*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3828
  • จำนวนผู้ชม : 2423768
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 335 , 13:34:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         7 พรรคการเมืองฝ่ายค้านส่งตัวแทนขึ้นเวทีอภิปรายร่วมนักวิชาการ เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญแบบไม่เกรงใจว่าบ้านเมืองมีขื่อแป

แล้วผลร้ายก็ตามมาทันควัน โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4) แจ้งจับ 7 พรรคฝ่ายค้าน

และนักวิชาการดังข่าววันนี้แล้ว

 

 

หน้าที่ใครกรณี "ดร.ชลิตา"?


    
 

 

            จำชื่อ "หมอโด่ง" ได้มั้ย?

 

                "พันตรีวีระวุฒิ วัจนะพุกกะ" อดีตเลขาฯ รมว.พาณิชย์ ที่ศาลจำคุก ๕๐ ปี คดีทุจริตข้าวจีทูจีร่วมบุญทรง แต่หนีไปนั่นน่ะ

                เมื่อวาน (๓ ต.ค.๖๒) เว็บราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศาล "ยึดทรัพย์" เรียบร้อยไปแล้ว

                แล้วดูนี่........

                อีกหนึ่งตัวอย่างสำนึกดีในเลว ที่ไม่รู้จะบอกว่า เห็นใจ หรือสมน้ำหน้า

                อ่านที่ "นายสมหวัง อัสราษี" นิ้วก้อยข้างซ้ายของ "วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ" โพสต์เมื่อวานก็แล้วกัน

                “ใครไม่โดนกับตัวเองจะไม่รู้ว่าหนักแค่ไหนแบบเดียวกับผม ผมอยู่ นปช.มีแต่ใจเกินร้อยกับพี่น้อง

                แต่หารู้ไม่ว่า ตัวเองกำลังมีชะตากรรมที่ต้องแบกรับแทนคนอื่น

                สามเกลอใช้ผมไปเปิดบัญชี เพื่อรับเงินบริจาค และกิจกรรมอื่นๆ

                โดยที่พวกเขาไม่ยอมใช้ชื่อตัวเองไปเปิดบัญชีรองรับเงิน เพราะเขารู้ว่า จะถูกสรรพากรประเมินเสียภาษี

                ทั้งหมดนี้ ผมโดนสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากเงินเหล่านี้ เป็นเงิน 572 ล้าน

                ผมจะเอาที่ไหนไปจ่าย ก็เลยโดนฟ้องล้มละลาย และตอนนี้ โดนอายัดทรัพย์ และอายัดบัญชีทั้งหมด

                เหลือแต่ตัวแล้วครับ แถมเป็นบุคคลล้มละลายด้วย ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

                นี่คือ สมหวัง อัสราษี ผมมันโง่เอง รักพวกจนไม่คิดถึงชีวิตและอนาคตตัวเอง บทเรียนที่แสนแพงในชีวิต

                ฉิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่าเพื่อน”

                อืมมมม..........

                สลักตัวแดงแจกพวกแดงทั้งแผ่นดินไว้บูชาคนละผืนไปเลย

                "ฉิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่าเพื่อน”

                ก็อาจเลือนๆ กัน "สมหวัง อัสราษี" คือใคร ความเป็นมาในอดีต ย่อๆ จาก "เว็บไทยรัฐ" มีดังนี้ ขอลอก

                นายสมหวัง อัสราษี........

                เลขานุการ รมว.พาณิชย์และอีกตำแหน่งแกนนำเสื้อแดงคนสำคัญ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ จึงถือเป็นผู้รู้ลึก รู้จริงเรื่องความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงคนหนึ่งทีเดียว!

                เพราะล่าสุด ออกมาปูดข่าวว่าวันนี้ (26 มี.ค.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ และนายจตุพร พรหมพันธุ์

                จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง

                เพื่อหารือแนวทางการเคลื่อนไหว ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือไม่ ไม่ช้าไม่นานคงได้เห็นกัน

                ตำแหน่งปัจจุบัน :

                2 พฤศจิกายน 2555 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ)

                ตำแหน่งอื่นๆ :

                30 สิงหาคม 2554 ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง)

                24 มกราคม 2555 ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ)

                ก็จบรายการ "มรณานุสติ"!

                แต่ แหม...มันก็น่าเป็นแกนนำบ้างนะ เฉพาะภาษียังตั้ง ๕๗๒ ล้าน แล้วเงินต้นจะขนาดไหน คิดเอา?

                คุยเรื่อง "ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์" ดีกว่า........

                ตำแหน่งเธอ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

                เป็นทั้งดอกเตอร์ ทั้งจานมหาลัย มันสมองต้องเยอะล้นกะโหลก เส้นผมจึงร่นไปเกือบครึ่งกระบาล

                เธอดังชั่วข้ามคืน บนเวที ๗ พรรคฝ่ายค้าน ที่ปัตตานี เมื่อ ๒๘ ก.ย. ด้วยบทนางเอกสามหาว ประมาณว่า

                “.........ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ ๑ ด้วยก็ได้”

                แบบนี้ก็เป็นเรื่องซี

                เพราะมาตรา ๑ คือ "หัวใจรัฐธรรมนูญ-หัวใจประเทศ" ที่จะร่างมากี่ฉบับ ใครก็จะไม่แตะมาตรานี้

                ขนาดรัฐธรรมนูญฉบับแรกของคณะราษฎร ล้มอำนาจพระมหากษัตริย์ เปลี่ยนการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย

                ยังต้องเจิมไว้เป็นมาตราแรกว่า........

                มาตรา ๑ สยามประเทศเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

                ประชาชนชาวสยามไม่ว่าเหล่ากำเนิดหรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน

                แล้วนี่ เธอกินยาเสียสติมาจากไหน จะให้แบ่งแยกประเทศ เทปสั้น-เทปยาวที่พูด เป็นหลักฐานชัด

                แต่ก็ไม่รู้นะ อาจจะได้มันปากฟรีก็เป็นได้ เพราะไม่เห็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เขารู้สึก-รู้สาอะไรกับเรื่องนี้

                เกี่ยงกัน เหมือนกรณี ส.ส.ขอนแก่นเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว ทั้งรัฐธรรมนูญก็เขียนแยกแยะไว้ชัด ว่าตรงไหน-แค่ไหน จะขาดจะยังไม่ขาดจากความเป็น ส.ส.

                แต่โยนกันไป-โยนกันมา สภาฯ ก็ว่า ไม่มีอำนาจชี้ขาด โยนไปที่ กกต.

                กกต.ลูบๆ คลำๆ รักษาตัวรอดเป็นยอดดีดีกว่า เขี่ยไปรัฐบาล รัฐบาลเขี่ยก็ลับ

                ลงท้าย "ศาลรัฐธรรมนูญ" กลายเป็นศาลครอบจักรวาล!

                เนี่ย จะเป็นบรรทัดฐาน เอะอะโยนศาลรัฐธรรมนูญ

                ไม่ใช่ไม่ชัดในกฎหมาย แต่สังเกตว่า จะเป็นลักษณะสังคมชาติซะก็ไม่รู้?

                ชอบมีอำนาจวาสนา แต่ไม่กล้าตัดสินใจ

                "กลัว" ต้องรับผิดชอบ!

                อย่างกรณี ดร.ชลิตา ผู้กองปูเค็ม ไปยื่นหนังสือถึงอธิการบดี ม.เกษตรฯ

                นายศรีสุวรรณ เดี๋ยวว่าจะไปร้องต่ออัยการสูงสุดตามมาตรา ๔๙ ต่อมาบอก อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บ้าง มาตรา ๑๑๖ บ้าง

                ก็ว่าไป แต่สรุปว่า เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทุกคน...งง

                ไม่รู้ใครต้องเป็นเจ้าภาพ ทั้งไม่แน่ใจจะเข้าข่ายกฎหมายไหน มาตราไหน?

                เออ...ดูๆ มันก็พิลึกนะ

                เรื่องใหญ่ระดับหัวใจ แต่ถึงเวลา หมออยู่ไหน..คนไหน..และใครเป็นญาติ

                ไม่รู้ ไม่มี!

                "หน้าที่ของรัฐ" ล่ะ มีมั้ย?

                มี...หมวด ๕ ในรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย "หน้าที่ของรัฐ" มาตรา ๕๒ บอกว่า เช่น

                รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน...ฯลฯ......

                ฉะนั้น อย่ามั่วสงบสยบความเคลื่อนไหวอยู่เลย เป็นเรื่องอาญา เหตุประจักษ์ซึ่งหน้า

                จะฝ่ายมั่นคง ฝ่ายตำรวจ ต้องจัดการกรณีนี้ให้รู้ผิด-รู้ถูก ไม่ควรนิ่งเฉย

                จะมาตรา ๑๑๓ หรือ ๑๑๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเรื่อง "หน้าที่ของรัฐ" ต้องจัดการ

                เคยมีตัวอย่างมาแล้ว ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน กระทำแบบเดียวกัน

                แต่ศาลตัดสินทั้งยกฟ้อง ด้วยเหตุไม่มีพยานหลักฐานและเหตุพยานหลักฐานยืนยันไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด

                และทั้งศาลตัดสินจำคุกมาแล้ว เพราะหลักฐานพร้อม!

                ขอยกจากเว็บ "ประชาไท" ในคดีจำคุกมาให้ศึกษา และขอบคุณไว้ตรงนี้ด้วย

                -------------------

                ประชาไท

                22 ก.ค.58 ศาลจังหวัดเชียงรายนัดฟังคำพิพากษาคดีนายออด สุขตะโก และพวกรวม 3 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

                จากกรณีถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันติดป้ายที่มีข้อความว่า “ประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม กูขอแยกเป็นประเทศล้านนา” บริเวณสะพานลอยหน้าห้างเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย เมื่อวันที่ 26 ก.พ.57

                ช่วงเดียวกับที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่กรุงเทพมหานคร

                ในคดีนี้ มีทั้งสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย และเจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์       โดยจำเลยทั้งสาม ได้แก่ นายออด สุขตะโก, นางถนอมศรี นามรัตน์ และนายสุขสยาม จอมธาร เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

                ถูกจับกุมในช่วงเดือน มิ.ย.57 ภายหลังการรัฐประหาร ก่อนได้รับการประกันตัว และให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

                ศาลจังหวัดเชียงรายได้อ่านคำพิพากษาโดยสรุปให้ฟัง โดยพิจารณาในสามประเด็นหลัก

                ได้แก่ มีการติดป้ายข้อความตามฟ้องจริงหรือไม่ ศาลรับฟังจากพยานหลักฐานของโจทก์ เห็นว่าได้มีการนำแผ่นป้ายไปติดที่สะพานลอยที่เกิดเหตุจริง

                โดยมีภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดที่ระบุวันเวลาไว้ และปรากฏภาพบุคคล 6 คนนำแผ่นป้ายไปติด

                ศาลพิจารณาต่อว่า จำเลยทั้งสามเป็นหนึ่งใน 6 บุคคลตามภาพหรือไม่

                โดยเห็นว่าจากภาพของกล้องวงจรปิดที่พนักงานสอบสวนจัดทำเป็นภาพนิ่ง มีใบหน้าตรงกับจำเลยทั้งสาม ทั้งได้มีผู้ใหญ่บ้านของจำเลยมาเบิกความยืนยันภาพว่าเป็นจำเลยทั้งสามจริง

                ในประเด็นสุดท้าย ศาลพิจารณาว่าข้อความตามป้ายมีความผิดตามมาตรา 116 หรือไม่

                โดยศาลพิเคราะห์ว่า การนำสืบของจำเลยเจือสมกับโจทก์ เรื่องที่สถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเวลาเกิดเหตุ มีความแตกแยกในหมู่ประชาชน

                มีการจัดตั้งกลุ่มการเมืองต่างๆ ป้ายข้อความดังกล่าวจึงอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น

                ข้ออ้างที่ว่า ไม่มีความยุติธรรมต่อกลุ่มการเมืองของจำเลยทั้งสามเป็นการคิดเอาเองฝ่ายเดียว

                ถ้อยคำ “ขอแยกเป็นประเทศล้านนา” มีความหมายว่าไม่ยอมรับการยกคำร้องของศาลอาญาในการขอออกหมายจับแกนนำกลุ่ม กปปส.ในช่วงนั้น

                เป็นการปฏิเสธอำนาจของศาลอาญาที่มีกฎหมายให้อำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ไว้ มิใช่เพื่อแสดงความเห็นหรือติชมโดยสุจริต

                จึงมีเจตนาทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร

                ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ม.116 ให้จำคุกคนละ 4 ปี

                แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง จึงให้ลดโทษ 1 ใน 4 เหลือจำคุก 3 ปี

                และจำเลยทั้งสามไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้ เป็นระยะเวลา 5 ปี

                ครับ.....

                นี่คือตัวอย่าง "ใครคือเจ้าภาพ?" ในคดีอย่างนี้ ไม่ได้ยกมาในความหมายเจาะจงว่า ที่ ดร.ชลิตาพูดนั้นผิด

                ผิด-ถูก เป็นวินิจฉัยของศาล แต่การนำเข้าสู่กระบวนการ เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐ

                รับผิดชอบกันหน่อยนะ!. 

เปิดเบื้องหลังแจ้งจับกราวรูด!7พรรคฝ่ายค้านแก้รธน.สะดุดปม'ชลิตา'
    
 

4 ต.ค 62 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากกรณีที่พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) มอบหมายให้พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 12 คน ซึ่งเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ หลังร่วมกันจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่บริเวณลานวัฒนธรรม หน้าศาลากลาง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น

โดยระหว่างการเสวนาได้มีเจ้าหน้าที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเข้าร่วมรับฟังอยู่ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่นางชลิตา บัณทุวงศ์ อายุ 47 ปี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า

“สถานการณ์ชายแดนใต้ไม่มีทางที่จะดีขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ มันสืบทอดอำนาจของระบอบเหล่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ปัญหาชายแดนใต้คืออะไร มีผู้อธิบายว่ามีมาจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆที่มีน้ำหนักมากก็คือสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมันเป็นผลพวงของความรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม ความคับข้องหมองใจของผู้คนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสอง และก็ถูกกีดกันออกจากการพัฒนาต่างๆแล้วก็ใช้ช่วงเวลา 10-15 ปีมานี้ มันก็เป็นความขัดข้องหมองใจที่เกิดจากการกระทำของรัฐในการกวาดล้าง การใช้กฎหมายพิเศษ รวมถึงเรื่องแนวคิดและอุดมการณ์เรื่องการแบ่งแยกดินแดน ทั้งหมดเกี่ยวพันกับปัญหาอื่นๆ

แต่รัฐมีแนวทางแก้ปัญหาคือ 1. การใช้กำลังทหารและตำรวจในการรักษาความมั่นคง 2. การพัฒนาพื้นที่คุณภาพชีวิต และ3.การส่งเสริมทางสังคมและวัฒนธรรม พบว่าแนวทางดังกล่าวมีปัญหา เพราะแนวทางเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจเบ็ดเสร็จของกองทัพ ซึ่งที่จริงไม่ควรเป็นงานด้านความมั่นคง แต่ทหารกลับมามีอำนาจและมีบทบาทในทุกด้าน อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาของประเทศไทยอาจไม่ต้องอยู่กันเป็นรัฐเดียวหรือรวมศูนย์ก็ได้ การแก้รัฐธรรมนูญอาจแก้มาตรา1 ด้วย ก็ไม่แปลกอะไร” 

ถือเป็นบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่อง ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบภายในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินได้ ส่วนที่ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในเวทีเสวนาทั้งหมดนั้น เพราะถือว่าทุกคนเป็นผู้ร่วมกันกระทำความผิด และทุกคนสมัครใจมีส่วนร่วมในการจัดการเสวนาครั้งนี้ อีกทั้งพื้นที่จัดงานเสวนาก็เป็นพื้นที่ที่ยังคงประกาศใช้กฎหมายพิเศษอยู่ ซึ่งมีความเปราะบางต่อสถานการณ์เป็นอย่างมาก

"บิ๊กป้อม" แจ้งจับ 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ!

4 ต.ค. 2562

"บิ๊กป้อม" แจ้งจับ 7 พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ เพื่อเอาผิดตาม มาตรา 116 จากจัดเวทีเสวนา เพื่อ โดยมีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น พร้อมบอกถึงความคืบหน้าผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ที่ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ยังไม่มี"

               ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะบานปลายไปเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็แล้วเขาทำผิดหรือเปล่า ก็ต้องไปดูข้อกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 เขาก็ดูข้อกฎหมาย และต้องดูที่คำพูดของเขา ส่วนจะเดินทางไปไหนก็ไป ไปพูดที่ไหนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ต้องดูที่คำพูด เพราะเขาพูดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอะไรนั่น" เมื่อถามว่า มองว่าจะกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองรอบใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีหรอก

 เมื่อถามว่า แต่ในเวทีเสวนาดังกล่าว ข้อเสนอเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 1 เป็นเพียงความเห็นเดียวของนักวิชาการ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็ในเมื่อนั่งอยู่ด้วยกัน ก็ต้องคัดค้านกันสิ"เมื่อถามย้ำว่า เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามนักกฎหมายดู             

เมื่อถามว่า แสดงว่า กอ.รมน.ภาค 4 พิจารณาจากภาพรวมเวทีวันดังกล่าวใช่หรือไม่ ถึงไปแจ้งความ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะทาง กอ.รมน.ภาค 4 ยังไม่ได้รายงานมา แต่ก็ดูแล้วว่าผิด แต่ยังไม่ทราบว่าผิดข้อหาอะไร แต่เขาแจ้งความตาม มาตรา 116 ยุยง ปลุกปั่น           

เมื่อถามว่า จะต้องย้อนไปดูการจัดเวทีเสวนาของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ในจังหวัดอื่นๆ ที่ผ่านมาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายจะดูว่าอะไรผิด อะไรไม่ผิด ฝ่ายกฎหมายเขาต้องดู ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ก็คงดูว่าผิดกฎหมายอะไร อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่กำชับอะไร เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย

พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาณ์ถึงความคืบหน้าการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหนคร (กทม.) ในนามของพรรคพลังประชารัฐ ว่า เรื่องผู้ว่าฯ กทม. ก็ถามทุกวัน ยังหาไม่ได้ หามาให้ที เอาชื่อมา ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าตอนนี้ยังไม่มีรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ยังไม่มี"

จับตา!'บิ๊กตู่'เตรียมจ้อเทป2ผ่านเพจไทยคู่ฟ้าเย็นวันนี้

    
 

จับตา!'บิ๊กตู่'เตรียมจ้อเทป2ผ่านเพจไทยคู่ฟ้าบ่ายสามวันนี้

4ต.ค.62- เมื่อวันศุกร์ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ห้องทำงาน ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยไม่มีวาระงานหรือกำหนดการอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในเวลา 15.00 น นายกรัฐมนตรี จะออกรายการ Government weekly ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า โดยรายการในวันนี้จะเป็นรูปแบบรายการทอร์ค พูดคุยกันในประเด็นต่างๆโดยมีตนเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมด้วย ทั้งนี้เนื้อหาหลักจะเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประชาชน ส่วนนายกรัฐมนตรีจะออกรายการทุกวันศุกร์เหมือนก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยต้องดูวาระงานและภาระกิจนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การออกรายการของพล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่2 โดยครั้งแรกได้ออกรายการดังกล่าวไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสรุปภารกิจการเยือนสหรัฐอเมริกาและเปิดใจในประเด็นต่างๆ โดนนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า จะสื่อสารกับประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียให้มากขึ้น

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 
 
 

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯจี้ผู้ที่เกี่ยวข้องแสดงจุดยืนยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย

4ต.ค.62-องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย ) ACT ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ยกเลิกการใช้ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต โดยในแถลงการณ์ ระบุว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอสนับสนุนให้รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เห็นควรให้ยกเลิกการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายร้ายแรงทั้ง 3 ชนิด

 ...........................................
 

นายกฯสั่งติดตามนศ.ไทยถูกอียิปต์จับกุม เผยไม่เชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้ายไอเอส

    
 

เบื้องต้นนั้นจากการตรวจสอบไม่พบการเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายไอเอสตามที่ได้เป็นข่าว โดยทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามที่จะนำตัวนักศึกษาคนดังกล่าวกลับมาให้ได้ และได้แจ้งเตือนไปยังนักศึกษาไทยที่อยู่ในประเทศอียิปต์อีกกว่า 3 พันคนให้มีการระมัดระวังตัว ซึ่งทางประเทศอียิปต์เองก็กำลังมีความขัดแย้งอยู่ภายในด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้มีการประสานขอข้อมูลข่าวสารมายังสำนักข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานข้อมูล และตรวจสอบพฤติกรรมว่ามีความเชื่อมโยงหรือไม่อย่างไร ซึ่งในขั้นต้นก็ไม่ปรากฏความเชื่อมโยงแต่อย่างไร แต่ก็ต้องดูอีกครั้งว่า พยานหลักฐานที่ทางฝ่ายความมั่นคงของการประเทศอียิปต์มีอยู่นั้น มีอะไรบ้างและมากกว่าที่เป็นข่าวอยู่หรือไม่

 
 
 
 
 
 

ตลาดรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ปี64พุ่งกว่าหมื่นล.

04 Oct 2019
 
ตลาดรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ปี 2560 มีมูลค่าราว 5 พันล้านบาท คาดการณ์ปี 2564 เพิ่มเป็นกว่า 1 หมื่นล้านบาท
 
หน้าแรก / ธุรกิจ การท่องเที่ยว ทายาท"เจ้าสัวเจริญ"ทุ่มพันล้าน ผุดโรงแรมใหม่อ่อนนุช

ทายาท"เจ้าสัวเจริญ"ทุ่มพันล้าน ผุดโรงแรมใหม่อ่อนนุช

04 Oct 2019
 

แอสเสท เวิรด์ฯ  ลุยเสริมความแข็งแกร่งพอร์ตโรงแรม ทุ่ม1.1พันล้าน ลงเสาเอกโรงแรม Innside  ติดบีทีเอสอ่อนนุช เปิดบริการปี 64

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส กรรมการบริษัทฯ และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ  AWC เป็นบริษัท Holding Company ภายใต้เครือทีซีซีกรุ๊ป (TCC Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี  ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและบริการ เป็นประธานในพิธีลงเสาเอกของโรงแรมอินน์ไซด์ แบงค็อก สุขุมวิท (Innside Bangkok Sukhumvit) ใกล้สถานีบีทีเอสอ่อนนุช  ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองส่วนขยายต่อเนื่องจากศูนย์กลางทางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวของสุขุมวิทตอนกลาง (อโศก-เอกมัย)  เมื่อเร็ว ๆ นี้ 


โดยโรงแรม Innside Bangkok Sukhumvit จะเป็นโรงแรมระดับ Upscale แห่งใหม่ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ ทั้งนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจจากทั่วโลก ที่ชอบความเรียบง่าย ชอบสังสรรค์และเข้าสังคม ภายใต้การดำเนินงานและบริหารของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง มีเลีย โฮเทลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสเปน และเป็นอันดับ 3 ในยุโรป 
 

อีกทั้งยังได้รับการออกแบบและตกแต่งแบบผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับความทันสมัย และได้รับการอนุมัติรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด้วยมูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,100 ล้านบาท
โดยเป็นโรงแรมสูง 33 ชั้น ประกอบห้องพักจำนวน 208 ห้อง ห้องอาหารและเครื่องดื่มจำนวน 2 ห้อง พื้นที่สำหรับจัดการประชุมขนาด 200 ตร.ม. บาร์บนดาดฟ้า (sky bar)  และสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่ชั้น 32 ของโรงแรมต่อเนื่องกับพื้นที่สกายบาร์ และฟิตเนส ด้วยจุดเด่นจากเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัย โดยพื้นสระว่ายน้ำเป็นกระจกใส สามารถมองลงไปในชั้นล่างได้ โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2564

 
...................................................
 
4 ตุลาคม 2562
 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน