*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3917
  • จำนวนผู้ชม : 2482343
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 663 , 12:10:35 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พุธทรัพย์ , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ยังไม่ทันที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเกิดขึ้น แต่ก็มีคนมองเห็นความอ่อนแอของรัฐบาล ถึงกับจะมีการเปลี่ยนแปลงเลย

ทีเดียว แล้วเสียงทางพรรคร่วมรัฐบาลก็เงียบๆกันไปเสียอีกด้วย เพราะฉนั้น การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ

 ภาพสะแกกรังน้ำแล้ง - มติชน

 

 

'สหรัฐ-อิหร่าน' มาถึงบ้านเรา

    
 

 

           ทรัมป์นี่...

                สงสัยเคยอ่านสามก๊ก

                ดอดไปจูบปากจีนและคืนดีรัสเซียก่อน แล้วค่อยไปเปิดศึกกับแขก!?

                ขณะนี้ สังคมโลก กำลังใจเต้นตึ๊กตั๊กว่า "สงครามอ่าวเปอร์เซีย" รอบ ๒ จะเกิดหรือไม่เกิด?

                รอบที่แล้ว เมื่อปี ๒๕๓๓ สหรัฐฯ ล่อกับอิรัก

                รอบนี้ ปี ๒๕๖๓ สองแรงแข็งขัน อิหร่าน+อิรัก จะล่อกับสหรัฐฯ หรือไม่

                ในเมื่อสหรัฐฯ ไปล่อเขาก่อน เมื่อเช้ามืดวาน (๓ ม.ค.๖๓)

                ก็น่าลุ้นอยู่...........

                เพราะรอบนี้ มาคุจัด ปกติอิรักกับอิหร่าน ก็ใช่ว่าจะนับญาติกันซักเท่าไหร่

                แต่เมื่อสหรัฐฯ เข้าไปทำตัวเป็นนักเลงคุมถิ่นย่านตะวันออกกลาง

                ใช้ "อาหรับสปริง" ปลุกปั่นประเทศต่างๆ ให้แตกแยก สอดแทรก สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธ เป็นตัวเชิดให้แย่งชิงอำนาจ

                "อิรัก-อิหร่าน" ไม่ใช่ประเภทอนาคตใหม่แต่ใฝ่ต่ำ ที่จะยอมเป็นลูกตีนนักล่าอาณานิคมง่ายๆ

                นอกจากไม่ยอม-ไม่ทนให้สหรัฐฯ เป็นนักเลงรุกถิ่นแล้ว

                ยังเป็นกรวดในรองเท้า.......

                จนสหรัฐฯ และลูกตีนรบ รุกคืบในซีเรีย ในเลบานอน ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

                ล่าสุด เมื่อคืนส่งท้ายปีเก่า "๓๑ ธันวา"

                สถานทูตสหรัฐฯ ในอิรักถูกเผา!

                ที่ชาวอิรักบุกเผา ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะก่อนหน้า ทหารสหรัฐฯ ไปโจมตีทางอากาศตั้ง ๔-๕ แห่ง แถบอิรักและซีเรีย

                ชาวบ้านอิรักตายไปตั้ง ๒๕ คน เจ็บอีกเยอะ

                โกรธ...ก็พากันไปเผาสถานทูตเป็นการประท้วง!

                ทรัมป์ก็โกรธมั่ง......

                ยิ่งจะลงชิงประธานาธิบดีสมัย ๒ ต้องการสร้างวีรกรรมเป็นฮีโร่อยู่ด้วย

                ได้จังหวะพอดี

                ทรัมป์ทวีตข้อความนำร่องฉับพลัน.....

                "อิหร่านน่าจะอยู่เบื้องหลังการประท้วงในอิรัก และอิหร่านจะต้องได้รับการลงโทษแน่ๆ ตอนนี้ ขอให้ทางกองกำลังอิรัก ปกป้องสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดไว้ด้วย"

                พอเช้ามืดวาน (๓ ม.ค.).......

                ต้องยอมรับว่า เทคโนโลยีการข่าวสหรัฐฯ เป็นเยี่ยมในปฐพีจริงๆ

                ขณะที่ พลเอก กัสเซ็ม สุไลมานี (Qassem Suleimani)

                ผบ.หน่วยรบพิเศษคุดส์ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC)

                และอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดีส์ (Abu Mahdi al-Muhandes) รอง ผบ.กลุ่มติดอาวุธ Popular  Mobilisation Forces (PMF) ของอิรัก

                พร้อมคณะ กลับจากปฏิบัติการลับที่ไหนซักแห่ง บินมาลงที่สนามบินแบกแดด

                ขณะนั่งรถออกจากสนามบิน ก็ถูกล็อกเป้า...

                "ทรัมป์สั่งยิง"

                ด้วยโดรนติดอาวุธ ถล่มทางอากาศ "แหลกคารถ" ทั้ง ผบ.รบอิหร่าน และรอง ผบ.รบอิรัก พร้อมคนอื่นๆ อีก ๕-๖ คน!

                แล้วทรัมป์ก็ทำเท่

                ทวีตภาพ "ธงชาติสหรัฐฯ" อวดเฉยๆ

                ซักพัก ค่อยมีข้อความจาก "ทำเนียบขาว" แถลงการณ์ตามหลังว่า

                "เป็นมาตรการป้องกันแบบหวังผลภายใต้การสั่งการจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ"

                เพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกว่า

                “พลเอกสุไลมานีเป็นผู้วางแผนโจมตีนักการทูตสหรัฐฯ และกองกำลังสหรัฐฯ ในอิรักและตลอดทั้งทั่วภูมิภาค

                การโจมตีครั้งนี้ มีเป้าหมายลดการคุกคามการโจมตีจากอิหร่าน

                สหรัฐฯ จะยังคงใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องประชาชนของเราและผลประโยชน์ของเราไม่ว่าจะอยู่จุดใดของมุมโลก”

                แล้วทางอิหร่านว่าไง เมื่อทรัมป์ "ลงถนน" จะจะ แจ้งแจ้ง โดยไม่ต้องปลุกระดมใครอย่างนี้

                ลอกตามข่าวมาให้อ่านกัน ได้ประมาณนี้

                "ฮัสซัน โรฮานี" ประธานาธิบดีอิหร่าน ออกแถลงทางโทรทัศน์

                "การกระทำของสหรัฐฯ จะทำให้อิหร่านยิ่งต่อต้านมาตรการของสหรัฐฯ มากกว่าเดิม"

                "อยาตุลเลาะห์ รูฮุลลอฮ์ โคไมนี" ผู้นำสูงสุดด้านศาสนาของอิหร่าน กล่าวสั้น แต่ลึกถึงไขกระดูก

                "ฤๅการแก้แค้นที่โหดร้ายกำลังรอคอยอาชญากรอย่างสหรัฐฯ อยู่"

                "โมฮัมหมัด จาวัด ซารีฟ" รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ทวีตข้อความ ว่า

                "สหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ป่าเถื่อน และการกระทำที่เป็นการก่อการร้ายข้ามชาตินี้ จะต้องได้รับบทลงโทษแน่ๆ"

                ย้ำหัวตะปูเปรี้ยงลงไปด้วยคำพูดรัฐมนตรีกลาโหม "นายพล อาเมียร์ ฮาตามิ"

                "อิหร่านจะแก้แค้นให้ นายพลกัสเซ็ม สุไลมานี แน่ๆ ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังของการสังหารนี้ จะต้องชดใช้ทั้งหมด"

                "พลเอก กัสเซ็ม สุไลมานี" สำคัญและยิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็เห็นได้จาก

                อิหร่าน ประกาศ "ไว้อาลัย" ทั้งประเทศ เป็นเวลา ๓ วัน!

                และทุกคนรู้.........

                พลเอกกัสเซ็ม สุไลมานี วัย ๖๒ ปี ผู้นี้ แม้ไม่ได้ศึกษาทางด้านศาสนา

                แต่เป็นผู้ได้รับความไว้วางใจ จากท่าน "อยาตุลเลาะห์ รูฮุลลอฮ์ โคไมนี"

                ได้เข้าร่วมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามหลังการปฏิวัติ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๒

                เป็นหัวหน้ากองกำลังคุดส์ในปี ๒๕๔๑

                และเป็นหน่วยพิเศษ ปฏิบัติการนอกประเทศเพื่อแผ่อิทธิพลประเทศและเผยแพร่แนวคิดปฏิวัติอิสลาม

                แค่ย่อๆ ก็บอกน้ำหนักตัวพลเอกกัสเซ็ม สุไลมานี ได้แล้วว่า การถูกทรัมป์สั่งฆ่าครั้งนี้

                อิหร่าน "ไม่ยอมจบ" แน่นอน!

                สหรัฐฯ แหยงนิวเคลียร์คิม แล้วสหรัฐฯ ไม่เสียวนิวเคลียร์อิหร่านบ้างหรือ?

                นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถาม ที่คนทั้งโลกถามกันอยู่!

                ผลฉับพลันของเรื่องนี้ เมื่อวาน น้ำมันตลาดโลก รวมทั้งตลาดไทยพุ่งขึ้นพรวดพราด

                ที่พุ่งกระฉูดเห็นจะเป็นทอง แต่ช่างมันเถอะ กินไม่ได้ ใช้ไม่ได้ และไม่มี!

                ที่กินไม่ได้ แต่ใช้ได้ และต้องใช้ ก็น้ำมันนี่แหละ

                และเจ้าน้ำมันนี่แหละ.......

                ตัวการที่จะทำให้ "สงครามอ่าว" เกิด!

                เจ้าประคู้นนน เกิดหน่อยเถอะ จะได้เรียก "ธนาธร ปิยบุตร" เข้าประจำการซะที

                เห็นมันคันยิกๆ อยากลงถนนนัก ก็ส่งไปแนวหน้าให้มันหายคันไปเลย

                มันชอบฝรั่ง ชอบระบบสปริงๆ อะไรแบบนั้นด้วย ติดยศนายร้อย-นายพันให้มันไปเลย

                เผื่อฝรั่งเรือแตกลอยคอจากมหาสมุทรอินเดียเข้ามา จะได้เจรจาความ "เพื่อชาติ" กันรู้เรื่อง

                ถ้าเกิดสงครามอ่าวจริงๆ ต้องบอกว่า ไทยเราแม้ไม่ถูกรางวัลที่ ๑ ก็จริง แต่รางวัลข้างเคียงที่ ๑ ถูกแน่!

                น้ำมันจากตะวันออกกลางทั้งหมด ในทางเดินเรือกว่า ๒๐% ของโลก

                ต้องออกจากช่องแคบ "ฮอร์มุซ" ทั้งนั้น

                และ "อิหร่าน" นี่แหละ เป็นโต้โผคุมช่องแคบ!

                ถ้าอิหร่าน "ปิดช่องแคบ" ฮอร์มุซ เรือบรรทุกน้ำมันทุกลำจะออกจากช่องแคบสู่มหาสมุทรอินเดียไม่ได้

                แบบนี้ ตอบโดยไม่ต้องรอใครถามได้เลยว่า "สหรัฐฯ ยอมไม่ได้" เป็นตายก็ต้องรบกันแหงแก๋

                ประเทศตรงภูมิภาคนี้ ไทย-มาเลย์-สิงคโปร์ อินโดฯ ก็จะได้รับผลกระทบตรงนี้ หนีไม่พ้น!

                ตรง "คอคอดกระ" ที่เรือบรรทุกน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซ ที่จะไปสหรัฐฯ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี ต้องมาลอดคอคอดกระไปออกทะเลจีนใต้ ไปมหาสมุทรแปซิฟิกนี่แหละ

                มันก็จะเกิดศึกชิงทั้งช่องแคบและคอคอดกันตรงนี้ เพื่อความได้เปรียบ-เสียเปรียบใน "เส้นทางขนส่ง" หลัก

                ทั้งน้ำมันและสินค้าทั้งปวง!

                เมื่อทั้งสหรัฐฯ ทั้งจีน ทั้งแขก ทั้งญี่ปุ่น ทั้งเกาหลี-เกาหลัง ใครต่อใคร ต่างมาปกป้องผลประโยชน์ทางน้ำมัน อันเป็นทั้งยุทธปัจจัยและเศรษฐปัจจัย

                จำเป็นต้องมายึดเพื่อตั้งฐานฟัดกันรอบบ้าน-รอบเมืองเรานี่แหละ แล้วจะรวยหรือซวย ก็ไม่รู้เหมือนกัน

                ต้องวานนายพลที่สอบไม่ผ่านโรงเรียนเสธฯ ที่ชื่อพงศกรอธิบายตำราพิชัยยุทธสงครามซุนวูให้ฟังแล้วล่ะ!

                ครับ...ก็คุยแก้บ้ากันไปอย่างนั้นเอง

                เห็นเพ้อคลั่งกันเหลือเกิน จะล้ม-จะไล่รัฐบาล-ไล่ทหาร ไม่ให้เป็นโน่น เป็นนี่

                ต้องให้ทอน ไอ้บูด หรือใครก็ได้ ใต้คราบตีนทักษิณมาเป็นเท่านั้น เศรษฐกิจถึงจะดี บ้านเมืองถึงจะประชาธิปไตย

                ก็คันและรำคาญ........

                เลยคุยไปไกลๆ เผื่อจะหายบ้าได้บ้าง เท่านี้แหละ.

 

ปลุกม็อบ!ชำเรารธน. ปิยบุตรชี้ระเบิดเวลารอปะทุ/ชวนเตือนไม่ควรรื้อสภาสูง

    
 

 

"ชวน" ชี้หากประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ คนจะเอนเอียงนิยมเผด็จการและเป็นที่มาของหายนะ แนะทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ด้วยความสุจริต "เพื่อไทย" ขู่รายวัน ศึกซักฟอกถึงขั้นล้มรัฐบาล-เปลี่ยนตัวนายกฯ "วราวุธ" เตือนม็อบจุดติดแล้วควบคุมไม่ให้บานปลายได้ยาก "ปิยบุตร" เชื่อ ปชช.ทนไม่ไหวสะสมจนคุมไม่อยู่ เปรียบ รธน.60 เป็นระเบิดเวลาจบแค่ 2 ทาง "ทหาร-ประชาชน" ฉีก "เทพไท" เสนอตั้งอนุ กมธ. 5 ภาครับฟังความเห็น ดีกว่าปล่อยพรรคการเมืองปลุกมวลชนกลายเป็นความขัดแย้งรอบใหม่  

    เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปีที่ผ่านมาว่า หลังจากไม่มีสภามา 5 ปี ไม่เฉพาะในประเทศเท่านั้นที่มีปฏิกิริยาต่อต้าน เพราะต่างประเทศก็มองเช่นกัน เมื่อมีสภาแล้วจึงเป็นความหวังของประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปพร้อมกับความมีประสิทธิภาพ ทุกฝ่ายต้องทำงานในหน้าที่ด้วยความสุจริต ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย ทุกคนต้องอยู่ในกรอบของข้อบังคับ แม้บางคนจะยังไม่เคยชิน แต่กว่า 1 ปีเริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น หลายเรื่องเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะการรักษาเวลา งานค้างอาจจะยังมีอยู่บ้าง แต่มีน้อยเมื่อเทียบกับสถานการณ์ของสภาทั่วไป เช่นการทำให้ญัตติด่วนเหลือค้างสภาเพียง 6 เรื่อง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหมดเป็นไปได้เพราะการได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เมื่องานค้างลดลง ภายหลังปีใหม่ก็จะได้เริ่มงานใหม่ๆ ได้มากขึ้น
    นายชวนกล่าวว่า งานในสภาพยายามทำให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ความร่วมมือจากฝ่ายบริหารก็ดี ก็พยายามเชิญชวนให้มาสภา แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีก็อยากให้มาประชุมสภา หรือรัฐมนตรีก็อยากให้ตอบกระทู้ถามของ ส.ส.เช่นกัน เวลานี้กำลังหารือถึงการแก้ไขข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับการตั้งกระทู้ถาม เพื่อไม่ให้ใช้เวลาของสภามากเกินไป หรือในการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ก็พยายามเข้าไปรับฟังความคิดเห็นในเรื่องการทำงาน เช่นการจัดสรรเวลาการทำงานของ กมธ.จะไม่ให้กระทบกับการประชุม เป็นต้น เวลานี้มีกฎหมายเข้าสภาเพียง 2 ฉบับเท่านั้น ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ คาดว่าหลังจากเทศกาลปีใหม่ร่างกฎหมายจะเข้ามาสภามากกว่าเดิม  
    "ครับ ผมยืนยัน ผมเรียนว่าครึ่งปีที่ผ่านมาไม่เคยสักครั้งที่จะมาขอให้ผมทำผิดทำนองคลองธรรม มีแต่ผมที่ขอร้องให้มาร่วมประชุม เราหวังดีต่อกันเพื่องานของบ้านเมือง ประชาธิปไตยจะอยู่ได้ก็ต้องมีประสิทธิภาพด้วย ถ้าประชาธิปไตยไม่มีประสิทธิภาพ คนจะเอนเอียงนิยมในเผด็จการ ทันใจดี แล้วก็เป็นที่มาของความหายนะในที่สุด ต้องทำให้การปกครองนี้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ หมายความว่าปัญหาของประชาชนต้องมาสู่รัฐบาลได้โดยผ่านกระบวนการของสภาตามระบบนี้" นายชวนกล่าวตอบเมื่อถามย้ำว่า ยืนยันได้หรือไม่สภาจะเป็นที่พึ่งประชาชนเพื่อไม่ให้มีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง  
    นายชวนยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 ที่เกี่ยวกับการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติว่า  สำหรับการเมืองปี 2563 น่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยฝ่ายค้านจะสามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้สองครั้ง เพราะในปี 2563 จะมีสมัยประชุมสภาปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยทั่วไปในสภา เมื่อระบบนี้รัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบมากกกว่า แต่ถึงที่สุดแล้วสภาจะอยู่ได้ต่อเมื่อทุกฝ่ายมาร่วมประชุมเพื่อมีมติร่วมกัน ถ้า ส.ส.ของรัฐบาลรู้ว่ากติกาเป็นอย่างนี้และรับผิดชอบในหน้าที่  งานจะเดินไปได้
ฟันธงนาวาลุงตู่รอดฝั่ง
    ที่บ้านพักส่วนตัว ซอยจรัญสนิทวงศ์ 55 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ว่า แม้ที่ผ่านมาจะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่สังเกตได้ว่าแต่ละครั้งที่มีการลงคะแนนในสภาผู้แทนราษฎร หรือการทำงานสำคัญของรัฐบาล แน่นอนอาจจะมีผิดพลาดบ้าง แต่สุดท้ายแล้วรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ ซึ่งนี่คือสภาพทั่วไปของสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อให้เป็นรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำหรือเสียงมากแค่ไหน ถึงเวลาลงคะแนนมักจะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา แต่มั่นใจว่าปี 2563 แม้จะเป็นปีที่มีภารกิจและความท้าทายของรัฐบาล แต่ด้วยการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค การทำงานของรัฐมนตรีทุกคน จะสามารถนำรัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ไปได้ตลอดรอดฝั่ง แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปี 2563 คาดการณ์กันว่าจะมีการชุมนุมและอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่าการชุมนุมเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิด เพราะที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าการจุดไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอจุดมาแล้วความสามารถในการคุมประเด็นไม่ให้มันบานปลายนั้นเป็นเรื่องยาก ตลอดสิบปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่าท้ายที่สุดมันจะไปจบลงที่ใด จึงน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้หลายๆ ฝ่ายว่าการชุมนุมประท้วงบนถนนไม่ก่อให้เกิดผลดีขึ้นเลย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นถือเป็นปกติของสภา ต้องให้กำลังใจฝ่ายค้านด้วย เพราะตลอด 5-6 ปีเราไม่มีสภา ไม่มีการตรวจสอบ จึงเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายค้านจะได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ นำข้อบกพร่องที่รัฐบาลจะต้องปรับปรุงมาถกกันในสภา 
    ส่วนกระแสข่าวอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางส่วนจะย้ายมาอยู่กับพรรค ชทพ. นายวราวุธกล่าวว่าวันนี้ยังเป็นแค่กระแสอยู่ แต่ไม่พัดมาที่พรรคสักที ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีการย้ายพรรคเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาทั้ง 4 คนน่าจะมีทิศทางชัดเจนแล้ว และไม่ได้มาอยู่ที่พรรค ชทพ.
    นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการจัดการกับงูเห่าของพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับว่าภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญเอื้อต่อการเกิดงูเห่าได้ตลอดเวลา แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว และเบื้องต้นพรรคเพื่อไทยได้ให้ ส.ส 3 คนที่ขัดมติพรรคเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว จากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบจะทำรายงานสรุปส่งมายังกรรมการบริหารพรรค ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะแจ้งต่อสาธารณชนให้ทราบต่อไป  แต่ยืนยันว่าหากผิดจริงจะมีมาตรการที่ชัดเจนและเด็ดขาดในการจัดการกับงูเห่า
    "เหตุผลที่ยังไม่สามารถขับงูเห่าออกจากพรรคเพื่อไทยได้ เนื่องจากงูเห่าของพรรคเพื่อไทยต่างจากพรรคอนาคตใหม่ ตรงที่พรรคอนาคตใหม่โหวตสนับสนุนรัฐบาลบ่อยครั้งซึ่งทำให้เห็นจุดยืนที่ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่เราต้องสอบสวนให้ชัดเจนและฟังคำอธิบายก่อน" นายภูมิธรรมกล่าว
โวศึกซักฟอกล้มรัฐบาล
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกและกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.ระบุเกรงฝ่ายค้านจะไม่มีข้อมูลเด็ดมาซักฟอกรัฐบาลว่า ขณะนี้คณะกรรมการกิจการพิเศษ พท.ได้จัดเตรียมขุนพลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไว้แล้วจำนวน 25 คน จัดหมวดหมู่แบ่งลักษณะพฤติกรรมและการกระทำที่นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี ถึงเวลานั้น  พล.อ.ประยุทธ์ เจ้าของฉายาอิเหนาเมาหมัดแห่งรัฐเชียงกงจะได้รู้ว่า การตรวจสอบโดยกลไกและเครื่องมือที่เข้มข้นของระบบรัฐสภา จะโดนตรวจสอบหนักจนมีสภาพบอบช้ำแค่ไหน ส่วน ส.ว.สรรหาจะยอมรับว่าเป็นสภาทหารเกณฑ์ก็สารภาพไป แต่งานนี้พี่เลี้ยงลงไม่มีตัวช่วย ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป 
    "การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ส่วนรัฐมนตรีที่น้อยเนื้อต่ำใจได้กระทรวงเกรดซี เกรดดี งบน้อย อยากขยับขยายไปคุมกระทรวงเกรดสูงขึ้น งบมากขึ้น รอลุ้นได้เลย  เพราะข้อมูลซักฟอกที่อยู่ในมือขณะนี้ชัดเจนมาก ทั้งในส่วนพรรคแกนหลักและพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะมี 25 ขุนพลในการจับ 5 รัฐมนตรีขึ้นเขียงซักฟอก แต่ไม่ปิดกั้น ยังเปิดกว้างทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นำไปสู่การล้มรัฐบาลและเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้แน่นอน" นายอนุสรณ์กล่าว    
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวตอนหนึ่งขณะออกรายการ WAKE UP THAILAND ช่อง Voice TV ว่า "เหตุการณ์ที่คุณแต่ละคนออกมาโดยทนไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าอยู่ที่อัตตาวินิจฉัยของแต่ละคน เราบังคับกันไม่ได้ แต่เชื่อว่าถ้าผู้มีอำนาจยังใช้วิธีการแบบนี้ตลอดเวลา คือไม่ถอยเลย ไม่ถอยแม้แต่นิดเดียว ญัตติเรื่อง ม.44 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด นิดเดียวก็ไม่ถอย อย่างวันก่อนที่คุณเลี้ยงปีใหม่ ต้อนรับ ส.ส.ที่เพิ่งย้ายไป โดยไม่เขินอายเลย ผมมองว่า การลำพองในอำนาจตัวเองไปเรื่อยๆ มันจะผลักทำให้คนมีความรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้วออกมา แต่จะเกิดเมื่อไรผมไม่ทราบ"
    "อย่างชิลี เกิดจากเรื่องการขึ้นค่าโดยสารรถระบบขนส่งสาธารณะ เลบานอนเกิดจากการเก็บภาษีออนไลน์ ฮ่องกงเกิดจากกฎหมายส่งผู้รายข้ามแดน ถามว่าเรื่องนี้มันเป็นชนวนให้เกิดขึ้นได้ไหม ผมว่ามันไม่ได้หรอก แต่มันมีความไม่พอใจสะสมมาเรื่อยๆ แต่ผมตอบไม่ได้ว่าจุดไหน ผู้มีอำนาจในปัจจุบันก็ตอบไม่ได้ แต่เรารู้กันอยู่ว่าภายใต้อำนาจที่เข้มแข็ง ข้างล่างมันเปราะบางมาก แต่เราไม่รู้ว่าจุดไหนคือชนวนที่ออกมา ถ้าวันหนึ่งมาถึงความไม่พอใจต่อผู้ปกครองคณะนี้เมื่อไร เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าการเป็นพรรคอนาคตใหม่ ใหญ่เกินกว่าธนาธรหรือผมแล้ว มันเป็นความไม่พอใจโดยพร้อมเพรียงกันของประชาชน"
ทหารหรือ ปชช.ฉีก รธน.
    นายปิยบุตรกล่าวว่า จุดจบของรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระบบการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือไม่ถูกฉีกโดยทหารก็ถูกฉีกโดยประชาชน ดังนั้นมันจึงมีสภาวะเหมือนระเบิดเวลาที่ตั้งเวลารอไว้
     เมื่อพิธีกรถามว่าแต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการให้ถึงจุดนั้นใช่หรือไม่ นายปิยบุตกล่าวว่า "ถูกต้อง   ทั้ง 2 ถ้าฉีกโดยทหารก็จะเข้าอีหรอบเดิม แต่ถ้าฉีกโดยประชาชน ผมไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ผู้กำกับหนังเรื่องไหนก็สร้างฉากจบไม่ได้ เพราะมันคุมไม่อยู่ แต่ไม่อยากให้มีการรัฐประหาร ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจมองผมและธนาธรเป็นภัยคุกคาม แต่ขอให้มองว่าเป็นปรากฏการณ์ เป็นตัวแทนคนประชาชน ตัวแทนของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก" 
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า อยากจะวิงวอนทุกฝ่ายช่วยลดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ขอให้ทุกพรรคการเมืองใช้เวทีสภาในการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องคนไทยทั่วประเทศ ทั้งนี้ที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายเพราะวิกฤติปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุมลุกลามบานปลายเสียเลือดเสียเนื้อจนบ้านเมืองเสียหาย เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วย หากคิดจะทำอะไรที่ไม่ควรก็ขอให้นึกถึงพี่น้องประชาชนและประเทศอันเป็นที่รักของเรา
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเมืองไทยจากนี้ไปคงจะร้อนแรงขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นจะไปสู่วิกฤติอะไร ขณะเดียวกันปัญหาที่มีความอ่อนไหวและจะส่งผลกระทบกับการเมือง คือปัญหาเศรษฐกิจที่จะสะสมจนทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจรัฐบาล      
    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ไลฟ์สดผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวว่า การประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ในวันที่ 14 ม.ค.63 นั้น เป็นการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาเนื้องานกันอย่างจริงจังนัดแรก จะเสนอให้มีการพูดคุยในเรื่องกรอบการทำงาน และลงลึกในรายละเอียดว่าจะแก้ไขอย่างไร จะตั้ง ส.ส.ร.หรือไม่ หรือจะแก้ไขเป็นรายมาตรา ถ้าหากรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2560 ซึ่งยกร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังถูกวิจารณ์ว่าที่มาของรัฐธรรมนูญไม่มีส่วนยึดโยงกับประชาชน การทำงานของ กมธ.ชุดนี้ควรจะสร้างเงื่อนไขการทำงานให้ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด ควรจะตั้งอนุกรรมาธิการวิสามัญอย่างน้อย 5 ชุด เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนใน 5 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร โดยทำงานคู่ขนานกับการทำงานของ กมธ.ในสภา ดีกว่าปล่อยให้พรรคการเมืองต่างๆ ออกไปเคลื่อนไหวกับมวลชน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายและความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ได้
    "อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรจะตั้งธงในการแก้ไขเพื่อการเอาชนะคะคานกัน หรือชิงความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ไม่ควรเอาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อการเคลื่อนไหวดิสเครดิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเพฉาะ" นายเทพไทกล่าว
     นายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า พรรค ชทพ.เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาข้อดีก็มี ข้อที่ควรปรับปรุงก็มีบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลไกการเลือกตั้ง หรือของพรรคการเมืองและอีกหลายๆ ส่วน แต่การจะแก้ไขต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม รับฟังเสียงของหลายๆ ฝ่ายเป็นประเด็นที่สำคัญ และเชื่อว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ และนำมาถกกันในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตั้งกันมาแล้ว
โหรฟันธงคนคิดไม่ดีอยู่ไม่ได้
    ด้านนายชวน หลีกภัย กล่าวว่า เป็นคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต ปัญหาไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญแต่มาจากตัวบุคคล จึงต้องแยกให้ออกจากกัน ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ดังนั้นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเสนอว่าควรรับฟังทุกฝ่ายรวมทั้งวุฒิสภา
     "ถ้าเรามุ่งไปที่บทบาทวุฒิสภา แน่นอนว่าบางท่านคงไม่เห็นด้วยและมีการต่อต้าน แต่ถ้าเชิญมาคุยว่าเป้าหมายประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ นั้นหลักควรเป็นอย่างไร บทบาทแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร  ต้องยอมรับว่าวุฒิสภาก็มีประโยชน์ บางบทบาทก็ทำได้ดีกว่า ส.ส. เช่นการตรวจสอบคนเข้าสู่องค์กรต่างๆ เป็นต้น แต่บทบาทอื่นๆ สมควรจะมีแค่ไหนก็ต้องชวนมาคุย ถ้าคิดจะแก้จริงๆ ก็อย่าไปคิดล้มเลยครับ ถ้าอยากให้แก้ไขได้จริงๆ ก็ต้องให้ทุกฝ่ายเห็นด้วย และเอาเขามาคุยด้วยว่าจะปรับให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ หรือเอาบางส่วนออกไป เช่นการบรรจุให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพต้องเป็น ส.ว. ผมคิดว่าโดยหลักไม่เคยมีการระบุ ส.ว.โดยตำแหน่งแบบนี้ เพราะถ้าจะเลือกคนเข้ามาก็ควรเป็นระบบอื่น"  นายชวนกล่าว
      ขณะที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (โหร คมช.) กล่าวถึงเหตุการณ์บ้านเมืองในปี 2563 ว่า ในปีหน้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มคน แต่มีกำลังไม่มาก ไม่หนักหนา ปลุกปั่นไม่ขึ้น วูบเดียวก็หายไป เป็นแค่นักการเมืองที่เข้ามา  เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็พยายามปลุกหาพรรคหาพวกมาทำลายล้างกัน ซึ่งมันไม่ดี บทเรียนในอดีตทุกคนก็เห็นแล้ว สุดท้ายความจริงจะถูกเปิดออกมา ขณะที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีอะไรน่าหนักใจ 
     เมื่อถามว่าคดีทางการเมืองที่จะมีการตัดสินในปี 63 จะมีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองมากน้อยแค่ไหน โหร คมช.ตอบว่า "ไม่ส่งผลก่อให้เกิดเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงอะไรทางการเมือง เพราะเป็นการตัดสินตามกฎหมาย บนความถูกต้อง กฎหมายคือกฎหมาย เราต้องยอมเคารพกฎหมาย การเคลื่อนไหวอะไรบทเรียนในอดีตทำให้เราเห็นแล้ว ดังนั้นคนที่คิดไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง ขอให้คิดให้ดี เพราะบ้านเมืองปัจจุบันสงบแล้ว คนที่ต้องโทษก็ต้องได้รับโทษ และคอยดูบางคนที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เราอาจไม่ได้เห็นอีกเลยในบ้านเมืองเรา เหมือนในอดีตคนที่สร้างความวุ่นวายให้ชาติบ้านเมืองจะอยู่ไม่ได้" 
    "พรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันต่อไปและจะมีบางพรรคเข้ามาร่วมรัฐบาล และ 3 ป.ยังอยู่ทำหน้าที่  ส่วนรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็ไม่มีปัญหา เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า กลุ่มที่เคยอยู่ตรงข้ามจะเข้ามาสนับสนุนมากขึ้น ขณะที่ดวงของ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีหน้าที่ต้องทำต่อไปและอยู่ครบเทอม เพียงแต่ต้นปี 1-2 เดือนอาจมีเรื่องยุ่งอยู่บ้าง ทั้งกับตัวนายกฯ และคณะรัฐบาล ทั้งการทำงานหรือปัญหาสุขภาพ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากเป็นตามวัย และหลังจากมรสุมผ่านพ้นไปทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น" นายวารินทร์กล่าว. 

เอาแล้ว!ผู้เชี่ยวชาญด้านม็อบฟันเปรี้ยง ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเกิดขึ้นในปี 2563


    
 

4 ม.ค.63 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)กล่าวในรายการ ‘หัวใจไม่หยุด‘เต้น’’ เผยแพร่ทางแฟนเพจ ‘นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ช่วงหนึ่งว่า "ในทัศนะผม เป็นไปได้สูงนะครับที่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเกิดขึ้นในปี 2563 ผมหวังใจว่า ขอให้เป็นความเปลี่ยนแปลงในระบบ เป็นความเปลี่ยนแปลงในกติกา ไม่นำมาซึ่งการบาดเจ็บสูญเสียของพี่น้องประชาชนอีก

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่ากลัวล่ะครับ เอาไงก็เอากัน แต่ประสบการณ์ของผม สิ่งที่ผมผ่านพบ สิ่งที่ผมแลเห็น ให้บทเรียนผมว่า ผู้มีอำนาจในประเทศนี้ไม่ลังเลนะครับที่จะใช้กำลัง ใช้อาวุธกับประชาชนมือเปล่าๆ ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย เพื่อสิทธิเสรีภาพของตัวเอง

ดังนั้น การยืนหยัดในหลักการที่ถูกต้องและอดทนต่อสู้ตามกระบวนการ น่าจะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของสังคมไทยมากที่สุดในเวลาปัจจุบัน"

 

 
 

 

 

 

 
 ................................................................

 

 

 

 

 

 
 .........................................................................
 

ที่นี่แม้ขอทาน ยังใช้ QR code

    
 

       หางโจวเป็นเมืองที่ผมไปเยี่ยมเยือนหลายครั้ง ตั้งแต่ไปสัมภาษณ์แจ็ก หม่าแห่งอาลีบาบาครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน

                หลังจากนั้นไปครั้งใดก็เห็นความเปลี่ยนแปลงด้านการทำให้เป็นเมือง digital อย่างคึกคัก

                หางโจวจึงเป็นตัวอย่างของการ "สร้างบ้านแปงเมือง" อย่างแท้จริง

                ถึงขั้นที่ขอทานยังใช้ QR โค้ด

                เพราะแจ็ก หม่าประกาศว่าจะทำให้หางโจวทั้งเมืองเป็นเมือง cashless society หรือเมืองไร้เงินสด เพราะการใช้จ่ายทั้งสิ้นทั้งปวงจะทำผ่านโทรศัพท์มือถือภายใน 5 ปี

                ผมสงสัยว่าเขาทำได้ก่อนเส้นตายนั้นด้วยซ้ำไป

                ผมไปเมืองจีนช่วงหลังนี้ เข้าร้านหนังสือเวลาจะไปจ่ายเงิน พอควักกระเป๋าสตางค์เท่านั้น เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าแปลกๆ ถามผมว่ามาจากไหน เพราะคนจีนส่วนใหญ่เขาจ่ายเงินผ่าน app ในมือถือแล้วทั้งสิ้น

                ล่าสุดผมเห็นตัวเลขเศรษฐกิจของหางโจวแล้ว ก็มั่นใจว่าเขามุ่งไปทางทำให้เศรษฐกิจของเมืองนี้เป็น digital economy แน่นอน

                สถิติทางการบอกว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายนปีนี้ ผลผลิตเศรษฐกิจด้านดิจิทัลของหางโจวกระโดดไปที่ 270.6 พันล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน

                หรือสูงกว่าอัตราโตผลผลิตมวลรวมของเมืองนี้ 9.2%

                อีกนัยหนึ่ง เศรษฐกิจด้านดิจิทัลของหางโจววันนี้เท่ากับ 25.7% ของจีดีพีรวมทั้งหมด

                เศรษฐกิจดิจิทัลของเขาหมายรวมถึง e-commerce, cloud computing, big data และ digital  security

                ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงการแปรสภาพการผลิตจากแบบดั้งเดิมด้วยการใช้เทคโนโลยีแบบใหม่คือ สินค้าไหมของกลุ่มบริษัท Wensli ที่นี่

                เขาใช้ big data เรื่องปฏิวัติการผลิตไหมให้กลายเป็น "อุตสาหกรรมนวัตกรรมสร้างสรรค์" หรือ  cultural and creative industry

                เขาใช้เทคโนโลยี big data และ cloud computing ในการแก้ปัญหาสีต่างๆ ที่ไม่เสมอกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผ้าไหม

                และทำให้เครื่องจักรสามารถพิมพ์ลวดลายและแบบต่างๆ ที่ละเอียดและหายากได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

                แบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton และ Moet Hennessy เห็นความคืบหน้าอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างนี้ ยังต้องขอทำสัญญาร่วมมือเพื่อร่วมกับบริษัทหางโจวแห่งนี้ผลิตสินค้าไหมจีนดั้งเดิมที่พัฒนามายืนอยู่แถวหน้าของการสร้างแบรนด์และการผลิตที่ทันยุคของความเปลี่ยนแปลง

                กลุ่มบริษัท Holley Group ผลิตยามาช้านาน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นี่เช่นกัน ประกาศก้าวเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า intelligent manufacturing หรือ "การผลิตอัจฉริยะ" เมื่อสามปีก่อน

                เขาไม่ได้ใช้คำว่า "อัจฉริยะ" พร่ำเพรื่อเพื่อการโฆษณาให้ดูทันสมัยเท่านั้น

                แต่คำว่า intelligent นั้นมีมากกว่าแค่การใช้ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์แทนแรงงานคนเท่านั้น

                แต่ "ความฉลาด" ในที่นี้หมายถึง การหาวิธีการผลิตแบบใหม่ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มแต่ละประเภทอย่างเหมาะเจาะ

                อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์ "ความต้องการของตลาดเดี๋ยวนี้" ไม่ใช่อีกสองปีสามปีจากนี้ไป

                โดยที่สามารถรักษาต้นทุนในระดับที่สมเหตุสมผลด้วย

                ข้อหลังนี้แหละที่ท้าทายความพยายามของธุรกิจทุกแขนง ที่ต้องการก้าวเข้าสู่วงการปฏิวัติกระบวนการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ

                เพราะหากใช้เทคโนโลยีทันสมัยใหม่สุด แต่ค่าใช้จ่ายแพงเกินที่ตลาดจะรับได้หรือไม่สามารถจะแข่งขันกับสินค้าแบบเดียวกันได้ ก็ไม่สามารถจะเรียกว่าเป็นการก้าวเข้าสู่โลก "อัจฉริยะ" ใหม่แน่นอน

                ต้นปีนี้หางโจวประกาศเปิดห้องทดลอง (lab) สำหรับ 5G แห่งแรกในมณฑลเจ้อเจียง ดึงเอาบริษัทมากมายหลายวงการมาร่วมทดสอบการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการอย่างทันท่วงที

                เขาเริ่มทดลองใช้ 5G เพื่อพัฒนาด้านการศึกษา, การแพทย์ และขนส่งสาธารณะแล้ว

                เช่นมีการทดลองวิ่ง "รถเมล์อัจฉริยะ 5G" ที่เมืองนี้เพื่อพัฒนาให้สามารถใช้ในชีวิตจริงได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

                หางโจวที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเพราะความสวยงามของเมืองและธรรมชาติ วันนี้กลายเป็น smart city ที่ก้าวกระโดดทางด้านเทคโนโลยีทุกรูปแบบ

                ครั้งหนึ่งจีนเคยถูกปรามาสว่าเป็นประเทศที่ลอกเลียนญี่ปุ่นและตะวันตก

                วันนี้เขากำลังทำตัวเป็นผู้บุกเบิกสร้างสรรค์นวัตกรรมที่โลกตะวันตกต้องตะลึงไปหลายตลบ.

 .................................................................

4 มกราคม 2563

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน