*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3823
  • จำนวนผู้ชม : 2420138
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 247 , 15:16:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผลงานในฐานะผู้นำประเทศไทยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากมิใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้นแล้ว ก็จะต้องชื่นชม

ไปตามกัน แล้วพันธะระหว่างประเทศต่างๆที่ต่างประเทศทำไว้กับไทย ก็จะปรากฏเป็นผลดีระหว่างกันและกันตามมาใน

โอกาสต่อไป

 

'ชมกันเองบ้างจะเป็นไรไป'

    
 

            วันนี้...ต้องชมกันเองแล้วล่ะ

 

                งานประชุมสุดยอดอาเซียน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ๒-๔ พ.ย.๖๒

                จัดได้สมหน้า-สมตา สมฐานะไทย ดีจริงๆ

                "นายกฯ ประยุทธ์" ก็ทำหน้าที่ ทั้งประธานอาเซียน และทั้งประเทศเจ้าภาพ ชนิดที่ต้องบอกว่า

                ไม่ทำให้เสียชื่อประเทศ และไม่ทำให้คนไทยเสียหน้า!

                ต้องชื่นชมกระทรวงการต่างประเทศเขาด้วย เรียกว่า งานนี้ไปได้ด้วยดี เพราะพี่เขาประสาน

                แล้วเราได้อะไรบ้างจากการประชุม?

                เรา-เจ้าบ้าน..........

                ได้-ไม่ได้เป็นเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยที่ประเทศต้องได้แน่ๆ คือ "ได้หน้า-ได้ตา"

                การประชุมครั้งนี้ เป้าหมายหลักอยู่ที่ "ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค" ที่เรียกกันว่า RCEP

                คือแผนความตกลงเกี่ยวกับเขตการค้าเสรี ระหว่าง ๑๐ ชาติอาเซียน กับ ๖ ชาติคู่เจรจา

                "จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์"

                เริ่มกันมาตั้งปี ๒๕๕๕ จะจบ..จะจบ ก็ไม่จบซักที

                ก็ตั้งใจกันว่า อาเซียนซัมมิตครั้งนี้นี่แหละ

                การเจรจา RCEP จบแน่.......

                จะได้ร่วมกันประกาศให้โลกรู้ กลุ่มการค้า RCEP ขนาดใหญ่เกือบครึ่งหนึ่งของโลก ด้วยประชากร  ๓.๕ พันล้าน ด้วยมูลค่าการค้าสูงเกือบ ๓๐% ของโลก เกิดขึ้นแล้ว

                แต่น่าเสียดาย เจรจาจบก็จริง แต่ยังมีติ่งเล็กๆ น้อยๆ จากบางประเทศ เช่น อินเดีย ที่เขาต้องไปพูดจากับภายในของเขาให้สะเด็ดน้ำก่อน

                ไทยที่จะเป็นเวทีประกาศ ก็เลยต้องส่งผ่านไปให้เวียดนาม ที่จะเป็น "ประธานอาเซียน" ต่อจากไทย

                กุมภา ๖๓ RCEP ตูมตาม "ตลาดโลก" แน่!

                ถามว่า แล้วไทยได้-เสียอะไรมั้ย กับการที่ RCEP จบแล้ว แต่ยังไม่จบ?

                ทำความเข้าใจให้ชัดตรงนี้ RCEP จะเกิดหรือยังไม่เกิด ไม่มีผลกับไทยโดยตรง

                เพราะทุกวันนี้ ไทยเปิดเสรีการค้ากับ ๑๖ ประเทศ RCEP ปลอดกำแพงภาษีอยู่แล้ว

                เพียงแต่ถ้า RCEP เสร็จ..ประกาศใช้ได้เร็ว

                ทางค้า-ทางผลิต ไทยจะต่อยอดเชื่อมโยงขยายตัวได้มากขึ้นเท่านั้น

                เรื่องเขตการค้าเสรีนี่ บอกตรงๆ น่าปวดหัว!

                นอกจากกรอบใหญ่แล้ว แต่ละประเทศ แต่ละกลุ่ม ยังไปจับกลุ่มเป็นทวิภาคีซ้อนในซ้อนกันนุงนังไปหมด

                สรุปแล้ว การเกิดกลุ่มด้วยข้อตกลงทางการค้านั้น เบื้องหลังจริงๆ ของมัน ปากว่า "การเมืองไม่เกี่ยว"

                ที่แท้ "การเมืองทั้งดุ้น" ทั้งนั้น!

                มี WTO แล้ว ยังมี AFTA, NAFTA, ASEAN Plus แล้วตอนนี้ CPTPP มี Indo-Pacific มี One Belt  One Road เข้ามาอีก

                เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน ทั้งนั้น!

                CPTPP ก็จาก TPP ของสหรัฐฯ เดิม ที่มี ๑๒ ประเทศเป็นสมาชิก

                "ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม"

                ไทยเราจะเข้า-ไม่เข้า ถกกันไป เถียงกันมา พอดีโอบามาไป ทรัมป์มา ก็เลยจบไป

                พอสหรัฐฯ ถอนตัว ญี่ปุ่นกลัวจีน เป็นตั้วเฮียแทน เอา TPP มาปรับเป็น

                Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership=CPTPP

                ให้ขนาดมันเล็กลงหน่อย และปรับเงื่อนไขให้มันยืดหยุ่นเข้าง่าย-ออกง่ายหน่อย

                ตอนนี้มีอีกหลายประเทศจะเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ของญี่ปุ่น เช่น ไต้หวัน อังกฤษ เกาหลีใต้  ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น

                และไทย ก็คงต้องร่วมขบวนกับเขาด้วย เพียงแต่ไทยมีสุภาษิตว่า "ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม" จึงไม่รีบ

                นอกจาก CPTPP ของญี่ปุ่น

                ตอนนี้ สหรัฐฯ โดยทรัมป์ตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่ เรียกว่า Indo-Pacific

                กรอบขอบเขต Indo-Pacific ของสหรัฐฯ กวาดพื้นที่ไปตั้งแต่ชายฝั่งตะวันตกอินเดีย ไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิก

                ครอบคลุมเอเชียตะวันออก, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ไปจนถึงหมู่เกาะแปซิฟิก

                นี่..ผมอ่านที่ "อาร์ม ตั้งนิรันดร์" เขาเขียน จะสังเกตเห็นว่า อินโด-แปซิฟิก ของสหรัฐฯ มีอินเดีย, ออสเตรเลีย รวมอยู่ในนั้น

                แต่ไม่มีจีน!

                และอาเซียน รวมทั้งไทย ก็จะต้องเล่นแชร์วงนี้อีกเช่นกัน สรุปว่า ตอนนี้ ขาใหญ่อย่างญี่ปุ่นตั้งแชร์  CPTPP วงหนึ่ง สหรัฐฯ ตั้ง Indo-Pacific อีกวงหนึ่ง

                อาเซียน นอกจาก RCEP แล้ว หนีไม่พ้นต้องเล่น ๒ วงนี้ด้วย เขตการค้าซ้อนทับซ้อนนัวเนีย ชนิดขาใครต่อขาใครก่ายกันวุ่นไปหมด

                พูดถึง RCEP มีแค่ ๑๖ ประเทศ คือ ๑๐ ชาติอาเซียน กับอีก ๖ ชาติคู่เจรจา

                ไม่มีสหรัฐฯ นะครับ เข้าใจด้วย!

                แต่มาร่วมในฐานะคู่เจรจากับอาเซียน ที่เป็นข่าวเมาธ์แตกกันตอนนี้ว่า สหรัฐฯ ไม่พอใจ

                ว่าผู้นำประเทศอาเซียนบางประเทศไม่ให้เกียรติ ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมนั้น

                คือ หอการค้าสหรัฐฯ และสภาหอการค้าไทย ตั้งเวทีคู่ขนานกับเวทีอาเซียนซัมมิตเมื่อวาน (๔ พ.ย.) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีด้วย

                แล้วคนที่เป็นตัวแทนสหรัฐฯ มาเจรจากับ ๑๐ ชาติอาเซียนคือใคร

                คือ นายโรเบิร์ต ซี. โอไบรอัน ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

                มาเป็นผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ!

                ก็เลยเป็นข่าวอย่างที่ว่านั่นแหละ

                ในวงเจรจา มีแต่นายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะประธานอาเซียน นายเหงียน ซวน ฟุก นายกฯ เวียดนาม ผู้จะทำหน้าที่ประธานอาเซียนต่อ และนายทองลุน สีสุลิด นายกฯ สปป.ลาว ในฐานะประเทศผู้ประสานงานอาเซียน-สหรัฐฯ เท่านั้น ที่เข้าร่วมประชุม

                ส่วนนายกฯ กัมพูชา เมียนมา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

                ส่งระดับตัวแทนเข้าร่วม!

                ความจริง สหรัฐฯ จะไม่พอใจ บอกว่าไม่ให้เกียรติก็ไม่ถูกนัก เพราะสหรัฐฯ เป็นฝ่ายไม่ให้เกียรติผู้อื่นเขาก่อน

                ประชุมสุดยอดอาเซียน ก็รู้อยู่ ต้องเป็นระดับผู้นำประเทศมาร่วม

                แต่ทรัมป์ไม่มา แทนที่จะส่งรองประธานาธิบดีมา ก็ไม่ส่ง กลับให้คนระดับ "ที่ปรึกษา" ซึ่งบ้านเราเรียกตำแหน่ง "เทกระโถน" มาแทน

                ผู้นำประเทศอาเซียน ๗ ประเทศ ไม่เข้าประชุมเจรจาเอง เพียงส่งตัวแทนไป ก็สมเหตุ-สมผลแล้วนี่

                แต่นายกฯ ไทยเรา ทำหน้าที่เจ้าบ้านและหน้าที่ประธานอาเซียนได้สวยงาม ถึงพร้อมด้วยวุฒิภาวะ เรียกว่างานนี้

                คะแนนเต็ม ๑๐ เอาไป ๙ เลย! 

กรมอุตุเตือนดีเปรสชันจ่อถล่มอีกลูก 10-11 พ.ย.นี้ขึ้นฝั่งเวียดนาม

    
 

5 พ.ย.62- กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน "พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2562)"

พายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน)แล้ว เมื่อเวลา 01.00 น.ของวันนี้ (5 พ.ย. 2562) โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.5 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออก อย่างช้าๆ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไว้ด้วย โดยหย่อมความกดอากาศต่ำนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในระยะนี้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

.............................................................

 

 
 

 

 

 

.......................................................

 

 

 

 

 

 ......................................................
 
 

คล็อปป์โล่งนึกว่าดวงหมดสต็อก


    
 

ลิเวอร์พูล เกือบแพ้เป็นนัดแรกของซีซั่น หลังจากเสียประตูให้ แอสตัน วิลล่า ไปก่อนตั้งแต่ครึ่งแรก และทำอย่างไรก็ตามทวงประตูคืนไม่ได้ซักทีจนเข้าสู่ช่วง 3 นาทีท้าย แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ทำประตูตีเสมอได้ในนาทีที่ 87 ก่อนสามารถพลิกคว้าชัยได้หวุดหวิดจาก ซาดิโอ มาเน่ ช่วงทดเจ็บไปแล้ว 4 นาที เป็นสถานการณ์ลุ้นแชมป์ที่แทบเรียกได้ว่าพลิกไปพลิกมา เพราะจากที่ทำท่าว่าจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บีบช่องว่างเข้ามาเหลือ 3 แต้มได้ กลายเป็นว่าช่องว่างห่างกัน 6 แต้มต่อไปเท่าเดิม
"มันเป็นอะไรที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเกมการแข่งขันฟุตบอล" บอสชาวเยอรมัน กล่าว "มันเป็นสิ่งที่เราซักซ้อมอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เราเคยลองกันมาก่อน เผื่อจะสามารถนำมาใช้ในช่วงเวลาตัดสินได้ ลูกครอสของ ซาดิโอ สำหรับ ประตูของ ร็อบโบ ประทับใจมาก"
"เราทำให้ตัวเราต้องเจองานยากเอง เราออกสตาร์ทได้ดีแล้ว แต่ไม่ได้ถึงกับใช่ในสิ่งที่เราควรทำได้ เราเสียประตูไปก่อน มันไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจของการส่งบอลพลาด และอื่นๆอีกหลายอย่าง"
"ครึ่งหลังเราเริ่มเล่นดีมากขึ้น ซึ่งเราน่าจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ใน 2 จุด การยิงไกลจาก อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ช่วยได้อย่างมาก การขยับ ซาดิโอ ไปเล่นทางขวา เพื่อช่วยเปิดพื้นที่ให้กับ ฮ็อกซ์ ได้อีกนิด แอสตัน วิลล่า คงรู้สึกว่าพวกเขาไม่สมควรจบเกมแบบมือเปล่า"
"เพราะเรามีโอกาสที่จะกลับมาอยู่บ้าง ผมนึกว่าเราใช้โชคหมดแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้เราจะคัมแบ็คได้อีก แต่มันเป็นไปได้ เราไม่มีทางเลือกนอกจากบุกเข้าไป มันคงเป็นเกมหนักอีกนัดเพราะคุณภาพของทาง วิลล่า แต่เราก็ช่วยให้พวกเขาเองด้วย"
"เมื่อคุณยิงได้ในช่วงก่อนหมดเวลา มันคือความโชคดี แต่มันก็ไม่ถึงกับว่าทีมเราไม่สมควรชนะ"
"ผมไม่ชอบภาษากายของเราในครึ่งแรก เราไม่ดูเหมือนกับนักรบ เราดูเหมือนแค่ผู้เล่นทั่วไป"
การตัดสินในสองสามจังหวะไม่เป็นที่พอใจของ คล็อปป์ อย่างตอนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ถูกจับออฟไซด์เพราะล้ำหน้าแค่เสี้ยว และ ซาดิโอ มาเน่ โดนใบเหลืองเพราะพุ่งล้มในเขตโทษ
"ถ้าคุณเห็นด้านหลังของ มาเน่ คุณจะเห็นได้เลยว่าเขาไม่พุ่งล้ม มันมีการโดนตัวกันจริงๆ แต่เขากลับโดนใบเหลือง เราชนะ 2-1 ดังั้นเรื่อง VAR ไม่ได้ซีเรียสอีกแล้วสำหรับเรา"

 
 
 

 

 

 .............................................................
 
 

ตัวแทนลิขสิทธิ์ฯ แจงแล้ว! ไม่ได้ส่งคนจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมายตามข่าว

5 พ.ย. 2562
0 0
ตัวแทนลิขสิทธิ์ฯ แจงแล้ว! ไม่ได้ส่งคนจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมายตามข่าว

เป็นเรื่องราวที่ชาวโซเชียล พากันแชร์เป็นอย่างมาก เมื่อเด็กสาว อายุ 15 ปี ทำกระทงการ์ตูนขายเพื่อหารายได้เสริม แต่กลับถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์ หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทง พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุก

โซเชียลพากันแชร์เรื่องราว เมื่อเด็กสาว อายุ 15 ปี ที่หารายได้เสริม โดยการทำกระทงขนม ลายการ์ตูน แต่กลับโดนล่อจับลิขสิทธิ์หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทงโดยคนสั่งจ่ายเงินมัดจำ 200 บาท แต่หลังจากนำกระทงไปส่งตามที่สั่งเอาไว้ แต่กลับโดนจับกุม พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุก

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า "ท่านๆทั้งหลายที่มีหน้าตรวจจับลิขสิทธิ์ตรงนี้รู้ว่าคือหน้าที่แต่เกินไปมั้ยค่ะคุณโทรไปสั่งให้เด็กทำสินค้าตัวนี้ #เน้นตัวนี้แล้วโอนเงินมัดจำมา 200 บ. นัดรับของ..แล้วมาจับกุมเขาและโทรบอกผู้ปกครองว่าถ้าไม่จ่ายต้องติดคุกพร้อมเรียกเงิน 50,000 บ.ไม่งั้นติดคุก 2 ปี

เด็กเขาอยากทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ผลตอบรับกลับมาเด็กอายุ15เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจมากและในอนาคตภายภาคหน้าเด็กเหล่านี้เขาจะไว้ใจอะไรในสังคมนี้บ้าง

.กลุ่มคนพวกนี้กำลังกำลังทำวิธีส่องเฟสและล่อซื้อและจะเจอเหมือนกับเด็กคนนี้และอีกหลายคนที่โดนอยุ่ #เตือนกันนะคะ"

 

ล่าสุดทางบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)ได้ชี้แจงว่า...ทางบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนลิขสิทธิ์ ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2560 โดยครอบคลุมประเทศต่าง ๆ ดังนี้ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมาร์ ลาว และเวียดนาม

บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันว่า ไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดทำการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมายแต่อย่างใดตามข่าวที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทฯ ได้ทำการปรึกษาฝ่ายกฎหมายและมอบหมายให้ทนายความดำเนินการสืบหาความจริงในกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ขอยืนยันว่า เรายังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใส และยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจในอนาคต

จึงเรียนมาเพื่อทราบฝ่ายสื่อสารองค์การ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)

ชาวนาโอดภัยแล้งกระทบผลผลิตเมล็ดลีบขายได้ราคาต่ำ

ชาวนาโอดภัยแล้งกระทบผลผลิตเมล็ดลีบขายได้ราคาต่ำ

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.17 น.

5 พฤศจิกายน 2562 ชาวนาจากหลายหมู่บ้านในตำบลแคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งขาดน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวในช่วงต้นฤดู และช่วงที่ข้าวใกล้ออกรวง ทำให้ต้นข้าวไม่เจริญงอกงามเต็มที่เมล็ดลีบเล็ก และปริมาณผลผลิตลดลงเกือบครึ่ง ทั้งยังเจอปัญหาข้าวแดงปนเนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว และบางส่วนก็ติดมากับรถเกี่ยว ทำให้นำไปขายตามโรงสีได้ราคาต่ำกว่าปกติไม่คุ้มทุน ขณะที่บางโรงสีก็ไม่รับซื้อทำให้ได้รับความเดือดร้อน     

นางนวลจันทร์ ลายสุขัง อายุ 70 ปี ชาวนาบ้านยางทะเล ต.แคนดง อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ บอกว่าครอบครัวทำนาทั้งหมด 10 ไร่ ปกติเคยได้ผลผลิต 3 อุ้ม แต่ปีนี้ประสบปัญหาภัยแล้งทำให้ปริมาณผลผลิตลดลงเกือบครึ่งเหลือไม่ถึง 2 อุ้ม  อีกทั้งยังเจอปัญหาเมล็ดข้าวลีบและข้าวแดงปน  ทำให้ขายได้ราคาต่ำบางโรงสีก็ไม่รับซื้อเลย จากผลกระทบดังกล่าวก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ  จัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพมาแจกจ่ายฟรี เพื่อจะได้มีพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดีเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตหน้า  และอยากให้หามาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งด้วย

ด้านนายศุภสิทธิ์ อึ้งพัฒนากิจ เจ้าของโรงสีไฟสหพัฒนาค้าข้าว อ.สตึก กล่าวว่า ช่วงนี้ได้มีชาวนานำข้าวเปลือกมาขายที่โรงสีเฉลี่ยวันละกว่า 200 ราย ปริมาณข้าววันละประมาณ 600 ตัน ยอมรับว่ามีชาวนาบางรายนำข้าวเปลือกที่มีเมล็ดลีบและข้าวแดงปนมาขาย ซึ่งทางโรงสีก็รับซื้อไว้แต่ก็ให้ราคาตามคุณภาพและเปอร์เซ็นต์ต้นข้าว เพราะเห็นใจชาวนา ซึ่งปัญหาที่เมล็ดข้าวลีบก็มาจากปัญหาภัยแล้ง ส่วนข้าวแดงปนเกิดจากเกษตรกรไม่ได้เปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวมากกว่า จึงอยากฝากให้เกษตรกรเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์หรือหาซื้อตามศูนย์จำหน่ายของรัฐ เพื่อจะได้ข้าวที่มีคุณภาพ เพราะหากข้าวไม่ได้คุณภาพโรงสีก็จะไม่กล้ารับซื้อเพราะจะเป็นปัญหาในการส่งออกด้วยเช่นกัน

 

 
 
 

นายกรัฐมนตรี ปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีด้านธุรกิจ  ชื่นชมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในทุกมิติ

นายกรัฐมนตรี ปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีด้านธุรกิจ ชื่นชมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในทุกมิติ

วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีด้านธุรกิจ Women CEOs Summit 2019 (AWEN) ในหัวข้อ Globalization 4.0 and Beyond : Shaping the Future of Women Enterprises (การกำหนดทิศทาง ธุรกิจสตรี ก้าวล้ำ…สหัสวรรษ 4.0) ครั้งแรกในอาเซียน และรับฟังผลสรุปจากการประชุมในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสตรีของอาเซียน โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนสากล (AWEN) พร้อมด้วยผู้นำสตรีด้านธุรกิจ (CEO) ของประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ และประเทศนอกกลุ่มอาเซียน ร่วมประชุม ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

ในพิธีปิดงาน Women CEOs Summit 2019 ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีต่อเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน และ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ในการดำรงตำแหน่งประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนสากล วาระปี 2561-2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน และพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบการสตรีที่มีผลงานโดดเด่นแห่งอาเซียน เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา รวมถึงการจัดประชุมสุดยอดสตรีนักบริหารในครั้งนี้ พร้อมแสดงความชื่นชมการดำเนินงานของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ในวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของไทย เพื่อสร้างเครือข่ายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และร่วมกันขับเคลื่อนอาเซียนไปสู่อนาคต โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

 ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวข้อหลักของการประชุม คือ “การกำหนดทิศทาง ธุรกิจสตรี ก้าวล้ำ…สหัสวรรษ 4.0” มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับพลวัตในโลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ในระดับอาเซียนมีผลงานในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของสตรี และการมีส่วนร่วมของสตรีในทุกมิติ โดย ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานอาเซียน ได้มีโอกาสร่วมกับผู้นำอาเซียนในการรับรองเอกสารวาระการดำเนินงานในการสร้างความตระหนักในเรื่องการส่งเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของสตรีในอาเซียน ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของสตรีในอาเซียนโดยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การทำธุรกิจแบบครอบคลุม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเพิ่มจำนวนสตรีในระดับ

ผู้บริหาร

สำหรับประเทศไทยได้กำหนดนโยบายที่ให้ความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมผ่านยุทธศาสตร์พัฒนาสตรี พ.ศ.2560–2564 นอกจากนี้ การเปิดโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะในยุคดิจิทัล โดยได้มีความร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) จัดโครงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาบุคลากรสตรีสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับประกอบอาชีพ โดยมีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งผลให้ประเทศไทยมีสัดส่วนของธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของกิจการถึง ร้อยละ 25.2 หรือจัดอยู่ในลำดับที่ 25 ของโลก ทั้งนี้ การดำเนินการในระดับประเทศและระดับภูมิภาคล้วนเชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ของโลก ซึ่งก็คือการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับสตรี คือ เป้าหมายที่ 5 ได้แก่ การบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้หญิงและเด็กหญิงทุกคน

 

ในโอกาสนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกภาคส่วน รวมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายชายร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทของสตรี ในลักษณะการ “เติมเต็ม”ซึ่งกันและกัน โดยสร้างทัศนคติที่ดีในสังคม ให้มีความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย และมีความเสมอภาคทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้พลังสตรีมีส่วนร่วมในมิติต่างๆ ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน อย่างเต็มศักยภาพ มีศักดิ์ศรี และทัดเทียมกัน นอกจากนี้ ในการประชุมยังได้หารือในประเด็นเรื่องการสร้างความตระหนักถึงโอกาสและความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เพื่อให้ภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความรู้เท่าทันและสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและรัดกุม ทั้งในแง่ของการวางยุทธศาสตร์และการกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วน ทุกเพศ ทุกวัยจะต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างเข้มแข็ง

ท้ายที่สุด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความขอบคุณการประชุมครั้งนี้ที่ยืนยันถึงความสำคัญของบทบาทของผู้หญิงและเด็กหญิงในการร่วมกำหนดอนาคตของเราทุกคนอย่างยั่งยืน และหวังว่าทุกฝ่ายจะนำผลจากการประชุมในครั้งนี้ ไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ต่อไป

 
.......................................................
 
5 พฤศจิกายน 2562
 
 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน