*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3890
  • จำนวนผู้ชม : 2464872
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 478 , 14:14:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นานๆทีที่ 'บิ๊กตู่' จะพูดพาดพิงตอบโต้ อนค.'ส้มหวาน'สักที แต่เมื่อมีการพูดเอาๆเรื่องสำคัญๆของทหาร 'บิ๊กตู่' จึงต้องชี้แจง

อบรมคนพูดพล่ามๆเสียบ้าง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปครูตีเด็ก

 

 '๓ สาร' กับรัฐบาล '๓ พระเอก'

    

 

 

         ธนาธร "อยู่ไม่เป็น" ก็เรื่องของเด็กเพิ่งแตกพานทางการเมือง

                แต่.......

                รัฐบาล "เป็นไม่เป็น" นี่ซี

                มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ (ควรจะ) มีวุฒิภาวะในการบริหารราชการงานเมือง

                แต่กลับ "มีน้อย"!

                กรณี ๓ สาร พาราควอต, ไกลโฟเซต และ คลอร์ไพริฟอส เป็นตัวสะท้อนดีที่สุด

                "แบน-ไม่แบน" ยังเป็นเรื่องรอง

                การทำงาน "รัฐมนตรี ๓ พรรค" ผ่าน ๓ กระทรวง "เกษตรฯ-อุตสาหกรรม-สาธารณสุข"

                นั่นละเรื่องใหญ่

                ไม่มีผลเฉพาะสถานะรัฐบาลเท่านั้น ยังส่งผลไปถึงชาวบ้านด้วย!

                ทั้งรัฐมนตรีพลังประชารัฐ รัฐมนตรีประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีภูมิใจไทย มองผ่านเรื่อง ๓ สารเคมี

                เห็นชัดเจน..........

                ทำงาน "เป็นทีม" ไม่เป็น

                ต่างคน-ต่างเก่ง เล่นเรื่องเดียวกัน แต่ไม่ประสานกัน พรรคใคร-พรรคมัน จะเป็นพระเอกเฉพาะตัวกันทั้งนั้น

                ฟุตบอล เล่นกัน ๑๑ คน ถ้าโชว์เก่งคนเดียว ก็พังทั้งทีม

                รัฐบาลเหมือนกัน......

                เล่นกัน ๓๕+๑ คน แต่เรื่องแบน ๓ สาร รัฐมนตรี ๓ พรรค ต่างคนต่างเล่น "เอาเด่น" ในบทตัวเอง

                ผลก็ออกมาอย่างที่ "คณะกรรมการวัตถุอันตราย" มีความเห็นเป็นเอกฉันท์เมื่อวาน (๒๗ พ.ย.๖๒) นั่นแหละ ว่า

                ให้เลื่อนการเลิกใช้ "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส" จากเดิมที่กำหนดไว้ ๑ ธันวา ๖๒ ไปอีก ๖ เดือน

                คือ ให้ไปเริ่มนับจากวันที่ ๑ มิถุนายน ๖๓!

                ส่วน "ไกลโฟเซต" ยังคงให้ใช้ได้ต่อไป แต่มีเงื่อนไข คือให้ใช้มาตรการ "จำกัดการใช้"

                และคณะกรรมการฯ ยังมีคำสั่งให้......

                กรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรฯ ไปหาสารทดแทนสารทั้ง ๒ ตัวนั้นมา

                หรือไประดมสมองค้นหาวิธีที่เหมาะสมมาดูซิ สำหรับวัตถุอันตรายพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส

                ในแง่ว่าถ้าจะใช้.......

                มันควรต้องทำอย่างไรกันบ้าง ให้มันมีหลัก-มีฐานทางปฏิบัติและทางวิชาการมารองรับ

                รวมถึงมาตรการลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งตัวเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภค

                คิดหากันได้แล้ว ให้นำมาเสนอ "คณะกรรมการวัตถุอันตราย" พิจารณาอีกที

                ภายใน ๔ เดือน นับจากวันนี้!

                ก็ตีซะว่า นับจากธันวาก็ตกเดือนมีนา ๖๓ เป็นการบ้านที่กระทรวงเกษตรฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน ต้องไปทำส่งครู

                สรุปง่ายๆ.....
                สาร ๒ ตัว พาราควอต ใช้กำจัดวัชพืช และ คลอร์ไพริฟอส ใช้กำจัดแมลง-หนอน

                ใช้กันได้ต่อไป จนถึง ๑ มิ.ย.๖๓ แล้วค่อยมาว่ากันอีกที

                ส่วน "ไกลโฟเซต" ซึ่งเป็นสารกำจัดวัชพืช ของมอนซานโต สหรัฐฯ "เลิกแบน"

                ให้ใช้ได้ตลอดไป แบบ "จำกัดการใช้"

                รัฐมนตรีเฉลิมชัย ไม่พูดอะไร (มาก) รัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ไม่ได้พูดอะไร (มาก)

                รมว.สุริยะปกติก็ไม่ค่อยได้แสดงบทอะไรโฉ่งฉ่างในเรื่อง ๓ สารอยู่แล้ว แต่ต้องนั่งหน้าแป้นแถลงในฐานะเจ้ากระทรวง

                เมื่อวาน แถลงไป ต้องคอยหลบเกี๊ยะไป

                ที่แอคชั่นมากที่สุดในเรื่องนี้ พูดมากที่สุด เป็นข่าวมากที่สุด ต้องยกให้รัฐมนตรีสาธารณสุข "อนุทิน  ชาญวีรกูล"

                และรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ "มนัญญา ไทยเศรษฐ์" ผู้กำกับกรมวิชาการเกษตร ที่เป็นหลักในเรื่อง ๓  สารนี้

                เรียกว่าภูมิใจไทย รับช่อดอกไม้จากแฟนๆ มุมแบน มาแต่ต้น เมื่อวาน ผลออกมาว่า การแบน ๓  สาร "แท้ง" กลางอากาศ

                พูดกันตรงๆ นะ.........

                ขึ้นชื่อว่า "สารอันตราย" และมันมีผลถึงประชาชนโดยตรง ในหลักการ ไม่มีใครต้องการให้ใช้ เลิกได้ ก็ควรเลิก

                แต่..........

                ไม่เพียงเรา เกษตรกรทั้งโลกก็ใช้ และไม่ได้มีเฉพาะ ๓ สารเท่านั้น หากแต่ยังมีสารกำจัดวัชพืช  สารฆ่าหนอน-แมลงอันตรายเหมือนๆ กัน ที่ขายให้เกษตรกรเลือกใช้ในท้องตลาด

                เป็นร้อยๆ ชนิดให้เลือกใช้!

                นั่นคือ ห้าม ๓ สารนี้ ก็ยังมีอีก ๙๗ สาร ที่เกษตรกรต้องนำมาใช้

                ที่มีเกษตรกรมาต่อต้านการแบนนั้น ก็เพราะ เจ้าพาราควอต มันราคาถูกที่สุด และนิยมใช้กันมานาน

                ปุบปับให้เลิก แล้วจะให้ใช้อะไร ทั้งปรับตัวไม่ทัน!

                ส่วนไกลโฟเซต ใช้กำจัดวัชพืชเหมือนพาราควอต เป็นของมอนซานโต สหรัฐฯ

                เขาได้รับสิทธิบัตรคุ้มครองการผลิตจากสหรัฐฯ ใครเอาสูตรเขาไปผลิตไม่ได้ ราคาจึงแพงกว่าพาราควอต

                แต่ตอนนี้ พ้นการคุ้มครองแล้ว ใครก็เอาสูตรไปผลิตได้ในชื่อการค้าต่างๆ

                ประเด็นมันอยู่ตรงว่า........

                ในสหรัฐฯ ใช้ไกลโฟเซต ในชื่อยี่ห้อ "ราวด์อัพ" เป็นอันดับ ๑ ทั้งไร่ถั่วเหลือง ไร่ข้าวสาลี

                ถ้าไทยแบน นอกจากสารตัวนี้เข้ามาขายไม่ได้แล้ว ในทางการค้าที่เป็นอยู่ ไทยต้องนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีจากสหรัฐฯ อยู่แล้ว

                เมื่อเราแบน........

                แล้วถั่วเหลือง แป้งสาลี ผลไม้จากสหรัฐฯ ไม่ใช่ว่าเขาจะประท้วง โดยไม่ส่งขายให้เรา

                หากแต่เราเอง ถ้ายอมให้นำเข้าสินค้าปนเปื้อนสารไกลโฟเซตจากสหรัฐฯ เข้ามา ในขณะที่เราเองห้ามใช้

                มันถูกหรือผิดกฎหมายล่ะ?

                และมันต่างกันตรงไหน ที่เราห้ามเกษตรกรใช้ แต่พืช ผัก ผลไม้ จากสหรัฐฯ แม้กระทั่งจากประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่เขายังใช้สารทั้ง ๓ ตัวนี้อยู่

                เราให้เข้ามาขายให้คนไทยกินได้

                ในขณะที่เกษตรกรของเราเอง ใช้ไม่ได้ นำมาขายไม่ได้!?

                บ้าหรือดี!

                นี่ไม่ใช่ข้ออ้างปฏิเสธการแบน......

                แต่เป็นจริงในโลกธุรกิจการค้าเสรีระบบทุน สหรัฐฯ ตีนเขาใหญ่ เขาปกป้องธุรกิจการค้าของเขา มันไม่ใช่เรื่องของเหตุผล

                แต่มันเป็นเรื่องการค้า และคำว่า "ตีนกูใหญ่" นั่นแหละ!

                เราแบนได้........

                แล้วถ้าสหรัฐฯ ตอบโต้ ด้วยการแบนสินค้าจากไทยบ้างซึ่งเขาทำแน่ ใครจะตายมากกว่ากันระหว่างเขากับเรา?

                ประเด็นเรื่องสารพิษทางเกษตรก็คือ ทุกคนเห็นด้วย อันตราย เลิกได้ต้องเลิก

                แต่เรามีแผนรองรับขนาดไหน ระดับกระทรวง ระดับรัฐบาล เคยนับ ๑ ถึง ๑๐ ถึง ๑๐๐ แล้วหรือยัง

                ก่อนเดินกร่าง เตะกระโถน-กระถาง โฉ่งฉ่าง ปรากฏว่า หน้าแข้งแหก!

                "สารอันตราย" น่ะ มันมีอยู่ในทุกสิ่ง-ทุกที่

                ประเด็นหลักอยู่ที่ เราเคยให้ความรู้ ให้คำปรึกษาแนะนำ กำกับ-ควบคุม ทั้งจำหน่าย และการใช้ ให้เกษตรกรเข้าใจจริงจังหรือยัง?

                เขาใช้กันมาเป็นร้อยปี-สิบปี มันทั้งตาย ไม่ตาย สุดแต่การใช้ด้วยเข้าใจ หรือไม่เข้าใจ

                แล้วจู่ๆ เกิดของขึ้น อยากได้หน้า-ได้เสียง เชื่อพวกเอ็นจีโอขาเดียว

                พรวดพราด เดือน-ครึ่งเดือน ประกาศ "ห้ามใช้-ห้ามขาย-ห้ามมี"

                ถามว่า แบบนี้ ใครรับได้?             

                ต่อให้เทวดาก็ยังรับไม่ได้ จะเลิกสูบบุหรี่ เลิกกินเหล้า ยังต้องใช้เวลาเป็นปี

                แล้วนี่ ใช้กันมาชั่วพ่อ-ชั่วลูก จู่ๆ ให้เลิกใช้ แล้วก็ไม่บอกด้วยนะว่า มีอะไรให้ใช้แทน?

                ชาวไร่-ชาวสวนน่ะ จะแบน-ไม่แบน ไม่ตาย

                พวกอาชีพ "คิดแทน" ชาวไร่-สวน นั่นตะหาก ที่เห็น ชักดิ้น-ชักงอ จะลงแดงสารเคมีตายทันที!

                อาชีพเกษตร คืออาชีพประเทศ รัฐบาลจะออกนโยบายแบบ "หาเช้า-กินค่ำ" อย่างนี้ไม่ได้

                บอกแบน ๓ สาร........

                ชาวบ้านถาม แล้วไงต่อ?

                เกษตรฯ บอกไม่รู้ อุตสาหกรรมบอกไม่รู้ สาธารณสุขบอกไม่รู้

                ในเมื่อพวกเทวดาไม่รู้ ก็ลงจากเก้าอี้ซะซี

                แล้วพวกกู "เกษตรกร" จะขึ้นไปนั่ง แล้วจะบอกวิธีให้เอาบุญ!

                เรื่องใหญ่ขนาดนี้ คิดได้แค่ ๑ คิดต่อ ๒-๓-๔-๕ ไม่ได้ เป็นแค่ใช้อำนาจสนองจินตนาการแลกเสียงเชียร์

                แบบนี้ ต้องไปเป็นรัฐมนตรีอยู่รัฐบาลลำตัด "โย่ง-นง-พวง" โน่น!

                มันต้องมีแผนเป็นขั้น-เป็นตอนรองรับเป็นสเตป หักดิบฮวบฮาบแบบนี้ มันเป็นคำสั่งที่ปฏิบัติไม่ได้

                ถึง มิ.ย.๖๓ ไม่เลื่อนต่อ ก็ต้องเลิกแบน เชื่อเหอะ ถ้าในรัฐบาลมีแต่พระเอกพรรคใคร-พรรคมัน เล่นกันเป็นทีมไม่เป็น

                ฝากท่านรองนายกฯ อนุทินไว้ด้วยปรารถนาดี และบอกรัฐมนตรีร่วมพรรคด้วย

                คำว่า "ลาออก"

                อย่าพูด.........

                เพราะในทางปฏิบัติ นั่นเท่ากับ "ใบเสร็จ"!

สภาละครสัตว์


    
 
  

 

    เห็นการทำงานของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แล้ว ทำให้นึกถึงการปฏิรูปการเมือง
    ก่อนสภาจะกลายเป็นโรงละครสัตว์ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ควรนิ่งดูดายปล่อยให้ ส.ส.น้อยใหญ่ต่อยมวยวัด ซัดกันนัวเนีย
    ใช้นิสัยตลาดล่างในสภาอันทรงเกียรติ
    พอเข้าอีหรอบเดิม ก็เอาแต่โทษคนอื่นว่าทำลายประชาธิปไตย 
    การเมืองวันนี้ ไม่เฉียดคำว่า "ปฏิรูป" เลย
    กลับมีแนวโน้มว่าจะหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ
    สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งกันรายวัน 
    บางพวกเอาแต่แผ่นเสียงตกร่อง กระเหี้ยนกระหือรือ จะล้างรัฐธรรมนูญ เขียนฉบับใหม่ขึ้นมากันท่าเดียว 
    ราวกับว่าขืนใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกต่อไป ประเทศไทยจะล่มจมล้มครืนลงทันที 
    บางกลุ่มบ้าคลั่งกับการตามเช็กบิลผลงานรัฐบาลเก่า 
    ไม่เอา ม.๔๔ 
    ทั้งๆ ที่ ม.๔๔ ให้คุณประโยชน์แก่ประเทศในหลายเรื่องที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งในอดีตทำไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ หรือไม่ทำ ไม่สนใจจะทำ
    ไล่บี้เพียงเพราะ "มาจากรัฐประหาร" 
    แต่กับรัฐบาลโคตรโกงในอดีต "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" กลับไม่สนใจ จะทวงอะไรคืนประชาชน  
    ทั้งๆ ที่คนในรัฐบาลโกงทั้งโคตร ถูกศาลสั่งติดคุกเพราะคอร์รัปชันกันระนาว 
    หรือเป็นเพราะพวกตัวเองโกงจึงไม่อยากพูดถึง 
    ชี้หน้าด่าคนอื่นทุจริตดูเท่กว่า!
    ยังมีบางคนบางพรรค อยู่ร่วมรัฐบาลก็กลับจ้องแต่จะแทงข้างหลังกัน 
    ดีเข้าตัวชั่วโยนใส่คนอื่น
    ส่งทหารเลวหน้าค่ายสร้างความปั่นป่วนตีกินไปเรื่อย ตามนิสัยเดิมจนเคยตัว
    สร้างเงื่อนไขกันไปเถอะ เพราะอีกไม่นานก็กลับไปสู่จุดเดิม 
    "การเมือง" ก็คือปัญหาใหญ่ของประเทศ 
    มองไม่เห็นจริงๆ ว่าจะ "ปฏิรูปการเมือง" กันได้อย่างไร 
    ถามหน่อย มี ส.ส.เต็มคนในสภาผู้แทนราษฎรอยู่กี่เปอร์เซ็นต์
    เทียบกับสภาชุดก่อนๆ ที่เต็มไปด้วยปัญหา สภาชุดนี้ยังแย่กว่า 
    เอาอะไรล่ะ? 
    จะให้กะเทยบวชก็เห็นแล้ว 
    แต่กะเทยไม่ต้องเกณฑ์ทหาร
    ชังชาติไทย ชื่นชมฝรั่งเศส 
    อ้างเสรีภาพ ประชาธิปไตย แต่ยอมให้คนโกงจูงจมูก
    ฟัดกันจนพรรคแตก แล้วด่าไล่หลังเป็นพวกทรยศ
    ของใหม่มา ของเก่าก็ยังอยู่ 
    สงสัย....ปฏิรูปการเมืองอาจไม่พอเสียแล้วกระมัง.
    

สภาละครสัตว์


    
 

 

    เห็นการทำงานของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แล้ว ทำให้นึกถึงการปฏิรูปการเมือง
    ก่อนสภาจะกลายเป็นโรงละครสัตว์ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ควรนิ่งดูดายปล่อยให้ ส.ส.น้อยใหญ่ต่อยมวยวัด ซัดกันนัวเนีย
    ใช้นิสัยตลาดล่างในสภาอันทรงเกียรติ
    พอเข้าอีหรอบเดิม ก็เอาแต่โทษคนอื่นว่าทำลายประชาธิปไตย 
    การเมืองวันนี้ ไม่เฉียดคำว่า "ปฏิรูป" เลย
    กลับมีแนวโน้มว่าจะหนักกว่าเก่าด้วยซ้ำ
    สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งกันรายวัน 
    บางพวกเอาแต่แผ่นเสียงตกร่อง กระเหี้ยนกระหือรือ จะล้างรัฐธรรมนูญ เขียนฉบับใหม่ขึ้นมากันท่าเดียว 
    ราวกับว่าขืนใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกต่อไป ประเทศไทยจะล่มจมล้มครืนลงทันที 
    บางกลุ่มบ้าคลั่งกับการตามเช็กบิลผลงานรัฐบาลเก่า 
    ไม่เอา ม.๔๔ 
    ทั้งๆ ที่ ม.๔๔ ให้คุณประโยชน์แก่ประเทศในหลายเรื่องที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งในอดีตทำไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ หรือไม่ทำ ไม่สนใจจะทำ
    ไล่บี้เพียงเพราะ "มาจากรัฐประหาร" 
    แต่กับรัฐบาลโคตรโกงในอดีต "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" กลับไม่สนใจ จะทวงอะไรคืนประชาชน  
    ทั้งๆ ที่คนในรัฐบาลโกงทั้งโคตร ถูกศาลสั่งติดคุกเพราะคอร์รัปชันกันระนาว 
    หรือเป็นเพราะพวกตัวเองโกงจึงไม่อยากพูดถึง 
    ชี้หน้าด่าคนอื่นทุจริตดูเท่กว่า!
    ยังมีบางคนบางพรรค อยู่ร่วมรัฐบาลก็กลับจ้องแต่จะแทงข้างหลังกัน 
    ดีเข้าตัวชั่วโยนใส่คนอื่น
    ส่งทหารเลวหน้าค่ายสร้างความปั่นป่วนตีกินไปเรื่อย ตามนิสัยเดิมจนเคยตัว
    สร้างเงื่อนไขกันไปเถอะ เพราะอีกไม่นานก็กลับไปสู่จุดเดิม 
    "การเมือง" ก็คือปัญหาใหญ่ของประเทศ 
    มองไม่เห็นจริงๆ ว่าจะ "ปฏิรูปการเมือง" กันได้อย่างไร 
    ถามหน่อย มี ส.ส.เต็มคนในสภาผู้แทนราษฎรอยู่กี่เปอร์เซ็นต์
    เทียบกับสภาชุดก่อนๆ ที่เต็มไปด้วยปัญหา สภาชุดนี้ยังแย่กว่า 
    เอาอะไรล่ะ? 
    จะให้กะเทยบวชก็เห็นแล้ว 
    แต่กะเทยไม่ต้องเกณฑ์ทหาร
    ชังชาติไทย ชื่นชมฝรั่งเศส 
    อ้างเสรีภาพ ประชาธิปไตย แต่ยอมให้คนโกงจูงจมูก
    ฟัดกันจนพรรคแตก แล้วด่าไล่หลังเป็นพวกทรยศ
    ของใหม่มา ของเก่าก็ยังอยู่ 
    สงสัย....ปฏิรูปการเมืองอาจไม่พอเสียแล้วกระมัง.

ผักกาดหอม

ไม่มีทหารเราจะอยู่อย่างไรในโลกใบนี้!'บิ๊กตู่'อบรมชุดใหญ่ส้มหวานรณรงค์เลิกเกณฑ์ทหาร

    
 

28 พ.ย. 62 - ที่กระทรวงกลาโหม  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่เสนอ พ.ร.บ. รับราชการทหารฯ ให้ใช้ระบบการสมัครใจแทนการเกณฑ์ทหารว่า อยากให้มองว่าทุกคนต้องมีจิตสำนึกในการเกณฑ์ทหาร ถ้าเสนอมาแบบนี้แล้วจะตอบได้อย่างไรว่าการมีส่วนร่วม และความมั่นคงของประเทศอยู่ตรงไหน เพราะเป็นหน้าที่ของชายไทยทุกคน และไม่ใช่ชายไทยทุกคนต้องมาเป็น เพียงแค่ขึ้นทะเบียนทหารกองเกินไว้ แต่ละคนยังมีทางเลือกอีก ถ้าทุกคนจบการศึกษา จบหลักสูตรนักศึกษาวิชาการ ( นศท.) ก็ไม่ต้องเกณฑ์ ในขณะเดียวกันก็สามารถเข้ามาเป็นนายทหารได้ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ในปัจจุบันกองทัพมียอดความต้องการทหารทั้งหมด 1 แสนกว่านาย และประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ที่สมัครเข้ามาเป็นอยู่แล้ว ที่เหลือจึงใช้การเกณฑ์ทหาร จับใบดำ-ใบแดง เป็นทางเลือกที่มีอยู่หลายทางเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้คือการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ทุกคนมีสิทธิ์ในการตัดสินตัวเอง ขอให้ทุกคนได้ร่วมมือกัน ถ้ายกเลิกไปแล้วอันตรายจะเกิดขึ้น เพราะใครจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ การป้องกันประเทศไม่ได้มีแค่พลทหาร แต่มีนายทหาร นายสิบ เป็นผู้มีบทบาทนำในการปฏิบัติการสู้รบ จำเป็นต้องมีลูกชุด ลูกหมู่ ลูกหมวด ถ้ามีแต่เฉพาะนายทหาร นายสิบ จะทำอะไรสำเร็จได้บ้าง ก็ต้องมีลูกมือ มีแรงงานสำคัญที่ต้องผสมผสานกันในเรื่องของการฝึก การสู้รบ

"ดังนั้นต้องใช้เวลาในการฝึกอบรม สร้างความมั่นใจเป็นเดือนๆ เป็นปีๆ ในการออกไปปฏิบัติหน้าที่แล้วให้เขาปลอดภัย นั่นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่า หรือในกรณีที่ต้องใช้วิธีการจ้างทั้งหมด ก็ต้องใช้เงินจำนวนมากเท่าไหร่ เราพร้อมหรือยังที่จะมีเงินงบประมาณขนาดนั้น ต่างจากประเทศสหรัฐฯ ที่มีงบประมาณในการตอบแทนเงินเดือน และ สวัสดิการมากพอ สำหรับประเทศไทยมีหลายกองกำลัง มีทหารนอนอยู่ที่ชายแดนเป็นหมื่นนายในแต่ละวัน ถามว่าถ้าพลทหารมีน้อยจะได้หรือไม่ ซึ่งพลทหารเมื่อทำหน้าที่แล้วอยากจะรับราชการเขาก็สมัครเป็นนายสิบต่อไปได้ ในปัจจุบันก็มีอยู่แล้ว พอเป็นนายสิบ ก็ขยับขึ้นเป็นนายทหาร เป็นพันโท พันเอก อยู่แล้ว"

นายกฯ กล่าวว่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาต่อสู้กันในขณะนี้ เป็นการรณรงค์ในสิ่งที่ผิด ตนถามประเทศรอบบ้านเรา เขาก็มีอยู่ทุกประเทศ ถ้าวันหน้ามีน้ำท่วม ภัยพิบัติ จะใช้กำลังพลจากไหน กองทัพมีคนที่มีระเบียบวินัย มียานพาหนะพร้อม อยู่ในค่าย เมื่อเกิดภัยพิบัติ ก็พร้อมออกไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ต้องคิดในมุมกว้างๆแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็ไปไม่ได้ทั้งหมด อะไรที่มีอยู่แล้วก็ทำให้มันดีต่อไป ไม่ใช่ยกเลิกทั้งหมด แล้วไปทำใหม่ทั้งหมด มันทำไม่ได้ทุกอย่าง ซึ่งเราก็แก้ปัญหามานานแล้ว ระบบนี้ก็สร้างมานานแล้ว ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เราเข้มแข็งมาโดยตลอด แล้วเราจะไปลดความเข้มแข็งของเราได้อย่างไร เมื่อความมั่นคงคือพื้นฐานของเศรษฐกิจ ความมีเสถียรภาพ ความมั่นคงของประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การมาบอกว่าไม่มีการสู้นั้น ก็ใช่ แต่ก็มีการกระทบกระทั่งกันอยู่ ทั้งทางเรือ บก อากาศ ปัญหาในทะเลจีนใต้ก็ยังมีอยู่ วันนี้ก็มียุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิคเข้ามาอีก ประเทศมหาอำนาจ ก็จะเข้ามา เราต้องสร้างสมดุลไว้ให้ได้ ดังนั้นเราต้องมีกำลังพลที่เข้มแข็ง มีการหารือในระดับของอาเซียน ในระดับ รมต.กลาโหม ถ้าเราไม่มีความพร้อมเหล่านี้ การฝึกร่วมทางทหารก็เข้าร่วมกับเขาไม่ได้ แล้วเราจะอยู่อย่างไรในโลกใบนี้ ตนฝากไว้ด้วยกับคนที่คิดเรื่องเหล่านี้ ว่าจะทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหานี้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การณรงค์เรื่องนี้ถือว่ากระทบความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่ามาถามเลย เท่าที่ตนพูดทั้งหมด ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่ากระทบหรือไม่ ความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศสำคัญที่สุด สำคัญกว่าอย่างอื่นด้วยซ้ำไป ถ้าตรงนี้ไม่สงบ บ้านเมืองตีกันไป ตีกันมา วุ่นวายทั้งการเมือง ความมั่นคงก็กระทบไปหมด แล้วใครอยากจะมาคบค้าสมาคมกับเรา ทั้งที่เรามีโอกาส ศักยภาพมากมาย เราไม่ร่วมมือกัน ทำอะไรก็ตำหนิไปหมด ถามว่าสิ่งที่ท่านตำหนิอยู่นั้นท่านเคยทำมาหรือไม่ ซึ่งท่านก็เคยทำมา รัฐบาลนี้ก็ได้ทำสิ่งใหม่ๆ เหมือนกัน เช่นการสร้างความเข้มแข็ง การนำคนมาฝึก มาเรียนรู้ออนไลน์ก็ทำหมด เรื่องพัฒนาแรงงานก็มี.

 
 

 

 

 

 .........................................................
 
 

งานนี้ไม่ธรรมดา!'แก้วสรร'ขยับเองนำผู้เสียหายร้องอัยการสั่งฟ้อง'อนันต์'คดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯ


    
 

28 พ.ย.62 - ที่ห้องประชุม 303 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ชมรมคุ้มครองสิทธิสมาชิกเจ้าหนี้รายย่อยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งประกอบด้วยผู้เสียหายคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯ นำโดยนายธรรมนูญ อัตโชติ ผู้รับมอบอำนาจแทนผู้เสียหาย กับนายแก้วสรร อติโพธิ ที่ปรึกษากฎหมายชมรมฯ เข้ายื่นหนังสือขอให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้องนายอนันต์ อัศวโภคิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ผู้สนับสนุนวัดพระธรรมกาย ในคดีฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่นฯ และขอให้คณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) พิจารณาตรวจสอบการสั่งคดี  โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง 

นายแก้วสรร กล่าวว่า คดีนี้พบการส่งเงิน 321 ล้านบาท เข้ามูลนิธิวัดพระธรรมกาย เป็นเงินจากบัญชีนายอนันต์ที่อ้างว่าขายที่ดินได้ 1 แปลง จึงแบ่งมาถวายทำบุญ แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวนพบว่าที่ดินแปลงนี้แท้จริงเป็นของโจร ที่นายศุภชัยใช้เงินที่ยักยอกจากสหกรณ์ 321 ล้านบาท มาซื้อบริษัทเอ็มโฮม เพื่อจะนำที่ดินของบริษัท 3 แปลงไปขายค้ากำไร แต่เพื่อซ่อนเร้นของโจรก็ต้องฟอกชื่อเอ็มโฮมไม่ให้ปรากฏ จึงทำสัญญาจอมปลอมให้เอ็มโฮมขายที่ดินให้นายอนันต์ก่อน โดยไม่มีการชำระเงินค่าที่ดินกันจริงๆ แล้วจากนั้นจึงใช้ชื่อนายอนันต์ขายที่จริงๆ อีกครั้งหนึ่ง จนได้เงินมา 421 ล้านบาท แล้วใช้ชื่อนายอนันต์แบ่งถวายให้วัด 301 ล้านบาทในที่สุด

 นายแก้วสรร กล่าวต่อไปว่า ดีเอสไอสรุปสำนวนว่าเป็นการฟอกเงิน 3 ครั้ง กลายเป็นเงินถวายวัดทำบุญ แต่อัยการกลับสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าหลักฐานการกระทำของนายอนันต์ไม่เพียงพอให้ฟังได้ว่าร่วมฟอกเงินกับนายศุภชัย ผู้เสียหายเห็นว่าแม้ความจริงอาจจะตกลงกันให้นายอนันต์ทำเพียงเซ็นใบมอบฉันทะซื้อขายที่ดินและใบฝากถอนเงินธนาคาร ก็ถือเป็นการสมคบแบ่งงานกันทำได้ ส่วนคดีแพ่งที่ยุติไป เพราะนายศุภชัยขายที่ดินเอ็มโฮมแปลงหนึ่ง แล้วนำเงินมาชำระคืนผู้เสียหายครบ 321 ล้านบาท ทำให้อัยการเห็นว่าผู้เสียหายหายได้เงินครบจากการขายที่ดินแล้ว ที่ดินที่เหลือจึงเป็นกรรมสิทธิ์โดยแท้ของเอ็มโฮม ไม่ใช่ของโจรอีกต่อไป

 ทั้งนี้ นายแก้วสรร ยังเรียกร้องให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ในฐานะอดีตอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มอบอำนาจให้แก่รองอัยการสูงสุดในการสั่งสำนวนคดีนี้แทน โดยเขามองว่านายวงศ์สกุลในฐานะอดีตอธิบดีฯ อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้คำปรึกษาแนะนำแก่อัยการผู้รับผิดชอบสำนวนมาก่อน ถ้าขณะนั้นเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ปัจจุบันเป็นอัยการสูงสุดก็ต้องสั่งไม่ฟ้องอีก และตั้งข้อสงสัยประเด็นเหตุผลสั่งไม่ฟ้องที่ว่าคืนเงินไปแล้วที่ดินที่เหลือจึงไม่ใช่ของโจร มีในสำนวนดีเอสไอมาตั้งแต่แรก เมื่ออัยการรับสำนวนแล้วก็สั่งไม่ฟ้องได้เลย แต่กลับมีการสั่งสอบเพิ่มเติม ทำให้คลางแคลงใจว่าวางแผนดึงรอจังหวะกันหรือไม่ และระบุว่า ที่มาร้องวันนี้ก็ได้ประหน้าซองยื่นหนังสือถึง ก.อ. เพื่อให้ตรวจสอบ ซึ่งตนก็ทราบว่าอำนาจในการสั่งคดีชี้ขาดขั้นสุดท้ายเป็นของอัยการสูงสุด แต่เราก็ต้องการให้ตรวจสอบ

ด้านนายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 สั่งไม่ฟ้องตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน แต่กระบวนการสั่งสำนวนยังไม่จบ ขณะนี้เสนอไปยังอธิบดีดีเอสไอพิจารณา ยังไม่ถึงที่สุด จะถึงที่สุดเมื่ออธิบดีดีเอสไอเห็นพ้องด้วย แต่ถ้าดีเอสไอเห็นแย้ง จะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาเป็นคนสุดท้าย ส่วนที่อัยการคณะทำงานสั่งไม่ฟ้องนั้น คณะทำงานรายงานว่าศาลแพ่งพิพากษาตามยอมให้คืนเงิน นายอนันต์ถือที่ดินหลังจากศาลแพ่งพิพากษาตามยอม จึงไม่มีจุดเชื่อมโยงนายอนันต์ ประเด็นที่ดีเอสไอเห็นไม่ตรงกับทางอัยการคณะทำงาน เป็นเรื่องดีเอสไอจะแย้งอยู่แล้ว

 ส่วนประเด็นคนสั่งสำนวนนั้น นายประยุทธ ชี้แจงว่า คนสั่งสำนวนคดีนี้คือนายธนวรรษ ว่องไวทวีวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ไม่ใช่นายวงศ์สกุล โดยหลักการทำงานอยู่บนสำนวน มีกฎหมายรองรับ มีหน่วยงานตรวจสอบ ออกแบบให้ถ่วงดุลตรวจสอบอยู่แล้ว อย่าเอาความรู้สึกมาประกอบ ทางดีเอสไอก็มีอิสระในการพิจารณา ตนไม่รู้ข้อเท็จจริงในสำนวน ทั้งหมดเป็นประเด็นที่ต้องรับฟัง ตนไม่สามารถสรุปได้.

 

 
 
 

 

 

 

 
 ............................................................
 
 
 

28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

ปาหี่!แบน3สารพิษ กลับมติยืดเวลาอีก6เดือนภูมิใจไทยพาเหรดจวกยับ

มติ "คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่" ยกเลิกแบนสารไกลโฟเซต แค่จำกัดการใช้ พร้อมขยายเวลายกเลิกสารพาราควอต-คลอร์ไพริฟอสไปอีก 6 เดือน เริ่ม 1 มิ.ย.63 อ้างข้อมูลการไกลโฟเซตยังไม่พบส่งผลเสียต่อสุขภาพ แฉ "กรมวิชาการเกษตร" ทำหนังสือขยายเวลาแบนไม่ผ่าน รมช.เกษตรฯ "อนุทิน" ผิดหวังแต่ไม่เสียหน้า ยันไม่ใช่เกมการเมือง แค่จุดยืนทำงานต่างกัน "มนัญญา" ขอคืนกรมวิชาการเกษตรแลกกรมชลฯ บอกคุมไม่ได้แล้ว "ชาดา" ปลุก ปชช.จุดเทียนหน้าบ้านไม่เอาสารพิษ-รมต.หนุนสารพิษ


สภาเดือด!วอล์กเอาต์/ชวนกรีดไม่ใช่โรงเหล้า

งามหน้าสภาล่ม! ฝ่ายค้านชนะโหวตตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจาก ม.44 วิปรัฐบาลแก้เกมขอนับใหม่ทำให้ประท้วงกันวุ่น "ชวน" กรีด "สภาไม่ใช่โรงเหล้าเถื่อน" หลังพักการประชุมก็ยังวุ่น ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์เสนอนับองค์ประชุม พิลึกเหลือเพียง 92 เสียงจนต้องปิดการประชุม ฮือฮา! 6 ส.ส.ปชป.ลงคะแนนให้ฝ่ายค้าน "บิ๊กป้อม" หลุดปากประธาน กมธ.แก้ รธน.ชื่อ "ไพบูลย์" ด้าน "จุรินทร์" แจงเหตุไม่ส่งชื่อ "อภิสิทธิ์" นั่ง กมธ. หวั่นไม่ได้รับเลือก พท. โวยส่ง "ไพบูลย์" มาป่วนไม่ให้แก้ รธน.สำเร็จ


‘เสรี-เอ๋’กมธ.คาเฟ่ซัดกันนัว

กมธ.ปราบโกงป่วนอีก! ก่อนมีมติ 7 ต่อ 2 อุ้ม "เสรีพิศุทธ์" นั่งประธานต่อ "สิระ" ไม่ยอมแพ้ จ่อฟ้อง "ชวน" ร้อง ป.ป.ช.ฟันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ "บิ๊กป้อม" ปัดรัฐช่วย "ปารีณา" ปมที่ดิน โวยอยู่ดีๆ เอาคนไปติดคุกได้อย่างไร "ศรีสุวรรณ" ยื่น ป.ป.ช.สอบ 3 ส.ส.รัฐบาล ถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5


ลอบวางบึ้มรางรถไฟใต้ โชคดีหยุดทันไร้‘คนเจ็บ’

หวิดเกิดโศกนาฏกรรมม้าเหล็ก! โจรใต้ลอบวางระเบิดถังแก๊สขนาด 25 กก. ทำรางรถไฟขนาด 100 ปอนด์ขาดที่สุไหงปาดี โชคดีชาวบ้านแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก่อนจึงหยุดรถไว้ทัน แต่อัมพาตไป 14 ขบวน เร่งซ่อมด่วนกลับมาเดินรถอีกครั้ง


‘บิ๊กตู่’คุยประชุม‘เกาหลี’ ยกระดับสัมพันธ์อาเซียน

“ประยุทธ์” ถึงไทยแล้ว หลังเข้าร่วมประชุมแดนกิมจิ 4 วัน ทิ้งทวนวันสุดท้ายถกผู้นำเกาหลี-ผู้นำลุ่มน้ำโขง ก่อนคลอดปฏิญญาแม่น้ำโขง-แม่น้ำฮัน ชี้เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นสู่ระดับสูงสุด

 .............................................................

 

 

 

 

 

 
 .................................................................
 
28 พฤศจิกายน 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน