*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3882
  • จำนวนผู้ชม : 2460056
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 308 , 21:44:41 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

          คุณเปลว สีเงิน ถือเป็นภาระของตัว ที่จะแจงปมปัญหาการเมืองในเวลาปัจจุบัน จึงเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านมากทีเดียวครับ

ซึ่งเรื่องเกณฑ์ทหารก็อยู่ในการนำไปเป็นปมการเมืองเต็มๆครับ

         ขณะนี้ 2 แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ VS นายอนุทิน ชาญวีรกุล กำลังพูดแบบคนละเรื่องเดียวกันอยู๋จนทำให้

ประชาชนสงสัยว่า 'ลุงตู่' จะเอาอยู่หรือเปล่า หรือจะต้องจัดเลี้ยงสานสามัคคีกันอีกสักครั้ง ..............

 

 

 

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'

    
 

             ทำไม.........

                "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย?

                ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

                จึงประชดซะเลย!?

                ฉะนั้น วันนี้ ผมในฐานะ "ทหารกองเกิน" เพราะอกจุ๋มจุ๋มจะลองไล่เลียงถึงความรู้สึกของวัยรุ่นต่อการถูกเกณฑ์ทหารดูซักวัน

                ถึงต่างวัน-ต่างเวลากัน แต่เชื่อว่า ความรู้สึกระหว่างวัยคงไม่แตกต่างตอนนี้

                "ชายวัยรุ่น" พอรับหมายเกณฑ์ สิวเต็มหน้าทันที

                เครียด กลัวเป็นทหาร!

                ร้อยละ ๙๐ ไม่ว่าลูกคนจน-คนรวย ไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์ ยิ่งสมัย ๕๐-๖๐ ปีก่อนโน้น

                ทหารเกณฑ์ เขาเรียกกันว่า "ไอ้เณร"

                มีคนให้เกียรติหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าทหารเกณฑ์มีภาพ เป็นคนรับใช้นาย

                มากกว่ารับใช้ชาติ!

                ดังนั้น การวิ่งเต้นเพื่อไม่ต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ จึงเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ (ชาย) โดยเป็นที่รู้กันทั่ว

                การวิ่งเต้นให้รอดถูกเกณฑ์ ศัพท์โบราณทางบ้านผมเขาเรียก "อุด"

                "ลูกข้าไปอุดมาแล้ว"

                "เท่าไหร่ล่ะ?"

                "สองพัน"!

                สมัยก่อน ๒ พัน มีค่าเท่ากับ ๔-๕ หมื่นสมัยนี้ แต่เห็นคนที่ไปอุด มีทั้งรอด-ไม่รอด

                มาคิดๆ ดูตอนหลัง พวกที่อุด ถูกต้ม-ถูกหลอก ร้อยละ ๘๐-๙๐ เพราะคนบ้านนอก จะไปรู้จักใครในวงจรเกณฑ์ทหารได้ล่ะ

                จึงเสร็จนักต้มประจำถิ่น!

                พอจับใบดำได้ มันก็ตีขลุมว่าเงินทำงาน แต่ถ้าจับได้ใบแดง มันก็หายหัวจ้อย

                ถ้าหลบหน้าไม่พ้น มันก็กะล่อนไปสารพัด ระดับชาวบ้านก็ได้แต่คอตก ตาปริบๆ เท่านั้น

                ต่อๆ มา ระบบเกณฑ์ทหารเปลี่ยนตามยุคสมัย มีเรียน รด.มีผ่อนผันระหว่างศึกษา จาก ๒ ปีเต็ม เหลือปีกว่า หรือปีครึ่ง

                และสังคมเข้มแข็งขึ้น......

                การซาดิสม์กับทหารเกณฑ์ การเอาทหารเกณฑ์ไปรับใช้ตามบ้าน หรือใช้งานอื่นนอกกิจการทหาร จางหายไป              

                แต่ก็นั่นแหละ ในจำนวนทหารเกณฑ์เป็นแสนแต่ละปี มีนายทหารที่ฝืนกฎระเบียบเอาไปใช้อยู่บ้างระดับ ๐๐๑%

                อย่างไรก็ตาม..........

                การเกณฑ์ทหารยังเป็นเรื่องจำเป็น จะอ้าง ๐๐๑% เป็นเหตุให้ยกเลิกทหารเกณฑ์ไม่ได้

                ไม่เพียงประเทศไทย เกือบทุกประเทศในโลก การเข้ารับการเกณฑ์เป็นทหาร ถือเป็นหน้าที่ เกิดมาแล้วต้องรับใช้ประเทศชาติ

                จะบอกว่าให้เลิกระบบเกณฑ์ ใช้ระบบสมัครใจ

                ไม่ได้เด็ดขาด!

                สมัครใจน่ะ มี อย่างลูกพี่-ลูกน้องผม ยังสมัคร และถูกส่งไปช่วยเกาหลีรบ

                แต่มีน้อย ดังนั้น จึงต้องเกณฑ์

                แต่การถูกเกณฑ์เป็นทหารนั้น มองกลับอีกด้าน นับเป็นคุณประโยชน์กับชายวัยรุ่นที่ถูกเกณฑ์อย่างมาก

                ต้องยอมรับกันว่า คนบ้านเรา ส่วนหนึ่งมีโอกาส "เข้าสังคม" น้อย มีการศึกษาไม่สูงนัก ทักษะชีวิตและสังคมไม่มาก

                การมาเป็นทหาร เรื่องแรก ได้ฝึกการอยู่ร่วมเป็นสังคมหมู่ ฝึกอาวุธ ฝึกและเรียนรู้ด้านอาวุธและการใช้ ฝึกระเบียบวินัย ฝึกปฏิบัติการทางทหาร

                ทัศนะสังคมไทย อายุ ๒๐ บวช รู้ทางศาสนา ๒๑ ไปเป็นทหาร รู้ทางประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

                สรุป คือ ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน เรื่องเกณฑ์ทหาร ยังเป็นเรื่อง "สวนทางคิด" กันตลอด

                คือ ฝ่ายประเทศชาติ ยังต้องเกณฑ์ทหาร

                แต่ฝ่ายถูกเกณฑ์ ไม่ต้องการเป็นทหาร!

                ตรงนี้เอง เป็นแนวขนานที่พรรคอนาคตใหม่วางนโยบาย "เป็นลิ่ม" สอดแทรกเข้าไป

                เพื่อขยาย "ทัศนคติแย้ง" ระหว่างกองทัพกับหมู่วัยรุ่นที่เรียก "คนรุ่นใหม่" ให้ถ่างกว้างยิ่งขึ้น

                โดยอนาคตใหม่ วางตำแหน่งตัวเองเป็น "ตัวแทนคนรุ่นใหม่" ในภาคการเมือง เพื่อยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหาร!

                ทำไมอนาคตใหม่จึงจับตลาดนักเรียนวัยรุ่น ถึงขั้นเดินสายล้างสมองตามโรงเรียน?

                ตรงนี้ตอบไม่ยาก..........

                ชื่อพรรคอนาคตใหม่ ก็บอกแล้ว เขามองยาวไปถึงอนาคต

                การเมืองไปสู่อำนาจเปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบันจะสำเร็จได้

                เขาไม่ได้วางกำลังหลักไว้ที่คนวัย ๓๐-๔๐ ไปถึง ๗๐-๘๐ ปี ที่นับวันเรียงแถวลงหลุม

                แต่เขาพุ่งเป้าไปที่คนวัย ๑๕-๑๖ ปี เรื่อยขึ้นไป คือจากระดับมัธยมต่อเนื่องไปถึงระดับมหาวิทยาลัย

                สมมุติถึงเลือกตั้งรอบใหม่ วัยรุ่น ๑๕-๑๖ ที่เขาเพาะกล้าความคิดไว้วันนี้ ก็ ๑๘-๑๙ ปี มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งแล้ว!

                ดูฮ่องกงเป็นตัวอย่าง..........

                ที่โจชัว หว่อง ปลุกปั่นออกมาชังชาติตัวเอง เป็นคนกลุ่มไหน?             

                ที่ถูกจับได้เป็นพันๆ คน

                นักเรียนวัย ๑๕-๑๖ ปีขึ้นไปทั้งนั้น!

                ปฏิบัติการชังชาติ เขาแต่งหน่อ-ต่อตา-เพาะเชื้อ จากหน่ออ่อน จึงไม่แปลกที่เห็นอนาคตใหม่เดินสายแทรกซึมเข้าสู่หมู่นักเรียน

                ด้วยชุดความคิด "ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร"!

                เพราะมันมีผลกับตัววัยรุ่นโดยตรง จึงไม่ยากจะยอมเป็นแนวร่วมกับอนาคตใหม่

                แต่เท่าที่ผมเคยได้ยิน ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน "พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" พูด จับทิศทางได้ว่า

                "แนวคิด-แนวปฏิบัติ" ในภาคทหารเกณฑ์ของกองทัพเปลี่ยนไปแล้ว

                เรื่องเอาทหารไปรับใช้นาย ตลอดถึงการฝึก ฝึกโหดตามหลักสูตรทหารได้ แต่ฝึกแบบเถื่อนนอกหลักสูตร ห้ามเด็ดขาด ฝ่าฝืน ถึงอาญา!

                นั่น เป็นเรื่องพื้นฐาน ผมเห็นว่า การเสริมสร้างทัศนคติเป็นค่านิยมใหม่ต่อทหารเกณฑ์จากสังคม เป็นเรื่องที่กองทัพน่าจะพิจารณา

                ต่อไปนี้...........

                ทหารเกณฑ์ ไม่ใช่มาฝึกซ้ายหัน-ขวาหัน ปี-ปีครึ่ง แล้วปลดประจำการ ปล่อยแยกย้าย จากคนร่วมรุ่น ต่างห่างหาย กลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปตลอดกาล

                คนมาเป็นทหารเกณฑ์ปัจจุบัน......

                โดยเฉลี่ยมีการศึกษา มีสังคม มีโอกาสทางสังคม มีโลกทัศน์ ดีกว่าสมัยก่อน

                การฝึกวินัย ระเบียบ อาวุธ เป็นเรื่องพื้นฐานต้องทำ

                แต่เรื่องสังคมปัจจุบันยาวถึงอนาคต ต้องการอะไรจากกำลังหลักของชาติส่วนนี้

                นี่เป็นประเด็นที่กองทัพต้องมองและวางแนวในการฝึกอบรม แลกเปลี่ยนทัศนคติต่อกัน แทนที่จะให้ทหารเกณฑ์เป็นฝ่ายฟัง และ ใช่..ขอรับ..ครับ..กระผม ฝ่ายเดียว

                การฝึกหลักสูตรเข้าสังคม ฝึกอาชีพ เรียกว่าออกจากการเป็นทหาร กลับไปสังคมบ้านตัวเอง จะต้องมีภูมิ-มีวิชาเป็นที่พึ่งสังคมนั้นได้

                ทหารเกณฑ์ จะพัฒนาขึ้นเป็นผู้ผ่าน "หลักสูตรชายชาติทหารไทย" บ้างไม่ได้หรือ?

                จบแล้ว มีประกาศนียบัตรมอบให้เป็นรุ่นๆ

                คำว่า "ทหารเกณฑ์" น่าจะได้ทำแบบสอบถามหมู่วัยรุ่นทั่วไปว่า ต้องการให้ปรับเปลี่ยนหรือไม่  ต้องการเป็นแบบไหน และอยากเห็นอะไรในการเข้าไปเป็นทหารเกณฑ์?

                กับนายร้อย นายพัน นายพล มีรุ่นได้

                แล้วทำไม "ทหารเกณฑ์" จะจัดทำเนียบแต่ละรุ่นให้เขาบ้างไม่ได้?

                แต่ละค่ายที่ฝึก มีพื้นที่เป็นร้อย-เป็นพันไร่ สร้างสโมสรผู้จบหลักสูตรชายชาติทหารไทยไว้สำหรับทหารเกณฑ์ "แต่ละรุ่น" ได้ใช้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ จัดงานกัน ให้เกาะเกี่ยวกันไว้ น่าจะดีกว่า ปล่อยให้ห่างหายกันไป

                ภารกิจเพื่อสังคมชาติต่อจากนี้........

                นับวันไม่เหมือนเดิม ฉะนั้น ความมุ่งหมายต่อการเกณฑ์ทหาร น่าจะไม่ได้อยู่ที่ "ยามศึกเรารบ-ยามสงบเราฝึก" อย่างเดียวเหมือนก่อน

                การศึกสงครามปัจจุบัน ไม่ใช่ยกกำลังไปฆ่ากันโดดๆ เหมือนอดีต รูปแบบสงครามมันเปลี่ยนเป็นหลายหน้า

                ศักยภาพคนเป็นทหารเกณฑ์วันนี้ ก็ประมาณนั้น ถ้าจัดสรรและวางตำแหน่งคนในความเป็นทหารเกณฑ์แบบเห็นค่าในตัวเขา

                ทั้งตัวเขาและทุกคน ก็จะเข้าใจ เป็นทหารเกณฑ์ สร้างประโยชน์ได้ ไม่สูญเปล่าและไร้ค่าอย่างที่คิดกัน!

                เห็นถากถางกันจัง ยุคนี้จะเกณฑ์ทหารไปรบกะใคร?

                เถอะ...

                ซักมีนาแล้วจะรู้!

 

อดีตผู้พิพากษาข้องใจเรียกส.ส.ฝ่ายค้านโหวตหนุนรัฐบาลเป็น'งูเห่า' แต่กลับยกย่องส.ส.พรรครัฐบาลลงมติเอาด้วยกับฝ่ายค้าน

    
 

7 ธ.ค. 62 -นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า "ส.ส.พรรคฝ่ายค้านลงมติสวนมติพรรคเข้าข้างรัฐบาลสื่อมวลชนตำหนิและเรียกงูเห่า แต่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบางคนที่ให้สัมภาษณ์กระแนะกระแหนนายกรัฐมนตรีตลอดเวลาลงมติเข้าด้วยฝ่ายค้านกลับได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชน"

 

 
 

 

 

 

 .............................................................................
 

สธ.ไม่ได้แพ้สารพิษ!'หมอหนู'ชี้คนแพ้คือผู้บริโภคบ่นไม่รู้เก็บกรมวิชาการเกษตรไว้ทำไม

    
 


6ธ.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตราย ขยายเวลายกเลิก พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก 6 เดือน และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนสารดังกล่าววันยันค่ำ แต่ตามกฎหมาย คณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นผู้ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่กระทรวงสาธารณสุขจะยังรณรงค์ต่อต้านสารพิษเต็มที่ เพราะเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจเข้ม งดซื้ออาหาร พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารปนเปื้อน องค์การอาหารและยา (อย.) กำลังดำเนินการออกสลากควบคุมให้ผู้บริโภครับทราบว่า อันไหนมีปนเปื้อน อันไหนปลอดภัย เพราะกฎหมายยังไม่ได้ห้าม แต่เราจะใช้มาตรการในการป้องกันทุกอย่างตามอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข ขอย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่สนับสนุนการใช้

“ที่มีการระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขแพ้เรื่องสารพิษนั้น กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้แพ้ แต่คนแพ้คือ ผู้บริโภคที่ต้องเสี่ยงรับสารอันตรายต่อไป ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่เราทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่แล้ว เพื่อให้อาหาร พืช ผัก ผลไม้ ที่มีสารพิษตกค้างไปทำอันตรายประชาชนน้อยที่สุด”นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะคืนกรมวิชาการเกษตร ที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยังไมได้คุยกับ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่คงต้องเป็นอย่างนั้นมั้ง ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม

 ส่อสังเวยสารพิษ! 'เด็กสุริยะ' ซดนัว 'เสี่ยหนู'

    
 

6 ธ.ค.62 - นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เลขานุการส่วนตัวนายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายอนุทินฯ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฯ ที่ต้องรับผิดชอบหรือเยียวยา ผู้ที่ครอบครองสารเคมีฯ ทั้ง 3 ชนิดนั้น รัฐมีหน้าที่ในการคุ้มครองผู้สุจริตภายใต้กฎหมายเดียวกัน หากประชาชนทำถูกต้องตามกฎหมาย แล้ววันดีคืนดีรัฐออกกฎหมายใหม่ไม่ให้เขาทำสิ่งนั้น แล้วเขาเสียหายโดยรัฐไม่ต้องรับผิดชอบใดๆเปรียบเสมือน ประชาชนมีมีดทำครัวในบ้านแล้วรัฐออกกฎหมายว่าการมีมีดทำครัวเป็นอาวุธ ผิดกฎหมาย ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง แถมยังจะสั่งให้ทำลายมีดทิ้ง โดยให้รับผิดชอบค่าทำลายเอง แล้วไม่ไปดูแลความเสียหาย อย่างนี้ถามว่าถูกต้องหรือไม่ เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ และเมื่อตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ไม่ได้ให้อำนาจรัฐสั่งการแล้วไม่ต้องรับผิดชอบชดเชยความเสียหายแก่ผู้กระทำการโดยสุจริต แต่อย่างใด

นายสรวุฒิ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ยืนยันว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ เป็นประธาน ได้ถือบัญชานายกรัฐมนตรี ว่าการจัดการวัตถุอันตรายต้องพิจารณาอย่างครบถ้วน ผ่านการหารือกับ 4 ส่วน ได้แก่ รัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค เป็นแนวทางการพิจารณาอย่างเคร่งครัด ซึ่งมิใช่พิจารณาในด้านผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยละเลยการดูแลภาคส่วนอื่น ซึ่งแตกต่างจากที่นายอนุทินกล่าวอ้างคำบัญชาดังกล่าว จึงเป็นการบิดเบือนคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี และไม่ได้ให้คำตอบสังคมว่า สารใหม่ฯที่จะมาใช้ทดแทนนั้น จะมีผลกระทบต่อสุขภาพฯ ของประชาชนอย่างไร  

ซึ่งข้อมูลในที่ประชุมฯเสนอว่า สารเคมีเช่นไกลโฟเซตและพาราควอตฯนั้น มีการใช้อย่างแพร่หลายในโลกมากว่า 45 ปี ตั้งแต่ปี 2517 ทำให้ลดต้นทุนเกษตรกร เพิ่มผลผลิต และถ้าใช้ให้ถูกวิธีโดยการให้ความรู้ที่ถูกต้อง ถ้ามีการจำกัดการใช้ในบางพืช บางพื้นที่อย่างเคร่งครัดเท่านั้น จะเป็นแนวทางที่สามารถให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ในระยะสั้น เพราะ 2 สารดังกล่าวใช้ในการเตรียมแปลงก่อนการปลูกเพื่อควบคุมวัชพืชฯ เมื่อพืชโตไประยะหนึ่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวฯ แตกต่างจากคลอไพริฟอสที่เป็นสารกำจัดศัตรูพืช เช่น แมลง ที่มีโอกาสปนเปื้อนสูง และพืชที่จะใช้หลักๆในไทยคือ ทุเรียน ถ้ายกเลิกการใช้สารนี้ทันที ผมก็เห็นด้วย

นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 73 ที่วางหลักการให้รัฐต้องช่วยเหลือเกษตรกรให้ประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่ำ และสามารถแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้นการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติล่าสุด จึงถือว่าเป็นการปกป้องรัฐและสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวอ้างเหตุการณ์ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ก็ขอให้พิจารณาเนื้อหาทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะบางส่วน พบว่าผู้แทนหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงต้นได้แสดงความคิดเห็นยืนยันมติให้ห้ามใช้ 3 สาร จริง แต่เมื่อรับฟังข้อมูลจากที่มีการนำเสนอในการประชุม โดยเฉพาะจากผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งข้อมูลที่ได้จากการซักถามของกรรมการ ยิ่งเห็นว่าหากดำเนินการตามมติเดิมจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้ง 4 ส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีมาตรการลดผลกระทบความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ที่ประชุมร่วมกันร่างมติที่ประชุม และเมื่อประธานได้สอบถามว่ามีผู้ใดคัดค้านหรือไม่ ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้แทนหน่วยงานจากกระทรวงสาธารณสุขแม้แต่เพียงคนเดียวที่แสดงการคัดค้านร่างมติดังกล่าวในขณะนั้น เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้ประธานในที่ประชุมสรุปว่าผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขไม่เห็นด้วยกับมติได้อย่างไร

การที่ออกมาให้ข่าวต่อสาธารณะทำนองว่า ไม่เห็นด้วยกับมติ จึงขัดแย้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมอย่างชัดเจน เป็นการทำให้สังคมสับสน ทำให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความสุจริตเกิดความเสียหาย อย่างไม่เป็นธรรม และทำให้สังคมสับสน

โดยเฉพาะประเด็นสารไกลโฟเซต ก็พบว่าเคยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานที่ผ่านมา ก็เคยสนับสนุนให้มีการจำกัดการใช้ ดังนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เมื่อผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข รับฟังข้อมูลจากที่ประชุมแล้วไม่คัดค้านมติที่ประชุมให้มีการจำกัดการใช้สารไกลโฟเซต จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือขัดหลักเหตุผลอย่างสิ้นเชิง เพราะกระทรวงสาธารณสุขเคยมีท่าทีสนับสนุนมาตรการจำกัดสำหรับสารไกลโฟเซต มาแล้วก่อนหน้านี้

นายสรวุฒิกล่าวปิดท้ายว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ร่วมกันพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่นำเสนอจากการถกเถียงอย่างมีส่วนร่วมจากทุกคนในที่ประชุม ไม่ได้ใช้จินตนาการในการตัดสินใจ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 08/12/2019 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

kwunk-log-cabin
...........................................
ขอขอบคุณความเห็นที่ดีของคุณนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
kwunk-log-cabin วันที่ : 07/12/2019 เวลา : 22.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwunk-log-cabin
Act as Rotor206


ไทย ควรตั้งเกณฑ์บังคับ การสมัครทหารเกณฑ์ ให้สอดคล้องกับปฏิญญาอาเซียน, คือ หมายความว่า ให้มีตัวอย่าง เป็นอย่างกองทัพของพระบรมกษัตริย์ไทยโบราณเรา, คือได้ให้มีทหารทุกชาติ ทุกภาษาเหล่านั้น มากมาย (อาเซียน) มาอยู่ในกองทัพ, คือหมายความว่า กองทัพต้องมีการบังคับจับสลาก ส่งไป (และขอรับมา) ในซึ่ง จากนี้ควรมีโปรแกรมบังคับให้จับสลากเฉพาะเกณฑ์ระดับพลทหาร คือกำหนด ให้มาแลกเปลี่ยนการฝึกกัน (เฉพาะพลทหาร หรือยุวชนทหาร) หมุนเวียนกันลงไปในระหว่างสมาชิกประเทศอาเซียนต่างๆ ทุกประเทศ ที่ตั้งระบบโปรแกรมการบังคับการฝึกทหารในรูปแบบเดียวกัน (คือ กำหนดให้มีแนวทางเกณฑ์ ด้วยการเลือกจับสลาก), เพราะว่า กองกำลังระดับพลฯ ต้องผลักดันไปสู่กลุ่มหลักของปฏิญญาที่แคบก่อน, ส่วนพวกใด ที่จะไปสู่กองกำลังนานาชาติแท้ๆ นั้น (ยูเอ็น) ให้เฉพาะ เป็นพวกนายร้อย นายพัน หรือจำพวกจ่าพิเศษที่มีคุณสมบัติอย่างเยี่ยม และเหมาะสม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน