*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3827
  • จำนวนผู้ชม : 2423362
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 586 , 15:59:18 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คุณเปลว สีเงิน เขียนบทความด้วยความเป็นห่วงถึง 'สำนึกไทย' ของคนไทย ดังช้อความส่วนหนึ่งความว่า;

          ประเทศไทยของเรา.....
    มี "ชาติ-พระศาสนา-สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นรากแก้ว    
    และ "รากแก้ว" หลอมรวม "สำนึกไทย" เป็นแกนแก่น
    ด้วยเหตุปัจจัยเกื้อต่อกันนั้น.... 
    ความเป็นไทย-ประเทศไทย กับ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ จึงเป็น "สิ่งเดียวกัน"
    แต่ระยะนี้ มี "กลุ่มคน" กลุ่มหนึ่ง พยายาม "กัดเซาะ" รากแก้ว ส่อเจตนาโค่นล้ม 
    หวังเปลี่ยนระบบ-ระบอบ สู่การแบ่งแยกความเป็นราชอาณาจักรไทย!
    คนกลุ่มนี้ ลำพังตัวก็แค่ผยอง แต่ที่พองขนเสิบสานไปถึงสถาบัน นั่นเพราะ "ชาติตะวันตก" หนุนหลัง
    ตะวันตก สู่ช่วง "ตก" ตามชื่อ 
    ยุโรปกำลังจน.......... 

         บทความนี้ กลุ่มคนที่กำลัง 'กัดเซาะ' แก่นแกนประเทศไทยคงไม่เข้ามาอ่าน แต่เราอ่านกันเองก็เป็นการตุนคำพูดเอาไว้สำหรับ

พูดกับพวกเขาที่อาจจะมีโอกาสในภายหน้าครับ.

'๒๑ ตุลา' สำนึกย้อน 'สำนึกไทย'

   
 
 
 

    แต่วันนี้ ๒๑ ตุลา
    ไม่หายก็ต้องหาย เพราะเป็นวันครบรอบอีกขวบของไทยโพสต์ ยังไงๆ ก็ต้องเอาหน้ามาเจอกัน
    ที่สำคัญ........
    ในรอบ ๒๔ ปี มงคลสูงสุดได้เกิดที่ไทยโพสต์วันนี้ โดยพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ "พระอาจารย์อนิลมาน  ธมฺมสากิโย" รองเจ้าอาวาสวัดบวรฯ 
    รับอาราธนามากล่าวธรรมคติที่โรงพิมพ์ตอน ๔ โมงเช้า ฉะนั้น ท่านใดปรารถนารับมงคลธรรมจากพระอาจารย์เพื่อนำปฏิบัติเป็นมงคลชีวิต ก็..ขอเชิญ ด้วยยินดี
    ประเทศไทยของเรา.....
    มี "ชาติ-พระศาสนา-สถาบันพระมหากษัตริย์" เป็นรากแก้ว    
    และ "รากแก้ว" หลอมรวม "สำนึกไทย" เป็นแกนแก่น
    ด้วยเหตุปัจจัยเกื้อต่อกันนั้น.... 
    ความเป็นไทย-ประเทศไทย กับ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ จึงเป็น "สิ่งเดียวกัน"
    แต่ระยะนี้ มี "กลุ่มคน" กลุ่มหนึ่ง พยายาม "กัดเซาะ" รากแก้ว ส่อเจตนาโค่นล้ม 
    หวังเปลี่ยนระบบ-ระบอบ สู่การแบ่งแยกความเป็นราชอาณาจักรไทย!
    คนกลุ่มนี้ ลำพังตัวก็แค่ผยอง แต่ที่พองขนเสิบสานไปถึงสถาบัน นั่นเพราะ "ชาติตะวันตก" หนุนหลัง
    ตะวันตก สู่ช่วง "ตก" ตามชื่อ 
    ยุโรปกำลังจน.......... 
    เพราะสมบัติที่ปล้นจากเอเชียอาคเนย์ไปในยุคล่าอาณานิคม อิ่มหมีพีมันกันในรูป "รัฐสวัสดิการ" ขณะนี้ 
    เกลี้ยงแล้ว!
    ความอดอยากแร้นแค้นแผ่ทั่วชาติยุโรป และนั่น มันกระตุ้นสันดานนักล่าให้ออกล่าเหยื่ออีกครั้ง
    ได้ฟังที่ "พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" ผบ.ทบ.บรรยายถึงไทยเรา จำต้องสละดินแดนถึง ๑๔ ครั้ง เพื่อรักษาความเป็นไทยกันแล้วมิใช่หรือ?
    นั่นแหละ การล่าอาณานิคมจากชาติตะวันตก มันกำลังกลับคืน เพียงแต่มาด้วยรูปแบบและวิธีการแตกต่างจากอดีตเท่านั้น
    ไม่ยกกำลังและอาวุธเข้าข่มขู่ เพื่อยึดประเทศเอง
    แต่ใช้วิธีเลือก "ซื้อคน" ไปเพาะเชื้อชั่วให้ชังชาติด้วยกากความคิดทางการเมือง, การปกครองและสังคมในยุค "ปฏิวัติฝรั่งเศส"
    ใช้คำว่าสิทธิมนุษยชน-เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพเป็นอาวุธโค่นบัลลังก์กษัตริย์ บั่นพระเศียรพระเจ้าหลุยส์ ที่ ๑๖ ด้วยกิโยติน 
    แล้วเขียนรัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสาธารณรัฐฝรั่งเศส
    "เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ" เป็นทั้งคำขวัญประจำชาติและทั้งเป็นหัวใจรัฐธรรมนูญในความเป็นสาธารณรัฐ
    สังเกตให้ดี......
    มีบางพรรคการเมืองของเรา วางตำแหน่งเป็นเงาแนวคิดปฏิวัติฝรั่งเศส ด้วยนโยบายและหลักการ สิทธิมนุษยชนด้วย "เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ" ดังเขา
    นักล่ายุคไอที ไม่เอาเรือปืนมาปิดปากอ่าวอย่างตะก่อน แต่ใช้รูปแบบ "สงครามตัวแทน"
    ซื้อนักวิชาการตามมหาลัย ผ่านการให้ทุนวิจัย ทุนการศึกษาต่อ ผ่านนักรับจ้างเคลื่อนไหว ผ่านเอ็นจีโอ ผ่านกองทุน-มูลนิธิ ผ่านองค์กร เช่น NED และสื่อหลากรูปแบบ
    ขุยไผ่ ฆ่ากอไผ่ หนอนฆ่าต้นมาจากไส้ใน ฉันใด ขบวนการล่มชาติ ก็มาจากคนในชาติ ฉันนั้น
    "ข้าจะเสนอในสิ่งที่เจ้าไม่สามารถปฏิเสธ"
    New World Order.....
    การจัดระเบียบโลกใหม่ สู่ความเป็น "รัฐบาลโลก" ในศตวรรษที่ ๒๑ นี่คือปฏิบัติการนักล่าชาติตะวันตกขณะนี้
    ปฏิบัติการ "ใช้คนในชาติล่มชาติ" มันปรากฏขึ้นแล้วในหลายๆ ประเทศ
    "ฮ่องกง" คือหนังตัวอย่าง ที่ "สหรัฐฯ-ยุโรป" เปิดหน้าไพ่เล่นผ่าน "สงครามตัวเแทน"!
    สหรัฐฯ-ยุโรป ไม่ต้องไปโบกธงชาติและร้องเพลงชาติบนแผ่นดินฮ่องกงเอง หากแต่คนฮ่องกงร้องและโบกให้เองขณะนี้
    ย้อนกลับมาดูบ้านเราบ้าง.............
    พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ ผ่านความเห็นชอบจากสภาแล้ว เมื่อพฤหัสฯ-ศุกร์-เสาร์ ที่ผ่าน
    แต่ที่น่าสนใจกว่า พ.ร.บ.งบประมาณ คือ พ.ร.ก.โอนกำลังพล
    "พระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.๒๕๖๒"
    ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล ให้ความเห็นชอบร่วมกันต่อการโอนกำลังพลตาม พ.ร.ก.นี้ ๓๗๖ เสียง
    มีเพียงพรรคอนาคตใหม่ "พรรคเดียว" โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคในสภา
    ๗๐ เสียง "โหวตคว่ำ"
    คัดค้านการโอนกำลังพลไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
    ครับ....
    น่าสนใจมาก ที่นายปิยบุตรนำสมาชิกพรรคโหวตคว่ำ พ.ร.ก.นี้
    จริงอยู่ การเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อเรื่องใดในสภา เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย
    ไม่มีอะไรผิด ที่ปิยบุตรและ ๗๐ ส.ส.อนาคตใหม่ ต่อต้านการโอนอัตรากำลังพลไปเป็นส่วนราชการในพระองค์
    แต่ปิยบุตรและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ย่อมทราบมิใช่หรือว่า พ.ร.ก.นี้ เป็นไปตามพระราชประสงค์
    คนไทย ด้วย "จิตสำนึกไทย" ทุกคนเข้าใจ.......
    การณ์ใด เป็นไปเพื่อความมั่นคง-ปลอดภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 
    การณ์นั้น เท่ากับเป็นความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศชาติ-ประชาชน ตลอดถึงเศรษฐกิจสังคมประเทศ
    พรรคเพื่อไทยและอีก ๕ พรรคฝ่ายค้าน ก็เข้าใจ และแยกแยะได้ ระหว่างคำว่า "การเมืองเรื่องอำนาจ"
    กับ "การเมืองเรื่องสถาบันสูงสุด" ในความเป็นชาติ
    ปิยบุตรไม่ใช่คนโง่....
    ไม่อย่างนั้น จะไม่เป็นตัวเลือกของฝรั่งเศส ให้ทุนเรียน ทุนวิจัย ไปอัดฉีดแนวคิดเสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ อยู่ฝรั่งเศส จนได้เมียฝรั่งหรอก 
    ปิยบุตรดื่มด่ำแนวทางนักการเมืองทรราช "หลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็งฌูจส์" ที่เป็นแกนนำให้ประหาร "พระเจ้าหลุยส์ ที่ ๑๖" มาก
    คุณ "ผักกาดหอม" ยังชมไปวันก่อนว่า ฉลาดและย้อนยอกกว่าธนาธรด้วยซ้ำ
    ปิยบุตรจะชังหรือไม่ชังชาติก็เถอะ แต่เชื่อว่า นอกจากเพลงชาติแล้ว เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอีกเพลงที่ปิยบุตร ต้องได้ยิน
    ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
    นบพระภูมิบาล บุญดิเรก
    เอกบรมจักริน พระสยามินทร์ พระยศยิ่งยง
    เย็นศิระเพราะพระบริบาล
    ผลพระคุณ ธ รักษา 
    ปวงประชาเป็นสุขศานต์
    ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดังหวังวรหฤทัย
    ดุจถวายชัย  ชโย.
    แต่ปิยบุตร มินำพา อ้างกฎหมายอันเป็นกายภาพ "คว่ำ พ.ร.ก." โอนอัตรากำลังพลไปเป็น "ส่วนราชการในพระองค์" 
    ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดทางกฎหมาย
    แต่ถ้าผ่ากะโหลก แหวะสมองดูวิสัยแห่ง "นึกคิด-จิตสำนึก" อาจไม่พบ "สำนึกไทย" เลยก็ได้
    ถ้ามี อย่างน้อย ต้องสำนึกด้วย "จิตภักดิ์" ในความเป็นพสกนิกรไทย ดังในท่อนที่ว่า
    ..........เย็นศิระเพราะพระบริบาล
    ผลพระคุณ ธ รักษา 
    ปวงประชาเป็นสุขศานต์
    ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดังหวังวรหฤทัย
    ดุจถวายชัย  ชโย.
    แต่นี่...คุณกลับใช้วาทะโฉบเฉี่ยว "ตีวัวกระทบคราด-ด่ากราดนายผ่านลูกน้อง" ให้คนทั้งประเทศฟัง 
    จะยกตัวอย่างกระทืบดินให้สะเทือนถึงฟ้าในลีลาโวหารของปิยบุตร เมื่อ ๑๗ ต.ค.ในสภา ให้พินิจกัน ดังนี้
    ".......พลเอกประยุทธ์ จะเคยชินจะใช้ช่องทางตามมาตรา ๑๗๒ เสมือนกับมีอำนาจตามมาตรา ๔๔  ไม่ได้ 
    หากเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ 
    เท่ากับว่าเรากำหนดสนับสนุนนิสัยการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันว่าอะไรก็จะใช้อำนาจรวดเร็ว เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่เสมอ 
    หากไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ เราจะช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อำนาจ 
    แต่หากปล่อยผ่านเรื่องนี้ จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด 
    นายกฯ อยากได้อะไร ขี้เกียจรอสภา ไม่อยากชี้แจงต่อสภา ก็ใช้อำนาจตรา พ.ร.ก. 
    นานวันเข้า การออก พ.ร.ก.จะกลายสภาพเป็นมาตรา ๔๔ จำแลง 
    .......................
    “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร และรัฐธรรมนูญไทยก็รับรองต่อเนื่องเรื่อยมา คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ 
    ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตยผ่านทางรัฐสภา, ครม. และศาล 
    พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำอะไรผิด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงต้องรับผิดชอบ 
    แต่รัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ 
    ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และไม่ใช่แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 
    แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๓/๒๕๖๒ ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื้อหาของคำวินิจฉัยของศาลยืนยันว่ามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ 
    พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ทรงเป็นกลางทางการเมือง และใช้คำว่าปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง 
    หนังสือตำราหลายเล่มของนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งก็อยู่ในรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย ก็เขียนเรื่องนี้เช่นกันว่า 
    ระบอบนี้คือพระมหากษัตริย์ทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ”
    ครับ...อาจไม่ผิด
    แต่วิญญูชนรับรู้ได้ในเจตนาผู้พูด ว่าที่พูด-ที่ทำเช่นนั้นประสงค์ใด?
    ถ้าใครไม่รู้ ให้ย้อนไปดูที่นายปิยบุตร เดี่ยวไมโครโฟนโต้พลเอกอภิรัชต์ เมื่อ ๑๒ ตุลา ในหัวข้อ "แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย"
    ฟังท่อนที่ปิยบุตร "เปลือยตัวตน" ละกัน
    ".....ยุคปัจจุบันนี้ เรากล่าวกันว่าเป็นโลกสมัยใหม่นะครับ ที่ในภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า secularization  of state 
    หมายความว่า 'การถอดรื้อความศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อ ออกจากองค์ประธานผู้ทรงอำนาจ'
    ในอดีต เราบอกว่าผู้ทรงอำนาจสูงสุดในรัฐรัฐหนึ่ง คือ 
    ก๊อด..พระเจ้า แล้วเราก็ไปผูกโยงกับเรื่องพระศาสนา
    ในยุคยุคหนึ่ง เราผ่านยุคพระมหากษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เราบอกว่า 'อำนาจสูงสุดอยู่ที่พระมหากษัตริย์' 
    ในยุคยุคหนึ่ง เราบอกว่า ไปอยู่กับกองทัพ ผู้นำเผด็จการ มันต่างยุค ต่างสมัย แต่ละประเทศ ผ่านขั้นตอนเหล่านี้มา จนเดินทางมาสู่ยุคปัจจุบัน เราเห็นตรงกันแล้วว่า 
    ความทันสมัยในเรื่องการเมือง การปกครอง จะเกิดขึ้นได้ ก็คือ 
    secularization of state 'ถอดรื้อเอาความศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากผู้ทรงอำนาจสูงสุด'
    แล้วสร้างหน่วยใหม่ สร้างองค์ภาวะขึ้นใหม่ ให้กลายเป็น 'ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในรัฐแต่ละรัฐ'
    นั่นก็คือประชาชน"
    วันนี้ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เป็นวันดี ก็ขอให้ "ความสุขสวัสดี" จงมีแก่ ๗๐ ส.ส.อนาคตใหม่ 
    กิโยตินจงอย่ามีกับ "แซ็งฌูจส์-ปิยบุตร-รอแบ็สปีแยร์-ธนาธร" เลย
    สา....ธุ! 

'บิ๊กแดง'เผยเข้าแลกเปลี่ยนความเห็นกมธ.ฯมั่นคงไม่ใช่ปรับความเข้าใจ

    

21 ต.ค.62-

ที่รัฐสภา พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงกมธ.มั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฏร ว่า ถือเป็นบรรยากาศและนิมิตหมายที่ดี ที่ประธานกมธ.ได้เชิญตนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องความมั่นคง เพราะมีหลายประเด็นที่ได้แลกเปลี่ยนกัน ไม่เรียกว่าปรับความเข้าใจ ความจริงเราเข้าใจบทบาทหน้าที่กันอยู่แล้ว ซึ่งมีข้อห่วงใยหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ 

ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่มีการหารือในที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องอะไร พล.อ.อภิรัชต์ บอกว่า มีการเสนอความเห็นเรื่องภาคใต้ เรื่องเทคโนโลยีที่จะนำเข้ามาใช้ เรื่องยาเสพติด ซึ่งกมธ.ทุกคนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีมุมมอง และประสบการณ์โดยเฉพาะประธานก็เคยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มีความรู้หลายอย่างที่สอดคล้องกันหลายประเด็น 

อย่างไรก็ตามตนคงไม่ต้องมาชี้แจงอีก แต่จะส่งที่ปรึกษามาร่วมประชุมครั้งต่อไปเนื่องจากประธานกรรมาธิการบอกว่าอยากให้กองทัพส่งที่ปรึกษามาอยู่กับกมธ.ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีจะได้เข้าใจว่ากมธ.คุยอะไรจะได้ส่งข่าวให้กองทัพ

เมื่อถามว่าการชี้แจงวันนี้ทำให้เข้าใจพรรคการเมืองมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า นักข่าวถามไม่ตรงเพราะตนไม่ได้พูดถึงพรรคการเมืองใดบนเวทีเลย  แต่พูดไปตามบทบาทหน้าที่ เช่นเดียวกันส.ส.และกมธ

“ทุกคนท่านมีบทบาทหน้าที่บางครั้งหน้าที่กำหนดอารมณ์ออกมาหลายอย่าง แต่ผมก็มีบทบาทหน้าที่จะรักษาความมั่นคงและเป็นเสียงให้กับประชาชน บางครั้งหลายท่านที่เห็นในทีวีท่านวิจารณ์ดุเดือด แต่ว่าวันนี้มาเจอก็คนละรูปแบบ ส.ส.ก็เช่นเดียวกันว่าผมดุแต่มาเจอตัวจริงไม่เป็นอย่างนั้นเลย  ผมว่าเป็นแนวทางที่ดีถ้าไม่ดีผมไม่มา”

ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู กล่าวเสริมว่า ต้องขอขอบคุณท่านผบ.ทบ.ที่ได้มาในวันนี้ สิ่งที่เราแลกเปลี่ยนกันก็เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และหลายเรื่องตั้งข้อสังเกตทั้งสองฝ่ายจะได้นำไปปฏิบัติ แต่หลายเรื่องก็เป็นความลับพูดไม่ได้ สิ่งที่พบกันในวันนี้คือการร่วมมือกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อไปในระยะยาวโดยเฉพาะด้านความมั่นคง.

“ซ้ายนายทุน” คือนิยามทางการเมืองของธนาธร

ธนาธรมีคดีความต่างๆ คือ คดีอาญาสามคดี คดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสองคดี (วี-ลัค มีเดีย, บลายด์ ทรัสต์) คดีที่เกี่ยวกับพรรคห้าเรื่องที่นำไปสู่การยุบพรรคและการดำเนินคดีอาญากับกรรมการบริหารพรรคด้วย โดยการโอนหุ้นสื่อนั้นคือเรื่องใหญ่ที่สุดของธนาธร เพราะรัฐธรรมนูญห้ามไว้ในคุณสมบัติการลงสมัครส.ส.


วันที่ 8 มกราคม คือวันที่ธนาธรอ้างว่าโอนหุ้นสื่อ และเดินทางกลับมา กทม.หลังจากไปหาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนที่จะไปสมัครส.ส.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ แต่หลักฐานที่กระทรวงพาณิชย์รับเรื่องการโอนหุ้นตัวนี้มาคือวันที่ 21 มีนาคม ปัญหาคือโอนหุ้นก่อนหรือหลังวันที่สมัครส.ส. คดีนี้มีความสำคัญต่อชีวิตของธนาธร จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ว่าธนาธรจะจำรายละเอียดไม่ได้

การไต่สวนครั้งนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสามารถซักถามพยานได้ และพยายามซักถามธนาธรในสิ่งที่อ้างว่าจำไม่ได้ กรณีนี้เชื่อว่าตุลาการจะมองว่าธนาธรเจตนาจำไม่ได้หรือไม่

          “วีระศักดิ์” ให้ความเห็นว่า ตารางงานของธนาธรนั้นเชื่อว่าทีมงานของธนาธรต้องมีบันทึกไว้

          “บากบั่น” กล่าวว่า การไต่สวนในคดีการโอนหุ้นสื่อดังกล่าวมีหลายคำถามในการไต่สวน แต่ธนาธรตอบหลักๆ ว่าจำไม่ได้ และอ้างว่าเหตุการณ์เกิดมาหลายเดือน การไต่สวนดังกล่าวนับว่าต้อนธนาธรเข้ามุมว่า วันที่โอนหุ้นกับวันหาเสียงนั้นมีการทำบันทึกตามตารางงานไว้หรือไม่ แม้ธนาธรจะอ้างว่าการหาเสียงสำคัญกว่าการโอนหุ้นก็ตาม

          ข้อสังเกตที่ธนาธรให้การคือการโอนหุ้นในวันดังกล่าวแม้จะอ้างว่าจำจำนวนหุ้นและราคาที่ซื้อมานั้นจำไม่ได้ แต่เช็คการโอนหุ้นลงวันที่ 8 มกราคมแต่เพิ่งนำเข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคม (6,750,000 บาท) โดยธนาธรอ้างว่าไม่เดือดร้อนเรื่องเงินจึงไม่รีบขึ้นเช็ค มันคือจุดสำคัญที่ชี้ว่าธนาธรถือครองหุ้นสื่อหรือไม่


          “สมชาย” ประเมินว่า สิ่งที่ธนาธรอ้างแบบนี้มันไม่ใช่สามัญสำนึกของคนทั่วไป และก่อนวันตัดสินคดีของธนาธร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดหารือภายในและให้ไปเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน ก่อนจะเขียนคำวินิจฉัยกลาง ก่อนที่จะอ่านตัดสินตามที่กำหนดไว้ และให้คู่ความส่งคำแถลงปิดคดีมาก่อนวันตัดสินสิบห้าวัน ตรงนี้คือสิ่งที่ธนาธรลุ้นกับกรรมที่กระทำไว้ในวันตัดสินคดีนี้ (20 พ.ย.)

“วีระศักดิ์” วิเคราะห์ว่าพยานคนสำคัญในคดีนี้อีกคนหนึ่งคือ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของธนาธรที่สังเกตได้ชัดคือมีความตื่นเต้นและมีความจำที่ดีในการดำรงชีวิตในช่วงเบิกความต่อตุลาการ แต่ธนาธรอ้างเป็นหลักว่าจำไม่ได้ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญของตัวเอง


          “สมชาย” กล่าวว่า อีกกรณีหนึ่งคือ เรื่องเงินกู้ที่ธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่กู้ไป 194 ล้านบาท จำนวนสองครั้ง อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง ธนาธรเรียนจบปริญญาโทใบหนึ่งเกี่ยวกับกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ ฉะนั้นจะอ้างไม่รู้กฎหมายไม่ได้

          “บากบั่น” ให้มุมมองว่าการปล่อยกู้เงินสองครั้งในช่วงสามเดือนในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งให้พรรคอนาคตใหม่ แม้จะอ้างว่ากฎหมายไม่ได้ระบุไว้ก็ตามแต่บัญชีทรัพย์สินที่ธนาธรยื่นต่อป.ป.ช.นั้น ไม่มีการระบุว่ารับเงินจากสมพร จำนวน 6,750,000 บาท แสดงว่าไม่ได้ลงรายการรายรับจากการขายหุ้นสื่อในการยื่นบัญชีต่อป.ป.ช.

          “สมชาย” กล่าวว่า กรณีนี้อาจมีความผิดที่ไม่แจ้งต่อป.ป.ช. และน่าตั้งคำถามว่าเช็คใบนี้ในการซื้อขายหุ้นสื่ออาจลงวันที่ย้อนหลัง

         
“วีระศักดิ์” 
ถามว่าธนาธรมีเส้นทางทางการเมืองแบบนี้อนาคตจะเป็นเช่นใด

          “สมชาย” ระบุว่า ที่ผ่านมาพบว่าธนาธรไปเกี่ยวข้องหลายเรื่องทางการเมือง เช่น พรรคอนาคตใหม่รณรงค์เรื่องแก้รัฐธรรมนูญหลังเลือกตั้งยี่สิบแปดครั้ง โดยเสนอตั้ง สสร.เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับ อย่าลืมว่ากรณีมาตราหนึ่งที่นักวิชาการเสนอแก้ไขจนมีการยื่นดำเนินคดีร่วมกับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมยูเอ็นก็พบว่าล็อบบี้ยิสต์ที่ธนาธรจ้างไว้ในช่วงเดินทางไปต่างประเทศนั้นมีการเคลื่อนไหวประท้วงนายกรัฐมนตรีโดยล็อบบี้ยิสต์ที่ธนาธรจ้างไว้ไปดำเนินการ และเรื่องนี้ธนาธรโดนวิจารณ์เยอะ การถ่ายภาพกับโจซัว หว่อง แกนนำชาวฮ่องกงที่ประท้วงรัฐบาลจีนจนโฆษกสถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทำให้ ผบ.ทบ. ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับท่าทีของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

“ไชยันต์ ไชยพร" นักวิชาการรัฐศาสตร์ให้ความเห็นว่า “หากตัดสิทธิทางการเมืองธนาธรคนเดียว (กรณีถือหุ้นสื่อ) พรรคอนาคตใหม่คงพยายามเดินหน้าได้และผู้สนับสนุนน่าจะเห็นใจเพิ่มขึ้น เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดสินเพราะดูจากผลกระทบทางการเมือง”


         

“บากบั่น” ตั้งคำถามว่าแรงเหวี่ยงในความเห็นใจธนาธรจากคดีหุ้นสื่อแม้จะเพิ่มขึ้นแต่กรรมที่พรรคอนาคตใหม่ต้องเจอนั้นมีอะไรอีก และการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคนี้นั้นตอบโจทย์หรือไม่

          “สมชาย” กล่าวว่า ไม่กี่วันก่อนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเสียงข้างมาก 366 ต่อ 70 คะแนน อนุมัติพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562

          แต่ส.ส.เจ็ดสิบคนของพรรคอนาคตใหม่ลงมติไม่เห็นด้วยนั้น เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ใช้คำพูดที่ฉวัดเฉวียนในการแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และพบว่าส.ส.บางส่วนของพรรคนี้ไม่มาร่วมประชุม บางคนงดออกเสียงและส.ส.บางส่วนลงมติเห็นด้วยในร่างกฎหมายฉบับนี้กับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน

          หลังเสร็จสิ้นการลงมติร่างกฎหมายฉบับนี้แกนนำพรรคบางคนแสดงความชื่นชมเจ็ดสิบส.ส.ที่แสดงจุดยืนชัดเจน มันสื่อความว่าพรรคอนาคตใหม่เดินในเส้นทางใด

          ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางคนที่ลงมติเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้เปิดเผยว่าหัวหน้าพรรคมีความขัดแย้งกับส.ส.และสมาชิกพรรคในเรื่องการส่งผู้สมัคร อบจ. และการแบ่งหน้าที่กมธ.ในสภาผู้แทนราษฎร

          “วีระศักดิ์” กล่าวสรุปว่า แบบนี้พรรคอนาคตใหม่ร้าวแล้ว เพราะส.ส.บางคนของพรรคที่โหวตสวนมติพรรค ตอบคำถามในโลกออนไลน์ว่า เหตุที่ลงมติร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะเทิดทูนสถาบัน

          ส.ส.บางคนที่งดออกเสียงเพราะทราบถึงโครงการในพระราชดำริที่สร้างประโยชน์ในพื้นที่ของส.ส.คนนั้น

          ทราบมาว่าก่อนหน้านี้มีส.ส.สิบคนจะลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ตามแนวคิดของแกนนำพรรค แต่แกนนำพรรคบางคนไปล็อบบี้ให้ส.ส.ที่เหลือต้องทำตามมติพรรค และความเห็นของธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการอิสระที่แสดงความเห็นล่าสุดเกี่ยวกับพรรคอนาคตใหม่รวมทั้งพรรคเพื่อไทยที่ยังใช้วิธีโหนกระแสสังคมไม่มีการสร้างหรือแสดงจุดยืนของตัวเองเพื่อตอบโจทย์สังคม

          “ไชยันต์ ไชยพร” นักวิชาการรัฐศาสตร์แสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของพรรคนี้ว่า "ก่อนเลือกตั้งเลขาธิการพรรคเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ และหัวหน้าพรรคสนับสนุนหนังสือฟ้าเดียวกัน และเมื่อสองคนนี้มาร่วมตั้งพรรคอนาคตใหม่เป็นสิ่งที่ดีที่เปิดตัวต่อสู้ทางความคิดในรัฐสภา และไปโดยใจผู้สนับสนุนพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่และคนรุ่นต่างๆ ในสังคมที่เบื่อพรรคอื่นๆ

          การปฏิเสธการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยพรรคนี้แสดงออกมานั้น หากว่าวันนั้นไม่มีพรรคพลังประชารัฐและพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบรับคำเชิญของพรรคพลังประชารัฐให้มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีในช่วงหาเสียง เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่อาจไม่เติบโตแบบนี้ แต่เมื่อการออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้คนบางส่วนที่หนุนพรรคนี้ต่อต้านระบบสืบทอดอำนาจ"

          พรรคอนาคตใหม่มีคนเดือนตุลาที่เคยร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทยมาช่วยงานเบื้องหลัง สังคมน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของพรรคนี้ชัดเจนขึ้นหลังการตัดสินคดีการถือหุ้นสื่อของธนาธร

ตีกำแพงเมือง-จับตัวประกัน โค่น "ประยุทธ์" สะเทือนถึงดวงดาว

    
 

    ทิ้งทายก่อนเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงปมถวายสัตย์ปฏิญาณตน ทิ่มกลับไปที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ถึงเป้าหมายให้ตัวเขาเองพูดถึงสิ่งใด

                "ผมบอกแล้วว่าชี้แจงเท่าที่ทำได้ ในขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนที่บอกว่าผมชี้แจงเองจะชัดเจนกว่าหรือไม่นั้น คุณก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร เขาต้องการให้ผมพูดอะไรสักอย่าง ก็ต้องระมัดระวังมากที่สุดในการที่จะถูกลากไปเชื่อมโยงอะไรก็แล้วแต่ ต้องระมัดระวัง เพราะคนทำต้องรับผิดชอบในการที่จะต้องไปเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับอะไรก็แล้วแต่" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

                ยากที่จะปฏิเสธว่า มีปมบางอย่างที่รัฐบาล แม้แต่ฝ่ายค้านไม่สามารถพูดได้ แม้แต่การชี้แจงในสภาฯ ของนายวิษณุ ก็อาจเรียกได้ว่า แตะได้ แต่ไปไม่ถึง เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหว และพร้อมจะนำไปขยายความ ตั้งคำถามต่อ จนกลายเป็นเรื่องที่อาจสะเทือนไปไกล ส่งผลให้องค์กรที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาสถาบันหลักของชาติยอมไม่ได้

                และยังปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกครั้งนั้น ไม่ใช่แค่มีประชาชนเลือกเข้ามา แต่ต้องมีกำลังภายในจากหลายส่วนออกแรงให้เกิดรัฐบาลชุดปัจจุบันขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมือง หรือลมใต้ปีก ที่ล้วนแล้วเป็นโครงสร้างอำนาจของชาติที่คงอยู่อย่างยาวนานที่สกัดกั้นไม่ให้ชาติไหลไปตามทฤษฎีการเมือง ที่ควบคุมความคิดและองค์ความรู้ของโลกตามแนวเสรีนิยมประชาธิปไตยตามตำรา

                พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้ชื่อว่ามีความจงรักภักดี มองความเป็นไปในประเทศด้วยแว่นของความมั่นคง ไม่ต่างจากทหารที่จบจากสถาบันการศึกษาด้านการทหาร ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเตรียมทหาร หรือโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่มองเรื่อง สถาบันหลักของชาติ ที่ต้องดำรงรักษาไว้ยิ่งชีวิต

                การก่อตัวของพรรคอนาคตใหม่ ที่คนรุ่นใหม่ ซื้อไอเดีย คนทั่วไปที่เบื่อของเก่า "อยากลองของใหม่" ทำให้พรรคอนาคตใหม่โตเร็วและได้รับความนิยมทางการเมือง นำเสนอนโยบายที่รื้อถอนแนวความคิดเดิมที่ฝังราก กล้าโจมตีรัฐบาลและกองทัพอย่างทิ่มตรง ส่งผลให้ปฏิกิริยาจากผู้นำกองทัพ หรือรัฐบาล ออกไปในทิศทางที่กังวลใจ

                จากซ้ายจัดดัดจริต เลยไปบทความเชิงวิทยานิพนธ์ที่พูดถึงพรรคการเมืองที่ใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างเฟกนิวส์ ที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์กระทบชิ่งไปถึงนักการเมืองบางพรรค เลยไปถึงเอกสารโครงข่ายขบวนการบ่อนทำลายประเทศ ที่ พล.อ.ประยุทธ์นำไปที่ประชุมรัฐสภา และช่างภาพไปส่องมาเปิดเผย แม้ภายหลังจะชี้แจงว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับใครบางคนในพรรคการเมือง

                การเปิดเกมจี้ปมถวายสัตย์ฯ จึงไม่ใช่แค่การตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น แต่เป็นปฏิบัติการที่นับได้ว่ามุ่งหวังให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมากกว่านั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ที่กระทำผิดพลาดบกพร่องจริง ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่เป็นเหตุเป็นผลในการเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ แต่ถ้าไม่ใช่ และเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเป็นตัวประกัน ที่ต้องถูกตั้งคำถามเรื่องความรับผิดชอบอยู่ดี

                ยังไม่นับการรุกด้วยการเปิดประเด็นพุ่งตรงไปที่ "กองทัพ" ทั้งเรื่องของการใช้งบกลางไปซื้อยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์เพื่อเข้าประจำการ ท่ามกลางสภาพปัญหาปากท้องของประชาชน และสถานการณ์น้ำท่วมที่ผู้คนกำลังลำบาก ลดความสำคัญของกำลังพลกองทัพในการออกไปช่วยเหลือประชาชน ใช้สื่อโซเชียลมีเดียตอกย้ำข้อมูลอาสาสมัครเอกชนในการทำงานอย่างหนัก ทั้งที่ทุกภาคส่วนต่างก็ช่วยประชาชนเหมือนกัน

                สงครามข้อมูลข่าวสารแสดงให้เห็นเค้าลางของการต่อสู้ของแนวคิดและอำนาจในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดกับประชาชน มุ่งหวังเชิดชูคุณค่าของอีกฝ่าย และลดทอนความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย

                เป้าหมายที่พุ่งตรงมายังกองทัพ นอกจากการตรวจสอบความไม่ถูกต้องแล้ว ยังเป็นการทำให้หลังพิงของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการยืนระยะบริหารราชการแผ่นดินสั่นคลอนไปด้วย กองทัพที่เปรียบเหมือนกำแพงในหลักการของกลไกรัฐ สนับสนุนรัฐบาล แต่ในความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกองทัพอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ และ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ได้ถูกผนึกหลอมรวมกันเพื่อสถาบันสูงสุดของประเทศไปแล้วในขณะนี้

                ยังไม่นับหมากต่อไปที่พรรคอนาคตใหม่เตรียมร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะกลายเป็นปมประเด็นใหม่ ที่จะมีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และขณะเดียวกันยังเป็นเครื่องมือให้คนรุ่นใหม่ออกมาแสดงพลังสนับสนุน      

                "ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหารใหม่ เราใช้รับสมัครตั้งแต่อายุ 18 ปีเหมือนสหรัฐ ทำงานได้จนถึงผู้บังคับกองพันอายุไม่เกิน 46 ปีบริบูรณ์ ยกเลิก รด. เพิ่มความเข้มข้นการฝึกให้เป็นมาตรฐานเดียว ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เรียนรู้ประชาธิปไตยและมีมาตรฐานการทำงานเหมือนประเทศที่ใช้แบบธรรมเนียมทหารแบบสากล เพิ่มสวัสดิการ เงินเดือน ทุนการศึกษาและทุนประกอบอาชีพเมื่อปลดให้อย่างพอเพียงที่จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันตกได้"

                พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์ผ่านเฟชบุ๊กถึงรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหารใหม่ พร้อมด้วยเนื้อหา และทิ้งท้ายว่า "เราไม่อาจเขียนสิ่งที่ปรารถนาลงไปได้หมด ต้องรอปรับอีกครั้งหากได้เป็นรัฐบาล"

                ยิ่งเป็นการทิ่มตรงเข้าใจกลางฐานเยาวชนที่กองทัพมุ่งหวัง ดึงกลับมาสู่กรอบแนวคิดเดิม ด้วยการปรับ ผ่อนคลาย การปฏิบัติที่เยาวชน ไม่เก็ท  ด้วยการให้นักศึกษาวิชาทหารสามารถตัดผมรองทรงได้ การลดการฝึกวิชาทหารภาคสนามน้อยลง แต่ไปปรับแนวทางการเรียนการสอนให้ทันสมัย ปลูกฝังแนวคิดประชาธิปไตยในเชิงประวัติศาสตร์ที่สถาบันพระมหากษัตริย์มีบทบาทในการปกป้องรักษาชาติมาโดยตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นภาพคนละด้านกับแนวทางของพรรคอนาคตใหม่

                การรุกไล่ทุบกำแพงจับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวประกัน จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ฝ่ายอนุรักษนิยมมองอย่างตั้งคำถาม พร้อมเสียงที่เล็ดลอดออกมาว่าควรจะปล่อยต่อไปหรือ?

                การทิ้งประโยคของนายปิยบุตรว่า "ไม่แยแสรัฐธรรมนูญ" ถือเป็นครั้งแรกที่แตะไปถึงหัวใจแห่งอำนาจ ด้วยการอภิปรายกลางสภาฯ และนั่นก็น่าสนใจว่า  อภินิหารแห่งกฎหมาย หรือแม้กระทั่งศาลเตี้ย จะรุกไล่ รุนแรงเอาคืนแค่ไหน!!

      ทีมข่าวการเมือง 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

 

 Matichon Weekly
บทวิเคราะห์

เชิงบันไดทำเนียบ : ถอดรหัส ‘บิ๊กแดง’ ต่อคิวนั่ง นายกฯ ‘บิ๊กป้อม’ เชียร์ชัด ‘บิ๊กตู่’ เก้าอี้ร้อน ?

Facebook
Twitter
Google+
LINE
ผู้เขียน ปรัชญา นงนุช
เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2562

‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ยังแรงไม่หยุด จากปรากฏการณ์ ‘บิ๊กแดงเอฟเฟกต์’ หลังจัดบรรยายพิเศษ ล่าสุดที่ประชุมสภาได้มีการพูดชื่อพาดพิง โดยมาจาก ‘วิสาร เตชะธีราวัฒน์’ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่คาดว่า ผบ.ทบ. จะเป็น นายกฯ ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่มีการจับตาบทบาท ‘บิ๊กแดง’ หลังเกษียณฯ ก.ย.63 จะไปดำรงตำแหน่งสำคัญใดต่อ แต่การกล่าวในสภาเช่นนี้ก็ทำให้การจับตามองครั้งนี้ถูกประกาศในพื้นที่สำคัญทางการเมือง อีกทั้งถูกตอกย้ำจาก ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ไม่ได้ปฏิเสธ แถมเชียร์ ‘บิ๊กแดง’ ด้วย
.
“ก็ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นได้ก็ดี” พล.อ.ประวิตร กล่าว

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ‘บิ๊กแดง’ จะมาเป็น นายกฯ ได้อย่างไร ? จะซ้ำรอย ‘บิ๊กตู่’ ในรูปแบบไหน ? และจะมาเป็น นายกฯ หรือไม่ ? เป็นคำถามที่ต้องไปดูตาม รธน.60 ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ เป็น ส.ว. โดยตำแหน่งกับ ผบ.เหล่าทัพและปลัดกลาโหม รวม 6 คน
.
ซึ่งตาม ม.98 นั้น ได้ระบุว่าผู้ที่เป็น ส.ว. หรือเคยเป็น ส.ว. หากพ้นตำแหน่ง ส.ว. ไม่เกิน 2 ปี ถือว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามในการมาเป็น นายกฯ โดย พล.อ.อภิรัชต์ เกษียณฯก.ย.63 ดังนั้นหากจะมาเป็น นายกฯ ก็ต้องรอไป 2 ปี นั่นคือ ต.ค.65 ซึ่งก็สามารถต่อคิว พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทันที เพราะในขณะนั้น รบ.ประยุทธ์ จะมีอายุราว 3 ปี แต่สถานการณ์ทางการเมืองย่อมอะไรเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
.
ดังนั้นหาก พล.อ.อภิรัชต์ จะมาตามกลไกของ รธน. ก็ต้องรอถึง ต.ค.65 ทั้งการลงในนามพรรคการเมืองเป็น ‘แคนดิเดตนายกฯ’ หรือการเป็น ‘นายกฯคนนอก’ แต่ก็มีทางลัดอื่นๆ เช่น มีการแก้ไข รธน.60 เป็นต้น เพื่อเป็นทาง แต่ถ้าไม่อาศัยกลไกตาม รธน. ก็ต้องใช้ ‘แผนเผชิญเหตุสุดท้าย’ นั่นคือ ‘รัฐประหาร’ นั่นเอง
.
คำถามที่ว่า พล.อ.อภิรัชต์ จะทำรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่นั้น ถือเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ในเวลานี้ ด้วยสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่แนบแน่น เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คืออีกผู้ผลักดันให้ พล.อ.อภิรัชต์ ได้เป็น แม่ทัพภาคที่1 จนได้เป็น ผบ.ทบ. ด้วย อีกทั้งแอคชั่นของ พล.อ.อภิรัชต์ ตั้งแต่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ก็มีท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจน โดยเฉพาะการกรำศึกกับฝ่ายค้านที่นิยามว่า ‘ซ้ายจัด ดัดจริต’ ถือเป็น ‘ผลบวก’ ที่ส่งมายังรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น เรียกได้ว่า พล.อ.อภิรัชต์ เป็นกองหนุนสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ อีกคนในเวลานี้


ทั้งนี้การทำรัฐประหารในปัจจุบันมี ‘ปัจจัย’ ที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะ ‘ปัจจัยภายใน’ หลัง ทบ. มีการปรับโครงสร้างหน่วยกำลังรบ หรือ ขุมกำลังปฏิวัติในอดีตใหม่ทั้งหมด รวมทั้ง ‘ปัจจัยภายนอก’ ที่ยังไม่มีสิ่งเร้าให้เกิดขึ้น เช่น การชุมนุมใหญ่ทางการเมือง เป็นต้น ที่ในอดีตเคยเป็นสิ่ง ‘ปูทาง’ ไปสู่การรัฐประหารมาแล้ว รวมทั้งท่าทีของ ‘แกนนำม็อบ’ ในอดีต ที่เปลี่ยนไปจากเดิม เห็นพ้อง ‘หมดยุคนำม็อบลงถนน’ ซึ่งหลายคนยังต้องสู้คดีอยู่ หลายคนขอกลับมาใช้ชีวิตเงียบๆแทน
.
ทว่าการออกมาจัดบรรยายพิเศษของ พล.อ.อภิรัชต์ ในทางการเมืองก็เท่ากับเป็น ‘การตบเท้า’ อย่างหนึ่ง ที่สะท้อนถึงจุดยืนทางการเมือง โดยเฉพาะการโจมตีพรรคอนาคตใหม่ ที่เพ่งเป้าไปที่ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’หน.พรรคฯ ก่อนหน้านี้ช่วงปลายเดือน มี.ค.62 ‘บิ๊กกบ’พล.อ.พรพิพัฒน์ คงสมพงษ์ ผบ.ทหารสูงสุด ก็เคยนำ ปลัดกลาโหม – ผบ.เหล่าทัพ ยืนเรียงแถวแถลงแถลงข่าวร่วมกัน ถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่า ร.ร.เตรียมทหาร มีมติถอดชื่อ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ตท.10 ออกจากการเป็นศิษย์เก่าเตรียมทหารดีเด่นและเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว ที่ได้รับเมื่อปี2534 ด้วยเหตุผลสืบเนื่องจากที่ ‘ทักษิณ’ เคยถูกถอดยศทางตำรวจ โดยคำสั่ง ‘หัวหน้า คสช.’ ผ่านอำนาจ ม.44 เมื่อปี58
.
โยเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ ‘บิ๊กเซอร์ไพรส์’ 8ก.พ.62 และ ‘ฮ่องกงเอฟเฟกต์’ ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งในขณะนั้น ผบ.สูงสุด ก็ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยย้ำว่าดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเรื่องการ ‘ถอดยศ’ มีมาตั้งแต่ปี58 เมื่อมีข้อมูลมาถึงจุดๆหนึ่ง ที่ต้องดำเนินการอย่างไร ก็เลือกระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะไม่อยากให้ส่งผลกระทบไปเรื่องในการเมือง
.
ย้อนกลับไปอีกคือปรากฏการณ์กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หน.พรรคเสรีรวมไทย อดีตผบ.ตร. (ตท.8) ได้ต่อว่านายทหารที่ไปติดตามขณะลงพื้นที่หาเสียง จ.ปราจีนบุรี เพราะในเวลานั้นยังมีการทำหน้าที่ของ กกล.รส. ทำให้ ‘บิ๊กแดง’ ได้นำ ผบ.หน่วยคุมกำลัง กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตน เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรง ทบ. วาระพิเศษ เมื่อ 7มี.ค.ที่ผ่านมา มาพร้อมปรากฏการณ์ ‘เพลงหนักแผ่นดิน’ ที่ พล.อ.อภิรัชต์ สื่อสารไปยังพรรคฝ่ายค้าน ที่หาเสียงกับการโจมตีกองทัพ และเป็นที่มาของการเปิด ‘เพลงปลุกใจทหาร’ ในรั้ว บก.ทบ. เพื่อปลุกศักดิ์ศรีทหารและให้ทหารสำนึกรู้หน้าที่ตัวเอง

จากไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น จึงเกิดการตีความว่าเป็น ‘รัฐประหารเงียบ’ ที่ไม่ต้องขนกำลังและยุทโธปกรณ์มายึดอำนาจเช่นในอดีต และไม่ใช่การ ‘รัฐประหารตัวเอง’ ด้วย เพราะไม่ได้มีการล้มกระดานหรือเซตซีโร่ใดๆ ดังนั้นภาพการทำรัฐประหารในยุคนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ที่มีความแยบยลมากกว่าเดิม รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้ ‘ยาแรง’ เช่นในอดีต

.
ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองในยุคที่สังคมแบ่งขั้วอุดมการณ์ชัดเจนขึ้น ถูกนิยามเป็น ‘พวกซ้าย’ และ ‘พวกขวา’ ทำให้ต่อสู้จึงต้องมีชั้นเชิงมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือผ่าน ‘ตัวแทนทางการเมือง’ ต่างๆ ซึ่งแต่ละฝ่ายนำ ‘บทเรียนในอดีต’ มาถอดและปรับการต่อสู้ทางการเมือง โดยเฉพาะกองทัพที่มีบทเรียนมาตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 และ รัฐประหาร 19ก.ย.2549 ที่จะไม่ให้ ‘เสียของ’ เช่นในอดีตอีก

 

“ทักษิณ” ยังชี้ขาด “เพื่อไทย” พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์ ซุ่มสู้ศึกผู้ว่า กทม.

วันที่ 20 October 2019 - 16:25 น.
Facebook
Twitter
Google+
LINE

แม้ไม่มีกำหนดวัน ว. เวลา น.การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทว่าความเคลื่อนไหวศึกชิง”พ่อเมืองเสาชิงช้า” กลับร้อนระอุทั้งในพรรค-นอกพรรคและนอกประเทศ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย (พท.) ภายหลัง

“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตแกนนำเพื่อไทย ประกาศลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนาม “ผู้สมัครอิสระ” โดยมี “คีย์แมน” เพื่อไทยคนสำคัญหลายคนประกาศ “สนับสนุน” ทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการบริหารพรรค ท่ามกลางความงุนงงของกลุ่ม ส.ส.กทม.เพื่อไทยที่ต้องการให้ส่ง “มวยแทน” คนใหม่ของพรรคลง “ชิงดำ” เก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.

สอดคล้องกับความเห็นของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ประธานยุทธศาสตร์พรรค-หัวหน้ากลุ่ม กทม.เพื่อไทย ที่ระบุว่า “พรรคต้องประชุม และมีมติเป็นที่สิ้นสุด ว่าจะเอาอย่างไร และอาจจะต้องหารือกับ 7 พรรคฝ่ายค้านด้วยว่าจะเอาอย่างไร” สวนทางกับแถลงการณ์ “หักอก” กลุ่ม กทม.ของพรรค-คุณหญิงสุดารัตน์ ของ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคที่ระบุว่า “พรรคยังไม่เคยมีมติในเรื่องการจะส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.” ทำให้การประชุมสัมมนาของพรรคเมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต้องมี “วงลับ” เพื่อ “เคลียร์ใจ” ปมผู้ว่าฯ กทม. ระหว่างนายสมพงษ์กับทีม ส.ส.กทม. สายคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มี “มติของ ส.ส.กทม.” ที่จะส่งชื่อผู้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ให้กรรมการพรรค

 

เมื่อนายชัชชาติ “ตกที่นั่งลำบาก” ประกอบกับอยู่ “กึ่งกลาง” ระหว่างกลุ่มของนายสมพงษ์-หัวหน้าพรรคกับกลุ่ม กทม.เพื่อไทยสายคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งเคยเป็น “แบ็กอัพ” ให้กับนายชัชชาติไปถึงการเสนอชื่อเป็น “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” แต่ต้องมาระหองระแหงกับคุณหญิงสุดารัตน์เมื่อกระแสของนายชัชชาติ
พุ่งแรง-แซงหน้าคุณหญิงสุดารัตน์

จนสุดท้ายนายชัชชาติต้องพึ่งอำนาจนอกพรรค-คนแดนไกล เดินทางไปพบกับนายทักษิณ และแจ้งขออนุญาตเพื่อขอลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ เพราะในพรรคขณะนี้มี 2 ทีมที่เป็นฝ่ายบริหาร ทั้งทีมหัวหน้าพรรค และทีมของคุณหญิงสุดารัตน์ “ตนไม่แน่ใจว่าต้องขึ้นตรงกับฝ่ายใดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในพรรค และต้องวางแผนในการทำแคมเปญเลือกตั้งล่วงหน้า จึงต้องขอลงในนามอิสระ ซึ่งนายทักษิณก็รับทราบแล้ว” แหล่งข่าวใกล้ชิดนายทักษิณระบุ

เมื่อเรื่อเข้าหูทำให้คุณหญิงสุดารัตน์บินไปหาคนแดนไกลเล่นบทปาดน้ำตาต่อหน้าทักษิณเพื่อขอความเห็นใจแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดนายทักษิณและครอบครัวชินวัตรเปิดเผยว่า “เขาไม่ได้อยู่ ๆ มาลง เขาปรึกษาผู้ใหญ่หมดแล้ว และส่วนตัวเห็นว่า ถ้านายชัชชาติลงรับสมัครแล้ว พรรคไม่ควรส่งสู้ เพราะจะตัดคะแนนกันเอง และอาจแพ้การเลือกตั้งซ้ำรอย ที่มีความนิยมอย่างเดียวไม่พอต้องมีผู้สนับสนุนทางการเงินด้วย”

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่-พรรคพันธมิตรเพื่อไทย แม้ถูกมองว่ามีฐานเสียงเดียวกับเพื่อไทย แต่ปัจจัยชี้ขาดของอนาคตใหม่ในการสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรกของพรรคเที่ยวนี้ คือ “กระแสคนรุ่นใหม่”
ความเคลื่อนไหวล่าสุด ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคกำลังฟอร์มทีม เน้นทั้งทีมงานและ “ตัวผู้ว่าฯ กทม.” ส่วนเมื่อเปิดตัวผู้ว่าฯ กทม.-ทีมงานออกมาแล้ว ชื่อ-ชั้นจะเรียกกระแสคนรุ่นใหม่-สร้างปรากฏการณ์สึนามิสนามเล็กได้หรือไม่ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่า สนามเลือกตั้งท้องถิ่น-เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อนาคตใหม่กับเพื่อไทยจะ “สับหลีก” ไม่ให้ “ทับเส้น-ตัดแต้ม” กันเอง ทว่าการลงสมัครอิสระของนายชัชชาติ และการแบ่งขบเหลี่ยมกันระหว่างกลุ่มนายสมพงษ์กับกลุ่ม กทม.สายคุณหญิงสุดารัตน์ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อนาคตใหม่จะชนะ โดยใช้ฐานเสียงของเพื่อไทยเหมือนเมื่อครั้งเลือกตั้งสนามใหญ่

ฟากพรรคประชาธิปัตย์-คู่ปรับตลอดกาลเพื่อไทย แม้ว่าจะมีข่าวลือ-ข่าวปล่อยมาตลอดว่า จะไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันกับพรรคพลังประชารัฐ แต่แกนนำประชาธิปัตย์เสียงหนักแน่นว่า สนามเลือกตั้งใหญ่กับสนามเลือกตั้ง กทม. ไม่มีอะไรสัมพันธ์กับการเมืองภาพใหญ่ และไม่มีความจำเป็นต้องรีบเปิดตัว ทั้งในเงื่อนไขของเวลาและกระแสทางการเมืองที่มีข่าวใหญ่คอยกลบรายวันทำให้ “แป้ก” และ “เสียของ”

ส่วนชื่อที่โยนหินถามทาง-เรียกเสียงเชียร์เป็นระยะ เช่น “กรณ์ จาติกวณิช” อดีตรองหัวหน้าพรรค-อดีตประธานนโยบาย แต่เส้นทางของ “กรณ์” กับ กก.บห.ชุดใหม่ ดูเหมือนว่าจะไป “คนละทาง” และการถูก “ลดบทบาท”

ส่วนชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค-กาทิ้งไปได้เลย เพราะเป็นไปได้น้อยที่สุด หลังจากออกมายืนยันว่า ยังไม่ถึงเวลากลับมามีบทบาทนำทางการเมือง รวมถึงลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และ “อภิสิทธิ์” ยังอยู่ในบัญชี “แคนดิเดตนายกฯ”

ส่วนพรรคพลังประชารัฐแม้ไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ แต่มีการทาบทามทั้งคนในพรรค-นอกพรรค ส่วนแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่มีชื่อก่อนหน้านี้ ทั้ง “ผู้ว่าฯหมูป่า” นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง หรือ “สกลธี ภัททิยกุล” รองผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน แกนนำ กปปส. ล้วนเป็นชื่อ “ผู้ว่าฯในข่าว” ไม่ใช่ “ผู้ว่าฯในพรรค” เพราะวันเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน และพลังประชารัฐเป็นพรรคใหญ่ เปิดชื่อแล้ว “หวังชนะ” ไม่เป็นไม้ประดับคน กทม.ไว้วางใจได้ ไม่สนใจว่าคู่แข่งขันจะเป็นใคร เป็นสถานการณ์ชุลมุนศึกชิงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ล่าสุด แต่ไม่ท้ายสุด จนกว่าระฆังเลือกตั้งผู้ว่าฯเสาชิงช้าจะดังขึ้น

 

 

หน้าแรก / การเมือง
จันทร์ 21 ตุลาคม 2562

กรรมเก่าไล่ล่า 'ธนาธร-อนาคตใหม่' ทางวิบากกระทบ 'แม่-เมีย' ?

กรรมเก่าไล่ล่า 'ธนาธร-อนาคตใหม่' ทางวิบากกระทบ 'แม่-เมีย' ?
21 ตุลาคม 2562
 2,812

จับประเด็นร้อน! กรรมเก่าไล่ล่า "ธนาธร-อนาคตใหม่" ทางวิบากกระทบ "แม่-เมีย"

“วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนนูญในกรณีการถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม และวันที่ 20 พฤศจิกายน ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีนี้นั้นจะส่งผลทางการเมืองกับตัวเอง พรรคและสมาชิกพรรคเช่นใด

 “สมชาย” กล่าวว่า วิบากกรรม คือ กรรมเก่า กรรมไล่ล่าคือผลของการกระทำที่กำลังไล่ล่า วันที่ 6 ตุลาคม ธนาธร พูดว่า “เพิ่งรู้ตัวเองว่าเลวในตอนทำงานการเมือง เพราะพวกเขาต้องจัดการตนและพรรค” หากมองเส้นทางการเมืองของธนาธรนั้น ธนาธรเรียนจบปริญญาตรีและโท และทำธุรกิจในเครือไทยซัมมิท ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก รวมทั้งยังเคยชุมนุมทางการเมืองกับเอ็นจีโอและนปช.ก่อนมาตั้งพรรคอนาคตใหม่

 .......................................................

21 ตุลาคม 2562

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน