*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3827
  • จำนวนผู้ชม : 2422811
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 429 , 14:05:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การเตือนของกรมอุตุฯช่วงนี้ เป็นเรื่องของอากาศเย็นครับ เพราะอากาศหนาวก็เป็นอันตรายต่อคนได้เช่นกัน ดังนี้

กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝนตกหนัก ภาคเหนือ-อีสานเริ่มมีอากาศเย็น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

         ต้องระวังสุขภาพกันให้มากสักหน่อยนะครับ

กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝนตกหนัก ภาคเหนือ-อีสานเริ่มมีอากาศเย็น

    
 

20 ต.ค. 62 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ลักษณะอากาศทั่วไปว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

 

'วรงค์'ยำใหญ่'ธนาธร-ปิยบุตร'ความเหมือนที่แตกต่าง!

    
 

19 ต.ค 62 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพวต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้

 ธนาธรและปิยบุตร

เมื่อวานติดตามการขึ้นศาลของนายธนาธร เลยนึกเปรียบอาการ ระหว่างนายธนาธร และนายปิยบุตร เอาแค่เหตุการณ์ล่าสุดของ 2คน คนหนึ่งขึ้นเบิกความคดีหุ้น อีกคนหนึ่งถูกถลกหนังคดีผู้พิพากษายิงตนเอง

นายธนาธรขึ้นเบิกความแบบเก็บอาการไม่อยู่ หงุดหงิด ต่อรองศาล มีอาการฮ่องเต้ซินโดรม ย้ำแค่ว่า

"ผมจำไม่ได้"

"ผมไม่แน่ใจ"

"ผมไม่เคยรู้"

"จะต้องให้ตอบอีกกี่ครั้งว่าจำไม่ได้"

แถมสุดท้ายยังทิ้งทวนต่อรองศาลเรื่องบลายด์ทรัสต์ ทั้งๆที่ตนเองเบี้ยว และเหยียบนายทักษิณเพื่อให้ตนเองดูดี

ลองมาดูนายปิยบุตร วันที่ผู้พิพากษายิงตนเอง วันนั้นนายปิยบุตรโพสต์เตรียมนำข้อมูลที่ได้มาแถลง และย้ำด้วยว่า เป็นข้อมูลที่ได้จากผู้พิพากษาและจำเลย แต่ตอนหลังมาแก้เป็นผู้หวังดี กะเตรียมถล่มศาลเพื่อลดความน่าเชื่อถือของศาลเต็มที่

แต่หลังจากถูกถลกหนังด้วยชาวโซเชียล นายปิยบุตรก็ต้องเงียบ และพริ้วออกมาใหม่ว่า ไม่ทราบว่าเอกสาร 25 หน้านั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และเบี่ยงประเด็นไปเป็นเรื่องความอึดอัดของผู้พิพากษา และพยายามไม่พูดเรื่องนี้อีกหลังจากหลักฐานถูกตีแผ่

ที่สำคัญคือแม้นายธนาธรจะสู้นายปิยบุตรไม่ได้ แต่ทั้งคู่ก็คือฝ่ายการเมืองที่บ่อนเซาะความมั่นคงของประเทศ ที่พวกเราต้องช่วยกัน.

'กองทัพบก' ปล่อยคลิปโต้ปมจัดซื้อยุทโธปกรณ์(ชมคลิป)

    
 

19 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ศูนย์ประชาสัมพันธ์สัมพันธ์กองทัพบก  ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหัวข้อ “ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน” โดยเนื้อหาอธิบายถึงยุทโธปกรณ์ทางทหาร จากภารกิจป้องกันประเทศสู่การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านการบรรเทาสาธารณภัยอยู่เคียงข้างประชาชนใน สมรภูมิน้ำ เป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถลำเลียงทหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ลำเลียงเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงอพยพคนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ปรับสภาพเป็นโรงครัวพระราชทานเคลื่อนที่ ลุยน้ำท่วมไปช่วยประชาชนได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมระบุว่า ใช้ทุกสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่า...เพื่อประชาชน.

ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาหลังการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักกรณีงบประมาณกลาโหม ในการจัดซื้อยุทโธปรณ์สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน.

'ดุสิตโพล' เผยประชาชนให้คะแนนฝ่ายค้านชนะรัฐบาล ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบ 63

    
 

1. ประชาชนคิดอย่างไร? ต่อ การอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ในครั้งนี้
อันดับ 1    ทำให้ได้รู้ว่ารัฐบาลจะนำงบประมาณไปใช้อะไรบ้าง รู้ข้อมูลมากขึ้น     43.68%
อันดับ 2    งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ มีผลต่อการพัฒนาบ้านเมือง     38.70%
อันดับ 3    ไม่ค่อยมีสีสัน ไม่น่าสนใจ รัฐบาลมีเสียงมากกว่า    18.77%
2. โดยภาพรวม ประชาชนพึงพอใจต่อการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 มากน้อยเพียงใด?
อันดับ 1    ค่อนข้างพึงพอใจ       36.07%  เพราะ  ทั้งสองฝ่ายนำเสนอได้ดี ตรงประเด็น ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณ เกิดกระแสการตื่นตัวทางการเมือง ฯลฯ
อันดับ 2    ไม่ค่อยพึงพอใจ         33.02% เพราะ  ผู้อภิปรายบางท่านยังพูดในรูปแบบเดิมๆ พูดนอกเรื่อง ไม่ตรงประเด็น รัฐบาลตอบข้อซักถามไม่ชัดเจน ฯลฯ 
อันดับ 3    ไม่พึงพอใจเลย          23.42% เพราะ  ประท้วงบ่อย ทำให้เสียเวลา ฟังอภิปรายไม่ต่อเนื่อง เหตุผลของการนำงบประมาณไปใช้ในด้านต่าง ๆ ฟังไม่ขึ้น ฯลฯ 
อันดับ 4    พึงพอใจมาก            7.49% เพราะ  เป็นการอภิปรายที่ตรงไปตรงมา ทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลมากขึ้น ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี ฯลฯ 

  3. สิ่งที่ประชาชน “สมหวัง/พอใจ” และ “ผิดหวัง/ไม่พอใจ” กับการอภิปรายครั้งนี้ คือ
อันดับ    สิ่งที่ “สมหวัง /พอใจ”            ภาพรวม        
1    ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี นำเสนอข้อมูลชัดเจน    52.10%        
2    การจัดสรรเวลา เป็นระเบียบมากขึ้น        32.93%        
3    ได้รู้และเข้าใจเรื่องงบประมาณมากขึ้น        23.35%        
อันดับ    สิ่งที่ “ผิดหวัง /ไม่พอใจ”            ภาพรวม
1    รัฐบาลตอบคำถามไม่ชัดเจน ไม่ตรงประเด็น    43.40%
2    การจัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้อง    37.26%
3    พูดนอกเรื่อง ประท้วงบ่อย ไม่สำรวม        21.70%

 4. ถ้าคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนการอภิปรายทั้งของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลกี่คะแนน
       ® ฝ่ายค้าน 6.94  คะแนน             ® ฝ่ายรัฐบาล 5.11 คะแนน

 5. “ข้อเสนอแนะ” หากมีการอภิปรายในครั้งต่อไป
อันดับ 1    ควรมีตัวเลขแสดงงบประมาณที่ชัดเจน มีภาพประกอบที่เข้าใจง่าย     48.94%
อันดับ 2    จัดสรรเวลาและเนื้อหาให้กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่พูดซ้ำซ้อนกัน    34.04%
อันดับ 3    มีภาพเก็บตก บรรยากาศเบื้องหลัง ภาพการทำงานของ ส.ส.      27.66%
 

ชัดเจนแจ่มจันทร์'เสริมสุข'อ่านแล้วคำต่อคำ'ดร.ชลิตา'แก้รธน.มาตรา1ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร!

    
 

2 ต.ค.62 - นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป๊บซี่ นักข่าวอาวุโส  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit  ระบุว่า ชัดเจนแจ่มจันทร์ ไม่มีอะไรเข้าใจผิด ไม่มีใครจับแพะชนเแกะ

อ่านคำชี้แจงฉบับยาว ที่ดร.ชลิตา บัฑูรวงศ์ นักวิชาการสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษษตรศาสตร์ ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับสังคม หลังถูกวิจารณ์อย่างมากเสนอแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ระหว่างร่วมงานเสวนาพุดคุยแก้ปัญหาความไม่สงบในจชต.กับ7 พรรคฝ่ายค้าน ที่เห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

อ่านคำชี้แจงฉบับยาวทุกคำ ไม่ได้เข้าใจอะไรผิดในตัวนักวิชาการท่านนี้

ชัดเจนในแนวคิดสนับสนุนการกระจายอำนาจให้มีการปกครองตนเองในจชต.

และเห็นว่าการแก้ไขมาตรา 1 ที่ระบุว่า “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว จะแบ่งแบกมิได้” น่าจะเป็นทางออกต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
แปลกใจมากกับความเข้าใจต่อปัญหาในพื้นที่ ไม่พูดถึงการก่อเหตุร้ายตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมาของขบวนการแบ่งแยกดินแดน BRN ที่ยังทำร้ายเป้าหมายอ่อนแอ ทั้งพุทธมุสลิมในพื้นที่ ไม่พูดถึงความชั่วร้ายของขบวนการดังกล่าว ซึ่งแม้แตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย มหาเธร์ โมฮะหมัด ยังออกมายอมรับถึงความรุนแรงที่ขบวนการแบ่งแบกดินแดนบีอาร์เอนทำต่อเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ จะทำให้ประชาคมโลกโกรธเคืองไม่ยอมรับกับการใช้ความรุนแรงที่ไม่แยกแยะ

“We will continue our efforts to persuade Thai participants to stop actions tuba cause many people to die, people who are not guilty, people who are not in the military. They need to consider this , if not, the world will be angry with them.” นายกมาเลย์ให้สัมภาษณ์สื่อที่สหประชาชาติ ต่อสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

น่าจะเป็นนักวิชาการด้านสังคมศาสตร์คนแรกที่เสนอแนวคิดลักษณะนี้ หากย้อนดูประวัติของนักวิชาการท่านนี้จะไม่แปลกใจกับข้อเสนอในเรื่องดังกล่าว ที่ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์หลังร่วมเวทีเสวนาที่ปัตตานี กับ 7 พรรคฝ่ายค้านช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา...

ชูบิ๊กแดงนั่งนายกฯ ‘บิ๊กป้อม’ฝันหวานเล่นบทนักปั้นมือทองยิ้มกริ่มถ้าเป็นได้มันก็ดี

    
 

  "บิ๊กป้อม" หัวเราะร่วน พูดทีเล่นทีจริง! นายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่อ "บิ๊กแดง" ถ้าเป็นได้ก็ดี ขณะที่ "บิ๊กตู่" ตอกคนค้านงบซื้ออาวุธ ถามประเทศอื่นเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อน เขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเรา แต่ก็ต้องทำ ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหัวข้อ “ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน”

    เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีงบประมาณด้านความมั่นคงที่ไม่ได้มีการลงรายละเอียด เนื่องจากเกรงใจพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่าคงไม่ เพราะในงบประมาณก็มีรายละเอียดชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนที่ยังไม่ชัดเจนนั้น เป็นเพราะบางอย่างยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาไปทำอะไร เป็นการกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ  
    เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ามีการเพิ่มค่าตอบแทนให้ทหารชั้นนายพลตำแหน่งพิเศษใช้งบประมาณสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 7,000 ล้านบาทต่อเดือน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขอไปตรวจสอบก่อน แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะมี เชื่อว่าคงไม่น่าจะมีการเพิ่มให้ทหารชั้นนายพล มีเพียงค่าปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียว
    ถามต่อว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการโหวตร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จะเกิน 250 เสียง พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนถามสื่อมวลชนว่า “แล้วคุณว่าอย่างไร” 
    ซักว่านอกจากเสียงของรัฐบาลแล้วยังมีเสียงของพรรคฝ่ายค้านมาช่วยสนับสนุนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบพร้อมอมยิ้มว่า “ยังไม่รู้”
    เมื่อถามอีกว่าแต่ท่านยิ้ม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ผมก็ยิ้มแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว”
    ถามถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่ามีการตั้งงบประมาณในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้สูง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รองนายกฯตอบว่า งบประมาณใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ประกอบด้วยหลายส่วน มีทั้งงบเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา รวมถึงงานทางด้านยุทธวิธีและพัฒนา เราไม่ได้นำเงินไปใช้ในการสู้รบอย่างเดียว ส่วนที่ฝ่ายค้านอภิปรายเปิดเผยว่ามีการเปิดบอลที่สีลมนั้น จากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มี
    ซักว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านโจมตี ผบ.ทบ.ภายหลังบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” พล.อ.ประวิตรบอกว่า จะให้ทำอย่างไรได้ ท่านก็ตั้งใจดี 
    ส่วนที่ฝ่ายค้านคาดเดาว่า ผบ.ทบ.จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นได้ก็ดี” ก่อนจะหัวเราะและเดินเข้าห้องประชุม
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของงบฯ กลาโหมมีการกันไว้ 70,000-80,000 ล้านบาทเท่านั้น เพื่อเอาไว้ซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นการตั้งงบผูกพัน และเป็นงบในส่วนของกลาโหมเอง ไม่ใช่งบกลาง เว้นในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ที่เป็นข้อตกลงกับต่างประเทศ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยมาก อีกทั้งต้องมีการซื้อทดแทน
         นอกจากนี้ยังมีเรื่องทหารตามแนวชายแดนที่มีจำนวนหลายแสนนายในพื้นที่กว่า 5,000 กิโลเมตร ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งหากเราไม่มีเรือที่ทันสมัย จะทำได้หรือไม่ เพราะเรือที่มีอยู่ใช้มากว่า 50 ถึง 60 ปีแล้ว จึงมีการผุพังบ้าง อย่าคิดว่ามีเยอะ แต่ต้องไปดูว่ามีความทันสมัยและทันสถานการณ์หรือไม่ ต้องคิดตรงนี้ และต้องไปดูข้างในด้วย ซึ่งเราก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศักยภาพ รวมถึงเป็นเรื่องอำนาจการต่อรองที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน โดยเฉพาะวันนี้โลกมีความเปลี่ยนแปลง รอบบ้านเราก็มีกันทั้งหมด
          “จะมาบอกว่าเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อน เขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเรา แต่ก็ต้องทำ เมื่อเขามี เราไม่มี ศักยภาพของเราก็หายไปไหมล่ะ ทั้งศักยภาพ ความเกรงอกเกรงใจ การเจรจาและการพูดคุย รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเล ซึ่งสำคัญที่สุด ของพวกนี้มันแพงทั้งสิ้น เราก็พยายามหาเรือขนาดเล็กและพยายามต่อเรือเอง อย่างเรือที่มีการติดอาวุธก็มีราคาแพง หากต่อไปมีการกระทบกระทั่งทางทะเล อาจมีเรื่องของเรือประมงมีปัญหากัน ยิงกัน เพื่อเห็นว่าเราคุ้มครอง จะบานปลายไม่ได้ ดังนั้นยุทโธปกรณ์ของเราต้องทันสมัยพอสมควร ให้ทันกับโลกวันนี้” นายกฯ กล่าว
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหัวข้อ “ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน” โดยเนื้อหาอธิบายถึงยุทโธปกรณ์ทางทหาร จากภารกิจป้องกันประเทศสู่การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านการบรรเทาสาธารณภัยอยู่เคียงข้างประชาชนในสมรภูมิน้ำ เป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถลำเลียงทหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ลำเลียงเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงอพยพคนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ปรับสภาพเป็นโรงครัวพระราชทานเคลื่อนที่ ลุยน้ำท่วมไปช่วยประชาชนได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง
    พร้อมระบุว่า ใช้ทุกสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่า...เพื่อประชาชน
    ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาหลังการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักกรณีงบประมาณกลาโหม ในการจัดซื้อยุทโธปรณ์สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน.

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

 

จากป้องกันก่อการร้ายเคิร์ดตุรกีสู่การยึดครองซีเรีย

     

 

      รัฐบาลตุรกีทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายกับพวกเคิร์ดในประเทศตนมานานแล้ว และลามไปถึงซีเรียด้วย เพราะผู้ก่อการร้ายเคิร์ดตุรกีร่วมมือกับเคิร์ดซีเรีย จึงเข้าไปปราบผู้ก่อการร้ายลึกเข้าไปในดินแดนซีเรีย

ว่าด้วยชนชาติเคิร์ด :

                ภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ได้ประกอบด้วยชาวอาหรับเท่านั้น ยังมีพวกเปอร์เซีย (อิหร่าน) ยิว (อิสราเอล) และอื่นๆ  ชาวเคิร์ด (Kurds) คืออีกชนเชื้อสายหนึ่งกระจายในหลายประเทศ โดยเฉพาะตุรกี อิรัก อิหร่าน ซีเรีย และบางประเทศในยุโรป

                ชาวเคิร์ดผู้อาศัยในตุรกี (เคิร์ดตุรกี) มองว่ารัฐบาลตุรกีปฏิบัติต่อพวกตนเป็นดังชนกลุ่มน้อย มักกดขี่เสมอ พยายามสลายวัฒนธรรมเคิร์ด ฝ่ายรัฐบาลตุรกีชี้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของพวกเคิร์ดคือแบ่งแยกดินแดนซึ่งมีความเป็นไปได้ เพราะชาวเคิร์ดชาตินิยมส่วนหนึ่งเห็นว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการตั้งรัฐของตน กลุ่มเหล่านี้เป็นที่มาของ Kurdistan Workers’ Party (PKK) รัฐบาลตุรกีจึงประกาศว่า PKK เป็นองค์กรก่อการร้าย

                เคิร์ดตุรกีเชื่อมโยงกับเคิร์ดซีเรีย พรรค PKK เป็นพันธมิตรกับพรรค PYD (Partiya Yekita ya Demokratik) ของเคิร์ดซีเรีย และมีกองกำลังที่ชื่อ YPG

ตุรกีต้องการสร้างเขตปลอดภัย :

                ตุรกีมีแนวคิดสร้างเขตปลอดภัย “safe zones” หรือ “buffer zones” มานานหลายปีแล้ว แนวคิดนี้ปรับเปลี่ยนเรื่อยมาตามบริบท เช่น ปี 2014 เมื่อเริ่มทำสงครามต่อต้านไอซิส รัฐบาลตุรกีเรียกร้องให้จัดตั้งเขตปลอดภัยตามแนวพรมแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย เป้าหมายในขณะนั้นคือต้องการสร้างเขตกันชนเพื่อกีดกันการติดต่อระหว่างเคิร์ดตุรกีกับเคิร์ดซีเรีย เป็นนโยบายเชิงรุกว่าเคิร์ดตุรกีจะไม่ตั้งเขตปกครองตนเอง เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับบรรดาประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยยอมให้เกิดเขตปกครองตนเองของเคิร์ดซีเรีย เนื่องจากไม่อาจต้านแรงกดดันจากต่างชาติในขณะนั้น

                ในช่วงทำสงครามต่อต้านผู้ก่อการร้ายไอซิส รัฐบาลตุรกีมองว่ากองกำลังเคิร์ดซีเรียเป็นภัยมากกว่า เพราะได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศ รัฐบาลสหรัฐใช้เคิร์ดซีเรียเป็นแนวหน้ากวาดล้างไอซิส พวกเขาเข้มแข็งขึ้น โอกาสที่จะร่วมมือกับเคิร์ดตุรกีแบ่งแยกดินแดนมีมากขึ้น

                สถานการณ์ล่าสุด กองทัพตุรกียึดครองพื้นที่ซีเรียบางส่วนตามแนวพรมแดนทางเหนือที่ติดกับตุรกี และประกาศว่าจะสร้างเป็นเขตปลอดภัยหรือเขตกันชน ประธานาธิบดีแอร์โดกานกล่าวเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า จะสร้างเขตปลอดภัยยาว 480 กิโลเมตร และลึกเข้าไปในแผ่นดินซีเรีย 30 กิโลเมตร (เท่ากับ 14,400 ตร.กม. กรุงเทพฯ มีพื้นที่ 1,569 ตร.กม.) ตลอดพรมแดนทางเหนือของซีเรียที่ติดกับตุรกี เพื่อรองรับผู้อพยพลี้ภัย 2 ล้านคน

                การเอ่ยถึงมักจะยึดแม่น้ำยูเฟรติสเป็นจุดอ้างอิง ตุรกีต้องการให้กองกำลังเคิร์ดซีเรียถอนตัวออกจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติสทั้งหมดเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร  (จากริมแม่น้ำยูเฟรติสจนถึงพรมแดนอิรัก)

                ด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ตุรกีได้ครองพื้นที่บางส่วนในเขตจังหวัด Idlib กับ Afrin อยู่ก่อนแล้ว และกำลังขยายพื้นที่ใหม่ในเขต Manbij ทั้ง 3 จุดอยู่ใกล้กันคืออยู่ทางภาคเหนือที่เยื้องไปทางตะวันตกของซีเรีย

                สรุปให้เข้าใจง่ายคือ หลายปีที่ผ่านมาตุรกีส่งกองทัพเข้ายึดพื้นที่ตามแนวพรมแดนทางเหนือของซีเรียที่ติดตุรกี ทั้งนี้ตุรกีได้เป็นจุดๆ หรือได้เป็นชิ้นๆ ตลอดแนวพรมแดน ความพยายามล่าสุดของตุรกีคือต้องการได้ครองเพิ่มอีก นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผน “กินทีละคำ” ยึดครองพื้นที่แถบนั้นทั้งหมดในอนาคต

                ต้องตระหนักว่าเขตปลอดภัยของตุรกียังไม่แน่นอน อาจเล็กลงหรือขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น

เหตุผลเรื่องผู้ลี้ภัย :

                ผู้ลี้ภัยเป็นอีกประเด็นที่รัฐบาลตุรกีหยิบยกขึ้นมา เพื่อเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยสงครามซีเรียราว 2-3 ล้านคน

                เป็นเรื่องน่าเห็นใจตุรกีไม่อาจห้ามอาหรับสปริงซีเรีย ไม่อาจห้ามผู้หนีภัยสงครามเข้าประเทศ ไม่อาจห้ามเคิร์ดซีเรียที่พยายามสร้างอนาคตของตนเอง สิ่งที่ทำได้คือให้สงครามกลางเมืองซีเรียเป็นประโยชน์ต่อตนมากที่สุด ผลักดันผู้ลี้ภัยนับล้านให้ออกนอกพรมแดนตนเอง ช่วยผ่อนคลายภาระ ไม่เกิดปัญหาในอนาคต เช่น ชาวซีเรียลี้ภัยตั้งถิ่นฐานในประเทศ

                การกำหนดให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของซีเรียเป็นจุดรับผู้อพยพลี้ภัยเป็นเรื่องสมเหตุผล การมีกองกำลังต่างชาติดูแลความปลอดภัยเป็นเรื่องดี แต่น่าจะกระทำในนามของกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ไม่ใช่แบบที่ตุรกีคิดจะทำคือใช้กองกำลังของตนในนามประเทศตน

                การผลักดันผู้หนีภัยสงครามกลับเข้าสู่ดินแดนซีเรีย เข้าไปอยู่ใน “เขตปลอดภัย” เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศซีเรียถูกแบ่งแยก เพราะจะกลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกเขาอีกนาน เกิดคำถามในอนาคตว่าพื้นที่นี้เป็นของซีเรีย หรือในที่สุดจะถูกผนวกเป็นของตุรกี

สหรัฐกับการสร้างเขตปลอดภัย :

                หลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับซีเรียหารือเรื่องการสร้างเขตปลอดภัยมานานแล้ว ต้องบันทึกว่ารัฐบาลตุรกีกับทรัมป์เห็นด้วยกับการสร้างเขตปลอดภัยในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส จากข้อมูลที่ปรากฏในเดือนมิถุนายน 2018 ทั้ง 2 ประเทศมีแผนให้กองกำลังเคิร์ดซีเรียถอนตัวออกจากพื้นที่ และแทนที่ด้วยกำลังผสม 2 ฝ่าย

                ท่าทีของรัฐบาลทรัมป์ต่อเรื่องนี้จึงซับซ้อน

                หลังสงครามไอซิสเริ่มซา กองกำลังสหรัฐจำนวนหนึ่งยังอยู่กับกองกำลังเคิร์ดซีเรีย แม้จะบอกว่าเพื่อกวาดล้างไอซิสที่หลงเหลือ ความจริงอีกข้อคือการคงอยู่ของทหารสหรัฐทำให้ไม่มีใครกล้าแตะเคิร์ดซีเรีย รัฐบาลทรัมป์รู้ดีอยู่แล้วว่าหากถอนกำลังออกไป พวกเคิร์ดไม่สามารถรักษาพื้นที่ด้วยตนเอง เพราะพวกเขามีแต่อาวุธประจำกาย อาวุธเบา รถหุ้มเกราะ ไม่อาจสู้กองทัพประเทศตุรกีหรือกองทัพรัฐบาลซีเรีย (อัสซาด) ที่เป็นกองทัพเต็มรูปแบบ

แผนของรัสเซียและข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว :

                ในขณะที่กองทัพตุรกีเริ่มรุกเข้ามาอีก กลางเดือนที่ผ่านมาทหารรัสเซียเข้าแทรก ทำหน้าที่เป็นแนวกันชนระหว่างกองทัพตุรกีกับซีเรีย ตลอดแนวทางเหนือของเขต Manbij

                รัสเซียไม่ได้เผชิญหน้ากับตุรกีโดยตรง ทำหน้าที่เป็นกรรมการหรือแนวกันชนระหว่างตุรกีกับซีเรีย ขัดขวางไม่ให้เกิดการปะทะระหว่างตุรกีกับซีเรีย ซึ่งจะยิ่งทำให้บานปลายและซับซ้อนกว่าเดิม

                อย่างไรก็ตาม การเข้าขวางเช่นนี้ต้องตามต่อว่าตุรกีจะถอนทหารออกจากเขต Manbij หรือไม่ และไม่ได้หมายความว่าแผนสร้างเขตปลอดภัยจะยุติ เพียงแต่ต้องเจรจาใหม่ มีรัสเซียกับรัฐบาลอัสซาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  ตุรกีจะอ้างครอบครองดินแดนด้วยเหตุผลของตนเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้

                ไม่กี่วันต่อมา รัฐบาลสหรัฐบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับตุรกี ทั้งนี้กองกำลังเคิร์ดซีเรียจะถอนตัวออกจากพื้นที่ตามแนวชายแดน ฝ่ายเคิร์ดเห็นด้วยกับข้อตกลง

                ถ้าทบทวนสถานการณ์หลายปีย้อนหลัง รัฐบาลสหรัฐสมัยโอบามาพุดคุยหารือเรื่องเขตปลอดภัยกับตุรกีมานานแล้ว รัฐบาลทรัมป์สานต่อเรื่องนี้ การถอนตัวของกองกำลังสหรัฐเหมือนกับเปิดทางให้ตุรกีได้ยึดครองพื้นที่เพิ่มอีกจุด ด้วยเหตุผลสร้างเขตปลอดภัย

                สถานการณ์อยู่ระหว่างดำเนินไปยาก จะคาดเดาว่าจะเป็นอย่างไร ประเด็นที่รอคำตอบคือตุรกีจะถอนทัพออกจากพื้นที่ยึดครองหรือไม่ ในอนาคตจะเกิดเขตปลอดภัยหรือไม่และจะเป็นอย่างไร

                ที่แน่นอนคือ ผลจากความขัดแย้งภายในประเทศซีเรียที่ควบคุมไม่ได้ เปิดทางให้เพื่อนบ้าน ผู้ก่อการร้ายไอซิสและอื่นๆ เข้าแทรกแซง สูญเสียชีวิตหลายแสนคน ผู้อพยพหนีตายหลายล้านคน สูญเสียดินแดน ด้วยหลายเหตุผลที่เพื่อนบ้านหยิบยกขึ้นมาอ้าง เช่น ต่อต้านผู้ก่อการร้าย เป็นที่รองรับผู้ลี้ภัย การย้อนเวลากลับไปสู่อดีตที่ซีเรียเป็นหนึ่งเดียวไม่อาจเป็นไปไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหนอย่างไร.


....................................................

20 ตุลาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน