*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3848
  • จำนวนผู้ชม : 2436731
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 333 , 20:38:52 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         หน.พรรคอนาคตใหม่ที่มักจะทำผิดพลาดด้วยความที่ไม่เคยเกรงกลัวกฎหมาย แต่พอผลสะท้อนของกฎหมายกลับมาก็อ้าง

ข้างๆคูบิดเบือนความจริงตลอดมา โดยฉะเพาะ เขาจะอ้างว่าถูกเล่นงานจากผู้มีอำนาจในคสช. ซึ่งหากคนฟังติดตามข่าวความ

เคลื่อนไหวของพรรคอนค.นี้ตลอดมาแล้ว ก็จะเห็นว่าคำแก้ตัวของนายนาธรเป็นการโกหกที่เอาความผิดป้ายให้ 'ผู้มีอำนาจ' ดื้อๆ

 โดยไม่พูดถึงการกระทำผิดกฎหมายที่ตัวทำไว้สักคำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปแกนนำพรรคอนาคตใหม่

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปแกนนำพรรคอนาคตใหม่

ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

 

รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'

    
 

                ใครว่านั่งๆ นอนๆ โดยไม่ต้องทำงานสบาย ผมขอเถียง

                ก็อาจสบาย........

                แต่สบายจากการไม่ทำงาน เอาแต่รอแจก รอเขาช่วย รอเบียดบังผลประโยชน์สังคม มันทำให้ตัวเองเป็นคนไร้ค่ายังไงไม่รู้

                ไม่ต่างขยะพลาสติก

                เป็นปุ๋ยก็ไม่ได้ เป็นได้อย่างเดียว ทำลายโลก และเป็นเสนียดสังคม ประเภทสิ่งมีชีวิต!

                ฉะนั้น หลังเสพสุขมาหนึ่งสัปดาห์ วันนี้ ทำงาน-ทำการ สร้างมูลค่าเพิ่มในราคาคนให้ตัวเองซักหน่อย

                อยากจะบอกว่า.......

                บ้านเมืองไทยเรา สุข-สบาย และสมบูรณ์-พูนสุข "ที่สุดในโลก" เชื่อผมเถอะ

                ที่โวยๆ กัน เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีงานทำ ราคาสินค้าพืชเกษตรตกต่ำ ต่างๆ นานา นั่นน่ะ

                ผมไม่เถียง

                ในสัปดาห์ว่าง ก็เตร็ดเตร่ไปเรื่อย แต่พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง คนไทย ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้ร่ำรวยกันขนาดนี้

                รถหลากยี่ห้อ หลากราคา เกยก่ายเต็มถนนไปหมด

                ทั้งทางด่วน-ทางราบ ทั้งในเมือง นอกเมือง

                ไม่ว่าวันหยุด วันราชการ มดยังต้องเท้าสะเอวร้อง ไม่เหลือช่องให้กูลอดบ้างเล้ย!

                โผล่ตามห้าง ตามร้านอาหาร ตามปั๊ม ปตท.

                โอโฮ....

                โรงทาน "ยุคพระศรีอริยเมตไตรย" หรืออย่างไรกัน?

                คนไทยช็อปออนไลน์ อันดับ ๓ ของโลก อันดับ ๑ อาเซียน คิดหยาบๆ ปีละกว่า ๓ ล้านล้านบาท

                น้ำมันตอนนี้ ราคาแค่ลิตรละ ๒๐-๒๗ บาท โอดโอยว่าแพง ในขณะที่ชานมไข่มุก สตาร์บัคส์ แก้วละเป็นร้อย

                กระดิกตีนซดกันเฉย!

                ร้องกันว่า โรงงานเจ๊ง ตกงาน อันนี้ ผมไม่แน่ใจ ว่าคนไทยวันนี้ ไม่มีงานทำ

                หรือไม่อยากทำงาน หรือเกี่ยงงาน หรือหยิบโหย่ง ไม่สู้งานกันแน่?

                และอีกอย่าง พัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้ เพิ่มทักษะฝีมืองานให้สอดคล้องยุคสมัยเศรษฐกิจดิจิทัลกันหรือเปล่า?

                โลกมันหมุนไป เราต้องหมุนตาม

                มีแต่แรงแบก-แรงหามขาย ชั่วโมงนี้ ยังพอขายได้

                แต่เราเป็นคน ไม่ใช่วัว-ควาย ที่จะขายเฉพาะแรงอยู่ร่ำไป ก็ควรไปฝึกฝนวิชาชีพ เพื่อขายฝีมือ ขายมันสมอง

                ถ้าจะ "ขายแรง"......

                ก็ควรต้องฝึกทักษะ เพื่อ "สร้างมูลค่าเพิ่ม" ในแรงงานของตนด้วย!

                เพราะต่อไป จากเศรษฐกิจดิจิทัล จะกระโดดไปเป็นเศรษฐกิจบิ๊กดาตา ด้วย IOT (Internet of  Things)

                งานทุกอย่าง จะเชื่อมโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ต

                เราจะต้องพัฒนาตัวเองให้มีค่าเหนือเศษเหล็ก ไปอยู่ในฐานะ "ผู้บังคับบัญชาเศษเหล็ก"

                คอยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าเครื่องจักร เครื่องมือ รถยนต์  หุ่นยนต์ กระทั่ง จะพ่นยา-ฉีดปุ๋ยไร่นา ก็ต้อง IOT ทั้งนั้น

                ถ้าถามว่า อายุมากแล้ว ฉันจบแค่ ป.๔ เงินก็ไม่มี จะไปเรียน ไปฝึกอาชีพได้ที่ไหน?

                ไม่มีปัญหาเลย จะ ป.๐ ป.๔ หรือจบดอกเตอร์ หรืออายุ ๖๐-๗๐ ลดอีโก้เปลือกๆ ลงหน่อย แล้วไปเลือกฝึก-เลือกเรียนได้เลย

                ไปที่ อบต. ไปที่อำเภอ ไปที่โรงเรียน ไปที่จังหวัด ไปที่สหกรณ์ ไปที่หมู่บ้าน

                ไม่รู้จะไปไหน ไปถามผู้ใหญ่บ้านได้เลยว่า....

                ศูนย์ฝึกอาชีพ ฝึกทักษะ ที่ทางการเขาฝึก-เขาสอนให้ประชาชนฟรีน่ะ อยู่ตรงไหน?

                ไปเถอะ อย่าหมกมุ่นอยู่แต่ไมค์ปลดหนี้ หรือไปขายความจนหน้าจอตามรายการโทรทัศน์ลมๆ แล้งๆ อยู่เลย

                อายุมาก ก็ฝึกจับ-ฝึกนวดได้ ยุคแอนตี้พลาสติก นั่งเหลาไม้กลัด ตัดใบตองขายแม่ค้า ก็เหลือเฟือ

                อยู่ในกรุง ก็.....

                อยู่หมู่บ้านไหน ไปกดกริ่งถามตามละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง

                "ทำความสะอาด กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ล้างห้องน้ำ ดายหญ้า ตัดต้นไม้มั้ยค้า?"

                ชั่วโมง-สองชั่วโมง ๓๐๐ บาท สบายๆ วันละซัก ๓ หลัง ถูกใจ ติ๊บนิดหน่อย ขี้หมู-ขี้หมา เก็บตกเดือนละ ๓ หมื่น เป็นค่าครีมหน้าขาว-หน้าเด้ง

                ผมจึงสงสัย ทำไมคนไทยจึงยอมเสียค่าหัว ค่าเรือบิน ไปเป็นผีน้อย ผีใหญ่ ขายแรงแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในเกาหลีใต้บ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ไต้หวันบ้าง ให้เขาดูถูก-ดูแคลน?

                คำตอบเดียวที่ได้ คือ เขาว่า....

                ได้เงินมากกว่าเมืองไทย!

                แต่หาคิดมุมกลับไม่ว่า ที่ว่าได้มากนั้น ค่าครองชีพในบ้านเขา มันก็ต้องจ่ายมากกว่าเมืองไทยเป็นสิบเท่า

                ได้แพง ก็ต้องจ่ายแพง ห้องเช่าเมืองไทย ๒,๐๐๐ อยู่ได้ อย่างในเกาหลี ต้องเป็นหมื่นๆ ขึ้นไป ถึงจะมีให้ซุกหัว

                หักกลบ-ลบหนี้แล้ว นั่งฉาบปูนอยู่เมืองไทยวันละ ๕-๖ ชั่วโมง จิ๊บๆ เดือนละ ๓ หมื่นขึ้น

                ดีกว่าไปเป็นกรรมกรหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งวันทั้งคืนอยู่เกาหลี ที่ได้เดือนละ ๖-๗ หมื่น

                ถามว่า แล้วเหลือมั้ย?

                บางคนเหลือ บางคนไม่เหลือ เข้าเนื้อ-เข้าคุกด้วยซ้ำ

                ที่ไม่เหลือ เป็นที่เข้าใจได้ ถูกหลอก ถูกโกง ถูกรีดค่าหัว ถูกจับ

                และอีกอย่าง อยู่นาน..ชำนาญถิ่น วิญญาณไทยคืนร่าง ได้มาก ก็สำรวย-สำราญ กิน ดื่ม เที่ยว

                งานเมืองไทยเหลือล้น......

                ไม่งั้นแรงงานต่างชาติไม่แห่กันมาเป็น "เขมร-พม่ายึดเมือง" อย่างทุกวันนี้หรอก!

                มากันปี-สองปี ทองแดงทั้งตัว เพราะไม่เกี่ยงงาน และเที่ยวเพ่นพ่านไม่ได้อย่างว่า

                เดี๋ยวนี้ ทั้งที่กฎหมายห้าม แต่เพราะความไม่เอาไหนสบายจนเคยตัวของบางคนไทย เขมร-พม่า จึงยึดหัวตลาด ท้ายตลาด เป็นพ่อค้า-แม่ขาย

                อีกไม่เกินสิบปี อาจขยับขยายเป็น "นายห้าง" คนไทยแปรสภาพเป็นลูกจ้างเขมร-พม่าแน่ๆ!

                ทำงานเกาหลีเงินมาก-ทำงานในไทยเงินน้อย ตรงนี้ ไม่ใช่ประเด็น

                ประเด็นอยู่ที่คนไทย ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นควบคุม จึงจะรอดและเหลือ

                "วินัย" นั่นแหละที่คนไทยขาด!

                ที่ไปขายแรงต่างประเทศเงินเหลือ คำตอบง่ายนิดเดียว

                ๒.ต้องอยู่ในที่จำกัด ไม่มีอิสระออกไปเที่ยวจับจ่ายใช้เงินสำมะเลเทเมาได้เหมือนอยู่เมืองไทย

                ๓.ต้องอดทน เกเร เบี้ยวไม่ได้ ต้องเคร่งครัดกฎกติกา และต้องเดินตามนิ้วนายจ้างชี้

                ๔.ไม่มีความรู้ด้านภาษา ไม่ถนัดการใช้ชีวิตร่วมสังคม เลยกลายเป็นประหยัดเงินไปในตัว และ

                ๕.ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ เพ่นพ่านไม่ได้ ทั้งตื่นสังคม ทั้งเสี่ยงถูกจับ โอกาสใช้เงินจึงน้อยลงไปอีก

                สรุปแล้ว บ้านเรานี่แหละ "ดีที่สุด" มีพร้อมทุกอย่าง

                ขาดอย่างเดียว......

                "ดวงตาเห็นความดีงามของบ้านเมืองตัวเอง"!

                ถ้าเรามีวินัย "ใช้ชีวิต-ใช้เงิน" เหมือนตอนเป็นคนงานเคร่งกฎอยู่นอกประเทศ

                เงินก็จะเหลือ แถมสุขใจอยู่กับครอบครัว อยู่ในบ้าน-ในเมืองตัวเองอย่างมีเกียรติ ไม่ต้องหลบซ่อนเป็นผีน้อย-ผีใหญ่

                พูดกันตรงๆ.....

                ค่าครองชีพบ้านเรา "ถูกมาก" เทียบกับทุกประเทศในโลกบ้านเรามีทุกอย่างที่บ้านเขามี และที่บ้านเขาไม่มี แต่บ้านเรามี เช่น ชั่วโมงที่ ๒๕ ในโลกเสรีประชาธิปไตย

                ปี ๒๕๖๒ คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเฉียด ๑๑ ล้านคน

                ใครเป็นญาติพี่น้อง-เพื่อนฝูง ไปถามคนที่เคยไปดูได้เลย

                ว่า เป็นไง....?

                ไปเที่ยวบ้านเขา ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าอาหารการกิน ความสะดวกสบาย ความอิสระที่จะไปไหน-มาไหน สถานที่ท่องเที่ยว ราคาสินค้า ความเป็นมิตรกับผู้คน

                เทียบกับบ้านเรา เขากินเราขาด หรือเรากินเขาขาด?

                ผมเชื่อ ร้อยละ ๙๙.๙๙ จะบอก "เรากินเขาขาด"

                ไปสัมผัสชีวิตเมืองนอกแล้ว รักบ้านเมืองไทยเราสุดหัวใจ

                ไปแล้ว เห็นแล้ว ก็ นับวัน-นับคืน ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้านเราซะที!

                ส่วนเรื่องราคาพืชผลทางเกษตร และสินค้าส่งออก ก็แน่นอน การค้าโลก อย่าโทษสงครามเศรษฐกิจ "จีน-สหรัฐฯ" เลย

                มันเป็นไปตามวัฏฏะน่ะ....

                ขนาดธรรมชาติยังมีฤดู หนาว-ร้อน-ใบไม้ร่วง-ใบไม้ผลิ มนุษย์หนุ่ม-สาววันนี้ อีกไม่กี่วัน ก็ยังต้องสู่วัยโรยสู่ชรา ร่วงหล่น ไปตั้งต้นถือกำเนิดเป็นหน่อใหม่

                นับประสาอะไรกับ "เศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง" อันเป็นผลผลิตพฤติกรรมบริโภคมนุษย์จะไม่หมุนไปตามวงจรวัฏฏะ

                ตอนดี-ถูกใจ ก็เฉย อุบรวยเงียบ

                พอไม่ดี-ไม่ถูกใจ ก็ร้องว่าจนกระจาย โวยวาย ด่ากันสนั่นเมือง!

                นี่แหละมนุษย์ โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง

                ก็อยากบอกว่า ในขณะที่เราโวยกัน นั่นถือว่ายังโชคดี ที่มีเสียงให้โวย

                ที่บ้านอื่น-เมืองอื่น เขาเงียบนั้น ใช่ว่าดีกว่าเรา หากแต่พวกเขา หมด...ไม่มีแม้กระทั่งเสียงจะร้องตะหาก!

                เศรษฐกิจก็เหมือนชิงช้าสวรรค์งานวัด..........

                จากจุดต่ำสุด เปลี่ยนถ่ายคนขึ้น-ลงแล้ว ก็จะค่อยๆ หมุนขึ้น..หมุนขึ้น จนสู่จุดสูงสุดให้ชมวิวพาโนรามากันแล้ว ก็จะค่อยๆ หมุนลง..หมุนลง สู่จุดต่ำสุด

                และนี่ก็สุดแล้ว สู่ช่วงรอ "ถ่ายคนขึ้น-คนลง"

                จากปีหน้า ๖๓-๖๔ ชิงช้าเศรษฐกิจโลกก็จะค่อยๆ หมุนขึ้น..หมุนขึ้น

                ฉะนั้น อย่านอนอ้าปากรอน้ำค้าง

                เมื่อรู้รอบการเปลี่ยนยุคสมัยของเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง ก็จงกระวีกระวาด หาทางปรับตัว ปรับทัศนคติ ปรับเข็มทิศชีวิต รับการหมุนขึ้นของชิงช้าสวรรค์รอบใหม่เถอะ

                ผมก็หมุนเหมือนกัน.........

                หมุนหาที่ฝัง สู่ฝั่งวัฏฏะรอบใหม่!

 

ขอบคุณ คับ !! 

PPTVHD36

จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน

โดย หนุ่ย นนทรีเผยแพร่ 19 พ.ย. 2562,18:33น.ปรับปรุงล่าสุด 19 พ.ย. 2562,18:51น.

ฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 29 ปิดฉากลงไปแล้ว โดย “ลูกแม่รำเพย” เทพศิรินทร์ คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี และถือเป็นอีกครั้งที่การแข่งขันรายการนี้ ที่มีอายุยาวนานถึง 55 ปี ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในเกือบทุกด้าน

จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน

20 ปีที่รอคอย!! “เทพศิรินทร์”คว้าเเชมป์จตุรมิตร ครั้งที่ 29

“กัน นภัทร” หวนวันวานกลับคืนถิ่นเก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย

จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน
คำว่า “จตุรมิตร” ในความหมายของศิษย์เก่าและปัจจุบันของทั้ง 4 สถาบัน มันคือ “ศักดิ์ศรี” อันยิ่งใหญ่ ที่ไม่ได้หมายความถึงเพียงแต่เกมฟุตบอลในสนามเท่านั้น หากยังรวมถึงเรื่องนอกจากอย่างเรื่องของ การแปรอักษร และกองเชียร์ ที่ทุกโรงเรียนต่างให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน วลีอมตะ “แพ้ที่ไหนแพ้ได้ แต่ห้ามแพ้ในจตุรมิตร” จึงถูกนิยามขึ้น ที่หมายถึงการสู้อย่างสุดชีวิต เพื่อนำชัยชนะในทุกๆ ด้านกลับมาสู่สถาบันอันเป็นที่รักของตัวเอง
จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน
ในเกมฟุตบอล หวดกันไฟแลบ ใส่กันชนิดลืมตายชนิดน้องๆ ศึกแดงเดือด หรือเอล กราซิโก ขณะที่การแปรอักษรทุกสถาบันต่างระดมเทคนิคและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเข้ามาเพื่อทำให้ภาพของตนเองงดงามกว่าโรงเรียนอื่นๆ แข่งกันตั้งแต่ยกแรกว่าใครสามารถเปิดสแตนด์เชียร์ แปรอักษรภาพแรกได้ก่อนกันเลยทีเดียว ส่วนกองเชียร์ก็ทำทุกวิถีทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อระดมคนเข้ามาเป็นกำลังใจให้สถาบันของตัวเองให้มากที่สุด ร้องเพลงเชียร์ดังที่สุดเพื่อข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามและเป็นพลังผลักดันให้ผู้เล่นของตัวเองก้าวสู่ชัยชนะ

ด้วยเดิมพันที่สูงลิบ แถมทั้ง 4 สถาบันก็เป็นโรงเรียนชายล้วน เรื่องที่จะให้เชียร์แบบสุภาพเรียบร้อยเต็มร้อยเปอร์เซนต์คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ มี “ช็อตหลุด” ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย หรือแจกของชำร่วยกันเป็นระยะ แถมในยุคก่อนๆ ยังเลยเถิดถึงขั้นมีการปะทะกันทั้งในและนอกสนาม กลายเป็นข่าวใหญ่มาแล้วก็ยังมี

เรื่องดังกล่าวผู้ที่รับผิดชอบของทั้ง 4 สถาบัน ก็หาได้นิ่งเฉย พยายามงัดทุกมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างกรณีนักเตะทะเลาะวิวาทกันในสนาม ก็ลดความเสี่ยงด้วยการจัด “แคมป์จตุรมิตร” จับนักฟุตบอลทุกทีมไปกินนอน ทำกิจกรรมร่วมกัน ส่วนกองเชียร์ก็วางกำลังรักษาความปลอดภัยเป็นจุดๆ มีตำรวจมาคอยช่วยดูแล ก็ทำให้ปัญหานี้ในพักหลังแทบไม่เคยเกิดขึ้น

จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน
แต่เชื่อหรือไม่ว่า แม้ว่าการจัดจตุรมิตรแต่ละครั้งอาจจะมีเหตุติดขัดเกิดขึ้นมากมาย เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นที่ผู้ริเริ่มจัดการแข่งขันของทั้ง 4 สถาบัน ตั้งเป็นวัตถุประสงค์เอาไว้เมื่อ 55 ปีก่อน คือ แม้บอลจะเตะกันแทบตาย กองเชียร์ด่ากันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายพวกเราก็รักกัน

 

 

จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน
นั่นเพราะทั้ง 4 สถาบัน ถูกหล่อหลอมมาในเบ้าที่คล้ายคลึงกัน คือ สปิริตนักกีฬา และความเป็นสุภาพบุรุษ 2 ปีก่อน เทพศิรินทร์ได้อันดับสุดท้าย แพ้สวนกุหลาบ ในเกมชิงที่ 3 ขาดลอย 0-5 ถูกเด็กสวนล้อจนแทบมุดแผ่นดินหนี มาครั้งนี้เทพศิรินทร์กลับมาคว้าแชมป์ เชื่อหรือไม่ว่า คนที่เข้ามาแสดงความยินดีเป็นลำดับต้นๆ ก็คือ สวนกุหลาบ ในฐานะ “เด็กวัดไทย”จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน
กรุงเทพคริสเตียน กับ อัสสัมชัญ ถูกขนานนามว่าเป็น “เด็กวัดฝรั่ง” เป็นคู่แข่งบารมีกันมาอย่างยาวนาน วันนี้ทั้ง 2 โรงเรียนมีเรื่องภายในต้องสะสาง ใครจะเชื่อว่าจะมีการผลิตเสื้อฟุตบอลรุ่นพิเศษ ที่เอาลายทางขาว-แดง ที่เป็นสีประจำโรงเรียนอัสสัมชัญ กับเสื้อสีม่วงขลิบทอง ที่เป็นสีประจำโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน พร้อมตัวหนังสือ #SaveBcc  และพิทักษ์สิทธิครูอัสสัมชัญ มารวมเป็นตัวเดียวกันได้

จตุรมิตรสามัคคี เรา 4 พี่น้องต่างปองรักกัน
และหากคุณไปถามใครสักคนหนึ่ง ที่จบมาจาก 4 โรงเรียนนี้ ว่ามีเพื่อนสนิทจบมาจากที่ไหนบ้าง เชื่อเหลือเกินว่า จะมีไม่น้อยเลยทีเดียว ที่จะบอกว่า ก็มาจากโรงเรียนในเครือจตุรมิตรนี่แหละ เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะพูดภาษาเดียวกัน คุยกันรู้เรื่อง แถมมีเรื่องจตุรมิตรมาให้อำกันเป็นสีสันของชีวิตเสียอีก....
 
.........................................................
 

 

รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'

    
 

                ใครว่านั่งๆ นอนๆ โดยไม่ต้องทำงานสบาย ผมขอเถียง

                ก็อาจสบาย........

                แต่สบายจากการไม่ทำงาน เอาแต่รอแจก รอเขาช่วย รอเบียดบังผลประโยชน์สังคม มันทำให้ตัวเองเป็นคนไร้ค่ายังไงไม่รู้

                ไม่ต่างขยะพลาสติก

                เป็นปุ๋ยก็ไม่ได้ เป็นได้อย่างเดียว ทำลายโลก และเป็นเสนียดสังคม ประเภทสิ่งมีชีวิต!

                ฉะนั้น หลังเสพสุขมาหนึ่งสัปดาห์ วันนี้ ทำงาน-ทำการ สร้างมูลค่าเพิ่มในราคาคนให้ตัวเองซักหน่อย

                อยากจะบอกว่า.......

                บ้านเมืองไทยเรา สุข-สบาย และสมบูรณ์-พูนสุข "ที่สุดในโลก" เชื่อผมเถอะ

                ที่โวยๆ กัน เศรษฐกิจไม่ดี คนไม่มีงานทำ ราคาสินค้าพืชเกษตรตกต่ำ ต่างๆ นานา นั่นน่ะ

                ผมไม่เถียง

                ในสัปดาห์ว่าง ก็เตร็ดเตร่ไปเรื่อย แต่พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง คนไทย ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้ร่ำรวยกันขนาดนี้

                รถหลากยี่ห้อ หลากราคา เกยก่ายเต็มถนนไปหมด

                ทั้งทางด่วน-ทางราบ ทั้งในเมือง นอกเมือง

                ไม่ว่าวันหยุด วันราชการ มดยังต้องเท้าสะเอวร้อง ไม่เหลือช่องให้กูลอดบ้างเล้ย!

                โผล่ตามห้าง ตามร้านอาหาร ตามปั๊ม ปตท.

                โอโฮ....

                โรงทาน "ยุคพระศรีอริยเมตไตรย" หรืออย่างไรกัน?

                คนไทยช็อปออนไลน์ อันดับ ๓ ของโลก อันดับ ๑ อาเซียน คิดหยาบๆ ปีละกว่า ๓ ล้านล้านบาท

                น้ำมันตอนนี้ ราคาแค่ลิตรละ ๒๐-๒๗ บาท โอดโอยว่าแพง ในขณะที่ชานมไข่มุก สตาร์บัคส์ แก้วละเป็นร้อย

                กระดิกตีนซดกันเฉย!

                ร้องกันว่า โรงงานเจ๊ง ตกงาน อันนี้ ผมไม่แน่ใจ ว่าคนไทยวันนี้ ไม่มีงานทำ

                หรือไม่อยากทำงาน หรือเกี่ยงงาน หรือหยิบโหย่ง ไม่สู้งานกันแน่?

                และอีกอย่าง พัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้ เพิ่มทักษะฝีมืองานให้สอดคล้องยุคสมัยเศรษฐกิจดิจิทัลกันหรือเปล่า?

                โลกมันหมุนไป เราต้องหมุนตาม

                มีแต่แรงแบก-แรงหามขาย ชั่วโมงนี้ ยังพอขายได้

                แต่เราเป็นคน ไม่ใช่วัว-ควาย ที่จะขายเฉพาะแรงอยู่ร่ำไป ก็ควรไปฝึกฝนวิชาชีพ เพื่อขายฝีมือ ขายมันสมอง

                ถ้าจะ "ขายแรง"......

                ก็ควรต้องฝึกทักษะ เพื่อ "สร้างมูลค่าเพิ่ม" ในแรงงานของตนด้วย!

                เพราะต่อไป จากเศรษฐกิจดิจิทัล จะกระโดดไปเป็นเศรษฐกิจบิ๊กดาตา ด้วย IOT (Internet of  Things)

                งานทุกอย่าง จะเชื่อมโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ต

                เราจะต้องพัฒนาตัวเองให้มีค่าเหนือเศษเหล็ก ไปอยู่ในฐานะ "ผู้บังคับบัญชาเศษเหล็ก"

                คอยควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าเครื่องจักร เครื่องมือ รถยนต์  หุ่นยนต์ กระทั่ง จะพ่นยา-ฉีดปุ๋ยไร่นา ก็ต้อง IOT ทั้งนั้น

                ถ้าถามว่า อายุมากแล้ว ฉันจบแค่ ป.๔ เงินก็ไม่มี จะไปเรียน ไปฝึกอาชีพได้ที่ไหน?

                ไม่มีปัญหาเลย จะ ป.๐ ป.๔ หรือจบดอกเตอร์ หรืออายุ ๖๐-๗๐ ลดอีโก้เปลือกๆ ลงหน่อย แล้วไปเลือกฝึก-เลือกเรียนได้เลย

                ไปที่ อบต. ไปที่อำเภอ ไปที่โรงเรียน ไปที่จังหวัด ไปที่สหกรณ์ ไปที่หมู่บ้าน

                ไม่รู้จะไปไหน ไปถามผู้ใหญ่บ้านได้เลยว่า....

                ศูนย์ฝึกอาชีพ ฝึกทักษะ ที่ทางการเขาฝึก-เขาสอนให้ประชาชนฟรีน่ะ อยู่ตรงไหน?

                ไปเถอะ อย่าหมกมุ่นอยู่แต่ไมค์ปลดหนี้ หรือไปขายความจนหน้าจอตามรายการโทรทัศน์ลมๆ แล้งๆ อยู่เลย

                อายุมาก ก็ฝึกจับ-ฝึกนวดได้ ยุคแอนตี้พลาสติก นั่งเหลาไม้กลัด ตัดใบตองขายแม่ค้า ก็เหลือเฟือ

                อยู่ในกรุง ก็.....

                อยู่หมู่บ้านไหน ไปกดกริ่งถามตามละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง

                "ทำความสะอาด กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ล้างห้องน้ำ ดายหญ้า ตัดต้นไม้มั้ยค้า?"

                ชั่วโมง-สองชั่วโมง ๓๐๐ บาท สบายๆ วันละซัก ๓ หลัง ถูกใจ ติ๊บนิดหน่อย ขี้หมู-ขี้หมา เก็บตกเดือนละ ๓ หมื่น เป็นค่าครีมหน้าขาว-หน้าเด้ง

                ผมจึงสงสัย ทำไมคนไทยจึงยอมเสียค่าหัว ค่าเรือบิน ไปเป็นผีน้อย ผีใหญ่ ขายแรงแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในเกาหลีใต้บ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ไต้หวันบ้าง ให้เขาดูถูก-ดูแคลน?

                คำตอบเดียวที่ได้ คือ เขาว่า....

                ได้เงินมากกว่าเมืองไทย!

                แต่หาคิดมุมกลับไม่ว่า ที่ว่าได้มากนั้น ค่าครองชีพในบ้านเขา มันก็ต้องจ่ายมากกว่าเมืองไทยเป็นสิบเท่า

                ได้แพง ก็ต้องจ่ายแพง ห้องเช่าเมืองไทย ๒,๐๐๐ อยู่ได้ อย่างในเกาหลี ต้องเป็นหมื่นๆ ขึ้นไป ถึงจะมีให้ซุกหัว

                หักกลบ-ลบหนี้แล้ว นั่งฉาบปูนอยู่เมืองไทยวันละ ๕-๖ ชั่วโมง จิ๊บๆ เดือนละ ๓ หมื่นขึ้น

                ดีกว่าไปเป็นกรรมกรหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งวันทั้งคืนอยู่เกาหลี ที่ได้เดือนละ ๖-๗ หมื่น

                ถามว่า แล้วเหลือมั้ย?

                บางคนเหลือ บางคนไม่เหลือ เข้าเนื้อ-เข้าคุกด้วยซ้ำ

                ที่ไม่เหลือ เป็นที่เข้าใจได้ ถูกหลอก ถูกโกง ถูกรีดค่าหัว ถูกจับ

                และอีกอย่าง อยู่นาน..ชำนาญถิ่น วิญญาณไทยคืนร่าง ได้มาก ก็สำรวย-สำราญ กิน ดื่ม เที่ยว

                งานเมืองไทยเหลือล้น......

                ไม่งั้นแรงงานต่างชาติไม่แห่กันมาเป็น "เขมร-พม่ายึดเมือง" อย่างทุกวันนี้หรอก!

                มากันปี-สองปี ทองแดงทั้งตัว เพราะไม่เกี่ยงงาน และเที่ยวเพ่นพ่านไม่ได้อย่างว่า

                เดี๋ยวนี้ ทั้งที่กฎหมายห้าม แต่เพราะความไม่เอาไหนสบายจนเคยตัวของบางคนไทย เขมร-พม่า จึงยึดหัวตลาด ท้ายตลาด เป็นพ่อค้า-แม่ขาย

                อีกไม่เกินสิบปี อาจขยับขยายเป็น "นายห้าง" คนไทยแปรสภาพเป็นลูกจ้างเขมร-พม่าแน่ๆ!

                ทำงานเกาหลีเงินมาก-ทำงานในไทยเงินน้อย ตรงนี้ ไม่ใช่ประเด็น

                ประเด็นอยู่ที่คนไทย ควบคุมตัวเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นควบคุม จึงจะรอดและเหลือ

                "วินัย" นั่นแหละที่คนไทยขาด!

                ที่ไปขายแรงต่างประเทศเงินเหลือ คำตอบง่ายนิดเดียว

                ๒.ต้องอยู่ในที่จำกัด ไม่มีอิสระออกไปเที่ยวจับจ่ายใช้เงินสำมะเลเทเมาได้เหมือนอยู่เมืองไทย

                ๓.ต้องอดทน เกเร เบี้ยวไม่ได้ ต้องเคร่งครัดกฎกติกา และต้องเดินตามนิ้วนายจ้างชี้

                ๔.ไม่มีความรู้ด้านภาษา ไม่ถนัดการใช้ชีวิตร่วมสังคม เลยกลายเป็นประหยัดเงินไปในตัว และ

                ๕.ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ เพ่นพ่านไม่ได้ ทั้งตื่นสังคม ทั้งเสี่ยงถูกจับ โอกาสใช้เงินจึงน้อยลงไปอีก

                สรุปแล้ว บ้านเรานี่แหละ "ดีที่สุด" มีพร้อมทุกอย่าง

                ขาดอย่างเดียว......

                "ดวงตาเห็นความดีงามของบ้านเมืองตัวเอง"!

                ถ้าเรามีวินัย "ใช้ชีวิต-ใช้เงิน" เหมือนตอนเป็นคนงานเคร่งกฎอยู่นอกประเทศ

                เงินก็จะเหลือ แถมสุขใจอยู่กับครอบครัว อยู่ในบ้าน-ในเมืองตัวเองอย่างมีเกียรติ ไม่ต้องหลบซ่อนเป็นผีน้อย-ผีใหญ่

                พูดกันตรงๆ.....

                ค่าครองชีพบ้านเรา "ถูกมาก" เทียบกับทุกประเทศในโลกบ้านเรามีทุกอย่างที่บ้านเขามี และที่บ้านเขาไม่มี แต่บ้านเรามี เช่น ชั่วโมงที่ ๒๕ ในโลกเสรีประชาธิปไตย

                ปี ๒๕๖๒ คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเฉียด ๑๑ ล้านคน

                ใครเป็นญาติพี่น้อง-เพื่อนฝูง ไปถามคนที่เคยไปดูได้เลย

                ว่า เป็นไง....?

                ไปเที่ยวบ้านเขา ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าอาหารการกิน ความสะดวกสบาย ความอิสระที่จะไปไหน-มาไหน สถานที่ท่องเที่ยว ราคาสินค้า ความเป็นมิตรกับผู้คน

                เทียบกับบ้านเรา เขากินเราขาด หรือเรากินเขาขาด?

                ผมเชื่อ ร้อยละ ๙๙.๙๙ จะบอก "เรากินเขาขาด"

                ไปสัมผัสชีวิตเมืองนอกแล้ว รักบ้านเมืองไทยเราสุดหัวใจ

                ไปแล้ว เห็นแล้ว ก็ นับวัน-นับคืน ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้านเราซะที!

                ส่วนเรื่องราคาพืชผลทางเกษตร และสินค้าส่งออก ก็แน่นอน การค้าโลก อย่าโทษสงครามเศรษฐกิจ "จีน-สหรัฐฯ" เลย

                มันเป็นไปตามวัฏฏะน่ะ....

                ขนาดธรรมชาติยังมีฤดู หนาว-ร้อน-ใบไม้ร่วง-ใบไม้ผลิ มนุษย์หนุ่ม-สาววันนี้ อีกไม่กี่วัน ก็ยังต้องสู่วัยโรยสู่ชรา ร่วงหล่น ไปตั้งต้นถือกำเนิดเป็นหน่อใหม่

                นับประสาอะไรกับ "เศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง" อันเป็นผลผลิตพฤติกรรมบริโภคมนุษย์จะไม่หมุนไปตามวงจรวัฏฏะ

                ตอนดี-ถูกใจ ก็เฉย อุบรวยเงียบ

                พอไม่ดี-ไม่ถูกใจ ก็ร้องว่าจนกระจาย โวยวาย ด่ากันสนั่นเมือง!

                นี่แหละมนุษย์ โทษทุกอย่าง ยกเว้นตัวเอง

                ก็อยากบอกว่า ในขณะที่เราโวยกัน นั่นถือว่ายังโชคดี ที่มีเสียงให้โวย

                ที่บ้านอื่น-เมืองอื่น เขาเงียบนั้น ใช่ว่าดีกว่าเรา หากแต่พวกเขา หมด...ไม่มีแม้กระทั่งเสียงจะร้องตะหาก!

                เศรษฐกิจก็เหมือนชิงช้าสวรรค์งานวัด..........

                จากจุดต่ำสุด เปลี่ยนถ่ายคนขึ้น-ลงแล้ว ก็จะค่อยๆ หมุนขึ้น..หมุนขึ้น จนสู่จุดสูงสุดให้ชมวิวพาโนรามากันแล้ว ก็จะค่อยๆ หมุนลง..หมุนลง สู่จุดต่ำสุด

                และนี่ก็สุดแล้ว สู่ช่วงรอ "ถ่ายคนขึ้น-คนลง"

                จากปีหน้า ๖๓-๖๔ ชิงช้าเศรษฐกิจโลกก็จะค่อยๆ หมุนขึ้น..หมุนขึ้น

                ฉะนั้น อย่านอนอ้าปากรอน้ำค้าง

                เมื่อรู้รอบการเปลี่ยนยุคสมัยของเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง ก็จงกระวีกระวาด หาทางปรับตัว ปรับทัศนคติ ปรับเข็มทิศชีวิต รับการหมุนขึ้นของชิงช้าสวรรค์รอบใหม่เถอะ

                ผมก็หมุนเหมือนกัน.........

                หมุนหาที่ฝัง สู่ฝั่งวัฏฏะรอบใหม่!

 

เดินสาย!'บิ๊กตู่'เตรียมบินไปเกาหลี ประชุมสุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษ 24-27 พ.ย.นี้

    
 

ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ในการประชุมดังกล่าวจะมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ในเรื่องการพัฒนาการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีในอนาคต  การส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค   การส่งเสริมความยั่งยืนและความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีวาระการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี วัตถุประสงค์ เพื่อต้องการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนและลดช่องว่างในการพัฒนา ถือเป็นการประชุมครั้งแรกในระดับผู้นำที่มาประชุมร่วมกัน.

เฉลยแล้ว!'ปารีณา'ถูกเรียกพบ'บิ๊กป้อม'ที่ทำเนียบรายงานข้อเท็จจริงที่ดินสปก.

    
 

 
.........................................................
 

วัฒนา เมืองสุข - วิกิพีเดีย


https://th.wikipedia.org › wiki › วัฒนา_เมืองสุข
 
วัฒนา เมืองสุข ชื่อเล่น ไก่ เกิดที่จังหวัดปราจีนบุรี บุตรของ นาย ย้อม เมืองสุข และ นาง นวรัตน์ เมืองสุข ในครอบครัวของชนชั้นกลางที่พ่อแม่ประกอบอาชีพค้าขายและเกษตรกร ...
คู่สมรส‎: ‎พัชรา เจียรวนนท์ (แยกกันอยู่)
ศาสนา‎: ‎พุทธ
พรรคการเมือง‎: ‎เพื่อไทย
 

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส - วิกิพีเดีย


https://th.wikipedia.org › wiki › เสรีพิศุทธ์_เตมียเวส
 
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมีเวส (ชื่อเล่น: ตู่, เกิด 3 กันยายน พ.ศ. 2491) (ชื่อเดิม: เสรี) เป็นนักการเมืองและตำรวจชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ...
ยศ‎: ‎พลตำรวจเอก
พรรคการเมือง‎: ‎เสรีรวมไทย
เกิด‎: ‎3 กันยายน พ.ศ. 2491 (71 ปี); ‎จังหวัดธนบุรี
คู่สมรส‎: ‎พัสวีศิริ เตมียเวส
 
............................................................
 

'ไก่-ตู่'เสียหายหนักมาก!'บิ๊กป้อม'ถามมติโดเรม่อนตั้งได้หรือ ไม่ถูกหรอก

    
 

เมื่อถามว่า ทางกมธ.ป.ป.ช. ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไปชี้แจงด้วยตนเอง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ แต่ตนก็คิดของตนแบบนี้ ส่วนจะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบหรือไม่นั้น ไม่รู้เรื่องนี้ต้องให้ฝ่ายกฎหมายดู อย่างไรก็ตาม ไม่ได้รู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง เขาอยากทำอะไรก็ทำหากมีอำนาจ ซึ่งตนก็มีอำนาจของตนเช่นเดียวกัน

ถามถึงกรณีการตั้งนายวัฒนา เมืองสุข เป็นที่ปรึกษาประธานกมธ.ปปช.ว่า  พล.อ.ประวิตร ย้อนถามพร้อมอมยิ้มว่า “ตั้งได้หรอ วันนี้ (19 พ.ย.) แต่หนังสือดังกล่าวจะลงวันที่ 20 พ.ย. เมื่อถามอีกว่า มองเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “มันถูกหรือ ไม่ถูกหรอก”.

'ทอน'ดิ้นคดีหุ้นสื่อ อ้างมั่วก่อนศาลรธน.วินิจฉัย'ปากกาอยู่ในมือเขา'

    
 

19 พ.ย.62 -ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit ว่า ทุกอย่างที่เราทำ เราทำตามความฝันของเรา เราทำตามสิ่งที่เราหาเสียงกับประชาชนเอาไว้ และแน่นอน สิ่งเหล่านี้ย่อมเป็นการขัดผลประโยชน์ของเขาแน่นอน

ปากกาอยู่ในมือเขา แต่ถ้าต้องมานั่งห่วงว่าเราทำแบบนี้เขาจะพอใจมั้ย เขาจะจัดการเรามั้ย เขาจะยุบพรรคเรามั้ย เราก็ไม่ต้องทำงานอะไรกันพอดี แล้วเราจะตั้งพรรคนี้ขึ้นมาทำไม?

'ธรรมนัส'เผยเอาผิดอาญา'ปารีณา'ไม่ได้ ทำได้แค่ยึดที่สปก.คืนหลวง

    
 

19 พ.ย.62-  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าไปติดป้ายห้ามบุคคลภายนอกเข้า – ออก บริเวณฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า  ตนสั่งการให้เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วยอธิบดีกรมป่าไม้หาข้อสรุปด้วยอิงกฎหมายเป็นหลัก ซึ่งหากพิสูจน์ว่า เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ก็ให้ปิดประกาศในพื้นที่และดำเนินการตามกฎหมาย เพราะปัญหาตอนนี้คือ เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศมันเป็นที่ทับซ้อนระหว่างกรมป่าไม้ กับ ส.ป.ก. 

ดังนั้น ทั้งสองหน่วยงานจะต้องประสานกันและหาทางออก ซึ่งเมื่อพิจารณาตามหลักความเป็นจริง ภาพถ่ายทางอากาศที่ถูกใช้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินมันมีข้อสังเกตว่า พื้นที่กลางภูเขาเราจะมาประกาศเป็นเขต ส.ป.ก.ไม่ได้ ซึ่งยืนยันว่า มันต้องมีการบังคับใช้และมีการประกาศใช้แผนที่วันแม็ปให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาอย่างนี้อีก ส่วนที่ น.ส.ปารีณาเดินทางทำเนียบฯในช่วงเช้าวันนี้ (19 พ.ย.) นั้น ไม่ได้มาคุยกับตน ทราบว่า มาพบกับรัฐมนตรีคนอื่น

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ได้สั่งการให้เลขาธิการ ส.ป.ก.ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กับ ส.ป.ก.จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรายงานความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร รวมถึงที่ดินที่ยังไม่ได้จัดสรร รวม 40 ล้านไร่ ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยย้ำไปว่า ทุกเรื่องต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส.ป.ก.เป็นหลัก ส่วนพื้นที่อื่นที่อยู่ในเขตของกรมป่าไม้ จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินการต่อไป โดยเรื่องนี้จะต้องมีการจัดระบบใหม่ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถเอาผิดกับ น.ส.ปารีณาได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในส่วนของ ส.ป.ก.ถือว่า เขาเข้าอยู่ก่อนที่จะมีการปฏิรูปที่ดินแปลงนี้ ดังนั้น เรื่องอาญาเราเอาผิดเขาไม่ได้ ส่วนเรื่องของการยึดคืนให้หลวง เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินการตามหลักกฎหมาย ส่วนเรื่องกรอบเวลาการตรวจสอบนั้น ส่วนตัวเข้าใจว่าการตกลงกันเรื่องแนวเขตของกรมป่าไม้กับ ส.ป.ก.น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะน่าจะมีขั้นตอนที่สลับซับซ้อน  

ถามว่า ดูตามคุณสมบัติของ น.ส.ปารีณาแล้ว สามารถครอบครองที่ดินในลักษณะนี้ได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าเขาทำการเกษตรหรือไม่ และการถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ต้องไม่เกิน 50 ไร่ เมื่อถามอีกว่า น.ส.ปารีณาเคยชี้แจงหรือไม่ว่า ทำไมถึงถือครองที่ดิน ส.ป.ก.เป็นพันๆ ไร่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เดี๋ยวทาง ส.ป.ก.จะรายงานตนมา เพราะเป็นเรื่องกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย

ซักว่า การตรวจสอบ น.ส.ปารีณา จะสามารถจบได้เร็วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า เรายึดหลักกฎหมายเป็นหลัก อะไรก็ตามขอให้ยึดและเดินตามกฎหมาย เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจะให้เลขาธิการ ส.ป.ก.แถลงข่าว ส่วนที่มีการมองว่าจะมีอะลุ่มอล่วยเพราะอยู่พรรคเดียวกันนั้น กฎหมายไม่ได้เขียนยกเว้นให้ใคร

เมื่อถามถึงที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ที่ดินของนางสมพรไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก..

อีเว้นต์ยุติปัญหาHIV'บิ๊กตู่'เขินถูกวัดขนาดข้อมือ ตกใจ!ต้องใช้ถุงยางอนามัยขนาด 52 มิลลิเมตร

    
 

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งได้มีตัวแทนชุมชนเพื่อยุติปัญหาเอดส์และเป็นกลุ่มผู้หญิงข้ามเพศ ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ได้ขอวัดข้อมือ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อจำลองการวัดขนาดของถุงยางอนามัย ด้วยสายวัดกระดาษ ก่อนกล่าวติดตลกเสียงดังว่า “นายกรัฐมนตรีข้อมือใหญ่มากเลยนะคะ ใช้ถุงยางอนามัยขนาด 52 มิลลิเมตร” ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ทำท่าตกใจ เมื่อรู้ว่าเป็นการวัดขนาดถุงยาง พร้อมแสดงท่าทีเขินอาย ก่อนกล่าวติดตลกว่า “ไม่ต้องใช้แล้วละมั้งรุ่นฉัน ไปวัดกับหนุ่มๆ จะดีกว่า” พร้อมกับกล่าวย้ำอีกว่า “ขอให้ทุกคนใช้ถุงยางอนามัย เพื่อความปลอดภัยและต้องคำนึงถึงความสะอาด นายกฯก็ถือเป็นประชาชนคนหนึ่งในสังคม ทุกฝ่ายต้องร่วมกันตั้งแต่ระดับนโยบาย ซึ่งสอดคล้องกับฝ่ายปฏิบัติ ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ซึ่งเป็นปัจจัยและอุปสรรคในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะแก้ไขปัญหาได้คือความร่วมมือจากชุมชนและประชาชน ถ้าไม่ร่วมมือกันปัญหาทุกอย่างก็ทำไม่ได้ โดยในวันที่ 1 มกราคม ปี 2563 รัฐบาล โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะให้สิทธิประโยชน์จัดบริการยาเพร็พ (PrEP) ในการป้องกันการสัมผัสเชื้อเอชไอวี เป็นของขวัญปีใหม่ เพื่อเป็นการป้องกันเอชไอวี โดยทุกคนจะต้องมีความสะอาดในการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง”.

 

 (คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 

 

 

 

..................................................................... 

 

(ย้อนหลังธนาธรแถลงเปิดตัวพรรคอนาคตใหม่)

เปิดตัว-เผยรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง 'พรรคอนาคตใหม่' ลั่นไม่เอานายกฯคนนอก

 

เปิดตัว-เผยรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง 'พรรคอนาคตใหม่' ลั่นไม่เอานายกฯคนนอก
15 มีนาคม 2561
 6,038

ลั่นไม่ใช้อำนาจเงินเพื่องานการเมือง เปิดตัว-เผยรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง "พรรคอนาคตใหม่" ด้าน "ธนาธร - ปิยบุตร" กร้าวไม่เอานายกฯคนนอก 

14 มี.ค.61-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล แถลงเปิดตัวพรรค อนาคตใหม่ และสัญลักษณ์พรรคก่อนยื่นเอกสารเพื่อขอจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในเวลา 11.00 น. โดยพรรคใช้สโลแกนว่า  "ก้าวพ้นทศวรรษที่สูญหาย สร้างประเทศไทยที่มีอนาคต" 

          นายธนาธร ย้ำว่าพรรคอนาคตใหม่จะใช้แนวทางประชาธิปไตยในการสร้าพรรค และเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคมีโอกาสในการกำหนดนโยบายและอุดมการณ์พรรคการเมือง และกำหนดผู้สมัครรับยเลือกตั้ง โดยพร้อมจะให้พรรคใหม่นี้เป็นพรรคหลักไม่ใช่พรรคทางเลือก เพื่อขับเคลื่อนการเมืองไทยให้ไปสู่หลักการประชาธิปไตย และพร้อมแข่งขันกับทุกพรรคการ
เมืองไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ พร้อมจะแข่งขันเพื่อแย่งแต้มแย่งคะแนนให้ได้ และพรรคพร้อมจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งทุกเขต แย่งทุกคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่และทุกชนชั้นจากอาชีพในสังคมเพื่อเป็นพรรคทางหลักของสังคม                               

        

          "เรายังตอบไม่ได้ว่าจะสนับสนุนบุคคลใดให้อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองแต่ขอยืนยันว่าพรรคจะไม่สนับสนุนนายกฯคนนอกอย่างแน่นอน และจะไม่ประณีประณอมกับบุคคล ที่ขัดกับจุดยืนของพรรค และของผม ในอนาคตหากพบการประนีประนอมเกิดขึ้นผมจะขอเป็นคนแรกของพรรคที่จะลาออก  ส่วนเมื่อได้ ส.ส. เข้าไปทำงานแล้วจะร่วมทำงานกับพรรคการเมืองใดหรือไม่ แต่ยืนยันว่าพรรคจะไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางหลักในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและแก้ปัญหาประชาธิปไตย"  นายธนาธรกล่าว 

          นายธนาธรกล่าวว่า ขณะที่นโยบายพรรคจะทำให้ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมพัฒนาคุณฯภาพชีวิคต เข้าถึงทุนและทรัพยากร ทำลายระบบผูกขาดที่ประชาชนไร้อำนาจต่อรอง รวมถึงพัฒนา สวัสดิการที่รับรองการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้ทุกคนอย่างถ้วนหน้า 

 

          นายธนาธร กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองว่า จากความขัดแย้งทางการเมือง ที่มีมาก่อนหน้านั้นได้สร้างความสูญเสียแก่เศรษฐกิจและสังคม และมีลักษณะการเมืองแบ่งขั้งและเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาหารือ ขณะที่การเมืองในรูปแบบทหารพบการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของพลเมือง และกดทับปัญหา โดยไม่สามารถแก้ไขทั้งเรื่องความขัดแย้งหรือร่วมแสดงหาฉันทามติของคนในชาติได้  ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่จะร่วมทำประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม และไม่ผูกขาดเวทีการเมืองไว้เฉพาะคนกลุ่มใดกล่มใหนึ่งและต้องสร้างระบบที่สร้างความยุติธรรมโปร่งใส และตรวจสอบได้ พรรคยืนยันจะทำงานการเมืองระยะยยาวเพื่อผลักดันความคิด นโยบายให้เป็นผลสำเร็จโดยประชาชนต้องเป็นเจ้าของร่วมกัน         

          ขณะที่นายปิยะบุตร  กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางการเมืองหลายรอบและกองทัพฉวยโอกาสเข้ามาใช้อำนาจทางการบริหาร แต่ไม่สามารถแก้หรือหยุดปัญหาใดๆได้  โดยเราจะยืนหยัดในหลักการประชาธิปไตยโดยให้ประชนมีส่วนร่วมและจะเป็นพรรคที่ช่วยกระตุกความคิดสังคมที่เบื่อหน่ายการเมืองไทย และคิดว่าการเมืองไทยถึงทางตัน  เป็นการเมืองไทยมีทางออกและทางเลือกใหม่เสมอ พร้อมยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมือง โดยจะสร้างและลงมือทำไปพร้อมกับประชาชน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเพราะหลักการประชาธิปไตยคือประชาชนมีอำนาจสูงสุดและจะสร้างการเมืองที่ประชาชนสามารถออกแบบและกำหนดชะตาชีวิตได้   

          นอกจากนี้นายปิยบุตรยืนยันว่าได้แยกตัวออกจากกลุ่ม "นิติราษฎร์" แล้ว หลังจากที่ปรับบทบาทตัวเองทางการเมืองและลงสนามเลือกตั้ง ส่วนแนวคิดของตนที่มีมากก่อนหน้านี้ต่อการผลักดันให้แก้ไข ม.112  ยอมรับว่าเป็นแนวคิดเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการใช้ข้อกฎหมายเพื่อมาทำลายศัตรูทางการเมือง แต่แนวคิดดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนหรือผลักดันหรือไม่ ตนยืนยันไม่ได้ เพราะการกำหนดนโยบานยต้องมาจากมติของสมาชิกพรรค     

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเปิดตัวยังประกาศรายชื่อผุ้ก่อตั้งพรรคทั้ง 26 คน โดยจะเป็นชื่อที่เข้ายื่นจดจองชื่อพรรคกับ กกต.  อาทิ น.ส.นลัทพร ไกรฤกษ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ข่าวคนพิการ Thisable.me   นายสุรินทร์ คำสุข ประธานสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ นักวิชาการอิสระด้านการศึกษา  นายชำนาญ จันทร์เรือง อาจารย์พิเศษ ด้านการเมืองและกฎหมาย นายคริส โปตระนันท์  นักธุรกิจ นักกฎหมาย  


           นายธนาธรยืนยันว่าผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ เป็นบุคคลธรรมดาไม่มียศตำแหน่งใด บุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่จะเข้าร่วมเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยโดยจะไม่ใช้อำนาจเงินชื่อเสียง เข้ามาดำเนินการ ส่วนทุนที่ใช้จะไม่ได้มาจากส่วนของตนเท่านั้นเพราะจะมีมากจากการลงทุนหรือการระดมทุนจากประชาชน 

...................................................................................

19 พฤศจิกายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน