*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3850
  • จำนวนผู้ชม : 2437972
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 413 , 18:38:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สิงห์นอกระบบ , สุรศักดิ์ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

link@: learning english with voa news: Sunday, November 10, 2019

สวัสดีครับ

         ขออภัยที่ผมลืมโพสต์คำปรารภแต่แรก แล้วเพิ่งย้อนกลับมาพบขณะนี้ อาการชราภาพของผมกำเริบมากขึ้นทุกที

         ตามปกติ ผมจะเก็บข่าวจากน.ส.พ.และสื่อออนไลน์มาเผยแพร่ต่อในบล็อกนี้ด้วยปริมาณที่สมควร ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์

สำหรับผู้อ่านบ้างพอสมควร โดยทั้งนี้ ผมจะสอดแทรกความเห็นของผม ก็ตรงส่วนคำปรารภนี้เท่านั้น ส่วนข่าวและข้อมูลทั้งหมด

ผมได้นำมาจากแหล่งของมันโดยตรงครับ

         สิ่งที่ผมต้องการอย่างมากขณะนี้ คือ ความเห็นของคุณๆนะครับ ถ้ามีเวลาก็โปรดส่งความเห็นมาบ้าง เพราะอาจจะเป็นประ

โยชน์ต่อสังคมต่อไปก็ได้ครับ ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

         

เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว

    
 

    ผมขอ ๒ แสน
    เพื่อเป็นสิ่งแทนใจส่งไปให้ครอบครัว ๒๐ ชรบ.ลำพะยา 
    แต่ปรากฏว่า "วันเดียว"........
    โอนเงินเข้าบัญชีเลขาฯ ผม "ภัทรพร สมบูรณ์สินชัย" แบงก์ทหารไทย เลขที่บัญชี 2692141613  
    ยอดเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปแล้ว
    สรุปว่า "พอแล้ว" ครับ!
    นี่ก็พอดี เสาร์-อาทิตย์ เอาอย่างนี้นะครับ ผมจะเปิดรับถึงวันจันทร์ที่ ๑๑ พ.ย.เป็น "วันสุดท้าย" 
    อังคาร ที่ ๑๒ พ.ย.จะอัปเดตสมุดแบงก์ รวมยอดเป็นเงินเท่าไหร่ จะแจ้งให้ทุกท่านทราบในวันถัดไป
    ส่วนเป็นของท่านใดบ้าง ตั้งใจนำรายชื่อลงตรงนี้ แต่ดูแล้ว ค่อนข้างยาว 
    ฉะนั้น ไว้รวบยอดทีเดียวเลย 
    ปัญหาที่ไม่ปวดหัวก็คือ ส่วนหนึ่ง "ประสงค์บริจาค" บางรายเป็นแสน แต่ "ไม่ประสงค์ออกนาม"
    อีกส่วน โอนเงินมาอย่างเดียว ไม่บอกอะไรเลย
    ก็ซาบซึ้งกับทุกท่าน เอาเป็นว่า วันจันทร์ปิดบัญชี ได้เท่าไหร่ หารด้วย ๒๐ 
    จะโอนให้ "คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ" นายกฯ นครยะลา ช่วยเป็นตัวแทน นำมอบครอบครัว ๒๐  ชรบ.ลำพะยา
    ที่ให้นายกฯ นครยะลาช่วยจัดการ เพราะท่านคนพื้นที่ น่าจะรู้จักแต่ละครอบครัววีรชนลำพะยา นั่นทุกอย่างน่าจะลงตัว
    ที่ผมรีบปิด.......
    เพราะต้องการส่งถึงมือแต่ละครอบครัวเร็วๆ และอีกอย่าง เรื่องเงินทอง รบกวนกันมากไป-นานไป ไม่สวยงามในภาวะนี้
    ๑ ล้านบาทนี่ เฉพาะยอดในบัญชีแบงก์นะ 
    ยังมีส่วนที่มามอบให้ผมที่ไทยโพสต์อีก รวมด้วยกันทั้งหมด เฉพาะวันที่ ๘ พ.ย.
    น่าจะ "เกิน ๑ ล้าน" ไปอีกเป็นแสน!
    ขอย้ำให้เข้าใจตรงกัน เงินที่ผมขอ เพื่อส่งแทนใจพี่น้องไทยไปยัง ๑๕+๕ ครอบครัววีรชนลำพะยา "ชรบ.พิทักษ์แผ่นดิน" 
    ยังโอนเข้าบัญชี.......
    "ภัทรพร สมบูรณ์สินชัย" แบงก์ทหารไทย เลขที่บัญชี 2692141613 ได้ จนถึงวันจันทร์ที่ ๑๑ พ.ย.
    เลยจากนี้ อย่าโอน จะปิดบัญชีเลย!    
    อีกเรื่องที่อยากทำความเข้าใจ คือเรื่องกองทัพภาคที่ ๔ ประกาศเคอร์ฟิว 
    ในพื้นที่ ๙ อำเภอของ ๓ จังหวัดใต้ และ ๔ อำเภอ ของสงขลา ก็มีที่ไหนบ้างล่ะ
    -อ.สุไหงโก-ลก, อ.ศรีสาคร, อ.สุคิริน จ.นราธิวาส 
    -อ.เบตง จ.ยะลา 
    -อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี 
    -อ.จะนะ, เทพา, นาทวี, อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 
    ตั้งแต่วันที่ ๑ ธ.ค.๖๒ ถึง ๓๐ พ.ย.๖๓ คือ ๑ ปีเต็ม
    ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานในเวลาที่กําหนด ตามที่ผู้อำนวยการ กอ.รมน.หรือผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการประกาศกำหนด 
    และห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน รวมถึงห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
    และให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะการใช้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของประชาชน
    นี่....
    ขอย้ำ อันดับแรก ยังไม่มีประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่เหล่านั้นแต่อย่างใด
    ทุกอย่างยังเป็นไปตามปกติ
    เป็นเพียงประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ส่วนจะประกาศ เคอร์ฟิวเมื่อไหร่ หรือไม่ประกาศ 
    ผอ.รมน.เป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม
    สรุป คือ อย่าฟังไม่ได้ศัพท์ แล้วจับเอาไปกระเดียด เหมือนเขาให้ปืนติดตัว ไม่ได้หมายความว่า ให้เอาไปยิงทันที-ทันใด 
    เขาให้มีไว้เท่านั้น จำเป็นค่อยควักมายิง!
    ฉะนั้น อย่าโวยวายตะพึด-ตะพือ ไม่ว่าเบตง หรือที่ไหนใน ๙ อำเภอตามประกาศ 
    ยังไม่มีเคอร์ฟิว 
    ไม่กระทบท่องเที่ยว ไม่กระทบสิทธิเสรีภาพ อะไรทั้งนั้น เข้าใจตามนี้นะ
    บางคนบอก เหตุเกิดที่ลำพะยา ทำไมประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงในพื้นที่อื่น
    เป็นเรื่องเข้าใจไม่ยากเลย ฆ่าคนเสร็จ โจรมันจะนอนรออยู่ในที่ที่มันฆ่าหรือ?
    ที่เขาประกาศใช้ตามพื้นที่นั้นๆ แสดงว่าเขาต้องทราบทางการข่าวแล้วว่า พื้นที่นั้น เป็นเส้นทางโจรสัมพันธ์ 
    เพื่อสะดวกและทันต่อเหตุการณ์ ก็ให้อำนาจประกาศเคอร์ฟิวไว้ในมือ ผอ.รมน.ก่อน
    ไม่จำเป็น ก็ไม่ใช้ จำเป็นจึงใช้
    ฉะนั้น ไม่ต้องตื่นตามข่าว ตามนักปั่นข่าวโซเชียลไปหรอก ควรอุ่นใจด้วยซ้ำ เพราะนี่เป็นสัญญาณว่า 
    "ตำรวจ-ทหาร" เข้าเกียร์ ๕ แล้วนะ!
    ขอโทษนะวันนี้ ผมคุยอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง คงจะเพราะเมายา 
    ตอนเช้าไปหาหมอมา ๓ หมอ ได้ยามาร่วม ๓๐ อย่าง กินแทนข้าวไปแค่ ๔ อย่าง ทั้งมึน ทั้งเมา  ทั้งโคลงเคลง
    และเรื่องที่คุยกัน มันเรื่องหนักหัวทั้งนั้น ดังนั้น เอาเรื่องดีๆ อ่านแล้วสบายใจ คือจะ "ลอกข่าว" มาแถมท้ายละกัน
    เมื่อวันที่ ๗ พ.ย. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรม
     nichax กรี๊ด!!! ดีใจจังที่ไม่ได้กลับ...ดีใจจังที่ไม่ต้องไปทำงาน ขอบใจ British Airways มากที่ไม่ให้เราขึ้นเครื่อง ตัดเราออกจาก flight พูดว่าเรามาช้าเลยไม่ยอม load ของเราขึ้นเครื่อง กล่าวหาว่าเรามาช้า ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ช้า ไปก่อนเวลาตั้งนาน 
    ตอนที่ผู้ช่วยของดิฉันบอกเราว่า “British Airways” ไม่ยอมให้เราขึ้นเครื่องก็ก่อนเวลาเครื่องออกเป็นชั่วโมง ก็งงมากไม่รู้มันเรื่องอะไรกัน? 
    แต่ดิฉันก็จำใจต้องเปลี่ยนตั๋วไปพรุ่งนี้บนสายการบินเดียวกัน เพราะเรามีตั๋วของเขาอยู่แล้ว
    และถ้าไม่ไปพรุ่งนี้ก็คงไม่ต้องไปแล้ว เพราะไปทำงานไม่ทันที่ LA USUS เลยไปคลายเครียดที่ park  แต่มันหนาวมากกกก #อากาศเย็นใจเย็นเย็น #มันเกิดอะไรขึ้นหนา? #ใครทำอะไรเนี่ย #พรุ่งนี้เจอกัน LA #ทำไมไม่บอกว่าให้รีบไป #ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย
    บีบีซีไทย ได้สอบถามถึงกรณีนี้ไปยังสายการบินบริติช แอร์เวย์ ได้ชี้แจงสั้นๆ ว่า 
    "เราได้ติดต่อไปยังลูกค้าของเรา และจองเที่ยวบินใหม่หลังจากแผนของเธอเปลี่ยนแปลง และเธอได้เดินทางไปกับสายการบินเราแล้ววันนี้"
     ๘ พ.ย.๖๒ - ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ ว่า
     nichax ในที่สุด...หลังจากรอมาเกือบ 2 วัน ก็มาถึง LA ซะที ตอนเดินขึ้นเครื่องเจ้าหน้าที่ British  Airways มองเรา ชี้กันใหญ่ และซุบซิบๆ คงชมว่าเราสวย...แต่ก็ขึ้นเครื่องได้เรียบร้อย และได้กลับมา LA  ทักทายเพื่อนฝูง และพร้อมทำงาน #ไม่ได้เปลี่ยนแผนเอง แต่ BA เปลี่ยนให้ #ขอบคุณ ThankYou #Late ไปหนึ่งวัน #ไม่ว่างไม่ใช่ไม่สวย
    ........................
    ขอจงทรงพระสวยตลอดกาลนาน.

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 ............................................................
 
 

 

 

 

 ......................................................
 

ขบเหลี่ยมซ่อนปม กลเกมแก้รัฐธรรมนูญ กลิ่นอายขัดแย้งรอบใหม่

    
 

        ขอแสดงความเสียใจต่อญาติมิตร ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามบุกยิงถล่มป้อมจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย ที่เป็นทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.62 แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พอรู้เบาะแส กำลังเร่งตรวจสอบ สืบหาคนร้าย ลากตัวมาลงโทษ ก็ขอให้ได้ตัวคนร้ายมาลงโทษโดยเร็ววัน และขอประณามต่อการกระทำของกลุ่มคนร้าย ที่ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด กลุ่มใด ที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ไม่อยากเห็นความสงบเกิดขึ้นในประเทศไทย

        เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์เลวร้ายในแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้ในรอบหลายปี สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก หันกลับมามองเรื่องราวการเมืองในประเทศก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวความวุ่นวาย ระหว่างซีกรัฐบาลกับซีกพรรคฝ่ายค้าน ที่จับจ้องเอาผิด กันตาต่อตาฟันต่อฟัน

        พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคพลังปวงชนไทย มีมติเอกฉันท์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ระบุถึงตัวบุคคล หากไม่นับนายกรัฐมนตรีที่จะโดนจองกฐินแน่นอน หลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ส่วนรัฐมนตรีคนใด จำนวนกี่คน ยังไม่มีการระบุออกมา

        พรรคร่วมฝ่ายค้านยังอุบไต๋ มีเพียงคำขู่ออกมา มีข้อมูลเด็ด มีหลักฐานเชื่อมโยงที่น่าจะเชื่อได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมทั้งกางปฏิทิน ล็อกเวลาเอาไว้ล่วงหน้า 18-19-20 ธ.ค. คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการซักฟอกรัฐบาล คงได้แต่ตามดู ข้อมูล หลักฐาน ที่เริ่มออกมาโหมโรงกัน จะเป็นไม้เด็ด-หมัดน็อกรัฐบาลประยุทธ์ หรือสุดท้ายเป็นแค่เวทีตีกินทางการเมืองเท่านั้น 

        เรื่อง "ศึกซักฟอกรัฐบาล" ยังต้องตามรอดูกันต่อไป แต่ในห้วงเวลานี้ที่บางพรรคการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคซีกฝ่ายค้าน 7 พรรค มองเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำโดยเร็วคือ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มองว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาประเทศ

        ญัตติด่วนที่พรรคการเมืองและ ส.ส.ที่อยากเห็น "การแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ที่จะเสนอสภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ถูกเลื่อนไปพิจารณาเป็นสัปดาห์หน้า และตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกำลัง ห้ำหั่นโดยคนจากขั้วเดียวกัน เห็นไม่ตรงกัน พรรคประชาธิปัตย์ได้ข้อสรุปดัน มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว พรรคพลังประชารัฐกำลังควานหาตัว หลังจาก สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ไม่รับตำแหน่ง ขอทำหน้าที่เพียงตำแหน่งรองประธานสภาฯ เพียงอย่างเดียว ทำให้พรรคพลังประชารัฐต้องเร่งหาแคนดิเดตคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่

        งานนี้ ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ยอมกันไม่ได้ แม้คณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีวาระการทำงาน 45-60 วันเท่านั้น แต่ตำแหน่งประธานถือเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญในระหว่างศึกษา เพราะเป็นผู้กำหนดเกม กำหนดวาระ ซึ่งถ้าได้คนที่อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมากๆ อาจจะมีมติผลักดัน จุดพลุทำให้เกิดกระแสสังคมคล้อยตามต่อ การแก้ไขทั้งฉบับ โดยมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาร่วมร่าง ในทางตรงกันข้าม หากเป็นซีกที่อยากจะแก้เป็นพิธี ก็อาจจะได้ข้อสรุปออกมา จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงบางมาตราที่เอื้อให้ตัวเองทำงานคล่องตัวขึ้น

        ในส่วนของพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน รอดูสถานการณ์ ในใจลึกๆ อยากเห็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ แม้ที่ผ่านมาจะมีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน แต่สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ไปในทิศทางเดียวกัน มองประชาธิปัตย์กับอภิสิทธิ์เป็นแนวร่วมมุมกลับอภิสิทธิ์นั้นชัดเจน ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ก่อนทำประชามติ ก่อนการเลือกตั้งไม่นาน ยังมาตอกย้ำให้เห็นถึง ข้อเสียรัฐธรรมนูญ ประกาศเลิกเกรงใจ ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ซึ่งในแง่หลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญตรงกัน ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย ต่างรู้ไส้รู้พุงกันดี เพื่อไทยบอกไม่ยึดติดตัวบุคคล เป็นใครก็ได้ หากเป็นในซีกอภิสิทธิ์ ไม่ว่าจะส่งใครมา ล้วนเป็นคนที่ไม่เอารัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งสิ้น

        เพื่อไทยรอเพียงผสมโรง เตรียมชงมือกฎหมายระดับเซียนเข้าไปทำหน้าที่เป็น กรรมาธิการวิสามัญ เงื่อนปมรัฐธรรมนูญที่เขียนล็อก ที่ทำให้นักการเมือง พรรคการเมือง แทบขยับทำอะไรไม่ได้

        พรรคเพื่อไทยระบุชัด รัฐธรรมนูญหมวด 1-2 จะไม่มีการแก้ไขอย่างเด็ดขาด แต่เรื่องที่จะแก้ไข มีทั้งการให้อำนาจ ส.ว.มากเกินขอบเขต ที่อาจจะมีการแก้ไขห้ามเข้าไปร่วมโหวตนายกฯ การให้อำนาจองค์กรอิสระบางองค์กรที่ให้ไว้มากเกินไป การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ระบบเลือกตั้งใบเดียว การนับคะแนน ล้วนอยู่ในขอบเขตที่เพื่อไทยเพ่งเล็งให้ความสำคัญ

        พรรคอนาคตใหม่ เป้าหมาย สิ่งที่อยู่ในใจ ติดในใจอนาคตใหม่มาตลอดคือ มรดก คสช. ประกาศคำสั่งต่างๆ ไปจนถึงยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา 279 ที่ให้ความคุ้มกันบรรดาประกาศและการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ยังไม่นับรวมเรื่องราวเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ทางทหาร สภากลาโหม ล้วนเป็นเรื่องท้าทายสำหรับอนาคตใหม่ที่จะเข้าไปแตะทั้งสิ้น

        เวลานี้เพื่อไทย อนาคตใหม่ มองประชาธิปัตย์เป็นแนวร่วมมุมกลับ สมานฉันท์ทางความคิด รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องถูกแก้ไข เพียงแต่รูปแบบ วิธีการอาจแตกต่างออกไป เพื่อไทย อนาคตใหม่ เห็นตรงกัน ต้องปลดล็อก 256 เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ นำมาสู่การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อให้เกิดการแก้ไขทั้งฉบับให้ได้ก่อน ในส่วนของประชาธิปัตย์ดูจะเน้นไปที่แก้ไขรายมาตรา มุมติดขัดที่เกี่ยวกับนักการเมือง พรรคการเมือง ระบบการเลือกตั้ง มองปัญหาไม่แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย

        ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ว่ากันว่าอยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน เพียงแต่อาจจะแก้ไขเพียงเป็นพิธีไม่กี่มาตรา เพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น ให้ลดแรงเสียดทานทางสังคมลงไปบ้างเท่านั้น

        อย่างไรก็ดี การแก้ไขรัฐธรรมนูญจากโมเดลความคิดเพื่อไทย อนาคตใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่อยากให้มีการแก้ไขทั้งฉบับ โดยมี ส.ส.ร.เข้ามา สาระสำคัญของมาตรา 256 ที่นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลายขั้นตอนตั้งแต่ การขอแก้ไขเพิ่มเติม การออกเสียงลงคะแนนในวาระหนึ่ง รับหลักการ การพิจารณา วาระสอง และการออกเสียงในวาระสาม ล้วนต้องอาศัยเสียง ส.ว. 1 ใน 3 เข้ามาร่วมโหวตด้วย ซึ่งการทำงานในอดีต การโหวตเลือกนายกฯ ส.ว.ทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีใครแตกแถว การที่ ส.ส.หวังพึ่งเสียง ส.ว.เข้ามาร่วมโหวตในทางเดียวกัน จึงเป็นเรื่องยาก ไม่ต่างอะไรจากการเข็นครกขึ้นภูเขา

        ขณะที่ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า บางฝ่ายคิดเพียงการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงบางปม แต่บางฝ่ายแก้ไขเพิ่มเติมให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างฯ ฉบับใหม่ การทำรัฐธรรมนูญใหม่นี้จะเป็นการย้อนกลับไปนับหนึ่งใหม่ สังคมอาจมีปัญหา หากจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉบับปัจจุบันกว่าจะเสร็จสิ้นผ่านการรณรงค์และสอบถามประชาชนและใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย

        การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไทย อนาคตวางเป้าต้องรื้อใหม่หมด โดยไม่แตะหมวด 1-2 พลังประชารัฐ แม้จะแก้ไข ก็จะแก้ไขเป็นพิธี เพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคม ประชาธิปัตย์มุ่งเป้าแก้ไขรายมาตรา ที่ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการทำงาน 

        นาทีนี้เพียงแค่ตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นเกมวัดพลังในชั้นแรก ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย อนาคตใหม่ ไม่ติดใจหากอภิสิทธิ์จะมาคุมเกมนี้ ส่วนพลังประชารัฐแว่วเสียงเล็งไปที่คนนอก เซียนกฎหมายมีชื่อเสียงระดับประเทศ ที่กำลังเร่งทาบทาม ไม่ยอมเสียเหลี่ยม ยกตำแหน่งนี้ที่มีความสำคัญยิ่งไปให้คนจากพรรคอื่น เหมือนที่เคยเสียตำแหน่งประธานสภาฯ ไป

        การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เริ่มต้น ยังไม่รู้พอมีคณะกรรมการวิสามัญฯ เข้าไปศึกษา จะแก้เงื่อนปม มาตราใดบ้าง เพราะแต่ละฝ่ายก็มีธงชัด

        แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เพียงแค่ตำแหน่งประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ ยังแย่งชิงตำแหน่ง ผลักดันคนของตัวเองเข้าไปเพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ทางการเมือง ยังไม่ทันนับหนึ่ง เดินหน้าว่าด้วยเรื่องที่จะแก้ไข ก็สัมผัสถึงความวุ่นวาย ความขัดแย้งเสียแล้ว.

                                                                                     ทีมข่าวการเมือง

 

"บิ๊กตู่" รุกรอบด้านสกัดพิษ "เศรษฐกิจ" ฉุด รบ.ดิ่ง

    
 
 

      ยังอยู่ในช่วงที่หลายฝ่ายจับตาการทำงานของรัฐบาล "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามกลไกประชาธิปไตย ที่นอกจากต้องเผชิญปัญหาในสนามการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว เวลานี้ "บิ๊กตู่" ยังต้องนำทัพฟันฝ่ากับปัญหาด้านเศรษฐกิจ ที่ภายนอกยังมีสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

      นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่สหรัฐประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สำหรับสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และนั่นทำให้รัฐบาลต้องรุกออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเริ่มจากภายในประเทศที่มีมาตรการออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยผู้มีรายได้น้อย

      กระทั่งล่าสุดโครงการ "ชิม ช้อป ใช้" ที่รัฐบาลหวังกระตุ้นการหมุนเวียนเงินให้กระจายไปสู่ฐานรากให้มากขึ้น โดยเปิดลงทะเบียนไปแล้วถึง 2 เฟส มีผู้ใช้สิทธิ์ถึง 13 ล้านคน ยอดการใช้จ่ายผ่าน G-Wallet ทะลุกว่า 10,000 ล้านบาท มีการใช้จ่ายยอดการทำธุรกรรมมากถึง 140,000 ธุรกรรมต่อวินาที และขณะนี้รัฐบาลกำลังเตรียมออกเฟส 3 ภายในปีนี้ หากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

      นอกจากนี้ยังมีโครงการ "100 เดียวเที่ยวทั่วไทย" โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตามมาอีกหนึ่งโครงการ เพื่อเป็นของขวัญให้คนไทยได้เที่ยวในราคา 100 บาท ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนและเปิดให้เลือกของขวัญถึง 4 รอบ ในวันที่ 11, 12 พฤศจิกายน 2562 และ 11, 12 ธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้ โดยในแต่ละรอบจะมีของขวัญประชาชนให้เลือกซื้อ 10,000 รายการ แต่ละคนจะมีสิทธิ์เลือกซื้อของขวัญได้เพียงคนละ 1 รายการเท่านั้น และตลอดโครงการเลือกซื้อสินค้าได้ในทุกจังหวัดอีกด้วย

      ขณะเดียวกันยังมีมาตรการสกัดการแข็งค่าของเงินบาท จากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี หลังคณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้นจากการส่งออกที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลไปสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ และยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอีกหลายด้าน ดังนั้น นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นนี้ จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย

      โดยธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล ได้สนองนโยบายดังกล่าวของรัฐบาลทันที เพราะมีลูกค้ารายย่อยจนถึงระดับ SMEs เป็นจำนวนมาก จึงได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราเท่ากัน 0.125% ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชีลดลงจาก 6.87% เหลือ 6.745% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา ปรับลดลงจาก 6.50% เหลือ 6.375% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป

      นอกจากนี้ ยังมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภายในประเทศที่มีส่วนสำคัญ ซึ่งนับเป็นโอกาสดีของไทยในการเป็นประธานอาเซียนปีนี้ ทำให้ได้พบปะกับนานาประเทศ ได้มีโอกาสเปิดบ้านขายของ โชว์ศักยภาพและชักชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะจุดขายของไทยอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่ต่างประเทศให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก 

      และนอกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ที่ออกมาเรื่อยๆ แล้ว ล่าสุด “บิ๊กตู่” ยังเริ่มจัดทัพ ทยอยดึงมือดีที่มีความสามารถในด้านการเจรจาระหว่างประเทศมาเสริมทีมช่วยประสานผลักดันด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยมติ ครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่งตั้ง "นายบรรสาน บุนนาค" อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เพื่อให้มาช่วยประสานดึงนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทย

      โดยที่ผ่านมา นายบรรสานมีผลงานโดดเด่นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิดรอบด้าน และยังได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ The Order of the Rising Sun ชั้น Grand Cordon จากสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น เพื่อแสดงความชื่นชมและขอบคุณที่ทำคุณประโยชน์ ในการส่งเสริมมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

      อีกทั้งก่อนที่นายบรรสานจะเกษียณอายุราชการ ครม.ยังได้ต่ออายุให้อีก 1 เดือน เพื่อรองรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ที่พล.อ.ประยุทธ์และภริยาเดินทางเข้าร่วมเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และที่สำคัญช่วงที่นายบรรสานดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ยังได้นำคณะนักธุรกิจญี่ปุ่นกว่า 600 คน มาเยือนไทยเพื่อสำรวจศักยภาพของอีอีซีอีกด้วย เรียกว่าเป็นสายตรงจากญี่ปุ่นก็ว่าได้

      และยังมีกระแสข่าวด้วยว่า ก่อนหน้าที่นายบรรสาน จะตัดสินใจมารับตำแหน่งรองเลขาธิการนายกฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ก็ได้เคยประสานให้มาร่วมงานด้วยเช่นกัน

      นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในเร็วๆ นี้จะมีการตั้งรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมืองเพิ่มเติมอีก เพื่อมาช่วยประสานกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นการเฉพาะ คือ "นายพิริยะ เข็มพล" อดีตเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง หลังจากเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กตู่" ก็ได้เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปอย่างชื่นมื่น

      มีการหารือถึงการลงทุนในด้านต่างๆ ที่ฝ่ายจีนยื่นมือพร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลภาคเอกชนไทย และฝ่ายจีนยังสนใจโครงการเด่นของไทยอย่างอีอีซี สนใจส่งเสริมความร่วมมือด้านข้าว และดันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนด้วย รวมถึงการเยือนไทยของนายกฯ จีนครั้งนี้ ยังมีพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและจีนถึง 3 ฉบับ นั่นจึงเป็นอีกช่องทางที่สามารถผลักดันเรื่องการลงทุนระหว่างไทยและจีนได้ จึงต้องอาศัยผู้ที่รู้งานและมีสัมพันธไมตรีที่ดี สามารถประสานงานกับจีนได้

      ขณะเดียวกันในปลายปีนี้ยังต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านของขวัญปีใหม่ ที่รัฐบาลจัดให้ประชาชนเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงการคลัง ที่ตอนนี้เผยแคมเปญแรก “บ้านในฝัน รับปีใหม่” เพื่อขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียน การโอนกรรมสิทธิ์ และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่อยากมีบ้านอีกด้วย

      ดังนั้น จากนี้คงต้องดูว่าผลสัมฤทธิ์ของการรุกจัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมาทั้งหมดนี้ จะสามารถฟื้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้พ้นขีดอันตราย และสามารถเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงต้องจับตาด้วยว่า “บิ๊กตู่” จะดึงมือดีคนใดมาเป็นฟันเฟืองเสริมทัพเรียกนักลงทุนเข้าประเทศอีกหรือไม่. 

 

 

.........................................................

 

 
 

 

 

 

.....................................................................

10 พฤศจิกายน 2562

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 11/11/2019 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ
ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สุรศักดิ์
..........................................
สวัสดีครับ คุณสุรศักดิ์

คำตอบสำหรับคำถามของคุณนี้ คุณเองก็ทราบคำตอบอยู่แล้วนะครับ เพราะเราจำเจกับพฤติกรรมของนักการเมืองเกินกว่าครึ่งมาตั้งแต่จำความได้เลยทีเดียว

สำหรับข้อเสนอของคุณก็ถูกต้องครับ แต่อาจมีความจำเป็นต้องประสานงานกันระหว่างกันและกันครับ

ขอขอบคุณสำหรับความเห็น และหวังว่าจะเข้ามาบ่อยๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สุรศักดิ์ วันที่ : 10/11/2019 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "คุณอยากเป็น...คนที่ใครๆ ก็รู้ใจ หรือทำนายไม่ได้" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

สวัสดีครับ คุณยั้งคิด

การเมือง เขาว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์
และอำนาจ จริงหรือไหมครับ ??

หากได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใคร่ขอเสนอ
ให้แยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ
แยกจากกันอย่างอิสระ เคารพการปฏิบัติงาน
ของแต่ละฝ่าย ห้ามก้าวก่ายกันโดยเด็ดขาด
และกำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจนด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน