*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3889
  • จำนวนผู้ชม : 2464351
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 204 , 13:15:40 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ผมชอบใจกับข่าว "ด่วน! 'ซีพี' ได้สิทธิ์ประมูลสนามบินอู่ตะเภา" มากเชียวครับ เพราะเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนด้านเศรษฐกิจ

มิใช่น้อย และเชื่อตามประสาความคิดของผมเอง ว่าศาลพิจารณาอย่างถูกต้องแล้ว จึงขอขอบคุณศาลเป็นอย่างยิ่งครับ

 

 

 

จากตะวันออกกลางสู่ปทุมวัน


    
 

 

             "สหรัฐ-อิหร่าน" ถล่มกัน ก็ว่ามันส์ยกร่องแล้ว

                แต่พอ......

                "บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ" ถล่มกัน แฟนชาวไทยบอกมันส์ยิ่งกว่า

                เพราะเป็น "มวยถูกคู่-คนดูถูกใจ"!

                ฉะนั้น วันนี้ ขอนั่งริงไซด์ "ดูไป-วิจารณ์ไป" ซักวัน

                แต่บอกก่อน........

                วิจารณ์ตามรูปมวยนะ ไม่มีข้อมูล "ตื้น-ลึก-หนา-บาง" ประเภทอินไซด์-เอาต์ไซด์ ว่ากันไปตามเนื้อผ้า

                คือต้องยอมรับ ผมกับคนในเครื่องแบบ กระทั่งในเครื่องแบบยามก็เถอะ ไม่ค่อยจะสมพงศ์กัน

                ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูล อย่างที่เรียกว่า "แหล่งข่าว" ในเรื่องนี้

                ถ้าเมื่อคืนวันที่ ๖ มกรา..........

                ไม่มีใครขี่มอ'ไซค์ไปกราดยิงใส่รถเก๋งบิ๊กโจ๊ก "พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล" ที่จอดอยู่ตรงข้ามร้านนวดไทยสาริกา ที่ถนนสุรวงศ์แล้วละก็

                ชาวบ้านร้านช่อง จะไม่มีใครรู้เลยว่า

                "ไบโอเมทริกซ์" คืออะไร.....

                กินได้ด้วยหรือ?

                ก็เพราะ ๘ รู ที่ทะลุรถบิ๊กโจ๊กนั่น ทำให้ได้รู้ว่า “ไบโอเมทริกซ์” คือ เครื่องมือตรวจอัตลักษณ์บุคคล

                ที่ "สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง" จัดหา-จัดซื้อมาใช้ ตามด่านตรวจคนเข้าเมือง

                "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" ในฐานะ ผบ.ตร. เป็นผู้อนุมัติโครงการมูลค่ากว่า ๒ พันล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๐

                ขณะนี้.......

                เจ้าเครื่องนี้ เสร็จและส่งมอบตามสัญญา ๖ งวด เรียบร้อยแล้ว ใช้อยู่ตามสนามบินสำคัญๆ

                เมื่อเกิดเปรี้ยงๆ ยิงรถเปล่า โดยเจ้าของรถคือบิ๊กโจ๊กนอนนวดสบายอยู่ในร้าน ก็ทำให้ชาวบ้านได้กระจ่างจากปากบิ๊กโจ๊ก ว่า

                เจ้าไบโอเมทริกซ์นั้น "ไม่สมราคา"

                เพราะไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถใช้งานได้จริงตามประสงค์

                สมัยเป็นผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เขาเองไม่ยอมเซ็นรับงวดงานที่ล่าช้ามาทีแล้ว

                เมื่อเด้งเขาออกไป ก็มีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจรับงานกันไปแล้วตอนนี้

                และนี่กระมัง.......

                เป็นเหตุ "ยิงรถ" เป็นสัญญาณถึงเขาบางอย่าง เพราะเรื่องนี้ ขณะนี้ เป็นคดีร้องเรียน ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ!

                หลังเกิดเหตุ รุ่งเช้าของวันที่ ๗ ม.ค.

                ปรากฏว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ฝ่ายงานกฎหมายและคดี ลงไปร่วมท้องที่ ตรวจรถและสถานที่เกิดเหตุ พูดง่ายๆ ว่า เป็นผู้ใหญ่ไปดูแลคดีที่เกิดกลางกรุง

                จุดหลักๆ เหล่านี้แหละ..........

                นำไปสู่ "คลิปเสียง" มหาประลัย ที่หล่นตูมสะเทือนไปทั้งปทุมวัน อันเป็นที่ตั้ง "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เมื่อวาน (๙ ม.ค.๖๒)

                จับความตามท้องเรื่อง มองกันว่า "ไบโอเมทริกซ์" เป็นส่วนหนึ่งของ......

                -ชนวนขัดแย้งระหว่างบิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก

                -ชนวนบิ๊กโจ๊กพ้นวงจรตำรวจและขุมข่ายถูกล้างบาง

                -ชนวนสู่ยิงรถเปล่า

                -และนั่น นำสู่บิ๊กโจ๊กเปิดหน้าท้าชนบิ๊กแป๊ะ

                และนำสู่ "คลิปเสียง" ซึ่งยอมรับกันแล้ว เป็นเสียงสนทนาทางโทรศัพท์

                ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ โทร.จากต่างประเทศถึง พล.ต.อ.วิระชัย เนื้อหาเชิงต่อว่า ที่ลงไปดูคดียิงรถ

                จากชนวนเหล่านี้.......

                เมื่อวาน ทั้งวัน จึงเห็นบิ๊กๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเหมือน "แยกข้าง-แยกขั้ว"

                แล้วต่างเดินสาย ออกให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ทั้งบิ๊กโจ๊ก ออกเกือบทุกรายการข่าว สาวหมัดใส่บิ๊กแป๊ะ

                และทั้ง "ทีมบิ๊กแป๊ะ" ที่เป็นคณะกรรมการตรวจรับงานไบโอเมทริกซ์

                พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง,

                นายอาศิส อัญญะโพธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลพัฒนาดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

                ออกโทรทัศน์ เป็นแผง......

                รับรองสรรพคุณไบโอเมทริกซ์ มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ผล ซึ่งตรงข้ามกับที่บิ๊กโจ๊กบอกว่า ไม่ได้ผล

                เรียกว่าทำเอาคนดูเวียนหัว ต้องตะโกนในตุ่ม ว่า

                "แล้วจะให้ชาวบ้านเชื่อฝ่ายไหน ในเมื่อต่างเป็นผู้รักษากฎหมาย ให้ "ข้อมูลเท็จ" ไม่ได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย?"

                แบบนี้ ไหนจริง-ไหนปลอม ก็ต้อง "วินิจฉัยตามอาการ" เอาเองนั่นแหละ

                อาการเป็นยังไง?

                ขอลอกจาก "คมชัดลึกออนไลน์" เมื่อวานมาให้อ่านละกัน เขาลงข่าวไว้ด้วยข้อความ ว่า........

                แกะคลิปเสียงสนทนาชาย ๒ คน ที่คล้ายเสียงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเด็นสนทนาสำคัญ มีการกล่าวถึงคดีลอบยิงรถบิ๊กโจ๊ก

                คลิปที่ ๑

                ประเด็นสนทนาสำคัญ มีการกล่าวถึงคดีลอบยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและอดีต ผบช.สตม.

                ชายคนที่หนึ่ง

                : ....เขาก็สงสัย เขาดูออกเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่ดูไม่ออกหรอก แล้วก็ไปบ่อยๆ ที่คอนโด 98 ซอย 7 ตรงนั้นนะ....รู้หมดนั่นแหละ แต่ไม่เคยพูด

                ชายคนที่สอง

                 : ก็.....

                ชายคนที่หนึ่ง

                : ก็โทร.มา มีแค่นี้แหละนะ ทำอะไรก็ได้ ให้ผู้บังคับบัญชาไว้ใจ อย่าให้เขาระแวง เข้าใจหรือเปล่า...จะโตต่อไปในอนาคตเนี่ยเออนะ

                ชายคนที่สอง : ครับ ...ที่ผมลงไป....

                ชายคนที่หนึ่ง

                :จะอะไรก็แล้วแต่ว่าไป แต่พี่จะโทร.มาเตือนแค่นี้แหละนะ แล้วรอง ผบ.หลายคน เขารู้สึกที่โทร.หาพี่นี่นะ

                ชายคนที่สอง

                 : ก็เดี๋ยวถ้าพี่ให้ผมทำยังไงก็บอกแล้วกันครับ ที่ผมลงไปเนี่ยก็เพราะว่า ถ้าไม่มีใครไปทำอะไรเนี่ย เขาก็พูดว่าเราเนี่ยไม่ทำอะไร

                ชายคนที่หนึ่ง

                :ก็ดูสิเค้าทำอยู่แล้ว นครบาลเขาก็ทำอยู่แล้ว เขาก็ทำตลอด เขาโทร.รายงานมา วันนี้ทำไอ้นี่ วันนี้ทำนี่ นครบาลเขาก็ทำอยู่แล้ว

                ชายคนที่สอง : ครับ

                ชายคนที่หนึ่ง

                : ระเบิดพระมงกุฎเขายังทำได้เลย พูดถึงเนี่ยนะ อย่าไปคล้อยตาม อย่าไปเล่นตาม รับลูกกันน่ะนะ ทรงอย่างนี้มันดูออก เข้าใจรึเปล่า เออ

                ชายคนที่สอง

                :หมายความว่า ผมไม่ต้องลงไปยุ่งเรื่องนี้ใช่มั้ยครับ พี่ครับ

                ชายคนที่หนึ่ง

                : ไม่ๆ ก็ลงไป ก็จบแล้วไง แค่สั่งการไปแล้วก็พอแล้ว ก็ดูเขารายงานกลับขึ้นมาแค่นั้นเองน่ะ ไม่ต้องออกไปแถลงข่าวโน่น แถลงข่าวนี่ ไปโอ้โห.....มันไม่มีอะไรเลยที่เขารายงานพี่มา

                ชายคนที่สอง : ครับ

                ชายคนที่หนึ่ง

                :พี่ยังไม่เคยโทร.บอกพี่ต้อยเลย..มีวุฒิภาวะพอที่จะนู่นนี่นั่น ไม่เอาเรื่องส่วนตัวสองคนเข้ามาร่วมด้วยนะ รู้...รู้ว่า ทั้งพี่ต้อย พี่โจ๊ก คิดอะไรอยู่ 

                รู้เหมือนที่มันเคยหลอกใช้พี่ศรีวราห์ หลอกใช้พี่รุ่งโรจน์ หลอกใช้พี่ไผ่ พี่ช้าง รู้ทำอะไรอยู่ พี่โตป่านนี้แล้ว อยู่มาขนาดนี้แล้ว ให้คนโทร.มาสั่งคนนี้ทำโน่นทำนี่ มันไม่ใช่อ่ะนะ อยู่คนละที่ อยู่ทั่วสำนักงาน สำนักนายกฯ โน่น

                พี่ไม่เคยพูดถึงขนาดนี้หรอกนะ แต่บางทีเขาก็รายงานมา มันมีข้อมูล มันน่าเชื่อถือ ส่วนที่จะไป..

                ความสำคัญเท่าที่ "คมชัดลึกออนไลน์" แกะมามีเท่านี้ แต่ก็พอทำให้ "ดูทรง-ดูอาการ" ได้พอสมควรว่า

                ประเด็นและเนื้อหาที่บิ๊กโจ๊กพูดกับที่ฝ่ายบิ๊กแป๊ะพูด ฝ่ายไหน "มีความน่าจะเป็น" มากกว่ากัน!?

                พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไม่ได้เกี่ยวไบโอเมทริกซ์ แต่ที่บิ๊กแป๊ะต้องต่อสายมาพูดลักษณะนั้น

                เกี่ยวกับไม่ต้องการให้ไปยุ่งคดียิงรถ!?

                ยิ่งทำให้ชาวบ้านคิดตามประสาชาวบ้าน......

                มีผู้ใหญ่ลงไปดูคดีซึ่งสะเทือนขวัญชาวบ้าน มันไม่ดีตรงไหน?

                และคิดต่อไปอีกว่า ตกลง ผบ.ตร.ต้องการให้จับคนร้ายหรือไม่ต้องการ ถ้าไม่ต้องการ เพราะเหตุใด?

                แต่ที่ไม่คิด ก็ต้องคิดกันทั้งโลก คือ........

                โทรศัพท์ระหว่างคนสองคน แถมในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

                ด้วยโดรนขีปนาวุธทรัมป์หรืออะไรกันแน่ สามารถแอบดูดเสียงบันทึกเป็น "คลิปลับ"

                แล้วเอาไปออกรายการโทรทัศน์ช่อง ๙ เช้าวานได้ เห็นว่าเป็นรายการข่าว "หมาแก่-แมวสาว" ของคุณดนัยที่โด่งดัง

                นี่...มันผิดวิสัย-ผิดธรรมชาติมาก

                ".....ให้ผู้บังคับบัญชาไว้ใจ อย่าให้เขาระแวง เข้าใจหรือเปล่า...จะโตต่อไปในอนาคตเนี่ยเออนะ"

                อืมมมม ตุลา.นี้ บิ๊กแป๊ะก็จะเกษียณ

                ส่วน พล.ต.อ.วิระชัย เกษียณปี ๖๕ ดังนั้น ประโยคนี้ของบิ๊กแป๊ะ เป็นประโยคสู่การสังหาร ที่เรียกว่า "วางยา" ผ่านคลิปเสียงด้วย ใช่หรือไม่?

                ใน สตช.ยังทำได้ขนาดนี้ ก็คิดดูซี ยังมีที่ไหน ที่จะไม่ถูกแทป?

                เรื่องไบโอเมทริกซ์ และรถตรวจการณ์ไฟฟ้า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  

                ขณะนี้ เป็นคดีร้องเรียน และ ป.ป.ช.กำลังสอบ โดยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ไปร้องไว้แต่ปี ๖๒

                เมื่อวาน (๙ ม.ค.) ป.ป.ช.เรียกนายษิทราไปให้ปากคำแล้ว และจากวันนี้ไป ป.ป.ช.เรียกพยาน รวมทั้งบิ๊กโจ๊กไปสอบ รวม ๑๓ ปาก

                บิ๊กโจ๊ก ฐานะพยานผู้กล่าวหา

                บิ๊กแป๊ะ ผู้ถูกกล่าวหา

                อืมมม "เถาถั่วต้มถั่ว" ทั้งถั่วและเถาตระกูล "ป้อม-พันธุ์แท้"

                "สหรัฐ-อิหร่าน" กับ "บิ๊กโจ๊ก-บิ๊กแป๊ะ" ใครจะปิดฉากก่อนกัน

                "พันธุ์ตู่" ร้อง...เฮ้อ!. 

เอ๊ะยังไงไก่ยังไม่โห่!พรรคเสรีพิศุทธ์ประกาศรับสมัครผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต


    
 

10 ม.ค.63 - เฟซบุ๊กเพจพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส  ส.ส.บุชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ประกาศรับสมัคร ผู้ร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองกับพรรคเสรีรวมไทย โดยรับสมัคร ส.ส. ผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขต  ผู้สมัครสก. และสมาชิกพรรค.

 

'หมอวรงค์'แฉแอมเนสตี้ไทยประกาศรับอาสาสมัครอายุ 18 ปีขึ้นไปร่วมสังเกตการณ์วิ่งไล่ลุงหัวละ 800 บาท


    
 

10 ม.ค.63-  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ชักศึกเข้าบ้าน

แอมเนสตี้ไทย ได้ประกาศรับอาสาสมัครที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ร่วมสังเกตการณ์ และรายงานมายังส่วนกลางในกิจกรรม"วิ่งไล่ลุง" โดยมีค่าตอบแทนครั้งนี้ 800 บาท

คนไทยจำนวนมากควรต้องรับรู้ว่า องค์การนี้เป็นNGOเครือข่ายสากล ส่วนหนึ่งรับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ และมักจะเข้ามาแสดงออกทางการเมือง ที่เป็นแนวร่วมกับพรรคการเมืองบางพรรค

การที่แอมเนสตี้ไทยขยับดังกล่าว จึงคล้ายกับทฤษฎีสมคบคิด(conspiracy theory) เพราะไม่มีเหตุผลเพียงพอ ที่จะให้NGOระหว่างประเทศ เข้ามาวุ่นวายกิจกรรมทางการเมืองในบ้านเรา

แบบนี้ทำให้คิดได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการ"ชักศึกเข้าบ้าน"หรือไม่
#รู้ทันพวกชังชาติ
#ปราบลัทธิชังชาติด้วยความจริง

 

 

ด่วน! 'ซีพี' ได้สิทธิ์ประมูลสนามบินอู่ตะเภา

ด่วน! 'ซีพี' ได้สิทธิ์ประมูลสนามบินอู่ตะเภา
10 มกราคม 2563
 2,568

ด่วน! ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้ "ซีพี" ได้สิทธิ์ประมูลสนามบินอู่ตะเภา

ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.381/2562 ระหว่างบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มซีพี) กับพวกรวม 5 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินกาคตะวันออก (ผู้ถูกฟ้องคดี) ซึ่งนัดอ่านคำพิพากษาวันนี้ (10 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ปรากฎว่า ให้สิทธิ์บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มซีพี) ประมูลสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

ศาลฯ วิเคราะห์จากหลักฐานและข้อกฎหมายพิจารณาว่าการยื่นซองเทคนิกและซองราคาช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ คือ 15.00 น.ไม่เป็นสาระสำคัญที่เกิดข้อได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้ประมูลรายอื่น และถือว่าไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ประมูลกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากขั้นตอนการประมูลได้กำหนดว่าให้ยึดระยะเวลาของการยื่นเอกสาร ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูลได้มาแสดงตัวและยื่นเอกสารตามเวลา

รวมทั้งได้พิจารณาถึงเอกสารที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้ยื่นถือสำนักงาน สกพอ. ซึ่งได้ให้ความเห็นว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายแล้ว

ศาลฯ พิเคราะห์ด้วยว่า ผู้ถูกฟ้องคดี (คณะกรรมการคัดเลือกฯ) ยังมีสิทธิที่จะพิจารณาข้อเสนอของเอกชนทั้ง 3 ราย เพื่อคัดเลือกเอกชนที่มีข้อเสนอและผลตอบแทนที่ดีที่สุดต่อรัฐ

ทั้งนี้ กองทัพเรือในฐานะเจ้าของโครงการมอบหมายให้ พล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล รองผู้บัญชาการทหารเรือ และประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของกองทัพเรือ (กพอ.ทร.) และ พล.ร.ต.เกริกไชย วจนาภรณ์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ มารับฟังคำพิพากษา

ส่วนกลุ่มซีพีผู้ฟ้องคดีมอบหมายให้นางสาวปะราลี เตชะจงจินตนา เป็นผู้แทนมารับฟังคำพิพากษา

ทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ฟ้องว่าคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีมติไม่รับซองข้อเสนอของผู้ฟ้องคดีบางรายการ (ข้อเสนอตัวจริงกล่องที่ 6 ซึ่งเป็นข้อเสนอทางเทคนิคและแผนธุรกิจ) และตัวจริงกล่องที่ 9 (ข้อเสนอด้านราคา) 

ในการยื่นข้อเสนอในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ตามหนังสือที่ กพอ.ทร.182/2562 ลงวันที่ 10 เม.ย.2562 โดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเกินกำหนดเวลา เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย)

คดีนี้ศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) มีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากศาลฯเห็นว่าเอกสารซองข้อเสนอดังกล่าวมาถึงยังสถานที่รับซองภายหลังเวลา 15.00 น. อันเป็นกำหนดเวลาปิดการรับซองแล้ว คณะกรรมการคัดเลือกฯ ย่อมมีหน้าที่ปฏิเสธไม่รับกล่องซองข้อเสนอไว้พิจารณา โดยไม่ยกเว้นให้กลุ่มกิจการค้าร่วมฯเป็นกรณีพิเศษได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อเอกชนรายใดรายหนึ่ง และทำให้กิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 จึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด สรุปความได้ว่า การให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 5 ยื่นซองข้อเสนอให้ครบถัวนย่อมก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับรัฐมากกว่าการยึดถือเวลาเพียง 9 นาที ซึ่งอาจมีบุคคลใดเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องของผู้ฟ้องคดีอยู่บ้าง

ในขณะที่การเปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดียื่นซองข้อเสนอเพื่อแข่งขันกับผู้ยื่นข้อเสนออีก 2 ราย อย่างครบถ้วนและเป็นธรรมนั้น จะเป็นการเปิดกว้างให้คณะกรรมการนโยบายฯ ได้ใช้ดุลพินิจตัดสินใจในการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน ซึ่งไม่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง 

รวมทั้งการที่ผู้ถูกฟ้องคดีนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่ผู้ฟ้องคดีน้ำเอกสาร 2 กล่อง คือ กล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 มา ณ จุดลงทะเบียนยื่นข้อเสนอเมื่อเวลา 15.09 น.มาเป็นเหตุไม่รับซองข้อเสนอจึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ขัดต่อหลักพอสมควรแก่เหตุ ขัดต่อหลักความได้สัดส่วนและไม่สอดกล้องกับเจตนารมณ์โครงการ

 
 

หน้าแรก / Columnist / บทบรรณาธิการ / คำพิพากษา 'คดีอู่ตะเภา' บรรทัดฐานประมูลงานรัฐ
 
 

คำพิพากษา 'คดีอู่ตะเภา' บรรทัดฐานประมูลงานรัฐ

09 Nov 2019
อ่าน 9181 ครั้ง
1.4K

บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3521 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ย.2562

 

คำพิพากษา 'คดีอู่ตะเภา'

บรรทัดฐานประมูลงานรัฐ

 

     คดีกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้งฯ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี พร้อมพันธมิตร ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2.9 แสนล้านบาท มีมติไม่รับซองข้อเสนอของกลุ่มซีพีบางรายการ อันประกอบด้วย กล่องที่ 6 และ กล่องที่ 9 เพราะยื่นเกินเวลาที่กำหนด หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้อง นับเป็นคดีสำคัญที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง และจะถือเป็นบรรทัดฐานเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ

     เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมาศาลปกครองสูงสุด ได้มีกำหนดไต่สวนนัดแรก โดยให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่ายแถลงเหตุผลด้วยวาจาเพิ่มเติม หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือชี้แจงต่อศาลไปแล้ว ซึ่งในส่วนของผู้ฟ้อง คือกลุ่มซีพี โดยน.ส.ปะราลี เตชะจงจินตนา ตัวแทนผู้ฟ้อง ชี้แจงเน้นยํ้าถึงสาเหตุที่ต้องยื่นฟ้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งศาลปกครองก่อนหน้า ยืนยันทางกลุ่มซีพียื่นเอกสารการประมูลอย่างครบถ้วนเพราะมีการชำระค่าธรรมเนียมตรวจรับจากคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว

     ทนายกลุ่มซีพี ยํ้าต่อศาลปกครองสูงสุดว่า หากศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งศาลปกครองก่อนหน้า ก็ไม่ได้เครื่องบ่งชี้ว่าจะทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม เพราะทางกลุ่ม ไม่สามารถล่วงรู้ข้อเสนอของอีก 2 กลุ่มได้ ในทางตรงกันข้ามจะทำให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด สมกับเจตนารมณ์ในการเปิดประมูลครั้งนี

     ขณะที่ พล.ร.ต.เกริกไชย วจนานนท์ เลขานุการคณะกรรมการคัดเลือก ยืนยันถึงสาเหตุที่ต้องตัดสิทธิ์กลุ่มซีพี เพราะยื่นเอกสารบางส่วนเกินเวลาที่กำหนด พร้อมแสดงความกังวลว่าหากศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลางในคดีนี้ เท่ากับเป็นการทำลายระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และอาจทำให้เกิดค่านิยมใหม่ว่าต่อไปใครจะมายื่นซองเวลาไหนก็ได้หากให้ผลตอบแทนกับรัฐสูง รวมทั้งอาจเกิดค่านิยมใหม่ ว่าแม้ทำผิดกฎ แต่มีเงินจ้างทนายเก่ง และให้ประโยชน์รัฐมาก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้งาน เพราะเงินชดเชยความผิดได้

     จากข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของกรมบัญชีกลางพบว่าในปีงบประมาณ 2561 มีการตั้งงบประมาณสำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐทั้งหมด 1,001,867.90 ล้านบาท ขณะที่จำนวนโครงการที่จัดซื้อจัดจ้างมีมากถึง 3,524,827 โครงการ นั่นหมายความว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในแต่ละปี เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนจำนวนมาก ผลการตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการยื่นเอกสารเกินเวลาที่กำหนด เพราะคำพิพากษาที่ออกมาจะกลายเป็นบรรทัดฐานต่อกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการประมูลงานที่หน่วยงานภาครัฐทั้งหมดในอนาคต

 ................................................................

10 มกราคม 2563



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน