*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3823
  • จำนวนผู้ชม : 2420172
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 283 , 15:27:05 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         หลังออกจากที่คุมขังออกมา จตุพร พรหมพันธุ์ ก็กลายเป็นคนช่างพูดช่างวิจารณ์มากขึ้น แล้วยังพูดด้วยว่าจะไม่ลงไปเคลื่อน

ไหวบนถนนเหมือนเก่า ทุกฝ่ายที่ได้ยินแล้วก็สบายใจที่บ้านเมืองจะสงบเรียบร้อยมากขึ้น

         ส่วนนายธนาธรก็รู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว เพราะไม่อีนังขังขอบสมาชิกพรรคอย่างเท่าที่ควร แต่ไม่วายแก้ตัวว่าเพราะตัวเองถูกทิ่ม

แทงตลอดมา

 

 

 

สัปปายะสถาน-อสัปปายะบุคคล

    
 

            ผมก็ลืมถาม "คุณธีรพล นิยม" ผู้ออกแบบ "สัปปายะสภาสถาน" ไปว่า

 

                เจดีย์ที่แทงยอดแหลมสีทองอร่ามให้เห็นขณะนี้

                เมื่อเสร็จ ข้างในจะบรรจุอะไร?

                สัปปายะสถาน เป็นสถาปัตยกรรมแบบพุทธ สิ่งเป็นมงคลสูงสุดย่อมสถิตตรงนี้แน่

                ตรงนี้ผมไม่ติดใจ

                มาติดใจตรงล่างสุดของสัปปายะสภาสถานนี่แหละ ขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เปิดใช้เพียงบางส่วน โดยเฉพาะห้องประชุม ส.ส.-ส.ว.

                สภาเกียกกายนี่ "ผีแรง" นะ!

                ก่อนจะเปิดให้ ส.ส.มาอยู่ มากิน มาประชุม มาขับ มาถ่าย มาถุย มาถ่อย กันที่นี่

                ไม่ทราบว่าประธานรัฐสภา "ชวน หลีกภัย" ท่านทำพิธีเซ่นวักตั๊กแตนเจ้าที่-เจ้าทางหรือยัง?

                ประธานชวนท่านเป็นคนไม่นิยมด้านนี้ เข้าใจว่าไม่ จะมา ก็ยกมากันเลย เรียกว่าไม่เห็นหัวผี

                เพราะอย่างนี้กระมัง.......

                บทบาท ส.ส.ในสภา ตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม สมัยจอมพลถนอม เรื่อยๆ มา

                พูดกันตรงๆ จนถึงสมัยยิ่งลักษณ์ด้วย

                ชั่ว, ดี, ถี่, ห่าง ส.ส.ยังมียางสำนึกในภาวะ พอรับกันได้

                มายุค "กูอยากเลือกตั้ง" นี่แหละ .......

                บอกตรงๆ เสียดายรัฐสภาสัปปายะสถานยิ่งใหญ่อันดับ ๒ ของโลก แต่คนใช้เจริญไม่ทันสถานที่เสียจริงๆ

                พฤติกรรมบาง ส.ส.

                เหมือนก้อนอุจจาระในภาชนะทองคำ!

                ไม่รู้จะโทษใคร ก็ต้องโทษผีเจ้าที่เข้าสิง ทำให้ท่านผู้ทรงเกียรติบางผู้-บางตน

                บางคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ พอมาเป็น ส.ส.เข้าสัปปายะสภาสถานเท่านั้่นแหละ

                ผีบ้า ผีอันธพาล ผีต้องธรณีสารแผ่นดิน เวียนเข้าสิง สิ้นอาย สิ้นคิด สิ้นคน อาละวาด แสดงฤทธิ์ แสดงเดช ชนิดเอาไม่หยุด ฉุดไม่อยู่

                ประชาธิปไตย ระบบรัฐสภานั้น โอเค

                แต่คนในระบบ ค่าไม่คู่ควร มองไม่เห็นเลยว่า นอกจากคำว่าประชาธิปไตย แล้วสังคมประเทศได้อะไรจากคนพวกนี้?

                สังเกตว่า บางพวกจะอาศัยสถานภาพ ส.ส.และคณะกรรมาธิการสภา ทำเกินกรอบหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด

                บางทีจะเห็นว่า ใช้สถานะชนิดมีเจตนาบางอย่างซ่อนเร้น อย่างที่เรียก ผบ.ทบ.ไปพบบ้าง เรียกนายกฯ ไปพบบ้าง โดยไม่มีเหตุเป็นกรณี

                อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ

                เชิญนายกฯ ประยุทธ์ไปชี้แจงเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นต้น

                ตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๔

                มาตรา ๕ บอกว่า.......

                คณะกรรมาธิการมีอํานาจออกคําสั่งเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่นั้นได้...ฯลฯ........

                ใช่ กมธ.เรียกไปชี้แจงได้

                แต่เรื่องที่เรียกไปชี้แจงนั้น เป็นเรื่องที่พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาอยู่หรือเปล่าล่ะ?

                ในความจริงที่เป็น เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่พรรคฝ่ายค้านตั้งเป็นประเด็นฟัดนายกฯ แต่วันแรก นั้น

                เมื่อเป็นเรื่อง-เป็นประเด็น ต้องถกกันตามบทกฎหมาย ก็ว่ากันไป

                ก็เล่นกันทั้่งในสภา-นอกสภา กระทั่งเปิดสภาอภิปรายทั่วไป ยื่นเรื่องผู้ตรวจ ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

                เรียกว่า ประเด็นนายกฯ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบนั้น มีแง่มุม-แง่กฎหมายไหนชำระสะสางให้เป็นที่สุดได้ ฝ่ายค้านก็ทำเป็นที่สุดครบทุกทางแล้ว

                ขนาด "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีคำวินิจฉัยเป็นที่สุด แยกแยะแต่ละประเด็นละเอียดยิบ จบสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่ ๑๑ ก.ย.๖๒

                แล้ว กมธ.ชุดที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นประธาน จะเหนือศาลรัฐธรรมนูญ โดยพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาต่องั้นหรือ จึงเรียกนายกฯ ไปให้ปากคำ?

                รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๑ วรรคสี่  บอกว่า.........

                คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ

                นั่นคือ เรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ "เป็นเด็ดขาด" ไปแล้ว ตามคำวินิจฉัยศาลฯ

                ไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นต้องเรียกใครมาแถลงหรือต้องแสดงความคิดเห็นอันใดอีก

                เว้นแต่เจตนาละเมิดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ!

                ต้องอย่าลืม.........

                มาตรา ๑๒ ตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภานั้น บอกไว้อย่างนี้

                "กรรมาธิการผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ"

                ถ้าถาม แล้วใครมีอำนาจมาจัดการ?

                อดีตนายกฯ ชวน "ประธานรัฐสภา" นั่นไง มีอำนาจและต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้

                ตอกหัวตะปูให้เข้าใจชัดๆ กันอีกที ว่าเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณจบไปแล้ว

                ผมจะนำคำวินิจฉัย เมื่อ ๑๑ ก.ย.มาให้อ่านให้ขึ้่นใจกันอีกที

                ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า

                การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 อันเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เป็นอันใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง และเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียนหรือไม่ นั้น

                ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 วรรคสาม และมาตรา 47 (1)

                การถวายสัตย์ฯ ต่อพระมหากษัตริย์ไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ

                ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่านายภาณุพงศ์ได้ยื่นคำร้อง และผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า

                การกระทำที่ถูกกล่าวอ้างว่า ละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (11) และมาตรา 46 ก็ตาม

                แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 47 (1) บัญญัติว่า "การใช้สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 46 ต้องเป็นการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพอันเกิดจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ และต้องมิใช่เป็นกรณีอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

                (1) การกระทำของรัฐบาล และมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติว่า "...ถ้าศาลเห็นว่าเป็นกรณีต้องห้ามตามมาตรา 47 ให้ศาลสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา"

                เห็นว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์เป็นการกระทำทางการเมือง (Political Issue) ของคณะรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญฝ่ายบริหารในความสัมพันธ์เฉพาะกับพระมหากษัตริย์

                อันอยู่ในความหมายของการกระทำของรัฐบาล (ACT of Government) ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 47 (1) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่อาจรับคำร้องไว้พิจารณาได้ ตามมาตรา 46 วรรคสาม

                ประกอบกับเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2562 เวลา 17.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

                หลังจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณจบ

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้น้อมนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน

                ต่อมา เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2562 เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้ารับพระราชดำรัสในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งพระราชทานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย

                โดยเข้ารับต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ทำเนียบรัฐบาล

                การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ดังกล่าว จึงไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรตามรัฐธรรมนูญใด

                นอกจากนี้ ยังมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ที่ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 163

                และการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 นั้น ด้วย

                ครับ....

                คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นเด็ดขาด และมีผลผูกพันรัฐสภา

                คณะกรรมาธิการฯ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในความเป็น ส.ส.ก็คือ "รัฐสภา"

                พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กับผม ก็คนรักคนชอบกันมาเก่าก่อน

                ด้วยรัก จึงอยากให้ท่านรั้งม้าแต่ริมผาเถิด. 

................................................................

'จตุพร'อ่านกระดานการเมืองฟันธง'ธนาธร'หลุดสส.แน่ๆ'ยุบอนาคตใหม่'จะตามมาเป็นรวงผึ้ง!

    
 

"แต่จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองกี่ปีนั้น อยู่ที่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ใน วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ยังไม่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการยุบพรรค แต่หลังจากนั้นก็คงไม่รอด เรื่องแบบนี้เมื่อโดนครั้งหนึ่ง ก็มักจะตามมาเป็นรวงผึ้ง"นายจตุพร กล่าว. 

 

 

'ธนาธร'ออกสาร'ขอโทษ'สาวกที่สื่อสารน้อยไปเพราะมีขวากหนามทิ่มแทงตลอดเส้นทาง

    
 

31 ต.ค 62 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวห้าพรรคอนาคตใหม่โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

 

พรรคอนาคตใหม่คือผู้คนและการเดินทางไกล 

ถึงเพื่อนร่วมการเดินทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามที่เคารพทุกท่าน

ผมอยากจะเริ่มต้นสาส์นฉบับนี้ด้วยการขอโทษ

เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปก็พบว่าตัวเองสื่อสารกับเพื่อนร่วมทางน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น

อาจจะเพราะขวากหนามที่คอยทิ่มแทงพวกเราตลอดเส้นทางที่ก้าวเดิน

ขวากหนามที่เกิดขึ้นจากการที่พวกเรายืนยันในหลักการที่ถูกต้อง

ขวากหนามที่เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะฉุดรั้งประเทศไทยไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า

เพียงปัดป้องขวากหนามทั้งหมดนี้เราก็แทบไม่เหลือเวลาในการสร้างสรรค์สิ่งอื่นตามที่ตั้งใจไว้

ถึงอย่างไรเราก็ควรภูมิใจในรอยแผลเหล่านั้นเราต่างทราบกันดีว่ายิ่งถากถางเส้นทางไปข้างหน้าไกลมากเท่าใดขวากหนามและบาดแผลก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น

ในแง่หนึ่งรอยแผลจึงเปรียบเสมือนเครื่องยืนยันว่าสองมือเราได้เริ่มลงมือทำสองเท้าเรายังก้าวเดินไปไม่หยุดย่ำอยู่กับที่

ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากจะจบสาส์นฉบับนี้ด้วยการขอบคุณ

จากมือไม่กี่มือที่เริ่มสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาจากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงความฝันและรอบข้างที่ว่างเปล่ามาถึงณเวลานี้ความว่างเปล่านั้นถูกเติมเต็มด้วยเพื่อนร่วมทางกว่า6,300,000 คน

อนาคตใหม่จึงไม่ใช่เพียงชื่อพรรคการเมืองแต่หมายถึงผู้คนซึ่งกำลังเดินทางไกลร่วมกัน

เราฝันถึงความเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ก้าวหน้าเสมอภาคและเท่าเทียมเป็นธรรม

เราฝันจะสร้างพรรคการเมืองเพื่อภารกิจทางประวัติศาสตร์เหล่านี้

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าพรรคอนาคตใหม่ยังเยาว์นักเรายังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบอยู่มากเราต้องเรียนรู้และเติบโตจากอุปสรรคและความผิดพลาดนอบน้อมต่อประชาชนและซื่อตรงต่ออุดมการณ์

บนเส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นสดใสและปลายทางยังอีกยาวไกลบางคนอาจเหน็ดเหนื่อยบางคนอาจต้องการช่วงเวลาสำหรับหยุดพักบางคนอาจขอละการเดินทางไว้เพียงเท่านี้บางคนอาจผิดหวังขณะที่บางคนอาจค้นพบเส้นทางใหม่

ไม่ว่าจะอย่างไรขอโปรดรับรู้ว่าผมขอขอบคุณอย่างยิ่งและถือเป็นเกียรติเสมอที่ได้ร่วมเดินทางฟันฝ่ามาด้วยกันช่วงเวลาที่ได้แบ่งปันความสุขและร่วมทุกข์กับความเศร้าจะยังตราตรึงอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับพวกเราที่ยังมั่นคงในเส้นทางแห่งอุดมการณ์อยู่1 ปีที่พวกเราเดินร่วมกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยนั้นยังไกลไม่พอที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เจริญงอกงามอย่างที่เราได้วาดฝันกันเอาไว้

จากนี้ต่อไปขอจงจับมือกอดไหล่แล้วเอาหัวใจผูกร่วมกันไว้ให้แน่น

เป้าหมายยังอีกยาวไกลขวากหนามยังมีอีกมากทว่ายังมีหนทางอยู่เสมอสำหรับผู้ที่หัวใจไม่ยอมแพ้

“พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง”

31 ตุลาคม2562

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 .......................................................................

 

อุตุฯเตือน 'อีสานตอนล่าง-ตะวันออก' รับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน

    
 

31 ต.ค.62 - กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง "พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) “แมตโม” (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 11 ระบุว่าเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (31 ตุลาคม 2562) พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) “แมตโม” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน)แล้ว และได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวีนอน ประเทศเวียดนามแล้ว หรือที่ละติจูด 13.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศกัมพูชาในวันนี้ (31 ต.ค. 62)

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

ในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ในช่วงวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2562 มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคกลาง: จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 2 พ.ย 62

 

 

 'พุทธะอิสระ'เลื่อนบวชใหม่จาก5ธ.ค.!

 

 

............................................................

 

1 พฤศจิกายน 2562 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 02/11/2019 เวลา : 08.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สิงห์นอกระบบ
......................................
ครับ จตุพรคงจะชักเข้าชักออกไปเรื่อย

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 01/11/2019 เวลา : 19.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ตู่ จตุพร คงไม่ใส่ใจ กฎ กติกา ซึ่งหลักสากลทางการเมืองที่จำต้องมีอยู่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน