*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3827
  • จำนวนผู้ชม : 2422824
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 470 , 12:34:11 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ 'หม่อมเต่านา' โพสต์เฟซบุ๊กซัดธนาธรแบบไม่ยั้ง เพราะเห็นว่านายธนาธรหมิ่นศาล แต่ก็คงทำใน

นามตัวเอง ไม่เกี่ยวกับท่านพ่อ ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรอกนะครับ เพราะหม่อมเต่านาก็เป็นลูกที่ไม่

ได้อยู่ในโอวาทของท่านบิดาอยู่แล้ว

     ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหม่อมเต่านา  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหม่อมเต่านา    ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหม่อมเต่านา

 

'ทอน' ไม่รู้! แล้วจะรอดหรือ

    

         ท่าจะรอดยาก

                เรื่องตัวเองยังไม่รู้ แล้วจะให้คนอื่นเข้าใจได้อย่างไรกัน

                ครับ...วานนี้ (๑๘ ตุลาคม) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน

                คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยความเป็น ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๓)

                เนื่องจากถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย 

                เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือไม่?

                มีใครสังเกตเห็นมั่ง

                "ธนาธร" เลิ่กลั่ก ไม่นิ่ง เอาเสียเลย

                ถอดความชอบ ไม่ชอบออกไป แล้วมองสิ่งที่ปรากฏ

                "ปิยบุตร" นิ่งกว่า ฉลาดกว่า "ธนาธร" เยอะ

                เทียบตัวต่อตัว ห่างกันหลายขุม

                ต้องเข้าใจว่า ปฐมเหตุของคดีนี้เกิดจากการกระทำของ "ธนาธร" ล้วนๆ

                ไม่มีใครแกล้ง

                ไม่ใช่คดีการเมือง

                เป็นแค่คดี ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส.

                ในศาล "ธนาธร" มีอาการ "ฮ่องเต้ซินโดรม" ให้เห็นเป็นระยะๆ

                หลายคำถามจากตุลาการและ กกต. "ธนาธร" ตอบด้วยความหงุดหงิด

                ------------

                "จะต้องให้ตอบอีกกี่ครั้งว่าจำไม่ได้"

                "หากศาลต้องการหลักฐานก็สามารถไปตรวจสอบเพื่อนำมายืนยันได้ เหตุที่จำไม่ได้เพราะศาลอาจไม่ได้เดินทางบ่อยเท่าผม"

                "๔๑ ปี ในชีวิตผม นี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามานั่งหน้าบัลลังก์ ที่ผ่านมาผมไม่เคยมีคดีเลย"

                "ประเด็นที่ถูกซักถามว่าเหตุใดโอนขายหุ้นในเดือนมกราคมแล้วเหตุใดจึงนำเช็คไปขึ้นเงินในเดือนพฤษภาคมนั้น ผมไม่เคยถามและไม่เคยรู้ อาจเป็นเพราะครอบครัวของผมไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน บางทีเช็คก็ติดเสื้อส่งไปซักแห้งก็ส่งกลับมา เรื่องการนำเช็คไปขึ้นเงินช้า เป็นเรื่องที่ภรรยาจะไปจัดการ"

                 "กกต.มีเอกสารมาถึงผมและนางสมพร เรียกไปให้ถ้อยคำตอนเช้า แต่หนังสือเรียกส่งมาถึงบ้านในช่วงบ่าย ผมไม่มีไทม์แมชชีน ถ้ากระบวนการสอบสวนไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ศาลก็ไม่ควรพิจารณาคดีนี้

                อยากให้ศาลพิจารณาว่า ขณะที่ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล อนุกรรมการไต่สวนของ กกต.ยังสอบสวนไม่เสร็จ สิทธิของผมในเรื่องนี้ควรได้รับการพิทักษ์ และผมขอสงวนสิทธิ์ถ้า คสช.หมดอำนาจ ผมจะดำเนินคดี กกต." 

-------------

                ใครบอกว่า "ลุงตู่" ขี้หงุดหงิด เห็นอย่างนี้แล้ว "ธนาธร" อาจจะขี้หงุดหงิดยิ่งกว่า

                และมีเค้าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองสูง

                คงไม่บ่อยครั้งที่ "ผู้ถูกร้อง" ต่อปากต่อคำกับตุลาการ

                เช่นบอกว่า เหตุที่จำไม่ได้เพราะศาลอาจไม่ได้เดินทางบ่อยเท่าผม

                ตุลาการท่านถึงต้องพูดกลับไปอย่างนิ่มๆ ว่า "จำได้เพราะลงบันทึกไว้"

                หรือแม้กระทั่งการขู่ฟ้องกลับ กกต. ทั้งๆ ที่ตัวเอง ถูกไต่สวนอยู่ในศาล

                ขอสงวนสิทธิ์ถ้า คสช.หมดอำนาจ

                ก็....คสช.หมดสภาพตามกฎหมายไปแล้วไม่ใช่หรือ?

                สรุปแล้วการไต่สวนพยานนัดนี้ "ร่อแร่"

                ไม่รู้ว่าเคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือเปล่า ที่ผู้ถูกร้อง ไม่เคลียร์เรื่องตัวเองให้กระจ่าง

                ย้ำแค่ว่า

                "ผมจำไม่ได้"

                "ผมไม่แน่ใจ"

                "ผมไม่เคยรู้"

                "จะต้องให้ตอบอีกกี่ครั้งว่าจำไม่ได้"

                พูดวนซ้ำๆ กันหลายครั้ง

                ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องของตัวเอง

                ใช้ปกป้องตัวเองในศาล

                แต่กลับไม่รู้ในข้อที่ศาลสงสัย

                แล้วใครจะรู้? 

                เอาจริงนะ.... ผมไม่สงสัยเรื่องโอนหุ้นวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๒ เลย

                ไม่สงสัยกระทั่งว่าทำไม "ธนาธร" ไม่นั่งเครื่องบิน กลับนั่งรถยนต์แทน

                เพราะเจ้าตัวบอกว่า...."ผมเป็นคนที่หลับง่ายในรถยนต์ เมื่อขึ้นรถแล้วหลับเลย หากต้องขึ้นเครื่องบินจะต้องพบเจอและทักทายผู้คน อาจทำให้ไม่ได้พักผ่อน และไม่เป็นส่วนตัว ผมจึงยอมนั่งรถดีกว่า"

                จริงๆ....ไม่สงสัยกับคนที่ยอมนั่งรถด้วยความเร็ว ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากบุรีรัมย์ถึงกรุงเทพฯ

                ทั้งที่โอกาสตายเพราะอุบัติเหตุมีสูง

                และไม่อยากจะสงสัยกับคนที่ยอมใช้ความผิดฐานขับรถเร็วเพื่อเอาตัวรอดจากความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง

                แต่ที่สงสัยมากๆ คือตลอดเวลาหลังก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ "ธนาธร" และพวกเรียกร้องให้เร่งเลือกตั้งมาตลอด

                พวกอยากเลือกตั้งชุมนุมไปทั่วกรุงเทพฯ ให้เลือกตั้งเร็วๆ แล้ว "ธนาธร" ไม่คิดเตรียมตัวให้พร้อมเลยหรือ

                วันนั้นเกิด คสช.บ้าจี้ เลือกตั้งตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มันก็จบเห่ โอนหุ้นไม่ทันแน่

                ฉะนั้นข้ออ้างที่ "ธนาธร" ให้การในศาลว่า 

                "เมื่อตัดสินใจเข้าทำงานทางการเมืองในช่วงปลายปี ๖๐ ผมได้ลาออกจากทุกตำแหน่ง ต้นปี ๖๑  ในเดือนมกราคม ๖๒ ยังไม่มีใครรู้ว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นวันไหน โดย พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศในช่วงปลายเดือนมกราคม ดังนั้นเวลาที่เหมาะสมวันไหนเราก็นัดวันนั้น เนื่องจากครอบครัวของผมมีกิจการหลายบริษัท  ในช่วงครึ่งหลังของปี ๖๑ ต่อเนื่องถึงต้นปี ๖๒ ได้ทยอยก็ทำมาเรื่อยๆ วันที่ ๘ มกราคม ๖๒ จึงไม่ใช่วันสำคัญอะไร"

                มันฟังไม่ขึ้นจริงๆ

                ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ไม่รู้ว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ประกาศเมื่อไหร่ ก็ยิ่งต้องรีบเคลียร์ให้จบแต่เนิ่นๆ

                แต่วันนี้ "ธนาธร" กลับทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำมากขึ้นเรื่อยๆ

                ตอนท้ายของคำให้การเผยให้เห็นธาตุแท้ว่า ที่จริงแล้ว "ธนาธร" เป็นคนแบบไหนกันแน่

                ".......ผมตั้งใจอย่างจริงจังที่จะทำงานการเมืองโดยไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างที่นายทักษิณ ชินวัตร โดนมาก่อน ต้องการให้บ้านเป็นประชาธิปไตย

                หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที เพราะต้องการใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน

                ผมไม่ต้องการเข้ามาเพื่อมีผลประโยชน์หรือบริวารห้อมล้อมเหมือนนายทักษิณ เพราะผมอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ ซึ่งถ้ายังอยู่แบบนี้ก็จะเดินต่อไปไม่ได้....."

                แล้ว "ทักษิณ" มาเกี่ยวอะไรด้วย ถึงได้เอามาเผาซะไหม้เกรียม

                ไม่รู้จะมีใครสักคนที่มีเพื่อนอย่าง "ธนาธร" แล้วยังคบต่อ

                ก็สมควรขนาด "หมวดเจี๊ยบ" ยังด่าไล่หลัง

                "คุณธนาธร ควรต้องเอาพยานหลักฐานไปแสดงต่อศาล เรื่องการถือหุ้นสื่อ แต่ก็แปลก เพราะพอเป็นเรื่องของตัวเอง กลับอ้างว่าจำเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้เลย แม้แต่เรื่องง่ายๆ ที่คนมีสติสัมปชัญญะ โดยเฉพาะคนที่คิดการใหญ่ถึงขั้นเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ควรต้องจดจำ เพราะเป็นเรื่องกติกาในการลงสมัครรับเลือกตั้ง"

                ใช่แล้ว.....สิ่งที่ "ธนาธร" ควรทำในศาลคือ พูดถึงหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

                แต่...กลับเหยียบทักษิณ ใช้เป็นเหตุผลประกอบการต่อรองกับศาล

                อ่านไม่ผิด.....ต่อรอง!

                "สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ" เคยบอกว่า “ลูกชายของฉัน ฉันก็หวังว่าเขาจะเป็นเปาบุ้นจิ้นเมืองไทย ไม่มีการโกงกิน หรือเป็นสี จิ้นผิง ในเมืองไทยก็ได้

                เขาอุทิศตัวมาช่วยประเทศ ไม่ใช่เข้ามากอบโกย...ฉันเลี้ยงลูกมาก็สอนลูก ให้ลูกซื่อสัตย์ ห้ามขโมยของเพื่อนที่โรงเรียนกลับบ้าน”

                คงยาก!

                เพราะลูกชายคุณสมพร ถูกเลี้ยงดูมาแบบ "ฮ่องเต้"

                อาการ "ฮ่องเต้ซินโดรม" จึงกำเริบในศาล

                ภาพที่เห็นวันนี้ "ธนาธร" ต่อรองแม้กระทั่งกับศาล

                ใช้อวัยวะส่วนไหนคิด อยู่ต่อหน้าศาล หน้าบัลลังก์ กลับบอกว่า....

                "หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที เพราะต้องการใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน"

                จะให้ศาลตัดสินเป็นคุณแก่ ผู้ถูกร้อง ที่เอาแต่ตอบว่า "ผมไม่รู้-ผมจำไม่ได้" ได้อย่างไร

                ประเด็น "บลายด์ทรัสต์" ไม่มีใครร้องขอ

                เป็นคำคุยโม้โอ้อวดของ "ธนาธร" เอง

                โม้ แต่ไม่ทำ

                เรื่องมาแดงว่ายังไม่ทำ เพราะเมื่อเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ไม่มีการแจ้งว่าทำ "บลายด์ทรัสต์"

                การไม่บอกแต่ปล่อยให้รู้ทีหลัง ถ้าเป็นคนรักกัน สิ่งที่ตามมาคือ...

                เยื่อใยไม่เหลือ

                จึงเชื่อได้ยากว่าหาก "ธนาธร" มีอำนาจแล้วจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

                ครับ.....แต่เรื่องนี้ต้องจำได้

                วันจันทร์ ๒๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้เรามีนัดกัน

                "ไทยโพสต์" คลอดฉบับปฐมฤกษ์เมื่อ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๙

                มาปีนี้ก็ย่าง ๒๔ แล้ว

                ตามธรรมเนียม มีอาหารคาวหวานใส่ท้องตามใจชอบ พร้อมของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ หนีบรักแร้กลับ

                ใครเคยมาแล้วก็เดินดิ่งเข้ามาเลย

                ส่วนที่ไม่เคยมา เข้าซอยไม่ถูก ให้ตั้งหลักสามแยกเกษมราษฎร์ เจอใครผ่านไปมาแถวนั้นลองถามดู ไทยโพสต์ไปทางไหน

                หาไม่ยาก ไม่มีหลง แค่เดินให้สุดซอย

                มาเช้าหน่อยก็ดี ให้ทัน ๑๐ โมง ฟัง "พระอนิล" ดร.พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เทศน์

                แล้วจะกลับแบบอิ่มบุญ อิ่มใจ และ อิ่มท้อง.

  ผักกาดหอม

 

ฝุ่น PM 2.5 ระอุกลางดึก!'บิ๊กตู่'อบรมชุดใหญ่'ส.ส.ส้มหวาน'

    
 

19 ต.ค 62  - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมสภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ช่วงดึกที่ผ่านมาเข้นข้นขึ้น เมื่อนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายถึงการปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ของรัฐบาล โดยระบุว่า ผิดพลาด ไม่รู้เรื่อง และไม่ใส่ใจในการแก้ปัญหาอะไรเลย จนสร้างผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ 

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า ตนชื่นชมในความตั้งใจการข้อมูลมาอภิปราย แต่รัฐบาลยืนยันว่า ตั้งใจแก้ปัญหาเต็มที่ พยายามมาหลายปี แต่สิ่งสำคัญคือต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอจากหลายส่วน ตนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรายงานทุกวัน เพราะว่า เรื่องนี้สำคัญกับสุขภาพของประชาชน การแก้ทั้งระบบต้องใช้เวลานาน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะการได้ความร่วมมือจากประชาชน 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าปัญหาวันนี้คือเราต้องร่วมมือกัน งบอย่างเดียวไม่มีพอ มองในทุกมิติของปัญหา แล้วแก้ทั้งระยะต้น ระยะกลาง และระยะยาวต่อไป อย่ามาบอกว่า รัฐบาลไม่เผยแพร่ข้อมูล วันนี้ข้อมูลแพร่ไปทั่ว แล้วก็เอามาสร้างความตื่นตระหนกจนมากเกินไป ตนเข้าใจว่า อันตราย แต่อะไรก็ตามที่เริ่มต้นด้วยความตื่นตระหนกจะสร้างความเสียหาย 

"อย่ามาพูดว่าไอ้นั่นก็ไม่ดีไอ้นี่ก็ไม่ดี เพราะมันหมายความว่า ที่นั่งๆอยู่ไม่มีสติปัญญากันเลย ผมรับไม่ได้ เพราะผมไม่เคยว่าพวกท่านเลย ผมไม่เข้าใจว่า จากที่ผมสังเกตหลายทีแล้วว่า ทำไมจะอภิปรายแล้วต้องเรียกคนมาดูมาฟังในเฟซบุ๊กมันใช่หรือครับ จะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ทำไมไม่มาแก้ปัญหาร่วมกันในที่นี่ จะเกลียดรัฐบาล แต่ท่านไม่สามารถเกลียดประเทศนี้ได้ เพราะมันเสียหาย โจมตีกันไปมาไม่ได้อะไรทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อาทิ นายคารม พลพรกลาง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นประท้วงทันที โดยหาว่าก พล.อ.ประยุทธ์ อภิปรายเสียดสีกรณีที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เชิญประชาชนติดตามข้อมูลการอภิปรายผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม วินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้พาดพิงถึงใคร 

จนกระทั่ง นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ผู้อภิปราย ลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิง โดยอ้างว่า การอภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ถือเป็นการพลิกโฉมของประเทศไทย การใช้สื่อหรือสไลต์ต่างๆจึงมีความจำเป็นเพื่อให้ผู้ติดตามทางบ้านเข้าใจการอภิปรายได้อย่างชัดเจน 

ก่อนที่ นายสุชาติ จะได้สั่งพักการประชุมพ.ร.บ.งบประมาณฯ วันที่ 2 เวลา 00.15 น. และนัดให้มีการประชุมอีกครั้งในเวลา 09.30 น. วันนี้ (19 ต.ค.) โดยใช้เวลาในการอภิปรายรวม 15 ชั่วโมง.

 

 

 

 

 

 

.........................................................

 

โห!!แรง 'หม่อมเต่านา' โพสต์เรียนถึง 'ธนาธร'

    
 

 

19 ต.ค 62 - ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ 'หม่อมเต่านา' โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

เรียนไอ้ธนาธร

นอกจากมึงจะแสดงความระยำ..ไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถือเหี้ยอะไรอีกแล้ว..กูอยากถามมึงว่า

1.มึงเห็นศาลท่านเป็นอะไร..มึงนึกว่าการเอาเงินห้าพันหกร้อยล้านมาล่อท่าน..ท่านจะตาโตตื่นเต้น..อยากตัดสินให้เป็นคุณกับมึง.? เพื่อที่จะได้เงินมึงมาใส่ blinded Trust..ที่ก็ตัวมึงเองอีกนั่นแหละ..ก็ได้ผลประโยชน์ดอกผล..ไม่ใช่ศาล..หรือประเทศไทย..คือโอ้โห..ช่างน่าตื่นเต้นและเปี่ยมไปด้วยจริยธรรมเหี้ยๆเลยมึงหนะ..ไอ้กระจอก..คนอื่นเขาก็ทำมาก่อนที่มึงจะได้เงินมาจากหม่าม้าเสียอีก..ไอ้ระยำ..ขอย้ำ..มึงไม่ได้กำลังสร้างมาตรฐานดีๆอะไรใหม่เลย..นอกจากทำให้ชาวโลกเห็นว่ามึงไม่ใช่คนรุ่นใหม่อะไร..แต่มึงมันคือคนหน้าด้านไร้ยางอาย..น่าสมเพช..จะพูด จะทำอะไร..ทำร้ายใครก็ได้เพื่อตัวมึงเองคนเดียว..ขอย้ำเพื่อตัวมึงเองคนเดียวล้วนๆ.. วิธีการและสันดานของมึงเป็นอันตรายต่อประเทศอย่างยิ่ง..อย่างยิ่ง

2. อะ..แล้วพอออกมาจากศาล..เปิดมือถือแล้วคงเห็นโดนด่ามากมายมหาศาล..ก็เลยทำเป็นรีบขอโทษบอกบรรยากาศในศาลกดดัน..ไอ้ระยำ..มึงดูตอนนายพานทองแท้ขึ้นศาล..ที่เขาก็เครียดมาก..ขึ้นคนเดียวด้วย..ไม่ได้กะเตงทั้ง แม่ ทั้งเมีย ครอบครัวเสื้อโคตรเหลืองมาก555...ไปขึ้นเป็นเพื่อนด้วยอย่างมึง..กูอยากทราบว่าโอ๊คที่ออกจากศาลมาเครียดจัด..เขาให้การกับศาลว่า..ตัดสินให้เป็นคุณกับผมเถอะ..ผมไม่เหี้ย..มักใหญ่ไฝ่สูง..เหมือนธนาธรหรือเปล่า?..ความเครียดเนี่ย..มันทำให้คนเหี้ยเหรอค่ะ..ไอ้คนไร้ยางอาย


 

 

ไร้อนาคต!'ธันวา'ชี้ถึงเวลามองหาทางเลือกใหม่แทน'ธนาธร'


    
 
  

19 ต.ค 62 - นายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัครส.ส. กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

 

ถึงเวลามองหา 'ทางเลือกใหม่' แทน 'ธนาธร' แล้วหรือยัง?

คำให้การในคดีโอนหุ้น รวมถึงคดีอื่นๆของพรรคอนาคตใหม่ คงชัดเจนแล้วว่า แทบไม่เหลือโอกาสที่จะเป็นความหวังของฝั่งที่ไม่เอาลุงตู่ได้อีกต่อไป

ด้วยการวางยุทธศาสตร์แบบอคตินิยม เน้นสร้างวาทกรรม ความเกลียดชัง และแบ่งแยกสังคม ทำให้มีศัตรูรอบตัวเต็มไปหมด

ทั้งยังขาดความรอบคอบในการปฏิบัติตามกฎหมายอยู่เสมอ หมดเวลา หมดกำลัง ไปกับการแก้ปัญหาส่วนตัว และปัญหาพรรค ซะเป็นส่วนใหญ่

หนักที่สุดคือท่าทีของสถานทูตจีน ที่เหมือนตะปูตอกฝาโลงอนาคตทางการเมืองของธนาธร เพราะจากนี้ใครจะสนับสนุนเขาต่อ ก็ต้องคิดให้หนักๆ

เพราะหากคลาดแคล้วจากคดีความทั้งหมด และได้เป็นผู้นำประเทศในวันหน้า แต่ไทยอาจสูญเสียมหามิตรทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเลยทีเดียว

แม้อาจจะยังห่างไกลจากฤดูการเลือกตั้ง แต่ก็น่าคิดเป็นอย่างยิ่งว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะมีผู้นำทางการเมือง มาเป็นความหวังใหม่แทนที่ธนาธร

เชื่อว่าถ้ามีคนใหม่ พรรคใหม่ เปิดตัวขึ้นด้วยภาพลักษณ์ที่ดีมากพอ 'ชาวไร่ส้ม' จะกล้าหันเข็มทิศ มาสนับสนุนอย่างแน่นอน

..คงไม่มีใครอยากจมปลัก และฝากความหวัง ไว้กับผู้ที่มีปัญหาท่วมหัวแบบนี้ มันดูไร้อนาคต.

 

 

 

 

 

.........................................................
 
19 ตุลาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน