*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3823
  • จำนวนผู้ชม : 2420121
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 281 , 20:42:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

link@: บิ๊กตู่นำจับมือผู้นำ10ปท.เป็นสักขีพยานลงนามฟีฟ่า-เลขาฯอาเซียน

สวัสดีครับ

         ในการประชุมอาเซี่ยน นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้บุคลิกความเป็นมิตรจับมือกับผู้แทนสหรัฐ  นายวิลเบอร์

รอสส์ (Wilbur Ross) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา พร้อมคณะะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ คุยกันเรื่อง

การขยายความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งสหรัฐฯ นับเป็นนักลงทุนที่สำคัญของไทยและมีส่วนช่วยส่งเสริม

การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมายาวนาน และประเด็นสหรัฐตัด จีเอสพี.ไทย โดยจะมีการเจรจาทบทวนระหว่างกันก่อนที่จะมีผลบังคับใช้

ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

         นอกจากนั้น นายกฯยังได้หารือกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย โดยนายกฯยินดี

ที่ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศมีความก้าวหน้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเชิญ

บริษัทรัสเซียเข้ามาลงทุนใน EEC ในสาขาที่รัสเซียเชี่ยวชาญ อาทิ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล การเมือง ระบบ

เมืองอัจฉริยะ และการผลิตเครื่องมือแพทย์ พร้อมกล่าวว่าไทยมีความสนใจที่จะส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตลาดรัสเซียเพิ่ม

ขึ้น และขอบคุณรัสเซียที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างต่อเนื่อง 

         การประชุมอาเซียน ครั้งที่ 35 นี้ ประเทศไทยได้ประโยชน์มิใช่น้อยเลย ดังรายงานข่าวในเว็บเพจนี้

 

 

การเมือง

นายกฯ เปิดอกคุย สหรัฐฯ รับกังวลโดนตัดจีเอสพี

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 - 18:35 น.
นายกฯ,เปิดอกคุย,สหรัฐ,จีเอสพี,วอนทบทวน,กังวลโดนตัดจีเอสพี,รมวพาณิชย์ สหรัฐฯ

"รมว.พาณิชย์ สหรัฐฯ" เข้าพบ "นายกฯ" เผย "ไทย" พร้อมหนุน การลงทุนบริษัทมะกัน ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย รับกังวล หลัง โดนตัด "จีเอสพี" วอน ทบทวน

          เมื่อวันที่ 3 พ.ย.62 เวลา 16.30 น. ที่ห้อง Sapphire 108 ชั้น 1 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายวิลเบอร์ รอสส์ (Wilbur Ross) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

          โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญการหารือว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณที่รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ นำคณะนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ร่วมเดินทางมาไทยครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะในการขยายความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งสหรัฐฯ นับเป็นนักลงทุนที่สำคัญของไทยและมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยมายาวนาน ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนของบริษัทสหรัฐฯ ในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อากาศยานและอวกาศ ดิจิทัล เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์

         รมว.พณ.สหรัฐฯ แสดงความชื่นชมการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้ที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน พร้อมกล่าวว่า การมาเยือนครั้งนี้นำภาคเอกชนจากสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของไทยมาร่วมประชุม Indo Business Forum ที่หอการค้าไทยและหอการค้าสหรัฐฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน เชื่อมั่นว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจสำหรับภาคเอกชน

          ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างกัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยมีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่การลงทุนของภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างชาติ รวมทั้งได้พัฒนากฎระเบียบต่างๆ และผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนภาคเอกชนสหรัฐฯ มาร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคของอาเซียนด้วย

          ในส่วนของประเด็นการพักสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) บางส่วนแก่ไทยนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลห่วงกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาคเอกชนและสาธารณชน แต่เข้าใจดีเรื่องกติกาของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในฐานะมิตรอันใกล้ชิด ขอให้สหรัฐฯ พิจารณาทบทวนอีกครั้ง ซึ่งรมว.พาณิชย์ สหรัฐฯ พร้อมเปิดให้มีการเจรจาทบทวนระหว่างกันก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

นายกฯ คุย เมดเวเดฟ แบไต๋หวังส่งออกสินค้าเกษตรไปรัสเซียเพิ่ม

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 - 18:42 น.
เมดเวเดฟ,นายกฯ,ชวนลงทุน EEC,ส่งสินค้าเกษตร,รัสเซีย,กระชับความร่วมมือ,ด้านพลังงาน

"นายกฯ" คุย "เมดเวเดฟ" ชวน ลงทุน EEC รับ สนใจส่งออกสินค้าเกษตรไป "รัสเซีย" เพิ่ม พร้อมกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน ทั้งร่วมมือความมั่นคง-การทหาร

          เมื่อวันที่ 3 พ.ย.62 เวลา 17.10 น. ที่ห้องแซฟไฟร์ 108 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หารือกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย

          ภายหลังเสร็จสิ้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสาระสำคัญหารือว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศมีความก้าวหน้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวเชิญบริษัทรัสเซียเข้ามาลงทุนใน EEC ในสาขาที่รัสเซียเชี่ยวชาญ อาทิ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล การเมือง ระบบเมืองอัจฉริยะ และการผลิตเครื่องมือแพทย์ พร้อมกล่าวว่าไทยมีความสนใจที่จะส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังตลาดรัสเซียเพิ่มขึ้น และขอบคุณรัสเซียที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างต่อเนื่อง

          ทั้งนี้ ไทยยินดีที่มีการตรวจสอบโรงงานสินค้าประมงไทย โดยหวังว่าจะนำไปสู่การค้าขายสินค้าระหว่างกันมากขึ้น นอกจากนี้ ไทยหวังที่จะกระชับความร่วมมือด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้ประโยชน์จากคณะทำงานร่วมด้านพลังงานเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมต่อไป ไทยยินดีกับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารไทย-รัสเซียที่ก้าวหน้ามาเป็นลำดับ

          ขณะที่ นายเมดเวเดฟ กล่าวยินดีกับประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย โดยรัสเซียยินดีและพร้อมส่งเสริมความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญกับไทย อาทิ ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน และการเกษตร เป็นต้น

 

          นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์กันอย่างรอบด้าน ทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณรัสเซียที่มูลนิธิสโกลโกโว (Skolkovo Foundation) ของรัสเซียได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงคัดเลือกนักศึกษาไทยไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ซึ่งถือเป็นการช่วยพัฒนาบุคลากรด้านวิชาการและวิทยาศาสตร์ให้กับประเทศไทย  

รัฐบาลไทยชวนอาเซียนเตรียมพร้อมรับมือสังคมผู้สูงวัย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 - 19:10 น.
อนุทิน,อาเซียน,เตรียมพร้อมรับมือ,สังคมผู้สูงวัย

รัฐบาลไทยชวนประเทศสมาชิกอาเซียนเตรียมพร้อมรับมือสังคมผู้สูงวัย "อนุทิน" ย้ำเป้าหมาย "ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง"

          วันที่ 3 พ.ย. 62 - ในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 35 มีการเปิดตัวศูนย์ ACAI โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมพิธีเปิดว่า รัฐบาลไทยได้มอบให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการเตรียมพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุ ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค   โดยประเทศไทยได้เป็นผู้ริเริ่มชักชวนกลุ่มประเทศอาเซียนให้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยที่จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในหลายประเทศ นำมาสู่ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์ ACAI เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

          นายอนุทิน กล่าวอีกว่า โดยได้รวบรวมความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาทั่วอาเซียน ร่วมมือกันทำโครงการวิจัย พัฒนา ออกแบบกลยุทธ์ และแนวทางสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเป็นศูนย์ความรู้ของอาเซียน ให้บริการความรู้ด้านวิชาการ นโยบายสาธารณะ ยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และแนวทางด้านผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ ในการส่งเสริมให้เกิดสังคมผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี สามารถจัดการความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพที่จะเกิดขึ้น โดยศูนย์แห่งนี้ได้ตั้งอยู่ภายในกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

          นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า การจัดตั้งศูนย์ ACAI นับเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของอาเซียน ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มองสู่อนาคต และเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์ที่สนับสนุนแนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 และเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่ศูนย์ที่มุ่งให้มีสถานะทางกฎหมายระหว่างประเทศ     

          ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนมีประชากรรวมกันประมาณ 650 ล้านคน ครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย และมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวน 59 ล้านคน หรือร้อยละ 9 ของประชากรทั้งภูมิภาค โดย 3 ประเทศ ที่มีประชากรสูงอายุมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ (ร้อยละ 18) ประเทศไทย (ร้อยละ 16) และเวียดนาม (ร้อยละ 10) สำหรับอินโดนีเซียมีประชากรสูงอายุจำนวน 21 ล้านคนหรือร้อยละ 8 ของประชากรทั้งประเทศ.

'อาเซียน-อินเดีย'ดันการค้าฯมูลค่า2แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี65

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 - 20:15 น.

อาเซียน-อินเดียดันการค้าฯมูลค่า2แสนล้าน,ประชุมสุดยอดอาเซียน,หนุนท่องเที่ยว,การค้าการลงทุน

"อาเซียน-อินเดีย"ร่วมผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาทุกมิติอย่างเป็นรูปธรรม เน้นการค้า-ลงทุนมูลค่า2แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี2565

        วันที่ 3 พ.ย. 2562 -  นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 16 ประกอบด้วย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน และนายกรัฐมนตรีนเรนทร โมที (His Excellency Shri Narendra Modi)

           โดยการประชุมครั้งนี้เพื่อทบทวนความร่วมมือในกรอบอาเซียน-อินเดียในมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรมในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดียในอนาคต และเพื่อหารือ แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยมีผู้นำจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย

 

          ในนามอาเซียน นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชม อินเดียถือเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับอาเซียนที่จะร่วมมือกันในการส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค ขับเคลื่อนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนสร้างความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมมาโดยตลอด อาเซียนยินดีที่นายกรัฐมนตรีอินเดียให้ความสำคัญกับอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านนโยบายมุ่งตะวันออกของอินเดีย เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญทำให้ยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน-อินเดียมีพลวัตมากยิ่งขึ้น

          ด้านความมั่นคง อาเซียนชื่นชมที่อินเดียสนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนบนพื้นฐานของภาคีสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) และผ่านกลไกที่อาเซียนมีบทบาทนำหลากหลาย อาทิ การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก(ARF) และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรี

           กลาโหมประเทศคู่เจรจา(ADMM plus) ซึ่งนำไปสู่การรักษาสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญก้าวหน้าในภูมิภาค ตลอดจนชื่นชมอินเดียที่ให้การสนับสนุนมุมมองของอาเซียนต่อแนวคิดอินโด-แปซิฟิก โดยเป็นมุมมองที่ตั้งอยู่บนหลักการ 3M ได้แก่ ความเคารพซึ่งกันและกัน(Mutual Respect) ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน(Mutual Respect) ผลประโยชน์ร่วมกัน(Mutual Benefit)

           และความร่วมมือนี้จะช่วยส่งเสริมหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อาเซียน-อินเดียให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ตลอดจนย้ำถึงความร่วมมือกันต่อต้านการก่อการร้าย แนวคิดสุดโต่งที่นิยมความรุนแรง อาชญากรรมข้ามชาติและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์

         ด้านการค้าการลงทุน เน้นย้ำความพยายามเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้บรรลุ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2022 โดยใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (AIFTA) ในการนี้ ไทยยินดีที่ได้ริเริ่มการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย (AITIGA) เพื่อทำให้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-อินเดียสามารถใช้ประโยชน์ได้สะดวกและง่ายในทางปฏิบัติและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งขจัดอุปสรรคทางการค้า พร้อมเน้นย้ำความสำคัญในการบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านการสรุปการเจรจา RCEP ภายในปี 2019

          ด้านวัฒนธรรม ชื่นชมกับความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองระหว่างอาเซียนกับอินเดีย ส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การท่องเที่ยว การศึกษา การแลกเปลี่ยนนักวิชาการและเยาวชน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และไอซีที

        ทั้งนี้ ไทยส่งเสริมให้อาเซียนและอินเดียเพิ่มความพยายามในการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการอาเซียน-อินเดีย ปี ค.ศ. 2016-2020 และยินดีต่อความสำเร็จของปีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอาเซียน-อินเดีย 2019 ชื่นชมความพยายามของอินเดียในการสนับสนุนความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชนและความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนและอินเดียให้แน้นแฟ้น

          ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณอินเดียในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่สำคัญของอาเซียน และให้การสนับสนุนไทยและอาเซียนมาโดยตลอด โดยเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันจะพัฒนาในมิติที่หลากหลายเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองภูมิภาคร่วมกัน 

จนท.เผยที่มาทองปลอมของแม่มณี ก่อนคุมตัวขึ้นเครื่องบิน

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 - 09:41 น.
แม่มณี,โกงแชร์

คุมตัวแม่มณีแชร์พร้อมแฟนขึ้นเครื่องบินมาถึงอุดร ผบช.ภ.4เผย สอบรับซื้อทองปลอมเหมากิโลจากขอนแก่นสร้างภาพ ใครเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีด้วย

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.40 น. พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก.สส.ภาค 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร ภาค 4 และตำรวจสืบสวนภูธร จ.อุดรธานี นำ น.ส.วันทนีย์ หรือ เดียร์ หรือ แม่มณี ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี เจ้าของวงแชร์แม่มณี และ นายเมธี หรือ บอส ชิณภา อายุ 20 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาคดี “แชร์ออมเงิน-ออมทองแม่มณี” ขึ้นเครื่องบินแบบกาซ่า ของ สนง.ตำรวจแห่งชาติ มาถึงสนามบินอุดรธานี

โดยมี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจใน  นอกเครื่องแบบ ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ และตำรวจหญิง เดินทางไปรับตัว น.ส.เดียร์ และ นายบอส บนเครื่องยิน และควบคุมตัวขึ้นรถตู้ 2 คัน แยก น.ส.เดียร์ฯ และนายบอส ไปนั่งคนละคัน โดยมีญาติของสองผู้ต้องหา ที่เดินทางมาได้ขึ้นรถไปด้วย และมีรถนำและปิดท้ายขบวน เดินทางมายัง กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ซึ่ง พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ. 4 ,พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ.4 ,พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ รอง ผบช.ภ.4 รอที่ห้องเก็บของกลางทองปลอม ทำการสอบสวนด้วยตัวเอง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตลอดเวลาที่สอบปากคำ น.ส.เดียร์ฯ ไม่มีทีท่าว่าจะกังวลใจอะไร

 

 

ต่อมา พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่ห้องประชุม ภ.จว.อุดรธานี ว่า ตำรวจได้จับกุม น.ส.วันทนีย์ หรือ เดียร์ หรือ แม่มณี ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี และนายเมธี หรือบอส ชิณภา อายุ 20 ปี สองสามีภรรยา ตามหมายจับศาล จ.อุดรธานี จ.261/2562 และ จ.262/2562 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันให้กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง 12 จังหวัดของภาค 4 มีผู้เสียหาย 277 ราย มูลค่าเสียหาย 157 ล้านบาทเศษ โดย จ.อุดรธานี มีมากที่สุด ซึ่ง สภ.เมืองอุดรธานี รับคำร้องทุกข์ไว้ 232 ราย มูลค่าความเสียหาย 128 ล้านบาท

ซึ่งทางตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และ สภ.เมืองอุดรธานี ได้ขยายผลเพื่อหาผู้ร่วมขบวนการ เข้าตรวจค้นบ้านและอาคาร 6 จุด พบหลักฐาน ทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ เอกสาร ซึ่งจะได้ตรวจสอบ อายัด ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป เบื้องต้นทราบว่าได้จดทะเบียนเพื่อทำธุรกิจ ทั้งที่จดแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งน้ำปลาร้า , เครื่องสำอางค์ , อาหารเสริม , ร้านทอง และบางธุรกิจมีหลายสาขา โดยได้อายัดอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหา ที่ น.ส.เดียร์ เป็นผู้ครอบครอง และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 คูหา มี น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดาของ น.ส.วันทนีย์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และยังมีรถยนต์หรู 3 คัน โฉนดที่ดิน รวมมูลค่าทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์ รวม 22.1 ล้านบาท ส่วนทองปลอม รับว่าซื้อมาจาก จ.ขอนแก่น ที่ซื้อเหมามาเป็นกิโล เพื่อมาสร้างภาพไลฟ์สดหลอกผู้เสียหาย

 

 

 

คลิปที่ 3

ส่วนความคืบหน้าการสอบปากคำผู้เสียหาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้สอบปากคำผู้เสียหายแล้วกว่า 200 ปาก ซึ่งวันจันทร์นี้ จะนำผู้ต้องหาฝากขังต่อศาล และคัดค้านการประกันตัว ส่วนสำนวนการสอบสวน ตอนนี้ DSI ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้รวบรวมคดีที่เกิดขึ้นในภาค 4 และภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมส่งสำนวนให้ DSI ภายในวันที่ 16 พฤศจิกายน ซึ่งสำนวนทั้งหมดจะไปรวมกันที่ DSI  ส่วนประเด็นที่ว่าจะมีใครเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลัง คงจะต้องพิสูจน์ทราบทางเชิงลึก รวมถึงเส้นทางการเงิน ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือโดนต่อไปที่ไหนอย่างไรหรือไม่

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ฯ กล่สาวอีกว่า ทั้งนี้ น.ส.วันทนีย์ ยังให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้มีเจตนาจะโกงผู้เสียหาย ส่วนมารดาของ น.ส.วันทนีย์ฯ จะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ต้องรอการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง น.ส.วันทนีย์ฯ ก่อน แต่เบื้องต้น น.ส.วันทนีย์ ก็บอกว่าตัวมารดาของเขาก็ร่วมเล่นแชร์กับลูกสาวด้วย ส่วนจะว่ามีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง และช่วยในการหลบหนี เรื่องนี้จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนอีก หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ คงไม่สามารถบอกได้ เพราะอยู่ในสำนวน

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค  จ.อุดรธานี 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ลูกแชร์แม่มณี นัดรวมตัวพบ สมศักดิ์ พรุ่งนี้
-'แม่มณี' เคลื่อนไหว.. ยืนยันไม่หนี เตรียมไลฟ์แจง
-จากแชร์'แม่ชม้อย'สู่แชร์'แม่มณี'

.........................................................

3 พฤศจิกายน 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 04/11/2019 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

wullopp
.......................................
อันที่จริงแล้ว นายกฯไทย" ได้พบกับผู้แทนประเทศที่เข้าร่วม รวมทั้งผู้แทนประเทศอาเซี่ยนบางประเทศด้วยครับ ที่ประชุมส่วนรวมก็เช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 03/11/2019 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ข่าวตอนนี้
มีเรื่อง
เจรจาการค้า
สหรัฐฯ-รัสเซีย-ไทย...

ขอให้
สหรัฐฯ รัสเซีย ไทย
ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน