*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3971
  • จำนวนผู้ชม : 2510260
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 319 , 20:18:59 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน พุธทรัพย์ , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ประเทศไทยมีของดีที่จะอวดสายตาชาวโลกได้มากมาย ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ล่าสุด การนวดแผนไทยก็ได้รับการจด

ทะเบียนเป็นมรดกจาก UNO อีกอย่างแล้ว หลังจากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมีรายการมานวดที่วัดโพธิ์เนิ่นนานมาแล้ว นอกจากนั้น

การนวดเพื่อผ่อนลาย ก็มีคนไทยไปเปิดร้านในหลายประเทศอีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปการนวดเพื่อผ่อนคลาย

 

 

 

 

เสียงร้องทารกก่อน "ถูกยุบ"

    

 

                ผมก็เป็น "นกไซบีเรีย"...........

                บินหนีหนาวไปซะ ๒-๓ วัน พออุ่นๆ ก็บินกลับรัง แต่พอได้ยิน "นายปิยบุตร" พล่าม

                ที่อุ่น อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด ร้อนจรดส้นเท้าเลย!

                นึกว่าเป็นตี๋อยู่ฮ่องกงหรือไง ถึงได้กร่างกะโหลกกลวงสำนึกใน ผิด, ถูก, ชั่ว, ดี ขนาดนั้น?

                ด่า กกต. ด่านายกฯ ด่าระบบ ด่าฟ้า ด่าดิน ด่าทั้งหมดที่ไม่เห็นดี-เห็นงามไปกับ "แก๊งหลงอนาคต"

                เอาเถอะ เพื่อจะได้รู้ตัวในคืนที่ ๓ ว่า เป็น "ผี" ไปแล้ว จะสดับปกรณ์ให้ ดังนี้

                ๑๑ ธ.ค.๖๒ ที่ประชุม กกต.เห็นว่าการที่พรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินจากนายธนาธร ๑๙๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นการกระทำเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๗๒ แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐

                จึงมีมติด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

                ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ตามมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๓) ประกอบมาตรา ๙๓ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐

                ปิยบุตรก็พล่ามเป็นต่อยหอย ไม่เห็นด้วยกับมตินั้น

                ตั้งข้อเคลือบแคลงสงสัยต่อการทำงานของ กกต.ว่ามีวัตถุประสงค์เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่บิดผันโดยมิชอบหรือไม่?     

                อยากให้ กกต.ลองออกมาเจอสังคม เจอประชาชนบ้าง ลองมาฟังว่าสังคมเขาพูดอะไรกัน?

                ก็อีกมากมาย ทำให้สงสัย นี่น่ะหรือ ดอกเตอร์ตูลุส นี่น่ะหรือ อดีตอาจารย์สอนกฎหมายสำนักธรรมศาสตร์?

                มันโง่จริง หรือแกล้งโง่ สงสัยจริงๆ!

                ปิยบุตรท้าให้ถามสังคม นี่ไง คำตอบจากสังคม

                Warat Karuchit

                สรุป คดี อนค. "กู้เงิน" ธนาธร ตามความเข้าใจของผม (ที่ไม่ใช่นักกฎหมาย)

                Facts:

                1.อนค.ได้เงินจากธนาธรมา 191 ล้าน โดยอ้างว่าเป็นการกู้เงิน

                2.กกต.มีความเห็นว่า อนค.ทำผิดมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ที่ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงินอย่างไม่ถูกต้อง

                ประเด็นที่ 1 อนค.บอกว่าเป็นการ "กู้เงิน" ไม่ใช่การบริจาค

                สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ

                1.1 พรรคการเมือง กู้เงิน ได้หรือไม่?

                ซึ่งในกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ว่า "ห้ามกู้เงิน" หรือ "สามารถกู้เงินได้"

                แต่ในมาตรา 62 ระบุว่า พรรคการเมืองสามารถมี "รายได้" เพียง 7 ประเภทเท่านั้น ซึ่งไม่มีการ "กู้เงิน" อยู่ในนั้น

                ดังนั้น จึงน่าจะสามารถตีความได้ว่า พรรคการเมืองไม่สามารถมีรายได้จากการกู้เงินได้

                (นอกจากนั้น ใน พ.ร.ป. ปี 50 เคยมีกำหนดไว้ว่า รายได้ประเภทหนึ่ง คือ "รายได้อื่นๆ" ซึ่งสามารถรวมถึงเงินกู้ได้ และมีพรรคการเมืองที่เคยกู้เงินโดยใช้ข้อนี้มาแล้ว

                แต่กฎหมายปี 60 ตัดข้อนี้ออกไปแล้ว จึงยิ่งค่อนข้างชัดเจนว่า จะปิดช่องการกู้เงิน)

                และถ้าคิดกันตามหลักตรรกะ เจตนารมณ์ของ รธน.คือป้องกันไม่ให้มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งมาครอบงำพรรคการเมือง ขนาดการบริจาคยังไม่เกิน 10 ล้าน แล้วเหตุใด จึงจะอนุญาตให้พรรคการเมืองกู้เงินบุคคลหนึ่ง โดยไม่จำกัดจำนวน (ในกรณีนี้คือ 191 ล้าน)ได้?

                เมื่อพรรคการเมืองไม่สามารถมีรายได้จากการกู้เงินได้ แต่ อนค.อ้างว่าเงิน 191 ล้าน เป็น "เงินกู้"

                ดังนั้น ต้องพิจารณาว่า "เงินกู้" เป็นรายได้หรือไม่

                1.2 "เงินกู้" นับเป็นรายได้หรือไม่?

                นักกฎหมายและนักบัญชีก็จะยืนยันว่า ในทางบัญชี เงินกู้ ถือเป็นหนี้สิน

                แต่กรณีของรัฐธรรมนูญ ควรจะตีความตามหลักการบัญชีหรือหลักรัฐศาสตร์ หรืออะไร

                หรืออาจจะต้องตีความเจตนารมณ์ของกฎหมาย ว่า "รายได้" ในที่นี้คือเงินที่นำมาจัดกิจกรรมทางการเมืองใช่หรือไม่ ไม่ใช่รายได้ในความหมายทางบัญชีที่เป็นต้นทุน ซึ่งอันนี้อาจจะขึ้นอยู่กับการตีความของศาล

                ดังนั้น หากศาลพิจารณาว่า "เงินกู้" เป็นรายได้ อนค.ก็จะทำผิดกฎหมายตามมาตรา 62

                แต่ถ้าศาลพิจารณาว่า "เงินกู้" ไม่ใช่รายได้ อนค.ก็จะไม่ทำผิดมาตรา 62

                แต่เงิน 191 ล้านที่ได้มา จะถือว่าเป็นอะไร?

                ประเด็นที่ 2 เงิน 191 ล้านที่ อนค.ได้มาจากธนาธร เป็นเงินกู้จริงหรือไม่?

                สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ หลักฐานการทำเรื่องกู้เงิน ได้กระทำถูกต้องหรือไม่ หรือมีการกระทำในภายหลัง เป็นการกู้เงินแต่ในนามหรือไม่

                การที่ อนค.อ้างว่าคืนเงินแล้ว เงินที่คืนนั้นมาจากแหล่งใด หรือเข้าข่ายการบริจาคมากกว่าเป็นการกู้เงิน ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าห้ามเกิน 10 ล้าน (นั่นคือ คำว่า "ไม่ถูกต้อง" ของ กกต. ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเงินสกปรก เงินผิดกฎหมายจากที่ไหน) จากแต่ละคน

                หรือเงินบริจาคของ อนค.ที่ได้มา อาจจะมาจากนอมินีของบุคคลเดียวกันหรือไม่

                ดังนั้นสรุปว่า หากศาลพิจารณาว่า

                1.เงินกู้เป็นรายได้ของพรรคการเมือง หรือ

                2.เงินกู้ไม่เป็นรายได้ของพรรคการเมือง แต่เงินที่ อนค.ได้มา ไม่ใช่เงินกู้ แต่เป็นเงินบริจาค

                อนค.ก็จะทำผิดกฎหมาย และอาจจะถูกยุบพรรค

                แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ ก็ไม่ผิด ไม่ถูกยุบพรรค ก็แค่นั้น

                ไม่ว่าศาลจะพิจารณาอย่างไร เรามีหน้าที่เคารพต่อคำวินิจฉัย ไม่หาข้ออ้างด้วยเหตุผลและอคติส่วนตัว ประเทศชาติจึงจะเดินหน้าต่อไปได้

                สื่อมวลชนควรที่จะนำเสนอข้อเท็จจริงและเหตุผล ไม่ชี้นำด้วยอคติและเน้นการสร้างดรามาให้เกิดอารมณ์ความขัดแย้งขึ้นในสังคม

                -----------------------------

                อัษฎางค์ ยมนาค

                ปัญหาอยู่ที่กฎหมายที่จ้องกำจัดศัตรูทางการเมืองจริงหรือ?

                หรือเพราะความไม่รอบคอบของตนเอง?

                ............................

                ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงในฐานะตัวแทนพรรค ยืนยัน ไม่เห็นด้วยมติ กกต.ที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค

                ................................

                ปิยบุตร ถาม

                • โดยตั้งข้อสังเกตว่า กกต.เร่งรัดคดีกู้เงินผิดสังเกต ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการสอบสวน มีเพียงการเรียกให้ชี้แจงเพียง 3 ครั้ง ในชั้นของกรรมการไต่สวน

                • ตอบ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาข้อเท็จจริงเหมือนกรณีธนาธร ถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย ว่า โอนหุ้นเมื่อไรกันแน่

                แต่กรณีเรื่องเงินกู้นี้ นายธนาธรยอมรับเองว่าให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน

                และการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่า มีรายการให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 2 รายการ รวม 191 ล้าน 2 แสนบาท

                เพราะฉะนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องสอบสวน สืบสวน หรือต้องตั้งกรรมการไต่สวนใดๆ อีก

                นี่ รศ.ดร.ปิยบุตร เป็นรองศาสตราจารย์ทางด้านกฎหมายไม่ใช่หรือ?

                ...................................

                ปิยบุตร ถาม • เงินจากการกู้เงินจากหัวหน้าพรรค ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร?

                • ตอบ กฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องรายได้ ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้พรรคการเมืองถูกครอบงำจากนายทุน

                จึงจำกัดวงเงินที่พรรคการเมืองจะรับบริจาคจากผู้ให้บริจาคแต่ละรายไว้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี

                นี่ รศ.ดร.ปิยบุตร เป็นรองศาสตราจารย์ทางด้านกฎหมายไม่ใช่หรือ?

                .................................

                การที่หัวหน้าพรรคบริจาคเงินหรือให้เงินกู้กับพรรค เข้าข่ายที่จะมีอิทธิพลครอบงำ

                เข้าใจมั้ย ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของเงิน มักมีผลหรือมีอิทธิพล ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ต่อองค์กร

                เช่น คุณไปกู้เงินใครมาสักคน แล้ววันดีคืนดี เขาขอให้คุณช่วยเหลือเขา เช่น ฝากลูกเข้าเรียน เข้างาน หรือเขามีโครงการประมูลกับรัฐ อยากให้คุณช่วย เอาแค่เรื่องง่ายๆ ไม่ต้องโฉ่งฉ่าง แค่ช่วยพิจารณาโครงการของเขาด้วย

                คุณจะกล้าปฏิเสธผู้ให้การสนับสนุนพรรคมั้ย

                เห็นมั้ยว่า เจ้าของเงิน คือผู้มีอุปการคุณ มีคุณมีโทษกับองค์กร คุณกล้าปฏิเสธหรือว่าเมืองไทยไม่มีสังคมอุปถัมภ์ คุณกล้าปฏิเสธมั้ยว่าอเมริกาก็มีระบบอุปถัมภ์

                ............................

                ทรัมป์แบนความช่วยเหลือไทยเราล่าสุด ด้วยเหตุผลอะไร เรารู้กันดี เพราะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของผู้ที่ออกเงินเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูให้ทรัมป์

                คุณว่าธนาธร กับทรัมป์ ใครรวยกว่ากัน

                แล้วทรัมป์รวยมหาศาลกว่าธนาธรไม่รู้เท่าไหร่ ทำไมยังต้องมีผู้อุปถัมภ์

                ต่อให้เจ้าของเงินกู้ร้อยกว่าล้านไม่ใช่ธนาธร เจ้าของเงินกู้คนนั้นย่อมมีอิทธิพลไม่ทางตรงก็ทางอ้อมต่อพรรคแน่นอน

                กฎหมายถึงได้กำหนดขึ้นมาเป็นข้อปฏิบัติ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นและยากที่มองเห็นนี้

                .....................................

                กฎหมายข้อนี้ไม่ได้กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้กำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง ไม่ได้มีไว้เพื่อกำจัดพรรคอนาคตใหม่ของคุณ

                แต่คุณไม่รอบคอบ ถึงได้ทำผิดกฎหมาย ด้วยตัวของคุณเอง

                .........................................

                ปัญหานี้จัดการง่ายมาก “แค่คุณทำตามกฎหมาย”

                กฎหมายไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อฆ่าคุณโดยเฉพาะ เขาเขียนขึ้นมาก่อนคุณจะนำพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง

                เขาเขียนขึ้นมาเพื่อเป็นข้อบังคับสำหรับทุกพรรคและทุกคน

                ในขณะที่ทุกพรรคทำตามกฎหมาย แต่คุณไม่ทำตามกฎหมาย

                พอถูกกฎหมายเล่นงาน คุณก็ง่องแง่งเป็นเด็กๆ อ้างว่าถูกการเมืองเล่นง่าย อ้างว่า 2 มาตรฐาน

                แล้วทำไมพรรคอื่นไม่โดน เพื่อไทยก็อยู่ฝ่ายเดียวกับคุณเขายังไม่โดน จะ 2 มาตรฐานได้ยังไง

                คุณไม่รอบคอบเอง

                .......................................

                ตั้งแต่ธนาธร หัวหน้าพรรคคุณ ลืมโอนหุ้นแล้ว ก็เกิดจากความไม่รอบคอบ

                กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนก่อนหัวหน้าพรรคคุณสมัครรับเลือกตั้ง แต่เขากลับเป็นคนที่ไม่รอบคอบเอง ที่ลืมโอนหุ้นให้เรียบร้อย

                พอศาลเรียกไปชี้แจง กลับตอบว่าจำไม่ได้ ซึ่งมันคือการที่ไม่สามารถชี้แจงอะไรได้เลย

                พอศาลตัดสินว่าผิด หัวหน้าพรรคคุณกลับออกมาพูดนอกศาลว่า ศาลตัดสินด้วยการมโนไปเอง ไม่ได้พิจารณาตัดสินจากหลักฐาน

                คุณเห็นอะไรมั้ย?

.               ........................................

                คุณเห็นมั้ยว่าพรรคคุณมันมั่ว ไม่รอบคอบ ทำผิดกฎหมายจากความไม่รอบคอบ

                ผมไม่ได้บอกว่าคุณตั้งใจโกง คุณ (ยัง) ไม่ได้โกง

                แต่ผมบอกว่า คุณไม่รอบคอบ

                ...................................

                กฎหมายเขียนไว้ว่าอย่างไร?

                พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 66 ที่ระบุว่า บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแห่งพรรคการเมือง มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้

                และพรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทมิได้

                ........................................

                เรื่องนี้มันแดงมาได้ยังไง

                มันแดงจากปากของธนาธรเอง ไม่มีใครไปตามล่ามา

                แต่มันแดงมาจากนายธนาธร ไปพูดในวงประชุมสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หลังการเลือกตั้งไม่นานว่า “พรรคอนาคตใหม่เป็นหนี้ตนอยู่ 100 กว่าล้านบาท เป็นเงินที่กู้มาใช้จ่าย สำหรับหาเสียงเลือกตั้ง”

                .........................................

                คุณเห็นมั้ยว่า ไม่มีใครแกล้งคุณ

                คุณไม่รอบคอบ และคุณไม่รู้ตัวว่าทำผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่คุณเป็นพรรคการเมือง มีนักกฎหมายเต็มพรรค

                ไม่มีใครทำคุณ คุณมันไม่รอบคอบ

                ไม่ตรวจสอบ ตรวจทาน ว่าข้อกฎหมายกำหนดอะไรไว้บ้าง คุณแหกกฎ ทำผิดกฎหมาย เพราะไม่รอบคอบ เรื่องเข้าใจง่ายแค่นี้เอง

                ..................................

                ผิดพลาดเอง อย่าโยงไปเรื่องอื่นๆ

                หยุดง่องแง่งเป็นเด็กๆ

                หยุดปลุกระดมคนเข้ามาช่วยคนที่ไม่รอบคอบอย่างคุณเลย แค่คุณรอบคอบกว่านี้ ใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้

                กฎหมายกำหนดว่า ห้ามถือหุ้นสื่อ ถ้าคุณไม่ถือหุ้นสื่อ ใครจะทำอะไรคุณได้

                กฎหมายห้ามรับเงินเกิน 10 ล้าน ถ้าคุณไม่ได้รับเงินใครเกิน 10 ล้าน ใครก็ทำอะไรคุณไม่ได้

                จริงมั้ย

                พรรคคุณ (ยัง) ไม่ได้โกง ไม่มีทุจริตคอร์รัปชัน อภิปรายในสภาอย่างเป็นระบบน่าเลื่อมใส

                แต่หัวหน้าพรรคและพรรคของคุณ ไม่รอบคอบ

                สะดุดขาตัวเองด้วยการทำผิดกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจน เสียเอง

                ตายเพราะตกม้าตาย ไม่ได้ตายเพราะออกไปรบ

                แต่ยังอ้างว่าตายในสนามรบ

                ........................................

                เป็นไง...ปิยบุตร

                สังคมร่วมรุ่น-ร่วมวัยในแวดวงวิชาการด้วยกัน เขายังมีความเห็นอย่างนี้

                ฉะนั้น ตื่นจากโลกหมกมุ่นด้านหลัง มาอยู่กับโลกเป็นจริงด้านหน้าเหอะ

                ดึงจุกนมออกจากปากซะด้วย

                แล้วอย่าแหกปากร้องหนวกหู เดี๋ยวจะถูกขี้เถ้ายัดปาก!. 

..............................................................

 

หึ่ง!เอือม'หน่อย-เหลิม'แย่งกันเป็นใหญ่ เหตุ'สามารถ'ไขก๊อกพ้นกก.บห.เพื่อไทย

    
 

3 ธ.ค.62 - มีรายงานถึงกรณีที่ นายสามารถ แก้วมีชัย ยื่นหนือสื่อต่อนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อลาออกจากรรมการบริหารพรรคและรองหัวหน้าพรรค 

เนื่องจากนายสามารถ ไม่สบายใจที่เกิดความขัดแย้งภายในพรรคขึ้นภายหลังจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ดูไบ จากนั้นร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และคณะส.ส.อีสานจำนวนหนึ่งเดินทางไปพบนายทักษิณ ที่ฮ่องกง 

ต่อมามีรายงานงว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยลงนามแต่งตั้งให้ ร.ต.อ.เฉลิม  เป็นประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทยโดยมีภารกิจหลัก คือการติดตาม ควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและภารกิจอื่นๆ โดยภารกิจแรกคือ การดูแลข้อมูลและเตรียมความพร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

"บทบาทของร.ต.อ.เฉลิม เป็นบทบาทที่ซ้อนทับกับคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะประธานยุทธศาตร์พรรค ที่คอยทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว จึงเกิดปัญหาขึ้น แม้ภายนอกจะดูจะเรียบร้อยดี แต่ภายในมีความขัดแย้งในประเด็นนี้  จึงทำให้คุณสามารถ ตัดสินใจลาออกดังกล่าว" แหล่งข่าวระบุ.

 

(คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว)

 
 

 

 

 

...............................................................

“นวดไทย”ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ วธ.ลุยต่อยื่น”สงกรานต์เฟสติวัล-ต้มยำกุ้ง”  

    
 


13 ธ.ค. 62-ที่วัดพระเชตุพนฯ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกครั้งที่14 ระหว่างวันที่8- 14 ธันวาคม2562 ณกรุงโบโกตาสาธารณรัฐโคลอมเบียมีวาระประกาศผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้The Intangible Cultural Heritage (ICH) ประจำปี2019 จำนวนรวม51 รายการประกอบด้วย-Urgent List (6 รายการ) -Representative List (42 รายการ) และ-Good Practice List (3 รายการ) โดยนวดไทยจัดอยู่ในกลุ่มRepresentative List of ICH หรือรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติซึ่งในที่ประชุมมีมติรับรองและประกาศให้ “นวดไทย” NUAD THAI ขึ้นทะเบียนในรายการดังกล่าวซึ่งนวดไทยเป็นมรดกฯของไทยรายการที่สองที่ขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกต่อจากรายการโขนที่ขึ้นไปเมื่อปลายปี2561 โดยการเสนอนวดไทยในปี2562 สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมครั้งที่3/2559 เมื่อวันที่3 กุมภาพันธ์2560 มีมติเห็นชอบการจัดทำข้อมูลโขนและนวดไทยเพื่อเตรียมการเสนอเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่ วธ.เสนอเมื่อวันที่28 มีนาคม 2560 ตามเอกสารนำเสนอนวดไทย(ภายใต้ชื่อNUAD THAI) ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก

     นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า นวดไทยถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่นและพระพุทธศาสนาและเป็นการรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตามแบบแผนตะวันตกสมัยใหม่ มีองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดมากกว่า 50 องค์กร อาทิสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย รวมถึงภาควิชาชีพได้แก่ สภาการแพทย์แผนไทย และยังมีสถาบันการเรียนการสอนสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ มีการใช้นวดไทยในการดูแลสุขภาพในครัวเรือนและชุมชนทั่วทุกภาคของประเทศ มีหมอนวดพื้นบ้านทั้งประเทศรวม 25,205 คนมีบุคลากรสถานประกอบการเอกชนที่ให้บริการนวดไทยเพื่อการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพทุกจังหวัด นอกจากจะได้รับความนิยมในประเทศไทยแล้ว ยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความนิยมเดินทางมาใช้บริการแล้วมีจำนวนมากที่สมัครเรียนนวดแผนไทยในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่วัดวัดโพธิ์มีผู้สำเร็จวิชานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ไปแล้วมากกว่า 2 แสนคน จาก145 ประเทศเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมากแก่หมอนวดแผนไทยตามเมืองใหญ่ทั่วโลกเช่นนิวยอร์กลอนดอนและฮ่องกง


รมว.วธ. กล่าวว่า นวดไทยได้รับการรับรองจากยูเนสโกด้วยมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโกประกอบด้วย1.นวดไทยสอดคล้องกับลักษณะของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตามที่นิยามไว้ในมาตรา2 ของอนุสัญญาฯจัดอยู่ในสาขาความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลเป็นภูมิปัญญาที่มีพัฒนาการเริ่มในระดับครอบครัวและชุมชนเกษตรกรรมและพัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นศาสตร์ในการดูแลสุขภาพที่ใช้มือหรือส่วนต่างๆของร่างกายในการปรับพลังและโครงสร้างของร่างกายโดยไม่ใช้ยาเพื่อบำบัดความเจ็บป่วยที่เกิดจากลมในเส้นติดขัดและทำให้ธาตุทั้ง4 ในร่างกายเป็นปกติ2.การขึ้นทะเบียนนวดไทยจะเป็นประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางทั่วโลกและสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ของมนุษย์จะกระตุ้นให้นานาชาติสนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหมอนวดไทยคนในชาติร่วมกันปกป้องภูมิปัญญาการนวดไทยไม่ให้ถูกนำไปใช้ในทางเสื่อมเสียนอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาอาทิการคิดค้นอุปกรณ์ช่วยนวดที่เหมาะสมกับกลุ่มชน 3.มีมาตรการส่งเสริมและรักษาอย่างละเอียดที่สามารถคุ้มครองและส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาฯนั้นได้โดยรัฐไทยมีการรับรองสถานภาพทางกฎหมายของภูมิปัญญาการนวดไทยโดยได้วางระบบการคุ้มครองสิทธิในภูมิปัญญาทั้งที่เป็นของชาติและของบุคคลกำหนดมาตรฐานต่างๆเกี่ยวกับการนวดไทยทั้งด้านหลักสูตรการเรียนการสอนด้านผู้นวดด้านการให้บริการและด้านสถานที่ให้บริการรวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน และคุณสมบัติที่สำคัญคือชุมชนกลุ่มคนและผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมได้รับทราบ ให้ความเห็นชอบและยินยอมพร้อมใจในการเสนอนวดไทย5.นวดไทยได้ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยโดยวธ.ในสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลประเภทการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านแล้ว 

    “ ในนามรัฐบาลจะส่งเสริมนวดไทยไปสู่นานาชาติและให้สามารถเปิดบริการนวดไทยเป็นสถานประกอบการได้โดยผู้ที่ประสงค์จะเปิดต้องผ่านการอบรมความรู้อย่างถูกต้องที่ผ่านมากรมการแพทย์แผนไทยได้จัดอบรมหมอนวดไทยได้รวมถึงผู้เรียนนวดแผนโบราณจากวัดพระเชตุพนและมีการฝึกอบรมจากภาคีเครือข่าย  รวมแล้วมีผู้นวดไทยไม่น้อยกว่า5แสนคนเป็นช่องทางประกอบอาชีพการขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอยากให้ทุกคนรณรงค์เรื่องการดูแลสุขภาพโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ซึ่งนวดไทยถือว่าตอบโจทย์จากนั้นในปี2563 จะเสนอประเพณีสงกรานต์หรือ‘Songkran festival’  เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้โดยจะเสนอควบคู่กับรัฐบาลจีน เนื่องจากเมืองสิบสองปันนาของจีนก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาลาว พม่า ซึ่งมีประเพณีสงกรานต์ โดยเป็นเจ้าภาพร่วมในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้เหตุผลที่เสนอประเพณีสงกรานต์ขึ้นมรดกโลกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีจุดเชื่อมโยงร่วมกันเป็นประเพณีที่แสดงถึงการขึ้นศักราชใหม่ในรูปแบบของการนับปีปฏิทิน มีการเฉลิมฉลองโดยใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนส่วนต้มยำกุ้งอยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี2564 เชื่อว่าจะทำให้อาหารไทยต้มยำกุ้งมีราคาเพิ่มขึ้นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก“นายอิทธิพลกล่าว 

       รมว.วธ. กล่าวว่า ทั้งนี้จะประชาสัมพันธ์นวดไทยมรดกวัฒนธรรมฯสร้างความตระหนักรับรู้คุณค่าความสำคัญเรื่องนวดไทยให้กับประชาชนเยาวชนจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและสืบสานองค์ความรู้ของชุมชนเรื่องนวดไทยและการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลกลุ่มบุคคลชุมชนองค์กรที่มีการส่งเสริมการสืบสาน นวดไทย และจัดงานมหกรรมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนวดไทยมรดกวัฒนธรรม

     ด้านนพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมการแพทย์ฯได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานวดไทย(ฉบับที่1 ) พ.ศ.2563-2565  ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเป็นกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแผนปฏิรูปประเทศโดยมีแนวทางสำคัญคือ การสร้างมาตรฐานนวดไทยทั้งในด้านองค์ความรู้หลักสูตรรวมถึงระบบบริการนวดไทยให้เป็นที่ยอมรับตั้งแต่ในระดับชุมชนซึ่งเป็นตันกำเนิดภูมิปัญญานวดไทยสถานพยาบาลสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและในระดับสากลมีการสร้างอัตลักษณ์นวดไทยสู่ระดับโลกได้แก่การยกย่องเชิดชูเกียรติหมอไทยแห่งชาติสาขานวดไทย  สร้างพิพิธภัณฑ์การนวดไทยและรูปหล่อฤาษีดัดตนขนาดใหญ่เป็นแลนด์มารคของกรุงเทพฯ 

    “นวดไทยเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชาติอีกทั้งยังอนุรักษ์ฝภูมิปัญญานวดไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยคนไทยและทั่วโลกจะได้จดจำว่าวันที่12 ธันวาคมพ.ศ. 2562 นวดไทยได้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากองค์การยูเนสโก“ นพ.ปราโมทย์ กล่าว 

     นายปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ กล่าวว่า ย้อนกลับไปในหลวง รัชกาลที่9 มีพระกระแสรับสั่งถามโรงเรียนไม่มีสอนนวดไทยหรือ จึงสนองพระราชดำริ  เริ่มจัดการเรียนการสอนนวดไทยเมื่อปี2505 ก่อนหน้านี้ ไม่มีสอนมาก่อนสืบทอดจนปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณทรงพระราชทานแนวทางไว้ ทางโรงเรียนพยายามสืบทอดอย่างเต็มที่ การประกาศขึ้นทะเบียนเป็นเรื่องที่น่ายินดีถือว่าการนวดไทยเป็นที่หนึ่งของโลก ทำให้นวดไทยมีเกียรติมีคุณค่ามีศักดิ์ศรี เพราะที่ผ่านมาคนบางกลุ่มนำนวดไทยไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพนวดไทยอีกกลุ่มพยายามรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมสร้างรายได้ให้ตนเองและชาติ

 

 

 

 

 

 

 .....................................................................................
 
 

โยนศาลแจงยุบอนค. กกต.อ้างส่งไปแล้ว-‘ช่อ’กลัวที่ไหน/เตือนอย่าปลุกคนลงถนน

    
 

  "กกต." สวมบทเตมีย์ใบ้ ปัดแจงชงศาล รธน.ยุบ "อนค." ปมกู้เงิน "ธนาธร" อ้างอยู่ชั้นศาลพิจารณา "ช่อ" ท้าทายติด "#กลัวที่ไหน" บอกการเมืองควรเดินหน้าไม่ใช่ถอยหลัง "อดีตผู้พิพากษา" แนะพรรคการเมืองต้องมีนักกฎหมายที่รู้ถ่องแท้ ไม่ใช่พลาดแล้วโวยถูกกลั่นแกล้ง "เด็ก ปชป." ขอให้สู้ชั้นศาล อย่าปลุกคนลงถนน

    ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 12 ธ.ค. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ปฏิเสธที่จะชี้แจงเหตุผลของ กกต.ในการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จากกรณีพรรค อนค.กู้ยืมเงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ตนเองไม่ได้อยู่ในห้องประชุม 
    "เรื่องดังกล่าว กกต.ได้มีมติส่งศาลไปแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ศาลจะต้องเป็นผู้พิจารณา ไม่สามารถให้ความเห็นได้" รองเลขาฯ กกต.ระบุ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างยกร่างคำร้องเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คาดว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ โดยการส่งเรื่องดังกล่าว ทาง กกต.เห็นว่าเรื่องการกู้ยืมเงิน ข้อเท็จจริงยุติแล้ว เพราะนายธนาธรและพรรคก็ยอมรับว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงเหลือเพียงประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าพรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้หรือไม่ เพราะมาตรา 62 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เขียนต่างจากปี 2550 ที่จะกำหนดรายได้อื่นไว้ ทำให้พรรคการเมืองในขณะนั้นมีการกู้ยืมเงินจากหัวหน้าพรรค แต่จะเป็นประเภทของเงินทดรองจ่ายไปก่อน    
    นอกจากนี้ เมื่อกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลบริจาคได้ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท และเงินกู้ที่เกินวงเงินจะถือว่าเป็นการบริจาคเกินที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ จึงจำเป็นต้องส่งศาลให้พิจารณาจนสิ้นสุดความ เพื่อที่จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป    
    "ที่ กกต.มีมติในคำร้องนี้เลยโดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้นายธนาธร หรือผู้แทนของพรรคมาชี้แจงก่อน เป็นการใช้อำนาจของ กกต.ตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดช่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นพร้อมรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานส่ง กกต.พิจารณาได้เลย" แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุ
    ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ ระบุว่า "#อนาคตใหม่ #กลัวที่ไหน วันนี้ได้เห็นสปิริตของเพื่อนผู้แทนราษฎรจากหลายพรรค ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มาให้กำลังใจ หลายคนบอกว่าประเทศไทยควรหลุดจากวงจรยุบพรรคธิปไตยได้แล้ว การเมืองไทยควรก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่เดินถอยหลัง"
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าขณะนี้ในสังคมออนไลน์ สมาชิกพรรค อนค.ต่างพากันการติด #กลัวที่ไหน หลัง กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรค กรณีกู้เงินนายธนาธร จำนวน 191,200,000 บาท
    นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเตรียมสู้คดีเต็มที่ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีทีมกฎหมายดูแลอยู่แล้ว ส่วนตัวเห็นว่าการกู้เงินไม่น่าจะเข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 72 พ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร ไม่อาจก้าวล่วงได้ 
    ถามว่า หากพรรคถูกยุบจะดำเนินการอย่างไร นายธีรัจชัยกล่าวว่า ขณะนี้พรรคยังไม่ได้วางแผนอนาคตว่าจะเอาอย่างไร ทราบว่าพรรคจะเรียกประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดชึ้น และอาจคุยเรื่องอนาคตพรรคจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งผมไม่หนักใจหรือกังวลอะไรหากพรรคถูกยุบจริง คงไม่สามารถพูดแทนสมาชิกพรรคคนอื่นได้ว่า จะย้ายไปอยู่พรรคใด แต่ส่วนตัวยืนยันพร้อมร่วมหัวจมท้ายไปไหนไปกันกับพรรค หากพรรคมีมติอย่างไรพร้อมปฏิบัติตาม เพราะเข้ามาทำการเมืองเพื่อประโยชน์ประชาชน 
    นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรค อนค. กล่าวว่า หลังจากนี้ตนจะทำตามมติพรรคทุกอย่าง เพราะต้องให้กำลังใจกันทั้งหัวหน้าและเลขาธิการพรรค
สู้ชั้นศาลขออย่าลงถนน
    ส่วน รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การยุบพรรคเป็นอาวุธที่ใช้ทำลาย ปชต.มาตลอดสิบกว่าปีอย่างได้ผล เพราะอะไร? เพราะทำมาแล้วหลายครั้งและเกิดผลสองด้าน  ด้านหนึ่งคือ ทำให้นักการเมืองกลัวที่สุด แม้เลี่ยงไม่เอาแกนนำสำคัญมาเป็น กก.บห. แต่ กม.ยังเปิดช่องให้ไล่ล่าเล่นงาน ส.ส.และสมาชิกพรรคได้อีกเป็นกระบุง แค่ขู่ยุบพรรค นักการเมืองก็รีบตบเท้าเข้าแถวยอมสยบทุกอย่าง อีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้ ปชช.มีอาการชินชา เหมือนเจ้าทุกข์โดนโจรปล้นครั้งแรกก็รู้สึกเจ็บหนัก แต่พอโดนปล้นซ้ำๆ หลายครั้งก็หลอกตัวเองว่าเออไม่เป็นไร ไม่รู้สึกเจ็บสักเท่าไร ปล้นอีกกี่ทีก็ทนได้ กรณียุบพรรคก็เช่นกัน เราจึงได้ยินเสมอๆ ว่าโดนยุบพรรคเหรอ? ไม่เป็นไร ก็ตั้งพรรคใหม่แค่นั้น แล้วก็โดนยุบอีก ฯลฯ
    "ในประเทศไทยองค์กรการเมืองทั้งหมดล้วนผูกขาดในมือผู้ปกครองทั้งสิ้น มีแต่พรรคการเมืองเท่านั้นที่เป็นองค์กรการเมืองชนิดเดียวของ ปชช. การยุบพรรคจึงเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองประการสุดท้ายของ ปชช.ทุกคนที่ลงคะแนนให้พรรคนั้น คือสิทธิเสรีภาพที่จะตัดสินใจกำหนดอนาคตของตัวเองผ่านองค์กรการเมืองเท่าที่พอจะมีอยู่บ้าง" รศ.ดร.พิชิตกล่าว 
    ด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า พรรคการเมืองต้องมีนักกฎหมายที่ศึกษารัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้รู้อย่างถ่องแท้ มิใช่ขาดความละเอียดรอบคอบ เมื่อพลาดพลั้งแล้วออกมาโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้ง
    นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมาย หลัง กกต.มีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ นักกฎหมายของพรรคก็ออกมาวิจารณ์ว่า เป็นวันอัปยศขององค์กรอิสระ ฟังดูชักไม่แน่ใจว่า ใครกันแน่ที่อัปยศ ทางออกที่ดีที่สุดของนักประชาธิปไตยคือ การต่อสู้ตามข้อกฎหมาย ถ้ามั่นใจในเอกสารหลักฐาน ก็ไปสู้ในชั้นศาล เพราะศาลต้องให้โอกาส อย่ามาตอบว่าจำไม่ได้เท่านั้น ที่สำคัญควรต้องเคารพคำตัดสินของศาลด้วย ประเทศจึงจะเดินต่อได้
    "ปัญหาของประเทศที่ผ่านมาคือ ผู้ที่ทำความผิด มักจะไม่ยอมรับผิด ไปฟ้องฝรั่งว่าตนเองถูกรังแก และปลุกระดมประชาชน โดยที่ไม่มองที่ต้นเหตุของการกระทำตนเอง" นพ.วรงค์กล่าว
    นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง อย่านำคนลงถนนเลย มาดูเหตุผลกันทำไม ”เงินกู้ 191 ล้าน” เป็นเหตุยุบพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ธนาธร ปิยบุตร พูดถูก เงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่ถือเป็นประโยชน์อื่นใดและถ้าเกิน 10 ล้านบาทมีความผิด เพราะ ม.66 วรรค 2 ของกฎหมายพรรคการเมือง พรรคการเมืองจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินตามวรรคหนึ่งคือ 10 ล้านบาท ไม่ได้ มีโทษตาม ม.125 ซึ่ง ม.4 นิยามคำว่า ประโยชน์อื่นใดไว้ โดยรวมถึงการให้ใช้ทรัพย์สิน และแน่นอนว่า เงินให้ที่ธนาธรให้กู้ 191 ล้านบาทคือทรัพย์สิน
    อดีต ส.ส.พรรค ปชป. กล่าวว่า โทษตาม ม.125 กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งโดนแบนการเมือง 5 ปี ส่วนจะยุบพรรคหรือไม่ ต้องดูว่าเงินที่ยืมเอาไปใช้เลือกตั้ง มีเจตนาเอาเปรียบพรรคอื่นหรือไม่ ถ้ากรรมการบริหารรู้ทั้งรู้อยู่แล้วแต่ทำ ก็จะไปเข้า ม.72 ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเงินโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ ม.92 (3) ระบุให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ทั้งนี้ก็ต้องรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่
    "ผมคิดว่าอย่านำคนลงถนนเลย ดูกันด้วยเหตุผลดีกว่า ถ้าธนาธรและปิยบุตรคิดว่าให้พรรคยืมเงินก้อนโตแบบนี้ได้ ทั้งที่พรรคอื่นเค้าไม่ทำกัน มันก็ไม่ยุติธรรมกับพรรคอื่นเช่นกัน" อดีต ส.ส.พรรค ปชป.กล่าว.

 

 

 

 

 

.............................................................................
13 ธันวาคม 2562

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน