*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3918
  • จำนวนผู้ชม : 2483105
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 352 , 15:37:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัดีครับ

         ผู้อาวุโสแห่งพรรคปชป. คือ นายชวน หลีกภัย ประกาศห้ามสมาชิกพรรคมาลาออกกับตัวเอง ซึ่งผมเองเข้าใจว่า นายชวนก็รู้

สาเหตุเป็นอย่างดี นั่นก็คือ การแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลหรือ 'บิ๊กตู่' ถึงแม้ว่าสถานะของพรรคปชป.จะเป็นพรรคร่วม

พรรคหนึ่งอยู่ก็ตามก็ตาม

         ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคปชป. นายจุรินทร์ ลักษณะวิสิฏฎ์ ที่แม้จะมีเสียงส.ส.อยู่กว่า 30 คนอยู่ด้วยกันก็ตาม แต่จะทำให้

มีส.ส.เพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งคราวหน้าได้หรือไม่ ก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่ใจได้สำหรับประเด็นนี้

         อีกประการหนึ่งนั้น คู่แข่งอย่างพรรคอนาคตใหม่ที่กวาดที่นั่งส.ส.จากการเลือกตั้งที่แล้วมา ก็ทำให้พรรคเก่าๆหลายพรรคต้อง

เสียที่นั่งไปตามกัน โดยเฉพาะที่มั่นสำคัญที่ปชป.เป็นเจ้าของพื้นที่ตลอดมา คือ กทม. ก็เพลี่ยงพล้ำให้อนค.จนเหลือส.ส.อยู่เพียง

1 เดียวเท่านั้นเอง จากกว่า 30 ที่นั่งที่จะได้ตลอดมา

         อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าปชป.มีการปรับแก้ปัญหาที่สะสมอยู่หลายด้านแล้วหรือยัง นายจุรินทร์หัวหน้าพรรคมีกำลังวังชาขึ้น

บ้างแล้วหรือยังนะครับ

 

    
 

               อืมมม.....

                จะใช้คำว่า "ดิสรัปต์" หรือ "ก้าวใหม่" ก็น่าจะได้ ในหนทางแก้ปัญหา ๓ จังหวัดใต้

                ผมคิดอย่างนั้น

                เมื่อเห็นภาพและข่าว ผบ.ทบ.อินโดนีเซีย "Gen.Andika Perkasa"

                พา ผบ.ทบ.ไทย "พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์" และแม่ทัพภาค ๔ "พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์"

                ไป "อาเจะห์"

                ดินแดนที่เคยสู้รบกันต่อเนื่องยาวนาน ระหว่างกองทัพกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน GAM (Gerakan Aceh Merdeka)

                ขณะนี้ อาเจะห์ เป็นไข่มุกงามเหมือนภูเก็ต

                ไม่มีก่อการร้าย ไม่มีแบ่งแยก มีแต่สันติภาพ ทั้งมุสลิม ทั้งจีน ทั้งคริสต์ ทั้งฮินดู เป็นความต่างที่ลงตัวในกันและกัน แสนจะสวยงาม

                รื่นรมย์ น่ารัก น่าเที่ยว.........

                จากดินแดนสู้รบเพื่อแย่งชิง เปลี่ยนเป็นเมืองน่าทัศนาทางการศึกษา นานามหาวิทยาลัย สะพรึบ-สะพรั่ง!

                คุย ทิ้งๆ ขว้างๆ ไว้ก่อน วันหลังค่อยมาเก็บรายละเอียด วันนี้ เพียงอยากบอกคร่าวๆ ว่า

                รอยเท้า ผบ.ทบ.ใน "เส้นทางใหม่" นี้ น่าสนใจและน่าตามดูมาก

                คำว่า "มาถูกทาง" แล้ว ที่ชอบพูดกัน กับเส้นทางเปิดใหม่ของ ผบ.ทบ.อภิรัชต์ จะใช่หรือไม่

                มี "ความน่าจะเป็น" สูงทีเดียว!

                แต่วันนี้ ฝากไว้ก่อนอย่างว่า

                ด้วยสถานการณ์ (ขาย) ข่าว ต้องคุยเรื่องที่ไม่ค่อยอยากคุยซักเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้ตกกระแส

                เรื่องนายกรณ์ จาติกวณิช "อดีต รมว.คลัง" ส.ส.ประชาธิปัตย์ ลาออกจากพรรค หลังจากเป็นข่าวกระเส็นกระสายมาหลายวัน

                เมื่อวาน (๑๕ ม.ค.๖๓) ก็ซัดตูม ด้วยใบลาเป็นทางการ!

                ต้องบอกว่า........

                เป็นใบลา ที่เหมือนจดหมายตัดใจเลิกแฟนประมาณนั้น เพราะดูท่าคุณกรณ์เสียใจมาก

                ขนาดร้องเพลงอำลาในงานเลี้ยงปีใหม่ให้อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์คืนก่อนหน้า ก็ร้องไป-ร้องไห้ไป จนเพื่อนต้องขึ้นไปปลอบ

                ผมเอง "คนนอก" เห็นความเป็นไปของ "คนใน" พรรคประชาธิปัตย์ เหมือนไม้ใหญ่ใกล้ร้อยปี กิ่งผุบ้าง หักบ้าง วันนี้ ริ้วกิ่ง ทิ้งใบ ร่วงผล็อยๆ ทีละใบ-สองใบ

                ก็เศร้า (แทน) นะ!

                แต่กับความเป็นไปพรรคนี้ ไม่ค่อยอยากแตะ เพราะเจ้าที่เขาแรง

                ยิ่งพวกลูกกรอก กุมารทอง ด้วยแล้ว เบาซะที่ไหน "ขั้นเทพ" กันทั้งนั้น

                ฉะนั้น ดูเฉยๆ จะไม่จุก!

                จริงๆ แล้ว ไม่แปลกใจ ที่คุณกรณ์ คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ลาออกชนิด "ตัดขาด" จากความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

                หรือจะใครอีกหลายๆ คน ต่อจากคุณกรณ์ ที่จะ "จำใจ-จำจาก" ตามกันไปอีกเรื่อยๆ

                เช่น คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตามที่เป็นข่าว ซึ่งท่านนี้ ต้องทวงบุญ-ทวงคุณ เพราะลง ส.ส.เขตบ้านผม และผมก็เลือกทุกที

                มาคราวที่แล้วนี่แหละ ไม่ได้เลือก เพราะเขาจัดเขตใหม่

                อะไรหรือใครเป็นสาเหตุ..........

                ทำให้กำลังหลักเหล่านี้ ต้องหักใจไปจากพรรค?
                ดูๆ แล้วก็แปลก คนพรรคนี้...........

                เจนเติ้ลแมนกันทั้งนั้น ทั้งคนอยู่-คนไป เมื่อถามว่า เหตุใดจึงออก เหตุใดเขาจึงลาออก

                มีแต่ "คำพูดพระเอก" สวยๆ ทั้งนั้น

                ที่จะเอาความจริงในใจ-ในพรรคมาพูด มาตีแผ่ เพื่อแก้ไข ไม่เห็นซักราย

                สโลแกนพรรคมีว่า "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต" มิใช่หรือ?

                เมื่อ "ใหญ่" ของพรรค คือประชาชน "สุจริต" ของพรรค คือประชาธิปไตย

                แล้วแต่ละคน ไม่บอกปัญหาจริงในพรรคแก่ประชาชนที่พวกคุณๆ ท่านๆ ยกว่า "ใหญ่" ของพรรค

                แล้ว....

                "ประชาธิปไตยสุจริต" มันจะมีจริงตามสโลแกนในทางปฏิบัติได้หรือ?

                "พรรค" ไม่ใช่ "ศาลาริมทาง" ที่จะหาคนรับผิดชอบไม่ได้

                ฉะนั้น การที่สมาชิกพรรค จะ ส.ส.หรือไม่ ส.ส.ลาออกทั้งน้ำตาคนแล้ว-คนเล่า

                "นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" ผู้เป็นหัวหน้าพรรค ตอบด้วยเนื้อหา ว่า

                "...........ไม่ทราบกระแสข่าวมีสมาชิกคนอื่นๆ ลาออกอีก แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่มากว่า  ๗๐ ปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านสถานการณ์ที่มีทั้งคนเข้าและออกทุกยุคทุกสมัย

                ซึ่งที่ผมพูด ไม่ใช่อยากให้มีคนลาออก แต่มองว่าการลาออกและเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ก็เป็นเรื่องปกติที่มีทุกสมัย

                อย่างเมื่อปีที่ผ่านมา

                มีคนลาออกจากสมาชิกพรรค ๗๐๐-๘๐๐ คน และสมัครเป็นสมาชิกพรรค ๑๔,๐๐๐ คน....."

                เอ้อเฮอ.........

                ด้วยทัศนวิสัย "การเมืองปริมาณ" ของหัวหน้าพรรคนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คุณจุรินทร์เห็น "ไททานิก-ประชาธิปัตย์" ต่อหน้า-ต่อตา แล้วยังบอก

                ..........."เรื่องปกติ"!

                หมอวรงค์ คุณพีระพันธุ์ ลาจากไปก่อน นั่นก็คงเรื่องปกติของหัวหน้าจุรินทร์

                เช่นเดียวกับคุณกรณ์ที่ลาทั้งน้ำตาเมื่อวาน คุณจุรินทร์ก็ตอบ "เรื่องปกติ"

                นี่ถ้ายกพรรคลาออก เหลือแต่คุณจุรินทร์คนเดียว ยังจะบอกว่าปกติอยู่หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ

                แต่เอาเถอะ ผมอ่านที่ "คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย" โพสต์เฟซเรื่องคุณกรณ์ลาออก

                เนื้อหา "หัวหน้าไม่รู้ปัญหาในพรรค".........

                ผมว่าที่คุณสาทิตย์โพสต์ พออาศัยเป็น "กระจกส่อง" ให้ท่านหัวหน้าได้รู้ตัวเองและได้รู้ถึงความรู้สึกของคนร่วมพรรคบ้างพอสมควร

                ผมจะยกมาส่องให้เห็นเงาสะท้อนแต่ละวรรคนะครับ

                -เรื่องการเมืองในพรรคฯ รู้ว่าในใจของกรณ์ รู้ว่าเขาถูกลดบทบาท และไม่ได้รับโอกาสจากพรรคฯ แต่กรณ์เป็นสุภาพบุรุษมากพอ ที่จะไม่ยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น

                -การเมืองเปลี่ยน พรรคการเมืองต้องเปลี่ยน ทั้งวิธีคิดและการทำงาน เขาพยายามเสนอแนวคิดหลายอย่างในที่ประชุมพรรค

                แต่ไม่ได้รับความใส่ใจจากผู้รับผิดชอบ ซ้ำยังมีเสียงเหน็บแนมจากบางส่วนที่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ

                -เขากังวลว่า พรรคการเมืองที่คิดว่า อยู่ในจุดที่ดีแล้วและไม่ปรับเปลี่ยนอะไร จะล้าหลังและถูกดิสรัพไปในที่สุด

                กรณ์มีข้อกังวลและแนวคิดที่ก้าวหน้าหลายเรื่อง ที่อยากทำ แต่ไม่มีโอกาส

                และอาจคิดว่า ถึงเวลาที่ต้องลงมือสร้างเอง

                -ไม่น่าเชื่อว่าปฏิกิริยาต่อการลาออกของคนนอกพรรค กลับแรงกว่าคนในพรรค ในแง่ที่ว่า ตัดสินใจถูกแล้ว

                ในขณะที่พรรคท่องว่า...........

                การเข้า-ออก ของคนเป็นเรื่องปกติ เพราะคนระดับอดีต แกนนำพรรค เคยลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค เคยทำงานให้พรรคด้านสร้างคนรุ่นใหม่ เคยเป็นถึงอดีต รมว.คลังของพรรค ลาออกจากพรรค ขณะเป็น ส.ส. มันปรกติตรงไหน?

                ก่อนหน้านี้

                กรณีของคุณพีระพันธุ์ หรือ คุณหมอวรงค์ ที่ทั้ง ๒ คน เคยทำงานให้พรรคอย่างมากมาตลอด ลาออก ผมว่า มันก็ไม่ปรกตินะครับ

                เป็นไงครับ............

                ผมสรุปให้ก็ได้ ว่าการแตกแยกนำไปสู่การล่มสลายของพรรคประชาธิปัตย์วันนี้

                เหตุมาจาก "หัวหน้าพรรค" ขาดหลักธรรมอันผู้บริหารพึงมี ทั้งพรหมวิหาร ๔ ทั้งสังคหวัตถุ ๔ ทั้งอิทธิบาท ๔

                มีอย่างเดียว คือ อคติ ๔!

                คนในพรรค เขาสุภาพบุรุษ ไม่พูด-ไม่บอก ว่าปัญหาสู่การแตกแยก ก็มาจากตัวหัวหน้า เมื่อทนไม่ไหว ก็จำใจลา

                ผมมันคนนอกพรรค บอกแทน โกรธ...ก็ไม่เป็นไร              ส่องกระจก ให้เห็นเงาแล้ว เผื่อแก้ไข ที่จะไหลตามกันไป จะได้หยุด!

                ไม่โทษคนอื่น เพราะหัวหน้าพรรค ไม่ใช่ละครลิง ที่ต้องเล่นตามไม้เรียวคนคุมลิง

                และในเมื่อคนเป็นหัวหน้าพรรค แยกแยะ "ความต่าง" ในค่าของตัวเลข ๗๐๐-๘๐๐ กับ ๑๔,๐๐๐  ตามที่พูด ยังไม่ได้

                ก็ไปขายถั่วเถอะ

                ขืนเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป จาก ๓,๙๔๗,๗๒๖ คะแนน เลือกตั้งครั้งหน้า เหลือซักล้าน ก็ยังเสียวๆ นะ!

                หมดประเด็นจะบอก เหลือเพียงที่จะบอกคุณกรณ์ว่า จะไปสมัครผู้ว่าฯ กทม.หรือไปทำงานการเมืองอะไรก็ว่าไป

                แต่เตือนด้วยหวังดีไว้อย่าง..........

                อย่าเชื่อใครที่ชวน "ตั้งพรรคการเมือง" เป็นอันขาด

                ขืนตั้ง แล้วจะรู้....นรกมีจริง! 

 

'ชวน' ยันห้ามทุกคนที่มาลาออก พร้อมให้กำลังใจสมาชิกพรรคต้องอดทน คนเก่งยังไม่มีตำแหน่ง

    
 

16 ม.ค.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงสถานการณ์ภายในของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีสมาชิกบางคนลาออก และคาดว่าจะมีคนลาออกเพิ่มอีก นายชวน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ส่วนนี้ต้องถามกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ของพรรคถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะลงไปช่วยแก้ไขปัญหาความระส่ำระสาย นายชวน ตอบว่า ความจริงก็มีคณะบริหารอยู่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ต้องแจ้งคณะผู้บริหาร ส่วนจะมีความเชื่อมั่นในคณะผู้บริหารอยู่หรือไม่ นายชวนตอบว่า ก็ต้องไปถามคณะผู้บริหาร

เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะทำให้พรรคที่ก่อตั้งมาหลายสิบปีถึงคราวต้องล่มสลาย นายชวน ตอบว่า “ผมพยายามให้กำลังใจคนในพรรค ซึ่งต้องมีความอดทน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ตาม ส่วนที่หลายคนไม่ค่อยมีบทบาทหรือตำแหน่งทางการเมืองจะมีการจัดสรรอย่างไรนั้น ผมตอบแทนหัวหน้าพรรคไม่ได้ แต่ก็เห็นว่าคนเก่งๆ หลายคนไม่มีโอกาสได้ทำงาน เพราะตำแหน่งมีจำกัด คนเก่งด้านนั้นก็ไม่มีกระทรวงนั้นให้เขาดูแล ส่วนนี้ก็เข้าใจกันอยู่ ผมก็ให้กำลังใจว่าต้องให้อดทนหน่อย

นายชวน กล่าวว่าเป็นธรรมดาของพรรคการเมืองที่มีโอกาสได้เสียงมากเสียงน้อย หากได้น้อยสัดส่วนคณะรัฐมนตรีก็น้อย คนที่มีศักยภาพที่น่าจะเป็นได้ก็ไม่มีโอกาส ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ประสบการณ์แบบนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยผ่านมา บางทีก็วัดกันด้วยความอดทนของคนเหมือนกัน ที่ทำได้คือการให้กำลังใจ ไม่เคยคิดจะให้ใครออก ใครที่มาบอกผม ผมก็ห้ามทุกคน แต่เราก็ไม่ห้ามเขาไม่ได้ ถ้าเขาตัดสินแบบนั้นไปแล้ว

เบื้องหลัง "กรณ์ จาติกวณิช" ลาออกประชาธิปัตย์ รอยร้าวสนิมเนื้อใน บาดลึก

 

เป็นไปตามกระแสข่าวลือในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในที่สุด "กรณ์ จาติกวณิช" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคที่อยู่มานานกว่า 20 ปี ท่ามกลางความเสียดายของบรรดาสมาชิกพรรค และก้าวต่อไปของ "กรณ์" บนถนนสายการเมืองจะเป็นอย่างไร?

  • เปิดศักราชปี 2563 กรรมการ มส.ชุดใหม่ขับเคลื่อนพระศาสนาเต็มสูบ ลบภาพ "เสือกระดาษ"

  • พลังประชารัฐโต้รัฐบาลขาลง ฉะธนาธร นายกรัฐมนตรีในโพล

  • ก.ล.ต.กล่าวโทษ EARTH ต่อดีเอสไอ

ด้าน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า การลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ของ "กรณ์ จาติกวณิช" มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกพรรค โดยปัจจัยภายในสืบเนื่องจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากหัวหน้าพรรค และส.ส.ของพรรค หลังพื้นที่ฐานเสียงใน กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์จากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่เหลือที่นั่งแม้แต่เขตเดียว และจากการที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.ภาคใต้ ลูกหม้อของพรรค ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง ส.ส.ทางใต้ ทั้งถาวร เสนเนียม, นิพนธ์ บุญญามณี และเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งมีความสนิทกับจุรินทร์ ได้เป็นรัฐมนตรี

"กทม.ไม่ได้ที่นั่ง ส.ส.เลย ทำให้กรณ์ เห็นว่าฐานเสียงของประชาธิปัตย์สูญพันธุ์แล้วจาก กทม. จนพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ลาออกจากพรรค กระทั่งกรณ์ ลาออกเป็นรายต่อไป อีกทั้งเกิดจากปัจจัยภายนอก ในยุค Disruptive Politics ซึ่งการเมืองพลิกผันเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ดูล้าหลัง รวมทั้งวิธีคิด แม้จุรินทร์ เข้ามาเป็นหัวหน้าก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และระหว่างชวน หลีกภัย และจุรินทร์ ใครเป็นหัวหน้าพรรคกันแน่ อาจทำให้กรณ์ มองเช่นนี้ก็ได้ เพราะยุคการเมืองพลิกผัน ทำให้พรรคการเมืองที่ไม่เปลี่ยนวิธีคิด ล้าหลังถดถอย ไปไม่รอด เป็นอีกปัจจัยที่กรณ์ ลาออก อีกอย่างกฎหมายท้องถิ่น กทม.จะไม่มีสมาชิกสภาเขต หรือ ส.ข. อีกต่อไป เหลือเฉพาะสมาชิกสภากทม. หรือส.ก. เท่านั้น ทำให้ฐานเสียงเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยอยู่กับ ส.ข.หายไป"

 

ส่วนทางเลือกของกรณ์ หากเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มองว่ากรณ์ เคยเป็นมือเศรษฐกิจ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หากไปอยู่พลังประชารัฐจะทำงานซ้ำซ้อนกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อาจจะกลายเป็นความขัดแย้งในที่สุดได้ ดังนั้นมองว่ากรณ์ จะลงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในนามอิสระน่าจะชัดเจนมากสุด ส่วนโอกาสจะชนะชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คงไม่ง่าย หรืออาจมีหลายเหตุผล เพื่อต้องการล้างภาพความเป็นประชาธิปัตย์ หรืออาจมองว่าที่ผ่านมาคน กทม.มักโหวตเลือกผู้ว่าฯกทม.ในทิศทางตรงกันข้าม เช่น เมื่อพรรครัฐบาลเป็นเพื่อไทย ผู้ว่าฯกทม.ก็ต้องเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่โหวตเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แต่ชั่วโมงนี้ หากลงชิงชัยผู้ว่าฯกทม. ก็ไม่สามารถสู้ชัชชาติได้

 

ขณะที่ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ ในขณะนี้คงยังไม่เกิด เนื่องจากยังไม่มีเลือกตั้งใหม่ และการจะจับมือกับโจ ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ อดีต CEO แอร์เอเชีย ในการตั้งพรรค ก็ยังไม่เหมือนธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในการสร้างปรากฏการณ์ แม้อดีต CEO แอร์เอเชียเป็นนักบริหาร ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจการเงิน แต่ยังไม่มีแรงส่ง ดังนั้นเชื่อว่ากรณ์ ยังไม่มีการรวมตัวกับบุคคลใดในการตั้งพรรคในเวลานี้

"มองว่ากรณ์ กำลังจะบีบภาพ ดีดตัวเองออกจากประชาธิปัตย์ สะท้อนให้เห็นว่ากรณ์ ได้ตระหนักถึงการผันผวนเปลี่ยนแปลงของการเมือง ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะโอกาสประชาธิปัตย์ จะเป็นพรรคการเมืองขั้วอำนาจเหมือนเดิมคงยาก และการเมืองได้เปลี่ยนไปแล้วระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย กลายเป็นการต่อสู้ระหว่างพลังประชารัฐกับอนาคตใหม่ ส่วนความต้องการของกรณ์ ในการจะเป็นนายกฯ นั้นคิดว่าไม่มี เพราะที่ผ่านมากรณ์เข้าสู่การเมืองจากการชักชวนเข้ามา ไม่ได้คาดหวังเป็นนายกฯ เพียงแต่เข้ามาเพื่ออาสาทำงานให้กับบ้านเมืองเท่านั้น"

นอกจากนี้ หากมองอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ คงจะฟื้นได้ยาก เนื่องจากคนกรุงมีทางเลือกมากมายทั้งพลังประชารัฐ อนาคตใหม่ เพื่อไทย และอีกหลายๆ พรรค ส่วนพื้นที่ภาคใต้ของประชาธิปัตย์ จะสามารถอยู่ได้หากมีชวน หลีกภัย แต่หากชวน วางมือทางการเมืองอาจทำให้ประชาธิปัตย์ยิ่งถดถอยลงไป อีกทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมาสูญเสียที่นั่งในบางพื้นที่จนฟันหรอให้กับพลังประชารัฐ ซึ่งในอนาคตมองว่าประชาธิปัตย์จะกลายเป็นพรรคขนาดเล็ก ไม่ต่างกับพรรคกิจสังคม ทำให้อำนาจการต่อรองของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มกทม.ก็ลดลงตาม

"เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย จะถดถอยลงเช่นกัน แต่ขณะนี้มองว่าเพื่อไทยได้ถดถอยลงเร็วมาก กว่าที่เคยทำนายไว้ก่อนหน้าว่าเพื่อไทย จะล้าหลังถดถอยต่อเนื่อง เมื่อผ่านช่วงการเลือกตั้งไปแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง".

นายกฯ เปิดงานวันครู ปี 63 อยากให้ครูสอนประวัติศาสตร์เชิงลึกมากขึ้น ให้เด็กรู้ความเป็นมา 

    
 


16ม.ค.63-ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  กำหนดจัดกิจกรรมวันครู ครั้งที่ 64 ภายใต้คำขวัญวันครู ประจำปีการศึกษา 2563 “ครูไทย รักศิษย์ คิดพัฒนา โดยตั้งแต่เวลา 07.15 น.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.และคณะกรรมการคุรุสภา ร่วมพิธีตักบาตรวันครู ต่อมาเวลา 08.00 น.ที่หอประชุมคุรุสภา เริ่มกิจกรรมวันครูอย่างเป็นทางการ มี รมว.ศธ. สักการะพระพฤหัสบดี สักการะพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศให้แก่ครูผู้วายชนม์ จากนั้นเริ่มพิธีบูชาบูรพาจารย์ ครูอาวุโสนอกประจำการ  นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวนำสวดฉันท์ระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ เลขาธิการคุรุสภา นำครูที่มาร่วมชุมนุมยืนสงบนิ่ง เพื่อระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ที่ล่วงลับ
           
ต่อมาเวลา 09.30 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเดินทางถึงหอประชุมคุรุสภา มอบรางวัลผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ประจำปี 2563 และรางวัลคุรุสภา ประจำปี 2562 “ระดับดีเด่น”  จากนั้นนายกรัฐมนตรีคารวะครูสมัยเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ได้แก่ ครูวีระ เดชพันธ์ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันครู ปี2563 ตอนหนึ่งว่า ตนผูกพันกับครูตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน เพราะมีแม่เป็นครู ดังนั้นจึงผูกพันกับครูทั้งชีวิต อีกทั้งตลอดการเป็นทหารของตนก็ยังเป็นครูสอนนักศึกษาวิชาทหารทั้งวิชาการรบ และงานวิชาการ ซึ่งครูเปรียบเหมือนพ่อแม่คนที่สอง โดยหน้าที่ของครูคือการอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ให้มีความรู้และมีสติปัญญา เพราะเด็กเป็นผ้าขาวที่ครูจะเป็นผู้เติมแต่งสีสันลงไปให้แก่ชีวิตลูกศิษย์ ดังนั้นเด็กจะดีหรือไม่ดีก็มาจากครู โดยตนขอให้ครูสอนเด็กให้รู้จักคิดวิเคราะห์ เพราะจะนำไปสู่การคิดอย่างมีสติ การคิดแบบสร้างสรรค์ เพื่อเติบโตให้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ดังนั้นตนอยากให้ครูทำงานร่วมกับรัฐบาลให้มากขึ้น เนื่องจากครูมีบทบาทสำคัญที่ต้องบ่มเพาะศีลธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็ก โดยตนคิดว่าเด็กต้องรู้จักศีล 5 ไม่ใช่แค่เพียงการท่องจำ แต่ต้องรู้ความหมายและปฏิบัติตาม เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้คู่ศีลธรรม รวมถึงสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่เด็กเกี่ยวกับประเทศไทย เพื่อทำให้เกิดความปรองดอง นอกจากนี้ครูต้องไม่ใช่มุ่งมั่นแต่การสอนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักสอนเด็กให้รู้ความถนัดของตัวเอง และส่งเสริมสนับสนุนอย่างเต็มที่ไม่ใช่เป็นการบังคับให้เด็กต้องเรียนแบบนั้นแบบนี้
           
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งการปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาหากทำแบบเดิม จะไม่สำเร็จเราต้องมีการปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้น เพราะขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราต้องพร้อมสู่โลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งที่สำคัญแม้การเปลี่ยนแปลงในยุคเทคโนโลยี แต่ครูต้องไม่ลืมการถ่ายทอดความรู้เรื่องประชาธิปไตยให้แก่เด็กด้วยว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคือการไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยขณะนี้ ศธ.กำลังแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งตนขอฝากไปถึงครูจบใหม่อย่าสร้างหนี้ครู รู้จักประเมินค่าใช้จ่ายของตนเองด้วย รวมถึงอยากให้ครูมีวุฒิการศึกษาที่ตรงกับสาขาวิชาที่สอน ต้องประเมินตนเองว่าจบสาขาวิชานั้นมาแล้วถ่ายทอดได้ดีหรือไม่ 

ดังนั้นขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการแก้ปัญหาการผลิตครูร่วมกับอุดมศึกษาอยู่ เพราะตนเห็นว่าทุกวันนี้เด็กไทยยังไม่รู้จักคำว่าวิทยาศาสตร์ดีพอ ส่วนการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ตนอยากให้ครูสอนวิชานี้แบบเชิงลึกมากขึ้นไม่ใช่เด็กเรียนแล้วแต่ไม่รู้ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม อยากให้ครูเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสม หากครูสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ทางด้านไอทีควบคู่กับการมีคุณธรรมได้นั้นถือว่าประสบความสำเร็จ

'สิระ-เสรีพิศุทธ์' ก่อวิวาทกลางห้องประชุมกมธ.ปราบโกง(ชมคลิป)

    
 

16 ม.ค. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฏร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย  เป็นประธานการประชุม เกิดเหตุปะทะอารมณ์ระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐตามที่เสนอข่าวไปนั้น กมธ.ปปช.เดือดลามถึงปีใหม่! เสรีพิศุทธ์ ตอก ปารีณา 'อย่ามาเสือกพูดจาแบบนี้กับผม' เจอสวน 'อย่ามาพูดจาต่ำๆแบบนี้กับดิฉัน'

หลังที่ประชุมคณะกมธ.ปปช.กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยอมรับว่าเอกสารคำร้องได้ลงนามถูกต้อง พร้อมกับตำหหนิเจ้าหน้าที่ว่าไม่ยอมแจ้งความถูกต้องให้ทราบ ดังนั้น น.ส.ปารีณา จึงขอให้ถอนคำว่า “เสือก” ออกไป แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันไม่ถอน 

อีกทั้งยังท้าให้ไปฟ้อง และยังไล่น.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม รวมถึงสั่งตำรวจสภาหญิง 2 คน มาอุ้มน.ส.ปารีณาออกจากห้องประชุม จากนั้นได้สั่งปิดการประชุมทันที

 ทั้งนี้ ก่อนการสั่งปิดการประชุม นายสิระ ซึ่งเข้ามาร่วมประชุมรอบหลัง ได้โวยวายให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนคำว่า “เสือก” เพราะเห็นว่าเป็นคำไม่สุภาพที่จะใช้กับผู้หญิง อีกทั้งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับฉายาว่าสุภาพบุรุษนาแก จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกับคำนี้กับผู้หญิง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวขึ้นว่า คุณมาทำตัวแบบนี้ วันหนึ่งมาไหว้ วันหนึ่งก็มาว่า ทำให้นายสิระ ระบุว่า ไม่เกี่ยวกัน พร้อมกับยืนยันให้ถอดคำพูด จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ได้เดินออกจากห้องประชุม พร้อมกับระบุว่าจะลงมาแถลง ข

ขณะที่นายสิระ กล่าวไล่หลังว่า ท่านอย่ารับเงินเดือน เพราะท่านเห็นว่าการยื่นร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 63 ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะหากรับเงินเดือนเท่ากับว่าร่วมกระทำความผิดด้วย

ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกกมธ. กล่าวยอมรับว่ารู้สึกเริ่มเบื่อกับประเด็นวิวาทะที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่การทำงานที่ผ่านมาสามารถเดินไปได้ แต่ก็จะมาติดในเรื่องลักษณะแบบนี้ และตนนอกจากจะเป็นกมธ.ทำหน้าที่สอบสวนแล้ว ก็ยังต้องเป็นกรรมการห้ามมวยด้วย

นายสิระ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “สังคมควรตัดสินว่าผู้ชายคนนี้ทำพฤติกรรมยังไง คุณเอ๋ก็แค่ทักท้วงแต่กลับมีคำพูดจากประธานว่าเสือก เข้าใจว่าพูดออกมาแล้วหลุดได้ แต่หลุดแล้วก็ควรจะขอโทษ ให้สังคมตัดสินว่านี่คือพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผบ.ตร. อดีตวีรบุรุษนาแก ถ้าเป็นที่ประชุมใหญ่คำนี้ต้องขอถอน ผมไม่อยู่ในเหตุการณ์ก็จริง แต่คุณเอ๋ปรีณาบอกให้ถอนคำพูด ไม่ยอมถอน”

เมื่อถามว่าเป็นในลักษณะนี้แล้วจะทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า คณะอื่นยังทำได้ ตอนทำงานกับนายปิยบุตรก็ทำงานได้ ประชาชนได้ประโยชน์ ต้องยึดเสียงส่วนมาก ทำตามกฎหมายและยึดระเบียบข้อบังคับ แค่นี้ก็อยู่ด้วยกันได้ ความคิดเห็นไม่ตรงกันคือระบอบประชาธิปไตย

“เราทำงานด้วยกันได้ ถ้าทุกคนอยู่ร่วมกันแบบไม่ดูถูกดูแคลน ไม่ใช้วาจาที่ล่วงลึกไปขนาดที่ใช้คำว่าเสือกกับผู้หญิง แบบนี้มันไปไม่ได้ ต้องถามคนที่พูดว่า พูดมาได้อย่างไรว่าเสือก” นายสิระกล่าว

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เสด็จฯตรุษจีนเยาวราช

    
 

 
แฟ้มภาพ

"กรมสมเด็จพระเทพฯ" เสด็จฯ ตรุษจีนเยาวราช 25  ม.ค. ชาวไทยเชื้อสายจีนจัดยิ่งใหญ่ ขยายพื้นที่ถึงสี่แยกราชวงศ์   รัฐบาลจีนส่ง 150 โชว์นาฏศิลป์-ดนตรีจากแต่ละมณฑลร่วมเฉลิมฉลอง ททท.แจกเหรียญมงคล "ร่ำรวย ปลอดภัย ราบรื่น" วันละ 9,999 เหรียญ 

    ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเยาวราช เมื่อวันที่ 15 มกราคม นางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดงานตรุษจีนเยาวราช ประจำปี 2563 ว่าเทศกาลตรุษจีนงานปีใหม่ของชาวจีนทั่วโลก รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ด้วยทางเยาวราชได้มีการจัดงานตรุษจีนเป็นประจำจนถือเป็นประเพณีที่สำคัญของชุมชนย่านเยาวราช ทางกรุงเทพมหานครเล็งเห็นความสำคัญของการจัดงานประเพณีตรุษจีน จึงได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กลุ่มประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ นักธุรกิจ ภาคเอกชน และประชาชนในท้องถิ่นจัด "งานตรุษจีนเยาวราช" ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25-26 ม.ค.นี้ ประชาชนสามารถร่วมชมการแสดงทางวัฒนธรรมไทย-จีน, การออกบูธกิจกรรมเทศกาลตรุษจีน, การแสดงเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย, ชมแสงสีและบรรยากาศของถนนเยาวราชยามค่ำคืน 
    และในปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันเสาร์ที่ 25 ม.ค. เวลา 18.00 น. ณ บริเวณเวทีใหญ่ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ และเที่ยวงานตรุษจีนเยาวราชปี 2563 ที่ถนนเยาวราช
       นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการจัดงานตรุษจีนเยาวราชประจำปี 2563 กล่าวว่า ปีนี้มีกําหนดจัดขึ้น ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราชและถนนต่อเนื่อง เทศกาลตรุษจีนถือเป็นงานปีใหม่ของชาวจีนทั่วโลก รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทยที่จัดมาตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการจัดงานตรุษจีนเยาวราชรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นครั้งที่ 20 นับเป็นปีมหามงคลยิ่งของชาวไทยที่จะได้ร่วมกันเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้รับอิสริยาภรณ์ “รัฐมิตราภรณ์” จากรัฐบาลจีน ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน อันเป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ที่มีความแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน
        “เทศกาลตรุษจีนเยาวราชยังได้มีการขยายพื้นที่การจัดงานเป็นพิเศษไปถึงสี่แยกราชวงศ์ พร้อมจัดเต็มกิจกรรมสีสันความสนุก ความสุข และความบันเทิงมากมาย มีการออกบูธจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการแสดงวัฒนธรรมจีน ที่ทางรัฐบาลจีนส่งมาร่วมกันเฉลิมฉลองเทศกาล “ตรุษจีนเยาวราช” อาทิ การแสดงสิงโตบนดอกเหมย, การแสดงสิงโต 22 หัว และการแสดงพิเศษจากศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียงมากมายที่จะได้รับชมตลอดทั้ง 2 วัน ได้สัมผัสของดีของเด่นมากมายของเยาวราช ได้มากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนในครั้งนี้ และขอเชิญชวนร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จโดยพร้อมเพรียง โอกาสนี้ คณะกรรมการจัดงานตรุษจีนเยาวราชได้จัดทำหนูทองคำถวาย เพื่อทรงวางบนถังข้าวสารในพิธีเปิดงาน" นายฐาปนระบุ
      นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า ตรุษจีนปีนี้ฉลองครบรอบ 45 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ในวันที่ 24  ม.ค. เวลา 17.00 น. ณ เวทีกลางสยามสแควร์ จะมีพิธีกล่าวสารอวยพรเนื่องในโอกาสวันตรุษจีนระหว่างผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศ เพื่ออวยพรแก่ชาวจีนในสาธารณรัฐประชาชนจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย ผ่านสื่อมวลชนทั้งจากไทยและจีน ในปีนี้ได้รับเกียรติจากนายลั่ว ชู่กัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกันกล่าวอวยพรในวันดังกล่าว โดยจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทยประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 24-26 ม.ค. ที่ลานสีฟ้า สยามสแควร์ 
    ส่วนในวันที่ 25 ม.ค. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานตรุษจีนเยาวราช ภายในงานนำการแสดงนาฏศิลป์-ดนตรี จากมณฑลต่างๆ ของจีนมาถึง 150 ชนิด นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมไทย-จีน และการแจกเหรียญที่ระลึกในเทศกาลตรุษจีนและกิจกรรมน่าสนใจภายในงานมากมาย
         “สำหรับตรุษจีนเยาวราชปีนี้ มีการแจกเหรียญมงคลที่ระลึก ซึ่งผ่านพิธีพุทธาภิเษกโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมทั้งเกจิอาจารย์ 4 รูป ถือเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้รับเป็นอย่างมาก เหรียญจัดทำด้วยเนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ด้านหลังเป็นรูปวาดหนู 3 ตัว ปีนักษัตรประจำปี 2563 ออกแบบโดยอาจารย์หาน เหม่ยหลิน ศิลปินแห่งชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มีภาษาจีนด้านหลังหมายความว่า “ร่ำรวย ปลอดภัย ราบรื่น” ซึ่ง ททท.จะแจกเหรียญมงคลให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช วันละ 9,999 เหรียญ ณ บูธ ททท. เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป” ผู้ว่าการ ททท.กล่าว 
     นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานฝ่ายรับเสด็จพระราชดำเนิน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านการรับเสด็จว่า มีหมายกำหนดการเส้นทางการเสด็จพระราชดำเนิน ดังนี้ เวลา 16.00 น. เสด็จฯ ถึงธนาคารกรุงไทย สำนักงานสาขาเยาวราช ทรงเสวยพระกายาหารค่ำพร้อมชมการแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นเสด็จฯ ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ทรงนมัสการพระพุทธทศพลญาณ ณ พระอุโบสถ และทรงนมัสการพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร 
    จากนั้น เสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดงาน ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ทอดพระเนตรการแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและการแสดงจากประเทศไทย ต่อจากนั้นเสด็จฯ โดยรถรางไปยังมูลนิธิเทียนฟ้าเพื่อนมัสการพระอวโลกิเตศวร ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะกรรมการจัดงานตรุษจีนเยาวราชประจำปี 2563 และคณะกรรมการมูลนิธิเทียนฟ้า เสด็จฯ ทอดพระเนตรซุ้มจำหน่ายสินค้า ประกอบด้วย ภูฟ้า, ภัทรพัฒน์, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, โครงการดอยตุง, กระทรวงพาณิชย์ โครงการประชารัฐ และสุพลอาหารแช่แข็ง 
    จากนั้น เสด็จฯ หยั่นหว่อหยุ่นเด็กสมบูรณ์ เสด็จฯ นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดชัยภูมิการาม จากนั้นเสด็จฯ ห้างขายยาเซี้ยงเฮงฮั่วกี่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเยาวราช เสด็จพระราชดำเนินซอยอิสรานุภาพ ตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ยะ รับของถวายจากประชาชน แล้วแวะพักพระราชอิริยาบถ ณ ร้านง่วนสูน จากนั้นเสด็จฯ ยังวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด แล้วเสด็จฯ ประทับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกร เสด็จฯ ขึ้นที่สถานีสามย่าน ทอดพระเนตรกิจการภายในศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ แล้วจึงเสด็จฯ กลับ โดยรถยนต์พระที่นั่ง
         พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) กล่าวว่า งานตรุษจีนเยาวราช 2563 จะมีการปิดถนน 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงแรกวันที่ 25 ม.ค. ปิดถนนเยาวราชระหว่างเวลา 00.01-06.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกคณะผู้จัดงานขนย้ายอุปกรณ์เข้าสถานที่, ช่วงสอง วันที่ 25 ม.ค. ปิดถนนเยาวราชและถนนรอบซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. และช่วงสาม วันที่ 26 ม.ค. ปิดถนนเยาวราช ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. อย่างไรก็ตาม เราได้ประสานดูแลความปลอดภัยประชาชน โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและเทศกิจกว่า 1,000 นาย มาดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยรอบพื้นที่จัดงาน.

 .....................................................................

16 มกราคม 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน