*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3823
  • จำนวนผู้ชม : 2420146
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 258 , 21:37:44 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         โฆษกพรรคอนาคตใหม่ก็คงจะใจคอไม่อยู่เนื้อกับตัวเป็นแน่ เพราะแจ้งรายการทรัพย์สนแบบไม่สมฐานะและเหตุผล ซึ่งอดีต

ผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ให้ว่าคงไม่แคล้วต้องรับโทษฐานแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ หรือยื่นภาษีเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่

 

พุทธะอิสระ 'คืนผ้าเหลือง'

    
 

                 "หลวงปู่พุทธะอิสระ"

 

                เอ่ยชื่อนี้ เกือบทุกคนต้องรู้จัก

                หลายวันก่อน ท่านโพสต์เฟซ ความสำคัญว่า..........

                "......สิ้นเดือนตุลาคมนี้ ก็สิ้นสุดเวลาคุมความประพฤติ ในคำพิพากษาคดีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะชุมนุม

                ด้วยเพราะเวลาเจ้าหน้าที่กองปราบมาจับ แล้วส่งฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เจ้าหน้าที่กองปราบได้นิมนต์หลวงพ่อ เจ้าคณะเขต เจ้าอาวาสวัดเสมียนนารี และเลขา มาทำหน้าที่สึก

                พุทธะอิสระ ได้กราบเรียนหลวงพ่อผู้คุ้นเคยกันไปว่า กระผมมิได้ละเมิดต่ออาบัติร้ายแรงจนทำให้ขาดจากความเป็นพระ ผมจึงไม่ยินดีกล่าวคำลาสิกขา

                ครั้นออกจากคุกมาแล้ว จึงตั้งใจว่า จักกลับมาห่มผ้าจีวรอีก

                พอดีมหาเถรสมาคม ออกกฎขึ้นมาใหม่ว่า ภิกษุผู้ต้องโทษอยู่ในขณะคุมความประพฤติ ของทางราชการ ห้ามกลับเข้ามาบวชอีก จนกว่าจักหมดเวลาคุมความประพฤติ (ตามหมวด ๓ ว่าด้วยหน้าที่พระอุปัชฌาย์ กฎ มส.๑๗)

                ซึ่งกรณีของพุทธะอิสระ จักสิ้นสุดเวลาคุมความประพฤติลงในวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒

                เหตุนี้ จึงกำหนดเวลากลับไปห่มผ้าไตรจีวร ในวันที่ ๕ ธันวาคม เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พ่อหลวง ร.๙ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่ง"

                ครับ.....นี่แหละ

                ทราบว่า เมื่อ ๒๗ ตุลา ที่วัดอ้อน้อย นครปฐม

                มีพิธีกรรม พระสงฆ์วัดต่างๆ ในเขตนั้นมาประชุมกัน พร้อมชาวบ้านจำนวนมาก

                พุทธะอิสระ หรือนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ในชุดขาว รายงานถึงเรื่องราวทั้งหมดแต่ต้น จนถึงถูกจับ

                จากนั้น ขอให้หมู่สงฆ์พิจารณาและออกฉันทามติ ยอมรับว่า "ภิกษุภาวะ" ของพุทธะอิสระยังดำรงอยู่หรือไม่?

                และมีความเห็นอย่างไร กลับมาครองจีวรตามเดิมเลย หรือควรให้กล่าวคำขอบวชใหม่?            

                คณะสงฆ์แสดงความเห็นและลงมติ รับรองความเป็นพระของพุทธะอิสระ

                แต่พุทธะอิสระ เกรงจะเกิดข้อครหาภายหลัง เน้นย้ำให้หมู่สงฆ์พิจารณาให้ถ้วนถี่อีกที สุดท้ายแล้ว หมู่สงฆ์ยังคงมีมติเช่นเดิม

                นี้ ผมสรุปคร่าวๆ

                ประเด็นน่าสนใจ คือเบื้องหลังพุทธะอิสระถูกจับ และภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ทำขณะอยู่ในเรือนจำ

                ทั้งหมดนี้ ผมดูยูทูบในโซเชียล ยาวเป็นชั่วโมง อยากให้ไปหาดูกัน เพราะสิ่งที่พุทธะอิสระเปิดเผย  ถ้าไม่ใช่จากปากท่าน คนอื่นบอก ยากจะเชื่อ

                พุทธะอิสระอ้างคดีพระพิมลธรรมเป็นบรรทัดฐาน ในการกลับครองผ้ากาสาวพัสตร์ได้ทันที

                ประเด็นนี้ เพื่อการใคร่ครวญทางใด-ทางหนึ่ง ผมจะนำจากเอกสารประวัติศาสตร์มาให้พิจารณากัน

                กองงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม

                กันยายน ๒๕๐๙

                สังเกตการณ์ เกี่ยวกับอดีตพระพิมลธรรม

                เสนอ ห.น.ก. สธ.

                ตามที่ท่านหัวหน้ากอง ได้สั่งการกระผมด้วยวาจาให้ไปสังเกตการณ์ เรื่องการตัดสินคดีอดีตพระพิมลธรรม (อาจ ดวงมาลา) ที่ศาลทหาร กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๐๙ และในวันต่อๆ มา

                กระผมได้ไปปฏิบัติตามคำสั่งแล้ว ขอรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังต่อไปนี้

                ๑.เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๐๙ เวลา ๙.๐๐ น. ศาลทหารได้นัดพิจารณาตัดสินชี้ขาดคดีอดีตพระพิมลธรรม ซึ่งอัยการศาลทหารได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตพระพิมลธรรม

                ในข้อหายุยง แนะนำ เสี้ยมสอน โฆษณาชวนเชื่อ และมีการกระทำอันเป็นคอมมูนิสต์ บ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร

                ศาลได้อ่านคำพิจารณาวินิจฉัย ใจความว่า คำของพยานโจทก์และจำเลยแล้ว

                ปรากฏว่า พยานโจทก์ไม่มีหลักฐานพอที่จะลงโทษจำเลยได้ และพยานโจทก์เองบางคนก็พยายามกลั่นแกล้งปรักปรำใส่ความจำเลย ซึ่งเป็นความอิจฉาริษยากัน พยานของโจทก์บางคนก็ให้การเป็นประโยชน์ต่อจำเลย

                .......................

                ศาลให้ยกฟ้องโจทก์เสีย ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป

                และหวังว่า จำเลยเป็นบัณฑิตในพระพุทธศาสนา คงจะตั้งอยู่ในอุเบกขาญาณ เป็นความที่สัตว์มีกรรมเป็นของตน เรื่องนี้มิใช่ความผิดของใคร เป็นความผิดของสังสารวัฏ

                เมื่ออ่านคำพิพากษาจบแล้ว ศาลได้ยกมือไหว้จำเลย นิมนต์ให้ครองจีวรเข้าสู่สภาพเดิม

                ต่อจากนั้น อดีตพระพิมลธรรมได้นุ่งสบง ครองจีวร พาดสังฆาฏิ เป็นที่เรียบร้อย เป็นที่ปลื้มปีติโสมนัสแก่พุทธบริษัทที่มาประชุมฟังการพิจารณาในครั้งนี้อย่างคับคั่ง มีภิกษุสามเณรประมาณพันรูป  คฤหัสถ์ประมาณสามร้อยคน ล้นแน่นศาลไปหมด

                ๒.เมื่อเวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น.ของวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๐๙ อดีตพระพิมลธรรมได้ออกจากศาลทหารในภาพที่ทรงสมณเพศอย่างเรียบร้อย ....ฯลฯ.....

                แต่เป็นเวลากะทันหัน ต้องไปฉันเพลที่วัดนาคกลาง ธนบุรี ฉันเพลแล้ว เวลาบ่าย ๑๕.๒๕ น.ได้ไปยังวัดมหาธาตุ พระนคร นมัสการพระประธานในพระอุโบสถวัดมหาธาตุฯ ได้มีพระภิกษุสามเณรทั้งในวัดและต่างวัดมาร่วมประชุมไหว้พระกันจนเต็มอาสน์สงฆ์ และล้นอาสน์สงฆ์ออกมา ประมาณพระสงฆ์สักเจ็ดร้อยรูป และมีคฤหัสถ์มาร่วมประชุมประมาณสองร้อยคน

                เมื่อกล่าวคำนมัสการบูชาพระรัตนตรัยเสร็จแล้ว พระสงฆ์สามเณรที่ร่วมประชุมในพระอุโบสถนั้นได้กระทำสามีจิกรรม ขอขมาต่ออดีตพระพิมลธรรม เป็นเวลาประมาณ ๓๐ นาที

                ต่อจากนั้น พระสงฆ์ได้สวดชัยมงคลคาถา ๓ จบ สวดโส อัตถลัทโธ ๓ จบ สวดสัพพพุทธา ฯลฯ  ภวตุสัพ เป็นการอวยชัยให้พรอดีตพระพิมลธรรม

                เสร็จแล้ว อดีตพระพิมลธรรม ได้ยืนกล่าวคำปราศรัย เล่าตั้งแต่ท่านถูกจับมา ตั้งแต่วันที่ ๒๐  เมษายน ๒๕๐๕ ได้ถูกลอกคราบ คือผ้ากาสาวพัสตร์ไปโดยผู้มีอำนาจ และท่านไม่ยอมสึก แต่ต่อสู้ไม่ได้ ต้องเสียอิสรภาพถูกคุมขัง และท่านได้ใช้ขันติและเมตตาตลอดมา            

                ระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่นั้น ก็ยังปฏิญาณว่าเป็นภิกษุภาวะอยู่ มิได้ประพฤติการใดๆ ให้ผิดไปจากสมณเพศ เป็นแต่ต้องนุ่งผ้าขาวแบบสบงและอังสะ และมีผ้าคลุม เพราะอยู่ในอำนาจของเขา

                ส่วนจิตใจยังยึดมั่นในพระรัตนตรัย ขอต่อสู้ด้วยชีวิตจนถึงวันนี้ วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๐๙ เวลา  ๑๐.๓๐ น. คราบคือผ้ากาสาวพัสตร์ ก็ได้คืนมา ศาลได้พิพากษาวินิจฉัยชี้ขาด ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์

                และได้กล่าวคำบาลีว่า ปริสุทโธติ มัง สังโฆ ธาเรตุ แปลว่า ขอพระสงฆ์จงรับรองว่า ข้าพเจ้ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ หรือจะคัดค้านประการใด

                พระสงฆ์ทั้งนั้น ได้เปล่งเสียง "สาธุ" ขึ้นพร้อมกัน เป็นอันรับรองความบริสุทธิ์ของท่าน

                ต่อจากนั้น ท่านอดีตพระพิมลธรรม ได้เข้าไปหาพระธรรมรัตนากร เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ถวายนมัสการกล่าวคำขอขมา

                เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ให้โอวาท ให้ระลึกถึงกรรมเวรที่สัตว์ทั้งปวงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้ท่านอยู่ในสังวรต่อไป

                และเตือนว่า ขอให้มีสติและปัญญาทัดเทียมกัน อย่าให้ปัญญาเกินสติ

                แล้วท่านได้กราบลาเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ แจ้งว่าท่านได้อธิษฐานพรรษาอยู่ในสันติบาล จะขออยู่ในสันติบาลนั้นจนกว่าจะออกพรรษา

                เสร็จแล้วท่านได้ไปที่หอปริยัติรับรองพระสงฆ์ที่มารออยู่นั้น ประมาณ ๓๐๐ รูป คฤหัสถ์ประมาณ ๑๐๐ คน เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น.จึงกลับสันติบาล

                เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๐๙ เวลา ๑๖.๒๕ น.อดีตพระพิมลธรรม ได้ไปยังพระอุโบสถวัดมหาธาตุฯ พบพุทธบริษัท ปรากฏมีเสียงร่ำไห้ของพุทธบริษัทในอุโบสถเซ็งแซ่

                ท่านได้ปรารภให้พุทธบริษัทฟัง และท่านบอกว่า ท่านไม่เดือดร้อนอะไร ท่านกลับมีความสุขสบาย ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

                ท่านกล่าวธรรมมีกถาปลอบพุทธบริษัท ให้พิจารณาอารมณ์ในแง่กรรมฐาน จึงจะได้ความสุขกายสบายใจ

                ตอนเวลา ๑๘.๐๐ น.พระสงฆ์ได้ลงอุโบสถสังฆกรรม ท่านได้ร่วมอุโบสถด้วย พระสงฆ์ทุกองค์ในวัดพระมหาธาตุ มิได้มีความรังเกียจท่านแต่ประการใด

                เมื่อทำอุโบสถเสร็จแล้ว พุทธบริษัทขอให้ท่านแสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ และได้กล่าวคำเป็นสาราณียสถาน สนทนากับพุทธบริษัท จนถึงเวลา ๒๓.๐๐ น.จึงกลับไปจำวัดที่สันติบาล

                จึงขอเรียนท่านหัวหน้ากองเพื่อทราบ และโปรดนำเสนอกรม เพื่อทราบต่อไป

                นายสิริ เพชรไชย

                หน.ป.ธ.สช.

                ๑ ก.ย.๒๕๐๙

                ต่อมา "หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล" รมว.ศึกษา ทำหนังสือถึง "จอมพลถนอม กิตติขจร" นายกฯ  ความตอนหนึ่งว่า

                .........การประชุมทำอุโบสถสังฆกรรมนี้ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญของสงฆ์ ผู้จะเข้าร่วมประชุมได้จะต้องเป็นพระภิกษุผู้บริสุทธิ์ และที่ประชุมนั้นไม่รังเกียจด้วยประการใดๆ จึงจะเข้าร่วมทำอุโบสถสังฆกรรมได้

                การที่คณะสงฆ์วัดมหาธาตุฯ ยินยอมให้พระอาจ (พระพิมลธรรม-เปลว) เข้าร่วมทำอุโบสถสังฆกรรมในวันนั้นด้วย โดยมิได้แสดงอาการรังเกียจแต่อย่างใด

                จึงเป็นการยืนยันว่า พระอาจฯ ยังทรงภาวะความเป็นภิกษุอยู่ และคณะสงฆ์ที่ประชุมทั้งหมด รับรองความเป็นภิกษุของพระอาจฯ อย่างสมบูรณ์ทุกประการ

                กรมศาสนาได้เสนอเรื่องศาลทหารยกฟ้องคดีพระอาจ ดวงมาลา ต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๙

                ที่ประชุมลงมติรับทราบ โดยมิได้มีการอภิปรายแต่อย่างใด

                เรื่องเกี่ยวกับพระอาจ จะถือว่าเป็นพระภิกษุโดยชอบด้วยพระธรรมวินัยหรือไม่นี้ กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า เป็นเรื่องทางวินัยสงฆ์

                ควรให้เป็นเรื่องของเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ เจ้าคณะอำเภอพระนคร และเจ้าคณะจังหวัดพระนคร พิจารณาตามสายการปกครองโดยตรงก่อน

                เมื่อเรื่องยุติไม่ได้ จึงนำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณา เพราะมหาเถรสมาคมเป็นองค์การสูงสุดของคณะสงฆ์

                การที่จะนำเรื่องพระอาจเข้าสู่ที่ประชุมโดยมิได้มีผู้ใดเป็นโจทก์นั้น อาจไม่ชอบด้วยวิธีการ

                อาจเป็นชนวนให้มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ขึ้นในหมู่สงฆ์และประชาชน

                ทางด้านเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ "พระสุวิมลธรรมาจารย์" บอกว่า

                อดีตท่านเจ้าคุณพระพิมลธรรมยังคงเป็นพระที่ถูกต้องอย่างสมบูรณ์ เพราะในวันที่ถูกบังคับให้สึกจากพระนั้น ได้ทำไปโดยคำสั่งของจอมพลสฤษดิ์ มิได้มีการสอบสวนในทางพระวินัยแบบอย่างของคณะสงฆ์เลย....ฯลฯ.....

                เรื่องที่จะกลับมาอยู่วัดมหาธาตุฯ อีกนั้น ก็ไม่จำเป็นจะต้องมาทำพิธีบวชใหม่หรือทำทัฬหิกรรม คือสวดรับรองทำให้มั่นอีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่ได้มีอะไรเป็นที่สงสัยในความเป็นพระ

                สมเด็จพระวันรัต (ในยุคนั้น) บอกว่า

                เรื่องที่กลับสู่สมณเพศ จะต้องทำพิธีบวชอีกหรือไม่นั้น เรื่องนี้ ก็ต้องแล้วแต่เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ จะพิจารณา ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม

                ครับ....

                เหล่านี้ เป็นข้อศึกษาถึงขั้นตอนคืนผ้าเหลืองได้อยู่ แต่ผมมีความเห็นเสนอหลวงปู่พิจารณานิดเดียว

                ไม่ติดใจหลวงปู่ยังเป็นพระหรือไม่เป็น

                แต่มีประเด็นทางคดีโลกต้องพิจารณา คดีพระพิมลธรรม ศาลยกฟ้อง คือไม่มีความผิดใดๆ เลย

                ส่วนคดีหลวงปู่ ศาลตัดสินจำคุก ๓ ปี รับสารภาพ ลดเหลือ ๑ ปี ๖ เดือน โทษจำให้รอลงอาญา ๑  ปี

                หลวงปู่พ้นโทษคุกก็จริง แต่ทางคดีถือว่าได้ทำผิด ทั้งรับสารภาพ

                ในทางสงฆ์ บอกว่าหลวงปู่ยังดำรงภิกษุภาวะ ผมก็สาธุ

                แต่ทางโลก ผมเกรงจะเกิดครหา เพื่อตัดบ่วงมารที่จะตามราวีภายหลัง

                ๕ ธันวา หลวงปู่กล่าวคำขอบวชใหม่

                จะสบายใจทั้งสงฆ์-ทั้งชาวบ้าน นี่คือความเห็นผม. 

 

ถูกดำเนินคดีแน่!อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาสรุปให้'ช่อ'เลือกเอา แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ หรือยื่นภาษีเท็จ

    
 

30 ต.ค.62-   นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า

.....เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 สำนักข่าวอิศราเสนอข่าวว่าได้ตรวจสอบเอกสารประกอบในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นางสาวพรรณิการ์ วานิช ที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีการยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ด้วย โดยระบุว่า

.....เมื่อปี 2561 มีรายได้รวม 843,008 บาท เป็นเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญฯ ทั้งหมด หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท หักรายการค่าลดหย่อน 225,458 บาท คงเหลือรายได้ 517,550 บาท คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิจำนวน 30,132 บาท หักภาษี ณ ที่จ่าย 36,884 บาท จึงหักภาษีไว้เกิน 6,752 บาท ได้ขอคืนเงินภาษีที่ชำระไว้เกิน 6,752 บาท และได้ทำเครื่องหมายในช่องอุดหนุนหักเงินภาษีให้แก่พรรคอนาคตใหม่ เป็นเงิน 500 บาท

.....ก่อนหน้านี้สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ในบัญชีรายชื่อผู้บริจาคเงินให้แก่พรรคอนาคตใหม่ที่สำนักงาน กกต.เผยแพร่มีชื่อนางสาวพรรณิการ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ บริจาค 1 ล้านบาท (เดือนพฤศจิกายน 2561)

.....ดังนั้นถ้าการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ของนางสาวพรรณิการ์เป็นความจริง การแจ้งรายชื่อผู้บริจาคให้แก่พรรคอนาคตใหม่ที่แจ้งต่อ กกต.ก็เป็นความเท็จ

.....ถ้าการแจ้งรายชื่อผู้บริจาคให้แก่พรรคอนาคตใหม่ที่แจ้งต่อ กกต.เป็นความจริง การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนางสาวพรรณิการ์ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็เป็นความเท็จและการยื่นเสียภาษีเงินได้(ภ.ง.ด. 91)ก็เป็นความเท็จเช่นเดียวกัน

.....สรุปเรื่องนี้ต้องเป็นความเท็จอยู่ประการหนึ่งแน่นอน พรรคอนาคตใหม่และนางสาวพรรณิการ์คงต้องเลือกเอาว่าจะให้พรรคอนาคตใหม่หรือนางสาวพรรณิการ์ถูกดำเนินคดี

.....นางสาวพรรณิการ์ไม่ต้องโอดครวญว่ามีคนจ้องทำลายหรือกลั่นแกล้งเพราะเป็นเรื่องที่ตนทำขึ้นเอง.

 

ส.ส.เต้งานเข้า!นำระเบิดเข้าสภา'ชวน'พร้อมสอบ-ชี้หากมีผู้ประสงค์ร้ายอันตราย

    
 

30 ต.ค.62 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร แถลงพร้อมรับมอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดรุ่นใหม่จากบริษัทในสหรัฐอเมริกา เพื่อมอบให้รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวม 2 เครื่อง ว่า เครื่องดังกล่าวจะใช้ทดสอบในการรักษาความปลอดภัยการประชุมอาเซียน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 ต.ค. ถึง 4 พ.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมาไทยไม่เคยมีเครื่องตรวจวัตถุระเบิด มีแต่ GT 200 ที่ใช้การไม่ได้ โดย 2 เครื่องที่จะส่งมอบนี้ เคยทดสอบที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว มีรัศมีตรวจระเบิด TNT ครึ่งปอนด์ในระยะ 8 เมตร หากปริมาณ 1 กรัม ใช้เวลาตรวจจับประมาณ 30 วินาที โดยวันนี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ให้นำระเบิด TNTเข้ามาในรัฐสภา ปรากฏว่าเครื่องตรวจในสภาไม่สามารถตรวจพบได้ แสดงว่ารัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้มีความปลอดภัย

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ทีม EOD ได้นำระเบิดเข้าไปในห้องฝ่ายค้านอิสระ หรือห้องทำงานนายมงคลกิตติ์ ซึ่งอยู่ใจกลางตรงฐานรากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หมายความว่า ในอนาคตหากไม่มีเครื่องตรวจวัตถุระเบิดที่มีประสิทธิภาพ ใครก็ได้สามารถนำระเบิดมาระเบิดใต้ฐานห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เลย อย่างไรก็ตาม ทราบข่าวจากฝ่ายความมั่นคงว่ามีผู้ก่อการร้ายเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้ในเวลานี้ประมาณร้อยกว่าคน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 ...............................................................
 

 

 

 

 

 .........................................................................
 

ก๊ฬา

 

คล็อปป์ชมหงส์ไม่โอแค่สกอร์ครึ่งแรก


    

เจอร์เกน คล็อปป์ ปลื้ม ลิเวอร์พูล เล่นดีถูกใจ ปัญหาเดียวแค่สกอร์ในครึ่งแรก ก่อนที่จะบดเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้ 2-1 ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์
ประตูในครึ่งหลังจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ โม ซาลาห์ พา ลิเวอร์พุล พลิกกลับมาเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จนได้ ด้วยสกอร์ 2-1 หลัง ทีมเยือน บุกมาทำเซอร์ไพรส์ขึ้นนำได้ก่อนที่แอนฟิลด์ตั้งแต่นาทีแรก จาก แฮร์รี่ เคน
คล็อปป์ กล่าวถึงผลงานของทีม ยืนยัน ลิเวอร์พุล คุมเกมไว้ได้อย่างหมดจดทั้งเกม
"เราเริ่มต้นได้ดีแล้ว แต่จังหวะที่เสียประตูถือว่าโชคร้ายไปหน่อย" คล็อปป์ กล่าว "ท็อตแน่มหลังจากนั้นตั้งรับได้ดีทีเดียว ตอนโต้กลับก็ทำได้เหลือเชื่อ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือคุณไม่เห็นว่าจะมีแวว่าจะได้ประตูอีก เราไม่ได้ตื่นตระหนกหรือลนลาน เราแค่ทำตามแผนต่อไป ทำทุกอย่างตามที่วางแผนไว้"
"ผู้รักษาประตูของพวกเขาก็เซฟได้อย่างเหลือเชื่อหลายครั้ง แต่เราก็ยังใจเย็นไม่ได้ลนแต่อย่างใด ตอนพักครึ่งเราคุยกัน บอกว่า เกมนี้มีปัญหาเดียว คือสกอร์ มีอยู่อย่างสองอย่างที่เราสามารถทำให้ดีขึ้นได้ และปรับมันเล็กน้อย"
"ผมไได้ประหลาดใจกับการเล่นของทางท็อตแน่ม พวกเขาเป็นทีมที่มีคุณภาพที่สามารถสร้างปัญหาให้กับทุกทีมในโลก เราครองบอลได้ 70 เปอร์เซนต์ แต่นั่นโอเคสำหรับทีมอย่างท็อตแน่ม เพราะแต่ละครั้งที่คุณเสียบอล พวกเขามีสปีดที่จะเคาน์เตอร์แอ็ทแท็ก และแฮร์รี่ เคน ก็น่ากลัวมาก"
"แต่เราคอนโทรลได้หมด เรากดพวกเขาไว้ที่แนวรับ และคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดยกเว้นช่วง  5 นาทีสุดท้าย เป็นช่วงที่เริ่งรู้สึกเจองานหนักจริงๆของเกมนี้ มันเป็นซูเปอร์เกม และผมชอบเกมนี้"
เกี่ยวกับเรื่องความฟิตของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คล็อปป์ บอกว่า "เฟอร์จิล มีปัญหาที่ขา เขาเจ็บแต่ก็น่าจะโอเคสำหรับแมทช์ต่อไป โมเจ็บข้อเท้า แต่ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่"
ด้าน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ หลังเกมให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าทีมของตนไม่ได้เสียหรือขาดความเชื่อมั่น แต่ยืนยันว่า ท็อตแน่ม จะบุกไปชนะ ลิเวอร์พูล ได้ในตอนนี้เป็เนเรื่องที่แทบจะเป็นไปแทบไม่ได้
โปเช็ตติโน่ ยืนยันพอใจมากแล้วกับคึวามพยายามของลูกทีม แต่ยอมรับว่าพวกเขาแพ้ให้กับทีมที่เหนือกว่า
"ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของความเชื่อ เรามีความเชื่ออยู่แล้ว เราจำเป็นต้องคุมเกมให้ได้เหนือกว่ามากขึ้นกว่านี้ และเล่นให้ดีขึ้นอีกด้วยผู้เล่นที่เรามีในสนามม"
"เราพยายามแล้วในช่งง 10-15 นาทีสุดท้าย เรามีโอกาสอยู่หลายครั้ง แต่มันเป็นไปไม่ได้"
"เราสู้เต็มที่แล้ว ผมคิดว่าเรามีปัญหาตั้งแต่ครึ่งแรก พวกเขาเล่นได้ดีกว่าเรา ผมคิดว่าเราตั้งรับได้ดี และทีมทุ่มเทเต็มที่แล้ว"

 ................................................................
 
30 ตุลาคม 2562

 

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน