*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3823
  • จำนวนผู้ชม : 2420164
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< ตุลาคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 405 , 14:08:05 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คุณๆผู้อ่านรู้สึกหนาวกันหรือยังครับ ผมเองหนาวตั้งแต่เช้ามจนหลังเที่ยงขณะนี้ หนาวมากเสียด้วยซี ระวังสุขภาพเพราะอากาศ

เปลี่ยนกันให้ดีด้วยครับ

 

 

อุตุฯเตือน 'อีสานตอนล่าง-ตะวันออก' รับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน

    
 

31 ต.ค.62 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง "พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) “แมตโม” (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 11 ระบุว่าเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (31 ตุลาคม 2562) พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) “แมตโม” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน)แล้ว และได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนามแล้ว หรือที่ละติจูด 13.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชาในวันนี้ (31 ต.ค. 62)

 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ในช่วงวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2562 มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลาง: จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงค่อนข้างแรงได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 2 พ.ย 62

 

การเมืองกับครูบาเจ้าศรีวิชัย


    

     ก็ต้อง "สาธุ" อีกครั้ง กับกุศลเจตนาของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ"

 

                "พุทธะ" เป็นที่ใจ

                ไม่ได้เป็นเพราะกายคลุมจีวร!

                ตามที่หลวงปู่เคยบอก จะครองจีวรคืนสู่สมณเพศในวันที่ ๕ ธันวานั้น

                เพื่อไม่เป็นการสร้างประเด็นขัดแย้งให้เกิดขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม ทั้งเอื้อเฟื้อต่อการปกครองคณะสงฆ์

                หลวงปู่จะยังคงสภาวะ "พระอยู่ที่ใจ" ในชุดขาวต่อไป จนกว่าคดีความที่ค้างคาทั้งหลายจบสิ้น

                จากนั้น จะกลับไป "ขอบวช" เป็นพระนวกะอีกครั้ง

                ครับ....
                นี้แหละ "พุทธบุตร" ผู้ถึงแก่นธรรมจากโอษฐ์พระพุทธองค์โดยแท้ ในข้อว่า...

                "สูทั้งหลาย จงมาดูโลกนี้อันตระการอยู่ดุจราชรถ ที่พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่"

                เมื่อวาน มีการยกเรื่องพระพิมลธรรมต้องคดีมาเทียบเคียง ว่าขณะถูกคุมขัง ท่านนุ่งขาว-ห่มขาว  จิตไม่สละความเป็นพระ วัตรปฏิบัติครัดเคร่ง

                เมื่อศาลยกฟ้อง ท่านก็ครองจีวรเป็นพระดังเดิม

                มีอีกคดี ที่อ้างอิงเป็นแนวทางเดียวกัน คือคดี "ครูบาศรีวิชัย" ซึ่งท่านละสังขารไปแล้ว ๘๑ ปี

                "ครูบาศรีวิชัย คือพระโพธิสัตว์ ผู้จะตรัสรู้ภายภาคหน้า" "หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" ขณะจำพรรษาอยู่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ กล่าวยกย่องไว้

                ครูบาศรีวิชัย ต้องอธิกรณ์ ถึง ๖ ครั้ง นับแต่ปี ๒๔๕๓ เรื่อยไปจนถึงปี ๒๔๗๙ ท่านต้องถูกขัง ถูกกักตัว ระหว่างสอบสวนนานเป็นปีๆ

                แต่ทั้ง ๖ ครั้ง เป็นคดีเกี่ยวกับระเบียบการปกครองสงฆ์ ไม่มีความผิดเกี่ยวกับพระวินัยและทางอาญา ทุกคดี สอบแล้ว ท่านก็ไม่มีความผิดอะไร

                พอดีเมื่อต้นเดือน "สมาคมชาวลำพูน" ส่งหนังสือ "ครูบาเจ้าศรีวิชัย" มาให้ ๑ ชุด รวม ๓ เล่ม ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน เป็นประธานคณะกรรมการจัดทำ

                ต้องบอกว่า เป็นหนังสือรวบรวมเรื่องราวครูบาเจ้าศรีวิชัย ครบถ้วน สมบูรณ์ สวยงาม มากคุณค่าที่สุดเท่าที่เคยมีผู้จัดทำมา

                ต้นทุนชำระประวัติศาสตร์ เพื่อเทิดทูนและยกย่องพระคุณของครูบาเจ้าศรีวิชัยนี้ "หลายสิบล้านบาท" แน่ๆ

                ขออนุโมทนาด้วยจริงๆ ถ้าจัดทำอีก ขอให้ผมมีส่วนร่วมบูชาคุณครูบาเจ้าศรีวิชัยบ้างนะครับ

                ที่บ้านผม มีครูบาเจ้าศรีวิชัยหลายองค์ทั้งห้องพระ หัวนอนและบนหิ้งองค์ ด้วยมั่นในศรัทธา จึงไม่สนใจถามว่าใครเอามาจากไหน

                คนทั่วไป รู้จักครูบาเจ้าศรีวิชัย ว่าสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ ไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุข้างบนนั้น

                ยิ่งเห็นรูปปั้นท่านตรงเชิงดอย ก็เลยสรุปเป็นความเข้าใจเอาเองว่า ท่านเป็นคนเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่

                หารู้ไม่ว่า อธิกรณ์ครั้งที่ ๖ ถูกสอบสวนที่เชียงใหม่แล้ว ยังถูกนำตัวไปวินิจฉัยโทษในกรุงเทพฯ นานถึง ๖ เดือนกว่า

                ตรงนี้แหละ.....
                นำไปสู่ "ครูบาเจ้าศรีวิชัย" ต้องลั่นวาจา ประหนึ่งกรวดน้ำคว่ำขันกับเมืองเชียงใหม่ว่า

                "ตราบใดที่น้ำปิงไม่ไหลย้อนกลับ จะไม่ขอไปเหยียบนครเชียงใหม่"

                เหตุเพราะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ในเชียงใหม่ยามที่เดือดร้อน

                ทั้งที่เดือดร้อนนั้น เพราะผู้ใหญ่ของเชียงใหม่ขอร้องให้ท่านทำโดยแท้!

                เมื่อลั่นวาจา ครูบาเจ้าศรีวิชัยก็กลับถิ่นบ้านเกิด คือลำพูน ไปจำพรรษาวัดบ้านปาง ที่อำเภอลี้  บ้านเดิมท่าน

                ไม่กลับไปเหยียบเชียงใหม่อีกเลย....

                แม้จะไปอ้อนวอนกันขนาดไหน ท่านก็ไม่กลับ ตราบมรณภาพ ณ พ.ศ.๒๔๘๑

                ทั้งหมดนี้ ผมเก็บความจากหนังสือครูบาเจ้าศรีวิชัย

                ศึกษาประวัติครูบาเจ้าแล้ว จะเห็นว่า ท่านบารมีสูง เป็นศูนย์กลางศรัทธาคนล้านนาก็ว่าได้

                ขนาด "คณะราษฎร" ยังหวั่นไหว เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง "พระยาพหลพลพยุหเสนา" ยังต้องไปนมัสการครูบาเจ้า

                ก็หวังภาพเพื่อการเมืองนั่นแหละ ไปนมัสการไม่พอ ยังวางสายลับไว้ให้คอยรายงานความเคลื่อนไหวครูบาเจ้าด้วย

                มีหลักฐานที่กองจดหมายเหตุ สำนักนายกรัฐมนตรี สายลับรายงานไปถึงคณะกรรมการคณะราษฎร ว่า

                "......พระศรีวิชัยองค์นี้ ทราบว่าทางราชการหรือผู้หลักผู้ใหญ่ในราชการไม่ค่อยเอาใจใส่ต่อท่าน ทั้งท่านเองก็แสดงอาการมักน้อยถือสันโดษ ไม่ชอบข้องแวะกับผู้ลากมากดีหรือลาภยศสิ่งใด

                ปฏิปทาของท่านมีแต่ทางเป็นพระคุณแก่ราษฎรสามัญ ท่านถึงมีความศักดิ์สิทธิ์ในหมู่ราษฎรทั่วไป

                ข้าพเจ้าเห็นว่า คณะราษฎรควรเอาใจใส่ต่อพระศรีวิชัยองค์นี้ไว้บ้าง ขอจงทำให้ถูกทางจะเท่ากับเรารวมหัวใจของชาวพายัพไว้ได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องลงทุนมากเลย......" ความเป็นพระเพื่อเมืองและบ้านเช่นนี้แหละ ทำให้ครูบาเจ้าถูก "การเมืองพระ" เล่นงานครั้งแล้วครั้งเล่า

                อย่างการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ ทางการยังทำไม่ได้ แต่ครูบาเจ้า ใช้เวลา ๕ เดือน ๒๒ วัน ด้วยแรงศรัทธาคนล้วนๆ สำเร็จ รถยนต์วิ่งขึ้นไปได้

                ก็ดูซี ว่าคนศรัทธาครูบาเจ้าขนาดไหน ดังความในหนังสือนี้ว่า........

                ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากทำพิธีลงจอบแรกไปแล้วนั้น คนมาช่วยงานยังน้อยอยู่

                ต่อจากนั้นอีก ๑๕ วัน เมื่อผู้คนทราบข่าวเรื่องการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพจึงค่อยๆ ทยอยกันเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ

                ต่างมาขออาสาเป็นเจ้าภาพหรือมีส่วนร่วมในการทำทาง ขอแบ่งบุญคนละครึ่งวาบ้าง วาหนึ่งบ้าง  มากกว่านั้นบ้าง ตลอดทั่วทั้งภูเขามีเจ้าของผู้จับจองไปจนถึงบันไดนาค

                ผ่านไปได้ไม่กี่เดือน เริ่มมีคนมาช่วยงานไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ คนต่อวัน เกิดการแย่งยื้อในการขุดขนถางทางให้เรียบ จึงต้องสร้างข้อตกลงกันว่า ให้ขุดกันได้เพียงคนละ ๑ วาเท่านั้น..........

                เนี่ย ผู้คนศรัทธา ความอิจฉาจึงเกิด จึงเจอข้อหาจากเจ้าคณะจังหวัด บูรณะของเก่าไม่ขออนุญาต  ไม่รักษารูปเดิม ตัดไม้ทำลายป่าโดยไม่ขออนุญาตกรมป่าไม้

                พระลูกศิษย์ถูกจับสึก ตัวครูบาเจ้าถูกไต่สวน คุมตัวเข้ากรุงเทพฯ ไปกักบริเวณไว้ที่วัดเบญจมบพิตร

                ก่อนถูกคุมตัวเข้ากรุงเทพฯ ครูบาเจ้าแจ้งต่อคณะสงฆ์วัดพระสิงห์ผู้ไต่สวนว่า......

                ด้วยเวลานี้ถนนที่ขึ้นไปมนัสการพระเจดีย์สุเทพ อาตมาก็ได้ช่วยเหลือมามากแล้ว จนเป็นหนทางขึ้นไปนมัสการได้ แลเคยทำบุญมาแล้วครั้งหนึ่ง

                ฉะนั้น ตั้งแต่บัดนี้ไป อาตมาขอมอบไว้กับท่านพร้อมด้วยราชการบ้านเมือง เพื่อจะได้ดำริสร้างต่อไป ส่วนอาตมาเวลานี้ก็ได้ลงบันทึกต่อคณะสงฆ์ไว้แล้ว ว่าจะไม่ปฏิสังขรณ์ก่อสร้างไม่ว่าวัตถุใดๆ ในจังหวัดเชียงใหม่อีกแล้ว อาตมาขอยุติ ไม่ทำ......

                ก็ดูซี....

                ไม่เพียงวงการสงฆ์ วงการปกครอง ระดับผู้ใหญ่ของเชียงใหม่ก็ยังทำกับท่าน นำไปสู่การลั่นวาจาของครูบาเจ้า

                "ไม่ขอไปเหยียบเมืองเชียงใหม่อีก"!

                เอกสารปรากฏในหนังสือนี้ ว่า.........

                การสร้างถนนขึ้นสู่ดอยสุเทพทำให้ชื่อเสียงของครูบาเจ้าศรีวิชัยระบือไปไกล และหอมฟุ้งด้วยศีลธรรมบารมี ผู้คนจึงชักชวนกันมาขอให้ท่านบรรพชาอุปสมบทกันเป็นจำนวนมาก..........

                พระอานันท์ พุทธธัมโม บันทึกไว้ว่า ระหว่างงานทำบุญฉลองทางขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ หลวงศรีประกาศ และพลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ ได้เข้ากราบครูบาเจ้าศรีวิชัยที่วัดพระสิงห์

                ขอให้ท่านช่วยจัดการอุปสมบทให้หนานปี (ครูบาอภิชัยขาวปี) ที่ทางการสั่งห้ามไม่ให้อุปสมบทอีก  ในครั้งแรกครูบาเจ้าศรีวิชัยเองก็รู้สึกกริ่งเกรงว่า จะเกิดความขัดแย้งกับส่วนกลาง ซึ่งคุกรุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

                ทว่า หลวงศรีประกาศ พร้อมกับ พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ ให้คำรับรองอย่างแน่นหนักว่า "หากเกิดเรื่องใดๆ ขึ้นก็ตาม จะช่วยเหลือ"

                ครูบาเจ้าศรีวิชัยจึงตัดสินใจจัดการอุปสมบทให้ครูบาอภิชัยขาวปี..........

                นี่แหละ เป็นเหตุทำให้ครูบาเจ้า ต้องอธิกรณ์ครั้งที่ ๖ เพิ่มอีกกระทง ฐานไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ทำหน้าที่อุปัชฌาย์ ทั้งที่ห้ามแล้ว

                เล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในระหว่างดำเนินคดี ครูบาเจ้าเชิญหลวงศรีประกาศ และพลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ           มารับรองและชี้แจง ถึงเหตุการบวชให้ครูบาอภิชัยขาวปี

                แต่ปรากฏว่า ทั้ง ๒ ผู้ใหญ่ ที่เคยรับปากมั่นเหมาะ "หากเกิดเรื่องใดขึ้นก็ตาม จะช่วยเหลือ"

                หายจ้อย ไม่ยอมไปเป็นพยานให้ตามที่พูด!

                นี่แหละ......

                เมื่อพ้นอธิกรณ์ โดยท่านไม่มีความผิดแล้ว ครูบาเจ้าศรีวิชัย จึงกรวดน้ำคว่ำขันกับเมืองเชียงใหม่  พร้อมลั่นวาจา

                "ตราบที่น้ำปิงไม่ไหลย้อนกลับ จะไม่ขอไปเหยียบนครเชียงใหม่"

                ท่านกลับลำพูนถิ่นเกิด และละสังขารที่บ้านเกิดคือ "วัดบ้านปาง" ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ ๙ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จฯ ไปที่วัดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘

                และ....พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ครั้งทรงเป็น "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร"

                เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทรงยกฉัตรทองคำ พิพิธภัณฑ์ และทรงเปิดป้ายพิพิธภัณฑ์ครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง เมื่อ ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๗. 

 

พยากรณ์อากาศประจำวัน
ข้อมูลย้อนหลัง : สำหรับพิมพ์
ประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2562
ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (31 ตุลาคม 2562) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “แมตโม” บริเวณประเทศกัมพูชาได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) แล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 150 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง (ระดับ 1) ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักพื้นที่กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มียังคงมีฝนฟ้าคะนอง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว ส่วนมากทางตอนบนของภาค
อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-11 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง
อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า และมีลมแรง
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ออกประกาศ : 31 ตุลาคม 2562 เวลา 11:00 น.
พยากรณ์อากาศประจำวัน

พยากรณ์อากาศประจำวัน

 

เดือดแล้ว!'ดีเอสไอ'งัดข้อ'อัยการ'ปมฟ้อง-ไม่ฟ้องคดี'อนันต์'พันฟอกเงินซื้อขายที่ดินธรรมกาย

    
 

แฟ้มภาพ

 

"เบื้องต้นอัยการฝ่ายคดีพิเศษอ้างว่านายอนันต์ไม่มีเจตนาฟอกเงิน จึงมีความเห็นแย้งกับดีเอสไอ สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ขณะที่ดีเอสไอกำลังเร่งตรวจสอบเพื่อทำความเห็นแย้ง เนื่องจากพฤติการณ์ในการซื้อขายที่ดินดังกล่าวนั้น เป็นการถือครองที่ดินแทนพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เมื่อขายที่ดินได้แล้วนายอนันต์ก็ไม่ได้โอนเงินจากการขายที่ดินเต็มจำนวนไปให้พระธัมมชโย แต่หักเงินส่วนหนึ่งเก็บไว้เอง ทั้งนี้กองความเห็นแย้งพิจารณาเสร็จ จะเสนอไปยังพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ให้พิจารณา หากไม่มีความเห็นแย้งคดีก็จะยุติลงด้วยการสั่งไม่ฟ้องในชั้นอัยการ แต่หากอธิบดีดีเอสไอมีความเห็นแย้ง ยืนยันว่าสมควรสั่งฟ้องนายอนันต์ สำนวนจะถูกส่งไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด โดยผลการพิจารณาของอัยการสูงสุดจะเป็นที่สุดเด็ดขาด"แหล่งข่าวระบุ

สำหรับคดีดังกล่าวเป็นผลมาจากดีเอสไอขยายผลการสอบสวน คดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวก ร่วมฉ้อโกงเงินสหกรณ์ฯนับหมื่นล้านบาท โดยปรากฏเส้นทางการเงินว่า นายศุภชัยนำเงินบางส่วนไปซื้อที่ดินเนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตารางวาที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ใกล้วัดพระธรรมกาย ก่อนขายให้ต่อนายอนันต์ในราคา 93 ล้านบาท ทั้งที่ที่ดินมีราคาประเมินถึง  281 ล้านบาท จากนั้นนายอนันต์นำไปขายต่อให้บุคคลอื่นราคา 492 ล้านบาท ต่อมานำเงิน 303 ล้านบาทบริจาคให้มูลนิธิคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ที่มีพระธัมมชโยเป็นองค์อุปถัมภ์ และก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆรวมถึงอาคารบุญรักษาฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน 

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด'สส.เต้'งานเข้าอีก!ปปช.เรียกสอบมูลค่าพระเครื่องสูงเกินจริง


    
 

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. การให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. จะต้องมีขั้นตอนของการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะในกรณีเข้าดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนของการแจ้งและพิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินนั้นๆ เมื่อแจ้งต่อ ป.ป.ช.แล้ว ทาง ป.ป.ช. โดยสำนักตรวจสอบทรัพย์สินจะต้องดำเนินการตรวจสอบว่า มีทรัพย์สินและสิ่งของตามที่แจ้งมาจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องมูลค่าจะต้องดูว่าเป็นไปตามที่ผู้ยื่นแจ้งไว้หรือไม่ มีความน่าเชื่อมากน้อยเพียงใด หรือการยื่นนั้นเพื่อเจตนาแอบแฝงได้หรือไม่ ป.ป.ช.จะมีขั้นตอน โดยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง หรือหากมีบุคคลใดมีข้อสงสัยก็สามารถยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.สอบเพิ่มเติมได้

 

'ปิยบุตร-ช่อ'โผล่ปัตตานี นำกมธ.กฎหมายพบประชาชน

    
 

ในเวทีเสวนาครั้งนี้นายปิยบุตร เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ของสภาผู้แทนราษฏร วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสเดินทางมามอ.ปัตตานี เรากลับมาสู่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา มีสภาผู้แทนราษฏรเกิดขึ้น มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมา 35 คณะ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ 3 เรื่องใหญ่ๆของคณะกรรมาธิการนี้คือ ทำหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและเรื่องของสิทธิมนุษยชน ในวาระที่ตนได้รับโอกาสเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการก็ตั้งใจเอาไว้ว่า จะใช้กลไกลของคณะกรรมาธิการสามัญชุดนี้ขับเคลื่อนใน 3 ประเด็นดังกล่าวให้เกิดผลอย่างมากที่สุด เพราะเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของคณะคสช. ประเทศไทยมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย มีประกาศคำสั่งของคสช. เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อหลักนิติรัฐและนิติธรรม และตลอด 5 ปีของคสช. ก็มีปัญหาเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน ประเทศไทยเคยเป็นผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอาเซียน แต่ในระยะหลัง เมื่อเกิดรัฐประหาร สิทธิมนุษยชนก็ลดน้อยถอยลงทุกที

"คณะกรรมาธิการที่มาในวันนี้ต่างเป็นผู้แทนของราษฏร ราษฏรเป็นผู้เลือกขึ้นมา ดังนั้นพันธกิจที่สำคัญก็คือ เป็นตัวแทน เป็นปากเป็นเสียงให้แก่ประชาชน ดังนั้นการเดินทางมาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ จึงเป็นบทบาทที่สำคัญของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เราต้องการเดินทางมารับฟังปัญหาที่ประชาชนประสบพบเจอ เราใช้คำว่ากรรมาธิการพบประชาชน เพราะตั้งใจว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ จะเดินทางไปทุกๆภาคของประเทศไทย เพื่อจะได้เข้าถึงปัญหาของประชาชนให้ได้มากที่สุด ภายใต้บรรยากาศที่ประเทศกำลังรื้อฟื้นประชาธิปไตยกลับมา ในอดีตที่ผ่านมาประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ที่อาจกังวลใจว่า หากแสดงออกอาจจะถูกดำเนินคดีต่างๆ แต่ในตอนนี้ระบบเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ผมคิดว่าการเปิดเวทีเสวนาแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างน้อยก็เป็นการสื่อสารภายใต้สภาวการณ์ปกติที่ทุกท่านมีสิทธิเสรีภาพในการพูด ในการแสดงออกได้อย่างเท่าเทียม ภายใต้รัฐธรรมนูญ" ปิยบุตร กล่าว

ปิยบุตร กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ตนเลือก มอ.ปัตตานี เป็นที่แรกในการเดินสายพบประชาชนของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะในเขตพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีปัญหาเรื่องการใช้อำนาจของรัฐตามกฎหมายพิเศษ กฎหมายความมั่นคงต่างๆ ดังนั้นเราจึงเลือกที่นี่เป็นที่แห่งแรก เพราะเชื่อได้ว่าจะได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน เพื่อนำไปผลักดันในประเด็นต่างๆในชั้นสภาผู้แทนราษฏรต่อไป

ด้านพรรณิการ์ กล่าวว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีความทับซ้อนกันเป็นอย่างมาก ปัญหาความรุนแรงที่เห็นได้ชัดเจน คือการซ้อม การทรมาน การกักคน 7 วัน ต่อเนื่องยาวนาน 30 วัน หรือแม้แต่การอุ้มหาย สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงความไม่ไว้วางใจกันระหว่างประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐ นี่คือสิ่งที่เห็นได้ชัด แต่ปัญหาที่ทับไปอีกชั้นหนึ่งก็คือ การพรากสิทธิที่จะเติบโตตามศักยภาพของพื้นที่ ตนมาแต่ละครั้งไม่ได้ไปพบแต่ผู้ที่สูญเสีย ผู้ที่บาดเจ็บ หรือญาติผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังได้ไปรับรู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ คามสวยงามและศักยภาพในพื้นที่

"คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่มอง 3 จังหวัดชายแดนใต้โดยคิดถึงแต่ปัญหาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้คิดถึงศักยภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว ชายหาดหรืออุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเติบโตได้แค่ไหนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ นี่คือสิ่งที่ถูกกดทับภายใต้ปัญหาความรุนแรง นี่คือความสูญเสียที่ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ชายแดนใต้ แต่เป็นการสูญเสียของประเทศ เรามีความจำเป็นต้องสื่อสารออกไปให้คนทั้งประเทศเห็น วันนี้ตนมีความเชื่อส่วนตัวว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาชายแดนใต้ที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ทั้งที่เวลาล่วงเลยมากว่า 15 ปี เป็นเพราะว่าคนในประเทศไทยไม่ได้มองว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็น 'ปัญหาของเรา' แต่มองว่าเป็น 'ปัญหาของคุณ' ตราบใดที่ไม่สามารถทำให้คนไทยทั้งประเทศเห็นว่า จังหวัดชายแดนใต้คือพื้นที่ที่มีศักยภาพ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีวัฒนธรรมที่ดี มีอาหารที่อร่อย มีคนที่น่ารัก ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในพื้นที่ได้ เราต้องทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่า คุณกำลังสูญเสียอะไรบ้างในปัญหาชายแดนภาคใต้ และเราทุกคนจำเป็นต้องแก้ปัญหาร่วมกัน" พรรณิการ์ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการเสวนา ได้มีการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมถาม-ตอบ ถึงปัญหาด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน โดยผู้เข้าร่วมรับฟังเสวนาท่านหนึ่งได้สะท้อนปัญหาว่า การมีกฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวปัญหาทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขอเรียกร้องและขอความอนุเคราะห์ผ่านคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ไปยังผู้มีอำนาจ ขอให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษในพื้นที่ เนื่องจากหากคนใดคนหนึ่งในครอบครัวถูกตัดสินจากกฎหมายพิเศษ คนครอบครัวนั้นก็เดือดร้อนตามไปด้วย ดังนั้นการถูกตัดสินจากกฎหมายพิเศษ คือการตัดสินชะตาชีวิตของครอบครัวนั้นๆไปด้วย

นอกจากนี้ ในเวทียังมีการยื่นข้อร้องเรียนต่างๆอีกหลายปัญหาเช่นการเวนคืนพื้นที่ทำกินชาวบ้านเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพญา จ.ยะลา การร้องเรียนเรื่องการที่กอ.รมน. ขอให้ประชาชนในสามจังหวัดลงทะเบียนซิมการ์ดแบบสองแชะ มิฉะนั้นจะถูกตัดสัญญาณหลังวันที่ 31 ตุลาคม รวมถึงการร้องเรียนเรื่องการเก็บดีเอ็นเอของประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และการร้องเรียนสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดในเรือนจำกลางปัตตานี

 

'ประยุทธ์' ยันเลือกตั้งท้องถิ่นปีหน้า ไม่ว่าใครได้รับเลือกรัฐบาลพร้อมสนับสนุน


    
 

31 ต.ค.62 - ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การได้รับรางวัลก็ขอให้มีความภาคภูมิใจ ตนฟังขั้นตอนการคัดสรรมาแล้วไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนอปท.ไหนที่ยังไม่ได้รับรางวัล ก็ต้องพยายาม โดยเงินรางวัลที่ได้ไปขอให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้ตนพูดวนๆนิดนึง เพราะว่าเมื่อเช้าได้พูดคุยกับนายกฯแคนาดา โดยได้แสดงความเสียใจที่ไม่ได้มาร่วมประชุมอาเซียน เพราะเขากำลังยุ่งเรื่องการตั้งรัฐบาลของเขา ตรงนี้เป็นเรื่องของเขาที่ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เขาก็ให้กำลังใจเรา เราก็ให้กำลังใจเขา เป็นเรื่องของความเชื่อมโยง ซึ่งรวมความไปถึงต่างประเทศ ที่ต้องพึ่งพากันทั้งหมด นี่คือประเทศไทย ต้องคิดแบบนี้ คิดให้กว้างไกลออกไป แล้วจึงย้อนกลับมาว่าเราจะได้ประโยชน์จากความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ท้องถิ่น ตนคาดหวังว่าจะสร้างความเข้าใจ เพราะท้องถิ่นใกล้ชิดประชาชนที่สุด เมื่อทำได้แล้วก็จะหาวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้ประชาชนมีผลผลิตที่มีมูลค่าตรงกับความต้องการของประเทศและต่างประเทศ รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการกระจายอำนาจเราก็มีอยู่แล้ว วันนี้ตนคิดว่าเราสามารถกระจายความเข้าใจไปถึงกัน กระจายจิตใจให้ถึงกันว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างไรในการทำงานตรงนี้ รัฐบาลยืนยันเรื่องเหล่านี้จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากตนให้ความสำคัญกับท้องถิ่นมากพอสมควร "เราจะมีการเลือกตั้งในปีหน้านี้ เมื่อทุกอย่างมันพร้อมค่อยมีการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ก็จะยืนยันอีกว่าไม่ว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็นผมก็ไม่รู้ แต่จะสนับสนุนเรื่องการทำงานให้ได้มากที่สุด โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นที่และประชาชน แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ตรงขึ้น เพราะผมเข้าใจดีการที่ส่วนกลางกำหนดลงไปแต่เพียงฝ่ายเดียวมันทำไม่ได้มากนัก ในโลกวันนี้ ก็ต้องฟังความคิดเห็นประชาชนด้วย"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้ทุกคนมีรายได้ดีขึ้น ประชาชนมีความสุขขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มบทบาทการปกครองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราพยายามทำให้มากที่สุด เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาระดับพื้นที่ ให้สามารถบริหารจัดการตนเองตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ

"วันนี้เรามีหลายท้องถิ่นที่ได้รับรางวัล ผมว่าที่เหลือก็ยังมีอยู่อีก น่าจะปรับปรุงพัฒนาให้ได้เหมือนท่าน ตามกันมา รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ถ้ามีองค์กรปกครองท้องถิ่นได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เราก็ดูแลได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าข้างล่างทำดีข้างบนก็ต้องดูแล ผมอยากให้คนที่ได้รับรางวัลในวันนี้ช่วยกันขับเคลื่อนที่เหลืออยู่ได้ไหม ทำอย่างไรเขาถึงจะได้แบบเรา ไม่ต้องกลัวเขามาแย่งรางวัลเราหรอก ผมคิดว่ามันไม่ง่ายนัก"นายกฯกล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐบาล การใช้งบประมาณจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากหลายส่วนด้วยกัน สิ่งใดก็ตามที่ใช้งบประมาณก็ต้องสอดประสานกับยุทธศาสตร์ชาติซึ่งได้วางไว้แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ไปล็อกอะไรท่านมากมาย เป็นเพียงกรอบใหญ่ๆ แต่ถ้าจะไปคิดโครงการก็ขอให้ไปศึกษาตรงนี้ด้วย ถ้าเรารู้ไม่ตรงกันทั้งหมดตั้งแต่ข้างบนลงไปข้างล่าง มันทำงานกันไม่ได้ มันจะขาดวิ่นไปทั้งท่อนไม่ได้ ทั้งนี้ หลายอย่างที่รัฐบาลได้ทำมีการใช้งบประมาณผ่านกระทรวงมหาดไทยที่ลงไปถึงข้างล่าง ซึ่งเป็นการกำหนดความต้องการของประชาชนโดยตรงอย่างแท้จริง แต่ขอเพียงอย่างเดียวทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ต่างๆ กฎหมายใหม่ออกมาเยอะ สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือตรงนี้ เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าทำให้ถูกต้องตรงวัตถุประสงค์มันทำได้หมด ในวงเงินที่เรามีอยู่ ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และหวังว่าอปท.ทุกแห่งจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้เป็นต้นไป และหวังวันหน้าอปท.จะใช้ระบบออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อลดเวลาให้กับประชาชน

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องเข้าใจว่าบางทีถ้าเรามองเล็กๆ ปัญหามันก็เยอะอยู่แล้ว ถ้าเรามองใหญ่ขึ้นมาอีก ปัญหาจะเยอะกว่าเดิม แต่รัฐบาลต้องดูทั้งหมด รัฐบาลต้องรับปัญหามีเท่าไหร่ ยืนยันรัฐบาลนี้จะทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเราทำยุทธศาสตร์ชาติไว้แล้วเดินหน้าไปอย่างนั้น บางอันอาจจะช้า บางอันอาจจะเร็ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่ สิ่งสำคัญคือความร่วมมือระหว่างกันในทุกภาคส่วน ตนอยากให้ประชาชนเรียนรู้ว่าถ้าเริ่มจะทำแล้วทำไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลพยายามดูแลในขณะนี้ ไม่ว่าการประกันราคาข้าวหรืออะไร ต้องระวังว่าผลกระทบจะเกิดมากขึ้นหรือไม่ ถ้าเติมเงินตรงนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งอย่างอื่นมันจะไม่มีสตางค์ทำหรือไม่ ช่วยกันคิดตรงนี้ด้วย สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีการและแนวคิด เราต้องคิดใหม่โดยไม่ทิ้งของเดิม หาทางปฏิบัติที่ดีกว่าเดิม และตนหวังว่าท่านจะทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับรัฐบาลจะทำหน้าที่ของรัฐบาลให้ดีที่สุดและร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในอนาคตอย่างที่ตนได้ย้ำไปแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งปีหน้า เราต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นที่ตั้ง เมื่อเราได้รับเลือกจากประชาชนมาแล้วก็ทำงานร่วมกัน แต่การทำงานร่วมกันที่จะทำให้ตอบสนองประชาชนได้จำเป็นต้องร่วมบริหารกับรัฐบาล ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่เช่นนั้นเดินไปไม่ได้ เราต้องร่วมกัน ตนสัญญาว่ารัฐบาลนี้ยืนยันจะให้การสนับสนุนการทำงานของ อปท.อย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประเทศและประชาชนของเรา

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 
 
...........................................................................
 
31 ตุลาคม 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน