*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3850
  • จำนวนผู้ชม : 2437852
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 369 , 15:29:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ฝ่ายค้านทำท่าเป็นฝ่ายแค้นตามถล่มรัฐบาลแบบกัดไม่ปล่อย แต่รัฐบาลก็อาศัยการหลบฉากไม่ตอบโต้ทุกลูก ใช้เป็นยุทธวิธี

ตลอดมา ปล่อยให้ฝ่ายค้านเต้นแร้งเต้นกาตามใจชอบ แต่พอฝ่ายค้านเปิดช่องว่างรัฐบาลก็ซัดกลับเอาบ้าง อย่างประเด็นร่วมนักวิชา

การตั้งเวทีอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญในพื้นที่อ่ออนไหวต่อความมั่นคง แล้วถูกกอ.รมน.ภาค 4 แจ้งความตั้งข้อกล่าวหาขณะนี้

 

 

นักสืบโซเชียล' ถลก 'ปิยบุตร'

    

             จะเพราะผิดแผนหรือออกตัวเร็วเกินไปก็มิทราบ?

 

                ทำเอาบางคนเก้ๆ กังๆ ไปเลย!

                จะใครซะที่ไหนอีกล่ะ........

                ก็...พ่อเทพบุตรสุดเสร่อ "อ็องตวน" นั่นไง

                พอเสียงสัญญาณ ปัง....ดังจากศาลจังหวัดยะลา

                "นายปิยบุตร" พุ่งพรวดจากจุดสตาร์ตทันที

                Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล

                เมื่อวันศุกร์

                "คืนคำผู้พิพากษาให้ผู้พิพากษา"  "คืนความยุติธรรมให้ประชาชน"

                "คืนคำผู้พิพากษาให้ผู้พิพากษา"  "คืนความยุติธรรมให้ประชาชน"

                คำแถลงของผมอาจมีน้ำหนักเบาบางเหมือนขนนก แต่หัวใจผู้พิพากษาหนักแน่นปานขุนเขา

                จึงมอบหัวใจชั่งบนตราชู ยืนยันคำแถลง ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน

                                ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

                                นายคณากร เพียรชนะ

                ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา

                ขอคารวะแด่ "คณากร เพียรชนะ"

                จากนั้น.......

                นายปิยบุตรก็เขียนข้อความท้ายเอกสารแถลงการณ์แผ่นที่ ๒๕ ของท่านผู้พิพากษา แล้วนำโพสต์ ว่า

                วันหนึ่ง... ท่านจะ “ชนะ” ร่วมกันกับประชาชน

                #ผู้พิพากษายิงตัวเอง

                ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า นายปิยบุตรนำเอกสารอันเป็นคำแถลงการณ์ของผู้พิพากษาที่ยิงตัวเองทั้งหมดมาจากไหน ทันที-ทันควัน

                แต่เมื่ออ่านจากโพสต์รัวๆ ของนายปิยบุตร ที่นักสืบโซเชียลแกะรอย ก็...

                อ้อ...เข้าใจละ

                Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล

                เมื่อวานนี้ เวลา 17.58 น.

                “ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีผู้พิพากษาใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่ศาลจังหวัดยะลา ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว สอบถามในเบื้องต้น สาเหตุเกิดจากความเครียดส่วนตัวของท่าน”

                เท่าที่ผมทราบข้อมูลมาทั้งหมดจาก คุณคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษา หัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาและผู้หวังดีส่งมาให้เราตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเพื่อขอให้เราช่วยเปิดเผยต่อสังคม

                ทั้งหมด ยืนยันว่าการตัดสินใจของคุณคณากรไม่เกี่ยวกับเรื่องความเครียดส่วนตัวแน่นอน แต่เป็นเรื่องของการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

                ตามข่าวล่าสุด เขายังไม่เสียชีวิต ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันคุ้มครองความปลอดภัยของเขาด้วย

                ผมจะนำข้อมูลที่คุณคณากรและผู้หวังดีส่งให้แก่เรา เปิดเผยต่อสาธารณชน สมดังเจตนารมณ์ของคณากร เพียรชนะ

                “คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน”

                #ผู้พิพากษายิงตัวเอง

                ต่อมา เวลาเดิม คือ ๑๗.๕๘ น. ปิยบุตรเปลี่ยนสาระสำคัญ แล้วโพสต์ใหม่

                จากที่ว่า.........

                "ทราบข้อมูลมาทั้งหมดจากคุณคณากร และผู้หวังดีส่งมาให้เราตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน.."

                เป็นว่า.......

                "ทราบข้อมูลมาทั้งหมดจากคุณคณากร และทั้งจากฝั่งจำเลย ซึ่งส่งมาให้เราตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน..."

                ต่อมา เวลา ๑๘.๓๑ น. นายปิยบุตร เปลี่ยนกลับไปใช้ข้อความแรกอีก แล้วโพสต์ใหม่

                เป็นว่า.........

                Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล

                เมื่อวานนี้เวลา 18.31 น.

                "ทราบข้อมูลมาทั้งหมดจากคุณคณากร และผู้หวังดีส่งมาให้เราตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน.."

                ก็วินิจฉัยความเร่งรีบถึงขั้น "ลุกลี้-ลุกลน" ของนายปิยบุตรกันเอาเองแล้วกันว่า

                "พิลึก" หรือ "พิรุธ"?

                สำหรับผม เฉยๆ แต่แปลกใจตรงว่า ผู้พิพากษาท่านนี้กับพรรคอนาคตใหม่ "ลึกซึ้ง" กันได้อย่างไร?

                แต่ผมก็ยังขอย้ำว่า.......

                เรื่องผู้พิพากษายิงตัวเอง แล้วทิ้งแถลงการณ์เหมือน "ทิ้งบอมบ์" วงการตุลาการดังที่เห็น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก

                การวิพากษ์-วิจารณ์ใด โดยใช้แค่ความรู้สึกตอบสนองเป็นตัวตัดสินแทนเหตุผลและข้อเท็จจริง

                ไม่ควรและอันตรายต่อสังคมชาติ!

                จากที่เฝ้าสังเกต เห็นพรรคฝ่ายค้าน เพื่อไทย, ประชาชาติและอนาคตใหม่ ออกตัวแรงและเร็ว ด้วยปฏิกิริยาสอดรับ และตีรุก

                ทั้งที่ "เหตุเพิ่งเกิด" มีเพียงเรื่องราวจากทางผู้พิพากษาที่ยิงตัวฝ่ายเดียวเท่านั้น

                ในคำว่า "เหตุเฉพาะหน้า" จึงน่าฉงน ทำไมพรรคการเมือง ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓ สถาบันหลัก แทนจะรอข้อมูลให้ครบด้านก่อนแสดงท่าทีใดออกมา

                แต่นี่........

                ฝ่ายค้านกลับให้สัมภาษณ์ ออกความเห็น ในทางปักใจเชื่อตามที่ผู้พิพากษากล่าวอ้าง

                แล้วใช้เหตุการณ์นั้น ชี้นำให้ประชาชนเห็นคล้อยตาม ทำนองว่า

                ศาลซื้อได้ ศาลอยู่ใต้ใบสั่ง ผู้พิพากษาไม่มีอิสระในการตัดสินคดีความ ความยุติธรรมไม่มีในประเทศไทย?!

                ผมไม่บอกว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่"

                แต่ผมขอบอกว่า "ไม่ถูกต้อง" ที่ใครก็ตาม "ฟังความข้างเดียว" แล้วเลือกสรุปเป็น "ใช่-ไม่ใช่" และนำไปพูดจาสนับสนุนด้านตน

                นายปิยบุตร น่าผิดหวังมาก......

                เป็นนายหมู-นายหมา ก็จะไม่ว่าเลย แต่นี่ เป็นอาจารย์สอนกฎหมาย เป็นประธานกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร

                ขอถามคำเดียว.......

                ความยุติธรรมในหลักกฎหมาย "เห็นปุ๊บ-เชื่อปั๊บ" ตัดสินได้ว่าใครผิด-ใครถูกอย่างนั้นหรือ?

                ไม่รอผลสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนหรือ ไม่รอดูหลักฐาน ไม่รอฟังคำให้การผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาก่อนหรือ?

                อย่างกรณีผู้พิพากษายิงตัว..........

                ใช้ปืนอะไรยิง ปืนมีทะเบียนมั้ย ปืนและกระสุนอะไร ยิงเข้าที่ไหน ผู้พิพากษาพกปืนขึ้นบัลลังก์ได้หรือ หรือนำมาจากไหน ตอนไหน?

                เนี่ย...ข้อมูลแค่นี้ก็ยังต้องรอ และต้องรู้ต่อไปด้วยว่า ผู้พิพากษาท่านนี้ เป็นผู้ชำนาญด้านอาวุธปืนด้วยหรือไม่ เพราะมีภาพท่านฝึกยิงปืน?

                ตามระเบียบ ในห้องพิจารณาคดีศาล "ห้ามถ่ายรูป" แต่ผู้พิพากษาในชุดครุย ยืนแถลงการณ์ "ประจานกันเอง" แล้วถ่ายคลิปเผยแพร่

                เป็นการกระทำที่ผู้พิพากษาพึงกระทำเยี่ยงนั้นมั้ย?

                และแถลงการณ์ส่วนตัวด้วยข้อความยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ

                แต่ผู้พิพากษาท่านนั้น กลับเขียนข้อความทั้งหมด ๒๕ หน้า ด้วยหัวกระดาษ "ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์"

                และด้วยรูปแบบที่เขียน ประชาชนทั่วไป เห็นก็ต้องเข้าใจว่า ข้อความทั้ง ๒๕ แผ่น นั้น             

                คือแถลงการณ์ภายใต้ "พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์" จะเป็นอื่นไปไม่ได้

                ซึ่งหมายถึงว่า ข้อความทั้ง ๒๕ แผ่นนั้น คือ ความจริงอันเป็น "คำสั่ง" ทางกฎหมาย

                ทั้งที่จริงๆ แล้ว........

                เป็นแค่แถลงการณ์ "ส่วนตัว-ส่วนอารมณ์" ของนายคณากร เท่านั้น

                ส่วนนายคณากรทำไมต้องใช้ความเป็นผู้พิพากษาและสถานที่ศาลสำหรับการอ่าน

                ทำไม ๒๕ คำแถลงการณ์นั้น ถูกส่งให้นายปิยบุตร และทำไม ผู้พิพากษาต้องไลฟ์ "แจ้งให้ประชาชนทราบถึงการที่.....แทรกแซงการพิพากษาคดี" ตามข้อความที่ท่านโพสต์ล่วงหน้า

                รวมถึงเบอร์ออมสินบุตรสาว ที่ท่านให้โอนเงินสมทบทุนเยียวยาภรรยา+บุตร

                ต่างๆ นานาเหล่านี้

                ล้วนเป็นคำถามที่ต้องรอคำตอบจากตัวท่านก่อนทั้งสิ้น ไม่ใช่เห็นแล้วเชื่อว่า "จริง-ไม่จริง" ทันที  แล้วแสดงท่าทีบวก ลบ อย่างที่ปิยบุตรแสดงออก

                "นายสราวุธ เบญจกุล" เลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขาฯ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ก็บอกแล้ว

                วันนี้ (๗ ต.ค.) จะนำข้อเท็จจริงเสนอต่อ ก.ต.!

                นั่นคือ อดใจรอฟังผลการพิจารณาของ ก.ต.ก่อน ก็ยังมีเวลาที่จะตัดสินใจว่า จะสุมฟืนสุมไฟเผาให้หมดทุกสถาบัน หรือยังพอมียางยับยั้งชั่งใจอยู่บ้าง?         

                จะว่าไปอีกที.........

                โซเชียลมีเดีย ในโทษมันก็มีประโยชน์เหลือหลาย "ถ้ารู้จักใช้" อย่างกรณีนี้

                นักสืบโซเชียล ช่วยกันทำความมะลำ-มะเลืองในเรื่องนี้ให้มี "แสงสว่างส่องถึง" จนเห็นทางรำไร ไม่พากันถลำไปตามโพสต์ชักนำของปิยบุตร

                ตอนนี้ ก็มีข้อมูลจากแพทย์โรงพยาบาลยะลาออกมาขั้นหนึ่งแล้ว

                -กระสุนขนาด ๙ มม.เป็นกระสุนจริง

                -เข้าทรวงอกซ้ายด้านล่าง ทะลุออกด้านหลังซ้าย

                -ม้ามมีรอยฉีกขาด

                -อาการเช่นนี้ยังไม่จำเป็นผ่าตัด รักษาตามอาการ

                -ภาพรวมปลอดภัยแล้ว

                ครับ.....ก็ต้องบอกว่า

                "คืนคำผู้พิพากษาให้ผู้พิพากษา"  "คืนความยุติธรรมให้ประชาชน"

                แต่สำหรับปิยบุตร.........

                "คืนความสมจริง ให้ความจริงหลังฉาก"

                เยี่ยงนั้น ปิยบุตรมีทางชนะ! 

 

ซัด'ปิยบุตร'ใช้อำนาจกมธ.สอบ'บุรินทร์'ส่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเอง

    
 

7 ต.ค.62-น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะใช้อำนาจประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร  เรียกพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงประเด็นต่างๆ กรณีแจ้งความเอาผิดดำเนินคดีตามมาตรา 116 ต่อแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านจัดเวทีสัญจรที่จ. ปัตตานีว่า นายปิยบุตรอาจถูกสังคมตั้งคำถามว่าเป็นการใช้อำนาจประธานคณะกรรมาธิการกลั่นแกล้งพล.ต.บุรินทร์ เพื่อขัดขวางการใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริตและแทรกแซงการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ 

"นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ที่นายปิยบุตรสังกัดอยู่ก็เป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว สังคมอาจสงสัยถึงความโปร่งใสและเป็นกลางของการดำเนินการดังกล่าวของคณะกรรมาธิการได้  และเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้สังคมเห็นถึงความโปร่งใส เป็นกลาง ไม่มีการขัดกันของผลประโยชน์ ไม่ได้ใช้อำนาจกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือเอื้อประโยชน์กับพวกพ้องตัวเอง นายปิยบุตรควรให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่เป็นกลางและไม่มีส่วนได้เสีย"

ถามว่าหลังจากพล.ต.บุรินทร์จะใช้สิทธิทางศาลก็มีเหตุนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองบนบัลลังก์ศาลจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่  รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ประชาชนบางกลุ่มตั้งข้อสงสัยว่า หรือจะเป็นความพยายามของพรรคการเมืองบางพรรคที่ช่วงชิงให้ข้อมูลและเชื่อมโยงบริบทต่างๆ เพื่อหวังผลทำลายความน่าเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรม และชี้นำให้เป็นประโยชน์ต่อคดีความของพรรคพวกตนเองโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมส่วนใหญ่ ซึ่งประเด็นนี้ พรรคพลังประชารัฐสนับสนุนให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะด่วนวิพากษ์วิจารณ์จากการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวอันจะสร้างความสับสนในสังคม

“นอกจากนี้มีข้อสังเกตว่า การได้มาซึ่งข้อมูลเอกสารคำแถลงการณ์ของผู้พิพากษาท่านนั้น สังคมเกิดความสับสนต่อคำชี้แจงของนายปิยบุตรถึงแหล่งที่มาว่าได้มาโดยวิธีใด จากผู้พิพากษา จำเลย หรือ ผู้หวังดี แต่ไม่ว่าจะทางใดขอให้นายปิยบุตรทบทวนว่าพยานหลักฐานดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สามารถรับฟังได้หรือไม่ เป็นผลไม้พิษของต้นไม้พิษหรือไม่ หากเข้าข่ายว่าเป็นผลไม้พิษ เป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ไม่สามารถรับฟังได้ ก็ขอให้นายปิยบุตรหยุดหาประโยชน์จากผลไม้พิษนั้นเสีย มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่านายปิยบุตรฝ่าฝืนหลักการที่ตนเองเชิดชู กลายเป็นบิดาแห่งข้อยกเว้นไปเสียเอง หากผู้พูดเป็นเสียเองแล้ว ต่อไปในการกล่าวหาผู้อื่น เช่น ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้อง แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่เป็นกลาง ใช้ประโยชน์จากผลไม้พิษ หาข้อยกเว้นให้ตนเอง ก็คงเป็นเพียงการพูดลอยๆ ไม่มีใครเชื่อถืออีกต่อไป”

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายคดีที่ศาลยกฟ้องจำเลยที่เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวตรงข้ามกับรัฐบาล เช่น กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง หรือ แกนนำ นปช. และตัดสินลงโทษบุคคลต่างๆ ของพรรคฝ่ายรัฐบาล ดังนั้นเห็นได้ชัดเจนว่า องค์กรศาลอำนวยความยุติธรรมให้สังคมอย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน การเมืองไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 หมวดหมู่ : การเมือง 

 

 

 

................................................................

 

'DSI'รับสำนวนคดี'บิลลี่'จากป.ป.ช.เตรียมบินสำรวจพื้นที่เกิดเหตุทันที


    
 

7 ต.ค.62- พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวภายหลังการประชุมติดตามคดีการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกระเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอยว่า การติดตามคดีการเสียชีวิตของบิลลี่ในขณะนี้มีความคืบหน้าเกินร้อยละ 80 แล้วโดยขณะนี้ยังมีพยานที่จะต้องสอบสวนเพิ่มอีกประมาณ 20 ปาก ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร  และตอนนี้ยังไม่ได้เรียกนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษาร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเจ้าหน้าชุดจับกุมบิลลี่ที่ยังไม่ได้ทำการสอบสวน

"การตรวจสอบกระดูกมนุษย์ทั้ง 8 ชิ้นยังอยู่ในระหว่างการรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตามทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งสำนวนที่ได้รับมาจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.)​ ในคดีความผิดตามมาตรา 157 กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่นำตัวนายบิลลี่ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเก็บของป่ามาให้ทางดีเอสไอแล้ว  ในระหว่างนี้ให้ทางคณะทำงานได้พิจารณาสำนวนอย่างละเอียด"

รองอธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ในวันพฤหัสที่ 10 ต.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะทำงานจะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุและขึ้น เฮลิคอปเตอร์สำรวจทางอากาศหลังจากได้สำรวจภาคพื้นดินไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนและรายละเอียดในการประกอบการติดตามคดีเพิ่มขึ้น 

 

 
 

 

 

 

................................................................
 

ปมร้อน! เขย่าวงการศาล 7 ต.ค.'ก.ต.'ตั้งกก.สอบฯ


    
 

 

 

            จากเหตุการณ์ “คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา” ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองหลังอ่านคำพิพากษาคดีเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่าอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 มีคำสั่งทางลับให้เปลี่ยนคำพิพากษา ซึ่งขณะนี้อาการอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว ทางโรงพยาบาลศูนย์ยะลาได้ย้ายจากห้องไอซียูมาที่ห้องพิเศษ

                เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากวงการ ตาชั่ง-ตุลาการ ได้ขยายผลกลายเป็นประเด็นการเมืองไปหลายบริบท มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย จนฝ่ายการเมืองนำไปขยายผล เช่น การเตรียมนำเรื่องที่เกิดขึ้นที่อยู่ในแวดวงศาลยุติธรรมเข้าไปตรวจสอบในชั้น กมธ. กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มี ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นประธาน กมธ.ฯ

                ขณะที่ บางฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกต ชำแหละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกมิติ เช่น พฤติการณ์ส่วนตัวของ คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ว่า ฝักใฝ่ทางการเมือง มีการแชร์ข่าวและข้อมูลของสื่อฝ่ายเสื้อแดงและการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองบางพรรค โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่อยู่ตลอด จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า แม้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานทางระบอบประชาธิปไตย แต่เรื่องดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อ “ประมวลจริยธรรมตุลาการ” ที่บรรพตุลาการ เขียนขึ้นมา เป็น The Code of Judicial Conduct หรือไม่? เพราะในข้อ 34 ของประมวลจริยธรรมตุลาการดังกล่าว ระบุไว้ว่า

                “ผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นกรรมการ สมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง และจักต้องไม่เข้าเป็นตัวกระทำการ ร่วมกระทำการในการสนับสนุนในการโฆษณาหรือชักชวนใดๆ ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาหรือผู้แทนทางการเมืองอื่นใด ทั้งไม่พึงกระทำการใดๆ อันเป็นการฝักใฝ่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดนอกจากการใช้สิทธิเลือกตั้ง”

                แม้ ประมวลจริยธรรมตุลาการดังกล่าวจะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ก็เป็นเสมือนคัมภีร์กำกับการประพฤติตนของผู้พิพากษาให้อยู่ในรูปในรอย อย่าได้สร้างความเสื่อมเสียให้วงการตุลาการที่เป็น 1 ใน 3 อำนาจหลักของระบอบประชาธิปไตย

                จากเหตุการณ์สั่นสะเทือนวงการตุลาการดังกล่าว ทำให้การประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ในวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคมนี้ เวลา 13.30 น. ที่ศาลฎีกา ถูกจับตามองอย่างมากว่า สุดท้ายที่ประชุม ก.ต.ที่เป็น “บอร์ดใหญ่ในการบริหารงานของวงการศาลยุติธรรม” ที่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษกับผู้พิพากษาทุกระดับ จะมีท่าทีอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                โดยเฉพาะท่าทีของ “ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา” ที่จะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในฐานะประธาน ก.ต.โดยตำแหน่งเป็นครั้งแรก หลังจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานศาลฎีกาเมื่อ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

                เรื่องดังกล่าว “สายข่าววงการตุลาการ” ให้ข้อมูลเบื้องต้นมาว่า การนัดประชุม ก.ต.ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ยะลา จึงทำให้เรื่องนี้ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม แต่ทางผู้ใหญ่ในวงการศาลได้รับข้อมูลมาแล้วว่า การประชุมครั้งนี้ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการ ก.ต.โดยตำแหน่ง จะรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยเฉพาะหลังลงพื้นที่ยะลาเพื่อไปเยี่ยมนายคณากร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสรุปเหตุการณ์เบื้องต้นให้ ก.ต.ทุกคนทราบ

                มีรายงานว่า หลังจากทราบข้อมูลต่างๆ แล้ว ทาง ก.ต.ก็คงต้องมีการมาพิจารณาว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งอยู่ในความสนใจของประชาชน โดยเฉพาะการที่บางฝ่ายสนใจในเรื่องที่ว่า “มีการแทรกแซงการตัดสินคดี” นั้น เรื่องนี้วงการศาลถือเป็นเรื่องใหญ่ และคงต้องทำให้เกิดความกระจ่างโดยเร็ว ซึ่งก็จะมีการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาพิจารณาว่าจะนำระเบียบต่างๆ ของศาลยุติธรรมมาทำให้ความจริงกระจ่างได้อย่างไร โดยต้องพิจารณาระเบียบ-ประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกาศ ก.ต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นฯ พ.ศ.2544-ประกาศ ก.ต. จริยธรรมข้าราชการตุลาการ เพื่อ นำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

                “คาดว่า มีความเป็นไปได้สูงที่มติที่ประชุม ก.ต.ในวันจันทร์นี้จะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทันที เว้นเสียแต่ ทาง ก.ต.เห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน จะขอเวลาก่อน ก็อาจจะรออีก 1-2 สัปดาห์ เพื่อมาหารืออีกครั้งในการประชุม ก.ต.รอบหน้า โดยคาดว่าจะให้เวลาสอบสวนประมาณไม่เกิน 30 วัน

                เรื่องที่เกิดขึ้น คนที่ถูกพาดพิงเป็นอธิบดีศาลภาค 9 ที่เป็นอธิบดีศาลชั้นต้น การจะไปตั้งกรรมการสอบในระดับภาคอาจทำให้เกิดคำถามตามมา ก็ต้องดูว่าที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ของ ก.ต.จะว่าอย่างไร ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ที่ ก.ต.จะเสนอว่าให้ตั้งกรรมการสอบในระดับส่วนกลาง ลงไปสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ไม่ใช่การตั้งกรรมการสอบในระดับภาค โดยที่ตำแหน่งอธิบดีศาลเทียบได้กับผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ดังนั้นประธานกรรมการสอบที่จะตั้งขึ้นก็จะต้องมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ แล้วก็จะมีกรรมการอีกอย่างน้อยไม่เกินสามคน ที่จะลงไปหาข้อเท็จจริงในพื้นที่เพื่อนำมาสรุปเป็นผลการสอบข้อเท็จจริง รายงานต่อที่ประชุม ก.ต.ต่อไป”

                สายข่าวจากศาลยุติธรรมให้ข้อมูล...

                ขณะที่ “สราวุธ-เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม” และเลขานุการ ก.ต.ย้ำเอาไว้ว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจเรื่องการแทรกแซงคดี เราระมัดระวังไม่ให้เกิดอยู่แล้ว และการทำงานของผู้พิพากษาเขียนไว้ในกฎหมาย นอกจากพระธรรมนูญ วิธีพิจารณาความอาญา ก็มีชัดเจนในมาตรา 183 กรณีถ้าผู้พิพากษามีความเห็นต่างกัน สามารถทำความเห็นแย้งได้

                “หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดชัดเจน ประชาชนต้องได้รับความยุติธรรม มั่นใจได้ว่าผู้พิพากษาศาลยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอิสระ ปราศจากการแทรกแซง”

                ปมร้อนวงการศาลยุติธรรมดังกล่าว ประเมินดูแล้ว ทาง ก.ต. และตุลาการชั้นผู้ใหญ่ คงต้องการให้เรื่องนี้กระจ่างชัดโดยเร็วแน่นอน เพราะหากคลุมเครือคงไม่เป็นผลดีต่อวงการศาลยุติธรรมทั้งองคาพยพ.

 

 

 

 

 

........................................................................ 

 

 

................................................................

 

 

7 ตุลาคม 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน