*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3919
  • จำนวนผู้ชม : 2483669
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 378 , 15:31:04 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         คนไทยยามนี้แย่ไปตามๆกัน เพราะโลกตึงเครียดไปตามสถานการณ์อเมริกา - อิหร่าน แล้วพลอยทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคา

ดึงให้ข้าวของต่างๆขึ้นราคาไปด้วย ซ้ำเติมสถานการณ์น้ำแล้งเพิ่มขึ้นไปอีก แล้วเราก็ต้องรอฝีมือ 'ลุงตู่' จะแก้ไขอย่างไร จะสั่งการให้

ครม.ปฏิบัติการต่ออย่างไรต่อไป ซึ่งถึงแม้จะปลดล็อกไม่ได้ทั้งหมด เอาแค่ให้ลดลงมากๆเท่าที่จะมากได้ก็แล้วก็ยังดี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูกลุงตู่  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูกลุงตู่ 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูกลุงตู่ รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูกลุงตู่

 

ผมก็มีฝีมือพอตัวเหมือนกันนะ ... !!

 

สหรัฐฯ แค่ 'สงครามตัวแทน'


    
 

    ไฟ.......
    ก็กำลังใช้ออสเตรเลียเป็นฟืนเผาโลก
    สหรัฐฯ-อิหร่าน....
    ก็กำลังต่อสายชนวนนิวเคลียร์ล้างโลก
    ส่วนที่ประเทศไทย
    แทนจะช่วยกันจ้องมองภัย และหาช่องค้าขายในความหมาย "วิกฤติเป็นโอกาส" 
    กลับทำตัวเป็น "สังคังชาติ" กันซะนี่!
    วันๆ ก็เอาแต่ปั่นโพล-ปั่นเฟซ ไล่รัฐบาล ไล่ลุง-เชียร์ลุง     
    แต่ไม่เห็นใครยกมาให้ดูซักตัวอย่าง ว่า
    เหตุที่ไล่ เพราะรัฐบาลนี้ บริหารเลวกว่ารัฐบาลทักษิณ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือรัฐบาลอื่นๆ ตรงไหน  อย่างไร?
    หรือตรง "มึงทำดี"........
    ถ้าพวกกูไม่หน้าด้าน "รวมพวกชั่ว" ขับไล่ มึงก็จะอยู่นาน แล้วชาติไหน พวกกูจะได้เข้าไปหาแดกบ้างล่ะ อดอยากปากแห้งมา ๕ ปีกว่าแล้วนะโว้ย    
    นี่คือสาเหตุที่แท้จริงใช่มั้ย?
    รัฐบาลนี้ เอากันตรงๆ "นายกฯ ประยุทธ์" ผมก็ไม่ได้บอกว่าดีเลิศประเสริฐศรี 
    ก็เหมือน "ทุกนายกฯ" นั่นแหละ คือมีทั้งคนชอบ-ไม่ชอบ
    แต่ความเลวร้ายด้านโกงกิน ด้านบริหารผิดพลาดจนเกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง
    ไม่มี!
    ตรงกันข้าม ความตั้งใจ ความจริงใจ ที่จะวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคม เพื่ออนาคตที่ดีกว่า 
    มี!
    เพียงแต่ว่า การวางรากฐาน เหมือนปลูกต้นสัก แต่คนรอเสวยผล อยากเห็นแบบเพาะถั่วงอก
    มันก็แบบนี้แหละ ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน ในสังคม "คิดตาม-พูดตาม-ทำตาม"
    ตราบต่อเมื่อสังคมแห่งการพัฒนาและรับรู้ไปถึงขั้น คิดเป็นระบบ, คิดเป็นกระบวนการ ด้วย "พิเคราะห์-ใคร่ครวญ" ได้เอง นั่นแหละ
    ก็จะเห็นเรื่องอย่าง "วิ่งไล่ลุง-วิ่งเชียร์ลุง" เป็นเรื่องของคนพิการทางสมองแต่กำเนิด!
    คุยเรื่องหน้าข้าว-หน้าเหล้า ถึงกรณี "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ว่าตกลงเขาจะรบกันมั้ยดีกว่า
    ก่อนตอบ ต้องถามก่อนว่า หมายถึงรบแบบไหน?
    แบบเกิดสงคราม เป็น "สงครามโลก ครั้งที่ ๓" ผมว่า ยังไม่หรอก อีกนาน
    รบแบบตอดกันไป-กันมา เอ็งที-ข้าที อย่างที่เป็นอยู่ จะหนักหน่วง และขยายวงกว้างขึ้น!
    ก่อนจะรบกัน ก็ต้องรู้ก่อนว่า "ใคร-พวกใคร" เหมือนดูการเมืองนั่นแหละ ก็ต้องว่า ฝ่ายค้านมีใครบ้าง ฝ่ายรัฐบาลมีใครบ้าง
    ฝ่ายสหรัฐฯ ก็มี อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) บาห์เรน 
    "ไอซิส" กุมารสหรัฐฯ ปลุกเสก และ "อัลกออิดะห์" ซาอุฯ ปลุกเสก
    ฝ่าย "อิหร่าน" แนวร่วมสำคัญก็คือ "อิรัก-ซีเรีย-เลบานอน-เยเมน"
    "ฮิซบุลเลาะห์" นี่ กองกำลังปฏิบัติการหลักที่ไอซิสและอัลกออิดะห์กลัวหัวหด 
    ตั้งฐานอยู่ในเลบานอน ประชิดแดนอิสราเอล    
    ขบวนการฮามาส, ขบวนการอิสลามิกญิฮาด และขบวนการปาเลสไตน์ เหล่านี้ เป็นฝ่ายอิหร่าน-อิรัก
    รวมทั้งขบวนการฮูซี ที่ปฏิบัติการในเยเมน นี่ก็พันธมิตรอิหร่าน ทำซาอุฯ ปวดหัวจี๊ดอยู่ทุกวันนี้
    ทั้งหมดนี้........
    นายพล "กอเซ็ม สุไลมานี" ที่ทรัมป์สั่งถล่มเละคาสนามบินแบกแดดนั่นแหละ "ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่ผู้เดียว"!
    เมื่อรู้ใครพวกใครแล้ว มองทางด้านพละกำลัง ก็แน่นอน ด้านประสิทธิภาพสรรพอาวุธ 
    ฝ่ายสหรัฐฯ "กินขาด" ฝ่ายอิหร่านอยู่แล้ว!
    ว่ากันตรงๆ สหรัฐฯ ตั้งฐานทัพเป็น "วงล้อมอิหร่าน" ไว้ตามประเทศพันธมิตรตั้ง ๒๐-๓๐ จุด
    เรียกว่า จรวด ขีปนาวุธ นิวเคลียร์ รวมถึงหนังสติ๊ก เล็งไปที่จุดเดียวกัน คือที่ "อิหร่าน"
    ฝ่ายอิหร่านก็ใช่ว่าจะด้อยกว่ากัน ที่นายพลสุไลมานีออกจากสนามบินแบกแดดตอนถูกถล่ม ข่าวก็ว่า เพิ่งบินกลับจากเลบานอน
    ก็ที่เลบานอน ภายใต้กองกำลังแข็งแกร่งที่สุดในปฐพีตอนนี้ คือ "ฮิซบุลเลาะห์"
    อิหร่านขนจรวด ขีปนาวุธ เป็นหมื่น-เป็นแสนลูกไปไว้ที่นั่น
    ล็อกเป้า "อิสราเอล"!
    สรุป.........
    สหรัฐฯ "รบนอกบ้าน" ว่าไปเป็นไรมี สหรัฐฯ ก็ลูกจ๊อก-ลูกตีนอิสราเอล ปฏิบัติการในตะวันออกกลางทั้งหมดทุกวันนี้
    เพื่ออิสราเอล ของอิสราเอล
    โดย......
    พวกยิว-ไซออนิสต์ กลุ่มทุนแบงก์ยุโรป-อังกฤษ ที่เข้าควบคุมสหรัฐฯ ผ่านกลไกธุรกิจการเงิน-การธนาคาร ตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ ๑ 
    พูดตรงๆ ทุกสงครามระดับโลก ก็จากพวกยิว-ไซออนิสต์สั่งการ สู่เป้าหมาย New World Order  นั่นเอง
    ก็เป็น New World Order Conspiracy Theory อย่างที่ได้ยินเรียกกันชินหู "ทฤษฎีสมคบคิด" สู่ความเป็นรัฐบาลเดียวครองโลก 
    ที่เรียก "รัฐบาลโลก" นั่นแหละ!
    สหรัฐฯ นั้น.......
    ในข้อเท็จจริงกลวงโบ๋ ที่เห็นเป็นมหายักษ์ นั่นเพราะกลุ่มทุนแบงก์ไซออนิสต์ ปั้นและปลุกเสก
    แต่จริงๆ แล้ว "ยักษ์ถือตะบอง" เฉยๆ
    จะตีได้ ก็ต่อเมื่อ ยิว-ไซออนิสต์ กดปุ่มให้เคลื่อนไหวเท่านั้น!
    ไม่ต้องดูอะไรมาก.......
    ซีไอเอ ใครตั้ง ใครคุม?
    เฟด Federal Reserve ธนาคารกลางสหรัฐฯ ใครตั้ง ของใคร ใครคุม?
    กระทั่ง การเก็บภาษีทั้งหมด "สรรพากรสหรัฐฯ" ใครตั้ง ของใคร ใครคุม?
    เห็นมั้ย หัวใจหลักประเทศ "เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง-อำนาจ" ด้วยกฎหมายผ่านรัฐสภารับรองมาเป็นร้อยปี
    เป็นของ "บริษัทเอกชน" คือของพวกยิว-ไซออนิสต์ เป็นคนตั้ง เป็นคนควบคุม และสั่งการ
    รัฐบาลสหรัฐฯ "ไม่เกี่ยว-ไม่มีสิทธิ์"!
    กลุ่มทุน NWO "New World Order" เป็นผู้พิมพ์ดอลลาร์เอง กำหนดดอกเบี้ยขึ้น-ลงเอง ควบคุมกระแสเงินสด-เงินแห้งเอง เก็บภาษีเอง
    จะชี้หัวเอาใครเป็นประธานาธิบดี NWO ก็เป็นผู้ชี้เอง
    แล้วให้ประชาชนสหรัฐฯ ที่แสนฉลาด....เลือก 
    เลือกคนที่พวกกูส่งให้พวกมึงเลือก!?
    "อิลลูมินาติ" ที่เอะอะมะเทิ่งกันวัน-สองวันนี้ นี่ก็หนึ่งในขบวนการ NWO "รัฐบาลเดียวครองโลก"
    เช่นเดียวกับ CFR ที่เป็นองค์การในภาพของกระบวนการทุนใหญ่ๆ ทั้งภาคการเงิน การธนาคาร  การบิน การค้า การสื่อสาร และ ฯลฯ
    อดีตประธานาธิบดีบุชผู้พ่อ นั่นแหละรับบทหัวหน้า CFR ในยุคนี้ 
    เสียชีวิตไปไม่นาน ไม่ทราบตอนนี้ใครมาแทน พูดกันชัดๆ ทักษิณตอนเป็นนายกฯ ก็มีการลงทุนกับกลุ่มนี้
    ผมไม่ได้โม้นะ
    ทักษิณคุยกะปากกับผมเอง!
    สรุปอีกที สหรัฐฯ รบนอกบ้าน เพื่อยิว-ไซออนิสต์ เจ้านายอิสราเอลอีกที
    อิหร่านก็รบนอกบ้าน คือไปรบในอิรัก
    ดังนั้น คนเสียวและต้องปรากฏบทบาทในวัน-สองวันนี้ คือ อิสราเอล
    เพราะอิหร่านคงไม่ไปถล่มถึงสหรัฐฯ
    แต่จะถึงอิสราเอล เพื่อเป็นการ "เด็ดดอกไม้ให้สะเทือนถึงดวงดาว" อย่างนั้นหรือไม่?
    เดี๋ยวก็รู้!

จอมโจรอเมริกา

    
 

    ถ้ามีสงคราม อเมริกานี่แหละคือผู้ก่อ 
    ก็น่าแปลกใจ ประเทศประชาธิปไตย ได้รับการยกย่องเชิดชูจากฝ่ายประชาธิปไตยในไทยก็เยอะอยู่  แต่ทำไมแสดงบทบาทความเป็นเผด็จการกับโลกอยู่ตลอดเวลา 
    ความขัดแย้งระหว่างอเมริกากับอิหร่าน เกิดมายาวนานพอสมควรแล้ว 
    สาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอื่นไกล
    น้ำมัน!
    ก่อน อยาตุลเลาะห์ โคมัยนี เป็นผู้นำอิหร่าน อเมริกา กับอังกฤษ เข้าไปทำระยำตำบอน จนอิหร่านแทบจะเละเป็นโจ๊ก
    คอลัมน์สถานการณ์โลก ฉบับวันอาทิตย์ ไทยโพสต์เมื่อต้นปี ๒๕๖๒ โดยคุณชาญชัย คุ้มปัญญา  เขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้ละเอียดยิบ ดังนี้ครับ 
      ....เรื่องราวเริ่มขึ้นปี ๑๙๐๘ อังกฤษประกาศค้นพบน้ำมันในอิหร่าน ในตอนนั้นอังกฤษกับรัสเซียร่วมกันครอบงำอิหร่าน บริษัทน้ำมันอังกฤษ Anglo-Iranian Oil Company (AIOC - ในที่นี้ใช้ชื่อสุดท้าย) ได้รับสัมปทาน แบ่งผลประโยชน์แก่อิหร่านเพียงน้อยนิด เช่น บางช่วงให้ร้อยละ ๑๖ อีกทั้งไม่ยอมให้รัฐบาลอิหร่านดูบัญชีบริษัทด้วย
    นอกจากผลประโยชน์เรื่องกำไร เมื่อเรือรบเริ่มเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน รัฐบาลอังกฤษเล็งเห็นคุณค่าของน้ำมันในฐานะยุทธปัจจัย ต้องมั่นใจว่าสามารถควบคุมบ่อน้ำมันที่นี่
      รัฐบาลอังกฤษปฏิบัติต่ออิหร่าน ชนชาวอิหร่านดังเช่นปฏิบัติต่ออาณานิคม ดูหมิ่นดูแคลน เห็นว่าต่ำต้อย ตักตวงผลประโยชน์จากอิหร่านอย่างเต็มที่ มีเพียงพวกราชวงศ์อิหร่าน เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ผลประโยชน์จากน้ำมันบ้าง หรืออาจอธิบายว่าเพราะผู้ปกครองอิหร่านจำยอม เห็นว่าไม่อาจต้านมหาอำนาจ
    ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๑ อิหร่านประกาศวางตัวเป็นกลาง แต่รัสเซียกับอังกฤษไม่วางใจ ส่งทหารเข้าอิหร่าน อ้างป้องกันการรุกรานจากฝ่ายเยอรมนี
        เพื่อควบคุมอิหร่านเบ็ดเสร็จ ปี ๑๙๒๑ รัฐบาลอังกฤษกับรัสเซียร่วมกับสนับสนุนพันเอก Reza Khan  ยึดอำนาจรัฐบาลเก่า ยุติราชวงศ์ Qajar dynasty.....
    ....เข้าสู่ทศวรรษ ๑๙๕๐ เกิดเหตุการณ์สำคัญ คือการปรากฏตัวของโมฮาเหม็ด มอสซาเดก  (Mohammad Mossadegh) นักชาตินิยม มีความรู้ทั้งด้านการเงินและรัฐศาสตร์ ทำงานการเมืองเรื่อยมา  ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง
    เมื่อมอสซาเดกดำรงตำแหน่ง chairman of the government's Oil Committee เห็นว่า AIOC เป็นสัญลักษณ์จักรวรรดินิยม ขัดขวางอธิปไตยและความมั่งคั่งของชาติ มอสซาเดกกับพวกจึงต่อสู้ขอแบ่งประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันเสียใหม่ 
    เมื่อมอสซาเดกได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความยินดีของประชาชน งานชิ้นแรกคือการออก  พ.ร.บ.ยึดกิจการน้ำมัน (Oil Nationalisation Bill) รัฐเข้าถือครองบ่อน้ำมันแทน AIOC แนวทางของมอสซาเดกสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน........
    ....ในช่วงนั้นตรงกับยุคต้นสงครามเย็น ข้อมูลบางชิ้นระบุว่าเนื่องจาก AIOC เสียผลประโยชน์จึงติดต่อกับหน่วยข่าวกรองอังกฤษ (MI6) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลมอสซาเดก ทางด้านหน่วยข่าวกรองอังกฤษขอการสนับสนุนจาก CIA ตอนแรกรัฐบาลสหรัฐฯ (สมัยทรูแมน) ไม่เห็นด้วย จนเมื่อเข้าสมัยไฮเซนฮาวร์  (Eisenhower - ชนะเลือกตั้งพฤศจิกายน ๑๙๕๒) จึงรับข้อเสนออังกฤษ ยกข้ออ้างเรื่องภัยคอมมิวนิสต์ ให้ CIA ปฏิบัติการโค่นล้มรัฐบาลมอสซาเดก...
    พูดง่ายๆ คือทำรัฐประหารในอิหร่าน 
    แล้วให้กษัตริย์มูฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี เป็นผู้นำอิหร่าน 
    ก่อนที่จะเกิดการปฏิวัติอิสลาม 
    การมาของ อยาตุลเลาะห์ โคมัยนี ทำให้อิหร่านกับอเมริกา กลายเป็นศัตรูมาจนถึงทุกวันนี้ 
    และอเมริกาก็พยายามปล้นน้ำมันจากประเทศย่านตะวันออกลางมาจนถึงทุกวันนี้เช่นกัน.

อัยการเผยความคืบหน้าคดีดัง!กปปส.กบฏ-นปช.ก่อการร้าย-พานทองแท้ฟอกเงิน

    
 

6 ม.ค. 63 - นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการพิจารณาอุทธรณ์คดีสำคัญซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อช่วงปี 2562 ว่า สำหรับคดีการชุมนุมการเมืองในส่วนของ 4 แกนนำ กปปส.ชุดแรก ถูกฟ้องร่วมกบฎ, 24 แกนนำ นปช. ถูกฟ้องร่วมกันก่อการร้ายนั้น หลังจากที่ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องแล้ว พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลสูงได้พิจารณาแล้วยื่นอุทธรณ์ คดีในส่วนของ 4 แกนนำ กปปส. ต่อศาลไปแล้ววันที่ 11 ธ.ค. 2562 ส่วนคดี 24 แกนนำ นปช. อยู่ระหว่างการขอคัดถ่ายเอกสารที่มีจำนวนมากกว่า 20 ลัง จึงได้ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อศาลอาญาแล้ว ซึ่งศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ให้จนถึงวันที่ 10 ม.ค. 2563 นี้

นอกจากนี้ ในส่วนคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยฯ กับกลุ่มธุรกิจเครือกฤษดามหานคร ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายกฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายประยุทธ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการขอคัดถ่ายเอกสารเช่นกัน โดยอัยการขออนุญาตศาลขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์จนถึงวันที่ 25 ม.ค. 2563

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดี 4 แกนนำ กปปส. หรือชุด 4 ส. คือ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปีเศษ หนึ่งในผู้บริหารสื่อเครือเนชั่นกรุ๊ป, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปีเศษ อดีต ส.ส.กทม. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม., นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปีเศษ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนายเสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปีเศษ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1- 4 ที่ถูกฟ้องร่วมกบฎ, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน ร่วมกันปิดงาน, กระทำด้วยวาจาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินโดยใช้กำลังประทุษร้ายก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันบุกรุก, ขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งฯ ในคดีหมายเลขดำ อ.1197/2557 นั้น ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2562 ยกฟ้อง อัยการได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์ถึง 3 ครั้ง ศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์จนถึง 25 ธ.ค. 2562 โดยอัยการได้ยื่นคำอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาเดือน ธ.ค. 2562 ไปแล้ว 

ส่วนคดีของนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ  71 ปีเศษ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ อายุ 54 ปีเศษ ประธาน นปช. กับพวกที่เป็นแกนนำ นปช.รวม 24 คน ถูกฟ้องร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยผู้กระทำคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ, ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2533 ที่ศาลอาญา มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2562 นั้น อัยการได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาแล้วถึง 4 ครั้งโดยครั้งล่าสุดยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์์เมื่อเดือน ธ.ค. 2562

ส่วนคดีฟ้องนายพานทองแท้ร่วมกันกันฟอกเงินทุจริตเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย จำนวน 10 ล้านบาท คดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง มีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2562 ซึ่งคดีนี้องค์คณะผู้พิพากษา 2 คนมีความเห็นต่างกันในการตัดสิน โดย 1 ในองค์คณะ มีความเห็นแย้งว่า พฤติการณ์ที่มีเช็คเงินลงชื่อนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารเครือกฤษดามหานคร โอนเข้าบัญชีนายพานทองแท้ เป็นความผิด เห็นควรให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งมีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย โดยหากคู่ความยื่นอุทธรณ์ความเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบด้วย ซึ่งอัยการก็ขอศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลก็ให้ขยายเวลาจนถึง 25 ม.ค. 2563 ดังกล่าว

'บิ๊กตู่'ฮึ่ม!รวย-จนรุกป่าดำเนินคดีหมดลั่นจัดสรรที่ดินทำกินเป็นธรรม

    
 

6 ม.ค.63-พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินว่า การจัดสรรที่ดิน การแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน เราทำได้ดีหรือไม่ แน่นอนว่าต้องมีคนเดือดร้อน แต่ต้องแยกแยะให้ออก ไม่ว่าจะใครก็ตาม จะรวยหรือจน หากพบว่าเป็นการบุกรุกแน่ๆต้องดำเนินคดี 

"ที่มีปัญหาทับซ้อนก็ต้องมาพิสูจน์สิทธิ ไม่ใช่ว่าทุกคนโทษกันไปหมด กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ดูแล ไม่รับผิดชอบ ไม่ให้ความเป็นธรรม อย่างนี้ไม่เป็นธรรมกับผม เพราะขณะนี้กำลังเร่งรัดให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)และหลายกระทรวงเตรียมนำเอาที่ดินที่เรียกกลับมาทำการจัดสรรให้ประชาชนในทุกพื้นที่ หรือเกือบทุกจังหวัดที่เรามีที่ดินเพียงพอ โดยจัดให้ในลักษณะให้เช่าและใช้ประโยชน์ แต่ออกโฉนดไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย หากทุกคนคิดเอาไปใช้ค้ำประกัน เดี๋ยวก็หลุดอีกวันหน้า เพราะที่ดินเหล่านี้ไม่ได้หามาได้ง่ายๆหรือมีมากนัก เมื่อให้แล้วต้องอยู่กับตัว รวมถึงที่ดินส.ป.ก.4-01 หากผู้ที่ได้รับไปไม่นำไปทำประโยชน์ทางการเกษตรเรียกคืนหมด แต่ของเราไม่ยอมกัน อยากให้ยอมกันเพื่อให้คนรุ่นหลังมีที่ดินทำกิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พันไปกันทั้งหมด ทุกอย่างต้องมีหลักการและเหตุผล และมีกฎหมาย เพื่อให้แก้ปัญหาได้"

'กลาโหม'สั่งกองทัพประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

    
 

6 ม.ค.63-พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ติดตามและประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยให้ประสานกับหน่วยงานข่าว เพิ่มความเข้มการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสี่ยงในการผ่านเข้าออกประเทศไทยและในโลกไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง

"ขอให้เฝ้าระวังและตั้งอยู่ในความไม่ประมาท พร้อมทั้งให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดูแลความปลอดภัยของบุคคลและสถานที่สำคัญรวมทั้งแหล่งผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในไทย และขอให้เตรียมความพร้อมสนับสนุนการเคลื่อนย้ายคนไทยกลับภูมิลำเนา หากเหตุการณ์ขยายตัวและมีความรุนแรงขึ้น"

เปิดคลินิคกัญชาแผนไทยที่สธ.'อนุทิน'ลั่นปี63 ต้องขยายทั่วปท.

    
 

6 ม.ค.63-ที่อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย มีผู้บริหารในกระทรวงเข้าร่วมงาน อาทิ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาเดินหน้านโยบายกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง โชคดีที่หลายภาคส่วนให้ความร่วมมือ การเปิดคลินิกกัญชาแผนไทยที่นี่จะรับรักษาอย่างครบวงจร และจะเป็นต้นแบบของการให้บริการ ซึ่งมีแผนผลักดันให้ทั่วประเทศต้องมีคลินิกลักษณะเดียวกัน เพื่อให้บริการอย่างทั่วถึง เชื่อว่าหากทำสำเร็จ จะได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะปัจจุบันมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเลือกรักษาแพทย์แผนไทย แค่คนป่วยของ อ.เดชาศิริภัทร ก็มีหลายหมื่นคน ทั้งนี้ การรักษาในคลินิกกัญชา จะต้องเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนางานด้านการแพทย์ต่อไป หากผลการรักษาเป็นบวก จะต้องผลักดันนากัญชาเข้าไปอยู่ในบัญชียาของสปสช. 

"เบื้องต้นที่คลินิก มีตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมที่จะให้บริการ  4 ตำรับ คือ ยาตำรับศุขไสยาศน์ ตำรับทำลายพระสุเมรุ ยาแก้ลมแก้เส้น และน้ำมันกัญชาสูตรอาจารย์เดชา รักษาอาการไมเกรน นอนไม่หลับ ปวดข้อ ปวดตึงกล้ามเนื้อ ลดอาการมือเท้าชา ช่วยเจริญอาหาร ซึ่งจากดำเนินงานที่ผ่านมาผลการรักษาด้วยสารสกัดจากกัญชาในผู้ป่วยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และจะนำผลการรักษาและผลที่ได้จากการศึกษามาผลักดัน สนับสนุนการแก้กฎหมายเพื่อให้คนไทยเข้าถึงการใช้กัญชาในการรักษาโรค และอาการเจ็บป่วยได้มากที่สุด"

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เรื่องของกัญชาเสรีทางการแพทย์ต้องเกิดขึ้น เราสนับสนุนให้ใช้กัญชานักษาโรค แต่ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ ปัจจุบัน ได้ใช้อำนาจที่มีอยู่เข้าไปแก้ไขกฏกรอบต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อคลายล็อกให้นำสารสกัดจากกัญชาและกัญชงมาใช้ทางการแพทย์ เราให้องค์การเภสัชกรรมผลิตสารสกัดจากกัญชาได้ เราให้สูตรกัญชาของหมอพื้นบ้านมาขึ้นทะเบียน และให้ภาครัฐผลิตได้ เรากำลังนำสารสกัดกัญชาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานมาอยู่บนดินแทนที่ของใต้ดิน ที่ไม่รู้ที่มาที่ไป 

นอกจากนั้น กำลังหารือเพื่อหาทางให้แพทย์แผนปัจจุบัน จ่ายยาที่มีส่วนผสมของกัญชาได้ ส่วนในเรื่อง 6 ต้น ต้องรอกฏหมายฉบับใหม่ ซึ่งพิจารณาอยู่ในสภาแล้ว ต้องผ่านหลายด่าน จะเห็นว่าการผลักดันกัญชา ที่ยังเป็นยาเสพติด มันมีอุปสรรคของกฎหมาย แต่ไม่เคยนิ่งนอนใจพยายามใช้ทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ในความเป็นจริง ประชาชนสามารถรวมตัวและปลูกกัญชาได้แล้ว เพียงแต่ต้องร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เมื่อสามารถทำกำไรได้ ก็มาแบ่งกัน หากกัญชาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง นี่จะเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย 

ด้านนพ.สุขุมกล่าวว่า ในการนำพืชกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ในตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย ภายใต้กรอบเงื่อนไขที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 6 แห่ง สภาเกษตรกรแห่งชาติ และวิสาหกิจชุมชน 3 แห่ง เพื่อวิจัยกัญชาสายพันธุ์ไทยที่ดีที่สุดและให้มีวัตถุดิบกัญชาสำหรับนำมาผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสม โดยโรงงานผลิตยาของรัฐที่ผ่านมาตรฐาน WHO GMP จำนวน 6 แห่ง เป็นผู้ผลิตยา 16 ตำรับ กระจายให้แก่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในหน่วยบริการของรัฐทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ มีโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ทั้งหมด 25 แห่ง ทั่วประเทศ เป็นคลินิกกัญชาแผนไทยที่โรงพยาบาลชุมชน 13 แห่ง คลินิกกัญชาการแพทย์ผสมผสานประจำโรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง 

สำหรับตำรับยากัญชาทางการแพทย์แผนไทยที่ใช้รักษาอยู่นั้นผลิตได้ที่รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร และอีก 5 แห่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขออนุญาตผลิต คือ โรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  โรงพยาบาลดอนตูม จังหวัดนครปฐม โรงพยาบาลเด่นชัย จังหวัดแพร่  โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี และกองพัฒนายาไทยและสมุนไพร จังหวัดปทุมธานี ในปี2562 มีโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชน ได้รับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมแล้ว 86 แห่ง 

ทั้งนี้ประชาชนสนใจเข้ารับการรักษาที่คลินิกกัญชาแผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข สามารถจองคิวได้ที่แอปพลิเคชัน "กัญชาทางการแพทย์แผนไทย" “Dr.Ganja in TTM” ทางสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ สำหรับระบบ IOS อยู่ในระหว่างดำเนินการ และรับลงทะเบียนหน้างาน ซึ่งจะเป็นคิวเสริมต่อจากผู้ป่วยที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันในแต่ละวัน รับได้ 50 คน/วัน และไม่เกินเวลา 12.00 น. โดยคลินิกจะเปิดเวลา08.30 น- 15.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในช่วงวันที่ 6- 17 มกราคม รับผู้ป่วยวันละ300 คน จากนั้นจะให้บริการวันละ 200 คน  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ชั้นใต้ดินอาคาร อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 

'วิ่งไล่ลุง'มากกว่า'วิ่งเชียร์ลุง'

    
 


    นิด้าโพลสำรวจ วิ่้งไล่ลุงเยอะกว่าวิ่งเชียร์ลุง "ช่อ" ยันควง "ธนาธร" วิ่งแน่ อ้างไม่ใช่การชุมนุม ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย ปิดถนนเป็นเดือนๆ ปิดสนามบิน หรือทำให้การจราจรติดขัด เพราะวิ่งกันแต่ในสวนไม่ได้เดือดร้อนใครก็สามารถทำได้ "หมอวรงค์" โวยมีคนลักไก่ใช้โรงเรียนในกาฬสินธุ์ชวนเด็กวิ่งไล่ลุง
    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง “วิ่งไล่ลุง-วิ่ง/เดินเชียร์ลุง 2563” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23- 24 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,258 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง-วิ่ง/เดินเชียร์ลุง” ในเดือนมกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0
    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ในเดือนมกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ พบว่า ร้อยละ 40.86 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะเป็นเพียงกิจกรรมอย่างหนึ่งที่แสดงออกบนพื้นฐานของความถูกต้อง และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง, ร้อยละ 12.24 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยในสิทธิเท่าเทียมกัน ดีกว่าประท้วงรุนแรง และถือว่าเป็นการมาออกกำลังกายร่วมกัน, ร้อยละ 12.00 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะต่อให้จัดกิจกรรมขึ้นมาก็ไม่มีประโยชน์ อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย และอยากให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น, ร้อยละ 31.32 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะ เป็นกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ไม่ว่าจะมารูปแบบไหนก็ตาม และอยากให้คนไทยมีความสามัคคีกัน ไม่อยากให้มีการประท้วงเกิดขึ้น และร้อยละ 3.58 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดกิจกรรม “วิ่ง/เดินเชียร์ลุง” ในเดือนมกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ พบว่า ร้อยละ 18.92 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะนายกรัฐมนตรีทำให้บ้านเมืองสงบสุข ถือว่าเป็นกำลังใจให้นายกฯ ทำงานต่อไป และเป็นการออกกำลังกายไปในตัว, ร้อยละ 9.30 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะอยากให้นายกรัฐมนตรีบริหารงานต่อไป เพื่อความสงบสุขของประเทศ และเป็นการแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่า มีคนรักเเละสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลอยู่, ร้อยละ 17.65 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกิดความแตกแยก ส่งผลให้มีการปะทะกัน จนไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และกลัวจะเกิดปัญหาตามมา จึงไม่อยากให้มีการทำกิจกรรมทั้งสองฝ่าย, ร้อยละ 49.76 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะไม่อยากให้ทำกิจกรรมพร้อมกันทั้งสองฝ่าย กลัวบ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย อยากให้บ้านเมืองสงบ และอยากให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ และร้อยละ 4.37 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    เมื่อถามถึงความกังวลของประชาชนต่อประเทศไทยในปี 2563 จะเผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแบบเดียวกับในอดีต พบว่า ร้อยละ 21.62 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงมากกว่าในอดีต, ร้อยละ 21.86 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองพอๆ กับในอดีต, ร้อยละ 22.81 ระบุว่ากังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองแต่คงไม่เท่าในอดีต,  ร้อยละ 13.04 ระบุว่าไม่ค่อยกังวล, ร้อยละ 19.00 ระบุว่าไม่กังวลเลย และร้อยละ 1.67 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    ที่สวนครูองุ่น ปากซอยทองหล่อ 3 คณะผู้จัดงานวิ่งไล่ลุง นำโดยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย ได้มีการตั้งโต๊ะเปิดลงทะเบียนวิ่งไล่ลุง  โดยมีประชาชนมารอเข้าแถวลงทะเบียนจำนวนมาก หลังพลาดโอกาสลงทะเบียนออนไลน์ไม่ทัน ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ โดยผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ มาสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง ซึ่งกิจกรรมวิ่งไล่ลุงจะจัดขึ้นในวันที่ 12 ม.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น. ที่สวนรถไฟ
    นายธนวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้วกว่า 10,000 คน โดยกิจกรรมจัดที่เดียวที่สวนรถไฟเท่านั้น ซึ่งได้รับการอนุญาตจากสวนรถไฟแล้ว ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่ลงทะเบียนแล้วมาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ส่วนคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็สามารถมาเป็นกำลังใจได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการจัดกิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป เชื่อว่าผู้ใหญ่จะไม่กลับคำ ที่ได้อนุญาตไว้แล้ว เพราะเป็นการวิ่งเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดม็อบปราศรัยทางการเมือง
    ที่มีข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงในจังหวัดอื่นๆ อีก 18 จังหวัดด้วยนั้น นายธนวัฒน์กล่าวยืนยันว่า เป็นเรื่องของผู้สนับสนุนที่จัดกันเอง ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดติดตามทีมงานจัดกิจกรรมวิ่งครั้งนี้ เพราะมีการติดตามตัว รวมทั้งโทรศัพท์มาถามข้อมูลอยู่อย่างต่อเนื่อง
    การลงทะเบียนเพิ่มเติมในวันนี้ มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ มาลงทะเบียนด้วย โดย น.ส.พรรณิการ์เผยว่า ได้มาลงทะเบียนหลังจากที่พลาดไปทางออนไลน์ และได้ลงทะเบียนแทนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เดินทางไปต่างประเทศด้วย ส่วนคนอื่นๆ ภายในพรรคอนาคตใหม่นั้นเป็นสิทธิของแต่คนที่จะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้คุยกันในพรรค แต่นายธนาธรและตนจะไปร่วมวิ่งแน่นอน
    โฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า มีความเป็นห่วงที่กิจกรรมครั้งนี้ถูกจับตามองจากผู้มีอำนาจ และห่วงว่าจะถูกสวนรถไฟยกเลิกกะทันหันหรือไม่ เพราะจะเป็นปัญหากับคนที่ลงทะเบียนชำระเงินไปแล้วได้ ส่วนที่มีการมองว่าเป็นการก่อม็อบนั้น ยืนยันว่ากิจกรรมนี้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่ คสช.ร่างขึ้นมาเอง ตราบใดที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายปิดถนนเป็นเดือนๆ ปิดสนามบิน หรือทำให้การจราจรติดขัด เพราะวิ่งกันแต่ในสวนไม่ได้เดือดร้อนใคร ก็สามารถทำได้
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แสดงความเห็นว่าพฤติกรรมวิ่งไล่ลุง กลายเป็นว่าการใช้สถานที่โรงเรียนอนุกูลนารี กาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมการเมืองวิ่งไล่ลุง เป็นการแอบอ้างของผู้จัด โดยผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ได้อนุญาต แต่นำไปเผยแพร่โฆษณาเสียเอง
    การออกหนังสือตราครุฑของทางราชการ ชื่อโรงเรียน แต่ลงนามกันเอง ก็เป็นการขัดระเบียบราชการ ที่สำคัญวันเสาร์และอาทิตย์ทางโรงเรียนก็มีการจัดติวสำหรับนักเรียนชั้น ม.6 เพื่อเตรียมสอบแอดมิชชั่น แต่คนเหล่านี้ก็หวังที่จะดึงเด็กๆ ร่วมกิจกรรมล้างสมอง สะท้อนให้เห็นว่าพวกวิ่งไล่ลุงกระทำในสิ่งต่างๆโดยไม่สนใจกฎกติกา บิดเบือนข้อเท็จจริง ทุกฝ่ายต้องช่วยกันปกป้องเด็กและเยาวชนที่จะเป็นเหยื่อ เสียเลือดเนื้อเพื่ออำนาจทางการเมืองของกลุ่มพวกเขา 
    ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่า รัฐบาลต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย เพราะไม่ได้วิ่งในถนนใหญ่ ส่วนฝ่ายจัดแม้ไม่มีการปราศรัยทางการเมือง แต่ระบบเสียงต้องสามารถเข้าถึงควบคุมผู้มาร่วมกิจกรรมได้ด้วย เพื่อป้องกันหากเกิดเหตุวุ่นวาย
    "ผมพูดไม่ได้หวังว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ต้องการให้กลไกรัฐต้องเข้าไปอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่ให้มีโรคแทรกซ้อนเข้ามาได้ ผมจึงต้องพูดเตือนเอาไว้ดังๆ เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย" ประธาน นปช.กล่าว
    นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ได้ลงทะเบียนออนไลน์ไว้ในช่วงที่เขาเปิดให้ลงทะเบียน เนื่องจากหากมีโอกาสก็จะไปออกกำลังกาย ความจริงลังเลอยู่ เพราะไม่ค่อยชอบเสื้อยืดพื้นขาวและเหรียญที่ให้ดูตาใสเกินไป แต่เหตุที่จูงใจให้ต้องสมัครร่วมวิ่งไล่ลุงกับเขาด้วย เพื่อต้องการร่วมแสดงออกให้ลุงเห็นว่าบ้านเมืองนี้เริ่มมีคนอยากไล่ลุงมากขึ้น ด้วยหลายสาเหตุ
    1) ลุงอยู่บริหารบ้านเมืองมานาน แต่ไม่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการเท่าที่ควรจะเป็น ความฝันและคำสัญญาที่ลุงสร้างว่าจะขอปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็ไม่เห็นเป็นจริง
    2) ลุงไม่ได้แสดงความแตกต่างในทางที่ดีกว่านักการเมืองรุ่นก่อนๆ ที่ลุงเคยว่าเขา แถมการตั้งรัฐบาลของลุงยังมาจากการรวบรวมสารพันนักการเมืองสายยี้ที่ประชาชนส่ายหน้า
    3) ลุงสร้างกลไกกติกาต่างๆ ที่ทำให้บ้านเมืองบิดเบี้ยว บทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญที่ให้มี ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของลุงเกือบทั้งหมด ไม่ใช่ความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่เป็นเพื่อความมั่นคงในตำแหน่งของลุงเท่านั้น
    4) ลุงยังคงนึกว่าตัวเองมีคะแนนนิยมดี คิดว่าตัวเองทุ่มเททำงานเหน็ดเหนื่อย ไปไหนก็มีแต่คนแวดล้อมยกย่องชมเชย ไม่รู้ถึงความรู้สึกที่แท้ของประชาชน
    "ดังนั้น การแสดงออกด้วยการร่วมวิ่งไล่ลุง จึงเป็นการส่งเสียงของประชาชนให้ถึงหูลุงว่า เขาเบื่อแล้ว เผื่อลุงจะปรับปรุงการทำงานตัวให้ดีขึ้น วันนี้ยังไม่ถึงไล่กันจริงจังหรอกครับ” นายสมชัยระบุ.

 ...............................................

รายงานกมธ.งบฯดุเดือด แนะให้ยกเลิกคำสั่งคสช.

    
 


    เปิดรายงาน กมธ.งบประมาณฯ จัดทำข้อเสนอแนะงบด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ให้ กอ.รมน.เสนอเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ให้ ครม.เลิกสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว ไม่ควรตั้งชื่อโครงการมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง หรือตั้งชื่อที่สอดคล้องกับชื่อของพรรคหรือกลุ่มทางการเมือง 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้มีการจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ดังนี้
    1.ในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ ควรมีการวางกรอบแนวคิดในการจัดสรรงบประมาณให้สะท้อนถึงการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเพิ่มสัดส่วนงบลงทุนให้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้น และปรับเปลี่ยนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ โดยให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น อันจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มการจ้างงาน สำหรับงบลงทุน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาประเทศ ให้มากกว่าการใช้งบลงทุนในการจัดซื้อครุภัณฑ์ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในเรื่องของการศึกษา การสาธารณสุข และระบบขนส่งสาธารณะในระดับท้องถิ่นที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ให้มากขึ้น
    การจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 พบว่า สัดส่วนของงบลงทุนมีแนวโน้มที่ลดลง ในขณะที่สัดส่วนของงบดำเนินการและงบบุคลากรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ภาครัฐควรคำนึงถึงแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายของงบบุคลากรและงบดำเนินการที่ไม่จำเป็น และเพิ่มน้ำหนักให้กับงบลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ
    2.พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 9 วรรคสาม ได้บัญญัติความไว้ว่า “คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว” ดังนั้น การตั้งชื่อโครงการของหน่วยงานต่างๆ ไม่ควรตั้งชื่อในเชิงมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง หรือตั้งชื่อที่สอดคล้องกับชื่อของพรรคหรือกลุ่มทางการเมือง ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมาย และเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
    3.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ควรเสนอยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับต่างๆ ให้กลับมาใช้รูปแบบตามสถานการณ์ปกติ เช่น คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 14/2559 เรื่องคณะกรรมการที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เนื่องจากขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน โดยควรดำเนินการตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 เพราะเป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าคำสั่งดังกล่าว
    4.การจัดโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ควรมีความรอบคอบและระมัดระวัง โดยควรหลีกเลี่ยงการจัดโครงการหรือกิจกรรมที่เป็นการครอบงำความคิดทางการเมืองกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นหลักสากลที่จะต้องได้รับความคุ้มครอง
"สนธิรัตน์"มั่นใจงบฯผ่านฉลุย
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความมั่นใจในการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวาระ 2 และ 3 ว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวันที่ 8-10 ม.ค.นี้ มั่นใจว่าจะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งจะได้นำเม็ดเงินลงไปบริหารประเทศ เพราะขณะนี้มีหลายโครงการที่ติดขัด เนื่องจากไม่มีเงิน ดังนั้นเมื่อได้เงินงบประมาณตรงนี้ลงไปก็จะได้ไปแก้ปัญหาต่างๆ ได้
    ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ได้สงวนคำแปรญัตติขอปรับลด 10-15% ในทุกมาตรา ยกเว้นหมวดที่เกี่ยวกับงบประมาณของสำนักพระราชวัง ดังนั้นจะใช้สิทธิ์การอภิปรายในวาระสองอย่างเต็มที่ โดยจะอภิปรายเน้นหนักในงบประมาณการจัดอบรม สัมมนา และการจัดหลักสูตรพิเศษของหน่วยงาน หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เพราะเห็นว่าการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมสัมมนาขององค์กรอิสระ จะเป็นการสร้างระบบอุปถัมภ์ หรือสร้างคอนเนคชั่นกันระหว่างผู้เข้าเรียนหลักสูตรเหล่านั้น จะทำให้กระบวนการยุติธรรม และการตรวจสอบขององค์กรอิสระสูญเสียความเป็นอิสระหรือความเป็นกลางได้ จึงไม่ควรจะมีหลักสูตรเหล่านี้
    ยกเว้นหลักสูตรด้านความมั่นคงของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) หรือหลักสูตรด้านการเมืองของสถาบันพระปกเกล้า (ปปร.) ส่วนภาคเอกชน เช่น หลักสูตรวิทยาลัยตลาดทุน(วตท.) หรือหลักสูตรวิทยาลัยการพลังงาน (วพน.) ก็เป็นสิทธิ์ของภาคเอกชนที่สามารถทำได้อย่างอิสระ นอกจากนี้แล้วไม่ควรจะจัดหลักสูตรพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจะทำให้กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เสื่อมเสีย ขาดความเชื่อมั่นจากสังคม ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรของศาลยุติธรรม, ศาลรัฐธรรมนูญ, ศาลปกครอง, ป.ป.ช. หรือ กกต. ฯลฯ
    ส่วนการลงมติในวาระสาม มั่นใจว่าสามารถผ่านมติของสภาได้อย่างแน่นอน แม้ว่ารัฐบาลเสียงจะปริ่มน้ำก็ตาม และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค ในวันอังคารที่ 7 มกราคมนี้ เพื่อรับฟังมติวิปรัฐบาลจากวิปของพรรค และเชื่อว่า ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนต้องลงมติตามมติรัฐบาลทุกคน และเชื่อว่าการลงมติของพรรคฝ่ายค้านทำได้ก็แค่ลงมติงดออกเสียง คงไม่มี ส.ส.คนใดโหวตไม่รับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2563 อย่างแน่นอน จึงทำให้มั่นใจว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ผ่านได้ 100%
    สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ในครั้งนี้ อยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมเพื่อรับฟังการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตลอดเวลาของการประชุม เพื่อรับฟังเหตุผลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเสนอแนะ ตั้งข้อสังเกตการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล เพื่อจะนำไปใช้เป็นข้อมูล ปรับปรุงแก้ไขในการบริหารประเทศต่อไป
    “อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ดูแบบอย่างการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในอดีต ที่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภา และให้เกียรติกับฝ่ายนิติบัญญัติมากเป็นพิเศษของนายสมัคร สุนทรเวช หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ไม่ควรจะเอาแบบอย่างของนายทักษิณ ชินวัตร หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรน้อยมาก ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะเข้าร่วมประชุมและตอบกระทู้ถามด้วยตัวเองให้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่ควร หวังว่าในปีนี้คงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานและการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติให้มากกว่าปีที่ผ่านมา” นายเทพไทกล่าว
ประชาธิปัตย์โชว์ผลงาน
    นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากรายงานของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการของรัฐและความคิดเห็นต่อโครงการต่างๆของรัฐบาลสรุปส่งท้ายปี 2562 โดยรายงานต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเผยแพร่เป็นฐานข้อมูลสถิติ ที่เชื่อถือได้ ว่าสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าได้ดำเนินการสำรวจความเห็นของประชาชนต่อมาตรการโครงการนโยบายของรัฐจำนวน 8 เรื่อง แบ่งเป็น 4 กลุ่มมาตรการ ได้แก่ มาตรการสร้างรายได้โดยโครงการประกันรายได้เกษตรกร มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ คือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด มาตรการเศรษฐกิจคือ มาตรการส่งเสริมการส่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนโยบายอีอีซี และมาตรการด้านสาธารสุขคือนโยบายการเกี่ยวกับกัญชา ซึ่งผลปรากฏว่าประชาชนเห็นด้วยกับทั้ง 8 เรื่อง โดยเห็นด้วยเกินร้อยละ 50 ในแต่ละเรื่อง
    ส่วนเรื่องที่ประชาชนเห็นด้วยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับแรก เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประชาชนเห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 93.3 เนื่องจากเป็นโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งได้รับการสานต่อและมีการปรับปรุงอัตราการจ่ายเบี้ยงยังชีพจากรัฐบาลต่างๆ เรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างประชากรของไทยมีแนวโน้มเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและดูแลผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ดีขึ้น ส่วนอันดับสองคือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ประชาชนเห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 87.9 เป็นหนึ่งใน นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการใช้จ่ายในสถานการณ์ที่พืชผลการเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำ และกลุ่มอาชีพเกษตรกรเห็นด้วยกับโครงการนี้สูงถึงร้อยละ 93.4 ในขณะที่กลุ่มอาชีพอื่นๆ ก็เห็นด้วยสูงกว่าร้อยละ 80 และอันดับสาม โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประชาชนเห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 83.2 ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดค่าครองชีพและแบ่งเบาภาระของครอบครัวที่มีรายได้น้อยในการเลี้ยงดูบุตรแรกเกิด เป็นระยะเวลา 12 เดือน
    รายงาน สนค.ยังระบุถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคสำรวจเดือนตุลาคม 2562 ด้วยว่าปรับตัวดีขึ้น และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยประชาชนเห็นด้วยกับมาตรการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของโดยรวมอยู่ที่ระดับ 46.3 ปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน คือจากระดับ 46.0 ในเดือนกันยายน 2562 และเป็นการปรับตัวสูงขึ้นทั้งความเชื่อมั่นในปัจจุบันและในอนาคต โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 39.8 และ 50.1 มาอยู่ที่ 40.5 และ 50.2 ตามลำดับ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ปรับตัวสูงขึ้นในลักษณะเดียวกัน
    “รายงานของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าระบุด้วยว่า ความเชื่อมั่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินมาตรการและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล โดยผู้บริโภค-ประชาชนเห็นด้วยกับมาตรการต่างๆ เกินร้อยละ 50 ทั้งในเรื่องการประกันรายได้เกษตรกร มาตรการส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยวผ่านโครงการชิมช้อปใช้ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลจะนำออกมาใช้ในระยะต่อไป” นางมัลลิกากล่าว
    ทั้งนี้ เมื่อให้แยกรายอาชีพจะพบว่า กลุ่มที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรระดับ 47.3, กลุ่มพนักงานเอกชนระดับ 44.6,  กลุ่มรับจ้างอิสระดับ 44.8 และกลุ่มนักศึกษาที่ระดับ 44.2 และทาง สนค.ตั้งข้อสังเกตว่าความเชื่อมั่นของกลุ่มนักศึกษาปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือนอีกด้วย และเมื่อให้แยกรายภาค พบว่า ทุกภาคปรับตัวดีขึ้น โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงขึ้นจาก 42.0 เป็น 42.2, ภาคเหนือจาก 44.9 เป็น 46.2 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก 48.4 เป็น 48.7 ในขณะที่ภาคกลางและภาคภาคใต้ ดัชนีความเชื่อมั่นประชาชนทรงตัวที่ระดับ 47.6 และ 45.8 ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวสูงขึ้นของความเชื่อมั่นในอนาคตนั่นเอง
    “ทั้งหมดนี้จึงเป็นทิศทางบวกและเป็นความคิดเห็นประชาชนที่มาจากการสำรวจข้อมูลจริงอย่างละเอียด ที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะได้นำไปวิเคราะห์เพื่อปรับใช้ต่อนโยบายต่อไป” นางมัลลิกากล่าว.

เปิด 4ตำรับยาแผนไทย ที่มีกัญชาปรุงผสม ยาตำรับศุขไสยาศน์  ตำรับทำลายพระสุเมรุ ยาแก้ลมแก้เส้น และน้ำมันกัญชาสูตรอาจารย์เดชา เตรียมนำผลศึกษาผลักดันกม.

    
 


6 ม.ค.63  - ที่อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สธ.  เป็นประธานเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.  นพ. มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้บริหาร นายอนุทินกล่าวว่า การเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ให้บริการแบบผสมผสานทั้งการแพทย์แผนไทย แพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์แผนปัจจุบัน  เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนรอบเขตกรุงเทพมหานคร เข้าถึงการรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของกัญชาอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์

 เบื้องต้นมีตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมที่จะให้บริการ 4 ตำรับ คือ ยาตำรับศุขไสยาศน์  ตำรับทำลายพระสุเมรุ ยาแก้ลมแก้เส้น และน้ำมันกัญชาสูตรอาจารย์เดชา รักษาอาการไมเกรน นอนไม่หลับ ปวดข้อ ปวดตึงกล้ามเนื้อ ลดอาการมือเท้าชา ช่วยเจริญอาหาร ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาผลการรักษาด้วยสารสกัดจากกัญชาในผู้ป่วยได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และจะนำผลการรักษาและผลที่ได้จากการศึกษามาผลักดัน สนับสนุนการแก้กฎหมายเพื่อให้คนไทยเข้าถึงการใช้กัญชาในการรักษาโรค และอาการเจ็บป่วยได้มากที่สุด โดยตั้งเป้าในปี 2563 จะเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม และยังเป็นการสืบสานภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของชาติ

 นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ทั้งหมด 25 แห่ง ทั่วประเทศ เป็นคลินิกกัญชาแผนไทยที่โรงพยาบาลชุมชน 13 แห่ง คลินิกกัญชาการแพทย์ผสมผสานประจำโรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง สำหรับตำรับยากัญชาทางการแพทย์แผนไทยที่ใช้รักษาอยู่นั้นผลิตได้ที่รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร และอีก 5 แห่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขออนุญาตผลิต คือ โรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  โรงพยาบาลดอนตูม จังหวัดนครปฐม โรงพยาบาลเด่นชัย จังหวัดแพร่  โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี และกองพัฒนายาไทยและสมุนไพร จังหวัดปทุมธานี เพื่อกระจายยาให้รพ.ที่เปิดให้บริการรักษาในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทยทั่วประเทศ โดยในปี2562มีโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชน ได้รับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมแล้ว 86 แห่ง สั่งจ่ายน้ำมันหมอเดชา ภายใต้โครงการวิจัย 22 แห่ง และในปี พ.ศ.2563 มีโรงพยาบาลแสดงความจำนงที่จะเปิดให้บริการกระจายทุกจังหวัด  

 ด้านนพ. สุขุม   กล่าวว่า ในการนำพืชกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้านไทย ในตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสมอยู่ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัย ภายใต้กรอบเงื่อนไขที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 6 แห่ง สภาเกษตรกรแห่งชาติ และวิสาหกิจชุมชน 3 แห่ง เพื่อวิจัยกัญชาสายพันธุ์ไทยที่ดีที่สุดและให้มีวัตถุดิบกัญชาสำหรับนำมาผลิตตำรับยาแผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสม โดยโรงงานผลิตยาของรัฐที่ผ่านมาตรฐาน WHO GMP จำนวน 6 แห่ง เป็นผู้ผลิตยา 16 ตำรับ กระจายให้แก่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยในหน่วยบริการของรัฐทั่วประเทศ

ทั้งนี้ประชาชนสนใจเข้ารับการรักษาสามารถจองคิวได้ที่แอปพลิเคชัน "กัญชาทางการแพทย์แผนไทย" “Dr.Ganja in TTM” ทางสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ สำหรับระบบ IOS อยู่ในระหว่างดำเนินการ และรับลงทะเบียนหน้างาน ซึ่งจะเป็นคิวเสริมต่อจากผู้ป่วยที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันในแต่ละวัน รับได้ 50 คน/วัน และไม่เกินเวลา 12.00 น. โดยคลินิกจะเปิดเวลา 08.30 น- 15.30 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในช่วงวันที่ 6- 17 มกราคม รับผู้ป่วยวันละ 300 คน จากนั้นจะให้บริการวันละ 200 คน  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ชั้นใต้ดินอาคาร อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โทร 025902606 

สองนักออกแบบสวนไทย ในนาม "กิ่ง ก้าน ใบ "ก้าวสู่เวทีระดับโลก

    
 


เมื่อพูดถึงสวนสไตล์ minimal modern ผลงาน ของบริษัทออกแบบสวน “กิ่ง ก้านใบ” ทำให้หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เพราะมีแนวทางการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการนำความรู้ทางสถาปัตยกรรมศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับงานจัดสวน เน้นสัดส่วนที่ลงตัวของพื้นที่การใช้งาน และการใช้เส้นและมุม ที่ตัดและเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ โดยสวนของ “กิ่งก้านใบ” จะให้ความสําคัญกับการออกแบบสวนให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ และบุคลิกของลูกค้าร่วมกับการวางโครงสร้างที่ดีตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สวนที่ผ่านการออกแบบจึงไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังใช้งานได้จริงและดูแลรักษาง่ายอีกด้วย


บอย-ธวัชชัย ศักดิกุล และพลอย-พลอยทับทิม สุขแสง สองสถาปนิกและผู้ก่อตั้งบริษัท กิ่ง ก้าน ใบ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน มีความชื่นชอบในศิลปะและการออกแบบคล้ายๆ กัน เมื่อเรียนจบทั้งสองคนแยกย้ายกันไปทำงาน แต่ก็มีโอกาสได้กลับมาเจอและร่วมงานกันเป็นครั้งคราวตามงานประกวดสวนต่างๆ ก็ทำให้ได้กำลังใจจากรางวัลที่ได้รับ และเริ่มเห็นแนวทางความชอบและการออกแบบที่ชัดเจนร่วมกันมากขึ้น จึงตัดสินใจก่อตั้งบริษัทออกแบบสวน โดยใช้ชื่อว่า กิ่ง ก้าน ใบ โดยทั้งสองคนเลือกใช้ชื่อนี้ เพื่อสื่อความหมายที่เรียบง่าย และตรงตัว


จุดที่ทำให้บริษัท กิ่ง ก้าน ใบ เป็นที่รู้จักมากขึ้นนั้นคือ การร่วมเข้าประกวดการออกแบบสวนในโจทย์ “สวนกลางคืน” ที่จัดโดย “บ้านและสวน” ในปี 2006 ซึ่ง บริษัทฯ  เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย  และยังได้รับรางวัลชนะเลิศอีกด้วย หลังจากนั้น สองนักออกแบบ ก็นำผลงานแบบสวนเข้าประกวดทุกปี จนเริ่มได้รับการยอมรับและเป็นที่จดจำ ในสไตล์การจัดสวนที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เริ่มมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสารบ้านและสวน และได้รับความไว้วางใจจากทีมงานบ้านและสวนแฟร์ ผู้นำของวงการจัดสวนของประเทศไทย ให้จัดสวนโชว์ในงานบ้านและสวนแฟร์


ตลอดระเวลาการทำงานกว่า 10 ปี การทำงานออกแบบของบอยและพลอย มีความเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และรอยยิ้มและคุณภาพขีวิตของลูกค้า ที่ได้รับการเติมเต็มมากขึ้น จากการได้เป็นเจ้าของสวนที่มีความหมายมากกว่าความสวยงาม แต่เป็นการได้พื้นที่ในการใช้ชีวิตมากขึ้น ตามคอนเซปต์ของกิ่ง ก้าน ใบ ที่ว่า “an outdoor living space เป็นมากกว่าพื้นที่นอกบ้าน”คือความภาคภูมิใจของบริษัท และสองนักออกแบบ 

 


ล่าสุด ในปี 2019 ที่ผ่านมานี้ ถือว่ามีจุดเปลี่ยนที่เป็นความภูมิใจที่สุดอย่างหนึ่งของกิ่ง ก้าน ใบ และถือเป็นการก้าวเข้าสู่เวทีระดับโลก เมื่อผลงานออกแบบสวนของบอยและพลอย ได้รับคัดเลือกให้ร่วมจัดแสดงสวนในงาน RHS CHELSEA FLOWER SHOW 2020  งานจัดแสดงสวนที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2020 โดยเป็น 1 ใน 6 สวนในหมวด urban garden ที่ได้รับการคัดเลือกจากนักออกแบบสวนทั่วโลก และเป็นทีมนักออกแบบสวนไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับนักออกแบบสวนรุ่นใหม่ของไทย ไปสู่ระดับสากลอีกด้วย 

.............................................................................

6 มกราคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน