*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3827
  • จำนวนผู้ชม : 2422811
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 414 , 18:05:28 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         มีข่าวการจัดตั้งพรรคใหม่ ชื่อ "พลังอนาคต" โดยมีผู้จัดตั้งที่น่าสนใจมิใช่น้อยเลย ดังรายงานข่าว

17 ต.ค 62 - เมื่อเวลา 14.15 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ รักษาการหัวหน้าพรรค

พลังอนาคต นายภัทรายุส  สังข์ศิริ รักษาการเลขาธิการพรรค นำรายชื่อสมาชิกพรรคจำนวน 600 คนเข้ายื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคพลัง

อนาคต ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต. 

โดยนายจักรพันธ์ กล่าวว่า การจัดตั้งพรรคเป็นการรวมตัวกันของนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงอาทิ นายพาที สารสิน

อดีตผู้บริหารสายการบินนกแอร์ โดยพรรคเราต้องการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารประเทศให้ทันกับโลกยุคปัจจุบัน เรา

ไม่ได้ฝักใฝ่ในเรื่องของการเมืองมาก แต่จะเน้นในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ไม่เคยไปร่วม

กับพรรคการเมืองไหนมาก่อน เราไม่ได้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐ

กิจได้ 

 

งบฯ ผ่าน ไม่ยุบ ไม่ออก

    

           ถ้าจะปรองดอง....

                ใครต้องทำอะไร? อย่างไร?

                เอาสิ่งที่ผ่านมาก่อน

                อย่างแรกเลย นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ไม่มีทางนำไปสู่การปรองดองได้ ช่วงท้ายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เราได้เห็นแล้วว่า มีความพยายาม "นิรโทษโกง" ซ่อนอยู่

                เลิกนับถือคนโกง ประเด็นนี้อาจจะยากหน่อย เพราะมันซึมเข้าดีเอ็นเอไปแล้ว

                ถัดมาทหารถอยเข้ากรมกอง

                และกลุ่มจ้องล้มล้างสถาบัน ต้องยุติความเคลื่อนไหว

                ไม่ใช่ซุกขยะใต้พรม แต่เอาความขัดแย้งออกไปก่อน

                ถ้าไม่เริ่มอย่างนี้ ไม่มีทาง

                เห็นผู้รู้ กูรู นักวิชาการ พูดกันเยอะ ต้องลดความเหลื่อมล้ำ สังคมต้องเท่าเทียมกัน ต้องมีประชาธิปไตย พูดไปก็เท่านั้น 

                เพราะทั้งหมดที่ว่ามา ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ภายใต้บรรยากาศแห่งความขัดแย้ง

                การลดความขัดแย้งจะบอกว่ายาก มันก็ยาก

                แต่ถ้าคิดว่าง่าย มันก็ทำได้ง่ายๆ เช่นกัน

                ยกตัวอย่าง

                สองวันก่อน มติชนออนไลน์ จั่วหัวข่าวว่า..... 

                "หญิงหน่อย" ดอดบินดูไบ ถกปมผู้ว่าฯ กทม. ทั้งน้ำตา

                เนื้อในบอกว่า...

                .....เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค พท. ได้เดินทางไปนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  โดยได้เข้าพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ด้วย

                เพื่อพูดคุยกันถึงกรณีการส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในส่วนของพรรคเพื่อไทย

                โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะผู้ดูแลภาค กทม. ได้ให้เหตุผลถึงการที่พรรคเพื่อไทยจำเป็นที่จะต้องส่งผู้สมัครในนามของพรรค

                ขณะที่นายทักษิณก็ได้ชี้แจงถึงเหตุที่ไม่ควรส่งผู้สมัครชนกับกลุ่มพันธมิตรว่าไม่ใช่เรื่องของการหลีกทางให้กันแต่อย่างใด แต่ด้วยกลไกต่างๆ ที่มีในขณะนี้หากมีการเทกไซด์แบ่งคะแนนกันเองโอกาสที่จะแพ้มีมากกว่าทางฝั่งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้เองผู้ใหญ่ในพรรค พท.หลายคนรับรู้ และรับทราบถึงเหตุผล และข้อจำกัดนี้แล้ว ซึ่งหลายคนก็เข้าใจ และเห็นด้วยที่พรรค พท.จะไม่ส่งผู้สมัครเข้าไปชนแบ่งคะแนนในสนามการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีเพียงภาค กทม. และกลุ่มของคุณหญิงสุดารัตน์เท่านั้นที่เห็นแย้งอยู่ด้วยเหตุที่ก็ฟังได้เช่นกัน

                อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า คุณหญิงสุดารัตน์มีเสียน้ำตาในการพูดคุยเจรจาครั้งนี้ด้วย

                ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวความไม่พอใจ จากภาค กทม.เพื่อไทย ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ประกาศไม่ลงสมัครชิงผู้ว่าฯ ในนามพรรค

                โดยเหตุผลของนายชัชชาติเป็นเรื่องของการทำงาน ที่ต้องการจะประสานการทำงานกับทุกฝ่ายได้อย่างราบรื่นมากกว่าที่จะสังกัดเพื่อไทย เพราะกังวลปัญหาบางฝ่ายอาจไม่พอใจ

                ขณะที่ทางฝ่ายภาค กทม.เพื่อไทย เห็นว่า จำเป็นต้องส่งชิงผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค เพราะพรรคมีการต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ไม่ควรทิ้งความเป็นเพื่อไทย ถึงขนาดมีการลงมติเพื่อเตรียมจะขอส่งชื่อผู้สมัครชิงเก้าอี้ แต่ถูกมติของหัวหน้าพรรคระงับไว้

                ต่อมาผู้ใหญ่ของพรรคหลายคน เช่น นายภูมิธรรม เวชยชัย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้ออกแถลงการณ์ประกาศ หนุน นายชัชชาติอีกด้วย.....

                มติชนออนไลน์ เขายืนยันรายงานข่าวมาอย่างนั้น ก็คงจะปฏิเสธยาก

                ทีนี้เห็นประเด็นหรือยัง?

                ทักษิณ ยังมีบทบาทชี้นำพรรคเพื่อไทย

                ไม่ได้ชี้นำธรรมดา

                "ชี้นำ" และ "ตัดสิน"

                หมายความว่า พรรคเพื่อไทยคือเครื่องมือทางการเมืองของ ทักษิณ

                ทั้งในยามที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และฝ่ายค้าน

                ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่

                และไม่ใช่การปลุกผีทักษิณ

                แต่เป็นเรื่องที่สืบเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน

                ตั้งแต่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช

                รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์

                รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

                ล้วนเป็นผู้รับคำสั่งจากทักษิณทั้งสิ้น

                และเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ เห็นๆ อยู่ว่า ทักษิณ หนีเพราะโกง แต่กลับยังโกงกันต่อในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ "บุญทรง" เข้าไปอยู่ในคุก

                ที่เหลือคือ "เจ๊" ไม่ติดคุกก็หนี แต่โอกาสน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า

                ถ้าวันนี้หากพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นมาประกาศตัดขาดจากทักษิณ และแสดงให้เห็นว่าได้ทำเช่นนั้นจริงๆ เชื่อเถอะ บรรยากาศผ่อนคลาย

                พรรคอนาคตใหม่ไม่ห้าว อันไหนไม่พอใจ ขู่ยุบเลิก ล้มล้าง ก็เลิกเสีย

                ศาลแพ่งสั่ง ๓ เกลอหัวครก จ่ายรับผิดชอบค่าเผาเมือง ๒๑ ล้าน ก็จ่ายไป อย่าอิดออดอ้างถูกแกล้ง 

                แบบนี้ทหารไม่มีโอกาสขยับปากพูด

                วันๆ "บิ๊กแดง" ก็คงทำได้แค่วิดพื้นในกรมกอง

                รัฐบาลลุงตู่ บริหารประเทศไป เร่งแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน อย่าโกงให้เห็น

                ถ้า ๒ ฝั่งเดินไปอย่างนี้ แล้วมาคุยกัน ใครต้องปรับอะไร รับผิดชอบอย่างไร

                โอกาสจบความขัดแย้งมีแน่

                บอกแล้วว่าทำให้มันง่าย มันก็ง่าย

                หากไม่อยากจบ ก็เชิญเถอะครับ อยู่กันไปแบบนี้

                เริ่มแล้ว อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ วาระแรก มาพร้อมกับเสียงขู่จากบางคนในฝ่ายค้าน ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามที่ร้องขอ จะโหวตคว่ำ

                ทำความเข้าใจกันก่อน การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในสภา จะมีความพิเศษ ไม่เหมือนพระราชบัญญัติอื่นๆ

                การอภิปรายนั่นเรื่องหนึ่ง

                ถึงเวลาโหวตก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

                โดยธรรมเนียม ฝ่ายค้านอภิปรายด่าสาดเสียเทเสีย ถึงเวลาโหวต ก็งดออกเสียง

                ฉะนั้นพรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายค้านอื่นน่าจะยึดตามธรรมเนียมเดิม คือ....งดออกเสียง

                ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่ เพราะเดาทางไม่ได้ เด็กมันร้อนวิชา ล่าสุดก็เห็นๆ กันอยู่ เขาเรียกร้องให้เลิกสารพิษ ๓ ชนิด แต่ ส.ส.ส้มหวานหนุนให้ใช้ต่อ

                หากเลวร้ายสุด....ฝ่ายค้านพร้อมใจพากันโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ นั่นหมายความว่า การเมืองในสภาเข้าสู่ความรุนแรงเต็มพิกัด 

                แทงกันเลือดสาดจนกว่าจะตายไปข้าง

                แต่...มันไม่น่ากลัวขนาดนั้น

                ยังถือว่าขี้ๆ.....ถ้าเทียบกับยุค "หม่อมน้อง"

                ก็อย่างที่รู้รัฐบาลคึกฤทธิ์ เป็นรัฐบาลผสม

                พรรคกิจสังคม ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นหัวหน้าพรรคและเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงเพียง ๑๘ เสียง น้อยกว่าพรรคอื่นๆ ที่เข้าร่วมรัฐบาลอยู่หลายพรรค

                บริหารประเทศมาได้ไม่นานก็มีความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล

                เรื่องมาชัดเจนในเดือนตุลาคม ๒๕๑๘ เพราะจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ

                มีเสียงขู่ว่าจะมี ส.ส.ไม่ให้การสนับสนุนรัฐบาล

                จนแล้วจนรอด งบประมาณผ่านสภา จากนั้น "ม.ร.ว. คึกฤทธิ์" ปรับ ครม. แต่ปัญหาการเมืองไม่คลี่คลาย พรรคร่วมรัฐบาลเองก็จ้องจะฟัดกัน

                ส่วนเบอร์หนึ่งฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์ ขอเปิดประชุมวิสามัญ ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ซักฟอกรัฐบาลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม บริหาร และการต่างประเทศ

                "หม่อมน้อง" เกาหัวแกรกๆ  หมดทางเลือก

                วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๙ นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จแล้วในตอนบ่าย ตอนค่ำประกาศยุบสภา

                มองสถานการณ์รัฐบาลคึกฤทธิ์ แล้วหันมาดูรัฐบาลลุงตู่ ยังไม่มีอะไรน่าห่วง แม้กราบเรือจะปริ่มน้ำ

                งบฯ ผ่านได้ใช้แน่ ไม่มียุบสภา ลาออก แถมแยกฝ่ายในสภาได้ชัดเจนขึ้น

                จัดแถว ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น กึ่งค้านกึ่งแค้น และงูเห่า ให้เห็นหน้าเห็นตากัน

                หลังงบประมาณผ่าน คราวนี้เจอกันของจริง

                มี ส.ส.ย้ายค่าย ปูเสื่อรอดูได้เลย.

       ผักกาดหอม

1 เสียงพรรคพลังปวงชนชาวไทย ฉะงบฯปี 63 'ประเทศไม่มั่นคง นายพลมั่งคั่ง'

    
 

17 ต.ค 62 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 15.50 น. นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนชาวไทย หนึ่งในแนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน  ได้อภิปรายว่าตนอยากให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณใหม่ แต่ถ้ายังไม่ปรับ คิดว่ารัฐบาลใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป อยากให้ช่วยจัดสรรให้ทั่วถึงทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน และอยากให้รัฐบาลส่งเสริมภาคเกษตร ซึ่งงบประมาณที่ทุ่มตรงนี้มีจำนวนน้อยมาก 

นอกจากนี้ งบการท่องเที่ยวและกีฬาต้องให้มากกว่านี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องกระตุ้นการท่องเที่ยว ต้องดึงคนเข้ามา ขอให้ลดงบกลาโหม ลดการซื้อเรือดำน้ำ รถถัง แล้วนำไปเพิ่มในส่วนอื่น

 

ส้มหวานเจอคู่แข่งแล้ว!'มิสเตอร์พันล้าน'ยื่น'กกต.' ตั้งพรรค 'พลังอนาคต'

    
 

 

17 ต.ค 62 - เมื่อเวลา 14.15 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ รักษาการหัวหน้าพรรคพลังอนาคต นายภัทรายุส  สังข์ศิริ รักษาการเลขาธิการพรรค นำรายชื่อสมาชิกพรรคจำนวน 600 คนเข้ายื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคพลังอนาคต ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต. 

โดยนายจักรพันธ์ กล่าวว่า การจัดตั้งพรรคเป็นการรวมตัวกันของนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงอาทิ นายพาที สารสิน อดีตผู้บริหารสายการบินนกแอร์ โดยพรรคเราต้องการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารประเทศให้ทันกับโลกยุคปัจจุบัน เราไม่ได้ฝักใฝ่ในเรื่องของการเมืองมาก แต่จะเน้นในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ก่อนหน้านี้ไม่เคยไปร่วมกับพรรคการเมืองไหนมาก่อน เราไม่ได้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ 

นายจักรพันธ์ ระบุว่าปัจจุบันที่ทำการพรรค จะใช้ที่ทำการชั่วคราวย่านถนนนวมินทร์ 42 ส่วนสัญลักษณ์ของพรรคเป็นรูปสามเหลี่ยมปุ่มเพลย์สีขาวบนพื้นสีเขียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศต้องเดินหน้าต่อไป โดยสโลแกนของพรรคคือ พลังอนาคตสร้างโอกาส เพื่ออนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายจักรพันธ์ หรือดร.อ้วน ได้รับฉายามิสเตอร์พันล้าน และพ่อมดน้อยด้านการเงิน เนื่องจากประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเขาเป็นหลานของนายสำเภา ประจวบเหมาะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการประทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และอดีตส.ส.หลายสมัยในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และล่าสุดดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทอินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯจำกัด  ซึ่งทำธุรกิจจัดสื่อโฆษณา จัดคอนเสิร์ตทั้งประเทศ และต่างประเทศมีนายพาที เป็นผู้บริหารระดับสูงก่อนที่จะลาออกมาทำงานการเมืองเต็มตัวเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา.

โทษเครื่องเสีย!ส.ส.ปชป.ยืนยันโหวตเห็นด้วย'พ.ร.ก.โอนกำลังพล'

    
 

ปปช.จ่ออุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด ปมเปิดเผยข้อมูลคดีสธ.จัดซื้อคอมพ์ยุค'เจ๊หน่อย'

    
 

 

'บิ๊กป้อม' โต้ข่าววิ่งเต้นล้มคดีบิลลี่ แจงย้ายรองอธิบดีดีเอสไอเป็นการตกรางวัล

    
 

งบประมาณ 63 ฉลุย! ไม่ต้องพึ่งงูเห่า

    
 

 

                     

                การอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท ระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค.นี้ ถูกโหมกระแสอย่างมากว่าจะเป็นเวทีคว่ำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในสภาวะที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำได้หรือไม่

ถึงขนาดเล่นใหญ่จัด 106 ขุนพล ชำแหละ 5 กระทรวงต่างๆ ที่ได้งบประมาณจำนวนมาก เช่น กระทรวงกลาโหม ในหลายประเด็น รวมทั้งทำหน้าที่เสนอแนะในเชิงหลักการ อาทิ ใช้งบเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนหรือไม่ แก้ปัญหาตอบโจทย์ของประเทศสูงสุดหรือไม่ ใช้งบถูกตามระเบียบหรือไม่ และจัดสรรงบประมาณสูงสุดหรือไม่

แต่ในความจริงฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ได้เช่นคำพูดที่โหมโรงหรือไม่ ก็พอจะคาดการณ์ออก เพราะเมื่อพลิกประวัติศาสตร์ ก็ไม่เคยเห็นมีรัฐบาลไหนล้มเพราะงบประมาณไม่ผ่าน เพราะเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องของส่วนรวมที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศทั้งระบบ

รวมทั้งอานิสงส์ และบริการเสริมต่างๆ ที่จะตกหล่นไปที่ ส.ส. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านตามความเหมาะสม และผลงานที่จะใช้อ้างกับประชาชนได้ ไว้เป็นหลักประกันกับฐานเสียงตัวเอง

อย่างเช่นก่อนหน้าก็มีกระแสข่าว ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบางคนไปดักรอรัฐมนตรีที่หน้ากระทรวงเพื่อขอโครงการต่างๆ ลงพื้นที่ เพราะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้ากระทรวง หรือ แกนนำของพรรครัฐบาล ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนที่ไร้การดูแลจากเจ้าของพรรค หรือมีคดีความต่างๆ ก็อาจถูกยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

มาทางฝั่งรัฐบาล ก็รับทราบความต้องการของ ส.ส. เพราะเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ประกอบกับเมื่อเช็กยอด ส.ส. ก็ไม่หนักใจ เพราะการลงมติกฎหมายดังกล่าวใช้เพียงเสียงข้างมากธรรมดาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ จึงเชื่อว่าเรื่องงบประมาณฟันธงจะผ่านไปได้ไม่ยาก และอาจไม่จำเป็นต้องให้งูเห่าประกาศตัวชัดเจน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชาชน ออกมาแถลงว่า “มั่นใจว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะไม่มีปัญหา และผ่านร้อยเปอร์เซ็นต์"

เมื่อนับมือเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 16 พรรค ก็มีมากถึง 249 เสียง จากเดิม 252 คน โดยตัดเสียงของประธานสภา และรองประธาน 2 คน จำนวน 3 เสียง ออกไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องแยแส เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รับผิดชอบด้านกฎหมาย ก็คอนเฟิร์มว่า รัฐมนตรีนั่งควบ ส.ส. ก็สามารถลงมติได้ แม้ฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ตาม สอดคล้องกับท่าทีอ่อนลงของฝ่ายค้านอิสระ 2 เสียง คือ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ และประชาธรรมไทย ก็มีแนวโน้มจะสนับสนุนร่างงบประมาณดังกล่าว เพราะเห็นว่ามีความจำเป็นต่อประเทศชาติ จะค้านทุกเรื่องก็จะเข้าเนื้อตัวเอง จึงอาจทำให้ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงเพิ่มขึ้น

แตกต่างจากฝ่ายค้าน ที่มีเสียงน้อยกว่า จาก 246 เสียง เหลือ 243 คน จากนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จำคุกในเรือนจำยังไม่มีสัญญาณจะออกมาทำหน้าที่ ส.ส.ได้ นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม ยื่นหนังสือลาออก และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

นอกจากเสียงฝ่ายค้านที่น้อยกว่าแล้ว ยังอาจจับตาว่า จะมีปรากฏการณ์ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนของพรรคเพื่อไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคเพื่อชาติ ที่ได้รับการดูแลจากฝ่ายรัฐบาลลับๆ ว่าจะแสดงออกอย่างไร แม้จะไม่ถึงโหวตหนุนฝ่ายรัฐบาลอย่างเต็มตัว แต่ก็อาจจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าสนับสนุนรัฐบาลให้ได้รับรู้ เช่น อาจไม่เข้าห้องประชุม หรือติดธุระจนไม่สามารถลงมติได้ หรือบางคนอาจจะเลือกไม่อภิปรายโจมตีรัฐบาล

ด้วยสภาพความเป็นจริง ที่งบประมาณมีความจำเป็นต่อชาติและพี่น้องประชาชน รวมทั้งตัว ส.ส.ทุกคนแล้ว จึงเชื่อว่าสภาฯ จะรับหลักการวาระแรก เพื่อเข้าไปจัดสรรงบในชั้น กมธ.วิสามัญฯ แม้จะต้องเล่นลิเกแหกตาชาวบ้านกัน 3 วันก็ตาม.

 

 
วันพฤหัสที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2562
 

ฎีกาสั่ง 3 แกนนำ นปช. ชดใช้กว่า 30 ล้าน คดีเผาตึกย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ช่วงชุมนุมปี 53

Facebook
Twitter
Google+
LINE
เผยแพร่ วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2562

วันที่ 16 ตุลาคม 2562 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นาย กัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 8-10 ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จำเลยที่ 8 , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. จำเลยที่ 9 และ นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.จำเลยที่ 10 มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ 1762/2554 ที่นายประสงค์ กังวาฬวัฒนา เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน), นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, กระทรวงมหาดไทย, นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ เป็นจำเลยที่ 1-10

กรณีสืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐทำการสลายการชุมนุม นปช. ที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งต่อมาเกิดเหตุการณ์เผาอาคารในหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยสำนวนนี้เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีเผาอาคารพาณิชย์ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใกล้อาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นเตอร์วัน และอาคารดอกหญ้า

นายกัณต์พัศฐ์ กล่าวต่อว่า ในคดีนี้ เดิมกลุ่มผู้ค้าจุดนี้ แจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่น มาก่อความวุ่นวาย เพื่อจะชิงทรัพย์ แต่เมื่อศาลพิพากษามาเช่นนี้ เราก็น้อมรับ หลังจากนี้ตนจะรีบกลับไปแจ้งจำเลยทั้งสามให้ทราบผลของคำพิพากษา ทั้งนี้วันนี้ศาลไม่ได้อ่านในรายละเอียด คำพิพากษา หลังจากนี้จะมีการขอคัดคำพิพากษามาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 8-10 (แกนนำ นปช.) ร่วมกันชำระเงินจำนวน 30,509,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 พ.ค. 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 8-10 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 638,710 บาท ให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 8-10 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 50,000 บาท

 

mgronline
 
 
Thailand Web Statข่าวการเมือง
 
"พาที-จักรพันธ์" นำนักธุรกิจรุ่นใหม่ ตั้งพรรคพลังอนาคต ไม่ร่วม "บิ๊กตู่-ธนาธร"

เผยแพร่: 17 ต.ค. 2562 16:14   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 


วันนี้ (17 ต.ค.) นายจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ รักษาการหัวหน้าพรรคพลังอนาคต นายภัทรายุส สังข์ศิริ รักษาการเลขาธิการพรรค นำรายชื่อสมาชิกพรรคจำนวน 600 คนเข้ายื่นขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคพลังอนาคต ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต. โดยนายจักรพันธ์ กล่าวว่า การจัดตั้งพรรคเป็นการรวมตัวกันของนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ มีบุคคลที่มีชื่อเสียงอาทิ นายพาที สารสิน อดีตผู้บริหารสายการบินนกแอร์ โดยพรรคมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารประเทศให้ทันกับโลกยุคปัจจุบัน ไม่ได้ฝักใฝ่ในเรื่องของการเมืองมาก แต่อยากแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก โดยก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยไปร่วมกับพรรคการเมืองไหนมาก่อน และก็ไม่ได้สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้

ส่วนพรรคอนาคตใหม่ที่ก็เป็นการรวมกันของคนรุ่นใหม่เช่นกัน ก็ยอมรับว่ารู้จักนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่เห็นว่าแนวทางของพรรคอนาคตใหม่บางเรื่องไม่ตรงกับแนวความคิดของเรา เช่นนายธนาธร เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่เราเห็นว่าปัญหาปากท้องนั้นสำคัญกว่า จึงคิดว่าตั้งพรรคเองจะเหมาะสมกว่า ส่วนจุดยืนของพรรคที่มีต่อสถาบันก็ยืนยันว่า เรายึดตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรวงเป็นประมุข อย่างไรก็ตามพรรคจะมีการประชุมพรรคในอีก 2 สัปดาห์ เพื่อคัดเลือกกรรมการบริหารพรรค รวมถึงจัดตั้งสาขาพรรค และดำเนินการตามที่กฎหมายพรรคการเมืองให้ครบถ้วน โดยมุ่งที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าเป็นหลัก และเน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของที่ทำการพรรค

ทั้งนี้นายจักรพันธ์ ระบุว่าปัจจุบันที่ทำการพรรค จะใช้ที่ทำการชั่วคราวย่านถนนนวมินทร์ 42 ส่วนสัญลักษณ์ของพรรคเป็นรูปสามเหลี่ยมปุ่มเพลย์สีขาวบนพื้นสีเขียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศต้องเดินหน้าต่อไป โดยสโลแกนของพรรคคือ พลังอนาคตสร้างโอกาส เพื่ออนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนายจักรพันธ์ หรือดร.อ้วน ได้รับฉายามิสเตอร์พันล้าน และพ่อมดน้อยด้านการเงิน เนื่องจากประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย โดยนายจักรพันธ์เป็นหลานของนายสำเภา ประจวบเหมาะ อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ ในสมัยของพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และอดีตส.ส.หลายสมัยในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และล่าสุดนายจักรพันธ์ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัทอินเตอร์ไพร์ม มีเดียฯจำกัด ซึ่งทำธุรกิจสื่อโฆษณา จัดคอนเสิร์ตทั้งในประเทศ และต่างประเทศมีนายพาที เป็นผู้บริหารระดับสูงก่อนที่จะลาออกมาทำงานการเมืองเต็มตัวเมื่อช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา


...............................................................
 
17 ตุลาคม 262

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน