*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3827
  • จำนวนผู้ชม : 2422824
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 346 , 23:17:42 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , สันติธาตุ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะต่อต้านการรุกรานทุกรูปแบบของชาติมหาอำนาจได้เลย แต่เราก็เอาตัว

รอดตลอดมาได้ด้วยการสร้างสมดุลในความสัมพันธ์กับนานาชาติ โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจทั้งปวง

         แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ต้องตกอยู่ในพิษภัยของคนไทยกันเองตลอดมา เสมือนเป็นมะเร็งร้ายที่ถ่วงความเจริญไม่ให้ก้าว

ไปข้างหน้าอย่างเท่าที่ควร

 

อย่าลืม...เรามีนัดกัน "๒๑ ตุลา."

 
 
   
 

                 นี่....

 

                ถ้าเขาไม่เตือนผมก็คงลืมไปแล้ว ว่าสัปดาห์โน้น จันทร์ที่ ๒๑ ตุลา.          

                "ไทยโพสต์" ครบรอบ ๒๓ ปีเต็ม!

                ถือโอกาสบอกกล่าว "ขาประจำ-ขาจร" ทราบซะเลย จะไปซื้อหน้าหนังสือพิมพ์ฮ่องกงประกาศเชิญแขกเหรื่อ ก็คงไม่ทันแล้ว

                ก็อยากให้มากันนะ....

                เพราะสองเจ๊ "เจ๊รุ่ง-เจ๊สุ" ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนไทยโพสต์แต่อ้อน-แต่ออก มาแจ้งเจตนาล่วงหน้าไว้หลายเดือน

                ว่าได้นิมนต์ "พระศากยวงศ์วิสุทธิ์" (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) มากล่าวธรรมมงคลที่โรงพิมพ์

                และพระอาจารย์ได้รับนิมนต์ จะมาฉลองศรัทธาตอนช่วงใกล้เพลวันนั้น!

                ผมจึงอยากให้มาฟังธรรมมงคลจากพระอาจารย์อนิลมานกัน

                บอกตรงๆ ผมปีติด้วยศรัทธา....

                ได้ยินแต่ชื่อมานาน ท่านเป็นชาวเนปาล สืบเชื้อสายตระกูลเดียวกับ "พระพุทธเจ้า" คือ ตระกูลศากยะ

                บวชเป็นสามเณรที่เนปาล

                มาอยู่กับ "สมเด็จพระญาณสังวร" สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรฯ แต่เด็กๆ อุปสมบทที่วัดบวรฯ โดยสมเด็จพระญาณสังวร เป็นพระอุปัชฌาย์

                ก็ร่วม ๔๐ ปีแล้ว และตอนนี้ท่านแปลงสัญชาติเป็นไทยเรียบร้อยแล้ว

                ยากนัก ที่พระอาจารย์จะมีช่องว่างของเวลาเหลือมาโปรดสัตว์ที่นี่

                เพราะนอกจากงานดูแลสงฆ์ในฐานะรองเจ้าอาวาสแล้ว ยังจะงาน "มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย" และงานสอนตามมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีก

                ยิ่งกว่านั้น เท่าที่ทราบ แต่ละเดือน-ละปี....

                ในฐานะผู้เผยแผ่งานพระพุทธศาสนาในต่างประเทศ มีมหาวิทยาลัยมากมายในยุโรป-สหรัฐ

                เชิญพระอาจารย์ไปสอนพุทธศาสน์ "แก่นธรรม" ระดับปริญญาโท-เอก ถึงขั้น "แย่งตัว" กันเลยทีเดียว

                โลกขณะนี้ สู่ภาวะจิตโรค......

                พระอาจารย์ยังต้องรับนิมนต์จากยูเอ็นไปสงเคราะห์โลกด้วยธรรมปรึกษาด้วย

                ต้องบอกว่า ประเทศไทยมี "ของวิเศษ" อยู่กับตัว แต่จะด้วยไม่รู้ หรือรู้ แต่ "ใกล้เกลือกินด่าง" ก็ไม่ทราบ

                เรามีปัญหา "หลงทิศ-หลงทาง" ด้านการศึกษาของชาติมาตลอด แม้ขณะนี้ ไม่ต่าง "ตาบอดคลำช้าง" เอะอะก็ตามก้นฝรั่งไว้ก่อน

                แต่หารู้ไม่ ขณะนี้ เวลานี้ ฝรั่ง "ยุโรป-สหรัฐ" ที่เราตามก้น เขาพบของวิเศษนั้นแล้ว........

                และใช้ของวิเศษนั้น "สร้างคน-สร้างสังคม" ในแนวทางใหม่ ชนิดต้องบอกว่า "ฝรั่งตื่น" กันขนานใหญ่

                นั่นคือ "สมาธิภาวนา"

                ใช้เป็นหลักสูตรการเรียน-การสอนในระบบศึกษาของเขาตั้งแต่ระดับอนุบาล-ประถม-มัธยม เอาอย่างนั้นกันเลยทีเดียว

                พระอาจารย์อนิลมานของเรานี่แหละ

                ไปสอน ไปแนะแนว กระทั่งไปจัดหลักสูตร "การเจริญสติ-สัมปชัญญะ" ประยุกต์ ให้ตามโรงเรียนต่างๆ ในสหรัฐ-ยุโรป ทั้งรัฐบาลเขาสนับสนุน

                ไม่ใช่ไปเปลี่ยนศาสนาเขา หากแต่ช่วยให้เขาเป็น "คนที่ดี" ในศาสนาของเขา ด้วยจิตมีสติรู้

                บางท่านอาจสงสัย แล้วพระอาจารย์ "ดังระดับโลก" อย่างนั้นได้อย่างไร?  

                ก็ควรทราบกันไว้ ท่านจบปริญญาตรีจากมหามกุฏฯ นี่แหละ

                ไปต่อโททั้งที่เนปาล ออกซ์ฟอร์ด ที่อังกฤษ และเอก ที่บรูเนล อังกฤษ

                ถามว่า แล้วพระอาจารย์เอาเงินที่ไหนไปเรียน เพราะกว่าจะจบเอก ไม่ใช่บาท-สองบาท?

                "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๙ พระราชทานทุนทรัพย์เพื่อการศึกษาทั้งหมด

                แม้ขณะเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยทั้งยุโรป-สหรัฐ ก็ยังนิมนต์ท่านไปสอนวิชาพุทธศาสน์ ถึงขั้นเปิดหลักสูตรใหม่ เพราะแย่งกันเรียนมากเหลือเกิน

                ไม่แค่สนใจ หากแต่ "ตื่น" กันเลยทีเดียว เพราะคนตะวันตก ค้นพบวิทยาการเกือบทุกอย่างในโลก

                ยกเว้นอย่างเดียวที่ค้นอย่างไรก็ไม่พบ คือ

                "จิต" ตัวเอง!

                พระอาจารย์จูงคนตะวันตกให้พบแสงตะวัน ด้วยการสอนและฝึกปฏิบัติให้รู้จัก "เจริญสติ-สัมปชัญญะ"

                พอฝรั่งได้ "เจริญสติ"..............

                จากหลงทางมากว่า ๒ พันปี จิตเห็นจิตตัวเองเท่านั้น "ปัญญารู้" เกิดตามทันที!

                มนุษย์เรา เมื่อเกิดปัญญาด้วยจิตรู้ ทุกอย่างมันจบด้วยเหตุและผลในตัวมันเอง

                เด็ก ก็รู้หน้าที่, ผู้ใหญ่ ก็รู้หน้าที่, ครู-อาจารย์ ก็รู้หน้าที่, นักศึกษา ก็รู้หน้าที่, นักการเมือง ก็รู้หน้าที่, ประชาชนพลเมือง ก็รู้หน้าที่

                รู้ด้วย "สัมมาสติ"

                ถึงแม้คนในสังคมชาติรู้หน้าที่ ปัญหามันก็ยังมี แต่เมื่อส่วนใหญ่รู้หน้าที่

                ปัญหานั้น ก็เหมือนไฟที่พนักงาน "ควบคุมเพลิง" ไว้ได้แล้ว!

                นี่....

                ผมก็เล่าตามที่อ่านประวัติพระอาจารย์บ้าง ฟังจากท่านรับนิมนต์ไปกล่าวธรรมตามสถานที่ต่างๆ บ้าง ยังไม่มีวาสนาได้ฟังธรรมท่านโดยตรง

                ก็วันที่ ๒๑ ตุลา.นี่แหละ หวังใจจะได้รับธรรมคติจากท่าน ฟังคนเดียวดูจะกระไรอยู่

                จึงขอเชิญท่านที่สนใจมาร่วมรับธรรมคติด้วยกันที่ไทยโพสต์

                ก็ที่เก่า "คลองเตย" ซอมซ่อ มายาก รถเข้าได้ แต่ออกไม่ได้ เดินเข้ามานั่นแหละ สะดวกสุด

                แต่บอกก่อนว่า เจ๊รุ่ง เจ้าของ "เจเพรส" บอกไว้นานแล้วว่า "นิมนต์เรียบร้อย" นี่ก็เหลือเวลาอีก ๑๐ วัน

                ก็ยังไม่ได้ "ย้ำปาก-ย้ำคำ" ให้มั่นเหมาะอีกทีเลยว่า พระอาจารย์มาแน่ หรือจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง?

                เผื่อๆ ไว้ครึ่งใจละกัน......

                สำหรับท่านที่ตั้งใจจะมา เดี๋ยวจะลองทวงถามคำยืนยันจากผู้ไปนิมนต์อีกที

                ผิดพลาดไงก็ รับประกัน มีข้าวปลาอาหารให้ท่านเลือกรับประทานตั้งแต่เช้าเรื่อยไป

                สบายใจ-สบายท้อง แล้วค่อยแยกย้าย บ้านใคร-บ้านมัน

                พูดถึงหนังสือพิมพ์ "สื่อกระดาษ" ทุกวันนี้ สู่ภาวะแปลงร่างเป็น "สื่อจั๊กจั่น"

                เคยเห็นจั๊กจั่นมั้ย ตอนโพล้เพล้ ไม่ค่อยเห็นตัว ได้ยินแต่เสียงร้องระงมไป

                พอตกเช้า ไปดูตามต้นไม้........

                จั๊กจั่นทิ้งโครงคราบติดต้นไม้ไว้ ส่วนตัวเป็นๆ ไม่รู้ไปไหน

                เขาบอก "มันตาย"!

                เหมือนสื่อหนังสือพิมพ์ ที่แห้งตายไปทีละฉบับ-สองฉบับ คนยังอ่านข่าวสาร แต่ไม่ซื้อหนังสือพิมพ์ ไปอ่านตามเน็ต

                นั่นคือ หนังสือพิมพ์ไม่ตายซะทีเดียว หากแต่ลอกคราบ โดย "ถอดวิญญาณ" จากหนังสือพิมพ์

                ไปเกิดใหม่ในร่างเว็บไซต์ "สื่อออนไลน์" ตามยุคสมัยไอทีครองโลก!

                ไทยโพสต์ก็มีเว็บไซต์ คนยุคใหม่เขาก็สนุกสนานกันไป

                ส่วนผม มันคนยุคเก่า เกาะโลกแบบพอรู้จักหมุนตามโลก หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ "เหมือนลูก" ผมให้กำเนิดมาครบ ๒๓ ปี

                "จะจน-จะรวย" ยังไง ใครอยากไปทางไหน..ก็ไป ส่วนผมทิ้ง "ไทยโพสต์-กระดาษ" ไปไม่ได้หรอก

                ใครจะอ่าน-ไม่อ่าน ก็ช่าง ผมทำเอง-อ่านเองก็ได้ ซึ่งทุกวันนี้ ก็อ่านกันลดน้อย ไปโป่งพองที่เว็บไซต์

                ก็ดีกับผมทั้งขึ้น-ทั้งล่อง

                แต่ที่ "ดีต่อใจ" ผมมากที่สุด คือความเป็น "หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์"

                เพราะหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ สัมผัสได้ถึงหัวใจ

                ส่วนเว็บไซต์ ชื่อไทยโพสต์ก็จริง แต่ผมไม่รู้ จะไปกอดจูบลูบคลำมันได้อย่างไร ตรงไหน?

                เดี๋ยวไฟดูดตาย!

                ฉะนั้น ไม่ต้องพูด ไม่ต้องถาม ว่าไทยโพสต์จะเจ๊ง-จะเลิกเมื่อไหร่?

                ผมตายค่อยถามคนอยู่ตอนนั้น!

                นี่...ผมยังคิดเลยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคอินเตอร์ แต่รำรำจะร้างสื่อหนังสือพิมพ์ภาษาฝรั่งยังไงก็ไม่รู้ เห็นสิ้นลมไปทีละหัว-สองหัว

                ยุคอินเตอร์ แต่ประเทศไม่มีหนังสือพิมพ์ "ภาษาอังกฤษ" ดูมันย้อนไปไกลกว่า "ยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช"

                "ไทยโพสต์" ชื่อก็บอกเป็นสื่อหลักประเทศไทย ทำไทยโพสต์เป็นภาษาอังกฤษอีกซักฉบับไปเลย ดีมั้ย?

                ครับ...

                ก็คิดเรื่อยเปื่อยไปงั้น ขอตั้งต้นไปเรียน A B C D ก่อน อ่านออก-เขียนได้เมื่อไหร่

                ก็ไม่แน่นะ!?.

รัฐบาลยืนยันไทย-จีนสัมพันธ์ไมตรีไม่เปลี่ยน โยนเผือกร้อน'ธนาธร'ต้องเคลียร์!

    
 

 
ด้าน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำของนักการเมืองตามที่สถานทูตจีนระบุถึง ซึ่งไม่ได้ระบุถึงรัฐบาลแต่อย่างใด ดังนั้นจึงให้ไปถามนักการเมืองที่แถลงการณ์กล่าวถึง ส่วนรัฐบาลไทยและจีนนั้นยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคงไม่มีท่าทีจากรัฐบาลไทย เพราะแถลงการณ์ที่ออกมาไม่กล่าวถึงรัฐบาล แต่เป็นเรื่องตัวบุคคล.

'บรรณวิทย์'โต้'ไฮโซสาว'ยันศาลอ่านคำพิพากษาตนถือกรรมสิทธิ์ในตัวบ้าน

    
 

11ต.ค.62-พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีนางสาวพิมพ์นรี โหตะไวทยากร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน กรณีบุกบ้านพร้อมชายฉกรรจ์ 10 คน โดยระบุเพียงว่า เรื่องการครอบครองบ้านหลังดังกล่าว มีการฟ้องร้องดำเนินคดีถึงกรรมสิทธิ์บ้านมากว่า 3-4 ปีแล้ว พร้อมกับเมื่อ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาศาลได้อ่านคำพิพากษาชัดเจนว่าตนนั้นมีกรรมสิทธิ์ถือครองในตัวบ้าน โดยนางสาวพิมพ์นรี เป็นผู้ไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง

ทั้งนี้พลเรือเอกบรรณเรียน ยังระบุอีกว่า ในช่วงสิ้นเดือนนี้จะมีการนัดสืบพยานอีก 4 คดีที่ตนฟ้องร้องกับนางสาวพิมพ์นรี เช่นกัน อย่างคดีลักทรัพย์ พร้อมกับยืนยันว่าตนครอบครองบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรก ซึ่งสิ่งที่นางสาวพิมพ์นรีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนไม่ใช่เรื่องจริงโดยหลังจากการนัดสืบพยานแล้วตนจะขออนุญาตศาลว่าจะให้สัมภาษณ์ได้หรือไม่

ข่าวด่วน

ทางการญี่ปุ่นเร่งอพยพประชาชน

วันที่ 11 ตุลาคม 2562 - 15:26 น.
พายุไต้ฝุ่น,พายุญี่ปุ่น,ญี่ปุ่น,เฝ้าระวัง,พายุฮากิบิส

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้มีการแจ้งเตือนพายุฮากิบิสที่คาดว่าจะส่งผลกระทบในภูมิภาค Tokai หรือ เขต kanto รวมไปถึงกรุงโตเกียว ในวันเสาร์นี้ ตามเวลาท้องถิ่น

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้มีการแจ้งเตือนพายุฮากิบิสที่คาดว่าจะส่งผลกระทบในภูมิภาค Tokai หรือ เขต kanto รวมไปถึงกรุงโตเกียว ในวันเสาร์นี้ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้ได้มีการประกาศแจ้งเตือนฉุกเฉินสำหรับพายุฮากิบิสซึ่งคาดว่าพายุลูกนี้จะมีความรุนแรง

และทำให้เกิดคลื่นสูง และฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ล่าสุดได้มีการสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของชีวิต คาดว่าพายุลูกนี้จะแผ่ขยายบริเวณกว้าง โดยพื้นที่หลักๆที่จะได้รับผลกระทบคือ ทางตะวันออก ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันเสาร์ไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ หรืออาจจะส่งผลกระทบบางพื้นที่รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้พายุฮากิบิสจะทำให้เกิดฝนตกอย่างรุนแรงเทียบเท่า ไต้ฝุ่นคาโนกาว่า ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 1958 ซึ่งในครั้งนั้นมีประชาชนจำนวนกว่า 1,200 คน เสียชีวิตและสูญหาย ในภูมิภาค Shizuoka และเขต Kanto ดังนั้นจึงอยากเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรง น้ำท่วมสูง และพายุรุนแรงเอาไว้ด้วย 

CR.NHK


ข่าวด่วน

เสียดายงบแผ่นดิน หลังพบศูนย์วัฒนธรรมอำเภอถูกทิ้งกว่า 10 ปี

วันที่ 11 ตุลาคม 2562 - 13:40 น.
โคราช,,ข่าวเด่น,,นครราชสีมา,,ศูนย์วัฒนธรรม,,ร้าง,,แหล่งมั่วสุม,,อันตราย

ชาวบ้านอำเภอสูงเนินโคราช ร้องเสียดายงบประมาณแผ่นดิน หลังพบว่าศูนย์วัฒนธรรมอำเภอ ถูกทิ้งร้างนานกว่า 10 ปี ไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ พบมีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด หวั่นเป็นภัยร้ายของสังคม

คลิปที่ 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชิต โล้วตั้งกิจเจริญ อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ได้ร้องเรียนว่าพบกลุ่มวัยรุ่นได้เข้าไปมั่วสุมเสพยาเสพติด ที่ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอสูงเนิน ที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 10 ปี พบว่ามีป่าหญ้า ต้นไม้ ขึ้นรกทึบ ตัวอาคารมีร่องรอยการชำรุด ไม่ว่าจะเป็นประตู หน้าต่าง ซึ่งจากการเดินตรวจสอบรอบๆ พบมีร่องลอยคนเข้าไปบริเวณข้างใน แล้วพบว่ามีขวดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงถุงยางอนามัย ไฟส่องสว่างไม่มี จึงทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าว เห็นเป็นประจำ และกลัวว่าอนาคตจะเป็นภัยร้ายของสังคม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุบอาคารดังกล่าวทิ้งหรือไม่ก็ยกประโยชน์ให้กับหน่วยงานอื่นดำเนินการซ่อมแซมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์

นายนคร กิติพูลธนากร นายกเทศมนตรีตำบลสูงเนิน เปิดเผยว่า ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอสูงเนิน อยู่ในการดูแลของสำนักงานการศึกษาเขต 4 นครราชสีมาและอยู่นอกเขตเทศบาล หลังจากไม่ได้ใช้งานก็ปล่อยทิ้งให้รกร้างนานกว่า 10 ปี โดยมีหลายหน่วยงานเข้าไปขอดำเนินการใช้ประโยชน์ แต่ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซม และทางอำเภอได้ขอให้ทางเทศบาล ส่งกองช่างเข้าไปประเมินในการปรับปรุงอาคารและออกแบบให้สามารถใช้งานได้ แต่ต้องใช้งบประมาณ 2 ล้านบาทขึ้นไป

 

 

ทางอำเภอจึงของบประมาณกับทางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อของบประมาณสนับสนุน จากสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่สามารถที่จะสนับสนุนได้ไม่เกิน 3 แสนบาท เนื่องจากจะต้องกระจายประมาณของไปทั่วประเทศ จึงทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีงบประมาณ แต่สิ่งที่สำคัญหากมีงบในการปรับปรุงแล้วใครจะเป็นคนใช้ประโยชน์ในอาคารหลังดังกล่าว

กีฬา

ธีรศิลป์ แดงดา ยิงได้แล้ว ต้องยิงอีก

วันที่ 11 ตุลาคม 2562 - 15:24 น.
ธีรศิลป์ แดงดา,ช้างศึก,อากิระ นิชิโนะ,คองโก,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เกมกับ ยูเออี นั้นมีความหมายมาก

 “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย เปิดใจหลังทำประตูได้ ในเกมกระชับมิตร ภายใต้ปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ที่เปิดบ้านเสมอ ทีมชาติคองโก 1-1 ที่สนามบีจี ปทุม สเตเดียม เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 

อดีตกองหน้าซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ถูกเรียกเข้ามาติดทีมครั้งแรก ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น และมีโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ซึ่งเจ้าตัวก็โหม่งให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ในครึ่งแรก จากนั้นถูกเปลี่ยนออกไปพัก ในช่วงครึ่งหลัง

“ครั้งที่แล้ว ผมไม่ได้อยู่กับทีม พอกลับมาติดครั้งนี้ แล้วได้โอกาสลงเล่น ก็รู้สึกดีใจ และตื่นเต้นด้วยครับ เพราะนี่เป็นนัดแรกในยุคของโค้ชนิชิโนะ” กองหน้าวัย 31 ปี กล่าวเริ่ม

“ก่อนหน้านี้ผมเจ็บไปนาน ยอมรับว่าสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อยเท่าไหร่ แต่พอได้โอกาส ก็พยายามเต็มที่ที่สุด และพอยิงได้ ก็รู้สึกดีใจมากๆ ครับ”

“ตอนนี้ทุกคนพยายามเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกับผม ที่ติดทีมชุดนี้เข้ามาเป็นครั้งแรก จะเห็นได้ว่าโค้ชพยายามทดลองหลายๆ ระบบ และผู้เล่นแต่ละคน ก็ได้ลงเล่น 2-3 ตำแหน่ง ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีครับ ที่เรามีโอกาสลองทีม และโค้ชน่าจะได้ประโยชน์ก่อนถึงเกมกับ ยูเออี ครับ”

นอกจากนี้ ธีรศิลป์ ยังกล่าวถึงการที่ไม่มี ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในทีมชุดนี้ว่า “พอผมมาก็ขาด (ยิ้ม) ก็ยอมรับว่าน่าเสียดายครับ และ อุ้ม ก็ยังมาเจ็บในช่วงวอร์ม ก็เชื่อว่าถ้าเรามีทั้ง เจ และ อุ้ม อยู่ในสนาม เราก็น่าจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม แต่ว่าคนอื่นๆ ที่ลงไป ก็ทำผลงานได้ดีครับ”

“เราได้เปรียบที่เล่นในบ้านก็จริงครับ แต่การเจอ ยูเออี ก็ไม่ใช่งานง่าย เราต้องพยายามเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด ก็เชื่อว่าทุกคนจะพยายามเต็มที่ และเกมนัดนี้มีความหมายมาก”

“ฝากแฟนบอลชาวไทยให้กำลังใจเราด้วยครับ ผมยืนยันว่าเราจะพยายามกันอย่างเต็มที่ และหวังว่าจะได้ผลการแข่งขันตามเป้าหมายที่วางไว้” อดีตกองหน้าอัล เมเรีย ปิดท้าย

ทีมชาติไทย จะเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 3 กลุ่ม จี วันที่ 15 ตุลาคม ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เริ่มแข่งในเวลา 19.00 น. และถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐ ทีวี

คนในข่าว

สหกรณ์กับการค้าเสรี"เอฟทีเอ"ในมุมมอง"รมช.พาณิชย์"

วันที่ 23 กันยายน 2562 - 05:02 น.
เอฟทีเอ,วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล

โดย - สุรัตน์ อัตตะ suratatta0402@gmail.com

คลิปที่ 1

            การติดอาวุธทางปัญญาให้แก่สหกรณ์ไทยในการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ถือเป็นการยกระดับการแข่งขันให้ก้าวไกลในโลกการค้าเสรีมากขึ้น การลงพื้นที่ จ.สุราษฎ์ธานี ของ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" รมช.พาณิชย์ และคณะ เพื่อสำรวจปัญหาด้านการตลาดและการให้ข้อมูล “เอฟทีเอ” (FTA : Free Trade Area) หรือเขตการค้าเสรีที่มีภาษีเป็นศูนย์แก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด อ.บ้านนาสาร แหล่งผลิตเงาะโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด อ.กาญจนดิษฐ์ เมื่อเร็วๆ นี้

           นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาดให้แก่สหกรณ์โดยไม่ต้องหวังพึ่งพาพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป

“วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" รมช.พาณิชย์

เงาะโรงเรียนนาสารคุณภาพส่งออก

บ่อเลี้ยงกุ้งขาวของสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง

คลิปที่ 2

     “คม ชัด ลึก” ถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ รมช.พาณิชย์ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" ถึงแนวทางในการดำเนินนโยบายดังกล่าว

#การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไร 

       การลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ใน จ.สุราษฎร์ธานี ในวันนี้ก็เพื่อต้องการทราบว่าสินค้าเกษตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการส่งออกหรือที่มีการส่งออกอยู่แล้วมีความต้องการให้กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนให้สินค้าเหล่านั้นสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร ซึ่งก็พบว่าเงาะ กล้วยหอม และกุ้ง เป็นสินค้าที่มีศักยภาพของ จ.สุราษฎร์ธานี อยู่แล้ว และมีการรวมกลุ่มตั้งเป็นสหกรณ์ที่มีการบริหารจัดการที่ดี และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศบ้างแล้ว  

      แต่ผมมองว่ายังมีช่องทางที่จะขยายการส่งออกได้เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในประเทศที่เราทำความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอด้วย อย่างเช่น อาเซียน จีน และญี่ปุ่น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจากไทย จึงอยากให้เกษตรกรใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าให้มากๆ และได้สั่งให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศช่วยเร่งให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ต่อไป

#เอฟทีเอจะช่วยแก้ปัญหาสินค้าเกษตรได้อย่างไร

       วันนี้เราเห็นอย่างหนึ่งคือสหกรณ์เขาเข้มแข็ง อย่างเงาะความต้องการยังไม่พอ ถ้าเกรดพรีเมียมเขาส่งประเทศจีนหมด ยิ่งกล้วยหอมก็ส่งญี่ปุ่น ถ้าส่งญี่ปุ่นได้ทั่วโลกไปได้หมด เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างมาตรฐานสูง ผู้บริโภคมาตรฐานสูงที่สุดในโลกก็คือคนญี่ปุ่น

       ยิ่งประเทศไหนเปิดเอฟทีเอก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เพราะมันไม่มีภาษี จีนก็ไม่มีภาษีอยู่แล้ว เพราะไทยเรามีเอฟทีเออาเซียนบวกจีน คือ 10 ประเทศในอาเซียนส่งไปจีนภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ไทยกำลังจะเปิดเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป

       ที่จริงยุโรปเราคุยกันมานานแล้ว คุยกันไป 4 รอบแล้ว แต่หยุดไปคราวนี้นโยบายท่านนายกรัฐมนตรีพูดชัดว่ายุโรปเป็นประเทศใหญ่ประชากร 500 ล้านคน เอฟทีเอครั้งแรกเริ่มจากอาเซียน-ยุโรป พออาเซียนหยุด ยุโรปหยุดชะงักก็เลยใช้วิธีใหม่ให้แต่ละประเทศทำกันเอง เช่น ไทย-อียู เวียดนาม-อียู จะไล่กันไปแบบนี้ แต่ตอนนี้สหภาพยุโรปเขากำลังเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ก็เลยต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่ง

#มองตลาดจีนเป็นอย่างไรบ้าง

         จีนเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เป็นตลาดใหญ่ พลเมืองเขาเยอะ อย่างกุ้ง คนจีนเขาบริโภคทั้งประเทศ 1.5 ล้านตัน ประเทศไทยผลิตได้แค่ 3 แสนตัน จากเดิมผลิตได้ 6 แสนตัน ตอนนี้ลดลงเหลือ 3 แสนตัน เนื่องจากปัญหาต้นทุนที่สูง แต่คุณภาพรสชาติเราได้ ต้นทุนที่สูงก็มาจากหลายๆ ปัจจัย เช่นค่ากระแสไฟฟ้า ค่าแรงงานและหลายๆ อย่าง

         ปัญหาเขาตอนนี้อยากมีห้องเย็นจะได้เก็บไว้ได้ 1 ปี เมื่อเก็บไม่ได้คนกลางก็มากดราคา อันนี้คือปัญหาหลัก เคยคุยกับผู้นำเข้า บอกว่าถ้าเป็นกุ้งไทยราคาจะแพงกว่านิดหน่อย แต่เขาก็ยินดีที่จะซื้อ เพราะไทยเรามีชื่อเสียงมานานเป็นแหล่งอาหารของโลก

#เท่าที่รับฟังปัญหาของสหกรณ์ทั้งสองแห่งคืออะไร

         ส่วนตัวคิดว่าที่นาสารเขาไม่มีปัญหา ส่วนที่ท่าทองเขามีปัญหา อดีตที่ผ่านมาประเทศไทยผลิตกุ้งได้ 6 แสนตัน แต่ปัจจุบันการผลิตลดลงได้แค่ 3 แสนตัน ส่วนหนึ่งปัญหาจากโรคระบาด เมื่อก่อนกุ้งไทยเคยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ปัจจุบันลงมาอยู่อันดับ 5 รองจากเวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย และเอกกาวอดอร์ นั่นแสดงว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอ่อนแอลง สิ่งที่ช่วยได้คือหนึ่งอาหาร สองลูกพันธุ์ สามไฟฟ้า และสี่ห้องเย็น นอกจากนี้ทางออกน่าจะมีการรวมกลุ่มให้เยอะขึ้นและสร้างกลุ่มให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นจะลำบาก

#สินค้าจีไอ(GI)มีผลต่อส่งออกอย่างไร

         ก็มีผลในเรื่องราคา มูลค่าสินค้า อย่างมาเลย์ถ้าเป็นจีไอส่งไปเท่าไรเขาเอาหมดหรือเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ถึงจะปั้นที่อื่นก็ไม่เหมือนที่ด่านเกวียน เงาะโรงเรียนนาสารก็เหมือนกัน จะไปปลูกที่ไหนความอร่อยก็ไม่เหมือนที่แหล่งกำเนิด เขาอธิบายว่าที่นาสารมันมีแร่ธาตุบางอย่างที่มีผลต่อผลผลิตเงาะด้วย

คลิปที่ 3

  “เคหว่อง”แบรนด์เงาะโรงเรียนนาสาร  

             อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมทางการค้าให้แก่สหกรณ์ไทยเพื่อก้าวไปสู่การค้าเสรีว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศขานรับนโยบายของ รมช.พาณิชย์ โดยให้ความสำคัญกับการหาตลาดและกระจายสินค้าในภูมิภาคของไทยไปต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทย จึงร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการ “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคของไทยสู่สากล

           โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลไม้ของสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะเงาะโรงเรียนนาสาร ที่ส่งออกไปจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยปัจจุบันสหกรณ์รวบรวมเงาะได้วันละ 2.5 ตัน ส่งขายในราคากิโลกรัมละ 160 บาท ในขณะที่ราคาเงาะในประเทศกิโลกรัมละ 20 กว่าบาท นับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าได้หลายเท่า พร้อมช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรได้อย่างยั่งยืน ในอนาคตสหกรณ์เตรียมส่งออกเงาะพรีเมียมโดยใช้แบรนด์ของสหกรณ์เอง ชื่อ “เคหว่อง” และมีแผนออกแบบบรรจุภัณฑ์ จัดทำคิวอาร์โค้ด เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิตได้ ส่วนกล้วยหอม ปัจจุบันส่งกระจายให้ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ และส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น

            ส่วนสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกุ้งขาวแวนนาไม มีสมาชิก 418 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งกว่า 8,345 ไร่ ในปี 2561 สหกรณ์รวบรวมผลผลิตได้ 400 ตัน มูลค่า 86.8 ล้านบาท จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนนาดา สหภาพยุโรป ปัจจุบันสหกรณ์มีแผนสร้างห้องเย็นเพื่อแปรรูปเป็นสินค้ากุ้งพรีเมียม และเพื่อลดต้นทุนการผลิต เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยสหกรณ์ได้ไปแสดงสินค้าที่จีนและญี่ปุ่นมาแล้ว ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีแผนส่งออกหลังสร้างห้องเย็นเสร็จ ทั้งนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้ากุ้งและเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และลดปัญหาราคาสินค้ากุ้งตกต่ำอีกด้วย

......................................................

11 ตุลาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน