*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3889
  • จำนวนผู้ชม : 2464034
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 363 , 17:34:49 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         มีรายงานข่าวการประชุมอาเซียน 2 เรื่องด้วยกันครับ ข่าวแรก(25 ต.ค.) คือ

 - เข้มประชุม'สุดยอดอาเซียน' ขึงแก๊งเขย่า'รัฐบาลบิ๊กตู่'

         และอีกข่าวเมื่อวันก่อน(23 ต.ค.)

31ต.ค.แกนนำแดง ลุ้นระทึก พิพากษา ล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

         เหมือนจะย้อนอดีตเมื่อ 10 ปีมาแล้ว โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10-11 เม.ย.2552 โดยมีจำเลยเป็นแกนนำนปข. คือ

                นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายวรชัย เหมะ, นายวันชนะ เกิดดี, นายพิเชฐ สุขจินดาทอง, นายศักดา นพสิทธิ์, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายนพพร นามเชียงใต้, นายสำเริง ประจำเรือ, นายสมยศ พรหมมา, นพ.วัลลภ ยังตรง และนายสิงทอง บัวชุม

 

ถึงยุค "เลิกอิจฉาคนรวย"

 
 
  

 ปี พ.ศ.๒๕๖๒ ปีกุน....

                ปีสุดท้ายของรอบ "ปีนักษัตร"

                นับจากวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ นี้ไปอีก ๕ ปี จนถึงปีมะโรง พ.ศ.๒๕๖๖

                ผมจะบอกว่า ถึงวันนั้น "ประเทศไทย" ของเราทุกคน ขอยืมสำนวน "โหรฟองสนาน" พูดว่า

                ดุจ "เงาะถอดรูป"

                มองย้อนกลับเข้าไปในบ้านเมืองของเรา แล้วเพ่งพิศ อาจต้องร้องกันว่า....โอ พวกเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรกัน?!

                ย้ำตรงนี้อีกครั้ง..........

                ประเทศไทย โดยรัฐบาลประยุทธ์ โดยการเมืองรัฐสภา ประกอบด้วยฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล โดยภาครัฐ-ภาคเอกชน และโดยประชาชนคนไทยทุกคน

                นับจากสิ้นตุลา.นี้ไป ทุกคน-ทุกฝ่าย จะเริ่มมีสติ รักชาติ รักบ้านเมือง มีชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ในการพูด-คิด-ทำ

                หัวเรือประเทศไทย "ตั้งตรง" มุ่งไปสู่ความรุ่งเรืองไพศาลที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว ชนิดใครก็ยั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

                ในภาวะมหาอำนาจโลก "เขย่าโลก"....

                คนไพ่ใหม่ทั้งสำรับ เพื่อการ "จัดระเบียบโลกใหม่" สู่ศตวรรษที่ ๒๑

                ฉะนั้น อยากให้ตระหนักไว้อย่าง เราทุกคนที่ร่วมลำเรือไทย โต้คลื่นกลางมรสุมมหาอำนาจจัดระเบียบโลกขณะนี้

                มือไม่ช่วยจ้ำ-ช่วยพาย ไม่เป็นไร

                แต่อย่าเอาตีนราน้ำ!

                ใครยังขืนเอาตีนราน้ำกลางคลื่น-กลางมรสุม ทั้งตีน-ทั้งตัว จะถูกเกลียวคลื่นกลืนหาย

                ซึ่งนั่น จะโทษใครไม่ได้เลย........

                เพราะตีน "ทำตัวเอง"!

                เมื่อวาน (๒๔ ต.ค.) ก็ต้องบอกว่า นับจาก "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าหัวอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕

                มีพระบรมราชโองการ ประกาศให้สร้างทางรถไฟสยามตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงเมืองนครราชสีมา

                เมื่อ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๓๓

                จนมาถึงรัชสมัยที่ ๑๐ "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว"

                ๑๒๙ ปี ผ่าน......

                ก็ถึงกาลที่บ้านเมืองไทย ต่อยอดจาก "รถไฟสยาม" สู่ศตวรรษ "รถไฟความเร็วสูง"

                เชื่อม ๓ สนามบิน "ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา"

                สร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าให้การคมนาคมประเทศ และนั่น.............

                จะกระตุกเร้าคนไทยให้ตื่นตัวรับการปริวรรตสู่สังคมศตวรรษใหม่ ในรากไทยมั่นคง

                รัฐบาลพลเอกประยุทธ์เปิดทำเนียบรัฐบาล "ลงนามสัญญาร่วมทุนรัฐ-ราษฎร์มูลค่าสูงสุดเท่าที่มีการลงทุนมาคือ "๒๒๔,๕๔๔ ล้านบาท"

                "นับหนึ่ง" ประเทศไทย "เดินหน้า" แล้ว บ่ายวาน

                "การรถไฟแห่งประเทศไทย" ในนามรัฐ โดย นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟฯ

                ลงนามในสัญญากับ

                "บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด"

                โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกลุ่มพันธมิตร

                พันธมิตรประกอบด้วย..........

                -China Railway Construction Corporation Limited จากสาธารณรัฐประชาชนจีน

                -บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)

                -บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)

                -บมจ. ช.การช่าง

                ดังนั้น เราจึงเห็นตัวแทน ๓ ประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน

                -นายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

                -นายชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ

                -นายโลเรนโซ กาลันตี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย

                ช.การช่าง นั้น เป็นบริษัทของไทย มีกลุ่มทุนญี่ปุ่นร่วมทราบกันอยู่แล้ว

                บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ที่ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ นี่ก็ "ช.การช่าง" ถือหุ้นรายใหญ่

                ส่วนอิตาเลียนไทย หรือ ITD ของนายเปรมชัย กรรณสูต ซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน ร่วมทุนกับชาวอิตาเลียนแต่ดั้งเดิม

                เมื่อรู้ที่มา-ที่ไปแต่ละบริษัทที่จะร่วมสร้างศตวรรษใหม่ให้กับกิจการรถไฟในรูปไฮสปีดเทรนแล้ว ก็คงสบายใจไปขั้น

                เพราะทั้ง ช.การช่าง อิตาเลียนไทย ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ

                เรียกว่าสร้างทั้งทาง ทั้งรถไฟฟ้า ทั้งใต้ดิน-บนดิน เชี่ยวชำนาญ ชนิดหลับตาเห็นกันแล้วทั้งนั้น

                ส่วน China Railway เห็นชื่อ ก็ไม่ต้องอธิบายสรรพคุณ

                ก็ต้องเชื่อมือด้านบริหาร มี JBIC ของญี่ปุ่น และ CDB ของจีน เป็นแหล่งเงินกู้พร้อม

                ที่สำคัญ วิสัยทัศน์ มองผ่านกรวดเห็นทะลุถึงก้อนเพชรของเสี่ยธนินท์ ที่ใครบอกว่า ทำรถไฟมีแต่ขาดทุน ด้วยการนำของเครือเจริญโภคภัณฑ์นี่แหละ

                ๒๒๐ กิโลเมตร รายทาง ๓ สนามบิน ไม่เกิน ๑๕ ปี กรวดทรายในมือคุณธนินท์ จะเห็นประกายเพชร

                ความเร็วสูง ๓ สนามบิน ๒๕๐ กม./ชม.นี้ จากไหน-ถึงไหนกันบ้าง ก็มาดูกันหน่อย

                เริ่มต้นที่สนามบินดอนเมือง

                วิ่งตรงเข้าสถานีกลางบางซื่อ

                ผ่านสถานีมักกะสัน

                เลี้ยวเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ

                มุ่งหน้าไปต่อตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง

                เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา

                สถานีชลบุรี

                สถานีศรีราชา

                สถานีพัทยา และ

                เข้าสู่สถานีสุดท้ายที่ "สนามบินอู่ตะเภา"

                เนี่ย...

                ตามจุดเหล่านี้ เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงไปถึง ก็เหมือนมีคน ๒ คน คนหนึ่งขุดหลุมปลูกต้นไม้ อีกคน ถือฝักบัวรดน้ำ

                เมื่อ ๕ ปีผ่านไป ต้นไม้ที่มีน้ำรด จะเปลี่ยนพื้นที่โล่ง ผืนดินแห้ง ไปเป็นแบบไหนนั้น

                ก็ไม่ต่างกับพื้นที่รกร้างเมื่อเส้นทางคมนาคมไปถึง สิ่งที่เรียกหยาบๆ ว่า "ความเจริญ" ทุกรูปแบบ ย่อมงอกเงย

                จะงอกเงยแบบไหน........

                ก็อยู่ที่จะวางรูปแบบ "บริหาร-จัดการ" ควบคู่ไปแต่แรกเริ่มอย่างไรเท่านั้น!

                หลายเสียง ใช้ความเหลวแหลกร้อยละ ๙๙ โครงการไทย เป็นฐานมอง แล้วติงล่วงหน้าว่า

                ๕ ปี จะไม่เสร็จตามสัญญาบ้าง กลัวว่าจะทิ้งร้างค้างคาเหมือนโฮปเวลล์บ้าง กลัวจะเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิ ร่วม ๕๐ ปี กว่าจะเสร็จบ้าง

                ผมไม่เถียง เพราะคนไทยชอบ "กลัวผี"!

                แต่ถึงวันนี้ ผีไปผุด-ไปเกิดหมดแล้ว โครงการก่อนๆ ทำกันแบบ "ผีไม่มีญาติ" จึงเป็นแบบนั้น

                แต่วันนี้ มีญาติ ทั้งนั้น.........

                ญาติ คือ เครดิต-ชื่อเสียง เกียรติภูมิ เกียรติยศ ทั้งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ของอิตาเลียนไทย ของ ช.การช่าง

                และที่สำคัญสูงสุด

                "เกียรติยศ-เกียรติภูมิประเทศไทย"!

                อย่านึกแคบๆ ว่า นี่คือผลงานรัฐบาลประยุทธ์ ต้องแช่งมัน ต้องขัดขาทุกทาง อย่าปล่อยให้มันดีเกินหน้า เจ๊งแล้วจะได้สะใจ

                อย่าคิดกันอย่างนั้นเลย พี่น้องเอ๋ย

                ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลประยุทธ์คนเดียวหรอก มันเป็นผลงาน เป็นหน้า-เป็นตา และเงินของพวกเราคนไทยทุกคน ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทั้งคนรักชาติ ชังชาติ

                เป็นเจ้าภาพและเจ้าของร่วมรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินด้วยกันทุกคน

                เพียงแต่งานในหน้าที่นี้ ตกมาเป็นภาระในคิวรัฐบาลนี้เท่านั้น

                สมมุติ ๗ พรรคฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล ก็ต้องทำ ต้องผลักดันให้เกิด อย่างที่รัฐบาลประยุทธ์ผลักดันนี่แหละ

                "ทิ้งงาน" น่ะ.......

                เท่ากับ ซีพี ช.การช่าง อิตาเลียนไทย "ฆ่าทิ้งประเทศไทย" และฆ่ายกโคตรตัวเอง

                ถึงยุคนี้ วันนี้ ด้วยจิตสำนึก บวกวิสัยทัศน์คนรุ่นนี้ ผมเชื่อด้วยเกียรติ มันเลยจุดคำว่า "ทิ้งงาน" ไปแล้ว!

                แต่จะล่าช้าบ้าง "ตามเหตุ-ตามผล" มันเป็นไปได้ และก็เป็นที่เข้าใจได้

                เพราะพื้นที่เส้นทางตามโครงการ ด่านวิบากที่ต้องเผชิญก็คือความ "เห็นแก่ตัว" ของมนุษย์นั่นแหละ

                สังคมไทยนั้น ไม่รู้ติดโรค "ริษยาคนรวย" มาจากไหน เอะอะก็เอาเปรียบสังคม เอะอะก็รัฐบาลประเคนนายทุน

                ก็ว่ากันไป........

                แต่เฉพาะตัวผม ใครที่รวยแล้วเอาเงินมาลงทุน ผมสนับสนุนและยกย่องเขา

                ลงทุนแล้วจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา แต่การลงทุนนั้น ผลประโยชน์ส่วนหนึ่งมันก็เกิดกับสังคมบ้านเมือง และประชาชนด้วย

                จะว่าคนรวยผูกขาด ไม่มีใครผูกขาด ทุกคนมีสิทธิ์รับโครงการ หรือเข้าประมูลได้ทั้งนั้น

                แต่มีเงินทุน มีคุณสมบัติ มีความสามารถ มีเครดิต มั้ยล่ะ ถ้ามี ก็เอาเลย

                เหมือนป่านั่นแหละครับ มีทั้งไม้ใหญ่ ไม้เล็ก ไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก และพืชคลุมดิน

                แล้วมีไม้ต้นไหนสำคัญกว่ากันมั้ย?

                ไม่มี........

                ล้วนพึ่งพาอาศัย กอบเกื้อ แล้วอยู่ด้วยกัน ต้นสักร้อยปีต้นเดียว ก็ไม่เป็นป่า หญ้าล้านกอ ก็ไม่เป็นป่า

                ถ้าไม่มีไม้ใหญ่ ไม้เลื้อยจะอยู่กับอะไร ถ้าไม่มีหญ้า แล้วไม้ใหญ่จะมีอะไรคลุมดิน รินน้ำเลี้ยงราก?

                คำว่า "ฐานานุรูป" นี้สำคัญนัก ถ้าเข้าใจ จะมองเขา-มองเรา ด้วยความสบายใจ

                เมื่อใจสบาย บ่วงริษยาก็หลุด สิ่งที่ผุดมาแทนคือสุข

                สุขจาก "มี-ไม่มี" อยู่ร่วม รวมเป็นสังคมเกื้อ

                ฉะนั้น จะเสี่ยเจริญ เสี่ยซีพี เสี่ยเซ็นทรัล เสี่ยคิงเพาเวอร์ หรือเสี่ยไหนๆ ก็ตาม รวยแล้วก็ขอให้รวยยิ่งๆ ขึ้นไป

                ขออย่างเดียว..........

                เอาที่รวย "มาลงทุน" ในบ้าน-ในเมืองกันมากๆ ก็แล้วกัน.

 

'บิ๊กตู่' ถกความพร้อมจัดประชุมสุดยอดอาเซียน กำชับจัดขบวนผู้นำแบบญี่ปุ่น

    
 

25 ต.ค.62 - ที่ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 2562 โดยกล่าวในตอนต้นของการประชุมว่า เป็นการประชุมครั้งที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการขั้นสุดท้ายก่อนที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในวันที่ 2-4 พ.ย.นี้

โดยไทยต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อม ในการเตรียมการจัดการประชุมและแผนงานต่างๆ รวมถึงเรื่องสารัตถะของการประชุม ซึ่งต่างประเทศให้ความสนใจ โดยเฉพาะล่าสุดที่เดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่น มีผู้นำหลายคนสอบถามและให้ความสนใจเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ และ ต้องสวมบทบาททั้งในฐานะไทยและอาเซียน ในเวทีระหว่างประเทศให้เกิดชัดเจนที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการที่โอกาสเข้าร่วมประชุม G20 ก็จะได้รวบรวมรายละเอียดสำคัญ บรรจุไว้ในสารัตถะของการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากมีการประชุมทั้งภายในประเทศอาเซียนด้วยกัน และประเทศคู่เจรจา รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศด้วย แม้บางประเทศจะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของการเมืองภายในและอาจจะมีปัญหากับการประชุมครั้งนี้

จากนั้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีการสรุปเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยกำหนดการในการประชุม จะเริ่มตั้งแต่ 2 พ.ย. เป็นการเปิดการประชุม ASEAN Business and Investment Summit 2019 (ABIS2019) นอกจากนั้นยังมีการแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ของไทยเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้นำประเทศต่างๆ

นางนฤมล กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้รายงานการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจรต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยนายกฯ ได้กำชับการจัดขบวนรถผู้นำให้มีความกระชับ ไม่ต้องรอนาน ดูตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นที่สามารถจัดขบวนผู้นำกว่า 200 ประเทศได้ตามกำหนดเวลา

 

 
 

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

.......................................................

 

 

 

 

..........................................................

 

 

 

 

....................................................

 

'ช่อ'เจ็บหนัก!ย้อนวาทะเลือกซ่อมสส.นครปฐม เสมือนประชามติปชช.เอา-ไม่เอา'บิ๊กตู่'

    

24 ต.ค 62 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pat Hemasuk ระบุว่าไม่เป็นอย่างที่คิดสร้างวาทกรรมล่วงหน้าเอาไว้ตามข่าว ผลออกมาแล้วว่า มติคนนครปฐมเอาลุงตู่ 

สิ่งที่อนาคตใหม่คิดเอาไว้คือ 34,000 คะแนน เมื่อครั้งก่อนอย่างไรก็ไม่พลิก และ ชาติไทยพัฒนา กับ ประชาธิปัตย์ จะตัดคะแนนกันเอง ทำให้อนาคตใหม่คิดว่าอย่างไรก็ไม่พลาด ทำให้สร้างวาทกรรมได้ว่าการชนะเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้คือมติของประชาชนที่ไม่เอาลุงตู่

แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย ปชป.ยังได้คะแนนจากแฟนพรรคเท่าเดิมซึ่งไม่น่าแปลกใจ ส่วนชาติไทยพัฒนานั้นครั้งก่อนได้เพียงหนึ่งในสามของอนาคตใหม่ แต่ด้วยความที่เป็นเจ้าของพื้นที่แต่เดิมและไม่มีพรรคใหญ่พรรคอื่นมาตัดคะแนนเหมือนครั้งก่อน ทำให้เกมพลิกอย่างที่เห็น
**************************************
เกมพลิกครั้งนี้บอกอะไรบ้าง

*** อย่างแรกความอ่อนต่อโลกของพรรคอนาคตใหม่ที่คิดว่าคนที่ลงคะแนนครั้งก่อนยังคงให้คะแนนเหมือนเดิม ซึ่งเกมการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่เลย คนที่เห็นการเมืองมานานจะไม่มีใครกล้าแม้แต่ที่จะคิดมั่นใจแบบนั้น แม้แต่คืนวันหมาหอนก็ยังไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองจะชนะในวันพรุ่งนี้

*** วาทะกรรมที่เอามาโยงก่อนเลือกตั้งว่าชัยชนะครั้งนี้คือมติของประชาชนที่ไม่เอารัฐบาลอย่างมั่นใจ ทำให้คนที่เคยให้คะแนนเริ่มเอียนวาทกรรมหลายเรื่องที่พรรคนี้สร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นเพียงคำพูดสวยหรูที่ไม่เคยเป็นจริง และที่สำคัญคือการโกหกหน้าตายของอีลิตพรรคในหลายเรื่อง เลยทำให้คนเบื่อวาทะกรรมแล้วโยนคะแนนให้พรรคอื่น

*** มนต์ขลังของการชูว่าพรรคนี้คือพรรคของคนรุ่นใหม่นั้นไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เพราะสิ่งที่ผู้บริหารพรรคแสดงออกมานั้น ปาหี่ พอสมควร คนที่ให้คะแนนครั้งก่อนมองว่าพรรคนี้ก็เป็นเพียงนักการเมืองแบบเดิมๆ อีกกลุ่มหนึ่ง นายทุนอีกกลุ่มหนึ่ง และอำมาตย์ใหม่อีกกลุ่มหนึ่งที่พอใส่เครื่องแบบข้าราชการชุดขาวมีเหรียญตราติดหน้าอกแล้วก็กลายร่างเป็นสิ่งที่พวกเขาเคยบอกคนอื่นว่าต่อต้านเมื่อปีที่ผ่านมานั่นเอง

*** พรรคแตก เอกภาพของคนในพรรคเริ่มสั่นคลอน เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นแสดงให้เห็นว่าพรรคเป็นของคนไม่กี่คน ไม่ใช่พรรคของมวลชนอย่างที่พูดเอาไว้ และจากที่มีกรณีการพิจารณาลงโทษ สส. ที่โหวตสวน หรือ สส.ที่ทำตัวมีปัญหาต่อกลุ่มอีลิตของพรรคนั้น รวมถึงเรื่องภายในพรรคที่เริ่มไหลออกมาเรื่อยๆ ว่ากลุ่มที่สอบตกนั้นกลายเป็นขยะของพรรคที่ไม่ได้รับการเหลียวแลในการทำกิจกรรมในพื้นที่ กลุ่ม สส.ที่ไม่ใช่คนในหรือเพื่อนสนิทของผู้บริหารระดับสูงของพรรค ก็เหมือนประชากรชั้นสองที่มีหน้าที่เพียงยกมือตามมติพรรคเท่านั้น

*** พรรคมีแนวโน้มอาจจะโดนยุบ เพราะมีแนวโน้มทางกฎหมายหลายเรื่องที่เข้าคิวรอขั้นตอนทางกฎหมาย ทำให้คนลงคะแนนคิดว่าจะลงคะแนนให้พรรคที่มีปัญหาไปทำไม โยนคะแนนให้พรรคอื่นที่ไม่มีปัญหาดีกว่านั่นคือแฟกเตอร์ทั้งหมดที่ทำให้เกมพลิกวันปิยะนั้นเกิดขึ้นมาให้เห็น

 

 

 

 

 

...................................................................

15 รายการอาหารในชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การรับประทานอาหารขยะเป็นปัจจัยเสี่ยงแรกๆของการเกิดโรคมะเร็ง ถึงแม้ว่ามันจะมีรสชาติที่ยอดเยี่ยมในขณะที่รับประทานก็ตาม แต่ในระยะยาวแล้วมันสามารถทำลายสุขภาพในหลายๆส่วนได้อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามมีอาหารอีกบางรายการที่เลวร้ายสำหรับคุณเช่นเดียวกันกับอาหารขยะและสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน จะร้ายแรงมากแค่ไหนนั้น คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ในที่นี้เราจะขอยกเอา15 รายการอาหารทั่วไปที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งและเรารับประทานกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน คู่ขนานไปกับการแนะนำอาหารสุขภาพเพื่อเป็นตัวเลือกทดแทน

1. โซดา

Source: thebreastcancercharities.org/

โซดาประกอบไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก โดยน้ำตาลทำหน้าที่เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงสำหรับมะเร็ง แต่ถึงแม้หากปราศจากน้ำตาลโซดาก็ยังคงเป็นสิ่งเลวร้ายสำหรับคุณอยู่ดี เพราะมันประกอบไปด้วยสารสังเคราะห์ในการในการให้สีและกลิ่นรส ซึ่งสีสังเคราะห์นี้คือ Caramel IV อันมีสารเคมี 4-MI อันเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็ง ซึ่งเป็นสารที่ได้มาจากกระบวนการทำปฏิกริยาของแอมโมเนีย

ทางเลือกเพื่อสุขภาพ – น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ แต่หากคุณอยากได้ความหวานของโซดาให้เลือกผู้ผลิตที่ไม่ใช้ Caramel IV

 
บทความก่อนหน้า1 of 15
 

..........................................................

25 ตุลาคม 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน