*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3823
  • จำนวนผู้ชม : 2420164
  • จำนวนผู้โหวต : 523
  • ส่ง msg :
  • โหวต 523 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 5 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 227 , 21:55:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link@: ชาวนาโอดภัยแล้งกระทบผลผลิตเมล็ดลีบขายได้ราคาต่ำ

สวัสดีครับ

         'ลิ้นการทูต' เป็นคำยกย่องคนที่พูดจาดี มีวาทะศิลป์ประนีประนอมให้บุคคลสองฝ่ายยุติการวิวาทต่อกัน ซึ่งนายกฯ 'บิ๊กตู่'

ของเราก็มีอยู่อย่างเพียบพร้อมเลยทีเดียว โดยในการต้อนรับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกฯไทยก็บอกว่าไทยเปรียบเสมือนหนูตัว

เล็กๆ แต่ก็ช่วยช้า'สารตัวโตๆได้เหมือนกันนะ ดังพาดหัวข่าวพร้อมคำบรรยายท้ายนี้

"ประยุทธ์ โปรยยาหอม จีน มดน้อยช่วยพญาคชสารได้"

"ประยุทธ์" หารือเต็มคณะ "หลี่ เค่อเฉียง" หยอดคำภาษิตมดน้อย ก็สามารถช่วยพญาคชสาร ได้ "นายกฯจีน" ลั่น พร้อมดัน "ไทย" ทุกเรื่อง เผยลงเรือลำเดียวกัน วิ่งไกล-มั่นคง

 

 

การเมือง

ประยุทธ์ โปรยยาหอม จีน มดน้อยช่วยพญาคชสารได้

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 - 13:36 น.
นายกฯ,ประยุทธ์,หลี่เค่อเฉียง,โปรยยาหอม,จีน,มดตัวน้อย,พญาคชสาร,ไทย

"ประยุทธ์" หารือเต็มคณะ "หลี่ เค่อเฉียง" หยอดคำภาษิตมดน้อย ก็สามารถช่วยพญาคชสาร ได้ "นายกฯจีน" ลั่น พร้อมดัน "ไทย" ทุกเรื่อง เผยลงเรือลำเดียวกัน วิ่งไกล-มั่นคง

"ประยุทธ์" หารือเต็มคณะ "หลี่ เค่อเฉียง" หยอดคำภาษิต "มดน้อย" ก็สามารถช่วย "พญาคชสาร" ได้ "นายกฯจีน" ลั่น พร้อมดัน "ไทย" ทุกเรื่อง เผย ลงเรือลำเดียวกัน หากร่วมมือจะ วิ่งไกล-มั่นคง เร็ว แบบ "หางยาว" เชื่อปีหน้า "RCEP" ตกลงกันได้ 

คลิปที่ 2

          เมื่อวันที่ 5พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หารือเต็มคณะกับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสการเยือนไทย อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะรัฐมนตรีฝ่ายไทย ประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ขณะที่คณะรัฐมนตรีฝ่ายจีน ประกอบด้วย นายเซียว เจี๋ย มนตรีแห่งรัฐและเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายหลิว คุน รมว.คลัง นายจาง หย่ง รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ นายเล่อ ยู่เฉิง รมช.ต่างประเทศ นายหลี่ว เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนายหยู เจี้ยนหัว รมช.พาณิชย์และรองผู้แทนการค้าระหว่างประเทศ 

          โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 3 ฉบับ จากนั้นเวลา 11.45 น. ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมกันแถลงข่าว ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน 

 

          โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ในการเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ถือเป็นการเยือนที่เกิดขึ้นในปีที่มีความสำคัญ เป็นปีที่ไทยได้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงเป็นประธานอาเซียน ขณะที่จีนก็เฉลิมฉลองการครบรอบ 70 ปีแห่งการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในสภาวะความผันแปรของสภาวะเศรษฐกิจโลก ตนและนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ ได้หารือกันอย่างกว้างขวางทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ในภูมิภาคและในโลก ตนและนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างยุทธศาสตร์และกรอบความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025 (MPAC 2025) และ ACMECS เป็นต้น กับข้อริเริ่ม "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" ของจีน ซึ่งก็คล้องกับยุทธศาสตร์ "Connecting the Connectivities" ที่ไทยเสนอ เรายังเห็นพ้องที่จะเชื่อมระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของไทยกับกรอบความร่วมมือเขตอ่าวกวางตุ้ง –มาเก๊า – ฮ่องกง หรือ GBA ของจีนผ่านโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกหารือระดับสูงระหว่างกันเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตนได้เชิญชวนให้จีนขยายการลงทุนในไทย ขณะเดียวกัน ก็ได้ฝากให้นายกรัฐมนตรีหลี่ฯ ช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในจีน และดูแลเรื่องสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา 

 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลไทยว่า จะปรับปรุงมาตรฐานการให้ความคุ้มครองและดูแลนักท่องเที่ยว ขณะที่นายกรัฐมนตรีหลี่ฯ ได้แสดงความพร้อมที่จะถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีของจีนในเรื่องการขจัดความยากจนให้ไทย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหา
หมอกควัน หรือ PM 2.5 ในด้านการเมืองและความมั่นคง โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันให้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และจะสนับสนุนการดำเนินความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย การเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ และการลงนามความตกลงต่างๆ ระหว่างทั้งสองฝ่ายเมื่อสักครู่ สะท้อนถึงพัฒนาการของความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทย - จีน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ประชาชนและภูมิภาคโดยรวม

          ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากสุภาษิตไทยให้กับนายหลี่ฯ ด้วยว่า "มดน้อยบางครั้งก็สามารถช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้ นี่คือสุภาษิตไทยที่ขอฝากไว้ และอยากฟังสุภาษิตจีนบ้าง" ซึ่งนายหลี่ฯ กล่าวว่า ตนได้พูดแล้วว่าจีนกับไทยได้นั่งเรือลำเดียวกัน ทั้งจีนและไทยมีความเหมือนกัน ถ้าดูจากประชากรและสภาพทางการเมือง การต่างประเทศ ก็ตรงกันต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เราจึงต้องมุ่งไปข้างหน้าเพื่อให้มีอนาคตที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เราต้องอาศัยหลักการความเสมอภาคต่อกัน เอื้อประโยชน์ต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดี และมีความเจริญก้าวหน้าด้วยกัน แม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถเชื่อมต่อไปถึงประเทศจีนได้ ซึ่งทั้งสองประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน

          ขณะที่ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงหลังหารือเต็มคณะกับไทยว่า ขอบคุณที่ทางการไทยให้การต้อนรับอย่างมีน้ำใจ วันนี้ได้หารือกันหลายประเด็นจนประสบความสำเร็จตามที่นายกรัฐมนตรีไทยได้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้ว พวกเราได้บรรลุการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้านการเมือง โดยจีนพร้อมผลักดันไทยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี รวมถึงส่งเสริมเสริมความร่วมมือด้านการค้าข้าว อีคอมเมิร์ซ รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งจีนมีศักยภาพในการส่งเสริมการพัฒนาของไทยเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่มาเยือนประเทศไทย ได้เห็นเรือพาณิชย์วิ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก ทำให้คิดว่าหากทางการไทย-จีน ร่วมมือกัน จะเปรียบเสมือนเป็นเรือใหญ่ วิ่งเร็ว วิ่งไกลอย่างมั่นคง ซึ่งในอนาคตจะต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวอีกด้วย 

          นายหลี่ฯ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับไทยอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ขณะที่เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมผู้นำ 15 ประเทศผ่านเวทีอาร์เซ็ปต์ (RCEP) และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน จะเห็นได้ว่าในภูมิภาคนี้ เรามีประชากรมากที่สุด มีศักยภาพในการพัฒนามากที่สุด และมีความพร้อมในการสร้างเขตการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เราจะร่วมมือกันในการรักษาความมั่นคงเพื่อพัฒนาภูมิภาค เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนต่อไป ซึ่งการหาแสวงหาความร่วมมือในเวที RCEP ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรและอดทน 

          "การเจรจาระหว่างกันก็เหมือนการเตะบอลเข้าประตู ขณะนี้บอลกำลังจะเข้าประตูแล้ว จึงได้ย้ำกับพล.อ.ประยุทธ์ไปว่า เราต้องใช้ความพยายามต่อไป ต้องผลักดันให้ลูกบอลตกลงสู่พื้น เพื่อเข้าประตูไปในเร็ววัน และเรามั่นใจว่าปีหน้า RCEP จะประกาศข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ และคิดว่าบอลที่เตะเข้าประตูไปแล้วจะเปิดกว้างไปสู่ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย" นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าว

          นายหลี่ฯ กล่าวอีกว่า จีนยังคงแสวงหาความร่วมมือกับไทยต่อไป สร้างมิตรภาพระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เราจะเคารพบทบาทการเป็นศูนย์กลางอาเซียนของไทย ซึ่งได้พูดไปตั้งแต่แรกแล้วว่า จีนกับไทยได้ร่วมพายเรือลำเดียวกัน ถือเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกัน ต่อไปเราจะมุ่งไปข้างหน้าที่มีอนาคตกว้างไกลรออยู่ โดยอาศัยหลักการที่มีความเสมอภาคต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน 

          จากนั้น นายกฯ ได้เลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายหลี่ฯ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-นายกฯโพสต์ต้อนรับผู้นำเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35
-รอ ทรัมป์ ยืนยันร่วมเวทีประชุมสุดยอดอาเซียน
-ไทยขอแรงหนุนตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาฯศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัย
-พ่อจอห์นวิญญู แขวะประชุมอาเซียนประชุมทำไมสำคัญมากขนาดปิดถนน

พปชร.ซัดคืน ส่งสิระ-ปารีณา นั่งกมธ.ชุดเสรีพิสุทธิ์

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 - 16:10 น.
สิระ,ปารีณา,นั่งกมธปปช,เสรีพิสุทธิ์
 
"สิระ" จูง "ปารีณา" นั่งกมธ.ชุด "เสรีพิสุทธิ์" แทน "เสี่ยอู๊ด" หลังอยู่แล้วไม่ปลื้มรับเรื่องอื้อซ่าส์ไม่กลั่นกรองขนาดศาลรธน.วินิจฉัยปมถวายสัตย์จบแล้วก็ไม่ยอมจบ

             5 พ.ย.2562-ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 โดยคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับการพิจารณากำหนดตัวบุคคลเข้าไปทำหน้าที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงอาจจะมีการหารือถึงแนวทางการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนธ.ค.นี้

           ทั้งนี้ ก่อนการประชุมได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.นำเรื่องเข้ามาหารือ โดยนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท เรียกร้องให้รัฐมนตรีที่สังกัดของพรรค สรุปมติหรือข้อหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาแจ้งต่อที่ประชุม เพื่อให้ ส.ส.ได้ทราบความคืบหน้าการทำงานของรัฐบาล ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. แจ้งต่อที่ประชุมว่าขอเสนอชื่อตัวเองเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แทนที่นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา ที่มีความอึดอัดและประสงค์จะลาออกอยู่แล้ว พร้อมกันนี้นายสิระ ยังได้เสนอชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ให้เข้าไปร่วมทำหน้าที่ในกมธ.ชุดดังกล่าวด้วย โดยจะเข้าไปแทนที่นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งที่ประชุมรับทราบและให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 


 

           ขณะที่ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี กล่าวว่า ตนเพิ่งตัดสินใจเมื่อสักครู่ก่อนการประชุม เพราะอยากให้นายสิระ และน.ส.ปารีณาเข้าไปทำงานตรงนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ถือว่าเป็นคนดี แต่รับเรื่องร้องเรียนเยอะเกินไป รับทุกเรื่องมาพิจารณาโดยไม่กลั่นกรอง ทำอย่างนี้ 4 ปีรถสิบล้อคว่ำก็ยังไม่จบ

      กรณีที่ กมธ.ชุดดังกล่าวเรียกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าชี้แจงกรณีถวายสัตย์ปฏิญาญไม่ครบนั้น เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเรื่องระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และรัฐบาล ซึ่งจบไปแล้ว แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็ยังไม่จบ 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ปารีณา ลั่น พร้อมเจอคนเจ้าอารมณ์-บ้าอำนาจ จะสอนส.ส.สมัยแรกบางคนอำนาจกมธ.มีแค่ไหน

พยม อัด เสรีพิศุทธ์ หยุดดูหมิ่นคนอื่น แนะส่องกระจกดูตัวเอง

ชวน ติง เสรีพิศุทธ์ ให้เกียรติคนที่ถูกเชิญมาชี้แจง

 .......................................................

มท.2 เยื่อนจีนดูกิจการเยาวชน วิทย์เทคโน พัฒนาท้องถิ่น

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 - 15:50 น.
นิพนธ์,มท,เยือนจีน,ผู้บริหารท้องถิ่น,ดูกิจการเยาวชน,พัฒนาท้องถิ่น,มท2

"นิพนธ์" นำเลขาฯศอ.บต. ผู้บริหารท้องถิ่น เยือนจีน ดูกิจการเยาวชน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการพัฒนาท้องถิ่น

         นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นในภาคใต้ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามคำเชิญของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดการระหว่างวันที่ 4 -10 พ.ย.62

         ต่อมาในช่วงสาย นายนิพนธ์ และคณะ ได้รับเข้าเยี่ยมคารวะและร่วมประชุมกับ นายกวง ซิ หู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์กลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เยาวชนในประเทศ การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาแก้ไขปัญหาความยากจนโดยพูดถึงความสำเร็จจากผลงานของท่านประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ตลอดจนการชักชวนเพื่อให้มีการค้าการลงทุนระหว่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นักธุรกิจจีนได้เข้าไปลงทุนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่มีพืชเศรษฐกิจเช่น ยางพารา ปาล์ม ทุเรียน เป็นต้น

          รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า อยากเป็นส่วนหนึ่งของจีนในเรื่องการพัฒนา “เส้นทางสายไหมยุคใหม่” หรือ “One Belt, One Road” (หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง) หรือ “อี้ไต้ อี้ลู่” ที่ภาคใต้ยังมีข้อจำกัดการพัฒนาอีกหลายอย่าง ต้องอาศัยวิทยาการจากจีน ในการพัฒนาและต่อยอด เช่น เรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก ให้สามารถรองรับปริมาณสินค้าที่มีอยู่จำนวนมาก ฯลฯ         

          ขณะที่ รมช.ของจีน กล่าวว่า จีนจะมีการสร้างระเบียงเศรษฐกิจแห่งใหม่ การพัฒนาโครงการ BRI เป็นต้น พร้อมทั้ง มีความยินดีที่ต้อนรับในการที่จะหารือ ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีจากจีนสู่ไทย เพราะทั้งสองประเทศต่างมีการพัฒนาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากจีนได้มีการถวายรางวัลเหรียญแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีนและตำแหน่งกิตติมศักดิ์แห่งชาติ แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          จากนั้นคณะฯ จะได้เดินทางไปเยี่ยมชมกิจการเยาวชนของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต่อไป.

ต่างประเทศ

แม่เฒ่ากรีกน้ำตาไหลปลื้มใจได้พบชาวยิวที่เคยช่วยพ้นนาซี

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 - 07:09 น.
ชาวยิว,กรีก

จาก 6 ชีวิตที่เสี่ยงช่วยไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน กลายเป็นครอบครัวใหญ่ในวันนี้ 


เมลโปเมนี ดีนา แม่เฒ่าชาวกรีกวัย 92 ปี น้ำตาคลอตลอดเวลา ระหว่างที่ได้พบครอบครัวชาวยิว ที่เธอเคยเสี่ยงตายช่วยชีวิตพวกเขาไว้จากนาซีเยอรมนีเมื่อหลายสิบปีก่อน ในงานพบปะที่จัดขึ้นที่อนุสรณ์สถาน Yad Vashem Holocaust ในนครเยรูซาเลม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ( 3 พ.ย.) 

75 ปีก่อน ครอบครัวมอร์เดไค ซึ่งมีสมาชิก 6 คน อาศัยในเมือง เวเรีย ใกล้กับเมืองเทสซาโลนิคิ เมืองที่ชุมชนชาวยิวถูกกำจัดอย่างโหดเหี้ยมแทบหมดสิ้นในเวลาไม่กี่เดือน ขณะที่นาซีเริ่มกวาดต้อนชาวยิวเพื่อเนรเทศต้นปี 2486 
 

ตอนแรก ดีนา ซึ่งขณะนั้นยังเป็นวัยรุ่นกับพี่สาว 2 คน ซ่อนพวกเขาไว้ในห้องใต้หลังคามัสยิดร้าง พวกเขาอยู่ที่นั่นนานเกือบ 1 ปี ได้ยินเสียงกรีดร้องของชาวยิวมาจากข้างนอกขณะถูกกวาดต้อน  แต่ที่สุด พวกเขาต้องออกมาจากที่ซ่อน  เพราะสุขภาพย่ำแย่ในสภาพแออัด และอุดอู้ จึงตัดสินใจย้ายพวกเขาไปอยู่ในบ้านของตัวเอง  และอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 2 ปี 

ระหว่างนั้น น้องชายวัย 6 ขวบ ป่วยหนัก สามพี่น้องยังเสี่ยงตายอุ้มเด็กเดินไปโรงพยาบาลกลางดึก ซึ่งไกลมาก อีกทั้งยังเสี่ยงถูกเปิดเผยที่ซ่อน เด็กเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 

ซาราห์ ยาไน  พี่คนโตสุดใน 5 คนในวัย 86 กล่าวว่าเป็นความรู้สึกที่ยากบรรยาย “พวกเราซ่อนอยู่ในบ้านของเธอ เธอช่วยชีวิตครอบครัวของดิฉัน 6 คน ลองคิดดูว่ามันอันตรายแค่ไหนสำหรับเธอ ครอบครัวของเธอ ที่เก็บซ่อนพวกเราทั้งหมด พวกเขาช่วยชีวิตพวกเรา” 

ด้าน ยอสซี มอร์ น้องชายของซาราห์ ซึ่งอายุ 2 เดือนในตอนนั้น ปัจจุบัน อายุ 77 ปี แต่ยังจำได้ดีถึงเรื่องราวการซ่อนตัวที่เขาฟังมาแต่เด็ก 

“พวกเขาเลี้ยงอาหารเรา ให้ยา ให้การปกป้องคุ้มครอง ทุกอย่าง รวมถึงซักผ้าให้พวกเรา” เขาพูดขณะสวมกอดดีนา

มอร์กับยาไน เคยพบกับดีนา ที่กรีซเมื่อหลายปีก่อน แต่ในคราวนี้เป็นการรวมญาติ 20 คน ที่ไม่เคยพบกับผู้มีพระคุณของครอบครัวมาก่อนเลย  หญิงชราน้ำตาไหลเป็นทางขณะพวกเขาทยอยเข้าจับมือและสวมกอดทีละคน 

เมลโปเมนี กล่าวเป็นภาษากรีกว่า ฉันอยากช่วยให้ได้มากกว่านี้ 

ยอสซี ดากัน เหลนวัย 28 ปีของมอร์ กล่าวว่า เขาฟังเรื่องราวเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สำหรับผม สามสาวพี่น้องชาวกรีกคือฮีโร และเป็นแบบอย่างของเขา 

การพบปะในลักษณะนี้ที่ อนุสรณ์สถานฆ่าล้างเผาพันธุ์ Yad Vashem ในอิสราเอล  จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2535  แต่จำนวนลดลงอย่างมาก เนื่องจากอายุของผู้รอดชีวิตและผู้ช่วยชีวิต และเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกหลังจากครั้งนี้ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การพบปะกันระหว่าง ดีนากับครอบครัวชาวยิว สะเทือนอารมณ์มากเป็นพิเศษ 

 .....................................................................

5 พฤศจิกายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน