*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3882
  • จำนวนผู้ชม : 2460056
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 233 , 13:44:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         พาดหัวข่าว "ออกกฎคุมเข้มรถรับ-ส่งนักเรียน!บังคับใช้ก.พ.2563" ผมถือว่าเป็นข่าวดีมากยิ่งทีเดียว เพราะผมเอง

ก็เรียกร้องมานานทีเดียวเหมือนกัน เพราะเป็นห่วงสวัสดิภาพของลูกๆหลานๆของเราที่ต้องโดยสารรถที่ขาดมาตรการ

ความปลอดภัยทุกวี่วันในปัจจุบันเต็มที จึงต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้เกิดความจริงในเรื่องนี้ครับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเด็กนักเรียนหอยโหนรถรับ - ส่ง ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเด็กนักเรียนหอยโหนรถรับ - ส่ง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเด็กนักเรียนหอยโหนรถรับ - ส่ง ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเด็กนักเรียนหอยโหนรถรับ - ส่ง

 

 

 

 

งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง

    
 

    จะยุบสภา
    ลาออก     
    หรืออยู่ต่อ 
    มีให้ลุ้นกันรายวันจริงๆ 
    การเมืองยุคนี้ จะบอกว่าอ่อนหัดก็ไม่ได้ เก๋าก็ไม่เชิง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน มันมีความเทาๆ แทรกอยู่ในทุกแง่ทุกมุม
    รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ฝ่ายค้านปริ่มขาดใจ ไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบอีกฝ่ายชนิดนอนมา
    แต่มันมีเรื่องน่าประหลาดใจกว่าตรงที่ คุมกันไม่ได้ 
    ฝ่ายรัฐบาลก็อย่างที่เห็น นายหนังเทพไท ตอดรัฐบาลทุกครั้งที่มีโอกาส 
    นั่นเพราะในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีความเป็นเอกภาพ  
    มี ส.ส.จำนวนหนึ่งอยู่ใต้เงาของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"
    และ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ยังสั่งสมบารมีได้ไม่มากพอ 
    มุมหนึ่งเหมือนเล่นการเมืองสองหน้า 
    เผื่อพลาด!
    แต่อีกมุมมันคือ "วิกฤติผู้นำ" ของพรรคประชาธิปัตย์ 
    ตกผลึกช้าก็สาหัส
    หลอมรวมได้เร็ว ยังถือว่าเท่าทุน
    กว่าจะกลับมาอีกครั้ง ไม่น่าจะใช่การเลือกตั้งครั้งหน้าแน่ 
    วิกฤติของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามกันไปง่ายๆ เพราะถือเป็นวิกฤติของพรรคการเมืองไทยเลยทีเดียว
    ๗๓ ปีพรรคประชาธิปัตย์ ที่พัฒนารูปแบบ โครงสร้าง องค์กร กฎ ระเบียบ ข้อบังคับพรรค ถูกยกให้เป็นสถาบันการเมืองที่สูงกว่าพรรคการเมืองอื่น เพราะจุดเริ่มต้นไม่เหมือนใคร 
    นายควง อภัยวงศ์ และกลุ่มผู้สนับสนุนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ๔๕ คน ทำให้องค์ประกอบการก่อกำเนิดมีความหลากหลาย 
    ผิดกับพรรคการเมืองอื่น ก่อกำเนิดภายใต้นายทุน 
    ไม่เว้นกระทั่งพรรคอนาคตใหม่ ที่อยู่ในเงาของทุนไทยซัมมิท 
    ถ้าไม่มีไทยซัมมิท ก็ไม่มีอนาคตใหม่
    แต่วันนี้พรรคที่โครงสร้างแข็งแกร่งที่สุด กลับกลายเป็นพรรคที่มีความอ่อนแอเป็นลำดับต้นๆ 
    ล่าสุดของล่าสุด...."พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค"  ยอมตกจากเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค  
    ตาม "คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม" ไปหรือเปล่า....ไม่รู้  
    หรือจะไปพลังประชารัฐ 
    ที่แน่ๆ เลือดยังไหล 
    และคงไม่หยุดเท่านี้!
    นี่เป็นสัญญาณให้เห็นว่า พรรคที่อยู่ภายใต้อุ้งตีนทุน จะสาหัสกว่าหากเจอวิกฤติเดียวกันนี้
    ในสถานการณ์ที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลฟ้องร้องกันนัวเนีย แม้จะมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่นานเข้าพวกกองเชียร์กองแช่งผสมโรง แล้วจะคุมกันไม่อยู่ 
    แต่...อย่างไรเสีย หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ กำขี้ดีกว่ากำตด การได้ร่วมรัฐบาลดีกว่าถูกถีบไปเป็นฝ่ายค้าน หรือต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ 
    พรรคร่วมรัฐบาลก็จะกอดคอกระท่อนกระแท่นกันไปแบบนี้    
    ถ่ายเลือดกันเอง!
    ยังไม่ถึงสถานการณ์สละเรือ 
    ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมือง ทุกพรรคอยู่ภายใต้กลุ่มทุนเหมือนกันหมด แม้จะมีการวางโครงสร้างพรรคชัดเจน แต่หาความชัดเจนในทางปฏิบัติไม่ได้เลย 
    ทุนใหญ่ยังชี้ขาดทุกอย่าง
    พรรคเพื่อไทยเป็นตัวอย่าง 
    วันนี้ใครคือเบอร์ ๑ กันแน่!
    สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
    หรือ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 
    สุดท้ายต้องพึ่งนักโทษหนีคุกตัดสิน 
    ความสับสนเช่นนี้ คือแหล่งบ่มเพาะงูเห่าชั้นดี 
    อย่างที่เป็นอยู่! 
    วานนี้ (๙ ธันวาคม) ๗ พรรคร่วมฝ่ายค้านเขาประชุมกัน ประเด็นหลักที่หารือคือจะถามให้รู้ดำรู้แดงว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ จะยังเป็นฝ่ายค้านหรือไปร่วมรัฐบาล 
    เป็นเรื่องน่าอนาถพรรคเพื่อไทยพยายามดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ล่มหัวจมท้ายเป็นฝ่ายค้านกันต่อไป  ขณะเดียวกัน งูเห่าในเพื่อไทยเริ่มเลื้อยออกจากพรรคบ้างแล้ว 
    นั่นคือวิกฤติของพรรคนายทุน
    เมื่อทุนไม่ชัดเจน ผลประโยชน์ไม่แน่ชัด  
    พร้อมที่จะเปิดตูด!            
    แล้วพรรคเศรษฐกิจใหม่จะย้ายขั้วหรือเปล่า?
    โอกาสย้ายมีสูง แต่ต้องขึ้นกับการปรับคณะรัฐมนตรี........ว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ 
    ไปฟรีไม่มีแน่ 
    อย่างน้อยๆ ต้องได้ "เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย" ปลอบใจ
    สำหรับพรรคอนาคตใหม่ ตายแหล่มิตายแหล่     
    ยุบ-ไม่ยุบ
    ไปดูเอกสารที่ "ศรีสุวรรณ จรรยา" บอกว่าเป็นเอกสารหลุดจาก กกต. 
    เป็นความเห็นของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในคดี "ธนาธร" ปล่อยกู้ พรรคอนาคตใหม่ 
    ".....สำนวนนี้นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้ร้องที่ ๑ นายสุวัชร สังขฤกษ์ ผู้ร้องที่ ๒ ได้ร้องคัดค้านว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ ๑ กระทำโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๖ ประกอบมาตรา ๑๒๔ และมาตรา  ๑๒๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ กล่าวคือการบริจาคเงินกว่า ๑๐ ล้านบาท ให้แก่พรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ ๒ เกินกว่า ๑๐ ล้านบาทต่อปี
    พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามรายงานการไต่สวนแล้วเห็นว่า สัญญากู้เงินสัญญากู้ยืมเงินระหว่างผู้ถูกร้องที่ ๑ และที่ ๒ จำนวน ๑๖๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับลงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒  (เอกสารหน้า ๑๒๕) นั้น นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ เหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญากู้อ้างว่าผู้ถูกร้องที่ ๑ ให้ผู้ถูกร้องที่ ๒ กู้เงินโดยจ่ายเป็นสำเนาเช็คเงินกู้จำนวน ๑ ฉบับ โดยมีหลักฐานสำเนาเช็คหลักฐานการชำระหนี้คืนบางส่วน และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่ลงมติให้กู้เงินจากผู้ถูกร้องที่ ๑ ซึ่งจะส่งมาประกอบภายในวันที่  ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ แต่ก็ไม่ยอมส่งมาประกอบการพิจารณา จึงเป็นข้อพิรุธประกอบกับการกู้ยืมเงินมิได้เป็นรายได้ของพรรคการเมืองตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ (๑)-(๗) ซึ่งจะนำไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง
    ดังนั้นจึงน่าเชื่อว่าเงินจำนวน ๑๖๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทดังกล่าว เป็นเงินบริจาค ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๖๖ วรรคหนึ่งบัญญัติว่า 'บุคคลใดจะบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า ๑๐ ล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้...' 
    และวรรคสองบัญญัติว่า 'พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งมีมูลค่าเกินวรรคหนึ่งมิได้' 
    และมาตรา ๑๒๔ วรรค ๑ บัญญัติว่า 'ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด ๕ ปี' 
    และมาตรา ๑๒๕ บัญญัติว่า พรรคการเมืองใดรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดมูลค่าเกินที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคมีกำหนด ๕ ปี และให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๖๖ ตกเป็นของกองทุน
    จึงเห็นควรดังดำเนินการดังนี้ 
    ๑.ดำเนินคดีอาญาแก่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ ๑ ในความผิดตามมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่งประกอบมาตรา ๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ. ศ.๒๕๖๐ และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี 
    ๒.ดำเนินคดีอาญาแก่พรรคอนาคตใหม่ผู้ถูกร้องที่ ๒ ในความผิดตามมาตรา ๖๖ วรรคสองประกอบมาตรา ๑๒๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ และขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่มีกำหนด ๕ ปี และขอให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดส่วนที่เกินมูลค่าที่กำหนดไว้ในมาตรา มาตรา ๖๖ ตกเป็นของกองทุน 
    จึงขอเสนอความเห็นพร้อมสำเนามาเพื่อประกอบการพิจารณาอันหนึ่งเนื่องจากเป็นกรณีเรื่องเร่งด่วนให้เสนอสำนวนต่อที่ประชุมกรรมการการเลือกตั้งพิจารณา......."
    ครับ...ถ้า กกต.เคาะคำร้องไปตามนี้ไม่ยุบแน่ 
    แต่... "ธนาธร" อาจถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งมีกำหนด ๕ ปี พร้อมๆ กับกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่
    ชนชั้นสูงในพรรคอนาคตใหม่ถูกกวาดเรียบ 
    ส.ส.ก็ไม่ต่างทหารแตกทัพ
    ใครจะไปไหนอย่าโทษใคร เพราะนี่คือผลลัพธ์ของพรรคที่เกิดจากทุน. 


                                    ผักกาดหอม

 

 

 

 

 

..............................................................

'จุรินทร์'ยันต้องสะเดาะกุญแจรื้อหมวดแก้รธน.เปิดทางยำใหญ่รัฐธรรมนูญ

    
 

 

10 ธ.ค.62-นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคของเรามีจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พรรคเข้าร่วมรัฐบาลมีเงื่อนไขหนึ่ง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวมไปถึงพรรคพลังประชารัฐ ก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ตั้งแต่ต้นคู่กับนโยบายประกันราคา

"เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาและกระบวนการไปอย่างไรและได้ข้อสรุปอย่างไรก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ชัดแล้วว่าจะแก้ไขมาตราอะไร ลงลึกขนาดนั้นแล้ว ศึกษามาครบแล้ว อย่างน้อยที่สุดหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไข เพราะถ้าไม่แก้ไขหมวดนี้ก่อน สุดท้ายรัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้เลย ต้องสะเดาะกุญแจดอกนี้ออกก่อน ประตูประชาธิปไตยถึงจะเปิดได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจะเริ่มต้นได้ ประชาธิปัตย์ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ชัดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจร่วมรัฐบาล" นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่าการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรจบลงแค่การทำรายงานและส่งรัฐบาลเท่านั้นใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า "ต้องนำไปสู่ภาคปฏิบัติต่อไป นี่ก็ชัดแล้วนะครับ ผมคิดว่าไม่ได้ตอบอะไรไม่ชัดนะครับ".

'วันชัย'ชี้เปรี้ยง!รัฐธรรมนูญดีแต่คนยังเลวยังชั่วเต็มแผ่นดินไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น

    
 

10 ธ.ค.62-   นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่าเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ  10 ธันวาคม เวียนมาครบอีกปีหนึ่ง ทำให้หวนรำลึกว่า เส้นทางประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2475 ที่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา  87 ปีแล้ว  ผ่านการยกร่างจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อใช้เป็นกฎหมายสูงสุดมา20ฉบับ แต่ประชาธิปไตยและการเมืองไทย ก็ยังล้มลุกคลุกคลาน   อยู่ในสภาพลุ่มๆดอนๆ ขณะนี้  สภาผู้แทนราษฎร  จะพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560   ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 11 ธันวาคมนี้  ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มองค์กรต่างๆแสดงออกอยากแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ตนเห็นว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่คนเป็นสำคัญหาใช่รัฐธรรมนูญไม่

นายวันชัยกล่าวว่า รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆจะดีขนาดไหนแต่ถ้าคนยังเลว และเป็นคนชั่ว ก็ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญ เหมือนกับธรรมะแม้จะดีเลิศประเสริฐศรีเพียงใดก็ยังมีคนชั่วคนเลวอยู่เต็มแผ่นดินบ้านเมืองจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนดีหรือคนเลวเป็นสำคัญ

"ก่อนที่จะสำรวจตรวจสอบศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขอให้ลองส่องกระจกแล้วตรวจสอบศึกษาตัวเองก่อนดีไหม เมื่อพบข้อบกพร่องหรือจุดไม่ดีอยู่ที่ตรงไหน อย่างไรก็จะได้แก้ไขตัวเองก่อน เผื่อบางที ดวงตาจะได้เห็นธรรมขึ้นมาบ้าง"นายวันชัยกล่าว.

มาฟังผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงสหรัฐพูดถึงคำตอบ'ฟ้าใส'จากคำถามรัฐบาลสอดแนมประชาชน

 

10 ธ.ค.62-  โฮโนลูลู รัฐฮาวาย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโอกาสที่สถานทูตอเมริกาประจำประเทศไทย นำคณะผู้สื่อข่าวไทย มาศึกษางานด้านความมั่นคง และพบปะ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่ East-West Center ที่ Hawaii สหรัฐอเมริกา ได้รับรู้เรื่องนโยบายความมั่นคงของสหรัฐ ในเรื่อง Free and Open Indo-Pacific Strategy เรื่อง Traditional Securityและ Non-Traditional Security และ ปัญหาเกี่ยวกับบทบาทจีน และสหรัฐฯ และ ปัญหาในทะเลจีนใต้ และ HADR การบรรเทาภัยพิบัติ

โดยในช่วงการตอบคำถาม เรื่องความมั่นคง ผู้สื่อข่าวไทย ได้สอบถาม ถึงคำถามเรื่อง privacy และ national security ซึ่งเป็นคำถาม ที่ ถามบนเวที Miss Universe ที่ Atlanta ในรอบ 5 คนสุดท้ายที่ทำให้ “ฟ้าใส” ปวีณสุดา ดรูอิ้น (Paweensuda Saetan-Drouin) ตัวแทนจากไทย ที่ตอบ กลางๆ นั้น ตกรอบ

โดยคำถามบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ต่อนางงามของประเทศไทย ระบุว่า รัฐบาลสอดแนมประชาชน เพื่อต้องการให้ประเทศและประชาชนปลอดภัย แต่หลายคนเชื่อว่าเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว คุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่าง ความมั่นคงกับความเป็นส่วนตัว”

ฟ้าใส ตอบว่า ฉันเชื่อว่าทุก ๆ ประเทศนั้น รัฐบาลจะมีมาตรการหรือนโยบายที่จะรักษาความปลอดภัยของพวกเรา และฉันก็ยังเชื่อมั่นว่าความปลอดภัยนี้ไม่ควรข้ามเส้นของความเป็นส่วนตัว เพราะว่าเราทุกคนเองมีสิทธิ์ที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของเราเอง อย่างไรก็ตาม ความมั่นคงนั้นก็จำเป็นและสำคัญ ดังนั้นฉันจึงเชื่อมั่นว่า การที่เราทุกคนจะสามารถอยู่ในสังคมที่ดีขึ้นได้นั้น รัฐบาลควรจะพิจารณาเรื่องของขอบเขตของความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงให้พอเหมาะพอดีเพื่อความสงบสุขของสังคม

Dr.Denny Roy, senior Fellow, Research Program , adviser to East-West Center ที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญ ด้านความมั่นคง ระบุว่าคำตอบของ ตัวแทนจากไทย เวทีประกวด Miss Universe ตอบได้เหมาะสมแล้ว เพราะคำถาม ให้เลือกระหว่าง Privacy กับ Security  เป็นประเด็นที่ยากจะตอบ หรือ เลือกไป ข้างใดข้างหนี่ง และอาจทำให้ นางงาม มีปัญหาในประเทศของตัวเอง คำถามที่เกี่ยวกับการเมือง  ถือเป็นคำถามที่ไม่เหมาะมาถาม บนเวทีนางงาม และคิดว่า ตอบกลางๆ ดีแล้วทั้งเรื่องสิทธิส่วนตัว และความมั่นคงของประเทศ.

 

ออกกฎคุมเข้มรถรับ-ส่งนักเรียน!บังคับใช้ก.พ.2563

    

08 ธ.ค.2562 -  นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 300 ง ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2562 แล้ว ซึ่งเนื้อหาของระเบียบดังกล่าวเป็นปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2536 ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการรักษาความปลอดภัยของรถยนต์ที่ใช้ในการรับจ้าง รับ - ส่งนักเรียน ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรืออยู่ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเนื้อหาของระเบียบได้คุมเข้มตั้งแต่ลักษณะของรถโรงเรียนที่จะนำมารับ - ส่งนักเรียน ที่จะต้องมีสัญลักษณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนเมื่อมีอุบัติเหตุหรือมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เครื่องดับเพลิง รวมถึงค้อนทุบกระจกและเหล็กชะแลง

นอกจากนั้นยังได้กำหนดหน้าที่ของทั้งโรงเรียน, ผู้ดำเนินกิจการรถโรงเรียน, คุณสมบัติพนักงานขับรถโรงเรียน และผู้ควบคุมดูแลนักเรียนในระหว่างเดินทางด้วย โดยระเบียบดังกล่าวมีทั้งสิ้น 15 ข้อด้วยกัน

 

พิธีกรรมต้านโกง บิ๊กตู่ปลุกคนไทย เริ่มที่ตัวเองก่อน

10 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 00:01 น.


    "บิ๊กตู่" ปลุกคนไทยต้านคอร์รัปชัน เริ่มที่ตัวเองก่อนไม่โกงทุกรูปแบบ ก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์ ประธาน ป.ป.ช.ชูสร้างสังคมไม่ทนทุจริต-กล้าเปิดโปง ดันค่า CPI สูงกว่า 50% "กองทัพบก" ได้คะแนนโปร่งใสสูงสุด
    ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม เวลา 09.30 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ถือเป็นตัวอย่างที่ดี จึงขอให้มีการขยายและนำร่องทำต่อไปให้มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งนี้รัฐบาลร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)  และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันขึ้น เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนร่วมกันของคนไทยในการต่อต้านการทุจริต และตระหนักถึงภัยร้ายแรงของปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลเสียหายต่อประเทศ
    อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เกิดผลจริงจัง ไม่ใช่พูดแล้วก็จบไม่ทำต่อ ดังนั้นต้องสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งที่ดีกว่าในทุกมิติ ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต ที่เป็นภัยร้ายแรงส่งผลเสียต่อประเทศและทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปได้ช้า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องใหญ่ๆ เท่านั้น แต่การทุจริตมีทั้งการทุจริตเวลาราชการและไม่เคารพกฎหมายในเรื่องต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาหลายอย่างตามมา เช่น การเรียกรับผลประโยชน์ความขัดแย้งและเรื่องอื่นๆ หากมีการทำผิดกฎหมาย
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ โดยได้ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ให้ครอบคลุม และเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ ส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ตลอดจนการกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว 
    โดยรัฐบาลนี้รวมถึงรัฐบาลต่อไปต้องวางรากฐานทางความคิดของประชาชน ขณะเดียวกันคนไทยจะต้องก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์และความเพิกเฉยต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต้องได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติ นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3  พ.ศ.2560-2564 ที่มีเป้าหมายให้ "ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต" โดยมุ่งหวังให้ระยะ 5  ปีข้างหน้าจะเป็นการปฏิรูปกระบวนการทำงานจากเดิม ไปสู่กระบวนการทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบ  อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยดีขึ้นหลายมิติ แต่ต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อเนื่อง 
ไม่โกงเริ่มที่ตัวเองก่อน
    นายกฯ กล่าวว่า คนทุจริตคือคนไม่ดีที่เก่งหาช่องโหว่กฎหมายจนได้ ดังนั้นทุกคนต้องมีจิตใจเริ่มจากตัวเองก่อน อย่าทำอะไรที่เป็นการทุจริต หากทำได้จะลดความขัดแย้งได้มาก และกฎหมายก็จะได้รับความเชื่อถือ ดังนั้นผู้ที่ทุจริตจะถูกต่อต้านและถูกลงโทษทั้งจากกฎหมายและสังคม ทั้งนี้เรามีหลักสูตรด้านการต่อต้านทุจริต ที่กำหนดเป้าหมายให้สถานศึกษาทุกแห่งนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้คนในชาติคิดถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มีจิตสาธารณะ และละอายต่อการทำทุจริตทุกรูปแบบ
    "ทุกคนต้องรู้จักคิดและนำมาปฏิบัติ มีจริยธรรม รู้ว่าชาติคืออะไร ประเทศคืออะไร เพราะทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ นายกฯ ทำคนเดียวไม่ได้ วันนี้ผมทำงานเหมือนเดิมและหนักกว่าที่ผ่านมา 5 ปีด้วยซ้ำ มีหลายคนเรียกร้องใช้มาตรการเด็ดขาด แต่ตอนนี้ไม่มีแบบเดิม ไม่มีมาตรา 44 แล้ว ทุกคนต้องเรียนรู้และปรับตัว ฝากทุกคนช่วยคิดด้วย ส่วนการประเมินรัฐบาลจะขึ้นหรือจะลง ผมไม่สนใจ คิดแต่ทำอย่างไร วันนี้ต้องสร้างหลักคิดทำงานร่วมกัน จับมือเดินไปด้วยกัน และต้องไม่ใช้ความรู้สึกแก้ปัญหาและสร้างความขัดแย้ง ขณะเดียวกันทุกคนคาดหวังผม ผมเข้าใจและยอมรับ และผมจะทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใจผมทำงานเกินร้อยและทุกคนทำงานหนักทุกเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นวันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันคิดและช่วยกันทำด้วย ใครทำแล้วก็ให้ทำยิ่งขึ้น ขอทุกคนช่วยทำความดี ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
    จากนั้นนายกฯ นำกล่าวประกาศเจตนารมณ์ว่า "ข้าพเจ้าขอประกาศเจตนารมณ์ว่า จะประพฤติปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จักปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสา พร้อมทำความดี ด้วยหัวใจ ตลอดไป"
    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะกับนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการศูนย์ครอบครัวพอเพียง ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมต่อต้านการทุจริต โดยนายกฯ ได้ร่วมถ่ายภาพและเขียนลายเซ็นให้นักเรียนอย่างเป็นกันเอง 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนายกฯ เป็นประธานเปิดการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ได้มอบรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ที่มีผลคะแนนสูงสุดในแต่ละประเภท รวม 34 หน่วยงาน ประกอบด้วย ประเภทองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หน่วยงานที่ได้คะแนนสูงสุดคือ อบจ.แพร่ ประเภทเทศบาลตำบล (ทต.) ประกอบด้วย ทต.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน, ทต.ป่าสัก จ.ลำพูน, ทต.ดอนศิลา จ.เชียงราย, ทต.เวียง จ.เชียงราย, ทต.ริมปิง จ.ลำพูน, ทต.เวียงเทิง จ.เชียงราย, ทต.บะหว้า จ.สกลนคร และ ทต.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ประกอบด้วย อบต.งิ้วราย จ.สิงห์บุรี, อบต.ห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่, อบต.วังเย็น จ.นครปฐม, อบต.เขารวก จ.ลพบุรี, อบจ.ห้วยหิน จ.ลพบุรี, อบต.โพธิ์เก้าต้น จ.ลพบุรี, อบต.คำโตนด จ.ปราจีนบุรี, อบต.อ้อมเกร็ด จ.นนทบุรี, อบต.สวนแตง จ.สุพรรณบุรี, อบต.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี  และ อบต.เขาแหลม จ.ลพบุรี
กองทัพบกโปร่งใสสูงสุด
    ประเภทจังหวัดได้คะแนนสูงสุดคือ จ.นครพนม ประเภทองค์กรศาลได้คะแนนสูงสุดคือ ศาลยุติธรรม ประเภทกรมหรือเทียบเท่า ประกอบด้วย กองทัพบก, กรมที่ดิน และสำนักงานกิจการยุติธรรม  ประเภทรัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์, การกีฬาแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย, บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ประเภทองค์การมหาชน ประกอบด้วย สำนักพัฒนาการวิจัยการเกษตร และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
    ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า การจัดงานวันนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้  1.ประกาศเจตจำนงของผู้นำประเทศและผู้นำทุกภาคส่วน ในการป้องกันแก้ไขและปราบปรามการทุจริต 2.ผสานพลังคนไทยและทุกภาคส่วนให้ตื่นรู้ พร้อมต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ เพื่อให้สังคมไทยมีวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต และ 3.ให้คนไทยและนานาชาติรับรู้ถึงความมุ่งมั่นและการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศไทย เพื่อผลักดันการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (ค่า CPI) ให้สูงกว่าร้อยละ 50 ตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 
    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสังคมไทยเริ่มตื่นตัวตื่นรู้เกี่ยวกับภัยร้ายแรงของการทุจริต ประชาชนเริ่มไม่ทนต่อการทุจริต กล้าที่จะเปิดโปงการทุจริตมากขึ้น จะเห็นได้จากกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้  การเปิดโปงกรณีอาหารกลางวัน อาหารเสริมนมของนักเรียน เป็นต้น
    นอกจากนี้ นายฌูเลียน การ์ซานี ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก (UNODC) ได้อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลตอนหนึ่งว่า การทุจริตขัดขวางความพยายามของพวกเราในการสร้างโลกให้ดียิ่งขึ้น ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ทศวรรษแห่งความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามที่ได้กำหนดไว้ จึงต้องเพิ่มความพยายามในการขจัดการทุจริตและส่งเสริมธรรมาภิบาล 
    ขณะที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ภายใต้แนวคิด "Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต" 
    ส่วนความคืบหน้าในการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.อีก 2 ตำแหน่งที่ว่างลงนั้น พล.ต.อ.วัชรพลเปิดเผยว่า ขณะนี้ปิดรับสมัครตามขั้นตอนของการสรรหาแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการสรรหา จากนั้นจะอยู่ในที่ประชุมวุฒิสภารับรองเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าจะสรรหา ป.ป.ช.อีก 2 คนได้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ แต่ระหว่างนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เหลือทั้ง 7 คนยังดำเนินการตรวจสอบและไต่สวนข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง และพร้อมจะมีมติในคดีที่สำคัญๆ โดยไม่ต้องรอให้กรรมการครบทั้ง 9 คน.

......................................................................

10 ธันวาคม 2562

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน