*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3883
  • จำนวนผู้ชม : 2460721
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 319 , 17:48:34 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

อนค.รับชะตาขาด! ‘ปิยบุตร’เชื่อใบสั่งผู้มีอำนาจ/‘กกต.’ปัด

         ใครๆที่มองเห็นสถานการณ์ของพรรคความหวังหม(อนค.)แล้วก็ส่ายหน้าไปตามกัน คือ คาดว่าไม่รอดถูกยุบ

พรรคแน่ๆ แม้แต่แกนนำของพรรคและสมาขิกพรรคก็คงจะรู้ตัวกัอยู่แล้ว แต่แม้กระนั้นก็ตาม เลขาฯพรรค 'ปิยบุตร' ยัง

ไม่วายจะซัด 'ผู้มีอำนาจ' สั่งการเสียอีก ประเด็นนี้ 'บิ๊กตู่' ย้อนถามว่า "หมายถึงผมหรือ?" แล้ว 'ปิยบุตร' กล้าชี้ให้ชัดๆ

หรือไม่เล่า ................ แน่จริงหรือเปล่า

    

'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์

    
 

               ไว้อาลัยแด่นักการเมืองรุ่นใหม่!

                คงติดโรคมาจากเมื่อครั้งเป็นพิธีกรข่าวโอ๊คทีวี

                พักหลัง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ถึงได้เปิดโรงน้ำแข็งหลอดรายวัน

                นี่...ชอบกล่าวหาคนอื่นว่า ปล่อยเฟกนิวส์ 

                แต่เท่าที่ฟัง "ช่อ" แถลงข่าว เฟกนิวส์กระจายอยู่บ่อยครั้ง

                ทำไปเพื่ออะไร?

                นักการเมืองรุ่นใหม่ ควรจะยืนหยัดอยู่บนข้อมูลข่าวสาร ยึดเอาหลักฐาน เอกสาร ที่ถูกต้อง มานำเสนอต่อสาธารณะ

                ไม่ใช่คิดเข้าข้างตัวเอง แล้วสรุปว่า ตัวเองถูกต้องทุกเรื่อง

                ลองกลับไปดูซิ ตั้งแต่เล่นการเมืองมาจนถึงวันนี้ "ช่อ" เคยยอมรับว่าตัวเองทำอะไรผิดบ้าง

                จำได้หรือเปล่า ภาพที่เขียนกำกับว่า "ไม่ควรมีคำบรรยาย"

                วันนั้น "ช่อ" แก้ตัวว่าอะไร

                "ช่อยอมรับว่าภาพการประชดล้อเลียนกระแสความเกลียดชังจากการล่าแม่มดของนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก รวมถึงภาพภาพนี้ ดูไม่เหมาะสม และต้องขออภัยอย่างสูงต่อประชาชนที่เห็นภาพนี้แล้วเกิดความไม่สบายใจ

                แต่สิ่งที่ช่ออยากให้ทุกท่านตระหนักเช่นกัน คือสังคมการเมืองไทยกำลังทำให้คนหนุ่มสาวในรอบสิบกว่าปีมานี้เติบโตมาพร้อมคำถามมากมายกับการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายล้างกัน"

                ครับ...เธอขออภัย

                แต่ไม่มีข้อความท่อนไหน ที่สื่อให้เห็นว่า เป็นการทำผิดต่อสถาบันที่คนไทยส่วนใหญ่เคารพรัก และบูชา

                หนำซ้ำโยนใส่สังคมที่มีความขัดแย้ง ว่าคือสาเหตุทำลายล้างกัน

                แล้ว "ช่อ" ก็ใช้วิธีเงียบหายไปจากสังคม

                ปล่อยให้เวลาจัดการกับความไม่พอใจของสังคม

                หวังว่าเมื่อมีสถานการณ์ใหม่ ผู้คนจะลืมเรื่องนี้ไปเอง

                ก็ขุดคุ้ยมาอีกที เผื่อหลายๆ คนจะลืมไปแล้ว

                ก่อนนั้นไม่กี่วัน "ช่อ" นำทีม ๔ ส.ส.พรรคแถลงข่าวว่ามีพรรคอื่นตีท้ายครัวซื้อตัว ส.ส.

                นั่นคือปฐมบทของงูเห่าสีส้ม

                "ช่อ" จำคำพูดตัวเองได้มั้ย ที่บอกว่า

                ".......กระบวนการของการเสนอซื้องูเห่านั้น มีหลายรูปแบบทั้งเสนอเงินหรือตำแหน่ง หรือมีการคุกคามถึงชีวิต ทั้งทางตรงและทางอ้อม

                จึงอยากขอให้สื่อมวลชนติดตามพรรคการเมืองเหล่านี้ว่านำเงินมาจากไหน

                ขณะเดียวกันยังพบข้อมูลว่า กลุ่มทุนใหญ่ที่มีส่วนได้เสียกับผู้มีอำนาจ ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงอยากตั้งคำถามว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่

                พรรคอนาคตใหม่ยืนยันว่าการปักธงประชาธิปไตย ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกพรรค เพื่อล้มล้างวัฒนธรรมการซื้องูเห่า

                และร่วมกันเร่งตั้งรัฐบาลเพื่อสะสางความทุกข์ยากของประชาชนที่ยืดเยื้อมากว่า ๕ ปี....."

                วันนั้นออกข่าวกันครื้นเครง แต่งูเห่าดันราคาไม่เท่ากัน

                "อนาวิล รัตนสถาพร" ส.ส.ปทุมธานี ราคา ๓๐ ล้านบาท ติดต่อมาครั้งที่สองให้ ๖๐ ล้านบาท

                "เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" ส.ส.กทม. ราคา ๓๐ ล้านบาทแต่ปฏิเสธไป ทำให้ค่าตัวพุ่ง เป็น ๑๒๐ ล้านบาทขาดตัว

                "ฐิตินันท์ แสงนาค" ส.ส.ขอนแก่น ราคาแรกแค่ ๕ ล้านบาท หลังโหวตให้ "บิ๊กตู่" เป็นนายกฯ จะได้ก้อนโต ๗๕ ล้านบาท

                รับเงินเดือน เดือนละ ๒ แสนบาท

                "ทองแดง เบ็ญจะปัก" ส.ส.สมุทรสาคร จ่ายค่าหัวราคาแรก ๒๕ ล้านบาท สุดท้ายค่าตัวพุ่งไปถึง  ๗๕  ล้านบาท

                ใครเชื่อ....สุนัขออกลูกเป็นลิง

                เมื่อคราวโหวตเลือกนายกฯ ๒๕๐ ส.ว.เขาเทให้ "บิ๊กตู่" อยู่แล้ว บวกกับเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลมันเกินพอไปเยอะ

                สุดท้ายมันคือเฟกนิวส์ "เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" บอกว่าค่าตัว ๑๒๐ ล้านลงมาเหลือ ๑๐ ล้าน และไม่มีสักบาท เพราะคนติดต่อซื้อตัวเงียบหายไป

                มันคืออะไร ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่เห็น "ช่อ" พูดเรื่องค่าตัว ส.ส.ที่มากเกินพอใช้หนี้พรรคอนาคตใหม่ ให้ "ธนาธร" ได้

                เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                แล้วก็เอาอีก จากเอกสาร กกต. "ช่อ" มโนไปไกลลิบ

                บนพื้นฐาน อนาคตใหม่ ไม่เคยทำอะไรผิด

                คดีธนาธรปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่กู้ "ช่อ" กล่าวหา กกต.ไว้หลายเรื่อง บางเรื่องฟ้องหมิ่นประมาทได้ เช่นว่า....

                กกต.มีธง

                ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

                รวบรัดตัดความทำคดี

                ทำเอกสารชี้นำ

                อนุกรรมการยังสอบไม่เสร็จกลับส่งเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

                ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่

                ให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง ธนาธร และกรรมการบริหารพรรค

                แล้วสรุปว่ามีใบสั่งการเมือง

                ใบสั่งมีมากกว่า ๑ ใบ

                ทั้งเฟกนิวส์ และไอโอ

                พักหลังสังเกตดีๆ พรรคอนาคตใหม่แทบไม่พูดเรื่องรายละเอียดของคดีกันแล้ว ปล่อยเฟกนิวส์เล่นกับมวลชนเสียมากกว่า

                เขาให้ส่งเอกสารเพิ่มก็อ้างว่าส่งไม่ทัน

                แล้วสรุปว่าถูกกลั่นแกล้งโดยผู้มีอำนาจ

                โดยคนคนนั้น

                สุดท้ายก็เสียสุนัข............

                กรณีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ กกต.เขาทำตามหน้าที่ ตามขั้นตอน ทำเป็นเอกสารร่ายยาว ๕ ข้อดังนี้             ..........๑.ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด ปี ๒๕๖๑ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องมีความเห็นในสำนวนการสืบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

                ซึ่งกรณีนี้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีความเห็นเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวข้างต้น โดยการเสนอความเห็นในสำนวนเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ ไม่ใช่การชี้นำในสำนวนการสืบสวนแต่อย่างใด

                ๒.เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๒ พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหา หรือข้อโต้แย้งเพื่อพิจารณาและมีความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามระเบียบต่อไป

                ๓.ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ และวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบและไม่ได้มีการเร่งรัดแต่อย่างใด โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ขอเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่ เพื่อประกอบการพิจารณาแต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารตามที่ขอ คณะอนุกรรมการฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่ เพื่อจัดทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาตามระเบียบต่อไป

                ๔.ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาและมีความเห็น และมีการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้หมายเรียกขอเอกสารที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งเคยขอจากพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดส่งเอกสารที่ขอให้บางส่วนและขอขยายเวลาการจัดส่งเอกสารที่ยังไม่ได้จัดส่งออกไปอีก ๑๒๐ วัน

                ๕.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้หมายเรียกขอเอกสารที่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ได้จัดส่งอีกครั้ง โดยให้พรรคอนาคตใหม่จัดส่งเอกสารภายในวันที่ ๒  ธันวาคม ๒๕๖๒ หากพรรคอนาคตใหม่ไม่จัดส่งเอกสารภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ถือว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ติดใจที่จะส่งเอกสารตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งร้องขอ และจะพิจารณาเอกสารเท่าที่มีอยู่

                ดังนั้น การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้องตามควรแก่กรณี ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องนี้มาเป็นลำดับปรากฏตามเอกสารแนบนี้ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมิได้มีความเห็นตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามที่มีการกล่าวอ้าง และไม่ได้มีเหตุจูงใจทางการเมืองแต่อย่างใด.......

                มันคือไทม์ไลน์ มีความชัดเจนเป็นขั้นเป็นตอน

                ไม่มีตรงไหนที่ กกต.รวบรัด เร่งรีบเพื่อจะเล่นงาน "ธนาธร" และพรรคอนาคตใหม่

                จะมีก็ตรงที่พรรคอนาคตใหม่ ไม่ให้ความร่วมมือ ยื้อเรื่องส่งเอกสาร

                มันเหมือนกรณี "ธนาธร" ขอขยายเวลายื่นเอกสารเพิ่มในคดีถือหุ้นสื่อ ทั้งๆ ที่คุยโม้โออวดว่ามีหลักฐานครบจบได้ทันที

                แล้วไปพูดในศาลว่าจำไม่ได้ ไม่รู้เรื่อง

                ไปเกณฑ์ทหารก็อวดอ้างว่า เดินไปจับใบดำใบแดงกับมือ

                ที่ไหนได้ กองทัพบกไปรื้อข้อมูลเก่าปี ๒๕๔๔ ปีนั้นเขตประเวศที่ "ธนาธร" ไปเกณฑ์ทหาร มีชายไทยใจแกร่งเขาสมัครเต็มจำนวนซะก่อน

                แล้วจับใบดำใบแดงหาแมวอะไร

                ครับ...ทั้งหมดนี้คือพฤติกรรมของคนที่บอกกับสังคมว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่

                จะมาสร้างสังคมใหม่...ด้วยเฟกนิวส์.

 ผักกาดหอม

 

อนค.รับชะตาขาด! ‘ปิยบุตร’เชื่อใบสั่งผู้มีอำนาจ/‘กกต.’ปัด

    
 

 

 กกต.โต้ "อนาคตใหม่" กล่าวหามีธงคดีเงินกู้ ยันทำตามระเบียบ อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องฯ ไม่มีการชี้นำหรือเร่งรัด ระทึก! ที่ประชุม กกต. 11 ธ.ค.นี้จะฟัน "ธนาธร-อนค." ปมทำนิติกรรมอำพรางบริจาคเงิน 191 ล้านเลยหรือไม่ หลังพบพิรุธชำระหนี้ 26.8 ล้านบาทเป็นเงินสดทั้งหมด  "ปิยบุตร" ขู่หนังม้วนเก่า ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ติดคุก ระวังจะจบไม่เหมือนเดิม "นายพลส้มหวาน" แซะ! คดี อนค.ไม่น่าสงสัยเท่า ทบ.ปล่อยกู้บริษัท RTA  ทบ.แจงเอกสารเกณฑ์ทหารธนาธรถูกต้อง 

    เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กกต.พิจารณาการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่เป็นไปโดยมีธงทางการเมืองหรือมีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีเอกสารความเห็นของบุคคลระดับสูงของสำนักงาน กกต.ได้ชี้นำในสำนวนไว้แล้วว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กระทำความความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยความเห็นนี้มีมาตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2562 แต่ กกต.มาเรียกพยานหลักฐานในเดือน ต.ค.2562 นั้น ว่าการแถลงข่าวข้างต้นคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีขั้นตอนการพิจารณาตามกฎหมายมาเป็นลำดับ ดังนี้ 
    1.ตามระเบียบคณะกรรมการการว่าด้วยการสืบสวนการไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2562 เลขาธิการ กกต.ต้องมีความเห็นในสำนวนการสืบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อ กกต. ซึ่งกรณีนี้เลขาธิการ กกต.ได้มีความเห็นเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2562 โดยการเสนอความเห็นในสำนวนเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบ มิใช่การชี้นำในสำนวนการสืบสวนแต่อย่างใด 
    2.เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2562 เลขาธิการ กกต.ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่ากรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินอยู่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งเพื่อพิจารณา และมีความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามระเบียบต่อไป
    3.ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 11 ต.ค.62 และวันที่ 23  ต.ค.2562 ประธาน กกต.ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบและมิได้มีการเร่งรัดแต่อย่างใด โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ขอเอกสารจากพรรคอนาคตใหม่เพื่อประกอบการพิจารณา แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารตามที่ขอ คณะอนุกรรมการฯ จึงได้รวบรวมพยาน
    มีรายงานว่า ในการประชุม กกต.วันที่ 11 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีวาระการพิจารณาคดีกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191 ล้านบาท ที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่นคำร้อง โดยกกต.ได้ตั้งประเด็นตามคำร้อง 2 ประเด็น คือ 1.การกู้เงินดังกล่าว ถือเป็นการบริจาคของบุคคลเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ 2.การกู้เงินดังกล่าว ถือว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากเอกสารหลักฐานชี้แจงที่พรรค อนค.ส่งมาส่วนหนึ่งนั้น ระบุว่าสัญญาเงินกู้ฉบับแรก เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2562 ที่พรรคทำสัญญากู้ยืมเงินจากนายธนาธร จำนวน 161,200,000 บาท และตามสัญญาระบุว่าพรรคจะมีการชำระเงินภายใน 3 ปี โดยในปีแรกจะชำระเงินกู้จำนวน 80 ล้านบาท, ปีที่สอง 40 ล้านบาท และปีที่สาม 41 ล้านบาท 
    "ซึ่งพรรคได้มีการรายงานมาว่าปัจจุบันเงินกู้ดังกล่าวมีการชำระแล้ว 26.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 งวด แต่ละงวดชำระห่างกัน 10 วัน ชำระเป็นเงินสดทั้งหมด ยังมีข้อน่าสงสัยว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินของใคร เบิกถอนมาจากไหน เอาเข้าบัญชีใคร ถ้านำเงินที่เป็นรายได้ของพรรคตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 62 มาชำระยิ่งจะถือว่าผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายมาตราดังกล่าวกำหนดเรื่องที่มารายได้ของพรรคไว้ 7 ประการ และไม่ให้นำรายได้เหล่านี้ไปใช้เพื่อการอื่น"
ลุ้น กกต.ฟันทำนิติกรรมอำพราง
    นอกจากการดำเนินกิจการของพรรค หากนำรายได้ของพรรคไปจ่ายหนี้เงินกู้จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา กรรมการบริหารพรรคต้องติดคุก ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาถึงรายรับรายจ่ายของพรรคว่ามีการลงบัญชีเงินจำนวนนี้ไว้ในหมวดใด การรับบริจาคที่หากนำเงินบริจาคไปชำระคืนกระทบต่อยอดเงินบริจาคหรือไม่ และความสามารถของพรรคในการชำระหนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ เพราะจากรายงานงบการเงินของพรรคอนาคตใหม่ในรอบปี 2561 ที่มีการรายงานต่อ กกต.เมื่อ เม.ย.2562
    "ดังนั้น การให้พรรคกู้เงินจึงอาจเข้าข่ายการเป็นนิติกรรมอำพราง เป็นการได้เงินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะเข้าข่ายตามมาตรา 72 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา 92 (3) เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคได้ เป็นที่น่าจับตาว่าการประชุมครั้งนี้ กกต.จะมีมติชี้ขาดเลยหรือไม่" รายงานข่าวระบุ
    ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวที่จังหวัดขอนแก่นว่า หนังม้วนเก่ากำลังจะกลับมาฉายซ้ำ แต่ หนังม้วนเก่าในครั้งนี้นั้นจะจบไม่เหมือนเดิม ตนยอมรับว่ามีความพยายามที่จะให้ระบบแบบนี้กลับมาอีกจนเราสู้ไม่ได้ คือการยุบพรรค ตัดสิทธิ์ ติดคุก มันก็วนมาแบบนี้ ซึ่งขอถามว่าจะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าแก้ไขไม่ได้ ถ้าจะเอาแบบนี้กลับมาอีกก็แก้ปัญหาไม่ได้ 
    "จึงขอเรียนไปยังผู้มีอำนาจว่าให้มองพวกผม มองพรรคอนาคตใหม่ มองทุกคนของพรรค ที่พวกเราทุกคนนั้นมีความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองไม่แพ้พรรคการเมืองใด ดังนั้นควรเปิดโอกาสให้มาพูดคุยกันหาทางออกร่วมกัน เดินหน้าไปสู่อนาคตของประเทศรูปแบบใหม่ร่วมกันจะดีกว่า เพราะการใช้การแก้ปัญหาแบบเดิมๆนั้นไม่ได้ผล เพราะหนังม้วนเก่าจะมาฉายซ้ำต้องระวัง เพราะจะจบไม่เหมือนเดิมก็ได้" นายปิยบุตรกล่าว
    พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การกู้เงินของพรรค อนค.กับนายธนาธร เรามีหลักฐานการกู้เงินชัดเจน กู้แล้วต้องใช้คืน พรรคใช้หนี้ตามสัญญาที่ระบุเอาไว้ ส่วนความผิดตามมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเกี่ยวกับรายได้ของพรรคการเมือง ไม่มีการระบุข้อห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงิน ตามหลักกฎหมายถ้าไม่มีข้อห้ามถือว่าทำได้ ถือว่าชัดเจนและมีหลักฐานครบสามารถตรวจสอบได้ ไม่มีอะไรน่าวิตก ผิดกับกรณีที่กองทัพบกได้อนุมัติปล่อยเงินกู้ 1,200 ล้านบาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยให้แก่บริษัท RTA Entertainment จำกัด ที่กองทัพบกถือหุ้นอยู่ 50% และอีก 50% ถือหุ้นโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ทั้งที่บริษัทนี้มีทุนจดจัดตั้งเพียง 10 ล้านบาท ตรงนี้น่าสงสัยและน่าตรวจสอบกว่ากรณีของเราเยอะ
ขู่ กกต.โดน ม.157
    "ตอนนี้ยังดูหลักฐานในคดีนี้ไม่ครบ และยังไม่ได้สืบพยานเลย แต่กลับมีเอกสารและข่าวหลุดออกมาแล้ว แบบนี้ทำให้คนสงสัยว่ากกต.มีธงในการตัดสินคดีหรือไม่ ที่ผ่านมา กกต.เรียกหลักฐานมาหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับคดีการกู้เงินเลย ขอแนะนำให้กกต.ดำเนินการตามขั้นตอนแบบตรงไปตรงมา หากทำอะไรโดยที่ไม่สนใจขั้นตอนหลักฐานและการสืบพยาน ใช้แต่อำนาจที่มี ทางเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะฟ้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" พล.ท.พงศกรกล่าว 
     ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ Thanathorn Juangroongruangkit กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า นายธนาธรปลอม สด.9 เกณฑ์ทหาร ว่า  ไม่ปลอมครับ ผมเดินไปจับใบดำใบแดงด้วยตัวเอง เอกสารทุกอย่างก็จริงหมด พอกันทีกับข่าวปลอมแบบนี้ ไหนๆ แล้ว ขอชวนคิดต่อเลยว่ามันมีการปลอม สด.9-ยัดเงินกันจริงใช่ไหม? ใครได้ประโยชน์จากระบบโสมมแบบนี้บ้าง? ปีนึงมี "เงินนอกงบประมาณ" เท่าไหร่? ทำไมพวกเขาจึงหวง ไม่ยอมยกเลิกระบบเกณฑ์ทหาร???
    ขณะที่พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวข้องกับการเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการของนายธนาธร และอ้างว่ามีการหลีกเลี่ยงการตรวจเลือกทหารนั้น ได้ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว พบว่านายธนาธรได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารตามกระบวนการของทางราชการอย่างครบถ้วน โดยเมื่อ 2543 ได้เคยใช้สิทธิ์ขอผ่อนผันเนื่องจากไปศึกษาต่อต่างประเทศ ต่อมาเมื่อเมษายน 2544 ได้แจ้งสละสิทธิ์การผ่อนผันและได้เข้ารับการตรวจเลือกทหารที่เขตประเวศ กทม. ผลการตรวจเลือกคือ “ปล่อยเพราะมีการร้องขอเต็มจำนวน” และได้รับเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (แบบ สด.43) เป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นบุคคลที่ได้ผ่านการตรวจเลือกทหารตามขั้นตอนของทางราชการอย่างครบถ้วน
    สำหรับกรณีเอกสารแบบ สด.9 ที่ถูกนำเสนอด้วยนั้น เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานในการขึ้นทะเบียนทหารกองเกินเท่านั้นไม่เกี่ยวกับการผ่านหรือไม่ผ่านตรวจเลือกทหาร การตรวจเลือกทหารต้องยึดถือเอกสารใบ สด.43 เป็นหลัก ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีดำเนินการเรื่องดังกล่าวขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหวังให้เกิดความไม่ไว้วางใจหรือมุ่งสร้างให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในทางการเมือง และทำให้สังคมสับสน ขออย่าได้นำข่าวปลอมนี้ไปเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับฝ่ายการเมือง เพราะไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกัน ขอให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณในการรับทราบข้อมูลในเรื่องนี้ให้รอบด้านด้วย และกองทัพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
    พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เปิดเผยว่า นายธนาธรเข้ารับการตรวจเลือกฯ ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทุกอย่างกองทัพบกไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับนักการเมือง ที่มีข่าวออกมานั้นเรายืนยันได้เลยว่าข่าวนั้นไม่เป็นความจริง เพราะนายธนาธร เขาผ่านขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน
    นายธันวา ไกรฤกษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียนคุณธนาธร อะไรที่ถูกต้องผมก็สนับสนุนในการเรียกร้องของคุณเสมอ แต่ในหลายๆ ครั้ง คุณมักขาดความรอบคอบในการแสดงความคิดเห็น แม้กระทั่งเรื่องง่ายๆ เช่น กรณีเกณฑ์ทหาร หากเกิดมาเป็นชายแท้ๆ ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครไปยัดเงินเพื่อปลอมใบ สด.9 หรอก เพราะแค่เดินไปขึ้นทะเบียนคุณก็ได้รับใบนั้นกลับบ้านแล้ว เหตุใดคุณถึงพูดเรื่องการจับใบดำใบแดงของตนเอง และกล่าวถึงการวิ่งเต้นใบ สด.9 ทั้งที่มันควรจะเป็นใบ สด.43?
    "คนอยากจะเป็นนายกฯ แค่มีเพียงวิสัยทัศน์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีองค์ความรู้ มีสติอยู่เสมอไม่ว่าจะทำอะไร หากยุ่งมากหรือไม่มีเวลา ก็ควรให้ 'กูรู' ในพรรคช่วยหาข้อมูล ป.ล.จะแก้รัฐธรรมนูญ จะปฏิรูปกองทัพ ซึ่งซับซ้อนกว่านี้หลายเท่าได้อย่างไร เพราะแค่กฎหมาย/กฎเกณฑ์ง่ายๆ คุณยังไม่เข้าใจเลย" นายธันวาระบุ 

หมอระวีเฮ! ศาลไม่รับฟ้อง'เสรีพิศุทธ์' คดีหมิ่นประมาท

    
 

11 ธ.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ในคดีหมายเลขดำ อ.1729/2562 ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เป็นจำเลย ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 , 328

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2562 เวลากลางวัน จำเลยได้แถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งข้อความตอนหนึ่งว่า "การต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ อาจมองในแง่หนึ่งได้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเอาสถาบันกับไม่เอาสถาบัน ดังนั้นสมาชิกพรรคของเรา จะมีมติให้เราเลือกข้างที่รักษาสถาบัน โดยพรรคพลังธรรมใหม่จึงต้องประกาศจุดยืนตามเสียงข้างมากของสมาชิกพรรคทั่วประเทศที่จะเข้าร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐในการจัดตั้งรัฐบาล" 

ซึ่งข้อความที่จำเลยกล่าวทำให้ประชาชนทั่วไปในสังคมเข้าใจว่า โจทก์เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เทิดทูนและไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้โจทก์และสมาชิกพรรคโจทก์ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคการเมืองของโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรคร่วมกันแถลงเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง เป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สืบทอดอำนาจที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อไปอีก

โดยโจทก์และกลุ่ม 7 พรรคการเมือง เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย กล่าวอยู่เสมอว่าเป็นฝ่ายที่ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เคยนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงตามที่ถูกกล่าวหาให้ร้ายจากพรรคการเมืองอื่น แต่จำเลยพยายามเอาใจพล.อ.ประยุทธ์ เพราะเหตุคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คำนวณให้จำเลยได้เป็น ส.ส. ทั้งที่จำเลยมีคะแนนเพียง 35,099 คะแนน ต่ำกว่าคะแนน 71,065 ที่พึงมี ส.ส.ได้เสียอีก

การกระทำนั้นใส่ร้ายโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ ว่า "เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบัน" โดยคำว่า"ไม่เอาสถาบัน"เมื่อนำมาใช้กับความหมายรวมข้อความทั้งหมดที่จำเลยกล่าว มีความหมายในลักษณะแบ่งพวกแบ่งฝ่ายทางการเมือง ซึ่งย่อมหมายความว่าเหตุที่จำเลยและสมาชิกพรรคของจำเลย ไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับโจทก์และพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 7 พรรค แต่ไปเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เนื่องจากโจทก์เป็นหนึ่งในพรรคการเมือง 7 พรรคที่เป็นฝ่ายไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ คิดที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น เพราะความจริงแล้วโจทก์และสมาชิกพรรคทุกคนมีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยดังนั้นประชาชนชาวไทยจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องรักษาไม่ให้บุคคลใดมาล้มล้างทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ การกระทำของจำเลยจึงทำให้โจทก์เสียหาย

ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่มีน้ำหนัก จึงไม่รับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษายกฟ้อง

ด้าน นพ.ระวี กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลที่มีคำสั่งไม่รับฟ้องนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความบริสุทธ์ของตนที่ได้แถลงเมื่อเดือน พ.ค. 2562 ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะกล่าวหาผู้ใดผู้หนึ่ง ให้ได้เกิดความเสียหาย ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เพียงแต่มีความปรารถนาดีที่จะต้องการปรามพวกที่คิดร้ายต่อสถาบันเท่านั้น อีกทั้งไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง  ถึงแม้ว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด แต่ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และตนขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลทุกกรณี 
           
“จากนี้ผมขอมุ่งมั่นทำหน้าที่ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาต่อไป เนื่องจากยังมีภารกิจอีกมากมายที่ต้องทำ ยังมีประชาชนอีกไม่น้อยที่ได้รับความเดือดร้อนรอความช่วยเหลืออยู่ และที่สำคัญคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องรื้อฟื้นแก้คืนหรือฟ้องกลับในเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะผมไม่ได้ให้ราคากับเรื่องนี้ มากกว่าเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในตอนนี้” นพ.ระวี ระบุ

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากไปถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า ขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้เวลาในการทำหน้าที่ ส.ส.  เพราะท่านก็มีหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่มีภารกิจที่สำคัญ ขอแนะนำให้ท่านเอาเวลาไปให้กับงานตรงนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนจะดีกว่าหรือไม่.

 เลขาฯสภาแจงต้องต่อสัญญาซิโน-ไทยรอบ4 ไม่ให้โดนฟ้อง

    
 

 

11 ธ.ค. 62 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.00 น. นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงสาเหตุการขยายสัญญาว่าจ้างบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด ในการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นรอบที่ 4 ว่า ยอมรับว่าไม่ใช่ความผิดของสภาฯเสียทีเดียว โดยสาเหตุที่ต่อสัญญาจาก 2 ประเด็นหลักคือ 1.ได้งบประมาณเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) ล่าช้า จึงทำให้ได้ผู้รับเหมาก่อสร้างล่าช้า และ 2.ได้ผู้รับเหมางานสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ งานประกอบอาคาร และภายนอกอาคารล่าช้า จึงเป็นเหตุผลให้สภาต้องต่อสัญญาจำนวน 382 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 62 และไปสิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 ธันวาคม 63 โดยการต่อสัญญาจำนวน 382  วันนั้น เราไม่ได้ยอมฝ่ายซิโน-ไทยในฐานะผู้รับจ้าง เนื่องจากตอนแรกเขาขอมา 504 วัน  

อย่างไรก็ตาม หากสภาไม่ต่อสัญญาไปก็เป็นเหตุให้ ซิโน-ไทยสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐสภาได้ ทั้งนี้ยืนยันว่าขณะนี้รัฐสภายังไม่มีการเสียค่าปรับให้เอกชนแต่อย่างใด และยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการต่อสัญญาครั้งที่ 5 อีกหรือไม่ เพราะพยายามเร่งรัดการก่อสร้างอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า งานระบบไอซีที และสาธารณูปโภค เป็นงานของผู้รับจ้างรายอื่นที่ไม่เกี่ยวกับซิโน-ไทย แต่เหตุใดต้องขยายเวลาให้กับบริษัทผู้รับเหมา นายสรศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องทำงานคู่ขนานไป เช่น ถ้าขืนปล่อยให้ซิโน-ไทยก่อสร้างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะต้องมารื้อฝ้าอาคารเพื่อวางระบบไอซีทีอีก ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของห้องประชุมสุริยัน  ซึ่งจะใช้เป็นห้องประชุมของสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะเสร็จภายใน 28 ก.พ.63.

'สส.เต้' เดือดแล้วขู่เปิดข้อมูลลับ 'เลขาฯสภา'

    
 

11 ธ.ค.62 - ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีที่เลขาธิการสภาดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับนายมงคลกิตต์ เนื่องจากนำสารก่อวัตถุระเบิดเข้ามายังบริเวณอาคารรัฐสภา  ว่า บางทีเลขาธิการสภาอาจจะไม่ได้จบสายวิทย์ฯมา จึงไม่เข้าใจคำว่าสารเคมี และสูตรเคมีคืออะไร ซึ่งถ้าไม่เข้าใจ ตนจะสอนการอ่านตารางธาตุให้ การเชื่อมพันธโลหะ กับพันธอโลหะเป็นอย่างไร 

ทั้งนี้ การที่เลขาธิการสภาระบุว่าได้ปรึกษากับ สน.บางโพแล้วนั้น เป็นการที่ตำรวจรับแจ้งความ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้อสืบหาข้อเท็จจริงอีกหลายประเด็น โดยในวันนั้นเจ้าหน้าที่อีโอดีก็มาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตนไม่ได้กังวลอะไร และจะชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องมีการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอีโอดีมาให้ข้อมูลเบื้องต้นด้วย หน้าตาแบบนี้หรือผู้ก่อการร้าย

“เลขาธิการสภาควรไปสนใจเรื่องการต่อสัญญาก่อสร้างสภาจะดีกว่า การเบิกล่วงหน้าว่าเบิกถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งผมก็มีข้อมูลเยอะอยู่ เดิมทีผมกะจะไม่เล่น แต่พอท่านเลขาฯบอกอย่างนี้ ทำให้ความจำผมดีขึ้นมาทันที ทุกๆเรื่องของสภาฯ ผมจะเก็บเล็กผสมน้อยทั้งหมด โดยจะทำทีละเรื่อง ต่างกรรม ต่างวาระ” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ดูเหมือนจะเป็นการเอาคืนเลขาธิการสภาฯกลับหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เขาเรียกว่า ธรณีนี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์อยู่บ้าง เราบ่ผิดท่านมาประหารก็อาจจะมีปัญหาได้ ก็ต้องรู้ฤทธิ์กันหน่อย ขอฝากท่านเลขาฯให้ได้เกษียณนะ

เมื่อถามว่า พูดอย่างนี้เหมือนขู่เลขาธิการสภา นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า “คนอย่างเต้ พระราม 7 ไม่เคยขู่ใคร ผมไม่อยากทำอะไรเลขาฯ เพราะเลขาฯเรื่องเยอะอยู่แล้ว”

ปชป.จูนสส./ทีมหน่อยกันท่าเป็ด

    
 

 

  “จุรินทร์” ลั่นร่วมรัฐบาลด้วยความจริงใจ หากจับมือแล้วจะเดินไปให้สุดทาง “เฉลิมชัย” แจงที่ประชุม ปชป.ข่าวไขก๊อกไม่จริง ยังเดินหน้าทำงานเพื่อให้พรรคกลับมาผงาด “สุวัจน์” โผล่เชียร์ปรับ ครม. หากทำให้เสียงรัฐบาลเพิ่มสร้างเสถียรภาพ “อนุดิษฐ์” ดักคอบอก 7 พรรคผนึกเหนียวแน่นไม่มีใครกลับลำแน่ พร้อมปฏิเสธทันควันตั้ง “ดร.เหลิม” กุมบังเหียนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในหลายเรื่อง ทั้งภาพรวมการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการลาออกของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มาปรึกษาเรื่องการยุบสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ว่านายกฯ ไม่เคยพูดกับตนเอง ซึ่งคำว่ายุบสภา ต่อให้นายกฯ ตะโกนออกทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจก็ยุบไม่ได้ เพราะต้องทูลเกล้าฯ ถวายก่อน ส่วนที่มีข่าวว่านายกฯ พูดเรื่องยุบสภานั้น อาจไม่ใช่เจตนา อาจเป็นการเปรย หรือปรารภ ยืนยันว่าไม่เคยได้ยิน 
"ไม่เคยได้ยินนายกฯ พูด เว้นแต่นายกฯ ไปพูดกับรัฐมนตรีท่านนั้นใน ครม.วงใหญ่ วงเล็ก หรือวงมโหฬารไม่เคยได้ยิน และที่นายกฯ พูดครั้งสุดท้ายนั้นถูกที่ว่าใครจะไปโพนทะนา ไม่มีใครบอกหรอก แม้แต่ใน ครม.เขายังไม่บอก สมัยป๋าเปรมยุบก็ไม่ได้บอกใครเลยสักคน มาประกาศอีกทีคือยุบแล้ว ฉะนั้นเรื่องการยุบสภาไม่ใช่เรื่อง ครม. ไม่ต้องมีมติ ครม. แต่เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะกราบบังคมทูลฯ และลงนามรับสนองฯ" นายวิษณุกล่าว
เมื่อถามถึงการปรับ ครม. นายกฯ มาปรึกษาหรือมีสัญญาณแล้วหรือไม่ นายวิษณุตอบทันทีว่า ไม่รู้ จะไปรู้ได้อย่างไร
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องปรับ ครม.ที่จะให้พรรค ปชป.พ้นเก้าอี้บางตำแหน่ง ว่าไม่ขอชี้แจงอะไร เพราะข่าวไม่ได้มาจากตนเอง ซึ่งเล่นการเมืองมานาน อยู่มาหลายรัฐบาล ทั้งแกนนำ ทั้งฝ่ายค้าน ทำมาทุกหน้าที่ เข้าใจกระบวนการทางการเมือง การปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับนายกฯ หากมีการปรับก็ขอให้แจ้งมา เพราะพรรค ปชป.ไม่มีปัญหา พรรคพร้อมตัดสินใจ บางครั้งการเกิดกระแสข่าวรายวันไม่เป็นผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และตอบล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร พรรค ปชป.ก็แค่พรรคลำดับสอง พูดไปยิ่งเป็นการทำลายสถานการณ์ และยิ่งสร้างปัญหาให้กับพรรคแกนนำหลัก
“ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมไม่มีปัญหา โดยเฉพาะผมในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่า หากตัดสินใจทำงานร่วมกับใครแล้ว ก็ร่วมรัฐบาลด้วยความจริงใจ จับมือเดินไปด้วยกัน” นายจุรินทร์กล่าว
ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในเรื่องนี้ว่า น่าจะลือกันไปเองมากกว่า แต่ก็ไม่ทราบ เรื่องทั้งหมดฟังมาจากข่าวเหมือนกัน ก็ต้องเอาใจช่วยพวกที่ยังอยู่ คนไปก็โอเค คนที่ดีมีคุณภาพแต่ออกไปเราก็เสียดาย แต่ก็ต้องให้กำลังใจคนที่อยู่ พยายามให้ความเห็นใจกับคนที่อยู่ทุกคน เพราะเป็นสิ่งที่เราก็เคยเจอกันมา
“เฉลิมชัย”ยันไม่วางมือ
ถามต่อว่า ช่วงนี้พรรค ปชป.มีข่าวลือจำนวนมาก ล่าสุดมีกระแสข่าวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. จะวางมือทางการเมือง นายชวนกล่าวว่า ไม่ทราบว่านายเฉลิมชัยจะลาออกเรื่องอะไร ข่าวลือต้องมีมูลว่ามีสาเหตุมาจากเรื่องใด เพราะนายเฉลิมชัยเป็นคนหนึ่งที่ทำงานและประสานงานให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างดี
ขณะเดียวกัน มีประชุม ส.ส.พรรค ปชป. ซึ่งได้มีกำชับและทำความเข้าใจในการประชุมสภาในวันที่ 11 ธ.ค. ที่จะพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ทั้งนี้ ระหว่างประชุม นายเฉลิมชัยได้ชี้แจงถึงกระแสถอดใจวางมือทางการเมืองว่า เป็นข่าวเท็จ ไม่ทราบว่าข่าวออกมาได้อย่างไร ใจเกินร้อย วันนี้ยังสู้ทุกอย่าง มีการอ้างว่าข่าวจากคนใกล้ชิด ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะสุขภาพแข็งแรง เข้มแข็งดี และพร้อมสู้และเดินหน้าพาพรรคกลับมาอยู่จุดที่เราเคยอยู่อีกครั้ง
“ไม่ต้องกังวลว่าผมจะถอดใจ คนอย่างผมถ้าตัดสินใจทำอะไรแล้วเต็มร้อยทุกเรื่อง เพราะประชาธิปัตย์คือบ้านของผม และอยากให้ทุกคนเดินไปกับผมให้เป็นหนึ่งเดียว จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันเดินไปพร้อมๆ กันด้วยความเป็นหนึ่งเดียว นี่คือจุดแข็งของพรรคที่จะเป็นจุดฟื้นพรรคกลับคืนมา เชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนก็มีความหวังที่จะให้พรรคกลับมายืนอย่างสง่างามอีกครั้ง” นายเฉลิมชัย กล่าวในที่ประชุม
ด้านนายจุรินทร์ได้พูดในที่ประชุมและกำชับ ส.ส.พรรคถึงหลักการและกติกาการทำงานร่วมกันในรัฐบาลว่า ต้องยึดมติวิปรัฐบาล พร้อมยกเหตุการณ์ในอดีตที่พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่ลงมติตามมติวิปรัฐบาล เช่น รัฐบาลนายชวนที่พรรคความหวังใหม่โหวตสวน สุดท้ายก็ต้องเชิญออกจากรัฐบาล หรือแม้แต่สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ลงมติตามวิปรัฐบาล ก็ถูกออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช่นกัน โดยย้ำว่าไม่กลัวว่าพรรคถูกออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ต้องการบอกถึงการทำงานในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. ยืนยันว่า ข่าวลือเรื่องนายเฉลิมชัยวางมือทางการเมืองนั้นไม่เป็นความจริง คนที่ปล่อยข่าวเพราะไม่หวังดี อาศัยช่วงกระแสข่าวเรื่องเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้มาปล่อยข่าว
ส่วนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร แต่อะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงในสภาเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีเสถียรภาพของรัฐบาลมากขึ้น ที่จะเป็นผลดีของประเทศ
    “จริงๆ แล้ว 500 เสียง ถ้าจะทำให้รัฐบาลราบรื่น และดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ ให้พี่น้องประชาชนมีความสุข อย่างน้อยๆก็ต้องมีใกล้ๆ 300 เสียง แต่วันนี้เสียงค่อนข้างน้อยมากจริงๆ ถ้าเกิดรัฐบาลสามารถปรับ ครม.แล้วมีเสียงมาสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้นได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีกับเสถียรภาพของรัฐบาลด้วย และผมเชื่อว่าทุกคนก็จะมั่นใจ แต่ในเรื่องนี้ผมไม่ทราบในรายละเอียดว่าจะปรับ ครม.หรือจะมีพรรคใดเข้ามาเพิ่ม ผมไม่ทราบ แต่อะไรที่ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นบวก จะดีต่อการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง“ 
โอ่7พรรคยังเหนียวแน่น
ขณะที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า การปรับ ครม.เป็นเรื่องปกติของการบริหาร แต่ข่าวที่ออกมาดูเหมือนจะปรับเปลี่ยนเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลมากกว่า หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างไร ส่วนกระแสข่าวจะดึง ส.ส.พรรคบางส่วนไปร่วมรัฐบาล เชื่อว่าเป็นแค่ข่าวปล่อยเพื่อดิสเครดิตพรรคเท่านั้น ยืนยันว่าพรรคมีอุดมการณ์และจุดยืนเหมือนเดิม คือไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอันขาด ตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องยังคงเป็นแกนนำบริหารประเทศ พรรคไม่ไปร่วมสังฆกรรมเพื่อสืบทอดอำนาจแน่นอน 
“ผมมั่นใจในสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคน เพราะเชื่อว่าเราผ่านมาจนถึงจุดนี้ได้ พรรคการเมืองทุกพรรคและสมาชิกทุกคนมีภูมิต้านทานต่ออำนาจและแรงจูงใจของฝ่ายตรงข้าม เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อมั่นว่าพวกเราจะยืนหยัดทำงานตรวจสอบรัฐบาลเพื่อประชาชนอย่างเข้มแข็งต่อไป” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวถึงท่าทีของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน
น.อ.อนุดิษฐ์ยังกล่าวถึงกรณี 3 ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคฝ่ายค้าน ว่ากรรมการสอบสวนที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.แล้ว ซึ่งผลสอบคงเกิดขึ้นอีกไม่นาน ส่วนที่ประชาชนถึงขนาดเผาพริกเผาเกลือแช่ง น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทยนั้น ก็สะท้อนว่าเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน 
 สำหรับกรณีการลาออกของนายพีระพันธุ์นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายพีระพันธุ์แล้วเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจในเรื่องส่วนตัว และไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตนเอง ยังให้ความเคารพกัน ซึ่งได้อวยพรขอให้โชคดี และยืนยันว่าการเข้า-ออกภายในพรรค ปชป.เป็นเรื่องปกติ มีอยู่ทุกสมัย อย่าด่วนสรุปว่าพรรคกำลังมีปัญหา การลาออกของสมาชิกพรรคไม่เกี่ยวข้องกับการไม่มีบทบาทภายในพรรค เพราะทุกคนที่มีหน้าที่ในพรรค ต่างทำงานเต็มที่ภายใต้อุดมการณ์ของพรรค 
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่เคยรู้จักนายพีระพันธุ์เป็นการส่วนตัวมาก่อน มีโอกาสได้คุยครั้งแรกในการยื่นญัตติค่าโง่ทางด่วน ซึ่งได้ร่วมงานตั้งแต่นั้น ซึ่งเสียดายมากสำหรับนักการเมืองที่ดีของสภา ที่ทุกลมหายใจคิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์ของชาติ
วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. ได้ออกมาตอบโต้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่ออกมาพาดพิงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ว่าพูดกี่ที ก็ปลุกผีความขัดแย้งเอาใจนาย มาทวงบุญคุณกับประชาชน นายสุภรณ์จะเนรคุณพรรคเก่า ทำตัวเป็นพลทหาร ตัดหญ้า ถูบ้าน ล้างรถ เลี้ยงไก่ เอาใจนายก็ทำไป แต่อย่าไร้มารยาทวิพากษ์วิจารณ์ก้าวล่วงกิจการภายในของพรรคการเมืองอื่น โดยปราศจากข้อเท็จจริง คนมีมารยาทเขาไม่ทำกัน 
ด้านนายสุภรณ์ตอบโต้ทันที ว่านายอนุสรณ์อย่าทำตัวเป็นโฆษกสากกะเบือ เป็นผีเจาะปากไปได้ กล่าวหาโจมตีรัฐบาล แขวะ พล.อ.ประยุทธ์ไปทุกเรื่องราว เสมือนคนปากไม่มีหูรูด ถ้าคนอย่างแรมโบ้อีสานจะเป็นคนเนรคุณพรรคเก่า ก็ยอมเนรคุณ ถ้าพรรคเก่าเอาเปรียบบ้านเมือง ถ้าพรรคเก่าสร้างความวิบัติหรือเสียหายให้ประเทศชาติและประชาชนอย่างมากมายมหาศาล ยอมไปเป็นพลทหาร ยอมเลี้ยงไก่ เช็ดรถ ถูบ้านเมืองหลังนี้ให้มันสะอาดดีกว่าที่จะต้องทนอยู่และเจ็บปวดหัวใจกับบ้านหลังเก่าที่ยอมรับไม่ได้ 
“ผมจะยอมทำทุกอย่างถ้าบ้านหลังใหม่นี้จะสวยงาม ดูดี สะอาดสะอ้านมากกว่าบ้านเดิมหลายเท่า ผมยอมเป็นคนเนรคุณบ้านหลังเก่า ถ้าบ้านหลังนี้พ่อบ้านผมเป็นคนมือสะอาด เสียสละเพื่อครอบครัวลูกหลานให้มีความสุขอบอุ่นกว่าบ้านหลังเดิม และไม่คิดเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัว และสำคัญที่สุดพ่อบ้านหลังใหม่ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน" นายสุภรณ์กล่าว
ปัดตั้งเหลิมคุมอภิปราย
น.อ.อนุดิษฐ์ยังชี้แจงถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพรรคเพื่อไทย ดูแลภารกิจติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่าทราบข่าวจากสื่อมวลชนเช่นกัน และได้สอบถามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หัวหน้าก็บอกว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ รวมถึงผู้ใหญ่หลายคนภายในพรรคก็บอกว่าไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว ข่าวที่ออกมาก็เป็นข่าวที่ออกมาจากแหล่งข่าวซึ่งพิสูจน์ตัวตนไม่ได้ ไม่ทราบว่าผู้ปล่อยข่าวมีเจตนาเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างบุคคลสำคัญในพรรคขึ้นมาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมนั้นเป็นบุคลากรสำคัญของพรรคเพื่อไทย ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และความรู้ประสบการณ์ หากคณะกรรมการยุทธศาสตร์หรือคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อมีเรื่องใดก็แล้วแต่ เราได้ยกหูโทรศัพท์หา ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อขอคำปรึกษาได้ตลอด ซึ่งก็ได้รับความเมตตาและได้รับคำปรึกษาที่ดีตลอด
“เรายังไม่ได้เดินไปถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยังอยู่ในช่วงของการเตรียมการ ผู้ที่ได้รับมอบหมายเรื่องดังกล่าวคือประธานวิปฝ่ายค้าน ให้ทำหน้าที่ประสานกับวิป 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านและดำเนินการกำหนดกรอบแนวทาง สำหรับเนื้อหาที่จะนำไปสู่การอภิปราย ผู้ที่สนับสนุนก็จะเป็นคณะที่ปรึกษาให้ประธานวิปฯ คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
สำหรับกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาคุณสมบัติของนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ว่าขาดคุณสมบัติในการสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 จังหวัดขอนแก่นหรือไม่ ในวันที่ 11 ธ.ค.นั้น น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า  คณะกรรมการที่ทำหน้าที่สรรหาผู้สมัครได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ และทำหนังสือเพื่อสอบถามไปยัง กกต.แล้ว เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวเช่นกันว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2560 ห้ามผู้สมัครไปสมัครในเขตอื่นพร้อมกัน รวมไปถึงระบบบัญชีรายชื่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครจับปลาหลายมือ แต่บังคับใช้กับการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งซ่อม บัญชีรายชื่อถูกล้างไปแล้ว ดังนั้นจะใช้ข้อห้ามนี้กับคนถึง 4 ปี โดยทำอะไรไม่ได้เลย ถามว่าเป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร และนายธนิกเองก็ได้ยื่นหลักฐานให้ กกต.กลางไปหมดแล้ว
    ส่วนที่หอประชุมโรงเรียนหนองเรือวิทยา อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนและช่วยหาเสียงให้นายสมศักดิ์  คุณเงิน ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 2 ท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชนกว่า 3,000 คน โดย ร.อ.ธรรมนัสมั่นใจว่านายสมศักดิ์จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้สำเร็จ และเป็น 1 เสียงที่สำคัญที่จะเติมเสียงของรัฐบาลให้ครบ 255 เสียงแน่นอน
“ส่วนเรื่อง กกต.จะมีการประชุมเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ในวันพรุ่งนี้ (11 ธ.ค.) นั้น เราต้องดูข้อกฎหมายก่อนว่าจะสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง เพราะทุกอย่างเป็นสารบัญทางการเมืองที่เราต้องผ่านกรรมการ ผู้บริหารพรรค แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดภายใต้กฎหมาย กฎข้อบังคับของ กกต. เราต้องยึดหลักตรงนั้น ส่วนหากเกิดสถานการณ์ใดๆ เกิดขึ้นหากสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ จะย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้ตัดสินใจ”.

ระวังโรคผิวหนังกำเริบ ช่วงสภาพอากาศเปลี่ยน

    
 

 


    นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิของอากาศเริ่มต่ำลง อากาศเย็นและแห้ง ทำให้ผิวหนังแห้ง ลอก หยาบกร้าน มากกว่าปกติ ซึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหามากในผู้สูงอายุที่มีภาวะผิวแห้งอยู่แล้ว และในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังจะทำให้อาการกำเริบ เช่น คัน แห้งแสบแดง โรคผิวหนังที่พบบ่อยในช่วงฤดูหนาวได้แก่ โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการที่ผิวหนังแห้ง ภาวะผิวแห้ง อาจทำให้เกิดผื่นคัน พบมากในเด็ก ผู้สูงอายุ เนื่องจากผิวที่แห้งทำให้ไวต่อการระคายเคืองต่อน้ำ สบู่ หรือสารเคมีต่างๆ มักถูกกระตุ้นจากการอาบน้ำอุ่น ทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้น วิธีการดูแลที่อยากแนะนำ คือ อย่าอาบน้ำร้อนเกินไป ให้อุ่นพอประมาณ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ที่สำคัญหลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นทันที
    แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ป่วยโรคผิวหนังควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง หากมีอาการแสบ คัน หรือผื่นลอกขึ้น อาจจะต้องมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษา เช่น 1.โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคือง มักจะมีอาการมากที่มือ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานบ้าน จะมีอาการผื่นแดงคัน  แห้งแดงแตกที่มือ ดูแลเบื้องต้นโดยการใส่ถุงมือป้องกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีต่างๆ หรือแม้กระทั่งน้ำโดยตรง และทาครีมบำรุงผิวบ่อยๆ 2.โรคภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก มักจะมีอาการผิวแห้ง ผื่นแดง คัน กำเริบในช่วงอากาศหนาวจากภาวะผิวแห้ง ซึ่งเด็กบางคนไม่ได้อาบน้ำในช่วงอากาศที่เย็น ทำให้แบคทีเรียที่ผิวหนังเพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคกำเริบ การดูแลผิวในเด็กเน้นการใช้ครีมบำรุง ไม่จำเป็นต้องใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง 
    3.โรคเซบเดิม ผื่นแพ้ต่อมน้ำมัน จะมีอาการผื่นแดงลอกเป็นขุยที่บริเวณไรผม ร่องแก้ม ข้างจมูก รูหู มักมีอาการกำเริบในช่วงที่อากาศเปลี่ยน ร่วมกับสาเหตุอื่นๆ เช่น พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลควรปรับพฤติกรรมและใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ทาครีมบำรุงบ่อยๆ และมาพบแพทย์ตามนัด 4.กลุ่มโรคไวรัสหลายชนิด ที่มีการแพร่กระจายได้มากในช่วงฤดูหนาว เช่น โรคสุกใส จะมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มใสตามตัว หรือโรคหัดซึ่งจะพบในเด็กมีอาการไข้สูง ไอมาก ตาแดง และผื่นตามมา ไวรัสเหล่านี้ติดต่อทางทางเดินหายใจ การดูแลผิวในฤดูหนาว คือ ไม่อาบน้ำอุ่นเกินไป ใช้สบู่ที่อ่อนโยน ทาครีมบำรุงบ่อยๆ ถ้าผิวแห้งมากควรทาน้ำมัน และทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ.

 

 

 

 

 

 
 .................................................................
 
11 ธันวาคม 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน