*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 2484533
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 15 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 350 , 20:33:44 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link@: กรณ์ขอบคุณปชป. เปิดใจแจงเหตุผลทิ้งพรรค//

สวัสดีครับ

         คดีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองแล้วใช้ปืนเก็บเสียงยิงเด็ก 2 ขวบกับผู้ใหญ่อีก 2 คน เสียชีวิตในจังหวัดลพบุรีเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่าน

มา โดยตำรวจคาดว่ายังคงกบดานอยู่ในจังหวัดลพบุรีหรือจังหวัดใกล้เคียง การสอบสวนตะล่อมแคบเข้าทุกทีแล้วขณะนี้

 

ไล่ล่าบุกค้น 11 จุด ลพบุรี - สระบุรี กระบอกเก็บเสียงชี้เป้า

15 มกราคม 2563 - 10:16 น.
ไล่ล่า,บุกค้น,ลพบุรี,สระบุรี,กราดยิงชิงทอง,กระบอกเก็บเสียง,โจรปล้นทอง

รอง ผบ.ตร. นำทีมชุดไล่ล่าบุกค้น 11 จุด พื้นที่ จ.ลพบุรี และ จ.สระบุรี พร้อมนำอาวุธปืนต้องสงสัยกลับมาตรวจสอบ โฟกัสกระบอกเก็บเสียงสั่งทำพิเศษในไทย

คลิปที่ 1

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 15 มกราคม 2563  พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (ผบก.ภ.จว.ลพบุรี) ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 , เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี , หน่วยปฏิบัติการพิเศษ , หน่วยคอมมานโด และทีมสืบสวนนครบาล จัดกำลังชุดไล่ล่าแบ่งเป็นชุดๆ บุกจู่โจมตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 11 จุด ในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี

คลิปที่ 2

              สำหรับปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ได้ขยายผลในการติดตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี โดยเป้าหมายในการตรวจค้น เพื่อพิสูจน์ทราบในการหาตัวคนร้าย อาวุธปืน และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น ฟีโน่ สีแดง-ขาว ที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี หลังการสืบสวนสอบสวนมาตลอดหลายวันจนสามารถคัดกรองผู้ต้องสงสัยเหลือแค่ 3 ราย ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุภายในห้างชื่อดัง จ.ลพบุรี

              ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบกระบอกเก็บเสียงที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่า กระบอกเก็บเสียงดังกล่าวไม่ได้ผลิตในต่างประเทศ แต่ได้มีการสั่งทำพิเศษในประเทศไทย โดยมีการสั่งทำในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีการสั่งทำกระบอกเก็บเสียงหลายชิ้น แต่มีอยู่ 1 ชิ้นที่ผู้สั่งทำอาศัยอยู่ใน จ.ลพบุรี ดังนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้โฟกัสลงไปที่ผู้สั่งซื้อรายนี้เป็นกรณีพิเศษ

              อย่างไรก็ตาม สำหรับการบุกเข้าตรวจค้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำอาวุธปืนจำนวนหนึ่งกลับมาตรวสจสอบด้วย และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ข่าวด่วน

บิ๊กแป๊ะ ลงพื้นที่ลพบุรี ล่าโจรชิงทอง บอกเดี๋ยวก็รู้

15 มกราคม 2563 - 19:03 น.
จักรทิพย์,บิ๊กแป๊ะ,ผบตร,ลงพืันที่ลพบุรี,ล่าโจรชิงทอง

"จักรทิพย์"​ บินด่วน ลงพื้นที่ลพบุรี​ บัญชาการ​ล่า​คนร้าย​ จี้ชิงทอง​ หิ้วกระเป๋าปริศนา​ใบใหญ่​ บอก​ไหนๆ​ เอากระเป๋ามาเดี๋ยวก็รู้

          เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 - พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาที่ สถานีตำรวจท่องเที่ยวเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นจุดบัญชาการในการไล่ล่าคนร้ายที่ก่อเหตุกราดยิง 3 ศพ จี้ชิงทองคำ ในห้างโรบินสัน เมืองลพบุรี ทั้งนี้ เมื่อ ผบ.ตร.เดินทางมาถึงก็รีบขึ้นห้องประชุมทันที พร้อมถามหากระเป๋าปริศนาสีดำใบใหญ่ ว่า “ไหนๆ เอากระเป๋ามา เดี๋ยวก็รู้”

          ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ในกระเป๋าใบใหญ่ จะเป็นหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ขณะที่ความคืบหน้าในการไล่ล่าตัวคนร้าย วันนี้ตำรวจชุดสืบสวนเรียก ผู้ที่ครอบครองอาวุธปืน 13 กระบอก ยี่ห้อเเดียวกับที่คนร้ายใช่ในการก่อเหตุ เข้ามาให้ข้อมูลแต่มีรายงานว่า ยังไม่พบว่ามีกระบอกใด ตรงกับอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

 

ฟิลลิป มอร์ริสฯ เขย่า รัฐบาลลุงตู่

15 มกราคม 2563 - 17:30 น.
ฟิลลิป มอร์ริส,เขย่า,รัฐบาลลูงตู่

ปลาย ม.ค.หรือ ต้น ก.พ.ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเริ่มขึ้น ซึ่งหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ฝ่ายค้านจะนำมาซักฟอก คือ การแก้ไข ก.ม.ศุลกากร เอื้อบริษัทบุหรี่ต่างชาติ 

          "สอบผ่าน"ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับรัฐบาลกับ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท หลังพิจารณาต่อเนื่องติดต่อกันถึง 4 วัน เมื่อสภาผู้แทนราษฎรลงมติในวาระสาม โดยเสียงข้างมาก 253 เสียงเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 ของรัฐบาล

         แต่ศึกร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีฯ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในการที่รัฐบาลจะฝ่าฟัน

        "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ต่างหากที่เป็นบททดสอบ "รัฐบาลลุงตู่" ที่แท้จริงว่าแข็งแกร่งแค่ไหน

          สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทางพรรคเพื่อไทยได้วางไว้ว่า จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วง
วันที่ 20 มกราคม และคาดว่าจะมีการอภิปรายในช่วงเดือนปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยมีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายที่จะถูกยื่นอภิปราย 5 คน

          โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง   ประธานคณะทำงานกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้ บอกว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ 5 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ,พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ

     แต่ล่าสุดมีการ"หัก" ร.ต.อ.เฉลิม จากทางพรรคเพื่อไทย โดยจะมีการเพิ่มรายชื่อรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มอีก 2 คน และมีการเพิ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกฯ เข้าไปด้วย ซึ่งเดิม พล.อ.ประวิตร หลุดโผถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว

      และหนึ่งในเรื่องสำคัญที่จะหยิบขึ้นมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล คือ การกล่าวหาว่ารัฐบาลช่วยเหลือ “บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส” ในคดีนำเข้าบุหรี่ หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ 

      ซึ่งรัฐมนตรีที่จะโดนอภิปรายไม่ไว้วางใจเต็มๆในเรื่องนี้ คือ ดอน ปรมัตถ์วินัย  รมว.ต่างประเทศ โดยพ่วง วิษณุ เครืองาม  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปด้วย

       ก็เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายพอสมควรที่มีการเตรียมอภิปราย นายดอน ปรมัตถ์วินัย ที่เป็น รมว.ต่างประเทศ เพราะเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่พบว่ามีอะไรหวือหวา ต่างจากกระทรวงอื่นๆ ที่มีหลายประเด็น ที่น่าจะหยิบยกขึ้นมาอภิปรายได้อย่างเมามัน

        อย่างไรก็ตาม “ร.ต.อ.เฉลิม” วาง “นายดอน” เป็นหนึ่งในผู้ต้องถูกอภิปราย เพราะต้องการสะสางประเด็นข้อกังขา รัฐบาล
ช่วยเหลือ “บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส” ในคดีนำเข้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ 

       คดี “ฟิลลิป มอร์ริส” เป็นเรื่องค้างคายาวนานหลายปี โดยบริษัทดังกล่าวถูกฟ้องร้องคดีนำเข้าบุหรี่หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรและสำแดงเท็จ 

         โดยในขณะที่คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือหารือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

      ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561  เสนอมีข้อพิจารณาว่า ข้อพิพาทระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ที่เกี่ยวกับ WTO เกิดจากการที่กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง อาทิ มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ที่ใช้ถ้อยคำเปิดช่องให้ผู้บังคับใช้กฎหมาย สามารถตีความไปในทางที่ไม่สอดคล้องกับการประเมินราคาศุลกากรไทย อาจจำเป็นต้องพิจารณาทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเปิดประเมินราคาศุลกากรของไทยสอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

    ครั้งที่ 2  เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาทำให้คำสั่งไม่ฟ้องกลับมามีผลใหม่ ให้ยุติการฟ้องคดีอาญากับบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ทบทวนการตีความและการบังคับใช้กฎหมาย  

     ต่อมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แก้ไขกฎหมายศุลกากร พ.ศ.2496 มาตรา 27 โดยมีการมองว่าเอื้อต่อบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เพราะในคดีนี้ หากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส แพ้คดี อาจต้องชดใช้มูลค่าประมาณ 84,000 ล้านบาท ตามคำฟ้องของพนักงานอัยการ แต่ตามพระราชบัญญัติศุลกากรฉบับใหม่ อัตราโทษปรับจะลดลง

       ต่อมาเมื่อวันที่  29 พฤศจิกายน  2562 ศาลอาญาพิพากษาปรับบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เป็นเงินกว่า 1.2 พันล้านบาท ฐานหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่ มาร์ลโบโร และ แอลแอนด์เอ็ม และสำแดงราคาบุหรี่ไม่ตรงตามราคา

        ซึ่งเรื่องนี้นายดอน  ชี้แจงว่า  เรื่องนี้เกิดขึ้นนานแล้ว กระทรวงการต่างประเทศเป็นเพียงปลายทางโดยมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศในแง่ที่เป็นบริษัทต่างชาติ รวมถึงพันธกรณีของไทยใน WTO ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่กระทรวงการต่างประเทศต้องให้ความเห็นจากข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ตนพร้อมให้ข้อเท็จจริง เพื่อให้คนที่เข้าใจผิดได้มีความกระจ่าง ถ้าขุดค้นกันจริงๆ ต้องไปถามจากหน่วยงานอื่นๆ ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศ เพราะไม่มีอะไรอยู่แล้ว

      อย่างไรก็ตามการนำเรื่องดังกล่าวมาอภิปราย  ถือเป็นงานหนักของรัฐบาล เพราะนักการเมืองมือฉมังอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มุ่งมั่นกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากถึงกับเตรียมข้อมูลเรื่องนี้ด้วยมือตัวเอง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่รัฐบาล จะสอบผ่านไปโดยสะดว

ผบ.ทร. เดินหน้าเรือดำน้ำลำที่ 2-3 หลังงบฯ 63 ผ่านสภาฯ

15 มกราคม 2563 - 15:09 น.
ผบทร,เรือดำน้ำ,คุณสมบัติพิเศษ

ผบ.ทร. เดินหน้าเรือดำน้ำลำที่ 2-3 หลังงบฯ 63 ผ่านสภาฯ เตรียมคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่าปกติไปฝึก

          เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 - พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงแผนงานหลังรัฐสภาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณซึ่งมีโครงการเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ว่า เรื่องเรือดำน้ำจบไปตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่มาพูดว่ามีหรือไม่มี ตอนนี้เดินไปตามแผนงานและโครงการ ในงบประมาณปี 63 ก็ดำเนินงานตามปกติในการจัดซื้อจัดจ้างตามระบบราชการ ไม่มีอะไรแปลกใหม่

          เมื่อถามถึงการส่งกำลังพลไปฝึกที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พล.ร.อ.ลือชัย กล่าวว่า โครงการเรือดำน้ำลำที่ 1 ผ่านไปก่อน ก็จะส่งคนไปฝึกศึกษา ซึ่งการจะมีเรือดำน้ำต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีในการสร้างคน และไปฝึก และคุณสมบัติที่จะส่งคนไปฝึกเรื่องเรือดำน้ำก็ซับซ้อนและเป็นเรื่องลับ แต่พูดคร่าวๆ ได้ว่า เขาเหนือกว่าคนผิวน้ำปกติ ดังนั้นกองทัพเรือจึงต้องเตตรียมคน ไม่ใช่จะให้ใครไปก็ได้ ต้องมีการคัดเลือก เหมือนมนุษย์กบที่ไม่เหมือนคนทั่วไป แต่ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าจะคัดจากมนุษย์กบเท่านั้น แต่หมายความว่าต้องดำน้ำได้ เพราะอยู่ในเรือดำน้ำ เหนือกว่าคนปกติ ต้องเตรียมคนมากกว่าปกติ เป็นความลับ ซึ่งทั่วโลกนั้นกำลังพลของเรือดำน้ำพอขึ้นบกมา คนทั่วไปก็จะไม่รู้ว่าขับเรือดำน้ำ เพราะพลางตัว จับตัวไปรีดความลับไม่ได้

 

มท.3เร่งผลักดันภารกิจ4ด้านกรมโยธาธิการและผังเมือง

6 มกราคม 2563 - 14:35 น.
กรมโยธาธิการและผังเมือง,ทรงศักดิ์ ทองศรี,รมชมหาดไทย

ทรงศักดิ์ รมช.มหาดไทย ตรวจเยี่ยม พร้อมเร่งผลักดันภารกิจ 4 ด้าน กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน

          6 ม.ค.2563  เวลา 10.00 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เดินทางมาตรวจเยี่ยมกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อรับทราบภารกิจ ผลการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และมอบนโยบายในการปฎิบัติงาน พร้อมเร่งผลักดันภารกิจเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชน ณ ห้องประชุมนริศรานุสรณ์ อาคาร 11 ชั้น กรมโยธาธิการและผังเมือง ถนนพระรามที่ 6 โดยมี  นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วยผู้บริหารให้การต้อนรับ

          นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการฯ ต่างๆ  ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายรัฐบาลให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้นำเอานโยบายแปลงไปสู่การปฏิบัติงานตามภารกิจ 4 ด้าน  ได้แก่ ภารกิจด้านการผังเมือง ด้านการพัฒนาเมือง ด้านการอาคาร และด้านการให้บริการด้านช่าง 

          ทั้งนี้ ได้กำชับและเร่งให้กรมฯ ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ รับทราบ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 และได้เร่งรัดให้ดำเนินการจัดทำผังเมืองรวม ผังเมืองรวมชุมชน และผังเมือง EEC ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การคมนาคมและการขนส่ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันโครงการการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ต้องเร่งดำเนินการโครงการจัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน ระบบระบายน้ำ การป้องกันความเสียหายจากตลิ่งพัง และได้กำชับการควบคุมและตรวจสอบอาคารทั่วประเทศ ให้มีความมั่นคง ปลอดภัย มีอัตลักษณ์ ประหยัดพลังงาน และลดภาวะโลกร้อน ตรวจสอบระบบและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในอาคาร ภายใต้การออกกฎหมายควบคุมอาคาร และยังมีกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 เพื่อให้อาคารที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวสามารถต้านทานการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว นอกจากนี้ การกำจัดผักตบชวาถือเป็นวาระแห่งชาติ ต้องบูรณาการ ทุกหน่วยมาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มีความมุ่งหวัง ให้เกิดการพัฒนาเมืองที่สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ของการผังเมืองอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน 

          ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวมอบนโยบายและแนวทางการปฎิบัติราชการพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถาม

สาวใจบุญขออุปการะ 'น้องออมสิน' ที่ถูกทิ้ง พบประวัติไม่ธรรมดา

15 มกราคม 2563 - 09:22 น.
ทิ้งเด็ก 2 ขวบ,น้องออมสิน,ชญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์,รับอุปการะ

จากกรณีแม่ทิ้งลูกสาววัย 2 ขวบ 'น้องออมสิน' หน้าสถานสงเคราะห์ บ้านเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี

จากกรณีแม่ทิ้งลูกสาววัย 2 ขวบ 'น้องออมสิน' หน้าสถานสงเคราะห์ บ้านเด็กและครอบครัว จ.ลพบุรี พร้อมแนบจดหมายอ้างยากจน - พ่อใหม่ปฏิเสธไม่รับเลี้ยง ตามที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่าสุด นางชญาณ์พิมพ์ ชินติปิติวงษ์ ประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ ได้แสดงความต้องการรับ 'น้องออมสิน' ไปดูแลต่อ ซึ่งจากภาพที่เห็นก็รู้ได้ว่า น้องน่าจะขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยได้รับความรักจากแม่ ซึ่งถ้าตนเองรับไปเลี้ยงเด็กจะได้รับความรักความอบอุ่นมากกว่า เพราะตนเลี้ยงด้วยความรัก กิน นอน อยู่ด้วยกัน เคยเลี้ยงเด็กจนประสบความสำเร็จไปหลายคนแล้ว แต่ยอมรับว่า การจะรับน้องไปเลี้ยงนั้นต้องผ่านขั้นตอนของภาครัฐที่ซับซ้อนจึงจะสามารถรับไปได้ เชื่อว่าแม่ของเด็กน่าจะเป็นจิตเวชด้วย

สำหรับตนเคยรับอุปการะบุตรบุญธรรมมาเกือบ 20 ปี และได้ทำการจดทะเบียนในนามนิติบุคคล เพื่อดำเนินการมูลนิธิอย่างถูกกฎหมายช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีบุตรในความดูแล 15 คน หากมี 'น้องออมสิน' ก็จะกลายเป็น 16 คน อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับการรับ 'น้องออมสิน' มาดูแลจะต้องรอพิจารณาผลอีก 30 วัน

สำหรับประวัติคร่าวๆของ นางชญาณ์พิมพ์ ชินปิติวงษ์ หรือ 'แม่เพ็ญ' ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิบ้านสุขใจ ต.ตากฟ้า อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์

...........................................................

15 มกราคม 2563

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน