*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3917
  • จำนวนผู้ชม : 2482347
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 577 , 09:42:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สาครงค์ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ขอบ่นอีกสักครั้ง ในการที่ผมผิดหวังอย่างแรงที่หลงนับถือ 'วีรบุรุษนาแก' อย่างสุดหัวใจมาก่อน เพราะเมื่อเห็นการแสดงออก

ทางการเมืองของพล.ต.อ.เสรีย์พิสุทธิ์ ในปัจจุบัน เพราะช่าง 'เล่นไม่เลิก' กับ 'อคติ' ของตัวเองม่เลิกลาเสียที ซ้ำยังปราศจากประโยชน์

ต่อประชาชนอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย

 

 

ท่องเที่ยว "ดิสรัปท์เมืองกรุง"

    
 

              ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้......

                บ้านเมืองเรา โดยเฉพาะ "กรุงเทพฯ" เปลี่ยนไปมาก

                ใช้คำว่า "เปลี่ยน" อาจไม่เก็ต

                ต้องใช้คำว่า disrupt!

                หลายคน โดยเฉพาะรุ่นใหม่ใฝ่ต่ำ อย่างพวกธนาธร ปิยบุตร ต้องค้านสุดติ่ง แล้วถาม  ไหน....มันดิสรัปท์ตรงไหน?

                ก็เห็นใจนะ....

                เงยหน้าจากหัวแม่ตีนสิ!

                แล้วจะได้สัมผัสสภาพสังคมจริงรอบตัว ว่าวันนี้ มันดิสรัปท์ เป็นรูปธรรมจับต้องได้มากมายขนาดไหน?

                อย่าง วันที่ ๑ มกรา. "วันปีใหม่"

                สำหรับผม นอกจากเป็นวันปีใหม่เหมือนกับคนทั้งโลกแล้ว ยังเป็น Thaipost Day ลิมิเต็ด

                คือใน ๓๖๕ วัน........

                วันที่ ๑ มกรา.ของทุกปี ไทยโพสต์ "หยุดพิมพ์-หยุดขาย-หยุดทำงาน" ทั้งหมด หนึ่งวัน!

                ผมก็เลยถือโอกาสวันนี้ ออกสำรวจ "กรุงเทพฯ ยุคดิสรัปท์"

                สืบเนื่องจากว่า หลายวันก่อน ได้ท่องโลกอินเทอร์เน็ต ใครไม่รู้ จำชื่อไม่ได้ เขาโพสต์ข้อความว่า

                "ก่อนมี คสช. รู้จักรถไฟฟ้าแค่ 3 สาย

                คือ BTS, MRT กับ Airport Link เพราะวิ่งแค่ระยะทางเดิมๆ สั้นๆ

                แต่ตอนนี้มีรถไฟฟ้าให้จำถึง 14 สาย"

                ก็สะดุดใจกึ๊ก.......       

                เออ จริงด้วย ตั้งแต่สมัยพลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าฯ กทม.ให้กำเนิดรถไฟฟ้า BTS ของคุณคีรี กาญจนพาสน์ เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว

                ผ่านมากี่รัฐบาลประชาธิปไตยล่ะ ก็ด้วนกระโดนโด่อยู่แค่นั้น จนมาปี ๒๕๕๗ ยุครัฐบาลเผด็จการ คสช.นี่แหละ

                รถไฟฟ้า เจาะมุดดิน เหินขึ้นฟ้า ไม่รู้กี่สาย-กี่สี จนเวียนหัวจะจำ ผุดเหมือนเห็ดบ้าฝน

                ก็อย่างคนที่เขาโพสต์นั่นแหละว่า ตอนนี้มีถึง ๑๔ สาย

                เฮ้ย....

                นี่มัน เผด็จการดิสรัปท์ชัดๆ เลยนี่ (หว่า)!

                อันที่จริง บ้านผมกับย่านรถไฟพหลโยธิน คือแถวๆ สวนจตุจักร ไม่ใกล้-ไม่ไกล แต่เหมือนลูกตากับขนตา มาไม่ได้-ไปไม่ถึง

                ต้องขึ้นทางด่วน ผ่านวันละ ๒ เที่ยว

                เห็นทุ่งโล่ง ย่านพหลฯ เป็นสถานที่ให้หมาขี้มาเป็นสิบๆ ปี

                มา ๔-๕ ปีหลังนี้.....

                ต้องบอกว่า ค่าที่ผ่านทุกวัน เห็นทุกวัน ผมจึงเหมือนนกไม่เคยมองเห็นฟ้า ปลาไม่เคยมองเห็นน้ำ

                คือ จากทุ่งหมาขี้ มาสังเกตอีกทีตอนนี้ เฮ้ย...อะไรวะ?

                ทางรถไฟลอยฟ้าระเกะระกะก่ายเหนือหัวทั้งซ้าย-ขวาไปหมด มองลงไปข้างล่าง

                เฮ้ย...อะไรวะ สถานีรถไฟหัวลำโพง ว่าโอ่อ่าใหญ่โตแล้ว แต่นี่ "ศูนย์บางซื่อ-พหลโยธิน"

                มันกว้างขวางใหญ่โตมโหฬาร CLMV บานตะไท

                มองจากทางด่วนลงไป เห็นรางรถไฟเหมือนกองทัพกิ้งกือยุ่บยั่บ ไม่รู้กี่สิบ-กี่ร้อยราง จนน่ากลัวลูกล้อรถไฟจะสีกันตาย

                ทั้งเร็วสูง เร็วต่ำ เร็วลอยฟ้า เร็วหวานเย็น สารพัดมารวมศูนย์เร็ว ย่านรถไฟพหลโยธินที่เคยเวิ้งว้าง-ว่างเปล่า

                ไปดูกันซะ แล้วจะร้อง นี่มันเผด็จการเนรมิตแหงๆ

                เพราะถ้าประชาธิปไตยสร้าง.........

                กว่าจะเป็นรูปร่างอย่างวันนี้ได้ เร็วที่สุด ต้อง ๑๐-๑๕ ปีขึ้น และมันต้องไม่เงียบอย่างนี้

                ป่านนี้ มันต้องมีข่าว "ค่าหัวคิว" ฉาวแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ?

                แต่นี่เงียบฉี่....

                ไอ้เผด็จการหน้าโง่ โครงการหมื่นล้าน-แสนล้าน มึงไม่ฟัน เอาแต่ดูดขี้ฟันตัวเองกินอยู่ได้!

                เนี่ย..........

                พอถอยห่างออกมานิด แล้วมองย้อนกลับ ดูความเป็นไปของบ้านเมือง ก็ต้องยกมือทาบอก

                ร้องเหมือนคุณหญิงวาด...ว้าย อุ๊ย ตายแล้ว 

                กรุงเทพฯ ฉั้น ดิสรัปท์ ปรับสภาพสู่ยุค Big Data ด้วย IOT, AI และ Cloud แค่ ๔ ปี ๕ ปี ถึงปานนี้เชียวหรือนั่น?

                เมื่อวันปีใหม่ เพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

                จึงชวนเพื่อนมกร์ ออกสำรวจความเป็นไปของบ้านเมืองที่เผลอแผล็บเดี๋ยว "เปลี่ยนไป" แทบไม่รู้สึกตัว

                ตกลงกันว่า ทำตัวเหมือน "บ้านนอกเข้ากรุง" โดยไปตั้งต้นชีวิตใหม่กันที่เยาวราช

                โบกเรียกแท็กซี่ เข้าเขตวัดไตรมิตร จากถนนโล่งเป็นจราจรแออัด

                นึกว่าอยู่เมืองจีน.....

                นักท่องเที่ยวชาวจีนมาไว้หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตรกันเหมือนมดปลวกแตกรัง ร้านอาหารแผงลอยบริเวณนั้น ขายดียิ่งกว่าแจกฟรี

                พอเข้าไปย่านเยาวราช ซัก ๕ โมงเช้าเห็นจะได้ พ่อเจ้าประคุณเอ้ย ผมสองคน กลายเป็นไทยพลัดถิ่นเข้าไปในดงจีน

                จีนที่ว่า ไม่ได้หมายถึงเยาวราชถิ่นคนจีน

                แต่หมายถึงผู้คนทั้งย่าน ทั้งถนน นักท่องเที่ยวจีนร้อยละ ๘๐ เป็นฝรั่งและชาติอื่นอีกซัก ๕-๘%

                นอกนั้น "เจ้าภาพ" คือคนไทย เจ้าบ้าน-เจ้าเมือง ที่ท่อกแท่ก เดินตัวลีบ หมดปัญญาแย่งกิน เพราะแต่ละร้าน คิวยาวยิ่งกว่าคิ้วไซซี

                ผ่านร้านทอง "ทุกร้าน" เยาวราช

                ไหน...ใครว่าเศรษฐกิจไม่ดี ชาวบ้าน จน เครียด?

                แม่เจ้าโว้ย แย่งกันซื้อทองทะลักร้าน จนมองไม่เห็นทองที่เรียงรายอะร้าอร่ามในตู้ เพราะหัวคนบังดำมืดไปหมด!

                มีอยู่ยุค นักการเมืองคนหนึ่ง ลืมไปแล้วชื่ออะไร เขาพูดความจริงว่า

                "ความจนไม่มีในหมู่คนขยัน"

                ปรากฏว่าเละคาที่!

                ทั้งสื่อ ทั้งนักการเมือง ทั้งพวกจริตสังคม รุมสับ-รุมด่าขรม ว่าพูดจาดูถูก-ดูแคลน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

                เรื่องจน เรื่องขยัน เป็นคนละเรื่อง หรือคนละเรื่องเดียวกัน ผมว่า มันขึ้นอยู่กับ "มุมทัศนะ" ของแต่ละคน

                สมมุติ คืนนี้ มีลิเกมาปิดวิก........

                คนส่วนหนึ่ง บอก ดีเว้ย...คืนนี้ เราจะเที่ยวกัน

                แต่คนอีกส่วน บอก ดีเว้ย...คืนนี้ เราไปผัดก๋วยเตี๋ยวขายกัน!

                เห็นมั้ย ในสถานการณ์เดียวกัน มันให้ทั้งโอกาสรวย โอกาสจน ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะใช้โอกาสนั้นไปในทางไหน?

                เป้าหมายผมวันนี้ ต้องการมาปรับสภาพตัวเองให้ทันยุคดิสรัปท์

                อันดับแรก อยากเรียนรู้การไปไหน-มาไหนด้วยรถไฟฟ้าด้วยตัวเอง

                เข้าไปในสถานีมังกร ที่ร่ำลือว่าสวย เข้าบรรยากาศเยาวราช-ถิ่นคนจีน

                อุ๊แม่เจ้า.......

                ผลุบเข้าไป ผู้คนมันช่างมากมายปานนั้น ขั้นแรกกับเพื่อนมกร์ ต่างยืนงง เพราะไม่เคยด้วยกันทั้งคู่

                รถไฟฟ้าอยู่ไหน ไปทางไหน จะซื้อตั๋วที่ไหน ยังไง มันเยอะและยัดเยียดไปหมด

                อืมมม ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง มันแสนจะภูมิใจ และก็เพิ่งเห็นคุณค่าความเป็น "คนชรา" วันนี้เอง

                ไปซื้อเหรียญรถไฟ ๒ คน ให้แบงก์ร้อยไป เขาบอกคนแก่ครึ่งราคา

                ทอนแบงก์ ๕๐ มาใบกับเศษสตางค์ ก็ดีใจ ถูกจริงวุ้ย...รีบโกยเหรียญออกมา เพราะคนอื่นเขารอคิว

                ได้เหรียญมา ทำไงล่ะหว่า เอาไปแตะตรงโน้น-ตรงนี้ ไม้กั้นมันก็ไม่เปิด อายคนข้างหลังหูแดงเลยเรา

                เจ้าหน้าที่เขามาบอก ลุง..ลุง ถอยมาก่อน นี่..นี่..เอาแตะตรงนี้

                ไม้กั้นเปิด สองคนกับพวก ดีใจ ได้เข้าเขตได้ขึ้นรถไฟฟ้าแล้วโว้ย

                คลำตามป้าย กว่าจะขึ้นชั้นโน้น-นี้ ไปที่ชานชาลาได้ เล่นเอาหอบด้วยตื่นเต้น

                จากสถานีมังกร ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ไปสุดทางสายสีน้ำเงินที่สถานีหลักสอง ฝั่งธน

                ออกจากสถานี ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว เดินจนเหนื่อยไปเข้าห้างเดอะมอลล์

                เจอคาเฟ่ อเมซอน แสนจะดีใจ ได้เรียนรู้การเข้าคิวสั่งกาแฟเอง แล้วไปรอคิวเขาเรียก

                กาแฟดำแก้วใหญ่ ๑ แก้ว ชามะนาวเย็นขึ้นชื่อซึ่งเพื่อนเขาชอบ ๑ แก้ว ให้แบงก์ร้อย ได้ทอน ๑๐ บาท

                อุ๊ยตาย .......

                ไปกินสตาร์บัคส์ กาแฟแก้วเดียว ยื่นแบงก์ร้อยให้ เขาบอกต้อง ๑๒๐ หรือ ๑๒๕ ก็ลืมไปแล้ว เจอคาเฟ่ อเมซอน แบบนี้ ผูกขา-ผูกปี กินกันเลย!

                โอ้ย...เล่าไปก็ไม่จบ สรุปว่า

                ในรอบ ๔-๕ ปี รถไฟฟ้าสารพัดสาย-สารพัดสี ยุครัฐบาล คสช.เนรมิต

                เปลี่ยนฮวงจุ้ยกรุงเทพฯ และวิถีชีวิตคนกรุงไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

                เมื่อเดินถนน จะพบว่า กรุงเทพฯ เปลี่ยนไป ทั้งธุรกิจร้านค้า ทั้งวิถีและการใช้ชีวิตผู้คน

                กรุงเทพฯ ไม่ใช่เฉพาะของคนไทยเหมือนก่อน กรุงเทพฯ วันนี้ หลากหลายหน้าตา ต่างชาติ-ต่างภาษา ยิ่งเข้าไปตามย่านดาวน์ทาวน์

                ไปเที่ยวนอก กับเที่ยวไทย ดูจะไม่ต่างกันเลย!

                เอาละมัง.......

                กะว่าจะคุยขึ้นต้นเป็นกระสายยา ที่ไหนได้ เลื้อยไปจนจบไม่ลง

                พรุ่งนี้ ค่อยมาคุยเรื่องที่เขาหมกมุ่นกันอยู่ตอนนี้นะ.   

..............................................

แก้ รธน.แค่ทางผ่าน

    
 

                ก็ยังงง!

                กับแนวคิดไม่ให้ ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งแล้วจะแก้ปัญหารัฐประหารได้

                เพราะรัฐประหารแทบทุกครั้งที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นว่า ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง

                ใครก็ตามที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญ........ปัญญาอ่อน

                จะแก้รัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป เพราะสภาก็ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว

                จะแก้ไข จะรื้อ จะชำเรา ก็ว่าไปตามระบบ

                แต่อย่าสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร ด้วยการอ้างว่าจะเกิดรัฐประหาร

                วันนี้ฝ่ายการเมืองพยายามสร้างความเข้าใจผิด ว่า ผบ.เหล่าทัพ จะนั่งเป็น ส.ว.ตลอดกาล

                มันไม่ใช่

                ส.ว.ชุดปัจจุบัน จะหมดวาระไปตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ

                ไม่ถึง ๓ ปีก็จบ...แยกย้าย

                จากนั้นวุฒิสภาจะกลับเข้าสู่หมวดปกติ

                เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๗ บุคคลจากหลากหลายกลุ่มอาชีพเลือกกันเองให้เหลือ ๒๐๐ คน

                คนมีหน้าที่จัดให้มีการเลือกคือ กกต.

                "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ถอยไป ไม่เกี่ยวแล้ว

                รายละเอียดก็ไปดูในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ในนั้นมีบอกไว้หมด

                ฉะนั้นต้องถามกลับว่า มีเจตนาอะไรกัน จู่ๆ ถึงต้องการแก้ไขประเด็นนี้

                นักการเมืองทุกคนก็รู้อยู่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยาก

                สภาผู้แทนราษฎรต้องไปขอเสียงจาก ส.ว. ๘๔ เสียง

                หากทำได้ บวกลบ ระยะเวลาแก้ไขกว่าจะเข้าวาระ ๑ ตั้งกรรมาธิการแก้ไข กว่ารัฐสภาจะลงมติ เสร็จภายใน ๑ ปีก็ถือว่าเก่ง

                แก้ไขเสร็จ บทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญก็จะสิ้นสภาพแล้ว

                จะไปสร้างเงื่อนไขให้กองทัพแสดงพลังทำไมกัน

                ในความจริงแล้ว เสนอแก้ไขไปก็เท่านั้น เพราะ ส.ว.เขาไม่เล่นด้วย

                มีประเด็นที่น่าจับตากว่านี้

                การเสนอให้ ผบ.เหล่าทัพพ้นไปจาก ส.ว. แค่จุดเชื้อ ไม่ให้ไฟมอด

                ของจริงอยู่ที่ ข้อสรุปสุดท้ายของกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

                ทำนายล่วงหน้า...

                กมธ.จะมีมติไม่แก้ไข

                หรือให้แก้ไขหลังใช้รัฐธรรมนูญไปแล้วระยะหนึ่ง แต่ไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้แน่

                แล้วจะนำไปสู่ความไม่พอใจของพรรคฝ่ายค้านที่กระเหี้ยนกระหือจะรื้อรัฐธรรมนูญให้ได้

                นั่นอาจนำไปสู่วิกฤติรัฐธรรมนูญ

                เกิดความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่อีกรอบ

                และจะถูกนำไปเป็นข้ออ้างในการล้มล้างรัฐบาล

                แล้วลุกลามไปถึงสถาบันอื่นๆ ในรัฐธรรมนูญ.

 

ศาลรธน.ไม่รับคำร้อง'เสรีพิศุทธ์'หากระบวนการแต่งตั้ง'บิ๊กตู่'เป็นนายกฯไม่ชอบด้วยรธน.

    
 

2 ม.ค.63 -  สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำสั่งศาลไม่รับคำร้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย ที่ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ขอให้ศาลวินิจฉัย ให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.62 ที่มีการเสนอชื่อ และมีมติแต่งตั้ง ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 157 วรรคสองและมาตรา 272 วรรคหนึ่ง เนื่องจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาไม่บรรจุวาระการเสนอชื่อบุคคล ผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่กลับบรรจุวาระและดำเนินการกรณีดังกล่าวในการประชุมร่วมรัฐสภาจึงขัดรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทำให้ตนเองซึ่งเป็น.ส.ส และส.ส.พรรคเสรีรวมไทยอีก 9 คนขาดโอกาสในการเสนอชื่อบุคคล ที่เหมาะสม

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องปรากฏว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา นายชวนในฐานะประธานรัฐสภาดำเนินการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมีส.ส.เสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งและมีส.ส.รับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 159 วรรคสอง การปฏิบัติหน้าที่ของนายชวน จึงเป็นการดำเนินการ เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่งไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แต่อย่างใด

'ภูมิธรรม'หนุนแนวคิด'ชวน'ไม่ให้ ผบ.เหล่าทัพ เป็นสว.


    

2 ม.ค.63 - นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ระบุ ผบ.เหล่าทัพไม่ควรเป็นส.ว. ว่าตนเห็นด้วยกับนายชวน เพราะไม่ควรให้ข้าราชการประจำเข้ามามีบทบาทที่ในฝ่ายการเมือง จะทำให้การทำงานในส่วนข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองทับซ้อนกัน จริงๆแล้วฝ่ายการเมืองมีหน้าที่กำหนดนโยบายสะท้อนความต้องการของประชาชน ขณะที่ฝ่ายประจำต้องสนองนโยบายของฝ่ายการเมือง ตราบใดที่ยังไม่แยกสองอำนาจนี้อย่างชัดเจนจะเกิดความคลุมเครือสังคมโลกก็ยังไม่มั่นใจส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย เห็นได้จากที่ผ่านๆมานาๆชาติยังไม่เข้ามามากนักเพราะไม่มั่นใจในรัฐบาล ที่จริงแล้วควรปล่อยให้สภาฯมีพัฒนาการด้วยตัวสังคมโลกจะได้ยอมรับมากขึ้น ตนอยากให้ฝ่ายประจำ ผู้บัญชาการเหล่าทัพทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากกว่ามายุ่งเรื่องการเมือง เพราะสิ่งที่เป็นปรากฏการเห็นได้ชัดคือ ตัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายฯและรมว.กลาโหม ที่เติมโตมาจากกองทัพ มีความชำนาญด้านความมั่นคงแต่ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจและการบริหารประเทศก็ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้อย่างเหมาะสมหรือแก้วิกฤติเศรษฐกิจไม่ได้บอก ต้องแก้หน้าที่และที่มาส.ว.ด้วย

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า นอกจากประเด็นของนายชวนแล้วตนยังมองว่าบทบาทหน้าที่ของส.ว.ตอนนี้มีมากเกินไป และถูกวิจารณ์ว่าเข้ามายุ่งเกี่ยวในการเลือกตัวผู้นำประเทศ ทั้งที่ไม่ได้มาจากประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ทุกวันนี้ ส.ว.ถูกมองว่าเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของกลุ่มที่ทำรัฐประหารมาก็ยิ่งเป็นอุปสรรทำให้ประเทศไม่ได้รับความไว้วางใจ ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ก็อยากให้แก้เรื่องหน้าที่และที่มาของส.ว.ด้วย โดยให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากว่านี้ เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากการไม่ยอมรับทั้งหลาย

 

: การเมือง 
 
 

 

 

 

...........................................................................

 

 

 ..............................................................

3 มกราคม 2563

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 03/01/2020 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

สาครงค์
..............................................
คนที่เคยรักมาก แต่พอเกลียดก็เกลียดแบบขยะแขยงเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สาครงค์ วันที่ : 03/01/2020 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

เดี๋ยวนี้ผมก็ชักจะเกลียดเสรีพิสุทธิ์แล้ว เพราะเห็นนิสัยที่ใช้ไม่ได้เลยยามนี้ สำหรับข้อเขียนของเปลวสีเงิน ผมชอบสำนวนแกมา 55 บางประโยคสะใจดี

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน