*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3850
  • จำนวนผู้ชม : 2437999
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 262 , 16:18:58 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         พรรคฝ่ายค้านร้อนรนที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจค.ร.ม.ทั้งคณะ  อาจเกิดจากทนไม่ไหวที่รัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯมีผลงาน

ดีๆตลอดเวลา แล้วประชาชนที่คอยต้อนรับค.ร.ม.สัญจรจังหวัดต่างๆก็แสดงความชื่นชอบทุกๆแห่ง

         สถานการณืดังว่า น่าจะลดเครดิตฝ่ายค้านจนเหลือไม่มากนักครับ

 

Manager Online
 

การ์ตูนการเมือง

คนพูดว่าถูกยุบ

เผยแพร่: 12 พ.ย. 2562 13:31   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?


    
 

    และอาจได้หนาวถึงขั้วหัวใจกันทั่วหน้า หากยังมีความคิดจะโค่นรัฐธรรมนูญ
    วันนี้เสียงเรียกร้องบอกว่า อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ มาในแบบลับลวงพรางเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
    ไปหลอกชาวบ้านว่า เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ สืบทอดอำนาจ 
    ที่สำคัญไปบอกว่า หากยังใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็อดอยากปากแห้งกันต่อไป 
    รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐
    ใช้มา ๒ ปีครึ่ง ทุรนทุรายเหมือนผีโดนข้าวสารเสก
    จะต้องล้มล้างให้ได้
    ลองไปสำรวจดูว่ามีข้ออ้างอะไรบ้าง อยากจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญกันเหลือเกิน 
    เริ่มจาก............รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ยกร่างโดยคณะร่างที่ตั้งโดย คสช.
    เพื่อการสืบทอดอำนาจของ คสช.
    เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำประชามติ ภายใต้ปากกระบอกปืนของ คสช.
    ถือเป็นเป็นประชามติกำมะลอ
    อ้างว่าผู้ที่เห็นต่างถูกทหาร คสช.คุกคาม ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนไม่น้อยถูก
นำไปดำเนินคดีภายใต้ศาลทหาร
    จึงเป็นรัฐธรรมนูญ ของ คสช. โดย คสช. และเพื่อ คสช. 
    อ้างว่าผลของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สร้างทางหลวงใหญ่ยาวเอาไว้ให้เผด็จการ คสช.ใช้เดินทางต่อไป
    จนอาจจะครบ ๒๐ ปีตามที่ คสช.วาดหวังไว้
    การเลือกตั้งมีแต่ปัญหา
    บังคับให้ประชาชนเลือกตั้งโดยบัตรใบเดียว อันเป็นการทำลายอำนาจทางการเมืองในการเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อโดยตรงทิ้งไป
    ใช้วิธีนับคะแนน "จัดสรรปันส่วนแบบผสม" เพื่อเปิดช่องให้พรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการสามารถเข้าสภาได้แม้ว่าคะแนนจะไม่ถึงคะแนนอันพึงมีของพรรคอื่นก็ตาม
    อ้างว่าได้เพียง ๑,๗๐๐ คะแนนก็เข้ามาเป็น ส.ส.ได้แล้ว ทั้งที่พรรคอื่นๆ ต้องได้รับคะแนนถึงกว่า  ๗๐,๐๐๐ ก็ตาม
    จึงได้มาซึ่งรัฐบาลสืบทอดอำนาจ คสช.
    นอกจากนี้การกำหนดให้ ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของ คสช.ถึง ๒๕๐ คน เท่ากับครึ่งหนึ่งของ ส.ส.
และมีอำนาจทางการเมืองแทบจะไม่ต่างอะไรกับ ส.ส.
    ส.ว.มีอายุการทำงานครอบคลุมการเลือกตั้งถึงสองสมัย
    อ้างว่านี่เป็นการแสดงออกซึ่งอำนาจเผด็จการของ คสช.ที่ยังคงฝังอยู่ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ นี้
    อ้างว่าการบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และการปฏิรูปประเทศที่ร่างโดยพวก คสช.
    กำกับบงการโดยคณะกรรมการที่ตั้งโดย คสช.
    ก็เท่ากับบังคับให้ทิศทางการเมืองไทยต้องเดินไปตามทิศทางที่ คสช.ขีดเส้นไว้เท่านั้น
    อ้างว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญล้วนแล้วแต่แต่งตั้งโดย คสช.และทำงานตามทิศทางและอำนวยประโยชน์ให้แก่ คสช.ทั้งนั้น
    อ้างว่า เมื่อเป็น รัฐธรรมนูญ ของ คสช. โดย คสช. และเพื่อ คสช.เช่นนี้แล้วไซร้ ประชาชนและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจึงมีความชอบธรรมที่จะเรียกร้องและผลักดัน ให้มีการ แก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐
    ให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน
    อ้างว่าผู้ที่คัดค้านการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ล้วนแต่เป็น กลุ่มพวกที่ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น
    อ้างว่าคือบรรดาสมุนบริวารลิ่วล้อของ คสช.นั่นเองแหละ
    เป็นสมุนรับใช้ที่ซื่อตรงสุดจิตสุดใจ...........
    ครับ......นั่นคือเหตุผลในการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
    ประเด็นที่ก่อปัญหาจริงอาจจะเป็นระบบการเลือกตั้ง  
    อย่าลืมว่า รัฐธรรมนูญเพิ่งใช้ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะขลุกขลักบ้าง หากคิดว่ามีปัญหา ก็แก้กลับไปใช้แบบเก่าได้ 
    แต่พรรคอนาคตใหม่คงไม่ชอบใจแน่ เพราะเก้าอี้ ส.ส.จะหายไปครึ่ง
    สำหรับประเด็นอื่นดูเหมือนเน้นไปที่บทเฉพาะกาล 
    โดยเฉพาะวุฒิสภา 
    เมื่อกางรัฐธรรมนูญก็พบว่า ส.ว.ชุดนี้หมดอำนาจตามบทเฉพาะกาลในอีก ๒ ปีครึ่งข้างหน้านี้ 
    ทั้งอำนาจเลือกนายกฯ อายุวุฒิสภาที่ระบุเอาไว้ว่า ๕ ปี ก็จบลงแค่นั้น
    ส.ว.ชุดต่อไปก็ไปว่ากันตามหมวดวุฒิสภา ถือว่าเข้าสู่โหมดปกติ 
    แต่หลายคนทนรอไม่ได้ คิดจะเผาบ้านเพื่อไล่ ส.ว.
    มาที่ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี 
    ทั้งนักการเมือง ทั้งนักประชาธิปไตยใจแคบ พากันประโคมว่า คือมรดกเผด็จการที่จะสืบทอดไปอีก ๒๐ ปี 
    แถมมีคนเชื่อด้วย!
    เคยเข้าไปศึกษากันหรือเปล่าว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี คืออะไร ต้องการให้ประเทศเป็นอย่างไร
    อธิบายไปหลายรอบแล้วเหตุที่ต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ก็เพราะในอดีตประเทศไทยเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย      
    เปลี่ยนรัฐบาลที นโยบายก็เปลี่ยนตาม 
    ไร้ยุทธศาสตร์ ไร้ทิศทาง 
    ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเพียงกรอบการพัฒนาประเทศในทุกด้านแบบกว้างๆ เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการ     แต่นักการเมืองกลัวเพราะหากไม่ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติมีความผิด 
    จึงไปโกหกชาวบ้านว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี คือการสืบทอดอำนาจ คสช.ไปอีก ๒๐ ปี 
    มันคนละเรื่อง
    ก็ฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นมาศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ 
    ไม่ว่าใครจะเป็นประธาน "อภิสิทธิ์" หรือ "สุชาติ" ระวังผลที่จะตามมา หากศึกษาแล้วไปเคาะว่า ต้องตั้ง ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
    เอางี้.....
    ใครที่คิดจะตั้ง ส.ส.ร.มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้กลับไปอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๑๘-๒๒/๒๕๕๕ ให้ตกผลึกก่อน
    ถ้าคิดว่าต้องตั้ง ส.ส.ร.ให้ได้ ก็ลองดู 
    คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนั้นระบุว่า
    ".....การแก้ไข รธน.ตามมาตรา ๒๙๑ สามารถยกเลิก รธน.ทั้งฉบับได้หรือไม่? 
      ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า อำนาจในการก่อตั้งองค์กรสูงสุดทางการเมืองหรืออำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนอันเป็นที่มาโดยตรงในการให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ
    เมื่อองค์กรที่ถูกจัดตั้งมีเพียงอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้องค์กรนั้นกลับไปแก้รัฐธรรมนูญเหมือนการใช้อำนาจแก้ไขกฎหมายธรรมดา 
    เนื่องจากประเทศไทยใช้หลักประมวลกฎหมาย ยึดหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ จึงต้องกำหนดวิธีการและกระบวนการแก้ไขที่ต่างจากกฎหมายทั่วไป
      การตรารัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ผ่านการลงประชามติโดยตรงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย 
    ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ 
    ดังนั้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ แม้จะเป็นอำนาจของรัฐสภาก็ตาม แต่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๙๑ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน 
    ก็ควรจะได้ให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ 
    หรือรัฐสภาจะใช้อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตราก็เป็นความเหมาะสมและเป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ ซึ่งจะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๙๑ ด้วย....."
    นั่นเป็นเรื่องเมื่อปี ๒๕๕๕ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทยกระเหี้ยนกระหือรือจะแก้โค่นรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐     
    มาคราวนี้จะล้มล้างกันอีก 
    ก็เห็นกันแล้วว่า หากจะตั้ง ส.ส.ร. สิ่งที่ต้องทำคือ....
    ประชามติ
    ไปถามประชาชนก่อนว่า จะให้ทำหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ก็ผ่านการทำประชามติด้วยเช่นกัน 
    ก็คงสนุกดี บ้านเมืองกลับเข้าสู่บรรยากาศ พวกมึง พวกกู แบบชัดเจนอีกครั้ง 
    โชคร้ายหน่อย อาจมีม็อบลงบนถนน
    ฝั่งหนึ่งจะล้มรัฐธรรมนูญ    
    อีกฝ่ายยืนกรานห้ามแก้ 
    แล้วอะไรจะเกิดขึ้น
    จะเอาอย่างฮ่องกงมั้ย วันนี้จุดไฟเผาทั้งเป็นกันแล้ว
    ประท้วง ปะทะ กันรายวัน 
    นักท่องเที่ยวหาย    
    เศรษฐกิจไม่ต้องพูดถึง
    กับแค่รออีก ๒ ปีครึ่ง บทเฉพาะกาลหมดฤทธิ์ ส.ว.หมดสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างกลับไปใช้บทบัญญัติปกติ 
     มันจะตายมั้ย!
                                    ผักกาดหอม

 

อยู่ยังไงดี???

    

 

      อือมม์ม์ม์...ยังนึกไม่ออก ว่าคุณน้อง โรแบส ปิแอร์-ธนาธร หรือคุณน้อง อองตวน-ปิยบุตร ท่านคิดอะไร แบบไหน อย่างไร? ถึงได้จัดงาน รวมพลคนอยู่-ไม่-เป็น ขึ้นมาที่ศูนย์การค้าอะไรซักอย่าง ในช่วงวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เท่าที่เห็นๆ จากคำโฆษณา เห็นว่าจะมีดนตรี มีการปราศรัย และอะไรต่อมิอะไรอีกหรือไม่ ก็ยังไม่ชัดเจน...                                           

-----------------------------------------------------

      คือถ้าหากเป็นการจัดงานเพื่อเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ เพื่อให้กำลังจิต กำลังใจ ต่อหัวหน้าพรรค อนาคตใหม่ ที่กำลังใกล้จะถูกตัดสิน พิพากษา เข้ามาทุกที ก็คงต้องถือเป็นเรื่องที่น่าจะพอเข้าใจได้ เพราะความว้าเหว่ วังเวง วิเวก วิเหวโหว อันเป็นสิ่งที่มักเกิดขึ้นกับบรรดาผู้ที่ขึ้นโรง ขึ้นศาล ผู้ที่ต้องรอคอยการตัดสิน พิพากษาคดีในแต่ละคดีนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เข้าใคร-ออกใคร การแห่กันมาช่วยให้ความอบอุ่น ให้กำลังใจ แสดงออกถึงความเข้าถึง-เข้าใจ ต่อบรรดาผู้ที่ อยู่-ไม่-เป็น นั้น ก็คงไม่ถึงกับต้องกลายเป็นการ อยู่-ไม่-สุข มากมายซักเท่าไหร่ หรือไม่น่าจะถึงกับ ซน อะไรมากมายนัก...

                                                            

----------------------------------------------------

      แต่ถ้าหากมันดันถูกยกระดับ...ให้ไปสู่การ จุดประกาย หรือ จุดไฟในนาคร ขึ้นมาเมื่อไหร่ หรือไม่ อย่างไร? อันนี้...คงต้องระวังเอาไว้อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะช่วงระยะนี้ ดวงโลก มันออกจะแปลกๆ มิใช่น้อย จะเป็นเพราะพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก หรือพระราหูย้ายเข้าไปในราศีใดๆ ก็แล้วแต่ บรรดาผู้ที่ อยู่-ไม่-เป็น และ อยู่-ไม่-สุข ในหลายต่อหลายประเทศ แทบจะทั่วทุกซีกโลกเอาเลยก็ว่าได้ เลยออกมา จุดไฟในนาคร ชนิด เผามันเลยครับพี่น้อง...ผมรับผิดชอบเอง กันไปเป็นแถบๆ ไม่ว่าอิรัก เลบานอน ฮ่องกง เลยไปถึงสเปน ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส ข้ามฝั่งแอตแลนติก ไปถึงชิลี เอกวาดอร์ โบลิเวีย ฯลฯ โน่นเลย...

-----------------------------------------------------

    แต่ด้วยจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ในมือ หรืออยู่ในสภาฯ ร่วมร้อย ไม่ว่าจะเกิดการแปลงสภาพไปเป็นงูเห่า หรืองูอะไรกันบ้างก็แล้วแต่ ก็ยังน่าเชื่อว่า...บรรดาคนหนุ่ม หรือคนรุ่นใหม่ แห่งพรรค อนาคตใหม่ คงไม่น่าจะ อยู่-ไม่-สุข ถึงขั้นต้องหันเหแนวทางการต่อสู้ จาก วิถีทางรัฐสภา ไปเป็นวิถีทางอื่นๆ เพราะมันออกจะไม่คุ้มค่า คุ้มราคา หรืออาจนำไปสู่อาการ อยู่-ไม่-ได้ อย่างที่ใครต่อใครเขาเยาะเย้ย ใยไพ เอาง่ายๆ เนื่องจากไม่ว่าบรรดาผู้ที่ อยู่-ไม่-เป็น แห่งอนาคตใหม่ จะมีจำนวน ปริมาณ อยู่เยอะแยะมากมาย ระดับห้าล้าน หกล้าน หรือเป็นสิบๆ ล้านก็แล้วแต่ แต่บรรดาผู้ซึ่งอยากให้ผู้ที่  อยู่-ไม่-เป็น ถึงขั้นต้อง อยู่-ไม่-ได้ ต้องสูญสลาย หายวับ ไปเพราะเหตุผลกลใดก็ตามที ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ย่อมมีจำนวนและปริมาณอีกไม่น้อยเช่นกัน...

                                                               

-------------------------------------------------------

      หรือพูดง่ายๆ ว่า... บรรดา ติ่ง ของทั้งสองฝ่ายนั้น ไม่เพียงแต่ไม่น่าจะน้อยไปกว่ากัน แต่ยังออกอาการน่ากลัว น่าขนลุกขนพอง ไปด้วยกันทั้งคู่ คือต่าง แรงมา-ก็แรงไป ไปด้วยกันทั้งนั้น ถ้าหากยังมี วิถีทางรัฐสภา เป็นทางออก เป็นช่องระบายลมผ่าน ถึงจะ อยู่-ไม่-เป็น ยังไงก็เถอะ แต่ก็ยังน่าจะพออยู่ได้ และอยู่รอด ปลอดภัย ไปอีกนานเท่านาน แต่ถ้าหากดันหันไปใช้วิถีทางอื่นๆ ที่ไม่ได้มีกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน ประเพณีปฏิบัติ ภายใต้อำนาจนิติบัญญัติรองรับเอาไว้แล้ว โอกาสที่จะต้องเจอกับแรงเสียดสี เสียดทาน หรือเจอกับการปะทะขัดแย้งแตกหัก จนไม่ว่าฝ่ายมันหรือฝ่ายเรา ต้อง อยู่-ไม่-ได้ กันไปข้าง ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                                                    

-----------------------------------------------

      ดังนั้น...ไม่ว่าตัวคุณน้อง ธนาธร หรือ ปิยบุตร ยังอยากที่จะ อยู่-ไม่-เป็น ตามสไตล์ของตัวเองอีกต่อไป แต่คงต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ความรู้สึก ให้ออกไปทาง  เย็นให้พอ-รอให้ได้ ให้มากๆ เข้าไว้ จะไปฮึดๆ ฮัดๆ แบบบรรดา วัยรุ่นใจร้อน หรือ หัวร้อน ก็แล้วแต่ มันคงไม่น่าจะเข้าท่า เข้าทาง มากมายซักเท่าไหร่ เพราะแม้การ จุดไฟในนาคร มันจะอุบัติขึ้นมาแทบทั้งโลกในทุกวันนี้ แต่มันก็ดูจะไม่ได้ช่วยให้ผู้คนในสังคมแต่ละแห่งแต่ละที่เกิดความ อยู่-เย็น-เป็น-สุข ขึ้นมาได้เลย มีแต่บาดเจ็บล้มตาย พังพินาศ ฉิบหาย กันไปเป็นแถบๆ แถมยังกลายเป็นช่องทางให้เกิดการแทรกแซง ฉวยประโยชน์จากชาติอื่น เมืองอื่น จนแทบไม่ได้มีฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ มีแต่แพ้...กับ...แพ้ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

                                                                    

-------------------------------------------------

      การหัดสะกดกลั้นอารมณ์ ความรู้สึก เอาไว้แต่เบื้องต้น...อันที่จริงมันคงไม่ใช่เรื่องของการ อยู่-เป็น หรือ อยู่-ไม่-เป็น แต่เพียงเท่านั้น แต่ถือเป็นพื้นฐานของชีวิต หรือพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เอาเลยก็ว่าได้ ที่ไม่ว่าบรรดาคนหนุ่ม หรือไม่หนุ่มทั้งหลาย หนีไม่พ้นต้องผ่านการเคี่ยวกรำโดยพื้นฐานที่ว่านี้ ถึงจะมีโอกาสเติบโตขึ้นเป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ หรือเป็น มนุษย์สมบูรณ์แบบ ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะถ้าหาก เย็นไม่พอ-รอไม่ไหว ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันก็จะเริ่มเป็นไปตามแรงหวี่ยงของอารมณ์ ความรู้สึก นั่นแหละ คือต้อง สวิง หรือ สุดโต่ง ไปในด้านหนึ่ง ด้านใด จนสุดท้าย...ต้องหันไปหาวิถีทางอื่นๆ ที่มีแต่จะต้อง แพ้ไปด้วยกันทุกฝ่าย มาโดยตลอด...

                                                                       

--------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... Patience is the virtue most needed just when we run out of it.- ขันติธรรมความอดทน คือคุณธรรมหรือคุณสมบัติที่เรามักขาด โดยเฉพาะในยามที่เราต้องการมันอย่างที่สุด...

--------------------------------------------------

 
เพื่อไทยตีปี๊บซักฟอกรัฐบาล'สุทิน'ฟุ้งเชือดตามกลุ่มความผิด หลักฐานเพียบ ยื่นไม่เกิน 5 ธ.ค.
    
 

12 พ.ย.62 -นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เมื่อได้ฟังเสียงสังคม แลกเปลี่ยนความเห็น ในสังคมเห็นด้วยที่จะให้เราอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ไม่เห็นด้วยก็มีเป็นเพียงส่วนน้อย จากความเห็นตรงนี้ถือเป็นต้นทุนให้เราทำงานตรงนี้ต่อไป การทำงาน 7 พรรคร่วม เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อหารือลงลึก ประเด็นที่จะอภิปราย ช่วงสิ้นเดือนพ.ย.อาจจะสรุปและยื่นญัตติได้ หรืออย่างช้าไม่เกิน 5 ธ.ค. นอกจากนี้พรรคยังได้ข้อมูลจากชาวบ้านที่ส่งมาให้เยอะมาก เป็นทั้งเบาะแส ข้อมูล หลักฐาน ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี การอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้จะทำกันอย่างมีส่วนร่วมทั้งในส่วนของสภาฯและประชาชน

การอภิปรายครั้งนี้จะอภิปรายภายใต้คำจัดกัดความของความไม่ไว้วางใจ ที่จะแบ่งเป็นกลุ่มความผิด เช่น กลุ่มทุจริต กลุ่มไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ กลุ่มความไม่เหมาะสม กลุ่มการละเมิดกฎหมายจนเป็นนิสัย กลุ่มการทำลายโอกาสประเทศ ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า ฝ่ายค้านอภิปรายเร็วไป ซึ่งต้องบอกว่า ถ้าทำให้บ้านเมืองเสียหาย วันเดียวก็ปล่อยไม่ได้ เราจึงต้องยื่นอภิปราย ส่วนบบุคลจะอภิปราย ขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้

นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การทำงานของฝ่ายค้าน7พรรค และสมาชิกที่อยู่ในกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ได้ดำเนินการตรวจสอบ ข้อมูลสำคัญ โดยใช้กลไกลกรรมาธิการฯตรวจสอบ ข้อมูลหลักฐาน ขอขอบคุณประชาชนที่เสนอความเห็น แจ้งเบาะแสให้ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากเบาะแส ร่องรอยดังกล่าว จะได้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบขั้นสูงสุดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะเดียวกันทางพรรคได้ตั้งคณะกรรมการชุดเล็กเพื่อกลั่นกรองข้อมูลที่เตรียมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นในเดือนพ.ย. จากนั้นนำไปสู่ขั้นตอนสรุป เพื่อเขียนญัตติ แล้วนำยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้ทันก่อนเดือนธันวาคม ตอนต้นเดือนญัตติน่าจะเสร็จ ซึ่งข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงการทุจริตแน่นอน

ถามว่าเรื่องคดีหากเกิดผลทางลบกับพรรคอนาคตใหม่ จะส่งผลต่อการอภิปรายหรือไม่เป็นอย่างไร นายสุทินกล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น คงปรับบ้างในตัวบุคคล แต่เป้าหมาย ยังไม่เปลี่ยนแปลง คุณภาพการทำงาน เราสามารถทำให้คงคุณภาพเหมือนเดิมได้

นอ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า หากมีเรื่องไม่คาดฝัน ในส่วนของเนื้อหาข้อมูลยังอยู่ครบ เหลือเพียงการจัดข้อมูล บุคคลที่จะอภิปราย.

(คลิกที่รูแเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

 

.......................................................

ครม.เห็นชอบเลิกใช้ถุงพลาสติก 3 ประเภทในสิ้นปีนี้ อีก 5 ชนิดในปี 2565

    
 

 

 
 

 

 

 

...................................................................


ส่ง "ชัยวัฒน์" กับพวก ส่งศาลทุจริต

12 พ.ย. 2562
607 10

เจ้าหน้าที่คุมตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4 คน ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หลังเมื่อเช้าที่ผ่านมาได้เข้ามามอบตัวต่อคณะพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ได้ใช้เวลากว่า 3 ชม. ในการสอบปากคำ

ต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวก รวม 4 คนเดินทางมามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาต่อคณะพนักงานสอบสวน โดยพันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ได้ตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในคดีพิเศษที่ 13/2562 จริงจึงได้รับตัวไว้ และบันทึกการจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา รวมทั้งพฤติการณ์แห่งการกระทำผิดให้ทราบตามกฎหมาย จากนั้นจึงสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด

เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้ใช้สิทธิขอให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนพิเศษเห็นว่ามีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัวไว้ระหว่างการสอบสวนต่อไปจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขอให้มีคำสั่งให้ควบคุมตัวในระหว่างการสอบสวนแล้ว

 

โดยหลังจากการสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายชัยวัฒน์ พร้อมกับพวก ลงมาจากอาคารโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนขึ้นรถตู้ของกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อนำตัวไปฝากขังต่อไป.

 

  .....................................................................

12 พฤศจิกายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน