*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3822
  • จำนวนผู้ชม : 2419399
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 9 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 297 , 15:41:05 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ได้มีปรากฏการณ์สามัคคีเป็นหนึ่งเดียวในสภา เมื่อมีการพิจารณา พ.ร.ฎ.จ่ายเงินเดือนย้อนหลังในวันที่ได้รับการเลือกตั้ง ไม่ใช่

วันที่ถวายสัตย์ใรรัฐสภา ประเด็นนี้เท่ากับว่า การถวายสัตย์ฯมิใช่ความหมายที่สำคัญอีกต่อไปแล้ว?

 

 

เมื่อ 'อนาคตใหม่' ผิดแผน

    
 

  

       ขอถาม "พรรคอนาคตใหม่" ตรงนี้เลย ว่า

 

                "เป็นสายให้โจรหรือเปล่า"?

                เพราะการเขียนแผนผังห้องพิจารณาคดีของศาล แสดงตำแหน่งสำคัญต่างๆ ละเอียดเผยแพร่ เช่น

                -จุดตั้งบัลลังก์ที่ผู้พิพากษานั่ง

                -จุดที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์นั่ง

                -จุดที่จำเลย-ญาตินั่ง

                -จุดที่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.นั่ง

                -จุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั่ง

                -ตำแหน่งประตูเข้า-ประตูออก, ประตูบัลลังก์

                -จุดที่ติดกล้องวงจรปิด

                เหล่านี้.......

                มันหมิ่นเหม่ต่อการ "ชี้เป้า-ชี้ตำแหน่ง" ให้ผู้ประสงค์ร้ายลงมือต่อบุคคลเป้าหมายในห้องพิจารณาคดีนั้นอย่างยิ่ง

                ต้องบอกว่า อันตรายสุดๆ!

                ก็เข้าใจตามพฤติกรรมฝ่ายค้านแหละว่า กำลังใช้เชื้อปัญหา ๓ จังหวัดใต้ ปั่นสถานการณ์เป็นเงื่อนไขการเมือง

                เพื่อชิงอำนาจประยุทธ์ สู่การเปลี่ยนรูปแบบประเทศ

                แต่ "ต้องรู้" ว่า ขณะนี้.......

                ๓ จังหวัดใต้ ยังอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ!

                ฉะนั้น อย่างที่ปลุกปั่นถึงขั้นหยั่งกระแส แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ แบ่งแยกประเทศ

                รวมทั้งการเขียนแผนผังแสดงตำแหน่งสำคัญๆ ในห้องพิจารณาศาลดังปรากฏในเว็บไซต์พรรคอนาคตใหม่  

                จะบอกว่า "ไม่เจตนา" ผมก็เชื่อตามนั้น

                แต่ถามว่า "ตั้งใจ" มั้ย?

                ดูตามพฤติกรรม เลยไปถึงขั้น "จงใจ" ด้วยซ้ำ!

                เดี๋ยวจะว่าผมพูดเกินเลย อ่านเนื้อหาตามเว็บพรรคอนาคตใหม่ที่เผยแพร่เองดีกว่า

                พรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party

                [เปิดผังห้องพิจารณาคดีนาที #ผู้พิพากษายิงตัวเอง เจ้าหน้าที่ยุ่มย่ามโทรศัพท์ของคณากรจริงหรือไม่? -พรรคอนาคตใหม่ขอให้เปิดกล้องวงจรปิด]

                ข้อมูลจากการสอบถามข้อมูลรายละเอียดจากผู้อยู่ในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดยะลาขณะเกิดเหตุ #ผู้พิพากษายิงตัวเอง

                ลำดับเหตุการณ์ในห้องพิจารณาคดี 4 ศาลจังหวัดยะลา เมื่อศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2562

                1.ศาลออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาคดีพิพากษาให้ยกฟ้อง แต่ให้ฝากขังระหว่างอุทธรณ์

                2.เสร็จกระบวนพิจารณา ผู้พิพากษาในองค์คณะอีกท่านออกจากห้อง (คดีนี้มีองค์คณะสองท่าน โดยคณากรเป็นตุลาการเจ้าของสำนวน)

                3.คณากรเอาโทรศัพท์มือถือออกมา 2 เครื่องเพื่อตั้งกล้องถ่ายเฟซบุ๊กไลฟ์ ระหว่างนั้นก็คุยว่า “ขอเวลาอยู่กับผมหน่อยนะ อดทนหน่อย ผมอดทนมานานแล้ว..."

                จากนั้นล็อคประตูบัลลังก์พร้อมกับเอาเก้าอี้ไปดันประตูไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ (คาดว่าเป็นตำรวจศาล) ลุกไปล็อคประตูทางเข้า

                4.คณากรพูดพร้อมกับไลฟ์ไปด้วยผ่านเฟซบุ๊คซึ่งได้แจ้งชื่อกับทุกคน และแจ้งทุกคนในห้องว่าสามารถนำมือถือมาบันทึกเสียงหรือถ่ายได้ (แต่ไม่มีใครลุกไปหยิบมือถือที่ถูกเก็บไว้ก่อนเริ่มกระบวนพิจารณา)

                และแจกเอกสารประมาณ 6 ชุด เป็นร่างคำพิพากษาแนบบันทึกลับให้กับคนที่อยู่ในห้อง

                5.เนื้อความที่คณากรพูดนั้นตรงกับคำแถลงการณ์ 25 หน้า

                6.ระหว่างไลฟ์ มีบุคคลนอกเครื่องแบบพยายามจะเข้ามาทางประตูทางเข้า แต่คณากรได้ไล่ให้กลับไป พร้อมบอกว่า “กลับไปเถอะ ผมทำถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าผมหยุดที่ทำมาจะสูญเปล่า”

                7.คณากรพูดว่าทำไม่ได้หรอก ที่จะเอาคนไม่ผิดมาลงโทษ ผมยอมตายดีกว่าที่จะเป็นผู้พิพากษาที่ไร้เกียรติ อยากจะฝากประโยคนี้ถึงประชาชน “คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน” ซ้ำ 3 ครั้ง ก่อนจะกล่าวถวายสัตย์

                8.คณากรลุกขึ้นแล้วหันไปถวายคำนับพระบรมฉายาลักษณ์ (ในห้องพิจารณาคดีมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 และ 10)

                และหันกลับมา เอาปืนพกยิงใต้ราวนมซ้าย (ขณะยิงยังไลฟ์อยู่) แล้วประคองตัวเองนั่งบนเก้าอี้ผู้พิพากษา

                9.เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.วิ่งขึ้นไปเอาโทรศัพท์ทั้งสองเครื่อง (ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีการกระทำบางอย่างกับโทรศัพท์ของคณากร ซึ่งเมื่อเขาออกมาจากห้องพิจารณา มาเปิดเฟซบุ๊กพบว่าไลฟ์ของคณากรได้หายไปแล้ว)

                10.เจ้าหน้าที่อีกนายเข้าไปปฐมพยาบาลและนำร่างของคณากรออกจากห้องไปยังรถฉุกเฉิน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้เห็นเหตุการณ์ บางคนร้องไห้ด้วยความตกใจกลัว

                11.ช่วงที่ชุลมุน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวจำเลยทั้ง 5 ออกไปแล้ว

                สรุปจำนวนคนที่อยู่ในห้องพิจารณาคดี

                รายละเอียดทั้งหมดนี้ มาจากการให้ข้อมูลที่ตรงกันของผู้ที่อยู่ในห้องพิจารณาขณะเกิดเหตุ แต่ที่สำคัญที่สุด มีกล้องวงจรปิดอย่างน้อย 1 ตัวภายในห้อง

                ประเด็นที่น่าสนใจคือเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เข้าไปยุ่มย่ามกับโทรศัพท์มือถือของคณากรและลบเฟซบุ๊กไลฟ์รวมทั้งโพสต์ต่างๆ อีกอย่างน้อย 2 โพสต์ที่เกี่ยวกับปัญหาข้อเรียกร้องเรื่องการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดีจริงหรือไม่? มีเหตุผลจำเป็นอะไร? และมีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่?

                ***เบื้องต้นที่สุด พรรค #อนาคตใหม่ เรียกร้องให้เปิดเผยเทปบันทึกกล้องวงจรปิดและเฟซบุ๊กไลฟ์ของคณากรว่าภายในห้องพิจารณาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง?***

                เป็นไงครับ?

                อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ก่อนจะคุยกัน ขอทำความเข้าใจด้านกรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายก่อนว่า

                ๑.เรื่องนี้ อยู่ในกรอบอำนาจของศาล ซึ่งขณะนี้ "คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม" ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

                ๒.ไม่ใช่เรื่องและหน้าที่ที่พรรคการเมืองจะเข้าไปก้าวก่าย-ยุ่มย่าม ในเรื่องและในเขตอำนาจสถาบันตุลาการ

                ๓.น่าสังเกตว่า พรรคการเมืองมี ๑๐๔ พรรค แต่มีพรรคอนาคตใหม่ "พรรคเดียว" เข้าไปยุ่มย่าม ชนิดผิดสังเกต

                ๔.ผู้พิพากษาต้องไม่ฝักใฝ่ พัวพัน ยุ่งเกี่ยวพรรคการเมือง แต่อนาคตใหม่เผยสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างผู้พิพากษาคณากรกับพรรคอย่างมีนัยสำคัญ

                เรื่องนี้ ถ้าไล่เลียงกันแต่แรก จะเห็นว่า พรรคอนาคตใหม่ "นายปิยบุตร" กับการยิงตัวของ "ผู้พิพากษาคณากร"

                เข้าตะเข็บ "ไม่เนียน" เลย!

                เหมือน ส.ส.พรรคนี้เลยใช้วาทกรรม "กระดุม ๕ เม็ด" กลัดเม็ดแรกผิด ก็จะผิดไปทุกเม็ด

                ดังนั้น ที่คิดว่า เป๊ะ..แต่วินาทีลั่นไก

                จึงกลายเป็น โป๊ะ..แตก!

                คือเมื่อ "เปิดผังห้องพิจารณาคดีนาที #ผู้พิพากษายิงตัวเอง" ออกมา

                ที่หมายมั่นใช้ "จับผิด" กอ.รมน.

                กลายเป็น "จับผิดตัวเอง" อย่างจัง!

                ข้อมูลที่แสดงทั้งหมด อนาคตใหม่อ้างว่า "จากผู้อยู่ในห้องพิจารณาคดี"

                ขอถามว่า "ใคร"?

                เพราะพิจารณาแล้ว ผังนี้ ไม่ใช่เขียนจากบอกเล่า หากแต่เข้าไป "จับรายละเอียด" ทุกจุด-ทุกตำแหน่งในห้อง แล้วจงใจเขียน "ชนิดมีเป้าหมาย"

                โฟกัสที่......

                -เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.วิ่งขึ้นไปเอาโทรศัพท์ทั้งสองเครื่อง (ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีการกระทำบางอย่างกับโทรศัพท์ของคณากร ซึ่งเมื่อเขาออกมาจากห้องพิจารณา มาเปิดเฟซบุ๊กพบว่าไลฟ์ของคณากรได้หายไปแล้ว)

                และที่อนาคตใหม่พยายามขยี้...........

                -ประเด็นที่น่าสนใจคือเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เข้าไปยุ่มย่ามกับโทรศัพท์มือถือของคณากรและลบเฟซบุ๊กไลฟ์รวมทั้งโพสต์ต่างๆ อีกอย่างน้อย 2 โพสต์ ที่เกี่ยวกับปัญหาข้อเรียกร้องเรื่องการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดีจริงหรือไม่? มีเหตุผลจำเป็นอะไร? และมีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่?

                อ้าปากเห็นทะลุถึงดาก......

                ถ้าแผน ๑ สำเร็จ การเปิดผังอันเป็นแผน ๒ นี้ กอ.รมน.ที่แจ้งจับ ๗ พรรคฝ่ายค้าน "ตายหยั่งเขียด"

                คนจะเชื่อว่าฉวยโอกาสไปยุ่มย่ามลบเฟซบุ๊กไลฟ์และโพสต์เรื่องการแทรกแซงการพิจารณาคดีของเขา!

                ตรงนี้ ขอถามเพิ่มเติมว่า.......

                คดีที่ผู้พิพากษาคณากรตัดสินวันนั้น เป็นคดีลหุโทษธรรมดา แต่ทำไมอนาคตใหม่จึงเหมือนมีญาณวิเศษรู้ว่า

                วันนี้ ผู้พิพากษาจะยิงตัวโชว์....

                จึงเตรียมการ "บันทึกการถ่ายทำ" ชนิดพร้อมสรรพ

                และ "ออกตัวแรง".....

                เป็นสมการร่วมโจทย์แต่วินาทีแรก กระทั่งแถลงการณ์ ๒๕ หน้า ก็ถูกส่งไปที่พรรคแต่แรกแล้ว?

                รู้หมด..เห็นหมด บันทึกละเอียดถึงขั้นบอกในผังว่า แถวแรก ซีกซ้าย

                ญาติ-จำเลย ๘-๙ คน, แถวสอง กอ.รมน. ๓ คน ญาติจำเลย ๕ คน, แถวสาม กอ.รมน. ๔ คน ญาติจำเลย ๕ คน

                ซีกขวา แถวแรก จำเลย ๕ คน, แถวสอง ตำรวจ ๕-๖ คน หลังตำรวจ มีเจ้าหน้าที่ ๑ คน

                รวมทั้งหมด ตอนเกิดเหตุ มีคนนั่งดูผู้พิพากษาคณากรยิงตัวโชว์ รวม ๓๘ คน

                นี่...ในผังที่อนาคตใหม่เผยแพร่ ต้องบอกว่าละเอียดด้วยตาเข้าไปเฝ้าจับจ้อง ไม่น่าใช่จากคำบอกเล่าตามอ้าง

                ที่ว่า กอ.รมน.เข้าไปยุ่มย่ามลบเฟซบุ๊กไลฟ์นั่นน่ะ รู้ได้ไงว่าหายหรือถูกลบ เพราะเป็นโทรศัพท์ส่วนตัวของผู้พิพากษาคณากร?        

                แต่จริงๆ แล้ว ที่ผู้พิพากษาไลฟ์ ก็เห็นไปทั่วโซเชียลนี่!

                ที่เป็น "ความรู้ใหม่" จากอนาคตใหม่เผยแพร่ผัง ก็ตรง

                -คณากรพูดพร้อมกับไลฟ์ไปด้วยผ่านเฟซบุ๊ก

                -ให้ทุกคนในห้องนำมือถือมาบันทึกเสียงหรือถ่ายได้

                -แจกร่างคำพิพากษาแนบบันทึกลับให้ทุกคนในห้อง

                -ยิงใต้ราวนมซ้าย (ขณะยิงยังไลฟ์อยู่)

                -ยิงแล้วประคองตัวเองนั่งบนเก้าอี้ผู้พิพากษา

                อืมมมม....

                ละเอียด สวยงาม ชัดเจน เป็นช็อตๆ ไปเลยทีเดียว ซึ่งในทางกฎหมาย ผู้พิพากษาคณากร "ทำผิดกฎเสียเอง" ทั้งสิ้น

                ยิง...แล้วยังประคองตัวเองนั่งบนเก้าอี้ผู้พิพากษาได้

                ตั้งแต่ผมเป็นตัวมา ไม่เคยได้ยินเลยว่า ผู้พิพากษามีแถลงการณ์ส่วนตัวได้ "ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์"

                ทั้งหลาย-ทั้งปวง "กรรมเป็นเครื่องบ่งบอกเจตนา"!

                ถึงตอนนี้ ไม่แน่ใจ กรณีผู้พิพากษายิงตัวโชว์ ที่ว่ามีการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดีนั่นน่ะ

                "การเมือง-การทหาร" แทรกเข้าไปในการพิจารณาของระบบศาล

                หรือ "บางคน" ในระบบศาล แทรกเข้ามาในการเมืองผ่านพรรคการเมือง

 

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)
 
 

10 ตุลาระทึกสุดขีด!'ปึ้ง'รอดไม่รอด คดีออกพาสปอร์ตประเคนแม้ว

    
 

9 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 11.00 น.วันที่ 10 ต.ค.นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ศาลฎีกา อม.) นัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.การต่างประเทศ ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติต้นเดือน ก.พ.2560 ชี้มูลความผิดทางอาญาต่อนายสุรพงษ์ กรณีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย และคดีอื่นๆ ขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (2) (3) (4) 

ส่งผลให้กระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาของศาลยุติธรรมไทยอ่อนแอและไม่มีสภาพบังคับตามลำดับ นอกจากนี้ยังส่อให้เห็นถึงความไม่เป็นเอกภาพของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของไทยในสายตาประชาคมโลก ซึ่งกระทบกระเทือนต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศ เป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับนายทักษิณ อันเป็นการกระทำโดยมิชอบและโดยทุจริต

องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และ  พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าการกระทำความผิดของจำเลยมีเจตนาช่วยเหลือผู้ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลซึ่งหลบหนีให้สามารถเดินทางในต่างประเทศได้สะดวก และเป็นผลบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่10 ต.ค.นี้หากพิพากษายืนหมายความว่าต้องเข้าเรือนจำทันที หรือจะพิพากษาแก้ไขอย่างไร และที่สำคัญคือตัวนายสุรพงษ์ จะเดินทางมาศาลหรือไม่.

 

รอบนี้ส.ส.7พรรคไม่มีใครค้าน!รับเงินเดือนย้อนหลัง 2 เดือนกันทั้งรัฐสภาใช้งบฯเบ็ดเสร็จ 120 ล้านบาท

    
 

9 ต.ค 62 - ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาฯ ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ส.ส.​ , ส.ว.  และ กมธ.​ ฉบับใหม่ ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม

โดยนพ.ชลน่าน ยืนยันว่าเป็นการแก้ไขเนื้อหาตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้เสนอเพื่อแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่กำหนดวันเริ่มสมาชิกภาพของ ส.ส. ให้นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ขณะที่ค่าตอบแทนรัฐธรรมนูญ มาตรา 183 ว่าด้วยเงินประจำตำแหน่ง และประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของสมาชิกรัฐสภาให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา 

“เรื่องเสนอร่างพ.ร.ฎ.ฉบับดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ดำเนินการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องที่ ส.ส. หรือ ส.ว. เสนอให้ขึ้นหรือเพิ่มเงินเดือนให้กับตนเอง กมธ.​เห็นด้วยที่จะแก้ไขเนื้อหาพ.ร.ฎ.ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ​ แต่การแก้ไขปรับปรุงของกฤษฎีกาก่อนที่ร่างพ.ร.ฎ.จะประกาศใช้ ที่ต้องรับความเห็นของทุกส่วนไปพิจารณา ซึ่งอาจจะมีข้อสรุปเป็นอื่นก็ได้” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า สำหรับการใช้งบประมาณหากร่างพ.ร.ฎ. จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้ ได้รับเงินเดือนย้อนหลังไปจนถึงวันเลือกตั้ง หรือ ประมาณ 2 เดือน ทางสำนักงบประมาณ ของสภาฯ​ชี้แจงว่า หากจะใช้งบประมาาณเพื่อจ่ายส่วนดังกล่าว ต้องจัดสรรในงบประมาณกลางปี  ขณะที่จำนวนจะเป็นเท่าใดนั้น ขอให้คำนวณจากตัวเลขที่ ส.ส. 500 คน ได้รับค่าตอบแทน ประมาณ 1.2แสนบาท รวม 2เดือน ส่วน ส.ว.นั้นจะได้รับค่าตอบแทนย้อนหลัง 10 วัน 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อกรณีที่มีความเห็นของอดีตที่ปรึกษาของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ส.ส. ไม่ควรได้รับเงินเดือนย้อนหลัง เพราะไม่ได้ทำงาน เป็นความเห็นทางวิชาการที่สามารถแสดงออกได้ แต่มีบันทึกการประชุมของกรธ. ครั้่งที่ 70 และเป็นความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีต ประธานกรธ. ระบุว่า เหตุผลที่ไม่บัญญัติช่วงเวลาที่ส.ส. และส.ว. จะได้รับค่าตอบแทนเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับอื่น เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นสิทธิที่ควรได้ ตั้งแต่เข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ระบุสถานะของส.ส.​เริ่มตั้งแต่วันที่เลือกตั้ง ทั้งนี้ในการประชุมกมธ.ฯ รอบหน้าจะเชิญหน่วยงานของกระทรวงการคลังมาชี้แจงถึงกฎและกติกาที่เกี่ยวข้องกับการให้ค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นของข้าราชการ พนักงาน ว่าสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวเลขงบประมาณที่จะนำมาจ่ายเป็นเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนของส.ส. ตามตัวเลขที่ นพ.ชลน่าน ระบุนั้น พบว่าจะต้องใช้งบประมาณ 120 ล้านบาท. 

โดนทั้งบ่าวทั้งนาย!'ชวน'กรีด'อดิศร'รัฐบาลยุคแม้วไม่ฟังคำทักท้วงต้นเหตุใต้ลุกเป็นไฟ

    

 

ทั้งนี้ จากคำให้สัมภาษณ์ ตนบอกเพียงว่าขณะนี้ได้มีญัตติการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญ เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น โดยจะพิจารณาในสมัยประชุมหน้า แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะแก้ไขในมาตราใด เพราะอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาแนวทาง เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อมวลชนสอบถามการแก้ไขมาตรา 1 ซึ่งตนเองได้ชี้แจงไปแล้วว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่อยากแนะนำว่าไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ควรศึกษาประวัติศาสตร์ และดูให้ดี หากเสนอแนวทางที่ดีกว่าเดิม ก็สามารถแก้ไขได้ แต่หากไม่มั่นใจควรต้องระมัดระวัง 

"เพราะเคยมีประสบการณ์ความผิดพลาด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544 มาแล้ว ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นคนเดียวที่ทักท้วงว่าอย่าทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย ไม่ว่าเป็นชาวพุทธหรือมุสลิมก็ไม่ควรเลือกปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะมีผลเสียตามมา

แต่รัฐบาลขณะนั้น ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่นายอดิศรสังกัด ไม่รับฟัง จนทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ในวันนี้หากจะเปลี่ยนแปลงอะไรจะต้องมั่นใจ เพราะเรื่องของความมั่นคงจะไปทดลองไม่ได้ เพราะหากผิดพลาดแล้วจะแก้ไขยาก จึงขอเตือนด้วยความหวังดี"

'ป้อม'ยันไม่ละเมิดสิทธิ์ อีดีเก็บข้อมูลผู้ใช้WiFi จับตากลุ่มเสี่ยงป่วนประชุมอาเซียน

    
 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มที่จับตาเป็นคนภายในหรือภายนอกประเทศ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แค่คนภายในประเทศก็จะแย่อยู่แล้ว คนนอกประเทศจะมาทำทำไม ไม่มี

เมื่อถามถึงกรณี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี)ขอความร่วมมือร้านค้าที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต WiFi ภายในร้านให้เก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียน ใช้ WiFi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วดีหรือไม่ และเป็นการขอความร่วมมือของภาคเอกชน ส่วนที่มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนนั้น เป็นการขอความร่วมมือจะละเมิดสิทธิ์ได้อย่างไร ไม่ได้บังคับ

ถามว่า เครือข่ายดังกล่าวโยงใยกับคนในหรือนอกประเทศอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เอาเรื่องคนในประเทศให้เรียบร้อยก่อน ในส่วนของต่างประเทศเราก็ได้มีการเฝ้าระวัง ในส่วนของบางเว็บไซต์ที่ลงทะเบียนในต่างประเทศ ซึ่งก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ได้แต่โจมตีแต่สิ่งที่เราระมัดระวังก็คือการดูแลรักษาความปลอดภัยผู้นำประเทศที่จะเข้ามา.

 

 

 

 

 

 

......................................................................

9 ตุลาคม 2562

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน