*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3850
  • จำนวนผู้ชม : 2437987
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 349 , 15:47:19 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         พรรคอนาคตใหม่ชอบสร้างภาพแปลกๆเพื่อเรียกศรัทธาจากสาวกคอเดียวกัน แต่สาวกมากค่อมากกำลังตีจาก เพราะที่จริง

แล้ว นายธนาธร หน.พรรคก็คือเผด็จการที่เอาแต่ใจตัวเอวเท่านั้

         อย่างไรก็ตาม เพียงแค่เปิดตัว ธนาธรก็สร้างความปั่นป่วนให้สังคมได้มากทีเดียว.

 

 

เฮ.ลั่น กกพ.แจกของขวัญปีใหม่ ตรึงค่าไฟงวดเดือนม.ค.-เม.ย.63

เฮ.ลั่น กกพ.แจกของขวัญปีใหม่ ตรึงค่าไฟงวดเดือนม.ค.-เม.ย.63

กกพ. ควักเงิน 6,869 ล้านบาท ประกาศตรึงค่าเอฟทีงวดเดือนม.ค-เม.ย.เท่าเดิม

เริ่มแล้วโครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่”คลังมั่นใจกระตุ้นอสังหาฯคึก

เริ่มแล้วโครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่”คลังมั่นใจกระตุ้นอสังหาฯคึก

เริ่มแล้ว โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” 11.11 คลังร่วมกับ ธอส. และ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์กระตุ้นอสังหาฯ โค้งท้าย

ไอคอนสยาม เผยโฉม ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งใหมที่ล้ำด้วยเทคโนโลยีแห่งภูมิภาค

ไอคอนสยาม เผยโฉม ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งใหมที่ล้ำด้วยเทคโนโลยีแห่งภูมิภาค

ไอคอนสยาม เปิด ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมระดับประเทศของไทย ด้วยทำเลที่โดดเด่นของแม่น้ำเจ้าพระยาในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกแห่งใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯในอีก 3 เดือนหน้า ยังปรับตัวลดลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯในอีก 3 เดือนหน้า ยังปรับตัวลดลง

ขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพครัวเรือน ในเดือนต.ค.'62 ก็ยังหดตัวลง ท่ามกลางความกังวลของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจไทย

ดันสินค้าโอท็อปยอดขายร้อยล้านขายสนามบิน

ดันสินค้าโอท็อปยอดขายร้อยล้านขายสนามบิน

"ถาวร" ชูโมเดลดันโอท็อปขายบนเครื่องบิน สร้างรายได้ชุมชนปีละ 100 ล้านบาท สั่งสนามบินภูมิภาคจัดโซนสินค้าขายท้องถิ่น รับผู้โดยสาร 50 ล้านคน

 


    
 

    รู้ยัง?
    เขานัดรวมพลคน "อยู่ ไม่ เป็น" กันอย่างเป็นทางการแล้วนะ 
    อนาคตใหม่เชิญชวน ผ่านโลกสมมุติ ช่วยกันปกป้องนายกฯ โซเชียล ตามที่ปักหมุดเอาไว้ว่า "อยู่ไม่เป็น ๑๖ พ.ย. ๖๒ รอฟังรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ววันนี้"
    และแล้ววานนี้ (๑๐ พ.ย.) เพจพรรคอนาคตใหม่ ออกคำชี้ชวนว่า 
    "หากนำเลือดของชาวอนาคตใหม่ไปตรวจ Deoxyribonucleic Acid (DNA) เราอาจพบยีนความ  'อยู่ไม่เป็น' ฝังอยู่ใน DNA ของพวกเราก็เป็นได้
    ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่าน
    มาร่วมงานรวมพลคนอยู่ไม่เป็นไปพร้อมกัน
    ๑๖ พฤศจิกายนนี้
    JJ Mall ชั้น ๖ ห้องกำแพงเพชร
    ๑๒.๐๐ น. เป็นต้นไป....."
    ไปทำอะไรกัน?
    มารู้จักกับดีเอ็นเอส้มหวานก่อน 
    ถ้าจะให้พูดกันตรงๆ นี่คือดีเอ็นเอผ่าเหล่า 
    หรือกลายพันธุ์
    การขาดหายไปของส่วนใดส่วนหนึ่งของโครโมโซม ทำให้ยีนเดิมจากบรรพบุรุษขาดหายไปด้วย
    หยุดแค่รุ่นพ่อแม่ ไม่ได้ไปสู่ลูก 
    ที่ผ่านมาถกเถียงกันหนักมาก 
    ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่
    ประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์
    ล้วนพบพฤติกรรมผ่าเหล่า
    คงเพราะมียีนฝรั่งเศสอยู่ในตัวมากเกินไป 
    รู้อะไรมั้ย....... 
    ความจริงแล้วพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ระหว่าง "มนุษย์" กับ "ลิงไม่มีหาง" นั้นมีอยู่ประมาณ ๕  เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น 
    ไม่แน่ใจว่าวันนี้ยีนที่ฝังในดีเอ็นเอ ธนาธร-ปิยบุตร และพวก ต่างจากบรรพบุรุษไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว  แต่เชื่อเถอะ 
    ต่างพอควร!
    ต่างถึงขนาดจ้องจะล้มล้างให้แหลกลาญกันไปข้าง ตามประสาเด็กเล่นกับไฟ 
    เมื่อไฟลวกแทนที่จะโทษตัวเอง กลับโทษว่าไฟกลั่นแกล้ง ไฟไม่ชอบขี้หน้า 
    เอาล่ะ....๑๖ พ.ย. พวกดีเอ็นเออยู่ไม่สุข ไปรวมตัวกันเพื่อทำอะไร?
    มีการตั้งรหัสให้ถอด ทอน บุตร ยัน กาลิเลโอ        
    คนเขาสรุปให้ว่า นี่คือการปลุกฟ้าให้ตื่นมาปกป้องพ่อและพรรค 
    เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกยุบพรรค และตัดสิทธิ์ทางการเมือง 
    ตั้งใจจะจุดม็อบ ท้าทายศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยคดีหุ้นในวันที่ ๒๐ พ.ย.หรือเปล่า?  
    ลองอ่านโพสต์ของ "ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" ผู้เฒ่าส้มหวานดู น่าจะบอกอะไรได้บางอย่าง 
    ......How to live?
    อยู่เปน ก้อไม่รอด ถ้า...อยู่ไม่เปน อาจรอด ถ้า...
    CK...comment...
    น่าเปนห่วงว่า จะไม่รอด
    แต่ ก้อไม่แน่
    ขึ้นอยู่กับว่า "ฝ่ายโน้น คือ ฝ่ายอำนาจเดิม" ประเมินว่า
    ถ้าทำแล้วชนะ ก้อคงทำ อย่าง ๒๔๙๐, ๒๕๐๐, ๒๕๓๔, ๒๕๔๙, ๒๕๕๗...
    แต่ถ้าประเมินว่า ถ้าทำ ก้อจะเกิด ตุลา ๒๕๑๖ หรือ พฤษภา ๒๕๓๕ ก้ออาจ ไม่ทำ ครับ
    ป.ล.
    สุวัฒน์ วรดิลก หรือ รพีพร เคยปรารภ ไว้นานแล้ว ที่งานสมาคมธรรมศาสตร์ว่า อย่า underestimate  ผู้ปกครองเดิมๆ
    เพราะว่า statecraft ของพวกเขาและเธอนั้น ลึกล้ำเหลือ...
    อนึ่ง ครับ ยังทำให้นึกถึงวลี ของหลวงวิจิตรฯ ที่คนรุ่นเก่าๆ ชอบกันมาก ที่ว่า
    "จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
    ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน"
    ครับ อนาคตใหม่ โดยเฉพาะธนาธร ดูจะเด่นเกินไปเสียแล้ว ล่ะ ๕๕๕๕๕........
     ประเมินกันว่าไง????
    อยากเห็นตุลาวิปโยค พฤษภาทมิฬ กันอย่างนั้นหรือ? 
    ลองยืนหน้ากระจกแล้วพิจารณาตนเองกันบ้าง
    "ธนาธร" ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เอาแต่พูดเรื่องโอนหุ้นตัวเองว่า ไม่รู้ จำไม่ได้ ท้าทายและต่อรองศาล แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า อยู่ไม่เป็น 
    แล้วจะมาสร้างวาทกรรมปลุกม็อบ ให้คนอื่นตายแทนอย่างนั้นหรือ 
    ถามดังๆ!
    ลอกการบ้านกันมาหรือเปล่า?
    ครั้งหนึ่ง ทักษิณ-นปช. ปลุกม็อบบ้าคลั่งอ้างว่าจะโค่นล้มอำมาตย์ 
    วันนี้คนปลุกไม่หนีไปต่างประเทศก็อยู่ในคุก 
    หลายรายกำลังจะเข้าไปนอนนับซี่กรงเหล็กในห้องขังเร็วๆ นี้
    ถ้าอยากจะอยู่ให้เป็นสุข ที่จริงก็ไม่ยากนะ 
    การเมือง ศาสนา คือความเชื่อและศรัทธา 
    การปฏิบัติต่อผู้มีความเชื่อที่แตกต่าง สำคัญกว่า เชื่อหรือไม่เชื่ออะไร
    วันนี้อนาคตใหม่ปฏิบัติต่อ ผู้มีความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างอย่างไร 
    กลับไปคิดกันเยอะๆ
    ขยะ
    สนิม 
    ไม่ใช่ทางออก 
    เก็บผลไม้ยังต้องโน้มกิ่งเข้าหาตัว 
    การจะเก็บเกี่ยวมิตรภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องโน้มตัวเข้าหาผู้อื่น 
    แต่เมื่อคิดว่า การโน้มตัวคือความคิดที่คร่ำครึ นั่นเท่ากับปิดทุกประตู ที่จะแลกเปลี่ยนความคิดทางการเมือง และหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย 
    และเมื่อคิดว่าตัวเองแน่กว่าใคร ไม่มีอะไรเจ๋งกว่าตำราฝรั่งเศส มันจึงยากที่จะหาจุดบรรจบได้ 
    ประจวบเหมาะกับกระแสรื้อรัฐธรรมนูญ.....
    เตือนด้วยความหวังดี ไปยังพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่าผลีผลามกระโดดเข้าไป
    เพราะอาจมีคนตั้งใจก่อวิกฤติรัฐธรรมนูญขึ้นมา 
    ใช้ประโยชน์จากวิกฤตินี้ในการก่อม็อบ อาจซ้ำรอย ตุลา ๒๕๑๖ หรือ พฤษภา ๒๕๓๕ สมใจเฒ่าส้มหวานก็ได้
    แม้กรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมา มีหน้าที่แค่ศึกษาแนวทาง 
    ไม่ได้เป็นผู้แก้ไข
    แต่หาก กมธ.เสียงส่วนใหญ่ เพราะมี กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ไปโหวตให้ กมธ.พรรคฝ่ายค้าน มีมติให้ปลดล็อกมาตรา ๒๕๖ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) นั่นเท่ากับผลักประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
    เพราะเป็นการยกร่างเพื่อเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
    มิใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแต่อย่างใด 
    หากใช้สมองคิดกันสักนิด ย้อนมองอดีต ประเทศไทยมี ส.ส.ร.มาแล้ว ๒ ชุด 
    ชุดแรกตั้งเมื่อปี ๒๕๓๙ "อุทัย พิมพ์ใจชน" นั่งเป็นประธาน ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ 
    ชุดที่สอง ตั้งในปี ๒๕๕๐ มี "นรนิติ เศรษฐบุตร" เป็นประธาน ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ 
    ชุดที่สามกำลังจะตามมา?
    และอาจมีชุดที่สี่ ห้า หก ไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น
    ปัญหาคืออะไร?
    เรามีแต่นักการเมือง ที่เอาแต่โวยวายว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี ต้องแก้ไข ต้องรื้อถอน 
    กลับกันนักการเมืองปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแค่ไหน 
    จริงอยู่ ไม่มีรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย ฉบับใดในโลกนี้ที่สมบูรณ์ ๑๐๐% ไม่ต้องแก้ไขใดๆ อีก แม้เวลาจะผ่านไปนานแสนนานก็ตาม 
    แต่การใช้รัฐธรรมนูญคือการเรียนรู้ 
    เมื่อพบจุดบกพร่องก็แก้ไข ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร 
    แล้วที่ผ่านมา นักการเมืองต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้กติกาสูงสุดของประเทศ สมบูรณ์ขึ้น  หรือแก้เพื่อสนองผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองกันแน่ 
    รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ที่จะอธิบายว่า เมื่อประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด และได้มาแล้ว แต่นักการเมืองเอาไปใช้อีกอย่าง 
    ระบอบทักษิณ เกิดขึ้นโดยการกระทำชำเรารัฐธรรมนูญ 
    รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่กลัวอำนาจทหาร จึงไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฝ่ายบริหาร และ "ทักษิณ" ใช้ประโยชน์จากวิธีคิดเช่นนี้ 
    สร้างระบอบทักษิณขึ้นมา
    ดูด ส.ส. ควบรวมพรรคการเมือง สร้างความแข็งแกร่งให้รัฐบาลไทยรักไทย จนเลยขีดการตรวจสอบโดยวิถีทางรัฐสภา 
    ฉะนั้นอย่าแปลกใจกับคำว่า "ตุลาการภิวัฒน์" 
    ตุลาการภิวัฒน์ มิได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่เพราะนักการเมืองใช้อำนาจจนเกินขอบเขต ที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งใช้อำนาจนั้นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
    วันนี้มีความพยายามกลับไปใช้รูปแบบเดิม ปลุกมวลชน ต่อต้านทุกอย่าง รวมทั้งกระบวนการยุติธรรม เพื่อเบี่ยงเบนการตรวจสอบ
    แล้ว "ทอน-บุตร" จะได้รู้ว่า.... 
    "อยู่ ไม่ ได้" มันหนักหนาสาหัสแค่ไหน
    ข่าวฝากจาก "ป๋าเปลว" ยอดเงินบริจาคสู่ ๒๐ ครอบครัว ชรบ.ลำพะยา ล่าสุดตอนนี้ สองล้านแปดแล้ว
    โอนวันจันทร์ได้อีกวัน แล้วไปสรุปยอดวันอังคาร
    อีกก้อนเป็นเงินสดที่แฟนไทยโพสต์บริจาคโดยตรงกับ "ป๋าเปลว" คร่าวๆ ก็กว่าแสน ไปสรุปยอดวันอังคารเช่นกัน
    จากนั้นลงใต้ถึงมือ ๒๐ ครอบครัว ชรบ.ลำพะยาทันทีครับ.


                                ผักกาดหอม

'ลุงตู่'แก้มปริ'เด็กร.ร.เบญจมราชูทิศ'โบกมือให้ส่งมินิฮาร์ทบอกรักตอบ

    
 

 ทั้งนี้ นายกฯยังได้เดินลงมาทักทายประชาชนที่อยู่บริเวณนอกโรงยิมเนเซี่ยม ซึ่งช่วงหนึ่งได้มีครูและนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ได้ตะโกนเรียกพร้อมโบกมือให้กำลังใจนายกฯ บริเวณขอบหน้าต่างห้องเรียน ซึ่งนายกฯ ได้หันไปเห็นพร้อมกล่าวว่า วันนี้เรียนหนังสือ ไม่ต้องหยุดเรียน เพราะเวลาเรียนน้อยอยู่แล้ว เข้าไปเรียน ต้องเรียนให้เยอะๆ เรียนให้เก่ง ๆ 

จากนั้น นักเรียนได้ทำสัญลักษณ์ว่า ไม่ได้ยินที่นายกฯ พูด ทำให้นายกฯขึ้นบนอัฒจันทร์ โดยชูมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและมินิฮาร์ท พร้อมกล่าวกับนักเรียนว่า เรียนหนังสือให้เก่งๆนะ และตั้งใจเรียนในสาขาที่มีงานทำ อย่าไปเรียนเอาสบาย อย่าไปเรียนที่ง่ายๆ ไปเปิดดูว่าเขาต้องการแรงงานประเภทไหนบ้าง จะได้ไม่ตกงาน ขอให้รักพ่อแม่รัก ครูบาอาจารย์ด้วย จากนั้นนายกฯ ได้ถ่ายเซฟฟี่กับประชาชนและข้าราชการ 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

.........................................................................

'บิ๊กตู่'สั่งเหล่าทัพร่วมสนับสนุนประชุม'รมว.กห.อาเซียน'ให้สมเกียรติ

    
 

แฟ้มภาพ

11 พ.ย.62-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม(กห.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ เตรียมความพร้อมสนับสนุนการจัดประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ( ADMM Retreat ) และการประชุม รมว.กห.อาเซียนกับ รมว.กห.ประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 6 ( ADMM - Plus ) ที่ กห.กำหนดเป็นเจ้าภาพจัดให้มีขึ้นระหว่าง 16- 19 พ.ย.62 ณ รร. Avani+ Riverside กรุงเทพฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประสบความสำเร็จ สมเกียรติของ กห.และประเทศไทย ในฐานะประธานอาเซียนในปี 62

"โดยขอให้ดำรงแนวคิดหลักในการเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบ-ADMM-และ-ADMM-Plus-คือ “ความมั่นคงที่ยั่งยืน” พร้อมทั้งมุ่งส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจ และเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างอาเซียนกับประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคให้ครอบคลุมในทุกมิติ ยึดหลักความเป็นแกนกลางของอาเซียน-(ASEAN-Centrality) เป็นหัวใจสำคัญในการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อความท้าทายด้านความมั่นคงที่สำคัญของภูมิภาค"

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รมว.กลาโหมประเทศต่างๆ จะเริ่มทยอยเดินทางมาตั้งแต่ 16 พ.ย.62 โดยมีกิจกรรมที่สำคัญดังนี้ 16 พ.ย.62 : - การหารือทวิภาคี 17 พ.ย.62 : - การประชุม รมว.กห.อาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ (ADMM Retreat) - การประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน +1 อย่างไม่เป็นทางการ (ADMM+1 Informal Meeting) 18 พ.ย.62 : - พิธีเปิดงาน Defense & Security 2019 - การประชุม ADMM-Plus ครั้งที่ 6
- การส่งมอบการเป็นประธานการประชุม ADMM ให้กับ กลาโหมเวียดนาม 19 พ.ย. 62 : กิจกรรมสันทนาการ

ฉก.ปัตตานีพบรถกระบะหายเสี่ยงคาร์บอมม์แล้วโดนนำไปซุกยาเสพติด


    
 

 
 

 

 

 

...........................................................................

 

 

 

 

........................................................ 
 
 

อนาคตใหม่ปลุกสาวกรวมพล "คนอยู่ไม่เป็น" 16พ.ย.นี้ที่ JJ Mall

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 11:53 น.
 

อนาคตใหม่ปลุกสาวกรวมพล

พรรคอนาคตใหม่นัดรวมพล "คนอยู่ไม่เป็น" 16 พ.ย.นี้ที่ JJ Mall โวยีนความอยู่ไม่เป็นฝังอยู่ในดีเอ็นเอชาวอนาคตใหม่

 

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 62 เฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ภาพและข้อความนัดรวมพล "คนอยู่ไม่เป็น" ที่JJ Mall ชั้น 6 ห้องกำแพงเพชร ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ โดยมีข้อความดังนี้

รวมพลคนอยู่ไม่เป็น

หากนำเลือดของชาวอนาคตใหม่ไปตรวจ Deoxyribonucleic Acid (DNA) เราอาจพบยีนความ “อยู่ไม่เป็น” ฝังอยู่ใน DNA ของพวกเรา ก็เป็นได้

ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่าน มาร่วมงานรวมพลคนอยู่ไม่เป็นไปพร้อมกัน

16 พฤศจิกายนนี้? JJ Mall ชั้น 6 ห้องกำแพงเพชร 12.00 น. เป็นต้นไป

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 15:46 น.
 

ถ้าแก้มาตรา 256 แล้วยังไงต่อ

โดย...โคทม อารียา

ผู้อ่านหลายคนคงยังไม่ทราบว่า มาตรา 256 นั้นคืออะไร ผมหมายถึงมาตรา 256 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่น จะขออธิบายเนื้อหาของมาตรานี้

 ปัญหาเริ่มที่การลงมติในวาระที่สามที่มีความพิศดารยิ่ง นอกจากจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมดังนี้ ในจำนวนเสียงสนับสนุน “ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในวาระที่สาม สมมติว่ามี ส.ส. ฝ่ายค้าน 240 คน ร้อยละ 20 คือ 48 คน ญัตติจะผ่านวาระที่สามได้ก็ต้องมี ส.ส. ฝ่ายค้านสนับสนุนไม่น้อยกว่า 48 คน หมายความว่าฝ่ายค้านต้องเสียงแตก เท่าที่ผ่านมามักไม่มีปรากฏการณ์เสียงแตกในบรรดา ส.ส. ฝ่ายค้าน นอกจากนี้ ต้องมี ส.ว. อย่างน้อยร้อยละ 20 (85 คน) ทำตนเป็นฝ่ายค้านในบรรดา ส.ว. แต่ดูจากประสบการณ์การออกเสียงของ สนช. ซึ่งควบหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว. จะเห็นได้ว่า สนช. ลงคะแนนเสียงเกือบเป็นเอกฉันท์โดยตลอด ยกเว้นเมื่อเลือกสรรบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งจึงมีความเห็นแตกต่างบ้างเป็นธรรมดา สรุปก็คือ ยากมากที่จะให้ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญผ่านวาระที่สามได้

ปัญหาเริ่มที่การลงมติในวาระที่สามที่มีความพิศดารยิ่ง นอกจากจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมดังนี้ ในจำนวนเสียงสนับสนุน “ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองที่สมาชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของทุกพรรคการเมืองดังกล่าวรวมกัน และมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในวาระที่สาม สมมติว่ามี ส.ส. ฝ่ายค้าน 240 คน ร้อยละ 20 คือ 48 คน ญัตติจะผ่านวาระที่สามได้ก็ต้องมี ส.ส. ฝ่ายค้านสนับสนุนไม่น้อยกว่า 48 คน หมายความว่าฝ่ายค้านต้องเสียงแตก เท่าที่ผ่านมามักไม่มีปรากฏการณ์เสียงแตกในบรรดา ส.ส. ฝ่ายค้าน นอกจากนี้ ต้องมี ส.ว. อย่างน้อยร้อยละ 20 (85 คน) ทำตนเป็นฝ่ายค้านในบรรดา ส.ว. แต่ดูจากประสบการณ์การออกเสียงของ สนช. ซึ่งควบหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว. จะเห็นได้ว่า สนช. ลงคะแนนเสียงเกือบเป็นเอกฉันท์โดยตลอด ยกเว้นเมื่อเลือกสรรบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งจึงมีความเห็นแตกต่างบ้างเป็นธรรมดา สรุปก็คือ ยากมากที่จะให้ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญผ่านวาระที่สามได้

แม้เมื่อผ่านวาระที่สามแล้ว ญัตติอาจต้องผ่านอีกสองด่าน ด่านแรกคือต้องไม่ไปกระทบ “เรื่องสำคัญ” ซึ่งในความเห็นคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เรื่องสำคัญได้แก่ “หมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์ หรือหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่หรืออำนาจได้” ถ้าเป็น “เรื่องสำคัญ” ดังกล่าว ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติก่อนนำร่างที่ผ่านวาระสามขึ้นทูลเกล้าฯ

ด่านที่สองคือถ้า ส.ส.ไม่น้อยกว่า 50 คน (หนี่งในสิบ) หรือ ส.ว. ไม่น้อยกว่า 25 คน (หนึ่งในสิบ) เห็นว่าร่างที่ผ่านวาระสามเป็นการ “เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ” ก็ดี หรือเป็นเรื่องสำคัญที่พึงจัดให้มีการลงประชามติก็ดี ส.ส. หรือ ส.ว. เหล่านั้นสามารถยื่นเรื่องผ่านประธานสภาของตนให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ได้

เรื่องนี้แสดงว่าคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีความเชื่อมั่นว่า กรรมาธิการคิดดีแล้ว คิดรอบคอบแล้ว จึงลงล็อกให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ยาก แต่เมื่อผลักดันร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ การณ์กลับเป็นว่า มีสมาชิก สนช. จำนวนหนึ่งที่คิดแยบยลกว่า เลยมีคำถามพ่วงไว้ในการลงประชามติ เมื่อคำถามพ่วงผ่านประชามติ กรธ. ก็ต้องกลับมาแก้ร่างที่ผ่านประชามติของตน เช่น เพิ่มอำนาจให้ ส.ว. จากการแต่งตั้งสามารถมีมติเลือกนายกกรัฐมนตรีได้ อีกประการหนึ่ง กรธ. เขียนไว้ในมาตรา 256 ว่า ถ้าจะแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 2 ต้องลงประชามติก่อน

แต่เมื่อมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ กรธ. ก็ต้องเอาร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติมาแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องพระราชอำนาจ ตามข้อสังเกตที่พระราชทานลงมา ถ้า กรธ. ถือว่าร่างของตนผ่านประชามติแล้ว ขอให้ทรงลงพระปรมาภิไธยก่อน ค่อยมาแก้ไขในภายหลัง ดังตัวอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีข้อสังเกต ซึ่งนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 ในเรื่องการรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา แต่หากทำเช่นนั้นในคราวนี้จะติดที่มาตรา 256 ซึ่งบังคับให้ต้องลงประชามติ ทำให้เป็นเรื่องที่เอิกเกริกไป การที่ กรธ. มีความเชื่อมั่นและตั้งใจดีเท่านั้นคงไม่พอ เพราะคงไม่สามารถคาดคิดถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมด การมาผูกปมที่เกือบเป็นปมตายไว้ในมาตรา 256 จึงไม่สมควร

คำถามต่อไปก็คือ แล้วจะแก้มาตรา 256 อย่างไร เพื่อว่ามาตรา 256 ใหม่ จะไม่ทำให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันเป็นว่าเล่น ในเรื่องนี้ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยขอเสนอว่า ในการลงมติในวาระสาม ให้ถือเสียงข้างมาเด็ดขาดของรัฐสภา เหมือนกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 และเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ตัดเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ให้มี ส.ส. และส.ว. “ฝ่ายค้าน” 20% และ 33% ตามลำดับมาสนับสนุนญัตติในวาระสาม

ส่วนในเรื่องการลงประชามติ ก็ไม่ควรบังคับให้ต้องลงประชามติเมื่อจะแก้ไขหมวดนั้นหมวดนี้ หรือเรื่องนั้นเรื่องนี้ (ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องมาตีความกันว่าใช่เรื่องนั้นเรื่องนี้หรือไม่) ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจึงขอเสนอให้มีการลงประชามติเฉพาะในกรณีที่จะป้องกันมิให้เสียงข้างมากของรัฐสภาพาไป คือเสียงข้างน้อยในรัฐสภาเมื่อแพ้โหวตแล้ว ยังสามารถขอให้ประชาชนช่วยตัดสินได้ โดยการลงประชามติ ทั้งนี้ เสียงข้างน้อยดังกล่าวต้องมีจำนวนที่มีนัยสำคัญด้วย เช่น เป็นเสียงของ ส.ส.สามในห้า หรือเสียงของ ส.ว. สามในห้า จึงขอให้ลงประชามติได้

มีเสียงวิจารณ์ทันทีว่าถ้าลดเงื่อนไขพะรุงพะรังในมาตรา 256 ลง มาตรา 256 จะเปิดประตูกว้างเกินไป เหมือนเปิดกล่องแพนดอราตามตำนานกรีก กล่องนี้บรรจุความชั่วร้ายหากเปิดออกมา ความชั่วร้ายก็จะออกมาสิงอยู่ในใจมนุษย์ แต่นี่เป็นการกลัวเกินกว่าเหตุ นับแต่มี ส.ว. ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2517 เรื่อยมา อำนาจการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภา สถิติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภามิใช่เป็นการแก้ไขพร่ำเพรื่อ และทุกครั้งก็เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น

มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภา 1 ครั้ง, 2 ครั้ง, 6 ครั้ง, 1 ครั้ง, 2 ครั้ง, และ 4 ครั้ง สำหรับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517, 2521, 2534, 2540, 2550, และ 2557 ตามลำดับ ที่แก้ไขบ่อยหน่อยคือฉบับปี 2534 ที่มีกระแสเรียกร้องให้ปรับปรุงรัฐธรรมนูญฉบับ รสช. (แก้ 6 ครั้ง) และฉบับปี 2557 ที่ คสช. แก้ธรรมนูญฉบับชั่วคราวของตน (แก้ 4 ครั้ง) นอกนั้นก็แก้เพียง 1 หรือ 2 ครั้ง จริงอยู่ ถ้าแก้มาตรา 256 จนเป็นมาตรา 256 ใหม่ขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการแก้ไขมาตราอื่น ๆ ที่เป็นเนื้อหาสาระ

แต่อย่าเพิ่งหวาดระแวงเกินกว่าเหตุ ถ้าท่านชอบเสถียรภาพและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล คสช. และรัฐบาลปัจจุบัน โปรดอย่าลืมว่าอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังอยู่ที่สมาชิกรัฐสภาซึ่งเสียงข้างมากอยู่กับรัฐบาล เพียงแต่เพิ่มช่องทางให้ ส.ส. 376 คนขึ้นไปมีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่แม้กระนั้น เสียงสามในห้าของ ส.ว. ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ยังขอให้มีการลงประชามติได้

นอกจากนี้ ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยยังได้มีหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้ง “สสร. จำลอง” มีหน้าที่จัดเวทีถกแถลงรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวางทุกจังหวัด โดยผู้มีจิตอาสามาเป็นสมาชิก สสร. ที่มีอำนาจน้อย แต่มีหน้าที่ที่สำคัญคือ ประมวลความเห็นของประชาชนเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและสาธารณชน ว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นของทุกคน ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางนั้น ควรมีน่าตาอย่างไร

ถ้าแก้ไขมาตรา 256 ได้ เชื่อว่าประชาชนจะเริ่มมีความหวังมากขึ้น ว่า เสียงของตนจะมีความสำคัญ

 

บทความแนะนำ

.........................................

11 พฤศจิกายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน