*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3891
  • จำนวนผู้ชม : 2465578
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 27 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 303 , 17:33:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         วันนี้ ผมจะนำเอาหัวเรื่องข่าวมาลำดับเอาไว้ให้คุณๆสะดวกในการเลือกอ่าน แต่ขณะนี้ผมยังไม่เสร็จ จะต้องหามาเพิ่มอีก

รายการหัวเรื่องข่าว นำมาจากน.ส.พ.แนวหน้า

1) ปารีณากับ 'ข้อมูลเพื่อการเมือง'                                 ..... บทความคอลัมนิสต์ เปลว สีเงิน

2) เฮ้ยอยู่ดีๆจะเอาคนไปติดคุกได้ยังไง! 'บิ๊กป้อม'ปัดอุ้ม'ปารีณา' .....  รายงานข่าว

3) หมวดหมู่การเมือง

   - 7ต่อ2ไม่ปลด'เสรีพิศุทธ์'! 'สิระ'แพ้จ่อฟ้อง'ชวน'ถกสภาฯใหญ่

   - 'สมชัย'ไขปม'ปชป.'ไม่ส่ง'มาร์ค'นั่งกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

   - 'วีระ'ร้อง'เสรีพิศุทธ์'สอบ'ปารีณา' หวั่นรัฐช่วยพ้นโทษอาญา

   - 'ประวิตร'ไม่ยี่หระฝ่ายค้านล็อกเป้าซักฟอก'3ป.' ท้าทำไปเถอะ

   - 'วีระ'ร้อง'เสรีพิศุทธ์'สอบ'ปารีณา' หวั่นรัฐช่วยพ้นโทษอาญา

   - 'ประวิตร'ไม่ยี่หระฝ่ายค้านล็อกเป้าซักฟอก'3ป.' ท้าทำไปเถอะ

   - 'จุรินทร์'แจง'เซฟอภิสิทธิ์'ไม่ส่งชิงปธ.กมธ.แก้รธน.

   - 'บิ๊กป้อม'ไม่รู้ปชป.ถอยไม่ส่ง'มาร์ค'ชิงปธ.กมธ.รื้อรธน.

      ฯลฯ

   4) "ไบโอไทย"จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า

   5) หมวดหมู่ X -CITE

   - 

ปารีณากับ 'ข้อมูลเพื่อการเมือง'

    
 

 

     ฟังข่าวว่า..........

 

                "ปารีณาเครียด" ปิดมือถือไม่คุยกระทั่งพ่อ       

                หลังถูกฝ่ายค้าน

                โดยนายเรืองไกร "สวนกลับ" ให้ตรวจสอบการถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.๕ บ้าง ส.ป.ก.บ้าง กว่า  ๑,๗๐๐ ไร่ ที่เขตจอมบึง ราชบุรี

                ข้อหา "ปารีณารุกที่ป่า"!

                ตอนนี้ ทั้งป่าไม้ ทั้งกรมทรัพยากรฯ ทั้งฝ่าย ส.ป.ก.ตรวจสอบกันขนานใหญ่ นัยว่ารุกป่าสงวนจริง ทางป่าไม้จะเอาเรื่องถึงคุก

                ก็ดี.......

                กฎหมายว่าอย่างไรในกรณีนั้นๆ จงเดินให้ตรงไปตามนั้น จะ ส.ส.หรือใครก็ตาม อย่าได้สองมาตรฐานเป็นอันขาด

                เหตุที่เธอถูกพรรคเพื่อไทย "สวนกลับ"

                เพราะเธอพาชาวบ้านไปร้องให้รัฐบาลทวงคืนที่ดิน "ทับซ้อน" พื้นที่ป่า ประมาณ ๕๐๐ ไร่ จาก "นางสมพร" แม่ธนาธร ในเขตจอมบึง กลับมาเป็นของรัฐ

                เรื่องที่ดินนี่.........

                เป็นปัญหาโลกแตกของประเทศจริงๆ ถ้าเอากันจริงๆ ใช้พื้นที่ "ครึ่งประเทศ" สร้างคุก

                ก็ยังไม่พอขังคน ว่าด้วยการบุกรุกและถือครองที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย!

                และในคุกนั้น.......

                นอกจากชาวบ้านทั้ง ขี้ข้า ยาจก วณิพก ขอทาน เศรษฐี ผู้ดี ไพร่ แล้ว

                ยังจะมีข้าราชการการเมือง ตั้งแต่ระดับนายกฯ ระดับประธานรัฐสภา ระดับหัวหน้าพรรคลงมา ข้าราชการพลเรือน ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงลงมา

                ข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับ ผบ.ตร.ลงมา ข้าราชการทหาร ตั้งแต่ระดับ ผบ.สส.ลงมา

                กระทั่งสถาบันศึกษา ตั้งแต่ระดับ อธิการบดีลงมา จนถึงระดับ ผอ. ไม่เว้นกระทั่งพระสงฆ์องคเจ้า

                จะ "รวมครบ" อยู่ในคุกนี้!

                มันมากมาย ไม่จบ-ไม่สิ้น จนต้องถามกันตรงๆ ว่า ในเรื่องเช่นนี้

                ประชาชน "ผิด"

                หรือ

                ภาครัฐ "ผิด"?             

                เพราะด้วยความเป็นจริงทางปฏิบัติจากอดีตยันปัจจุบัน ลองตอบซิว่า

                ประชาชนบุกรุกจริงๆ (ส่วนหนึ่งมี)......

                หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งสมคบ ทั้งปล่อยปละ ทั้งเลือกปฏิบัติ ทั้งเอาเสียเอง

                และ แต่ละรัฐบาล เดินนโยบายเกี่ยวกับที่ดินไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันเลย ข้าราชการประจำซึ่งเป็นฝ่ายปฏิบัติก็ย้วยตามไป ยึดคำสั่งนักการเมืองเหนือกฎหมาย

                ส่วนกฎหมายจริงๆ.......

                จะเอามาใช้ต่อเมื่อ "อำนาจสั่ง" เวลาคึก หรือเวลาต้องการใช้เป็นเครื่องมือจัดการใครๆ ที่ขวางทาง-ขวางอำนาจ-ขวางประโยชน์

                นี่....

                มันเป็นด้วยเหตุจากคนบุกรุกจริงๆ หรือเพราะนโยบายภาครัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งเหลาะแหละ ทั้งหย่อนยาน ทั้งเอาเอง-เป็นเอง?

                ควรต้องตอบในประเด็นนี้กันตรงๆ ซักที!

                โดยเฉพาะ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

                ส.ป.ก.กระทรวงเกษตรฯ และกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรฯ

                กระทั่งกับรัฐบาล คสช.ของพลเอกประยุทธ์ก็เถอะ

                ขึงขัง "จัดระเบียบที่ดิน"

                เที่ยวยึด เที่ยวรื้อ อายัด เที่ยวตรวจสอบอยู่พัก ก็อนุโมทนาสาธุ

                แต่ปรากฏว่า "ทิ้งคา-เลือกปฏิบัติ" จนข้ามรัฐบาลถึงวันนี้

                จากดี กลายเป็นผลร้าย ในเมื่อคารา-คาซัง ที่ดินก็ยากจะทำประโยชน์ได้ นอกจากทิ้งให้หมาขี้

                สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ครั้นไปถามจะเสร็จเมื่อไหร่

                ไม่รุ....รอรัฐบาลสั่ง!

                แบบนี้ ทั้งผลักชาวบ้านให้เป็นเหยื่อ "เจ้าหน้าที่รัฐ" ยิ่งมีเรื่อง-มีราวแบบนี้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐเอากฎหมายมากาง จับเอาหน้า เอาผลงาน

                ไม่ต้องขยายพื้นที่คุกเพิ่มรึนั่น!?

                เรื่องนโยบายของรัฐเกี่ยวกับที่ดิน "โลเล-เลื่อนลอย" และเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐ "ทั้งรู้" แต่ไม่ปฏิบัติหรือเลือกปฏิบัติ เป็นจริงอย่างนั้นหรือไม่

                มี-ไม่มี ก็ลองอ่านนี่ และตรองตาม

                มติชน ออนไลน์ เผยแพร่ข่าว เมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ว่า

                เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

                กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ แจ้งครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 กว่า 1,700 ไร่ ต่อ ป.ป.ช.ว่า

                เรื่องนี้ตนได้ให้ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ กับนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกเพื่อไทยไปหมดแล้ว

                โดยนายเรืองไกรจะแถลงข้อมูลต่อสื่อมวลชนในวันที่ 13 พ.ย.ที่รัฐสภา

                ขอบอกว่า เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ข้อมูลดีเกินไปกว่าตน เพราะเคยเป็นทั้งอดีตเลขาธิการ ส.ป.ก.และอดีตอธิบดีกรมป่าไม้         

                แต่ขอให้รอติดตามจากนายเรืองไกร ที่จะแถลงรายละเอียด ซึ่งมีทั้งแผนที่ และภาพถ่ายต่างๆ ประกอบด้วย

                วันที่ ๑๓ พ.ย.นายเรืองไกรก็แถลง ว่า.......

                ได้รับข้อมูลมาจากนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ตรวจสอบ พบว่า

                น.ส.ปารีณา ถือครองที่ดิน โดยอ้างว่ามีใบ ภ.บ.ท.5 จำนวน 58 แปลง 1,706 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว โดยเปรียบเทียบจากภาพแผนที่เส้นแนวแบ่งเขตป่าสงวน และแนวแบ่งเขต ส.ป.ก.

                จะพบว่า ที่ดินที่ น.ส.ปารีณาได้อ้างว่าครอบครอง อยู่ในแนวเขตที่ดิน ส.ป.ก. และเขตป่าสงวนจริง

                เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และยึดที่ทำกินคืนรัฐ พร้อมกับดำเนินคดีตามกฎหมาย

                มีข้อมูลเพิ่มเติมจากนายปลอดประสพ ว่าภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 พบว่าพื้นที่ 1,706 ไร่ มีอาคารเลี้ยงไก่ เพียง 2 หลังเท่านั้น

                หมายความว่าอาจจะไม่ได้ครอบครองพื้นที่เป็นระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่แรกตามที่ น.ส.ปารีณา กล่าวอ้าง

                จึงตั้งข้อสังเกตว่า การครอบครอง โดยอ้างว่ามีใบ ภ.บ.ท.5 ที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิ เป็นการครอบครองอย่างถูกกฎหมายหรือไม่?

                สรุป เรื่องปารีณารุกป่า .......

                คนมีข้อมูลทางราชการครบ ทั้งเอกสาร ทั้งแผนที่ ทั้งภาพถ่ายทางอากาศ เรียกว่าทราบการถือครองที่ดินไม่ถูกกฎหมายของปารีณามาตลอดแต่ต้น

                คือ "นายปลอดประสพ"

                ผู้รู้ทุกอย่าง มีหลักฐานทุกอย่างอยู่ในมือ และ "ปล่อยของ" ให้นายเรืองไกรนำไปใช้เพื่อผลทางการเมือง

                เพราะ ๒๕๔๐ ปลอดประสพ เป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ

                ๒๕๔๑ เป็นเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)

                ๒๕๔๕ เป็นอธิบดีกรมป่าไม้         

                ๒๕๔๗ เป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                เมื่อเกษียณราชการ ก็เข้าเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาลทักษิณ ปี ๒๕๔๘

                และเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอนต่อมา

                ปี ๒๕๔๘ นั้น รัฐบาลทักษิณครบเทอม ๔ ปี     

                เลือกตั้งใหม่ ๖ ก.พ.๔๘ พรรคไทยรักไทยที่เป็นเพื่อไทยวันนี้ ได้ ส.ส.ตั้ง ๓๗๗ คน

                ๑ ในจำนวน ๓๗๗ ชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์!

                เป็นปารีณาที่ข้อมูลการรุกป่าของเธอ.....

                เป็นที่รับรู้-รับเห็น และมีหลักฐานครบในมืออดีตอธิบดีกรมป่าไม้, อดีตเลขาฯ ส.ป.ก., อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ

                และ "ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ" ร่วมรัฐบาล "ไทยรักไทย" ด้วยกันกับเธอขณะนั้น

                แต่.......

                ห่างมาอีก ๑๔ ปี ปลอดประสพยังอยู่เพื่อไทย ส่วนปารีณา แยกไปเป็น ส.ส.พลังประชารัฐ

                และเมื่อปารีณาไปเล่นแม่ธนาธรฝ่ายเพื่อไทย.........

                "ข้อมูลทางราชการ" ในมือ

                จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยอดีตข้าราชการผู้มีอำนาจมาก่อนของกรมป่าไม้  ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯ

                คงไม่ถือว่า "ปฏิบัติ-เลือกปฏิบัติ" กระมัง เพราะนายปลอดประสพ พ้นการเป็นข้าราชการมาแล้ว

                แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า...........

                นี่ไง "เจ้าหน้าที่รัฐ" กับการทำหน้าที่ภายใต้นโยบายเรื่องป่าของแต่ละรัฐบาล

                อย่างปี ๒๕๔๐ นายปลอดประสพเป็นเลขาฯ ส.ป.ก.ต่อเนื่องมาเป็นอธิบดีป่าไม้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ

                ตอนนั้น "รัฐบาลพลเอกชวลิต" ไป ครม.สัญจรที่วังน้ำเขียว เห็นวิววังน้ำเขียวชอบใจ

                ปิ๊งไอเดียอยากให้เป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เพื่อการท่องเที่ยว

                เอาเลย.....

                ทั้งกรมป่าไม้ ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน สนองนโยบาย "ไหลตามน้ำ" มึงบ้าง กูบ้าง

                ถนน ไฟฟ้า สาธารณูปโภค เข้าไป รีสอร์ต สำนักสงฆ์ บ้านตากอากาศ พรึ่บเป็นดอกเห็ด ทั้งที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๔

                แต่พอเรื่องแดง ว่านักการเมืองกว้านซื้อที่ ทั้งป่าไม้ ทั้งอุทยานแห่งชาติ ก็ฮือ กางกฎหมายเอาจริงกันเหมือนเรื่องปารีณานี่แหละ

                ไม่เชื่อก็ไปถามปลอดประสพดูได้ และทุกวันนี้ อย่าว่าแต่วังน้ำเขียวเลย ป่าทับลาน บ้านตากอากาศ รีสอร์ต ก็ยังคงทับตามาถึงวันนี้

                "นายศรีราชา วงศารยางกูร (เจริญพานิช)" ในฐานะผู้ตรวจการแผ่นดิน เคยแถลงเป็นความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ไว้ว่า

                ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบละเลยการปฏิบัติหน้าที่ นโยบายแต่ละหน่วยงานไม่สอดคล้อง เกิดความขัดแย้ง ทำให้เกิดแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย

                โดยฝ่ายปกครองและท้องถิ่น สนับสนุนพร้อมทั้งรับรองสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินของราษฎร

                ส่งเสริมและกำหนดให้การท่องเที่ยวในเขต อ.วังน้ำเขียว เป็นยุทธศาสตร์ของอำเภอ

                ส่งผลให้มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และการเกษตรเชิงนิเวศอย่างต่อเนื่อง

                ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ รวมทั้งกรมป่าไม้ ไม่ได้ออกสำรวจตรวจสอบ เพื่อบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง

                แต่กลับปล่อยปละละเลยให้มีราษฎรเข้ายึดถือครอง และทำประโยชน์อยู่อาศัยทำกิน ทำการเกษตร  ก่อสร้างที่พักอาศัย และใช้ประโยชน์ในที่ดินมาเป็นเวลานาน

                จนทำให้ราษฎรที่เปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ หรือราษฎรผู้รับโอนสิทธิการครอบครองต่อนั้น อาจเข้าใจ หรือเชื่อโดยสุจริตว่า สามารถกระทำการเช่นนั้นได้.....ฯลฯ

                สนใจรายละเอียด คลิก https://www.tcijthai.com มีประเด็นน่าสนใจอยู่

                ครับ.....

                เมื่อนายปลอดประสพมีข้อมูล รู้ว่าใครครอบครองที่ผิดกฎหมาย

                อย่าใช้กับปารีณาคนเดียว......

                เพื่อเป็นตัวอย่าง "ไม่เลือกหน้า" ให้นายปลอดประสพเปิดออกมาให้หมดว่า

                ทั้งคณะรัฐมนตรี ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ๗๕๐ คน ขณะนี้

                มีใครบ้างครอบครองที่ผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันข้อครหา "อดีตข้าราชการ"

                นำเอกสารข้อมูล "เพื่อการเมือง" เฉพาะราย! 

 

เฮ้ยอยู่ดีๆจะเอาคนไปติดคุกได้ยังไง! 'บิ๊กป้อม'ปัดอุ้ม'ปารีณา'

    
 

27 พ.ย. 62 – ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะอุ้มคดีที่ดินฟาร์มไก่ ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานกันอยู่ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีการอุ้มในคดีดังกล่าวแน่นอน 

 “จะไปอุ้มอะไรได้อย่างไร เจ้าหน้าที่เขาก็ตรวจสอบกันอยู่ ใครจะไปอุ้มอะไรได้ วันนี้จะไปเอื้อประโยชน์ทางกฏหมายได้อย่างไร ในส่วนรายละเอียดผมไม่ทราบโดยเฉพาะข่าวที่ว่า คุณปารีณา จะนำที่ดินบางส่วนไปอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะไม่เข้าไปแทรกแซง ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีใครเข้าไปยุ่ง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

เมื่อถามว่ากระแสข่าวช่วงนี้กระทบภาพลักษณ์รัฐบาลโดยตรง จะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องที่จะให้ความช่วยเหลือน.ส.ปารีณานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ข่าวที่ไหน จะไปอุ้มได้อย่างไร สื่อไปคิดกันเอาเอง เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่เพราะบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ขณะนี้เป็นคนในซีกรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลย ขนาดตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรเลย เรื่องนี้่จบแล้ว

ส่วนที่ น.ส.ปารีณาขอรังวัดที่ดินใหม่ สามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองกระทรวงต้องร่วมมือกัน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เมื่อถามว่าแล้วหากเป็นชาวบ้านที่ไม่ใช่น.ส.ปารีณาจะสามารถทำได้เช่นนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สามารถทำได้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมกำลังวิจารณ์ว่านักการเมืองในสังกัดรัฐบาลจะได้รับการเลือกปฏิบัติ แต่หากเป็นชาวบ้านทั่วไปอาจติดคุกไปแล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “เฮ้ย! พวกคุณพูดกันไปเองจะไปติดคุกได้อย่างไร ยังไม่มีการดำเนินการอะไรเลย จึงไม่มีทาง ไม่ว่าจะเป็นใครหรือชาวบ้านก็ยังไม่ติดคุกทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนแล้วถึงจะมีการดำเนินคดี แม้จะมีการแจ้งความแล้วก็ต้องไปตรวจสอบดำเนินการตามขั้นตอนของคดีก่อนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะตัดสิน อยู่ดีดีจะเอาคนไปติดคุกได้อย่างไรไม่มีหรอก”.

  หมวดหมู่ : การเมือง 

 

 หมวดหมู่ : การเมือง 

 

 

................................................

"ไบโอไทย"จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า

    
 

27พ.ย.62-หลังคณะกรรมการวัตถุอันตราย กลับลำ มีมติไม่แบน 3 สารเคมีเกษตร ทั้งที่มีมติแบนไปแล้วและจะมีผลในวันที่ 1 ธ.ค.2562  โดยให้ยืดอายุการใช้งานของพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส  ส่วนไกลโฟเซต ให้ใช้อย่างมีการควบคุม  ล่าสุดเพจของBIOTHAI ได้โพสต์ข้อความว่า 

เครือข่ายสนับสนุนการแบน 686 องค์กรผิดหวังกับมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่อนุญาตให้มีการใช้ไกลโฟเซตต่อไป และยืดเวลาการบังคับใช้การแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสต่อไปอีก 6 เดือน

การตัดสินใจ ซึ่งมาจากการผลักดันและสนับสนุนโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทสารพิษกำจัดศัตรูพืช โดยผลักภาระความเสี่ยงแก่ประชาชนทั้งประเทศทั้งเกษตรและผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอนุญาตให้ใช้สารไกลโฟเซตซึ่งสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติระบุว่าเป็นสารน่าจะก่อมะเร็ง และศาลสหรัฐตัดสินให้บริษัทมอนซานโต้-ไบเออร์ต้องเยียวยาและชดใช้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนเงินมหาศาล

รัฐมนตรี และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องในการตัดสินใจนี้ต้องเป็นผู้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจนี้ และประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศที่สนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของพวกเขา

เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรงจะเดินหน้า ขับเคลื่อนให้มีการยกเลิกการใช้ไกลโฟเซต และสารพิษร้ายแรงอื่นๆ ต่อไป และจะแถลงมาตรการและแนวทางในการขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร็ว

27 พฤศจิกายน 2562
เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร

 

พรรคร่วมรัฐบาลส่อร้าว!ภูมิใจไทยจ่อแถลงจุดยืน หลังโดนเจาะยางพลิกมติแบนสารพิษ

    
 

27 พ.ย.62 - รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่พอใจกรมวิชาการเกษตรแอบทำหนังสือขอขยายระยะเวลา 3 กรณี หลังจากมติแบน 3 สารเคมีเกษตร โดยแบ่งเป็น 1. ขยายระยะเวลา 1 เดือน 2.ขยายระเวลา 3 เดือน 3.ขยายระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่แจ้งให้ทราบ มาแอบเห็นเอกสารในภายหลังจากที่ส่งเข้าคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว

“รองนายกฯอนุทิน และ รมช.มนัญญา มีความไม่พอใจอย่างมากที่กรมวิชาการเกษตร ทั้งที่เป็นหน่วยงานในการดูแลของรมช.เกษตรฯกลับไม่เสนอเอกสารมาให้ตรวจก่อนที่นำเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเอกสารดังกล่าวลงนามโดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและปลัดกระทรวงเกษตรฯนำส่งเข้าที่ประชุมทันที" แหล่งข่าวระบุ

มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ได้เรียกน.ส.มนัญญา ไปที่รัฐสภา เพื่อประชุมพรรคแสดงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย และรอมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย อีกทั้งนายอนุทิน ไม่พอใจอย่างมากและคาดว่าประเด็นนี้จะเป็นรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล

มีรายงานด้วยว่า  น.ส.มนัญญา เตรียมแถลงข่าวที่กระทรวงเกษตรฯ หลังทราบผลมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน

 

สมาชิกป้ายแดงพรรคกำนัน เริ่มปฏิบัติการปราบแก๊งชังชาติ!

    
 

27 พ.ย.62  - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

 

พวกชังชาติจะลงถนน

พวกชังชาติเริ่มสร้างกระแสการเดินลงถนน อ้างเพื่อปฏิรูปอำนาจ และวิจารณ์อำนาจรัฐบาลหลังปฏิวัติ

สิ่งที่น่าสังเกต คนพวกนี้ไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์ก่อนปฏิวัติที่คนนับล้าน ออกมาขับไล่รัฐบาล ถ้าใจเป็นธรรม ศึกษาอดีต และนำมาปรับปรุง ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น

เราเห็นเป้าหมายชัดเจนที่ เขาอ้างปฏิรูปอำนาจ เท่ากับว่าเขาจะทำทุกอย่างให้ตนเองมีอำนาจ แม้จะหลอกประชาชนมาลงถนน

ถ้าจริงใจที่จะปฏิรูปอำนาจจริงๆ คนของฝ่ายตนเองครองอำนาจมานับสิบปี ไม่เห็นมีความคิดเรื่องปฏิรูปอำนาจ มีแต่ใช้อำนาจไม่ชอบ และใช้อำนาจเพื่อโกง

นี่คือความจริงที่ต้องรู้เท่าทันพวกลัทธิชังชาติ

 

'ชาดา'รับไม่ได้มติคกก.วัตถุอันตราย จี้'สุริยะ'รับผิดชอบ-ภท.เตรียมคืนกรมวิชาการเกษตร ให้รมว.ดูแล

    
 

นายชาดา กล่าวถึงกรมวิชาการเกษตร 1 เดือนแทบไม่ได้ทำอะไรเลยกับสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด กรมวิชาการเกษตรน่าจะขาดสารนี้ไม่ได้ น่าจะเอาไปกินที่บ้าน ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ ก็ต้องตอบถึงเหตุผลการไม่แบนไกลโฟเซต แค่จำกัดการใช้

"คุณสุริยะต้องรับผิดชอบหากเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ในเรื่องสารพิษ เราทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว แต่คณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่อยู่ในมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเราจะคืนกรมวิชาการเกษตร ไปให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแล พรรคภูมิใจไทยขอเปลี่ยนกรมใหม่ หากยังอยู่สภาพแบบนี้ เรารับไม่ได้"  ส.ส.อุทัยธานี  พรรคภูมิใจไทย กล่าวและย้ำว่า มติวันนี้ออกมา ยอมรับเสียใจ มีการพูดคุยกันพี่น้องว่าเราทำสุดกำลังความสามารถแล้ว เขาไม่เอาเราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร.

 

 

   - "ไบโอไทย"จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า

   - พรรคร่วมรัฐบาลส่อร้าว!ภูมิใจไทยจ่อแถลงจุดยืน หลังโดนเจาะยางพลิกมติแบนสารพิษ

   - "ไบโอไทย"จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า

   - พรรคร่วมรัฐบาลส่อร้าว!ภูมิใจไทยจ่อแถลงจุดยืน หลังโดนเจาะยางพลิกมติแบนสารพิษ

   - "ไบโอไทย"จวกมติ เลิกแบน3สารเคมี เอื้อบริษัทค้าสารพิษ ไม่ต้องรับผิดชอบสต็อกสินค้า

   - เอวัง!มติคกก.วัตถุอันตรายหักภูมิใจไทยเลื่อนแบน 2 สาร-อีก 1 ชนิดให้ใช้ต่อไป

   - กก.วัตถุอันตรายพลิกมติ! ยกเลิกแบน'ไกลโฟเซต'

   - กมธ.กม.จ่อเรียกผบ.ทบ. หลัง'บุรินทร์'แจงคดีการเมืองฟ้องตามคสช.สั่ง

   - เครือข่ายสตรีแห่ให้กำลังใจ 'มนัญญา'ยันไม่ท้อลุยแบน3สารพิษ

     ฯลฯ 

  ...................................................

27 พฤศจิกายน 2562 (18.50 น.)

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน