*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3968
  • จำนวนผู้ชม : 2509107
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 388 , 21:44:12 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ในหลวง ร.9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวไทยภูเขาอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงตรากตรำพระองค์เสด็จเยือนพวกเขาหลายครั้ง

หลายครา จนทรงเห็นปัญหาต่างที่มี ครั้นแล้วจึงได้พระราชทานโครงการหลวงตามถิ่นที่อยู่ของชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆให้พวกเขาเป็น

ความจริงปรากฏขึ้นได้ โดยสามารถปลูกพืชเมืองหนาวที่มีราคาดี แล้วส่งลงมาขายยังพื้นที่ราบในเมือง เป็นการครบวงจรเลยทีเดียว 

          ผลจากโครงการพระราชดำริบนที่ราบสูง สร้างสรรค์ชีวิตชาวไทยภูเขาให้มีฐานะมั่นคงตราบจนกระทั่งปัจจุบัน แต่ขณะนี้ก็มี

เดนมนุษย์ขึ้นไปเยือนชาวไทยภูเขาที่เรียกกันเสียใหม่ว่าชาวชนเผ่าต่างๆ ซึ่งเชื่อได้ว่าไม่ใช่เจตนาที่ดีเป็นแน่ เพราะบุคคลดังกล่าวมี

การกระทำที่หมิ่นต่อสถาบันเบื้องสูงตลอดมาอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

           อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่จะปกป้องสถาบันฯ ดังหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม และเปลว สีเงิน เป็นต้น คอยจับตาคนเหล่านี้อยูแล้ว

เช่นกัน

 

'สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช'

    
 

               

                วันนี้...........

                เสาร์ที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒

                ขอให้จำ "ฝังหัวใจ" กันไว้ทุกคนเลยว่า ถ้าไม่มีวันนี้

                จากเมื่อ ๒๕๒ ปี ที่แล้ว

                ก็จะไม่มีคำว่า แผ่นดินไทย ประเทศไทย และคนไทย ณ วันนี้ และวันต่อๆ ไป ตราบนิรันดร์

                ย้อนไป ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๐

                วันนี้ ของ กาลนั้น........

                "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" เมื่อทรงขับไล่อริราชศัตรูแผ่นดินหนีเตลิด

                ตีเอาเมืองธนบุรีและกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้แล้ว

                ก็ปราบดาภิเษกขึ้นเป็น "พระมหากษัตริย์"

                เกริกเกียรติเชิดชูธงแห่งแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ธ ดำรง ทรงประกาศนามสืบต่อไม่สิ้นสูญ

                แต่ทรงเห็นว่า กรุงศรีอยุธยา นั้น ถูกศัตรูย่ำยีบีฑา บอบช้ำเกินจะบูรณะ

                จึงสร้างเมืองหลวงใหม่ที่เมืองธนบุรี และสถาปนาเป็น "ราชอาณาจักร กรุงธนบุรี" สืบแทน

                ฉะนั้น.........

                ๒๘ ธันวาคม "วันปราบดาภิเษก" ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งอาณาจักรธนบุรีของ "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                จึงสามารถพูดได้ "เต็มปาก-เต็มใจ"

                ๒๘ ธันวา วันปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

                คือวันประเทศไทย "หยั่งรากแก้ว" ถาวร

                อีก ๑๕ ปี ต่อมา.........

                เมื่อ "สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก" ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ สืบต่อ

                พระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕

                จึงทรงย้ายเมืองหลวงจากฝั่งกรุงธนบุรี ข้ามฟากมาฝั่งพระนครปัจจุบัน

                ทรงทำพิธียกเสาหลักเมือง สร้างเมืองหลวงใหม่ "พระบรมมหาราชวัง" เมื่อ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕

                และเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๕ พร้อมทั้งพระราชทานนามพระนครใหม่นี้ ว่า

                “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยามหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถานอมรพิมาน อวตารสถิต สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ" 

                คำว่า"บวรรัตนโกสินทร์" เปลี่ยนเป็น......

                "อมรรัตนโกสินทร์" ดังปัจจุบัน ในสมัยรัชกาล ที่ ๔

                ครับ......

                ยุคนี้ เป็นยุคกลุ่มคน "เสียชาติเกิด" สมคบต่างชาติปลุกระดม ให้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งชาวเขา ชาวเรา "ชังระบบ-ชังชาติ" บ้านเมืองตัวเอง

                ดังนั้น เมื่อถึงวันสำคัญ ก็ต้องพูดกันยาวนิด

                เพื่อให้ซึมผ่านกะโหลกไปยัง ๓ ล้านเส้นประสาทในหัวสมองของบางชน

                จะได้กำซาบถึงรากเหง้าในชาติกำเนิดบ้านเมืองตัวเองบ้าง

                นับอายุราชอาณาจักรธนบุรี จาก พ.ศ.๒๓๑๐ มาถึงวันนี้ พ.ศ.๒๕๖๒ ก็ ๒๕๒ ปี

                นับจาก "กรุงรัตนโกสินทร์" พ.ศ.๒๓๒๕ ถึงวันนี้ ก็ ๒๓๗ ปี

                ชาติบ้านเมืองไทยเรายั่งยืน เติบใหญ่ ด้วยบรรพกษัตริย์แต่ละราชวงศ์ แต่ละพระองค์

                รวมถึงแต่ละบรรพบุรุษแห่งเราชาวชน ได้โรมรัน-ทอดร่าง-หลั่งเลือด

                ร่วมกันรักษาเอกราชและแผ่นดินนี้ ให้เป็นมรดกตกทอดสืบต่อสายเลือดและวิญญาณไทย รุ่นสู่รุ่น

                "หัวใหม่" ในทางสืบสานพัฒนาต่อยอดสิ่งล้ำค่าที่มีเดิม เป็นเรื่องดี

                แต่ "หัวใหม่" ในทางลบล้าง "ตัดยอด-ถอนราก" ในเอกลักษณ์ความเป็นชาติที่ล้ำค่า เป็นเรื่องเลว! โทษคนรุ่นใหม่ก็ยาก........

                เพราะระบบศึกษาไทย เน้นสอนให้รู้จักบุคคลในประวัติศาสตร์สากล มากกว่าสอนให้ซึมซับ ด้วยภูมิใจบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย และยืดอกยึดเป็นไอดอล

                ชูไทย ไม่เท่

                ชูฝรั่ง ชูต่างชาติ พวกใจทาส บอกเท่!

                อย่างพระราชปณิธาน "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                ถ้าใครไปกราบ ณ "ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช" ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

                จะพบจารึก ดังนี้..........

                อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก

                ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา

                ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา

                แด่พระศาสนา สมณะ พระพุทธโคดม

                ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี

                สมณะพราหมณ์ชี ปฏิบัติ ให้พอสม

                เจริญสมถะ วิปัสสนา พ่อชื่นชม

                ถวายบังคม รอยบาท พระศาสดา

                คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า

                ชาติของเรา คงอยู่ คู่พระศาสนา

                พุทธศาสนา อยู่ยง คู่องค์กษัตรา

                พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน ฯ

                อ่านแล้ว..........

                กราบทั้งน้ำตาด้วยระอุอุ่นแห่งสำนึกและระลึกรู้ ในพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่

                เหนื่อยยาก เลือดเนื้อ ชีวิต

                เพื่อให้ได้มา ดำรงอยู่ แห่งความเป็น ชาติ พระพุทธศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ในแผ่นดินผืนนี้

                ชาติไทย ต้องยั่งยืนยาวนาน คู่อายุพุทธกาล ๕,๐๐๐ ปี!

                นี่...ของดี ของประเสริฐ เช่นนี้

                พวกนักวิชาการ พวกอาจารย์ พวกหัวใหม่-ใจอสัตย์ ไม่ซึมซาบ ไม่สำนึก และไม่นำมากล่าวอ้าง ในทางเชิดชูเลย

                โน่น.....

                กลับไปสำนึก ไปเชิดชู พวกปฏิวัติฝรั่งเศส อย่างจอมเผด็จการตัวจริง-เสียงจริง "รอแบ็สปีแยร์" กับ "แซ็ง-ฌุสต์"

                ๒ ตัวการล้มล้างระบบกษัตริย์ จับพระเจ้าหลุยส์ ที่ ๑๖ ไปบั่นพระเศียร ด้วยกิโยติน

                ดังที่ปิยบุตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เลขาฯ พรรคอนาคตใหม่ ทั้งสมัยเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย ทั้งปัจจุบัน

                นำคำพูดจอมเผด็จการ "แซ็ง-ฌุสต์" มาเอ่ยอ้าง มาเชิดชู พร่ำสอน ให้เป็นตัวอย่างทำ เช่น

                "......นั้น เป็นทรราชโดยธรรมชาติ และโดยตัวของมันเอง" บ้าง

                "ความเป็น......เป็นอาชญากรรมนิรันดร์ต่อประชาชน มนุษย์จึงย่อมมีสิทธิสัมบูรณ์ในการลุกขึ้นสู้" บ้าง

                ๒๘ ธันวา.........

                แทนที่จะสำนึกระลึกรู้ในพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" และไปถวายเครื่องราชสักการะ ดังประชาชนทั้งหลายกระทำ

                แต่ เป็นดังประจักษ์อยู่

                กลับโหม เหิมเกริม เดินสายออกแจกใบปลิว ตามหมู่ประชาชน หมู่นักเรียน เข้าโรงเรียน เข้าหมู่บ้าน กระทั่งตามกลุ่มชาติพันธุ์

                เสี้ยม/แซะ ให้ชังชาติ-ชังสถาบัน เกลียดระบบทหาร

                ปลุกเร้าให้ล้มรัฐบาล ป้อนข้อมูลเท็จ.....

                ว่ารัฐบาลประชาธิปไตยเลือกตั้งนี้ เป็นคราบของกองทัพ ต้องยึดแนวทางปฏิวัติฝรั่งเศส ล้มมัน..ให้พวกเขาเข้ามามีอำนาจ

                นั่นแหละ.....

                จึงจะเป็นประชาธิปไตย ด้วย "เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ" เช่นที่ รอแบ็สปีแยส์, แซ็ง-ฌุสต์ ทำให้มี-ให้เป็น

                ลงท้าย ........

                ไอ้ที่อ้าง "เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ" นั่นแหละ มันคือเผด็จการตัวจริง

                ทั้งปีแยส์และแซ็ง-ฌุสต์ พร้อมคณะพรรค ๒๐ กว่าคน

                ถูกประชาชนลากไปบั่นคอในที่สุด

                ด้วย "กิโยติน"!

                รอยเกวียนย่อมทับรอยโค ฉันใด ประวัติศาสตร์ก็ไม่เคยหลอกคน ฉันนั้น

                วันนี้ อย่าลืมไปถวายราชสักการะพระบรมรูป "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" กันนะครับ

                ผม...ตีนเหยียบกรุงเทพฯ ครั้งแรก ที่วงเวียนใหญ่

                ตาก็เห็น "สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ทรงม้า ชูดาบ น่าเกรงขาม สง่างาม สยบอริราชทั่วแผ่นดิน ใครเห็น ใครก็ย่นระย่อ

                ศิลป์สูงล้ำ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ นี้ เป็นฝีมือปั้นของ อภิมหาปรมาจารย์ "ศิลป์ พีระศรี"

                ทั่วแผ่นดินไทย เหนือ-ใต้-ออก-ตก ไปจังหวัดไหน ก็เจอศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินบ้าง พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากบ้าง

                นั่นเพราะ พระองค์ "รบร้อยทิศ" เทิดกษัตริย์ พิทักษ์แผ่นดิน

                ฉะนั้น สะดวกที่ใด ก็เอาใจภักดิ์ไปกองถวายแทบพระบาทพระองค์ท่าน ณ ที่นั้นเถอะ

                ปกติ ผมปฏิบัติทุกปี มาปีนี้ เขาประกาศหยุดราชการ ๕ วัน ที่เคยไปถวายเครื่องราชสักการะบูชา ที่ค่ายบางกุ้ง บ้าง ที่วัดถ้ำซับมืด ปากช่อง บ้าง

                คงฝ่าคลื่นรถที่แห่แหนคืนถิ่นกันไม่ไหว

                พอดีทราบว่า ที่วัดโมลีโลกยาราม ธนบุรี อันเป็นส่วนพระราชวังกรุงธนบุรีมาก่อน

                อยู่ในช่วงมีพระ-เณร มาอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง ร่วม ๕๐๐ รูป ต้องใช้งบวันละ ๓๐,๐๐๐  บาท ค่าภัตตาหารและน้ำปานะ

                ก็เลยจองเป็นเจ้าภาพวันนี้ ถวายเป็นราชสักการะ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช"

                ช่วยกันสาธุนะ นั่นเท่ากับทุกคนได้แสดงกตเวทิตาคุณต่อ "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" เช่นกัน

                คุยส่งท้าย "สัปดาห์สุดท้าย" ในการทำงาน ปี ๒๕๖๒ ให้ใจเบิกบาน แบ่งๆ กันไป แซงซ้าย-แซงขวา ใครก็อย่าโกรธใคร

                ไปให้ถึง เที่ยวให้สนุก และกลับมาให้ปลอดภัย ส่วนผม...เขาไปกันหมด

                ก็ "เฝ้าโยงโรงพิมพ์" ตามเคย! 

'หมอวรงค์'ซัดพวกลัทธิชังชาติไปปลุกพี่น้องชาติพันธุ์ให้ชังชาติด้วย


    
 

28 ธ.ค.62-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติ (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom เรื่อง "หยุดสร้างความเกลียดชัง" ระบุว่า พวกลัทธิชังชาติ ไปร่วมงานปีใหม่พี่น้องชาติพันธุ์ ขนาดไปพบพี่น้องชาติพันธุ์ ยังไปสร้างความเกลียดชังว่า เขาเป็นกลุ่มคนที่รัฐมองว่าเป็นชนชั้นสอง กลุ่มคนที่ถูกกดขี่เอาเปรียบมายาวนาน จึงไม่แปลกที่คนชังชาติ ที่เอาแต่สร้างความเกลียดชังคนในชาติ จะถูกประนาม ต่อต้านจากพี่น้องประชาชนมากขึ้น

นพ.วรงค์ ระบุว่า วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม ขอเชิญพี่น้องประชาชน ร่วมเวทีสุดท้ายของปี ทำความเข้าใจลัทธิชังชาติ ที่อาคารศูนย์ปฏิบัติการโรงแรมและการท่องเที่ยว ม.กรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กทม.เวลา 8.30 น.เป็นต้นไป #ปราบลัทธิชังชาติด้วยความจริง #หยุดสร้างความเกลียดชัง

(เสริมพิเศษ)

ในอดีตชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่บนดอยสูงมักปลูกฝิ่นหรือทำเกษตรแบบไร่เลื่อนลอย ทำให้เกิดการตัดไม้บุกรุกพื้นที่ป่า แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและสายพระเนตรที่กว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเห็นปัญหา จึงเข้ามาส่งเสริมพัฒนาอาชีพ ต่อยอดจนเกิดเป็นโครงการหลวง ส่งผลให้ปัจจุบันชาวไทยภูเขาต่างเดินตามแนวพระราชดำริของพระองค์ ในวิถีชีวิตเกษตรยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

โครงการหลวง ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก

วันที่ 30 ตุลาคม 2559 - 01:01 น.
 

โครงการหลวง เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ภายหลังเสด็จประพาสต้นบนดอย เมื่อปีพ.ศ.2512 ทอดพระเนตรชีวิตชาวเขาที่บ้านดอยปุย ใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ทรงทราบว่าชาวเขาที่ยากจนมีรายได้จากการปลูกฝิ่นและเก็บท้อพื้นเมืองขาย

และทรงทราบว่าสถานีทดลองดอยปุย ซึ่งเป็นสถานีทดลองไม้ผลเขตหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำกิ่งพันธุ์ท้อลูกใหญ่มาต่อกับท้อพื้นเมืองได้ ทรงให้ค้นคว้าเพื่อให้ได้ท้อผลใหญ่ หวานฉ่ำ ที่ทำรายได้สูงไม่แพ้ฝิ่น โดยพระราชทานเงิน 200,000 บาท ให้ไปจัดหาที่ดินสำหรับดำเนินงานวิจัยไม้ผลเขตหนาวเพิ่มเติมจากสถานีวิจัยดอยปุย ซึ่งคับแคบ เรียกพื้นที่นี้ว่าสวนสองแสน
1
ต่อมาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้น โดยมีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์รวมกับเงินที่มี ผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย เป็นงบประมาณดำเนินงาน มีชื่อเรียกในระยะแรกว่า “โครงการหลวงพระบรมราชานุเคราะห์ชาวเขา” ก่อนเปลี่ยนเป็นโครงการหลวงพัฒนาชาวเขา, โครงการหลวงภาคเหนือ และโครงการหลวง

เป้าหมายการดำเนินงาน คือ ช่วยเหลือราษฎรชาวไทยภูเขาในท้องถิ่นทุรกันดารให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กำจัดการปลูกฝิ่น ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือ ป่าไม้และต้นน้ำลำธาร พัฒนาการเกษตรบนที่สูง รักษาดินและใช้พื้นที่ให้ถูกต้อง

ตรงตามกระแสพระราชดำรัสที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ว่า
node111
“เรื่องที่จะช่วยชาวเขาและโครงการชาวเขานั้นมีประโยชน์โดยตรงกับชาวเขา เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ชาวเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเพาะปลูกสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นรายได้ให้กับเขาเอง จุดประสงค์อย่างหนึ่งคือมนุษยธรรม หมายถึงให้ผู้ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารสามารถมีความรู้และพยุงตัว มีความเจริญได้

อีกอย่างหนึ่งเป็นเรื่องช่วยในทางที่ทุกคนเห็นว่าควรจะช่วยเพราะเป็นปัญหาใหญ่คือปัญหาเรื่องยาเสพติด ถ้าช่วยเขาปลูกพืชที่เป็นประโยชน์บ้าง เขาจะเลิกปลูกยาเสพติด คือ ฝิ่น ทำให้นโยบายการระงับ การปราบปรามการปลูกฝิ่นและการค้าฝิ่น ได้ผลดี อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่ง

อีกอย่างหนึ่งคือ ชาวเขาตามที่รู้เป็นผู้ทำการเพาะปลูกโดยวิธี ที่จะทำให้บ้านเมืองของเขาสู่หายนะได้ ที่ถางป่าและปลูกโดยวิธี ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราไปช่วยเขาก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความดี อยู่ดี กินดี และปลอดภัยได้อีกทั่วประเทศ ถ้าทำโครงการนี้สำเร็จให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักแหล่งและสนับสนุนนโยบาย จะรักษาป่าไม้ รักษาดิน ให้เป็นประโยชน์ต่อไปและยั่งยืนมาก”
3
ในระยะเริ่มต้นไม่มีใครทราบว่าควรปลูกพืชชนิดใดบนดอยซึ่งมีอากาศหนาวเย็น โครงการหลวงจึงเริ่มดำเนินงานวิจัยเพื่อทดลองการปลูกไม้ผลเขตหนาวที่เหมาะสมกับพื้นที่สูงของประเทศไทย โดยปีพ.ศ.2513 ตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีทดลองปลูกพืชเขตหนาวชนิดต่างๆ

สถานีวิจัยแรกเริ่มแห่งนี้เกิดขึ้นภายหลังพระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชาวเขาเผ่ามูเซอแดง บ้านห้วยผักไผ่ ทอดพระเนตร เห็นบริเวณอ่างขางเป็นหุบเขา อากาศหนาวเย็น ปลูกฝิ่นกันมากแต่ไม่มีป่าไม้ทั้งที่พื้นที่ไม่ลาดชัน มีพระราชดำริว่าน่าจะพัฒนา และส่งเสริมอาชีพแทนการปลูกฝิ่น กรมพัฒนาที่ดินจึงเข้าไปดำเนินการ จากนั้น หม่อมเจ้าภีศเดชและคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงตั้งเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาวได้รับพระราชทานนามว่าสถานีวิจัยเกษตร หลวงอ่างขาง

พื้นที่โครงการหลวงส่วนใหญ่อยู่ในความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเกินกว่า 700 เมตร มีสภาพเป็นหุบเขา หรือพื้นที่ตามเชิงเขาลาดชัน สภาพแวดล้อมแต่ละพื้นที่แตกต่างกันจึงเพาะปลูกได้ต่างจากที่ราบทั่วไป

ผลงานวิจัยที่ถ่ายทอดต่อไปยังเกษตรกรสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเกษตรกรชาวเขาอย่างมาก จากการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชเพื่อบริโภคในครัวเรือนและ นำไปจำหน่ายสร้างรายได้ งานวิจัยเกษตรพื้นที่สูงจึงมีความสำคัญเป็นลำดับแรก จึงจัดตั้งสถาบันวิจัยหลักเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง

ประกอบด้วย สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ อยู่บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จัดตั้งในปี 2522 วิจัยด้านไม้ตัดดอก ไม้ประดับ พืชผักและผลไม้ขนาดเล็ก ถ่ายทอดผลงานวิจัยนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาสังคมและการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร

สถานีเกษตรหลวงปางดะ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ภารกิจคือการวิจัยและขยายพันธุ์ไม้ผลเขตหนาวและกึ่งหนาว วิจัยพืชผัก พืชไร่ การขยายพันธุ์พืช การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่

สถานีวิจัยและส่งเสริมกาแฟอราบิก้าแม่หลอด ในเขตหมู่บ้านแม่หลอด อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับที่ราบระหว่างหุบเขา ส่วนใหญ่ทำวิจัยพันธุ์กาแฟต้านทานโรคราสนิม และผลิตกาแฟอราบิก้าต้านทานโรคราสนิม เพาะพันธุ์เมล็ด กาแฟอราบิก้า

การดำเนินงานของโครงการมีอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการด้านต่างๆ ปฏิบัติงานถวาย ทำให้การปฏิบัติงานก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลงานวิจัยการปลูกพืชเขตหนาวชนิดต่างๆ เกษตรกรสามารถนำไปปลูกทดแทนฝิ่นได้ผลดี
2
และยังได้รับความร่วมมือจากมิตรประเทศ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในการทูลเกล้าฯ ถวายพันธุ์พืชเขตหนาวและสนับสนุนงบประมาณดำเนินการวิจัย นายซุง ซิง หยุน รองผู้จัดการฟาร์ม ฟูซูซาน เดินทางมาศึกษาสภาพพื้นที่โครงการหลวงในปี พ.ศ.2513 เป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโครงการหลวงและไต้หวัน คณะกรรมการส่งเสริมอาชีพทหารผ่านศึกจีนไต้หวัน (VARCR) สนับสนุนพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ส่งผู้เชี่ยวชาญมาปฏิบัติงานในโครงการหลวงทุกปี และสนับสนุนการไปศึกษาดูงานและฝึกงานที่ฟาร์ม ฟูซูซาน และสถานีบนภูเขาของไต้หวัน

ในปีพ.ศ.2515 องค์การสหประชาชาติเห็นความสำคัญของการปลูกพืชทดแทนฝิ่น จึงสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ UN/Thai Program for Drug Abuse Control ทั้งในส่วนของงบประมาณ และเจ้าหน้าที่เป็นครั้งคราว ถือเป็นการเริ่มต้นของหน่วยงาน Alternative Development Unit ของ UNODC ในปัจจุบัน

ปีถัดมา กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA/ARS) สนับสนุนทุนแก่โครงการหลวงในการวิจัยการเกษตรบนที่สูงปีละประมาณ 20 ล้านบาท ทำให้มีองค์ความรู้ด้านการเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยเพื่อหาชนิดและพันธุ์พืชที่เหมาะสมต่อการ ปลูกบนพื้นที่สูง และสนับสนุนงบประมาณพัฒนาชุมชนชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่นในพื้นที่โครงการหลวง รวม 5 แห่งในเวลา ต่อมาด้วย
7
การดำเนินการของโครงการคืบหน้าตามลำดับ เกษตรกรชาวเขาเริ่มมีผลผลิตแต่ประสบปัญหาในการจำหน่ายถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา พระองค์จึงมีพระราชดำริจัดตั้งโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป ปีพ.ศ.2515 โครงการหลวงได้ตั้งโรงงานอาหารสำเร็จรูป แห่งแรกที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อแปรรูปผลผลิตการเกษตรที่มีมากขึ้น เริ่มจากการแปรรูปผลสตรอว์เบอร์รี่ เพื่อช่วยให้เกษตรกร ขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้น ต่อมาตั้งโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่บ้านยาง อ.ฝาง เพื่อแปรรูปผลไม้ และโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อทำแป้งถั่วเหลือง รวมถึงการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต ชนิดต่างๆ

เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ปีพ.ศ.2535 ทรงมีพระราชดำริเปลี่ยนแปลงสถานภาพเป็นมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อให้เป็นนิติบุคคล มีกฎหมายรองรับ พระองค์ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์ หม่อมเจ้าภีศเดช เป็นประธานมูลนิธิ

ผลงานของมูลนิธิโครงการหลวงเป็นรู้จักแพร่หลายในบรรดาประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในการให้ความร่วมมือจำกัดพืชเสพติดโดยสันติวิธี กล่าวได้ว่าเป็นโครงการสร้างสรรค์ อีกทั้งช่วยส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ ทำให้มูลนิธิโครงการหลวงได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขา INTERNATIONNAL UNDERSTANDING เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2531

ต่อมาในปีพ.ศ.2537 โครงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติ (UNDCP) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเพื่อสดุดี พระเกียรติคุณในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น แต่ปลูกพืชอื่นแทน นับได้ว่าโครงการหลวงเป็นโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นแห่งแรกของโลก

นอกจากผลงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนาอาชีพของชาวเขาซึ่งเป็นที่รู้จัก อาทิ ถั่วแดงหลวง สตรอว์เบอร์รี่ กาแฟอราบิก้า รวมทั้งพืชผักเขตหนาว ไม้ผลเขตหนาว และไม้ตัดดอกและไม้ประดับอีกนานาชนิด

โครงการหลวงยังให้ความสำคัญกับงานพัฒนาสังคม การศึกษาและสาธารณสุข โดยตั้งโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชุมชนชาวเขาในพ.ศ.2525 และปรับเปลี่ยนเป็นงานพัฒนาสังคมและ การศึกษาในปัจจุบัน รวมถึงการจัดตั้งธนาคารข้าวตามพระราชดำริ

และปัจจุบัน สถานีวิจัยหลัก 4 แห่ง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอีก 38 แห่ง ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามขึ้นชื่อ

ทั้งนี้ เป้าหมายการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงที่ยึดถือมาตลอดคือนำองค์ความรู้และสิ่งใหม่ๆ ไปพัฒนาชุมชนชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงให้ก้าวหน้าและยั่งยืน และพร้อมเป็นฐานการเรียนรู้ของการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย

รวมทั้งยินดีให้ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับชุมชนบนพื้นที่สูงของนานาประเทศ ตามคำขวัญของโครงการหลวงที่ว่า “โครงการหลวง ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”

ที่มา : มูลนิธิโครงการหลวง

 .......................................................

28 ธันวาคม 2562

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน