*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3847
  • จำนวนผู้ชม : 2435953
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 324 , 13:31:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         มีสรุปข่าว 20 พ.ย. วันที่ศาลรธน.ตัดสินคดีนายธนาธร ว่าจะยังคงสภาพหรือหมดสภาพการเป็นส.ส. ดังท้ายนี้

กลางสัปดาห์หน้านี้ คือวันพุธที่ 20 พ.ย. จะได้รู้กันแล้วว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะได้กลับมาทำหน้าที่เป็น ส.ส.อย่างเต็มตัวอีกครั้งหลังหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่มาร่วมหกเดือน หรือสุดท้ายจะไม่รอดถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิการเป็น ส.ส. ในคดีถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้ง จนทำให้ธนาธรกลายเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยเข้าประชุมสภาแค่นัดเดียว ไม่กี่นาทีตอนโหวตเลือกประธานสภาฯ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้กลับเข้าห้องประชุมสภาอีกเลย เพราะถูกศาล รธน.ตัดสิทธิการเป็น ส.ส. จะทำได้ก็แค่การเป็นกรรมาธิการวิสามัญชุดต่างๆ  เช่น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ 2563 ที่ธนาธรเป็นอยู่อย่างในปัจจุบัน

 

 
 
ผลการค้นหา
 
 

 

 

 

กลางสัปดาห์หน้านี้ คือวันพุธที่ 20 พ.ย. จะได้รู้กันแล้วว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะได้กลับมาทำหน้าที่เป็น ส.ส.อย่างเต็มตัวอีกครั้งหลังหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่มาร่วมหกเดือน หรือสุดท้ายจะไม่รอดถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิการเป็น ส.ส. ในคดีถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้ง จนทำให้ธนาธรกลายเป็นอดีต ส.ส.ที่เคยเข้าประชุมสภาแค่นัดเดียว ไม่กี่นาทีตอนโหวตเลือกประธานสภาฯ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยได้กลับเข้าห้องประชุมสภาอีกเลย เพราะถูกศาล รธน.ตัดสิทธิการเป็น ส.ส. จะทำได้ก็แค่การเป็นกรรมาธิการวิสามัญชุดต่างๆ  เช่น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ 2563 ที่ธนาธรเป็นอยู่อย่างในปัจจุบัน

            เส้นทางการเมืองของธนาธรดังกล่าวก็จะได้รู้กันเสียที กับการลงมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 เสียง ที่จะลงมติชี้ขาดคำร้องดังกล่าว ในวันพุธนี้ 20 พ.ย.

           อันพบว่า ถึงขณะนี้ ธนาธร ยังเชื่อมั่นว่าคำร้องคดีนี้ เขาและทีมกฎหมายพรรคอนาคตใหม่แจงได้ทุกประเด็น เคลียร์ได้ทุกข้อสงสัย ทั้งข้อสงสัยจากสื่อ-สังคม รวมถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีการเปิดฉากไต่สวนคำร้อง เรียกธนาธรกับคนในครอบครัว ทั้งมารดาและภรรยา มาเบิกความเมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่าฝ่ายธนาธรยังเชื่อมั่นระดับหนึ่ง มีโอกาสรอด แม้ต่อให้ยามนี้ผู้คนที่สนใจข่าวแวดวงการเมืองส่วนใหญ่จะมองว่า ธนาธร-รอดยาก ก็ตามที

ทั้งนี้ คำร้องคดีธนาธรดังกล่าวคือคำร้องคดีถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ กรณีถือครองหุ้นสื่อมวลชน บริษัท วี-ลัค มีเดีย ซึ่งเข้าลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งพอ กกต.ส่งคำร้องมา ก็พบว่าคดีนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณาคำร้องนานกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด เพราะนับจากวันที่ศาล รธน.รับคำร้อง คือ เมื่อ 23 พ.ค. และนัดอ่านคำวินิจฉัย วันที่ 20 พ.ย. เท่ากับใช้เวลาร่วม 6 เดือน อีกทั้งยังมีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวนคำร้อง โดยเรียกพยานบุคคลที่ส่วนใหญ่ก็คือพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง (ธนาธร) มาไต่สวนถึง 10 ปาก

                ทั้งที่ก่อนหน้านี้บางฝ่ายมองว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะพิจารณาตัดสินคำร้องคดีธนาธรได้เร็ว เพราะมองว่าคดีดังกล่าวมีการกลั่นกรอง-ทำสรุปสำนวนเบื้องต้นมาแล้วจาก  กกต.ที่มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวน กลั่นกรองสำนวน พิจารณาข้อกฎหมายชงมาให้ กกต.ใหญ่แล้ว จน กกต.ใหญ่ที่ส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย ลงมติให้ส่งคำร้องคดีดังกล่าวมายังศาล รธน.

ผนวกกับมองว่า จากหนังสือ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ที่บริษัท วี-ลัคฯ ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังปรากฏชื่อธนาธรเป็นผู้ถือหุ้น ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มีนาคม 2562 ซึ่งก็คือถือไว้จนถึงก่อนหน้าการเลือกตั้ง 24มีนาคม เพียงแค่ 3 วัน แต่ธนาธรไปยื่นสมัครลงรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ต่อ กกต.เมื่อ 4 ก.พ. กกต.จึงมองว่าธนาธรมีคุณสมบัติต้องห้าม การลงสมัคร ส.ส.เพราะถือหุ้นสื่อก่อนการเลือกตั้ง จึงส่งคำร้องไปยังศาล รธน.ดังกล่าว

            ด้วยมุมมองว่า หนังสือ บอจ.5 ดังกล่าว ที่เป็นหนังสืออย่างเป็นทางการ เป็นพยานลายลักษณ์อักษรอย่างดี ทำให้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายจึงมองว่าคดีธนาธรน่าจะจบเร็ว แต่สุดท้ายก็อย่างที่เห็น ศาล รธน.ใช้เวลาในการพิจารณาคำร้องคดีธนาธรกินเวลาเกือบหกเดือน และยังเปิดโอกาสให้ธนาธรขึ้นเบิกความ เมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับเรียกพยานบุคคลที่อยู่ในฝั่งธนาธรมาเบิกความ เช่น นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร-นางรวิพรรณ ภรรยาธนาธร และชัยสิทธิ กล้าหาญ คนขับรถของนายธนาธร เป็นต้น

การที่ศาล รธน.ให้โอกาสการสู้คดีต่อธนาธรมากถึงเพียงนี้ ซึ่งถ้าศาล รธน.ยกคำร้อง ธนาธรชนะคดี เรื่องก็คงจบเร็ว ไม่เกิดการสร้างกระแสไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาล รธน.ตามมา แต่หากตรงกันข้าม ธนาธรไม่รอด ก็มีการมองกันว่า อาจมีการสร้างกระแส ธนาธร-อนาคตใหม่ อยู่-ไม่เป็น จึงโดนสกัด

โดยในช่วงนับถอยหลังก่อนถึงวันชี้ชะตา 20 พ.ย. หากถอดรหัสความคิด ความเชื่อมั่นของธนาธร พบว่าเขาก็ยังแสดงออกว่าตัวเองจะรอดในคดีดังกล่าว เพราะเชื่อว่า  แนวทางการต่อสู้คดี ของตนเองในชั้น กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ เคลียร์ทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบริษัท วี-ลัคฯ ที่เลิกกิจการ เลิกจ้างพนักงาน เลิกผลิตนิตยสารในเครือบริษัท วี-ลัคฯ ก่อนวันยื่นลงสมัคร ส.ส. คือทุกอย่างจบสิ้นในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค.2561 ดังนั้น เมื่อบริษัท วี-ลัคฯ เลิกกิจการ ไม่มีรายได้เข้าบริษัท ความเป็นนิติบุคคล จึงสิ้นสุดสภาพไปแล้ว จึงย่อมไม่ถือว่าครอบครองหุ้นสื่อก่อนเลือกตั้ง

แต่ประเด็นสำคัญในข้อต่อสู้ของ ธนาธร ในคดีนี้ก็คือ เรื่อง วัน-เวลา-สถานที่ในการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคฯ ให้กับมารดาและน้องชาย ที่ธนาธรเบิกความต่อศาล รธน.และแจงหลายครั้งว่า ได้ทำธุรกรรมโอนหุ้นดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่บ้านพักส่วนตัว หลังเดินทางกลับจากการไปหาเสียงที่บุรีรัมย์ และเป็นธุรกรรมซึ่งเกิดขึ้นก่อนยื่นลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อ 4 ก.พ. ไม่ใช่ 21 มี.ค.หลังยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้งแต่อย่างใด

เรื่องวันที่ 20 พ.ย.ที่จะถึง ผมก็มั่นใจว่า ถ้าดูจากเอกสารแวดล้อม บริษัทที่ไม่มีผลิตภัณฑ์ ไม่มีพนักงาน ไม่ใช่บริษัททำสื่อแน่ เพราะบริษัทปิดตัว

ผมจึงไม่มีเจตนา เพราะบริษัทเลิกทำก่อนจะมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส.ส.เสียอีก ซึ่งสำหรับผม ไม่เคยเครียดกับเรื่องนี้ เพราะมั่นใจมาก” (ธนาธร-17 พ.ย.)

ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวของ กกต. เป็นแค่เรื่องการให้ตัดสิทธิการเป็น ส.ส.ของธนาธรเท่านั้น นั่นหมายถึงหากศาล รธน.ยกคำร้อง ธนาธรก็กลับมาเป็น ส.ส.เต็มตัว และอาจได้เห็นเขาปล่อยของ หลังอัดอั้นมานาน ด้วยการเป็นหนึ่งในแกนนำฝ่ายค้านที่จะลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้

แต่หากผลของคำวินิจฉัยของศาล รธน.ออกมาในทางไม่เป็นคุณกับธนาธร คือโดนศาล รธน.ตัดสิทธิการเป็นส.ส. นั่นหมายถึง เขาก็จะพ้นสภาพการเป็น ส.ส.อย่างเป็นทางการทันทีหลังการอ่านคำวินิจฉัยกลางเสร็จสิ้นลง ส่วนผลต่อจากนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องดูรายละเอียดทั้งหมดในคำวินิจฉัยกลางที่จะเขียนออกมาตาม มติเสียงข้างมากของที่ประชุมตุลาการศาล รธน. ที่จะลงมติในช่วงเช้าวันพุธที่ 20 พ.ย.

โดยหากคำวินิจฉัยของศาล รธน. มีการระบุในลักษณะว่า ศาล รธน.เชื่อหรือเห็นว่าธนาธรมีเจตนาหรือจงใจ ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งที่รู้ว่าตัวเองขาดคุณสมบัติ เพราะถือหุ้นสื่อก่อนเลือกตั้ง อันเท่ากับเป็นการทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.

ก็ต้องดูว่า กกต.จะขยายผลจากคำวินิจฉัยดังกล่าวหรือไม่ เพราะพบว่า ใน พ.ร.บ.เลือกตั้ง มาตรา 151 มีการบัญญัติว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี

ขณะที่เรื่องการยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ได้หรือไม่ ก็พบว่า ในมาตรา 132 (3) ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. ก็มีบทบัญญัติที่มีเนื้อหาโดยสรุปว่า หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรครู้เห็น ปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทํานั้นแล้ว มิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมให้ กกต.เสนอคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองนั้น และในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นด้วย

แต่ทว่ากว่าจะไปถึงขั้นตอนตัดสิทธิการเมืองธนาธร ยาวร่วมยี่สิบปี หรือถึงขั้นยื่นคำร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่ฝ่ายธนาธรพยายามโต้แย้งตลอดว่า คนที่พูดเรื่องนี้เข้าใจผิด ซึ่งกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ ลำดับแรก ไม่ต้องอะไรมาก รอดูคำวินิจฉัยของศาล รธน.วันที่ 20 พ.ย.กันก่อนว่าจะบานปลายไปถึงขั้นนั้นได้หรือไม่

เส้นทางการเมืองของธนาธร-การเป็น ส.ส.ของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะดวงดับ อับแสง หรือจะถูกปลดปล่อย ได้กลับมาเป็น ส.ส.เต็มตัวเสียที รอติดตามมติที่ประชุมตุลาการศาล รธน. 20 พ.ย.นี้.

 

เริ่มไต่สวนถอด 'ทรัมป์' แบบเปิดเผย พยานปูดข้อมูลใหม่


    
 

การไต่สวนพยานเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยให้สาธารณชนรับฟังเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ รักษาการทูตสหรัฐประจำยูเครนแฉข้อมูลใหม่ ทรัมป์โทรศัพท์คุยทูตสหรัฐประจำอียูเกี่ยวกับการบีบให้ยูเครนสอบพ่อ-ลูกไบเดน

 

    การไต่สวนของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เปิดเผยต่อสาธารณะครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เปิดโอกาสให้ชาวอเมริกันได้รับฟังข้อมูลการสอบสวนโดยตรงเป็นครั้งแรก หลังจากการไต่สวนกระทำแบบปิดลับมานานหลายสัปดาห์

    เดโมแครตกล่าวหาว่าทรัมป์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อบีบให้ประธานาธิบดีโวโลดีมร์ เซเลนสกี ของยูเครนสอบสวนโจ ไบเดน และลูกชาย คดีคอร์รัปชันที่ไม่มีมูล โดยใช้ความช่วยเหลือทางทหาร 391 ล้านดอลลาร์เป็นข้อต่อรอง แต่ทรัมป์ปฏิเสธและกล่าวหาเดโมแครตว่าล่าแม่มด

    พยาน 2 คนที่เข้าให้การวันแรกได้แก่ วิลเลียม เทย์เลอร์ รักษาการเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเครนที่เคยให้การแบบปิดลับเมื่อเดือนที่แล้ว และจอร์จ เคนต์ นักการทูตอาชีพ

    เทย์เลอร์เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับความกระตือรือร้นสนใจของทรัมป์เรื่องการขอให้ยูเครนสอบสวนโจ ไบเดน ว่าที่คู่แข่งทางการเมืองของเขาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปี 2563 โดยเทย์เลอร์บอกว่า สมาชิกในคณะทำงานของเขาได้ยินคำสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์ กับกอร์ดอน ซอนด์แลนด์ ผู้แทนสหรัฐประจำสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์สอบถามเกี่ยวกับการสอบสวนที่ว่านี้

    ภายหลังการสนทนา เจ้าหน้าที่ผู้นี้ได้สอบถามซอนด์แลนด์ว่าทรัมป์พูดถึงยูเครนอย่างไร แต่ "ท่านทูตซอนด์แลนด์ตอบว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ใส่ใจเกี่ยวกับการสอบสวนไบเดนตามที่จูเลียนีเรียกร้องมากกว่า" เทย์เลอร์อ้างคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ผู้นี้ ที่พาดพิงถึงรูดี จูเลียนี ทนายความส่วนตัวของทรัมป์

    ด้านทรัมป์ ถูกนักข่าวซักถามที่ทำเนียบขาว ขณะต้อนรับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เกี่ยวกับคำให้การนี้ ทรัมป์ปฏิเสธว่าเขาไม่รู้เรื่องการคุยโทรศัพท์กับซอนด์แลนด์ และ "เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเรื่องนี้".

 
..................................................................
 
17 พฤศจิกายน 2562
 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน