*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 4083
  • จำนวนผู้ชม : 2654187
  • จำนวนผู้โหวต : 531
  • ส่ง msg :
  • โหวต 531 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 453 , 18:22:41 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         อันที่จริงตำรวจก็ง่วงนอนได้เหมือนกนนะครับ กลางดึกต่อนแจ้ง ตี 3 ดันมีกลุ่มชาวบ้านจะไปแจ้งความที่โรงพัก ก็เลยไม่เจอ

ตำรวจซีนะครับ จึงเกิดเป็นรายงานข่าวดังนี้ ;

เด้งด่วน ผกก.คลองหลวง เซ่นโรงพักร้าง!

28 ต.ค 62 - จากกรณีมีประชาชนได้เข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวงช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้แต่นายเดียวภายในห้องประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่มารอแจ้งความถึงกับนอนหลับที่เก้าอี้รอแจ้งความกันจำนวนหลายคน

         โธ่ ! ชาวบ้านก็ชางกระไร จะไปโรงพักทั้งที ก็น่าจะรอให้ตะวันขึ้น ตำรวจเขาล้างหน้าล้างตากันเสียก่อน ... ผ่าเถอะ เอ้า ...

 

ตัดจีเอสพี:ไทยมีวันนี้เพราะพี่ให้

 
 
 ต้องขอบคุณสหรัฐฯ เขานะ

    ที่ตัด GSP ไทย
    GSP ย่อจาก "Generalized System of Preference"
    การตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือที่ยกเว้นหรือลดหย่อนอัตราภาษีขาเข้าสินค้าที่ผลิตและส่งออก    
    อีก ๖ เดือนข้างหน้า ประมาณเมษา ๖๓
     สินค้าไทยจำนวนรวม ๑,๔๘๕ รายการ ที่จะถูกตัด GSP มี ๕๗๓ รายการ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ ๔๐% มูลค่าเสียหายร่วมๆ ๔ หมื่นล้าน
    เหตุผลที่ตัด สหรัฐฯ อ้าง ไทยไม่สามารถยกระดับสิทธิแรงงานให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล 
    แล้วเราสะเทือนมากมั้ย?
    นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ บอกว่า
    ต้นทุนส่งออกจะเพิ่มประมาณ ๕๐.๓๓ ล้านดอลลาร์ จากถูกเก็บภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย ๔.๕% 
    แล้วกระทบมากมั้ย?
    คำตอบคือ กระทบบ้าง แต่ในวงจำกัด สินค้ากลุ่มที่โดนตัดสิทธิ์ในปี ๖๓ มูลค่าจะลดลง ๒๘.๘-๓๒.๘ ล้านดอลลาร์ 
    คิดเป็นสัดส่วน ๐.๐๑% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย
    เรื่องนี้.......
    ข่าวโซเชียลกระจายคืนวันศุกร์ (๒๕ ต.ค.) ปุ๊บ ระบาดปั๊บ ไวปานเชื้อไวรัส!
    เท่าที่สดับ หลายเกจิบอก "งง"
    จู่ๆ สหรัฐฯ ก็ตัดจีเอสพีไทย อ้างประเด็นสิทธิแรงงาน นั่น...มันไม่เก็ตเลย
    เก็ตหรือไม่เก็ตก็ไม่รู้แหละ........
    รู้แต่ว่า เกจิทุกสำนัก กูรูทางโซเชียล ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงสาเหตุกันหลากหลายเวอร์ชัน
    บางราย เลือดรักชาติพล่านพลุ่ง ระดม "ด่าเพื่อชาติ" รัวจิ้มโพสต์เอามัน ปานเหนี่ยวไกปืน
    ต้องบอกว่าดี....... 
    ก็ไม่รู้จะขอบคุณใคร ก็ต้องขอบคุณสหรัฐฯ "มหามิตร" หนึ่งเดียวของไทยนี้
    เพราะมีสิ่งนี้ คือสหรัฐฯ 
    จึงทำให้มี-ให้เห็นสิ่งนี้ คือ "ธาตุแท้" คนไทย!
    ผมถือว่า ท่าทีสหรัฐฯ เท่ากับช่วย "วัดปรอท" สังคมไทย ว่าพวกเราคนไทย ยังเป็นแบบนี้กันอยู่หรือไม่?
    "ยามไม่มีใครมาตี ก็ตีกันเอง" 
    แต่พอมีใครมาตี.......
    ก็อยากรู้ ไทยคิดอย่างไรกับไทย สะใจ...คั่งแค้นใจ...ไทยรวมไทย แล้วยกไปตีกับมัน
    เป็นแบบนี้ หรือเป็นแบบไหน?
    แล้วผมก็ได้เห็นสิ่งนี้ ตลอดทั้งเสาร์-อาทิตย์ คือ เห็นทั้งคนสะใจ กับการที่บ้านตัวเองถูกสหรัฐฯ รื้อหลังคาแหว่ง
    เห็นทั้งคนคลั่งใจ ที่สหรัฐฯ ทำตามอำเภอใจกับไทย
    เห็นทั้ง ร้อยละ ๙๐ จาก ๖๗ ล้านไทย ที่ "เซฟไทย" ไม่อินังกับเศษเนื้อข้างเขียงของสหรัฐฯ ที่เรียกจีเอสพี
    เห็นทั้งปุ่มปัญญาเพื่อชาติบ้านเมืองแตกแขนงเป็นการค้นหาข้อมูล วิเคราะห์-วิจารณ์ บนฐานเหตุผล ไม่ใช่คิดเอา-นึกเอา แล้วใช้แค่สัญชาตญาณตอบสนอง
    และเห็น "กึ๋น" ฝ่ายบริหารตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีลงมา ว่ามีแค่ไหน ผ่านท่าทีและคำพูดสัมภาษณ์
    เหล่านี้แหละ........
    ผลปรอทสังคมชาติที่เราได้วันนี้ ก็เพราะพี่ทรัมป์เขาจัดให้ ไม่ขอบคุณวันนี้ แล้วจะไปขอบคุณพี่เขาวันไหน หือ?
    เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่ง คำว่า "น้ำใจ" ฝรั่งเขาไม่มี มีแต่คำว่า "ผลประโยชน์ต่างตอบแทน"
    ไม่มีกระทั่งคำว่า บุญคุณ-ความแค้น ไม่มีคำว่า เพื่อนช่วยเพื่อน     
    วัฒนธรรมการกินสะท้อนได้ดี ฝรั่งกินอาหารทีละจาน "ใครกิน-ใครจ่าย" ส่วนวัฒนธรรมไทย กินเป็นสำรับ "กินร้อย-หนึ่งเดียวจ่าย"
    คนไทยถึงได้บัญญัติศัพท์ American Share ไว้หยอกเย้า เข้าใจความหมายกันเองถึงทุกวันนี้
    ฉะนั้น เรื่องนี้ เราต้องเอาทางพระเข้าขย่มไว้ก่อน คือใจเย็นๆ อย่าตอบสนองแบบวู่วาม อย่าพูดเอามัน-ตอบเอามัน 
    โดยเฉพาะคนในวงจรรัฐบาล อย่าปากเก่ง-ปากไว สะสมยอดไลก์ ยอดแชร์ เป็นอันขาด
    เห็นเงาตะคุ่มๆ ในพุ่มไม้ อย่าผลีผลามนึกว่าเหี้ย แล้วเขวี้ยงอีโต้ใส่เป็นอันขาด
    มันอาจเป็น "กวางทอง" ก็ได้!
    ฉะนั้น ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน ไปศึกษา-หาข้อมูลให้รู้แน่ชัดก่อนว่า ที่สหรัฐฯ มาไม้นี้ เพราะเขาหวังอะไร?
    ไอ้เรื่องสาเหตุ ที่นึกเอา-เดาเอา-เข้าใจเอา ว่าเพราะเราไปยกเลิก ๓ สารอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส บ้าง
    เพราะเราไปสนิทชิดเชื้อ แลกจูบ-แลกกอด กับจีนบ้าง รัสเซียบ้าง มันเป็นภาพ "วัวเคยขา-ม้าเคยขี่" ที่แสนจะบาดตา-บาดใจสหรัฐฯ บ้าง
    หรือเป็นการส่งสัญญาณถึงปฏิบัติการ "จัดระเบียบโลกใหม่" ที่ขบวนการ CFR ใช้สหรัฐฯ เป็นร่างทรงเขย่าโลก มาถึงอาเซียนแล้ว
    หรือเพราะหมูเขากำลังจะหามกันที่ฮ่องกง แต่ไทยสอดคานน้ำใจ "มิตรในยามยาก" ไปยืนเคียงข้างเจ๊แล่มเป็นที่ขวางหู-ขวางตาจักรวรรดิอำนาจเขา
    ยิ่งไทยจับมือหัวเว่ย (ของแสลงพี่ทรัมป์) ตั้ง Huawei Academy ในไทย 
    เทคโนโลยี 5G หัวเว่ย ยึดหัวหาดไทย พี่ทรัมป์จึงหัวเสีย
    ต่างๆ เหล่านี้ มีน้ำหนักให้คิดลากจูงมาเป็นเหตุ-เป็นผลนำสู่การตัดจีเอสพีของสหรัฐฯ ต่อไทยได้ทั้งนั้น
    แม้กระทั่งเรื่องแรงงานที่สหรัฐฯ ยกอ้าง แต่คนไทยปักใจว่าเป็นสาเหตุเฉไฉคลุมสาเหตุจริงไว้ ซึ่งอาจใช่สาเหตุจริงก็ได้ 
    เพียงแต่ตอนสหรัฐฯ ประกาศตัดจีเอสพี มันมีเรื่องชวนให้คิดทางนั้น ประจวบเข้ามาพอดี
    ที่ไม่สมเหตุ-สมผล สะเหล่อ แสนทราม ใส่ครกตำสักพันปี ก็บ่มียางอาย 
    ก็พวกเอารูปเก่าๆ สมัยทรัมป์ยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ยืนจับมือกับทักษิณมาโพสต์ 
    แล้วแคปชันอวยในสิ่งที่เรียกว่าขยะแขยงแบบลิงโลด ประมาณว่า..นี่แหละ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานนี้
    ยังดีนะ ที่ไม่โม้ ว่าเป็นผลงานของหนึ่งหญิงสองชายที่เดินสายไปขายชาติ ๒-๓ เดือนก่อน และเซ็นสัญญาว่าจ้างพวกล็อบบี้ยิสต์ไว้!?
    มีประเด็นหนึ่ง เป็นเหตุผลน่ารับฟัง สรุปข้อความที่เขาโพสต์ ว่า.....
    ไทยนำเข้าสินค้าจากอเมริกา เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพด มาตลอด พอไทยเราแบนไกลโฟเซต
    ตามกฎ "องค์การการค้าโลก (WTO)" ทำให้อเมริกาไม่สามารถขายสินค้าเกษตรที่ใช้ไกลโฟเซตมาไทยได้ 
    (อเมริกาพ่นไกลโฟเซตลงพืชโดยตรง เพราะเขาปลูกพืช GMOs ทำให้พืชทนสารตัวนี้ และสารตัวนี้ ก็ไม่พบการตกค้างที่เกินมาตรฐานในผลผลิตด้วย)
    อเมริกาจึงตอบโต้ เบื้องต้น เริ่มด้วยการตัดจีเอสพี มูลค่า ๔ หมื่นล้าน
    นี่ก็น่าเป็นสาเหตุร่วม.....
    แต่มาเฟียโลกอย่างสหรัฐฯ เขาไม่มีความจำเป็นต้องแคร์ไทย ขนาดต้องเลี่ยงพูดความจริงหรอก
    ที่รัฐบาลประยุทธ์พูดถึงเรื่องนี้ ผมว่าใช้เป็น "ต้นทาง" ในการประเมินได้อยู่
    โฆษก "นฤมล ภิญโญสินวัฒน์" บอกเมื่อวาน (๒๖ ต.ค.) เรื่องสหรัฐฯ ตัดจีเอสพีไทย นายกฯ ประยุทธ์ได้รับทราบข้อมูลตั้งแต่เดือนกันยาแล้ว 
    เมื่อครั้ง รมว.พาณิชย์ สหรัฐฯ มาร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทย  
    อืมมมม......ตอนนั้น เจ้า ๓ สาร ยังไม่เซ็งแซ่ 
    ถ้าอย่างนั้น เบื้องหลัง-เบื้องลึกมันคืออะไร?
    ในทัศนะผม การสงครามนั้น "รบอันดับสอง ต่อรองอันดับเลิศ"
    จู่ๆ สหรัฐฯ ตัดจีเอสพี ทั้งที่เพิ่งขยับไทยขึ้นไปอยู่เทียร์ ๒ แสดงว่า สหรัฐฯ มีบางเรื่องต้องการให้ไทยตอบสนอง
    อยู่เฉยๆ จะมาขอนั่น-ขอนี่ คงไม่ง่าย สำหรับรัฐบาลประยุทธ์
    สหรัฐฯ ไม่มีอะไรที่เป็นเจ้าบุญเจ้าคุณที่ไทยต้องเกรงใจ ในมือ ก็มีแต่จีเอสพี 
    ตัดซะ....
    ยึดเป็น "พื้นที่เงื่อนไข" เพื่อใช้สำหรับต่อรองแลกเปลี่ยน!
    เพราะอย่างนี้กระมัง รัฐบาลจึงดูอิกคิวซัง กำลังใช้สมอง จึงไม่มีปฏิกิริยาโฉ่งฉ่างกระถางแตกเอาใจแฟนคอซาดิสม์
    อะไรคือสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการจากไทย ในภาวะขบวนการจัดระเบียบโลกใหม่ และประทับทรงสหรัฐฯ ชี้นิ้วมาถึงไทย?
    ผมก็ไม่อยากเดา จะเป็นเรื่องสิทธิแรงงาน เรื่องถมทะเลให้บริษัทเครือข่ายพลังงานของเขาสร้างอาณาจักร เรื่องบาดตา-บาดใจ ไทยคบซ้อน มันเป็นได้ทั้งนั้น
    ที่สำคัญ ไทยอมฮอลล์ ดีที่สุด 
    เขาใส่กองกลางแค่หยั่งเชิง เคาะเอาเชิงไปรอบหนึ่งก็ยังไหว อย่างเก่งแค่ตามไพ่ ยังไม่จำเป็นต้องเกกลับ หรือใส่แบบไล่กุ๊ย
    มีเวลาตั้ง ๖ เดือน
    เป็น ๖ เดือนไพ่แบ แบบว่า เดี๋ยวเรามาคุยกันนะ!
    ฉะนั้น อย่าไปตกอก-ตกใจจนเกินเหตุ แฟนๆ รอบอัฒจันทร์จะโพสต์-จะแชร์ถึงพี่ทรัมป์ 
    บันยะ-บันยัง ยั้งสำนวนกระดวนถึงไส้ไว้บ้างเน้อ!
    การกิน-การอยู่ ไม่มีใครสู้พ่อ, การตื๊อ-การต่อ ร้อยพ่อ ก็ไม่สู้หนึ่งไทย 
    เชื่อหัวไอ้เรืองเฮอะ!
    ไทยน่ะ เสียวสวาทพอที่จะรู้ ไม่ว่าชาตินี้-ชาติหน้า เราเป็นฝา สหรัฐฯ ต้องเป็นเบ้า เราเป็นเบ้า  สหรัฐฯ ก็ต้องเป็นฝา ไม่งั้นโลกนี้ ไม่มี "ขนมครก" เกิด
    แต่ทางตรงกันข้าม สหรัฐฯ ขาดไทย เท่ากับขาดใจไปจากภูมิภาคอุษาคเนย์
    สรุป เรื่องนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า.......
    "เอากะละมังมาแลกไข่"!

'เสรีพิศุทธ์' ต้องอ่าน

    
 


    เคยเห็นมั้ย...
    เล่นการเมืองแบบจองเวร สุดท้ายย่ำอยู่กับที่ และมีแต่จะถอยหลัง
    "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" คือนักการเมืองแบบที่ว่า
    หลายเดือนมาแล้ว เจ้าของฉายา "วีรบุรุษนาแก" ย่ำอยู่กับเรื่อง นายกฯ ประยุทธ์ ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ 
    หยุดอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน 
    ฉะนั้นทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนายกฯ ประยุทธ์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็จะดึงกลับมาที่ การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ตามรัฐธรรมนูญ
    ประเด็นครบไม่ครบ น่าจะจบตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และผูกพันทุกองค์กรไปแล้ว 
    แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ขอผูกพันกับใคร นอกจากตัวเอง 
    ล่าสุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แสดงบทบาทของตัวเองผ่านตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร  
    ประเด็นที่จะตรวจสอบคือร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ 
    อ้างว่าเป็นร่าง พ.ร.บ.ผิดกฎหมาย และการลงมติก็ถือว่าผิดรัฐธรรมนูญ อันเนื่องมาจากปมการถวายสัตย์ปฏิญาณ
    เมื่อเห็นว่ารัฐบาลประยุทธ์มาโดยไม่ชอบธรรม ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงไม่ร่วมโหวต
    เพราะการโหวตเท่ากับการรับรองว่า รัฐบาลมีความชอบธรรม 
    และถูกต้องตามกฎหมาย 
    ถ้ายึดตามความคิดของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์.....นายพลสีกากีเฒ่าผู้นี้คงจะหลงลืมอะไรบางอย่างไป 
    ลองไล่ย้อนไปดีๆ ว่า ก่อนที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะบอกว่าตัวเองไม่ร่วมโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณนั้น ได้โหวตร่างกฎหมายอะไรมาก่อนหรือไม่ 
    และเป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยใคร
    ร่าง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่สภาโหวตก่อนที่จะเริ่มต้นพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โหวตเห็นชอบด้วยไม่ใช่หรือ
    แม้เจ้าตัวจะบอกว่า
    “พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม  ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ที่เข้าสภาเมื่อเช้านี้ แม้จะเสนอโดยรัฐมนตรี แต่ถือว่าเป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งพรรคเรารวมเสียงและเสนอให้ผ่าน แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น พวกเราไม่ยอมแน่"
    ในทางนิติบัญญัติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เห็นชอบร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล ก็เท่ากับการยอมรับไปแล้วว่ารัฐบาลมีตัวตน และถูกต้องตามกฎหมาย 
    ถ้ารัฐบาลผิดกฎหมายมันก็ผิดหมด ร่าง พ.ร.ก.ฉบับนี้ก็เป็นโมฆะ 
    แม้จะอ้างว่า เป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่รู้ไปคุยกับ ๗๐ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ให้เข้าใจบ้างหรือยัง แต่อย่าลืมว่า คำร้องปมถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า 
    "เป็นการกระทำทางการเมือง (Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหาร ในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์ อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (Act of Government)"
    นี่ก็เป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่หรือ
    แล้วมีเหตุผลอะไรที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต้องดันทุรังไม่หยุดหย่อน.

'บิ๊กตู่'ขอคนไทยอย่าตระหนกโดนระงับจีเอสพี มีเวลา6เดือนหาวิธีพูดคุย

    
 


พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวอีกว่า กติกาของเรา เราก็ทราบอยู่แล้วในหลายเรื่องด้วยกัน วันนี้อยากจะบอกว่าคงไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องตื่นตระหนก หรือว่ากล่าวให้ร้ายกันไปมา มันไม่เกิดประโยชน์ และเท่าที่กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงมา ตนคิดว่าครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะเห็นว่ารัฐบาลก็ได้ทำมาโดยตลอด เพียงแต่ระยะเวลาที่ดำเนินการมา ได้ทำหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะกฎหมายแรงงานคือปัญหาหลักของเรา และเป็นกฎหมายของเรา ในประเทศของเรา ถ้าเราทำตามเขามากๆ เราจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่ากับเราเอง เพราะฉะนั้นเราต้องลดทั้งปัญหาภายใน และภายนอกไปด้วยกัน

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เท่าที่ได้ฟังตัวเลขต่างๆก็เป็นจำนวนไม่มากนัก ทั้งหมด 500 กว่ารายการ เราใช้ไปประมาณ​ 300 กว่ารายการ อีก 100 กว่ารายการเราก็ไม่ได้ใช้ของเขา สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ เราต้องตื่นตัว แต่รัฐบาลตื่นอยู่แล้ว ภาคเอกชนก็ต้องตื่นตัวไปด้วยในการพัฒนาเรื่องเหล่านี้ รวมถึงการดูแลแรงงานในประเทศไทยด้วย เพราะถือเป็นสถานประกอบการ รัฐบาลไม่ได้ลงไปข้างล่าง แต่ก็จะใช้กฎหมายในการตรวจตรา บังคับจับกุม ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ก็เดินหน้าปรึกษากันในเรื่องนี้ ทุกคนต้องมาแก้ปัญหาร่วมกัน ถ้าเราไปว่าคนโน้น เดี๋ยวคนโน้นก็ว่ากลับมา ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เราต้องแก้สิ และมีการส่งผู้แทนไปเจรจามาโดยตลอดในทุกเรื่อง

"ช่วงที่ผ่านมาเราเจรจามากในหลายเรื่องที่เป็นปัญหาในอดีต เขาคุยกันหมดแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ประเทศเขาจะยินยอมแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้มีเวลาอีก 6 เดือน เราก็ต้องหาวิธีการพูดคุยกันต่อไป ถ้าไม่ได้ก็คือไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมายของเขา กฎหมายใครก็ต้องกฎหมายใคร แล้วก็อย่าไปคาดเดาว่าเกี่ยวกับเรื่องนั้น เรื่องนี้ มันคนละเรื่อง เข้าใจไหม อย่าให้เป็นปัญหาทางการเมืองอีกแล้วกัน และอย่าพูดให้ทุกอย่างมันเลวร้ายไปกว่าเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ต้องมีอยู่ คู่ค้าสำคัญของเราเหมือนกัน จะบอกว่าอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายของเขา นโยบายของเราก็คนละอันกัน แต่จะทำอย่างไรให้ร่วมมือกันได้ หยุดเถอะเรื่องพวกนี้ ไม่เกิดประโยชน์หรอก มันจะเสียหายมากกว่าเดิม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีเวลาอีก 6 เดือนที่จะมีผลบังคับใช้ เรื่องการเจรจาจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเราทำได้มากน้อยแค่ไหน บางอย่างเราทำได้หรือไม่ได้ ก็ต้องศึกษาดู มีหลายเรื่องก็ต้องไปดูว่าทำไมเราถึงทำตรงนี้ไม่ได้ ก็ไปว่ากันต่อไป

เมื่อถามอีกว่าถึงอย่างไรเราก็จะยึดกฎหมายเรา ไม่โอนอ่อนผ่อนตามใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “กฎหมายเราโอนอ่อนผ่อนตามใคร ตรงนั้นเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ หรือกฎหมายกับประเทศมหาอำนาจ เราก็ต้องดีลกันว่าจะทำอย่างไร เรื่องนั้นเรื่องนี้ บางอันเป็นกฎหมายพหุภาคีเกี่ยวข้องกับหลายประเทศด้วยกัน บางอันเป็นกฎหมายทวิภาคี กฎหมายเขา กฎหมายเรา จะเชื่อมโยงกันได้อย่างไร แต่ถ้าเขาตั้งกฎเกณฑ์ไว้สูง เราก็ลำบากหน่อย เพราะเรากำลังพัฒนาเรื่องต่างๆเหล่านี้ ซึ่งเรื่องนี้โดนกันหลายประเทศ อย่างอินโดนีเซีย ก็ต้องดูว่าเราเสียประโยชน์เท่าไหร่ เราเสียภาษีเพิ่มขึ้นมาประมาณ 50 ล้านเหรียญ”

เมื่อถามว่าในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หากพบกับผู้นำสหรัฐฯ หรือผู้แทน จะหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนต้องคุยกันอยู่แล้ว อาจจะในเวที เมื่อถามว่ารัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าทางสหรัฐฯ จะมีท่าทีเช่นนี้ออกมา ได้มีการเตรียมมาตรการไว้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มัน 9 ปีมาแล้ว ซึ่งสิทธิประโยชน์ทุกอย่างเราก็ต้องมาดู เอามาทบทวนหมด เพราะทุกอย่างเรากำลังโตขึ้น เมื่อโตขึ้นก็มีตัดสิทธิพิเศษเหล่านี้ เช่นประเทศกำลังพัฒนา ประเทศที่ยังไม่ได้พัฒนา เขาให้สิทธิตรงนั้นมา 9 ปีแล้ว ถ้าเขาตัดสิทธิอย่างนี้ เราโตเกินไปหรือไม่ โตเร็วแล้วใช่ไหม รายได้ต่อหัวของประชากรสูงขึ้นใช่หรือไม่ และต้องดูจีดีพีของเราด้วย เพราะเขาดูตรงนี้

“ผมคิดว่าเราคุยกันได้ อะไรที่เป็นสิทธิประโยชน์ วันนี้เขาคืนมา 7 อย่างไม่ใช่หรือ ของเก่ามีตั้ง 500 กว่ารายการ เราใช้ไปแค่ 300 กว่ารายการ ส่วนที่เหลือไม่ได้ใช้ แล้วมูลค่าเหล่านี้ก็ไม่มากนัก แต่ข้อสำคัญต้องไปดู ว่าสินค้ามีความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงปานกลาง ความเสี่ยงน้อยจะไปแก้กันอย่างไร จะดีลกันอย่างไร ขณะเดียวกัน ยังไงเราก็ต้องคบค้าสมาคมกันต่อไป มีการแลกเปลี่ยนซื้อของซึ่งกันและกัน บางทีการเมืองกับเศรษฐกิจมันก็เกี่ยวข้องกันหมด เราก็อย่าให้มันแย่ลงไปก็แล้วกัน อย่าไปยึดโยงกับอย่างอื่นแล้วกัน อย่าไปคาดเดานี้โน้น พอดีมีเรื่องนี้อยู่ ก็กลายไปตรงโน้น มันเป็นห้วงระยะเวลาที่ออกมาตามกำหนดของเขา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังให้สัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ชมไฮไลท์ของงาน คือการสาธิตนำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน มาช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ติดอยู่ในบ้าน เป็นต้น

กมธ.งบ 63 เตรียมถกประเด็นสถานะ 'ธนาธร' เย็นนี้

    
 

"ดังนั้นเชื่อว่า หลังจากชี้แจงรายงานการใช้งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ โดยจะมีการซักถามถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกา ตัดสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP เสร็จแล้ว คาดว่า ในช่วงเย็นวันนี้ นายอุตตม สาวนายนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกมธ.งบประมาณฯ จะนำหารือกันอีกครั้งว่า จะทำหนังสือถึงนายชวน เพื่อให้มีการวินิจฉัยสถานะของนายธนาธรหรือไม่ แต่ทั้งนี้เบื้องต้น นายธนาธรสามารถลงชื่อ และร่วมออกความเห็นในที่ประชุมได้"

คมนาคม หลักฐานแน่นจ่อยื่นฟ้องอาญาเอกชนคดีโฮปเวลล์ มั่นใจไม่ต้องเสียค่าโง่ซักบาท

    
 

28 ต.ค. 2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพิพาทค่าชดเชยโครงการโฮปเวลล์ 2.5 หมื่นล้านบาท เเบ่งเป็นเงินต้น 1.2 หมื่นล้านบาท และดอกเบี้ย 7.5% หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมพบหลักฐานปมข้อพิรุธมากกว่า 20 ข้อ และเตรียมส่งฟ้องศาลปกครองกลาง ในคดีอาญา ฐานทำรัฐบาลเสียผลประโยชน์ 

ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะชนะคดีอย่างแน่นอน โดยที่ภาครัฐไม่ต้องเสียค่าชดเชยให้กับเอกชน “มองว่าคดีอาญาในลักษณะนี้ ฝ่ายเอกชนอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบและมีโอกาสมากที่จะแพ้คดี จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมเจรจาของฝ่ายเอกชนได้ขอให้กระทรวงคมนาคมชะลอการยื่นฟ้องศาลเพื่อมาเปิดโต๊ะเจรจา” 

แหล่งข่าว กล่าวแหล่งข่าว กล่าวต่ออีกว่า สำหรับแนวทางต่อสู้คดีนั้น จะยื่นฟ้องบริษัทเอกชนในคดีอาญา ซึ่งหากศาลตัดสินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนะคดี ซึ่งจะทำให้คำตัดสินของศาลเรื่องค่าชดเชยเป็นโมฆะ เนื่องจากถือว่าการทำสัญญาก่อสร้างโฮปเวลล์เป็นโมฆะไปตั้งแต่แรก จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว อีกทั้งยังสามารถฟ้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าข่ายทุจริต รวมถึงรัฐอาจจะได้รับค่าชดเชยแทนอีกด้วย

ทั้งยังมีข้อสังเกตุว่าการอนุมัติโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่แผนงานไม่มีความชัดเจน ในส่วนของสัญญาก็มีเพียงแค่ 8 หน้าเท่านั้นกับโครงการที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท โดยในขณะนั้น อยู่ในยุค นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และมี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี (2532-2535) 

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ต่อมาโครงการดังกล่าว เกิดปัญหาจนต้องยกเลิกสัญญา ซึ่งอยู่ในช่วงยุคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และมีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข้อสังเกตว่า มติ ครม.บอกเลิกสัญญา อาจมีการจงใจให้เป็นค่าโง่ที่รัฐต้องจ่ายให้เอกชน เพราะหากรัฐบาลทำการยกเลิกสัญญาแบบทั่วไป คือ ยึดตามกรอบสัญญาและ TOR ฝ่ายเอกชนจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐได้ เพราะรัฐเสียประโยชน์ ทว่ามีการพลิกแพลงให้เป็นการยกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เปิดช่องให้เอกชนยื่นฟ้องศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐ 

ดังนั้นการกระทำดังกล่าว ถือเป็นข้อผิดพลาดที่เป็นภาระมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันจะดำเนินการทุกกรณี เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการมารับโทษที่ได้ก่อไว้ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถเอาผิดย้อนหลังได้

ด้านนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา รฟท.ตกอยู่ในสถานะน้ำท่วมปากทุกยุคทุกสมัย ไม่สามารถขัดขืนการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลจากฝ่ายบริหารทั้งกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล ตลอดจนไม่สามารถเปิดโปงต้นตอของปัญหาได้ ส่งผลให้ รฟท.ต้องเป็นฝ่ายที่พูดอะไรไม่ได้รอรับคำสั่งเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นเพราะไม่มีใครอยากกระเด็นหลุดจากตำแหน่ง ไม่มีใครอยากมีปัญหากับผู้บังคับบัญชา จนกระทบต่อหน้าที่การงาน

เด้งด่วน ผกก.คลองหลวง เซ่นโรงพักร้าง!

    

 

ล่าสุด พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้ออกคำสั่งให้ พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง และสิบเวรที่ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนในคืนวันเกิดเหตุมาช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยให้รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ตั้งคณะตรวจสอบหาข้อเท็จจริง และให้รายงานผลภายใน 3 วัน โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า สาเหตุจริงๆเท่าที่ฟังดูเบื้องต้นเป็นเรื่องการให้บริการที่ไม่ถูกไม่ต้อง เป็นเรื่องความบกพร่อง ที่ต้องมีคำสั่งช่วยราชการมาก่อนนั้นเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ง่ายยิ่งขึ้น เท่าที่ฟังจากชาวบ้านมีความบกพร่องจริง แต่ก็ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของตำรวจเล็กๆ ที่พูดจาไม่เข้าหูกับฝ่ายปกครอง

อย่างไรก็ตาม ก็มีการอะลุ่มอล่วยกันมาโดยตลอด แต่เด็กๆไม่ค่อยเข้าใจ แทนที่จะมีความมนุษย์สัมพันธ์ ให้ความร่วมมือเขาสนับสนุนเขา ฝ่ายปกครองเอาผู้ต้องหามาส่ง ร้อยเวรไปดูที่เกิดเหตุ แทนที่จะรับตัวไว้ก่อนแต่ไม่ปฏิบัติ ตนเห็นว่าเรื่องแบบนี้ มีส่วนบกพร่อง ทาง พ.ต.อ.เติมเผ่า ก็บอกว่า ลูกน้องมีความบกพร่องจริง มีส่วนบกพร่องจะมาก จะน้อยต้องมาดูกันอีกที

เกษตรกร6จว.ร้องศาลปค.เพิกถอนมติ'กก.วัตถุอันตรายแบน3สารพิษ'

    
 

 28 ต.ค.62-ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสารักแม่กลอง เป็นตัวแทนกลุ่มเกษตรกรที่ประกอบอาชีพปลูกผลไม้ และพืชไร่ คน ใน 6 จังหวัด จากจังหวัดจันทบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ระยอง สุพรรณบุรี และนครราชสีมา จำนวน 1,091คน เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ต่อศาลปกครองกลาง ว่าเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมในการ มติยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.2562 และไม่มีแผนรองรับผลกระทบทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบต่อต้นทุนและประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืช เป็นการละเมิดสิทธิเกษตรกรทั่วประเทศ 

โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนกฎมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ที่ระงับการผลิต จำหน่าย นำเข้า และครอบครอง หรือสารเคมีเกษตร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริชนิด ให้กลับไปเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งให้กรมวิชาการเกษตร หน่วยงานในสังกัด กำหนดแผนหรือมาตรการรองรับแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรไม่ได้รับผลกระทบจากมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว รวมถึงให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดการบริหารจัดการสารเคมี 3 ชนิด เพื่อไม่ก่อผลกระทบต่อเกษตรกรผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม หรือตามที่ศาลเห็นสมควร

น.ส.อัญชุลี กล่าวว่า การที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง มีมติยกเลิกการใช้สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยให้มีผลวันที่ 1 ธ.ค.2562 นั้นเป็นลงมติโดยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการตกค้างของสารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ในสินค้าเกษตรมาแสดงชัดเจน และเป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีมาตรการออกรองรับหรือแก้ปัญหาให้เกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบอย่างไร สะท้อนให้เห็นว่า เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ วันนี้ จึงต้องมาร้องขอความเป็นธรรมขอให้ศาลพิจารณาเพื่อมีคำสั่งระงับมติยกเลิกการใช้สารพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสของคณะกรรมการวัตถุอันตราย คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา โดยพวกตนได้นำเอกสารงานวิจัยผลกระทบการใช้สารเคมีเกษตร 3 สาร ผลการตรวจการตกค้างของสารเคมีเกษตรในผักผลไม้ ที่ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการชุดต่างๆ ส่งให้ศาลพิจารณาด้วย และหลังจากนี้จะทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมติการยกเลิกใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด และขอให้มีการทบทวนมติดังกล่าว

เครือข่ายปฏิรูปพลังงานบุกทำเนียบบี้รัฐบาลทำ'น้ำมัน-แก๊ส'ถูกลง

    
 

นายณกานต์ กล่าวว่า มาทวงคำตอบจากรัฐบาลว่าสามารถปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและแก๊สให้ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด โดยอาจเทียบเคียงจากประเทศมาเลเซีย  ซึ่งเรายื่นไปเมื่อ 45 วันที่แล้วและบอกเอาไว้ว่าจะกลับมาทวงถาม ว่ารัฐบาลสามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้า ยังไม่ได้คำตอบหรือคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับประชาชนตรงนั้นเราต้องคุยกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีท่าทีอย่างไรต่อไป เพราะวันนี้ประชาชนเป็นคนเลือกรัฐบาลเข้ามาแล้วทำไมรัฐบาลจึงจะไม่ทำให้ประชาชนพึงพอใจ ในเมื่อเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ ไม่มีเหตุใดที่รัฐบาลจะไม่ทำ 

ล็อกเป้าซักฟอก 17-19 ธ.ค. เผยทหารส่งข้อมูลลับให้ฝ่ายค้าน

    
 

                นับถอยหลังใกล้ถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่สอง ที่จะเริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.นี้เป็นต้นไป  รวมเวลาร่วม 4 เดือน คาบเกี่ยวไปถึงเดือน ก.พ.ปีหน้า โดยสมัยประชุมสภารอบนี้มีการเมืองหลายเรื่องร้อนให้ต้องติดตาม เช่น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ต้องทำภายในไม่เกินเดือน ธ.ค.นี้ รวมถึงการเคลื่อนไหวเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สภาจะตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไข รธน.

               แกนนำ-ตัวแทน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้ความชัดเจนถึงการทำงานของฝ่ายค้านในสมัยประชุมสภารอบนี้ ระหว่างที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับ นสพ.ไทยโพสต์ ณ สำนักงานไทยโพสต์ ในวันก่อตั้งไทยโพสต์เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา

                โดย วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า สมัยประชุมสภารอบนี้ฝ่ายค้านเห็นว่า หลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายและเข้ามาทำงานในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังทำผลงานได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน พบว่ามีข้อบกพร่องมากมาย ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีจนถึงรัฐมนตรีในหลายกระทรวง ที่แม้จะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่เมื่อมีการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีการตรวจสอบรัฐบาลที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งการตั้งกระทู้ถามรัฐบาลและการยื่นญัตติต่างๆ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เริ่มหารือกันถึงเรื่องการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล หรือรัฐมนตรีรายกระทรวง เหตุผลที่จะเกิดขึ้นในช่วงต่อไป เพราะรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่าให้สามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ปีละหนึ่งครั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแม้จะมีสิทธิ์อภิปรายได้ปีละหนึ่งครั้ง แล้วฝ่ายค้านจะต้องใช้สิทธิ์อภิปรายให้ครบ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเหตุผลว่าสิ่งที่รัฐบาลทำ มีความบกพร่องและเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนหรือไม่ อย่างไร

                ส่วนการแก้ไข รธน.ที่สภาจะพิจารณาญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไข รธน. ที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านและหลายพรรคการเมือง เช่น ประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ ก็ร่วมเสนอญัตติให้สภาตั้ง กมธ.ด้วยเช่นกันนั้น หัวหน้าพรรคประชาชาติ-อดีตประธานรัฐสภา กล่าวย้ำว่า หลังจาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ออกไปพบปะประชาชนตามภูมิภาคต่างๆ กระแสที่ออกมาเกือบจะเป็นเอกฉันท์ ทุกคนเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีข้อบกพร่องอยู่มากมาย เช่น ระบบการเลือกตั้ง, การแต่งตั้งบุคคลต่างๆ เป็นต้น แต่เราจะไม่พูดเรื่องรายละเอียดเนื้อหาการแก้ไข เพราะอาจมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่เราจะขอแก้ไขในเรื่องวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่ในมาตรา 256 ที่เป็นบทบัญญติว่าด้วยวิธีการแก้ไข รธน. เราเห็นว่ากฎเกณฑ์กติกาที่เขียนไว้ใน รธน.แทบจะไม่ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาได้มีโอกาสแก้ไขเลย จะต้องมีการแก้ไข รธน.มาตรา 256 เพื่อให้สามารถนำไปสู่การแก้ไข รธน.ได้

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่าแนวทางที่พูดกันมากพอสมควรก็คือ จะทำอย่างไรให้รัฐธรรมนูญที่จะมีการแก้ไขเป็น รธน.ฉบับของประชาชนเหมือนเช่น รธน.ปี 2540 โดยเชื่อว่าเมื่อมีการแก้ไขมาตรา 256 ได้สำเร็จ แล้วให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนของเขามาแก้ไข แล้วได้เข้ามาพิจารณา รธน.ที่ผ่านมาทั้งหมดที่มีทั้งดีและไม่ดี ก็คัดสรรเอาอันไหนไม่ดีก็ตัดออกไป เรื่องใดที่ดีก็นำมารวมให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สิ่งนี้คือแนวทางที่เราพูดกันไว้คร่าวๆ

               เมื่อถามย้ำว่าจุดยืนของฝ่ายค้านก็คือ แนวทางให้มีการตั้งสภาร่าง รธน.เพื่อยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ทั้งฉบับ หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวตอบว่าใช่ ทำนองนั้น แต่ขณะนี้เรายังไม่อยากพูดล่วงหน้า แต่ก็ทำนองนั้น ที่เราหวังก็คือการแก้ไข รธน.จะสำเร็จได้ต้องมีพลังของประชาชนจำนวนมากมาร่วมผลักดัน

                ด้าน สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมา 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านย้ำอยู่เสมอว่าการแก้ไข รธน.ที่จะเกิดขึ้น หมวด 1 กับหมวด 2 เราจะไม่แตะ สิ่งนี้ฝ่ายค้านยืนยันได้  สำหรับเหตุผลที่ต้องมีการแก้ไข รธน.ก็เพราะต้องยอมรับว่า รธน.ฉบับปัจจุบันเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ แม้กระทั่งรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เป็นคนร่าง รธน. เป็นคนเขียนขึ้นมา จะเห็นได้ว่าตั้งแต่สมัยยังเป็น คสช.ก็มีการใช้มาตรา 44 ยกเว้นการบังคับใช้ รธน.เป็นสิบครั้ง สิ่งนี้คือข้อเท็จจริง แม้กระทั่งหลังการเลือกตั้งแล้วรัฐบาลก็ยังทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายเรื่อง ดังนั้นหากไม่แก้ไข รธน.ก็จะบริหารประเทศไม่ได้ ประเทศไปไม่ได้ ไม่ใช่ฝ่ายค้านไปไม่ได้ เช่นคนจะกล้ามาลงทุน เขาจะดูว่า รธน.เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ สำคัญมากเรื่องนี้ ถ้าไม่แก้ประเทศไปไม่รอด

               สำหรับประเด็นการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นิคม บุญวิเศษ-หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ระบุว่า การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่ฝ่ายค้านได้คุยกันคร่าวๆ ช่วงเวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นกลางๆ เดือนธันวาคม ในช่วงประมาณวันที่ 17-19 ธ.ค. จะเร็วกว่านั้นก็ไม่ได้เพราะจะมีงานสำคัญ แต่หากช้ากว่านี้ก็จะติดปีใหม่ ส่วนการอภิปรายที่อาจมองกันว่าทำไมต้องยื่น ทั้งที่รัฐบาลเพิ่งเข้ามา แต่จริงๆ ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานมาแล้วห้าปี เพราะนายกฯ ก็คนเดิม ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีงบค้างท่ออยู่ส่วนหนึ่งที่เราต้องดู แต่จะถามว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง ก็คงยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ แต่มีแน่นอน อีกอย่างที่เราเป็นห่วงคือรัฐบาลมาครั้งนี้ เขาต้องถอนทุนแน่นอน ซึ่งเรื่องผลงานคิดว่าครึ่งปีแรกผลงานรัฐบาลยังไม่ออกแน่นอน เพราะว่าต้องถอนทุน เพราะลงทุนเยอะ อย่างเรื่องงบประมาณที่เราอภิปรายกัน ก็ชัดเจนว่ามีการซ่อนงบกันเอาไว้ ซึ่งจะว่ากันตอนอภิปราย

                ขณะที่ สงคราม-หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ให้ข้อมูลสำทับว่า หลังเริ่มมีข่าวฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีประชาชนและนักวิชาการส่งข้อมูล แม้กระทั่งข้าราชการและทหารด้วย ส่งข้อมูลมาให้เราเยอะเลย โดยบางเรื่องเราก็ยอมรับว่าเรายังไม่รู้ แต่ปรากฏว่าอินไซเดอร์ส่งข้อมูลมาให้เรา เราลองเช็กดูก็พบว่าเป็นเรื่องจริง

และปิดท้ายที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ย้ำว่า สำหรับเรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อมูลที่เข้ามาแม้ดูเหมือนรัฐบาลจะเพิ่งบริหารประเทศได้ไม่นาน แต่ข้อมูลที่เข้ามา การทุจริตเชิงนโยบายเยอะมาก และการเอื้อพวกพ้องที่เราเห็นว่ารัฐบาลต้องเอาเงินภาษีประชาชน ที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ.งบปีละร่วม 3 ล้านล้านบาท ถ้าเราเห็นร่องรอยตรงนี้ซึ่งเป็นข้อมูลที่รวบรวมมา ซึ่งตอนนี้ ข้อมูลก็เข้ามาเยอะและบางเรื่องเขาน่าจะตอบคำถามไม่ได้

นี่แค่เริ่มวอร์มอัพการเมือง สภายังไม่เปิด แต่ก็พอจับทิศทางได้ว่า สมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรรอบนี้ดุเดือด เข้มข้นแน่นอน.

 

"ล่องคลองชุมชนบางกอบัว" แหล่งท่องเที่ยวใหม่บางกะเจ้า

    
 

(ความเจริญทางฝั่งท่าเรือคลองเตย)

    หากจะถามหาแหล่งท่องเที่ยวที่ได้สูดโฮโซนเข้าได้เต็มปอด บางกะเจ้าคือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เพราะไม่ไกล จะเรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ ก็ว่าได้ ทั้งที่ตามทะเบียนแล้วตั้งอยู่ในเขตพระประแดง จ.สมุทรปราการ แต่ถ้าข้ามเรือจากคลองเตยไปก็จะถึงบางกะเจ้าได้ไม่ยาก หรือจะขับรถ นั่งรถไปก็ไม่ต้องตะเกียกตะกายไปไกลนัก
    บางกะเจ้ามีอะไร ก็ต้องบอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่สีเขียวแอ่งใหญ่ และทำหน้าที่เป็นปอดให้ชาวกรุงมานมนาน ปัจจุบันมีกฎหมายคุ้มครองบางกะเจ้าไม่ให้เปลี่ยนจากสภาพพื้นที่สีเขียวไปเป็นอย่างอื่น แม้จะมีพวกที่มีทุนหนาๆ พยายามเข้าไปทำธุรกิจในบางกะเจ้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
    ถ้ามาบางกะเจ้า ต้องไม่พลาดมาที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ สวนสาธารณะสีเขียว มาที่นี่ได้ปั่นจักรยานเล่น และเดินช็อปชิมที่ตลาดบางน้ำผึ้ง มีร้านคาเฟ่เก๋ๆ นั่งชิวๆ หรือจะไปไหว้พระทำบุญที่วัดเก่าแก่

(ล่องเรือคลองแพ)

    แต่มาคราวนี้ เราจะพาไปเปิดมุมท่องเที่ยวใหม่ของบางกะเจ้าในเส้นทางวิถีคลองแพบางกอบัว ที่ ต.บางกอบัว 1 ใน 6 เส้นทางคุ้งบางกะเจ้า ซึ่ง 6 ตำบลได้แก่ ทรงคนอง, บางกอบัว, บางน้ำผึ้ง, บางกระสอบ, บางกะเจ้า และบางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมกันจัดทำโครงการขึ้นเพื่อให้การมาท่องเที่ยวที่บางกะเจ้าเป็นแบบวิถีชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การมาเดินเล่นหรือซื้อของในตลาดนัดเท่านั้น แต่เป็นการพยายามดึงเอกลักษณ์โดดเด่นในชุมชนมานำเสนอนักท่องเที่ยว ให้ได้สัมผัสอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น และหลากหลายในรูปแบบการท่องเที่ยว ใน 6 เส้นทาง 6 คอนเซ็ปต์ ได้แก่ เส้นทางวิถีมอญทรงคนอง, เส้นทางวิถีคลองแพบางกอบัว, เส้นทางวิถีตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง, เส้นทางวิถีจากบางกระสอบ, Inside บางกะเจ้า และเส้นทางวิถีเกษตรบางยอ

(พายเรือคายัค คลองแพก็มีบริการ)

    ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนในคุ้งบางกะเจ้าว่าเป็นการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน ซึ่ง 6 เส้นทางใหม่ที่นำเสนอจะช่วยสร้างและกระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างดี ซึ่ง อพท.ได้บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุน มุ่งพัฒนาให้พื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะ 5 ปี
    "ปัจจุบันการท่องเที่ยวได้พัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชุมชนเจ้าของบ้าน นับเป็นการสร้าง local experience และด้วยความโดดเด่นเรื่องวัฒนธรรมและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของคุ้งบางกะเจ้า เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์"

(ทำลูกประคบจากฝีมือตัวเอง)

    มาว่าถึงการเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงบางกอบัว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ พอมาถึงแล้วก็เริ่มสตาร์ทกันที่บ้านนายธนากร สัณหรักษ์ หรือพี่โกหม่อง ประธานท่องเที่ยวชุมชนบางกอบัว อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ทางเดินเข้าเล็กๆ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ทำให้พอคลายร้อนได้บ้าง บ้านหลังขนาดกลางตั้งอยู่ริมคลองแพ ที่นี่เราได้มาทำลูกประคบ โดยมีวิทยากรที่เป็นคนในชุมชนมาสอนวิธีการทำ ตัวลูกประคบก็ใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในชุมชน ไม่ว่า ตะไคร้ ขมิ้นชัน ใบมะขาม มะกรูด มาเป็นส่วนผสม ลูกประคบที่หัดทำสามารถนำกลับได้ด้วย

(ชาวบ้านหากุ้งเลี้ยงชีพ)

    พี่โกหม่องเล่าให้ฟังว่า ต.บางกอบัวเป็นอีกจุดที่ตนและชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาเพื่อให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยววิถีชุมชน ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสความเป็นบางกอบัว อย่างการปรับปรุงคลองแพ ซึ่งในอดีตคลองแพเป็นเหมือนเส้นทางค้าขายทางน้ำที่สำคัญของชาวบ้านที่นี่ไปยังท่าเรือคลองเตย แต่เมื่อมีความเจริญเข้ามาคลองแพจึงไม่ค่อยมีการใช้งานและปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ ตนจึงมีแนวคิดที่จะทำเป็นเส้นทางไฮไลต์ คือ เส้นทางล่องเรือ ขุดลอกคลองระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมฝั่ง ชาวบ้านก็ได้รายได้จากการพายเรือนำเที่ยวด้วย นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง วัดบางกอบัว หรือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมวัตถุโบราณต่างๆ มีโฮมสเตย์รองรับ แต่อาจจะยังไม่มากนัก ในอนาคตก็อยากที่จะพัฒนาเส้นทางล่องเรือให้เชื่อมต่อไปยัง 5 ตำบลท่องเที่ยวชุมชนด้วย

(บ้านเรือนริมคลอง)

    ทำลูกประคบเรียบร้อยก็ลงเรือได้เลยที่ท่าบ้านพี่โกหม่อง ใครจะสะดวกนั่งเรือชมวิวสบายๆ หรือจะพายเรือคายัคก็เลือกได้เลย ส่วนเราเลือกนั่งเรือ และให้พี่เอก ชาวบ้านบางกอบัว มือพายอารมณ์ดีนำเที่ยว ริมสองฝั่งคลองเต็มไปด้วยต้นจาก สลับกับพันธุ์ไม้อื่นๆ บ้านเรือนของชาวบ้านที่นี่ก็ปรับเปลี่ยนไปตามสมัย แต่ก็ไม่หนาแน่นนัก พายมาสักพักก็จะมีจุดรับของว่างเป็นน้ำตาลสด และขนมสอดไส้ ที่ท่าบ้านกลางสวน บางกอบัว นั่งรับลมต่อไปจนขึ้นท่ายังจุดชมวิวท่าเรือคลองเตย ยังคงมีชาวบ้านออกมาหากุ้งหาปลา แต่อีกฟากก็เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ ที่เครื่องจักรกำลังทำงานโยกย้ายสิ่งของ ถัดไปก็จะเห็นวิวเมือง ตึกสูงมากมาย เพียงแค่แม่น้ำเจ้าพระยาคั่นกลางก็เห็นได้ชัดเลยว่าวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำช่างต่างกันเหลือเกิน

(อาหารพื้นบ้าน อร่อยพุงกาง)

    เราลงเรือต่อเพื่อไปทานข้าวกันที่จุดรับของว่าง กับข้าวฝีมือชาวบ้านที่นำเมนูท้องถิ่นมาเสิร์ฟให้เราได้ทาน อย่าง ห่อหมกปลาน้ำดอกไม้ เนื้อปลาแน่นๆ นึ่งจนแห้ง ไม่มีกลิ่นคาวปลา เป็นเมนูที่ชอบที่สุดในวันนั้นเลย ยังมีแกงกะลามะพร้าว ผัดผักกุ้ง และน้ำพริกผักสด ตบท้ายด้วยลูกจากลอยแก้ว อิ่มพุงกางกันเลยทีเดียว

(สปาเท้าสมุนไพร)

    กิจกรรมก่อนกลับก็มีให้เราได้ทำ ทั้งสปาเท้าน้ำสมุนไพร หรือใครจะเลือกทำมัดย้อมจากสีมะพร้าวและหูกวาง ชาวคณะก็ได้ลงมือทำกันอย่างสนุกสนาน และภูมิใจในผลงานลายมัดย้อมที่ออกมามาก ทริปนี้ทั้งหมดราคาก็อยู่ที่ประมาณ 950 บาท รวมอาหาร (ราคาขึ้นอยู่แต่ละกิจกรรม) ที่คุ้มมากๆ แต่ที่คุ้มค่าที่สุดคือการได้เข้ามาสัมผัสความน่ารักของชาวบ้าน และความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติที่พวกเขาดูแลรักษากันอย่างดี ใครสนใจเข้ามาท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่พี่โกหม่อง โทร. 09-2982-2535

 ..............................................................

28 ตุลาคม 2562


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน