*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3889
  • จำนวนผู้ชม : 2464769
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 426 , 12:50:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ส.ส.อยากดังหรือเปล่า ที่เอะอะอะไรก็ 'เดินออก walk out' ล้มการประชุมเสียดื้อ เพราะมันเป็นการกระทำที่ไม่ตอบโจทย์ มีแต่

เสียเวลาร่ำเวลาไปเปล่าๆ ประเด็นนี้ ประธานฯชวนต้องเตือน

 

สภา "ปลาน้ำลึก-ปลาน้ำตื้น"

    
 

       ประชาธิปไตย.....

 

                มันก็ "แบรนด์เนม" ของนอก เหมือนสินค้ายี่ห้อฮิต อย่าง ตะเข้ ตะกวด ที่เห่อกัน

                แพงเท่าไหร่ ก็ต้องซื้อมาติดตัว-ติดระบบรัฐสภาไทยไว้

                เพราะ.........

                มันเป็น "ของที่ต้องมี" ไม่งั้นฝรั่งไม่คบ!

                ฉะนั้น ไม่ต้องไปตกอก-ตกใจกับเรื่อง "สภาล่ม" สองวันซ้อน ว่าพรรคร่วมรัฐบาลแทงข้างหน้า-ข้างหลังกันเอง

                มันเป็น "แท็กติก" การเมืองทั่วไปของสภาน่ะ

                กับ "บางเรื่อง-บางญัตติ" ที่ซ่อนแง่-ซ่อนคม ลักษณะ "ไก่เห็นตีนงู-งูเห็นนมไก่" ที่ต่างฝ่ายต่างแย่งชิงการได้เปรียบ-เสียเปรียบกันทางเชิงกล

                มัน "รู้เชิง-รู้เกม" กันอยู่ในที.........

                ในเมื่อพูดไม่ได้ ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องงัด "วิชาเทพ-วิชามาร" มาเล่นกัน เพื่อชิงชั้น-เอาเชิง

                ผลก็อย่างที่เห็น คือ "ล่มแล้ว-ล่มอีก"........

                เหตุจากพรรคอนาคตใหม่ "ฝ่ายค้าน" เสนอญัตติ ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบ, การกระทำ, ประกาศ, คำสั่ง คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา ๔๔

                พรรคประชาธิปัตย์ "ฝ่ายรัฐบาล" ก็เสนอญัตติทำนองเดียวกันเข้าประกบ

                แต่อ้างขยายขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมไปถึงคำสั่งคณะปฏิวัติอื่นๆ ด้วยทั้งหมด ไม่เพียงคำสั่ง คสช.

                แล้วที่ประชุมสภาก็โหวตว่า จะให้ตั้งหรือไม่ให้ตั้ง

                ผลออกมา ปรากฏว่า......

                ฝ่ายค้านเห็นชอบให้ตั้งมี ๒๓๖ เสียง ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นชอบมี ๒๓๑ เสียง งดออกเสียง ๒ เสียง

                สรุป ฝ่ายค้านชนะ ฝ่ายรัฐบาลแพ้!

                ที่แพ้ เพราะมี ส.ส.ประชาธิปัตย์ ๖ คน ไปยกมือให้กับฝ่ายค้าน

                อ้างว่า พรรคเขาเสนอญัตติฯ ด้วย เป็นเหตุที่ต้องยกมือสนับสนุน!?

                เนี่ย...

                ฝ่ายรัฐบาลเมื่อแพ้ ๔ เสียง ก็ขอนับคะแนนใหม่ ก็ทำได้ตามระเบียบที่ว่า เมื่อแพ้-ชนะห่างกันไม่เกิน ๒๕ เสียง ขอนับใหม่ได้

                ฝ่ายค้านไม่ยอม เดินออกจากที่ประชุม ทำให้สภา (๒๗ พ.ย.) ไม่ครบองค์ประชุม ประธานสภา "ชวน หลีกภัย" ต้องสั่งเลื่อนการประชุมออกไป

                มาเช้าวาน (๒๘ พ.ย.) เอากันต่อ ปรากฏว่า "ล่มอีก" เพราะองค์ประชุมไม่ครบ

                ฝ่ายค้านนั้นมา......

                แต่ส่วนหนึ่งไม่เข้าห้องประชุม ส่วนหนึ่งเข้าประชุม แต่ไม่กดบัตรแสดงตนว่ามาประชุม!

                ก็เป็นว่า การตั้ง กมธ.ศึกษาหรือซักฟอกคำสั่ง คสช.ตามต้องการของปิยบุตร "อนาคตใหม่" ยัง "ครึ่งบก-ครึ่งน้ำ"

                เฉพาะกรณี "สภาล่ม"

                ถ้าต้องการด่า.....

                ต้องด่า "ซีกรัฐบาล" ไปด่า "ซีกค้าน" ไม่ได้!

                เพราะตามหลักการ ฝ่ายรัฐบาลเป็น "เสียงข้างมาก" ของ ส.ส. ๕๐๐ ในสภา

                การประชุมสภาแต่ละครั้ง เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล ต้องมาทำให้สภา "ครบองค์ประชุม" ทุกครั้ง

                พูดง่ายๆ ส.ส.ต้องมาให้มากกว่า ๒๕๐ คนขึ้นไป!

                ส่วนฝ่ายค้าน เสียงเขาน้อยกว่าอยู่แล้ว ไม่มาประชุมหรือมาน้อย ไปโทษว่าเขาเป็นเหตุให้สภาไม่ครบองค์ประชุมไม่ได้

                จะด่าได้ ก็แต่ในประเด็น เป็น "ตัวแทนประชาชน" แล้วไม่ทำหน้าที่ เงินเดือนเอา แต่งานไม่ทำ ระยำ..ระยำ ประมาณนั้น

                ทีนี้ มาดูที่ "ฝ่ายรัฐบาล" ทำสภาล่ม ฝ่ายค้านกระโดดขึ้นหลังคา แล้วตีปีกปั๊บๆ โก่งคอขัน อวดชัยชยะ

                ถามว่า.......

                จริงๆ แล้ว การชิงไหว-ชิงพริบกันในเกมนี้ "ใครชนะ?"

                ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอนาคตใหม่ บอก เขาชนะ

                แต่ฝ่ายรัฐบาล แยกเป็น ๒ ส่วน

                ในซีกพลังประชารัฐ ซึ่งไม่ประสงค์ให้ตั้ง กมธ. เพราะรู้เกมฝ่ายค้าน ที่จะอาศัยคำว่าศึกษา หวังใช้ย้อนเกล็ดกะซวกนายกฯ ประยุทธ์

                ดังนั้น แพ้โหวตครั้งนี้ เป็น "แพ้ในชนะ" กลายๆ!

                ส่วนรัฐบาลในซีกประชาธิปัตย์......

                เหมือนเจตนาดี ที่เสนอญัตติประกบ การให้ศึกษากว้างไปกว่าคำสั่ง คสช.ประหนึ่งว่า ช่วยกันทางให้นายกฯ

                แต่นั่นแหละ เขี้ยว ก็คือ เขี้ยว

                มันเป็นเจตนาดีที่หวังสางแค้น-สะใจอยู่ในซอกแคบอกอาศัยลูกชุลมุนช่วยเขี่ยบอลเข้าประตูรัฐบาล

                แล้วอ้าง "หลักการประชาธิปัตย์"....

                ก็ทำไงได้ล่ะครับ ในเมื่อเป็นญัตติของพรรค เสนอแล้วก็ต้องโหวตสนับสนุน

                เมื่อโหวตพร้อมกัน ก็ไม่ได้ยกมือให้ญัตติฝ่ายค้าน ยกให้พรรคตัวเองตะหาก ก็ไปนับรวมกับของฝ่ายค้านไปเอง ทำนองนั้น!

                สรุปแล้ว.......

                วิน-วิน-วิน ด้วยกันทั้งหมด ทั้งฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล มีแต่ปิยบุตร-อนาคตใหม่ เท่านั้น ที่ยังเป็นปลาบ่อในหมู่ปลาทะเล

                ลากไป-ลากมา....ล่มไป-ล่มมา ผลคือ

                ญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษารัฐธรรมนูญ ก็ดี

                ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็ดี

                ในเมื่อ "ญัตติล่ม" ยังคาอยู่.......

                ฝ่ายค้านที่คอยคิว ก็คอยแข็งรอคิวแหง็กอยู่นั่น และทำท่าต้องรอไปข้ามปีจนได้!

                พวกเรา "คนดู" ไม่ต้องหวั่นวิตกว่า "รัฐบาลจะล่ม" หรอก

                ล่ม ก็ลุก "ตั้งใหม่" ได้

                ฝ่ายที่หวั่น ไม่ใช่พลังประชารัฐ หากแต่เป็นพรรคร่วม โดยเฉพาะประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย นั่นแหละ

                ที่ผายลมดมเอง ว่าสองพรรคไปจับมือเพื่อไทย-อนาคตใหม่เป็นเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลแทนรัฐบาลประยุทธ์นั้น

                ถ้ายังหลงกลิ่นตดตัวเอง...ก็เชิญ!

                นั่นคือ ปากเก่ง-ถนัดเกมกันไปอย่างนั้น ลึกในใจ ไม่มีใครอยากทิ้งชามข้าวที่คาปากหรอก

                รอเมื่อ "งบประมาณแผ่นดิน" ผ่านสภาวาระแรกไปแล้ว ถ้าพรรคร่วมยังเล่นบอลเป็นทีมไม่เป็น

                นายกฯ หมั่นไส้ "ยุบสภา" ขึ้นมาละก็

                ตานี้แหละ..........

                จะได้ซึ้งกันซะที ว่าจากบทเรียนประชาธิปไตย เลือกมามีแต่สถุล..ถ่อย

                เลือกใหม่ครั้งนี้ ประชาชนจะเลือกตัวแทนของเขาแบบไหน ประเภทไหน ให้เข้าสภา?

                ประชาธิปไตย เป็นเรื่องรถไฟหวานเย็น ต้องจอดสถานีรายทางทุกสถานี อย่างที่นายกฯ ชาติชายเคยพูด

                จะโทษใครฝ่ายเดียวไม่ได้ ทั้ง ส.ส. ทั้งรัฐสภา ทั้งรัฐบาล ในระบอบประชาธิปไตย

                พวกเราในนามประชาชนผู้หย่อนบัตรนี่แหละ เป็นผู้เลือกพวกเขาเข้าไปเองกับมือกับตีน

                ฉะนั้น ถ้าจะโทษ ต้องโทษตัวเองด้วย!

                ทางแก้ไขมีทางเดียว คือแก้ไขตัวเอง "ตอนเลือกตั้ง"

                ถ้าประชาชน "ไม่แก้ไข"....

                เมื่อทางประชาธิปไตยมันฉุดลากประเทศลงห้วย-ลงเหว มันก็จำเป็นที่กองทัพต้องโดดเข้ามาดึงลากประเทศให้พ้นจากจมซากประชาธิปไตย

                แล้วก็จะด่าทหารกันอีก วนเวียนเป็นงูงับหางจนขย้อนตัวเองเกือบถึงหัวตัวเองอยู่รอมมะร่อ

                ในยุคสงครามการค้าสู่การเพาะเชื้อสงครามโลก ที่จะเข้ามาใช้ภูมิภาคนี้เป็นสมรภูมิฉะกัน

                แบรนด์ "ประชาธิปไตย" ถ้าจะรักษาตลาด ต้องดิสรัปต์เหมือนกัน

                คือต้องปรับจากประชาธิปไตยยุโรปจ๋า เป็นแบบ "ประชาธิปไตยสหรัฐ" ถึงจะไปรอด-อยู่รอด

                คือ ทำอย่างไรก็ได้........

                "ให้ประชาชนและประเทศชาติตัวเองรอดก่อน" นั่นคือ "ประชาธิปไตยดิสรัปต์" สู่ศตวรรษที่ ๒๑

                พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ ๒๒ พ.ค.๕๗ มาจนถึงวันนี้ ๒๙ พ.ย.๖๒

                เมื่อวานนี้แหละ ประกายนายกฯ ประชาธิปไตยดิสรัปต์เจิดจ้า

                ต้องขอบันทึก ทัศนคติ ความคิด คำพูด ผู้นำดิสรัปต์ไว้ตรงนี้เลย สะท้อนจากเหตุการณ์ "พรรคร่วมรัฐบาล" แพ้โหวต

                "เป็นเรื่องธรรมดา ผมติดตามดูแล้ว เพราะ "พรรคร่วมรัฐบาล" หลายคน ติดราชการต่างประเทศ

                บางคนไปต่างประเทศกับผม กลับมาไม่ทัน

                เรื่องกฎหมายก็ว่ากันไป เป็นระบบของสภา “ไม่ใช่เรื่องของความไม่มั่นคงของรัฐบาล" ผมยังเชื่อมั่นในความมั่นคงอยู่

                “ผมถือว่าผมเป็นทหารเก่า ผมถือว่าสัญญาลูกผู้ชาย สุภาพบุรุษ สำคัญที่สุด

                การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล..........

                ก็ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริงๆ รัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง จะไปมองเรื่องนี้เรื่องเดียว ไม่ใช่ต่อสู้กันทางการเมืองอย่างเดียวเลย

                จะมองไปในเรื่องการเลือกตั้งในอนาคต แต่มันยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที

                แต่วันนี้บ้านเมืองกำลังมีปัญหาความมั่นคง และมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งสงครามการค้า แล้วเราไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เลยหรือ

                โจมตีกันไปมา ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับใครทั้งสิ้น แม้แต่กับพรรคการเมืองของตัวเอง ประชาชนเรียนรู้และตัดสินใจได้เองในวันหน้า เมื่อมีการเลือกตั้ง

                การทำงาน อย่ามองว่ารัฐบาลสอนให้คนขี้เกียจ เรามองคนที่เขาไม่มี เขาจะทำยังไง

                มีอะไร ก็เสนอมา การโจมตีไปมา ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ประชาชนจะได้เห็นว่าสภาของเรา ส.ส.ของเรา ทำงานให้ประชาชน”

                ผมให้ ๑๐๐ คะแนนเต็มครับ!. 

 

ชวนชี้ประชุมสภาฯล่ม 2 วันซ้อนทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน

     

 

28 พ.ย.62 - ที่รัฐสภา เกียกกาย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่องค์ประชุมสภาฯล่มเป็นครั้งที่ 2 ว่า ตนไม่มีอะไรจะพูด นอกจากเป็นเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลทำให้สภาเสียหายหรือไม่ คิดว่าเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะสภาต้องร่วมกันทำงาน ส่วนการลงมติใหม่นั้น ตนก็บอกแล้วว่า ข้อบังคับการประชุมเป็นอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติ ตนก็ทำผิด ซึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก็พูดว่า ตนทำถูกต้อง เพราะไม่มีวิธีอื่น เพราะการลงคะแนนใหม่ทำได้วิธีเดียว ตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 83(2) ให้ขานชื่อ ซึ่งกรณีดังกล่าวในอดีตเคยเกิดขึ้นบ้างแต่ในสภาสมัยนี้ ไม่เคยเกิดขึ้น ถือเป็นครั้งแรก 

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า รัฐบาลใช้ยกข้อบังคับการประชุมมาเป็นแทคติกทางการเมืองหรือไม่ ตนคิดว่า ฝ่ายรัฐบาลคงไม่เห็นด้วยกับผลการลงมติ จึงขอให้ลงใหม่ คงไม่ใช่แทคติดทางการเมืองอะไร แต่เป็นไปตามข้อบังคับ เหมือนกับรัฐมนตรีที่ไม่ตอบกระทู้ ซึ่งก็มีทุกสมัยเหมือนกัน หากในอนาคตมีสมาชิกขอให้ใช้ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 ในการลงคะแนนใหม่เรื่อยๆก็ถือเป็นความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย เพราะต่อไปฝ่ายค้านก็มีสิทธินับคะแนนใหม่ได้ และประธานก็ไม่มีสิทธิที่จะหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตาม หากเห็นว่า ข้อบังคับมีปัญหา มีวิธีเลืกออื่นหรือไม่ นอกจากการขานชื่อ ทุกฝ่ายก็ต้องคุยกัน

เมื่อถามว่า หากในอนาคตใหม่องค์ประชุมสภาล่มอีกจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร นายชวน กล่าวว่า วันหน้ายังมาไม่ถึง แต่เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะประชาชนเลือกเรามาทำงาน เรามีหน้าที่ต้องมาทำงาน หากฝ่ายค้านยังยืนยันที่จะวอล์กเอ้าต์อีกก็ไม่มีใครว่าอะไร เป็นเรื่องของรัฐบาล ในฐานะเสียงข้างมาก จะต้องนำสมาชิกมาให้ครบองค์ประชุม ซึ่งในวันนี้ตนบังเอิญรายชื่อ ก็พบว่าบางคนร่วมประชุมกมธ.งบประมาณฯอยู่ เช่นเดียวกับ กรณีที่องค์ประชุมล่ม เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีองค์ประชุม เพียงแค่ 92 คน แต่ตนเห็นในห้องประชุมมีสมาชิกอยู่หลายร้อยคน ถือเป็นการแสดงจำนงว่า ไม่อยากประชุมต่อ เพราะเขาอาจรู้ว่า ถึงอย่างไรก็ไม่จบ เพราะเมื่อผ่านเดินออกจำนวนสมาชิกก็ไม่ครบ 

ส่วนการที่องค์ประชุมสภาล่ม 2 ครั้งติดกันใน 2 วัน เป็นสัญญานว่า งานสภาเริ่มเดินลำบากหรือไม่นั้น นายชวน บอกว่า ก็แบบนี้ เดินคล่องบ้าง สะดุดบ้างเป็นธรรมดา ซึ่งตนพยายามเร่งงานให้ เพราะสมาชิกส่วนหนึ่ง เสนอญัตติด่วนขอตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เข้ามา ตนก็พยายามเร่งเพื่อให้เข้าระเบียบวาระนี้ให้ได้ ซึ่งการประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนก็นั่งเป็นประธานทั้งวัน เพื่อไม่ให้มีปัญหาติดขัด ตั้งใจว่าตอนเย็นวาระด่วนเรื่องตั้งกมธ. ศึกษาหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะได้เข้า แต่ไม่นึกว่า จะเจออบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้น. 

ยิ่งกว่าเหนียวอีก!'บิ๊กตู่'ควงแขน'จุรินทร์-เฉลิมชัย'โชว์ กลบข่าวรัฐบาลร้าว

    
 

โดย พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเคร่งเครียด คาดว่ามีการหยิบยกประเด็นเสียงของรัฐบาลแตกจนทำให้สภาล่มซ้ำซากถึง 2 ครั้งมาหารือ รวมทั้งเรื่องการวิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของพรรคร่วมรัฐบาล

ต่อมาภายหลังเสร็จสิ้นการเปิดงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงวิจารณ์อย่างหนักถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้ยังมีความเหนียวแน่นอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ควงแขนนายจุรินทร์ ซึ่งเดินมาด้วย ให้เข้ามายืนใกล้ๆ รวมถึงนายเฉลิมชัย พร้อมกับกล่าวว่า "วันนี้มากันครบ ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ผมคิดว่าทุกคนทุกพรรคมองประเทศชาติเป็นหลักอยู่แล้ว ก็อย่างว่าเป็นเรื่องของคนหมู่มาก ก็หาวิธีการกันต่อไป อย่าไปมองเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย"
เมื่อถามว่า การทำงานงานร่วมกันด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า "ที่เดินอยู่ด้วยกันนี้ ก็เศรษฐกิจไม่ใช่หรือ" เมื่อถามย้ำว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ยิ่งกว่าเหนียวอีก" จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งยิ้มก่อนเดินทางกลับ

 

 
 

 

 

 

 ..........................................................
 
29 พฤศจิกายน 2562
 
 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน