........

                 เรามี "คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย" คือกรมการประกันภัยเดิม คอยดูแลเรื่องสิทธิอันพึงได้เหล่านี้อยู่

                "ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ" เป็นเลขาธิการคณะกรรมการชุดนี้ ที่เรียกกันคล่องๆ ว่า "เลขาฯ คปภ."

                เราลองมาศึกษาจาก "เหตุจริง" เพื่อความเข้าใจว่า เวลาไปตีทะเบียนรถ ทำไมจึงต้องเสีย ๑,๐๐๐  บาท เป็นค่าทำ พ.ร.บ.ก่อน

                ถ้าไม่ทำ พ.ร.บ.กรมการขนส่งทางบก จะไม่ตีทะเบียนรถให้

                พ.ร.บ.ที่ว่านี้ คือ "ประกันภาคบังคับ"

                พูดง่ายๆ คือ พ.ร.บ. "คุ้มครองคน" เวลาเราขับไปชนเขา

                พ.ร.บ.นี้จะจ่ายค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ค่าพิกลพิการแทนเรา แต่ไม่เกี่ยวกับวัตถุสิ่งของ คือการซ่อมรถ

                ดังนั้น ควรต้องทำประกันภาคทั่วไป เป็นการคุ้มครองทั้งคน-ทั้งรถควบคู่ไปด้วย

                ภาคทั่วไป ก็การประกันกับบริษัทประกันภัยทั้งหลาย จะประเภท ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖ ก็ว่ากันไปตามใจเจ๊ ตามใจเฮีย

                เรียกว่า "สมัครใจประกัน" จะประกันคุ้มครองเฉพาะเขา เราไม่เกี่ยว หรือจะให้เกี่ยวทั้งเขา-ทั้งเรา ก็อยู่ที่เลือกประกันชั้นไหน?

                ขอแนะว่า อย่าขี้เหนียวผิดทาง ประกันชั้น ๑ กับบริษัทเชื่อถือได้ แพงหน่อย แต่คุ้ม เวลาเกิดเหตุ

                ทราบคร่าวๆ อย่างนี้แล้ว ก็มาดูตัวอย่าง จากกรณีรถกระบะพลิกคว่ำ นักศึกษาเสียชีวิต ๑๓ ศพ

                ปรากฏว่า รถกระบะคันนั้น พ.ร.บ.คือประกันรถภาคบังคับ "ขาดอายุ"

                ทำไว้ ๗ ส.ค.๖๑ "สิ้นสุดการคุ้มครอง" ๗ ส.ค.๖๒

                แล้วมาเกิดอุบัติเหตุ ๒๙ ก.ย.๖๒

                เมื่อ พ.ร.บ.หมดอายุและไม่ต่อ....

                ผลก็คือ ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ไม่ได้รับเงินคุ้มครองจากบริษัทประกัน

                ต้องไปไล่เบี้ยกันเอง ระหว่างคนขับ เจ้าของรถ ผู้เสียหาย ประกันไม่เกี่ยว

                ดูต่อซิ แล้วประกันภาคสมัครใจล่ะ รถกระบะคันนี้มีมั้ย?

                ปรากฏว่า ไม่มี ไม่ได้ทำ!

                ก็หมายความว่า ความเสียหายทุกประการ รถคันนี้ ไม่ได้รับความคุ้มครองใดทางกฎหมายเลย

                นี่...ถ้าเราเจอแบบนี้ ใบ้รับประทาน ทำอะไรไม่ถูก

                แต่จริงๆ แล้ว.......

                ไม่โดดเดี่ยว-เดียวดายหรอก ภาครัฐมีหน่วยงานคอยช่วยเหลือ ๒๔ ชั่วโมงอยู่แล้ว

                คือ สำนักงาน คปภ.ของ ดร.สุทธิพลนี่แหละ หากแต่เราไม่ค่อยได้สนใจกันเอง

                เอ้า...จดติดรถไว้เลย

                "สายด่วน คปภ.1186"

                เกิดอุบัติเหตุ มีปัญหาอะไร โทร.เบอร์นี้ ปรึกษา-สอบถาม-ขอความช่วยเหลือด้านประกัน ได้ทันที

                สำนักงาน คปภ.มีทุกจังหวัด แล้วยังมีแบ่งเป็นภาคๆ คุมกลุ่มจังหวัด เพื่อกระชับงานช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพและทันท่วงที

                ดูเคสนี้กันต่อ..........

                เมื่อประเทศสูญเสียกำลังหลักในอนาคตไปทีเดียว ๑๓ คน จากอุบัติเหตุรถ ทาง คปภ.รีบเข้าไปตรวจสอบด้านสิทธิประโยชน์ให้ทันที

                 สั่งสำนักงาน คปภ. ภาค ๖ ที่ชลบุรี ประสานสำนักงาน คปภ.พื้นที่ คือ สมุทรปราการ ไปสำรวจตรวจสอบ

                ก็พบอย่างที่บอก พ.ร.บ.ขาดต่ออายุ ก็หมายความว่า รถกระบะคันนั้น ขาดต่อทะเบียนด้วย

                แล้วรถกระบะ กฎหมายให้นั่งข้างท้ายได้ไม่เกิน ๕-๖ คน ห้ามนั่งขอบกระบะ และห้ามขับเร็ว

                แต่ปาเข้าไปทั้งคัน ร่วม ๒๐ คน ประกง-ประกันอะไรไม่มีทั้งนั้น จะโทษใครล่ะ

                โทษนายกฯ ต้องลาออก ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ปัญหานี้จึงไม่เกิดอย่างนั้นหรือ?

                ดร.สุทธิพล สั่งตรวจสอบฐานข้อมูลประกันภัยทั้งหมด พอได้เบาะแส ประสานไปยังสำนักงาน คปภ. ภาค ๕ อุบลฯ

                ให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดศรีสะเกษ ภูมิลำเนานักศึกษาที่เสียชีวิต ประสานไปที่ "วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ"

                ในโชคร้ายยังมีโชคดีปะปน

                ปรากฏว่า "วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ" ทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้นักศึกษาไว้ กับ

                "บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด" (มหาชน) แบบประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ปี 2562 AEC Plus อัญมณี  1689

                ในกรณี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วไป จะได้รับความคุ้มครอง 100,000 บาท/คน

                สาธุ........!

                ความดีนี้ต้องยกให้ผู้บริหาร "วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ" กราบแทบเท้าแทนผู้ปกครองทุกคน

                ก็เอาล่ะ ในความสูญเสียที่ "ไม่มีคู่กรณี" อย่างน้อยครอบครัวทั้ง ๑๓ นักศึกษา ก็มี ๑ แสนบาทเป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

                แต่ก็ด้วย คปภ.อีกนั่นแหละ เมื่อ พ.ร.บ.ขาด ทาง คปภ.สมุทรปราการ ก็ประสานไปทาง "กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย"

                กรณี "เสียหายเบื้องต้น" นี้ กองทุนจ่ายให้ผู้เสียชีวิตรายละ ๓๕,๐๐๐ บาท ผู้บาดเจ็บรายละ  ๓๐,๐๐๐ บาท

                ตอนนี้ คปภ.ประสานฝ่ายญาติฝ่ายประกัน เข้าใจกันตรงนี้ เพื่อรับและจ่ายกันแล้ว

                จากตัวอย่างนี้ อยากให้ทุกคนทราบว่า เหนืออื่นใดทั้งปวง ในสิทธิอันพึงได้จากประกันภัย

                จะมืดแปดด้าน หรือด้านเดียว สายด่วน คปภ.1186 คือ "สว่างทุกด้าน"

                โทร.ไป...ทุกปัญหาประกันภัย "ได้หมด-สดชื่น"!

                ครับ...นั่นเป็นนิติศาสตร์ ด้านประกันภัย ทีนี้มาคุยไสยศาสตร์ ด้านคุ้มครองภัยกันบ้าง

                คือ คนไทยกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แยกกันไม่ออก รถร้อยคัน ๘๐-๙๐ คัน จะมีสิ่งคุ้มครองติดอยู่ในรถ

                ของผมติดมากับรถเจ้าของเดิมเลย ก็แขวนที่กระจกหน้าอยู่อย่างนั้น

                แต่ไม่รู้สินะ น่าจะทั้งพระทั้งคนขับไม่ประมาทนั่นแหละ บริษัทประกันจึงลดเบี้ยให้ทุกปี เพราะไม่เคยมีอุบัติเหตุ

                ประเทศชาติ มี "พระสยามเทวาธิราช" คุ้มครอง

                แล้วตัวบุคคลล่ะ ไปไหน-มาไหน ไม่มีอะไรคุ้มครองเลยหรือ?

                ในความเห็นผม "ท้าวหิรัญพนาสูร" น่าจะเป็นเทพผู้ติดตามคุ้มครองคน

                ตามบันทึกสมัย "พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว" บอกว่าเป็นยักษ์ผู้ปฏิบัติดี-ปฏิบัติชอบ ชื่อ "หิรันย์"

                ไปโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จะเห็น "ท้าวหิรัญพนาสูร" ประดิษฐานอยู่ ณ ศาลเทพารักษ์ พระราชวังพญาไท ที่ฐาน มีคำจารึกว่า

                "รูปท้าวหิรัญพนาสูรนี้ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ ๑๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๖๕ เวลา ๕ นาฬิกา  กับ ๙ นาที ๔๑ วินาที หลังเที่ยง"

                ผมว่า "ท้าวหิรัญพนาสูร" เทพารักษ์ประจำพระราชวังพญาไท นี่แหละ พกติดตัว-คุ้มตัว, พกติดรถ-คุ้มรถ, พกติดบ้าน-คุ้มบ้าน

                ตำนานมีว่า สมัยรัชกาลที่ ๖ ยังทรงเป็น "เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร" เสด็จประพาสมณฑลพายัพ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๙

                เสด็จต่อจากอุตรดิตถ์ ก็เป็นป่าดงดิบ ไม่มีถนนหนทาง เรียกว่าต้องดั้นด้นไป

                ผู้ตามเสด็จต่างหวาดกลัวภยันตราย พระองค์จึงตรัสปลอบ ว่าตามปกติ เจ้านายเสด็จแห่งไหน จะมีทั้งเทพและอสูรฝ่ายดีตามคุ้มครอง ไม่ต้องกลัวอันใดไปหรอก

                ก็เป็นตามนั้น ตกดึกมีผู้มาเข้าฝันข้าราชบริพารที่ตามเสด็จ บอกว่าเป็นยักษ์ฝ่ายธรรมชื่อหิรันย์ คอยตามคุ้มครองป้องกันภัยให้

                ครั้นเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น "พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว" ปี พ.ศ.๒๔๕๓ มีรับสั่งให้ปั้นรูปหิรันยอสูร ขึ้น ๔ รูป พร้อมจัดเครื่องสังเวยเซ่นสรวง

                เมื่อมีการก่อสร้าง "พระราชวังพญาไท" ปี พ.ศ.๒๔๖๕ มีพระราชดำริ ให้มีศาลเทพารักษ์ประจำพระราชวัง

                โปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปท้าวหิรันยพนาสูรขนาดเท่าคนจริงขึ้น

                ก็นี่แหละ น่าจะยึดถือเป็นเทพผู้คอยตามคุ้มครองป้องกันภัย ผมมีรูปหล่อท่านไว้ทั้งที่โรงพิมพ์ และที่บ้าน

                ท่านคงคุ้มครองแน่......

                ไม่งั้น เมื่อกลางดึก ๑๙-๒๐ พฤษภา ๕๓ ท่ามกลางเคอร์ฟิว คงวอดไปแล้ว

                มันบุกกันจะมาเผาโรงพิมพ์ แต่ถูกท้าวหิรัญพนาสูรผสมกองทัพประชาชนซ่องมังกรแดง ยันกระเจิงกลับไป

                ไปหากันดูที่ "พระราชวังพญาไท" ในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้านั่นแหละ

                ทราบว่าเมื่อปี ๕๘ "มูลนิธิพระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ฯ" ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างรูปหล่อจำลอง "ท้าวหิรัญพนาสูร" ขนาดต่างๆ ไว้

                "ครูบาบุญชุ่ม" ที่ขลังนักในเหตุการณ์ ๑๓ หมูป่า ท่านยังมาร่วมปลุกเสกด้วย

                ครับ...

                ก็ครบทั้ง วิทยาศาสตร์ นิติศาสตร์ และไสยศาสตร์ แต่อะไรก็ช่าง

                "ไม่ประมาท" เลิศสุด! 

ปปช.เปิดทรัพย์สิน'ครม.​บิ๊กตู่'9ตุลา.'มนัญญา'ยังไม่ได้ยื่น​

    
 

ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆได้ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปแล้วเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส นอกจากนี้​ ยังจะได้เปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรี รัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10​ พ.ค.62 จำนวน 10 ราย​ อาทิ​ นายกอบศักดิ์​ภูตระกูล​ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ นายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์​ อดีตรมว.ดิจิทัล​เพืือเศรษฐกิจและสังคม​ นพ.ปิยะสกล​ สกลสัตยาทร​ อดีตรมว.สาธารณสุข​ นายวิวัฒน์​ ศัลยกำธร​ อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์​ นายอภิศักดิ์​ ตันติวรวงศ์​ อดีตรมว.คลัง​ นายศิริ​ จิระพงษ์พันธ์​อดีตรมว.พลังงาน​ นางชุติมา​ บุณยประภัศร​ อดีตรมช.พาณิชย์​ พร้อมกันนี้ืื​ ยังจะเปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ​  ส.ส.ใหม่อีก​ 1​ ราย​ คือ​ นายอิสระ​ เสรีวัฒนวุฒิ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคประชาธิปัตย์​ อย่างไรก็ตาม​ ในส่วนของ​ น.ส.มนัญญา​ ไทยเศรษฐ์​รมช.เกษตรและสหกรณ์​ ที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติไปเมื่อวันที่​ 25​ ก.ย.ให้ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน​ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการยื่นเข้ามา

ฝ่ายค้านฟังไว้'นิพนธ์'ลั่นการแก้รธน.ต้องพูดให้ชัดว่าประเด็นไหน ต้องเห็นพ้องกันถึงจะแก้ได้

    
 

1 ต.ค.62-  นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเดินสายของฝ่ายค้านในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้องในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐบาลเองก็มีนโยบายอยู่แล้ว แต่จะแก้ประเด็นไหนค่อยมาดูกัน และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพูดคุยกัน ส่วนการเดินสายของฝ่ายค้านในขณะนี้นั้น ต้องไปดูว่า เขาไปพูดในประเด็นไหน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพูดให้ชัดว่าแก้ไขประเด็นไหน ต้องเห็นพ้องกันถึงจะแก้ได้

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะนำธงให้นายกรัฐมนตรี มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย นายนิพนธ์ กล่าวว่า ต้องดูเจตนาของฝ่ายค้านด้วย ว่าเขาหวังที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือหวังที่จะใช้เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลก็เขียนไว้ในนโยบายชัดเจนอยู่แล้ว ว่าสนับสนุนการแก้ไข การศึกษา ส่วนจะกำหนดว่ามีประเด็นใดบ้างนั้น ก็ต้องมาพูดคุยกัน เพราะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่จะไปชี้ได้ว่าต้องเอาอย่างนั้นอย่างนี้ เราต้องฟังเสียงของประชาชนด้วย

"เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลพูดชัดเจนในการแถลงนโยบายว่าจะมีการศึกษาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนใครจะเอาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่นั้น ผมคงไม่สามารถไปให้ความเห็นได้ มันอยู่ที่เจตนาและพฤติกรรมที่แต่ละคนไปทำ"

เมื่อถามว่าถึงการที่ฝ่ายค้านเดินสายปลุกระดมประชาชน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลหรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล และคิดว่าประชาชนแยกแยะได้ และรัฐบาลก็ไม่ได้ละเลย เพราะเรื่องนี้ก็อยู่ในสภาฯอยู่แล้ว และมีสมาชิกเสนอญัตติไว้ในสภาฯ รอที่จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเท่านั้น ฉะนั้นเรื่องต่างๆก็เป็นไปตามขั้นตอนที่ได้แถลงไว้ต่อประชาชน

ถามอีกว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้น่าจะมีนัยซ่อนเร้นอะไรของฝ่ายค้านหรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าถ้าไม่มีนัยซ่อนเร้นอะไรก็สามารถนำมาพูดคุยกันในสภาได้อยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้ทุกคนทราบดีว่า แต่ละพรรคเสนอญัตติไปในสภาฯแล้ว รอการพิจารณาเท่านั้น เปิดสภาฯเมื่อไหร่เรื่องนี้คงได้พิจารณากัน ดังนั้นการที่จะไปเคลื่อนไหวอะไรกันข้างนอกในทางการเมือง มีสิทธิ์ทำแต่เจตนามันคืออะไร.

'คุณหญิงหน่อย'ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการแก้รธน.ให้ได้ส.ส.มากขึ้น

    
 

2 ต.ค.62 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีท่าทีจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การเแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาฯ เรื่องนี้ถามพรรคเพื่อไทยไม่ได้ต้องกลับไปถามพล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐว่า เกิดอะไรขึ้น ในเมื่อไปใส่ไว้ในนโยบายเร่งด่วนเอง ไม่ได้มีใครไปจี้บังคับ ถ้าไม่ทำก็ผิดรัฐธรรมนูญเพราะแถลงเป็นนโยบายต่อสภาฯ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกลับไปถามตัวเองก่อนว่า เรื่องนี้เหตุใดถ้าจะไม่แก้ไขแล้วไปเขียนในนโยบายเร่งด้วย และแถลงต่อสภาเรียบร้อยแล้วอีกทั้งยังมีการตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก พรรคพลังประชารัฐก็เสนอด้วย เรื่องนี้ควรไปคุยกันเองให้รู้เรื่องก่อน  โดยพล.อ.ประยุทธ์ควรคุยกับตัวพล.อ.ประยุทธ์ ก่อน

 ส่วนแนวคิดที่จะเข้าฝ่ายค้านจะเข้าไปพบ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ 7 พรรคร่วมที่ได้คุยกันว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะไม่เป็นเจ้าภาพ จะไม่เป็นหัวหอกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่ต้องการให้เกิดความยุแยงแบ่งแยกว่า เป็นเรื่องการเมืองที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เราไม่อยากให้เป็นประเด็นทางการเมือง ไม่อยากให้เป็นวาระของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่อยากให้เป็นวาระของประชาชน

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายค้านไม่มีธงแก้ไขประเด็นใดเลย ไม่ต้องแก้ให้เราได้ส.ส.มากขึ้น แต่จะทำหน้าที่ชี้ให้ประชาชนเห็นว่า รัฐธรรมนูญมีปัญหา เมื่อไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประเทศได้ ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเราจะปล่อยประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลไม่สามารถปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญได้แล้วก็อยู่กันแบบนี้หรือ จึงมีการเสนอให้มีการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตราเดียวก่อน คือมาตรา 256 เพื่อเป็นกุญแจไปสู่การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) และจะไม่มีการแก้ไขในหมวด 1และ หมวด2 ไม่แตะต้อง ฝ่ายค้านไม่อยากถือธงนำ แต่อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อการสร้างเพื่อความรักและสามัคคีให้กับคนไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า แม้จำเป็นจะต้องไปพบกับพล.อ.ประยุทธ์ เราก็จะไปพบ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จะคิดว่าคนทั้งประเทศเห็นปัญหาแต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นอยู่คนเดียว ก็เป็นปัญหาของพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะต้องตอบเอง

ถามว่าแต่ภาพใหญ่การแก้ไขตอนนี้ ที่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยเป็นคนนำ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราไปเพื่อไปหารือ แต่เจ้าภาพในการแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นประชาชน ซึ่งตอนนี้เป็นการอยู่ระหว่างการบ่มเพาะความคิด เราเองก็โดนแฟนคลับว่าเหมือนกันว่า ทำไมไม่เดินหน้าเสียที ในฐานะนักการเมือง สิ่งที่ต้องป้องกันมากที่สุดคือ ป้องกันไม่เกิดความวุ่นวายในประเทศ ผู้มีอำนาจก็ไม่ แฮปปี้กับการที่ต้องอยู่ในภาวะแบบนี้ ไปสภาฯก็ต้องเจอ นพ.ชลน่าน นายจิรายุ แต่เราก็ต้องหลีกเลี่ยงอะไรที่จะทำอะไรให้เข้าทางผู้มีอำนาจที่จะฉีกรัฐธรรมนูญในอนาคต เราพยายามใช้วิธีการทางสภาแก้ไขปัญหา อาจจะไม่ได้ทำอะไรที่สะใจแฟนคลับได้มากนัก แฟนคลับก็บ่น แต่เราก็ต้องมีสติ ไม่ทำอะไรที่จะทำให้เข้าทางอีกฝ่าย แล้วเกิดความวุ่นวาย.

ปูดเพิ่มอีกคดี 'ธรรมนัส' เคยเจอคุก 8 เดือน

    
 

2 ต.ค.62 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ โฆษกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ กล่าวว่า กมธ.จะทำหนังสือไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ดำเนินการสอบถามไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศวานูอาตู เพื่อสอบถามถึงการจัดสอนการศึกษาระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยคาลามัสที่เกี่ยวข้องกับร.อ.ธรรมนัส รวมถึงจะส่งหนังสือไปยังกระทรวงต่างประเทศให้ประสานไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อขอเอกสารคดีความของร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากคดีที่ปรากฎเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นคดีที่เกิดขึ้นปี 2536 และตัดสินคดีปี 2538 แต่จากการตรวจสอบของกมธ.ยังพบว่าก่อนหน้านี้ปี 2531 ร.อ.ธรรมนัสเคยต้องคดียาเสพติด  ตามความผิดกฎหมายสอดส่องเพื่อนบ้านของประเทศออสเตรเลีย

กล่าวคือ ร.อ.ธรรมนัสทราบว่า ละแวกบริเวณที่อาศัยอยู่มียาเสพติด แต่ไม่แจ้งข้อมูลให้ทางการรับทราบ จึงถูกลงโทษจำคุก 8เดือน  ซึ่งเป็นคนละคดีกับที่ถูกจับกุมในปี2536  อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้นปี2531นั้น กมธ.ยังต้องไปตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะยังเป็นเพียงคำให้การของผู้สื่อข่าวไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวมาให้ข้อมูลยืนยันต่อกมธ.เท่านั้น  ดังนั้นกมธ.จะต้องทำหนังสือไปสอบถามศาลออสเตรเลียว่า คดีของร.อ.ธรรมนัสมีทั้งปี2531 และปี2536 หรือไม่ นอกจากนี้กมธ.จะทำหนังสือขอข้อมูลเรื่องเหล่านี้ไปยังสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยอีกทาง เพราะไม่แน่ใจว่ากระทรวงต่างประเทศจะให้ความร่วมมือหรือไม่ 

 

SPECIAL REPORT: Thaksin Shinawatra’s Latest Investment Has Experts in Awe And Big Banks Terrified

Thai citizens are already raking in millions of dollars from home using this "wealth loophole" - but is it legitimate?

Thaksin Shinawatra comes out with new secret investment that's making hundreds of people in Thailand very rich

(Channel 3) - Thai billionaire and former prime minister Thaksin Shinawatra has made a name for himself as a brash straight-talker who doesn’t mind being honest about how he makes his money.

Last week, he appeared on Timeline Sutchichai Yoon and announced a new "wealth loophole" which he says can transform anyone into a millionaire within 3-4 months. Shinawatra urged everyone in Thailand to jump on this amazing opportunity before the big banks shut it down for good.

And sure enough, minutes after the interview was over, Kasikorn Bank called to stop Shinawatra's interview from being aired- it was already too late.

Here's exactly what happened:

The Timeline host Sutchichai Yoon invited Shinawatra on the show to share any tips he had on building wealth and the Thai former prime minister dropped a bomb:

"What's made me successful is jumping into new opportunies quickly- without any hesitation. And right now, my number one money-maker is a new cryptocurrency auto-trading program called CryptoBoom. It's the single biggest opportunity I've seen in my entire lifetime to build a small fortune fast. I urge everyone to check this out before the banks shut it down."

Timeline Sutchichai host Sutchichai Yoon was left in disbelief as Shinawatra pulled out his phone and showed viewers how much money he's making through this new money-making program that now has everyone in Thailand whispering.

 

The segment ran out of time before Shinawatra could elaborate, so we got an exclusive interview with the man himself to learn more about this controversial opportunity.

CHANNEL 3 EXCLUSIVE WITH THAKSIN SHINAWATRA

"You may have heard about this new cryptocurrency investment platform called CryptoBoom that’s helping regular people in Thailand, Europe and North America build fortunes overnight. You may be skeptical because it sounds too good to be true."

Shinawatra continues:

“I get that because I thought the same thing when a trusted friend told me about it. But after seeing with my own eyes how much money he was making, I had to try it for myself.

I'm glad I tried it because it was some of the biggest and easiest money I've ever made. I'm talking tens of thousands of dollars a day on autopilot. it’s literally the fastest way to make a windfall of cash right now. And it’s not going to last for much longer when more and more people find out about it. Or when banks shut it down for good.”

 

WHAT EXACTLY IS CRYPTOBOOM AND HOW DOES IT WORK?

The idea behind CryptoBoom is straightforward: To allow the average person to cash in on the cryptocurrency boom which is still the most lucrative investment of the 21st century, despite what most people think.

Although Bitcoin price has dropped from it’s all time high of $20,000 per Bitcoin, traders are still making a killing. Why? Because there are thousands of other cryptocurrencies besides Bitcoin that being traded for huge profits on a daily basis.

Some of these cryptocurrencies include Ripple, Ethereum, Monero, Zcash and Ripple and they are still making returns of over 10,000% and higher for ordinary people in Thailand.

CryptoBoom lets you profit from all of these cryptocurrencies, even in a bear Kwanchaiet. It uses artifical intelligence (AI) to automatically handle long and short selling for you so you can make money around the clock, even while you sleep.

CryptoBoom is backed by some of the smartest tech minds to ever exist. Richard Branson, Elon Musk and Bill Gates just to name a few.

Bill Gates and Richard Branson discuss CryptoBoom at CES 2019.

These tech geniuses have built multi-billion companies on solving complex issues like online payments, computing, and transportation. Now, they’re tackling on the global problem of wealth inequality by letting anyone - no matter how rich or poor they are - make enough money to enjoy a happy and fulfilling life.

THE LUCRATIVE MONEY-MAKING SECRET BIG BANKS DON'T WANT YOU TO KNOW

Thaksin Shinawatra goes on,

"We're seeing hard economic times, and this is the solution people have been waiting for. Never in history have we had such an amazing opportunity that ordinary people can easily take advantage of to generate tremendous wealth in such a short time.

Some people are hesitant to try this because it’s so different. And that’s because the big banks are trying to cover this up! The big banks are actively creating propaganda and calling cryptocurrencies and platform like CryptoBoom a scam. Why? They are worried their corporate profits will shrink once their customers know how to create massive wealth themselves.

The truth is, cryptocurrency is the revolution of our lifetime and anyone who does not jump on this opportunity is missing out. I’ve already received angry calls and threats from big financial corporations because I’m bring this technology to people’s attention. But screw them. People in Thailand are already starting to know the truth and it’s only a matter of time before more and more do.

I'm sharing this because I've also received hundreds of emails from people thanking me for sharing this secret. My favorite one is from a young man who bought his little brother his dream car - a Ferrari 488 Pista using the cash he made from CryptoBoom . This platform is truly making the lives of everyone in the world a little better.”

Tadthon Niratpattanasai used the profits he earned from CryptoBoom to buy his little brother his dream car. What an inspiring way to use wealth for good!

DOES CRYPTOBOOM REALLY WORK? WE TEST IT OURSELVES TO OUT

Our senior editors wouldn't let us to publish the interview with Thaksin Shinawatra until we verified that CryptoBoom is a legitimate make-money-from-home opportunity. Our corporate leadership did not want us releasing any information that could potentially cause citizens of Thailand to lose their hard-earned money.

So our editorial team tested CryptoBoom to make sure it actually works like Shinawatra described. One of our online editors, Kwanchai Paphatphong, volunteered to risk his own money and test out CryptoBoom.

Kwanchai is a 53-year-old father of 2 girls whose wife lost her job last year due to illness. He admitted he was struggling financially and this investment opportunity could be the answer.

 

Kwanchai's family was struggling to make ends meet and hoped that CryptoBoom could relieve his the financial pressure, so he decided to test the system and report his results

Kwanchai reports:

"At first, when I heard the interview with Shinawatra , I thought he was joking. Making money from home is only a dream. I decided to try it anyway given my financial circumstances- and for the sake of good journalism.

I watched an introductory video about the platform and then signed up. The video seemed to be over-promising but I put my skepticism aside. Within a few hours, I received a call from my personal investor. He answered all questions and doubts I had, and assured me I was going to make money. Period.

My personal investor even promised that if I lose even a single dime, he would promptly refund my ฿8000 ($250 USD) deposit. That's how confident he was this was going to change my life. Now that’s customer service beyond anything I’ve seen and no wonder banks are scared.

Once I received access to the platform, I deposited my initial investment of ฿8000 ($250 USD). That's about is what my family spends on junk food every month, so I decided to stop taking us to fast food for a month. Now we can be healthy, plus have the opportunity to get rich.

The CryptoBoom system itself is a cryptocurrency auto-trading platform. The software uses advanced AI algorithms and machine learning to predict exactly when cryptocurrencies will go up and down. Then it will automatically buy and sell for you around the clock. Technology has already made our lives easier in every possible way, so why not use it to make more money as well?"

KWANCHAI'S REAL TIME RESULTS WITH THE SYSTEM

"Within 1 hour of depositing ฿8000 ($250 USD), the software started trading for me. To be honest, I was nervous it would lose all of my money. And sure enough, my first trade was a ฿789 ($25 USD) loss!

I felt my throat close up. I thought I had been scammed. I was even ready to call my personal investor and ask for my money back. But then I remembered what my he told me earlier on our call: The algorithm is right about 80-89% of the time. You’re not going to win EVERY trade, but you'll win enough and be profitable overall.

So I let the software keep trading for me and watched it closely. The next trade was profitable! Only ฿600 ($19 USD) but it was still something. Then the next trade was ฿1600 ($51 USD). Then ฿700 ($22 USD), making a total profit of ฿2100 ($67 USD). And this was all under 5 minutes!

Soon I started scooping up cash like ice-cream and I couldn’t believe my eyes. Every time I refreshed the screen, my profits grew higher and higher. I felt like I was on drugs because this was such an exciting rush.

 
Everytime I refreshed my trading dashboard, my profits grew higher and higher. It was such an exciting rush!

Now I know why Thaksin Shinawatra is in a good mood all the time. And why the big banks don’t want people anywhere near this wealth loophole. By the end of the day, I had made over ฿23800 ($754 USD) in profit, not bad from a starting investment of ฿8000 ($250 USD)! I was so excited I barely got any sleep.

The next day was Tuesday and I had to go back to work. To be honest (and don’t tell my boss this), it was hard to focus on my job knowing the CryptoBoom software was making me money.

I snuck out to the bathroom a few times to check my profits, and they kept stacking up (with a small loss here and there). At the end of the day, before I put my kids to sleep, my account balance showed $1,349.13. That’s more than I earn in a WEEK at my regular job!

By the end of the week, I made a total of ฿167,303 ($5,349 USD). I withdrew exactly ฿142,400 ($4,500 USD) and re-invested the rest. Within 2 days I received my first cheque in the mail- for exactly ฿142,400. I couldn’t believe this was real life!"

Kwanchai's receivied a cheque for ฿4,500 ($142,400) for his first two weeks of using CryptoBoom

Kwanchai continues,

"Now, I am consistently making an additional ฿22,000 to ฿47,000 ($700-$1500 USD) per day thanks to CryptoBoom . Now, the money just gets deposited into my bank account every few days. Just a few clicks and I received my funds within 24-48 hours. Everytime the transfer hits my checking account, I have to pinch myself to make sure I wasn’t dreaming.

Luckily, I LOVE my job here because I get to bring people important news stories (like this one) otherwise I would have quit by now. I did, however, plan a vacation for my family to Bali Indonesia to celebrate being out of debt and finally having my family’s finances back on track!

This wouldn’t be possible without Mr. Shinawatra’s generosity and sharing his secret live on television. And I’m happy I took the risk to try CryptoBoom myself. My wife is happier than ever and my kids’ toy cupboard is well stocked.

My co-workers are kicking themselves they didn’t sign up two weeks ago like I did. But soon, our entire office signed up (including my boss) and they are calling me a “hero” for trying this."

HOW TO GET STARTED WITH CRYPTOBOOM (LIMITED SPOTS AVAILABLE)

To get started, you only need your computer, smartphone, or tablet with internet access. You don't need any specific skills other than knowing how to use a computer and browsing the internet. You don’t need any technology or cryptocurrency experience because the software and your personal investor guarantees you make a profit.

Another perk of this program is you get to start when you want. You can make your own schedule- whether that's 5 hours a week or 50 hours a week. Just start the auto-trading software when you wish, and you can pause whenever you want (I don’t know why you ever would though).

To save our reader’s time and double check the 's functionality, Kwanchai kindly created a guide to getting started on the system.

HERE'S MY STEP-BY-STEP WALKTHROUGH:

The first thing you see is a video showing off the power of CryptoBoom . The advertising is big and bold and in your face, but it is an American product and that's how they do things. Anyway, you simply submit your name and email address next to the video to get started right away.

(Tip: Even if you don't decide to invest any money, I recommend signing up now because it's free and registrations for Thailand residents could end at any moment)

Next up, you're asked to fund your account. As I was navigating the deposit page, my mobile rang. It was an international number so I was hesitant to answer but then I realised it was obviously from.

Sure enough, it was my own personal account manager. His service was great. He took me through the entire funding process. They accept all major credit cards like Visa, MasterCard and American Express. I went ahead and deposited the minimum amount which is $250 USD or ฿8000.

Once funded, I navigated to the "Auto-Trader" section of software, set the trade amount to the recommended ฿1600 ($50 USD and enabled it. The software started making trades at a rapid rate and I was concerned at first but let it do its thing.

"Everyone wants to be rich but no one knows how to do it. Well, is the opportunity of a lifetime to build a fortune that will allow you to live the life you truly desire. It will NOT be around forever, so do not miss out." - Thaksin Shinawatra

UPDATE

We just receivied news that as of today (Wednesday, October 2, 2019 almost all positions are filled up for Thailand residents. CryptoBoom can only accept a ited number of total users to keep the profit per user is high. As of right now, there are still (37) spots left, so hurry up and sign up now to secure your spot.

...........................................................

2 ตุลาคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน