*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 2484520
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 484 , 17:21:09 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

link@: ชวน มั่นใจปัญหาร่างพ.ร.บ.งบฯมีทางออก //บิ๊กช้างรายงานตัว ศปก.ตร. แล้ว

 สวัสดีครับ

         เรียนรู้จากข่าว เรื่อง "ไวรัสอู่ฮั่น การแพร่ระบาดและป้องกัน" เอาไว้ก็ดีครับ อาจเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองและคนข้างเคียงก็ได้

เพราะเจ้าไวรัสตัวร้ายมันสามาถคร่าชีวิตคนได้เลยเทียว

 

 

 

ไวรัสอู่ฮั่น การแพร่ระบาดและป้องกัน


 

 

 31 ธันวาคม 2019 ทางการจีนแจ้งองค์การอนามัยโลกถึงการแพร่ระบาดของไวรัสก่อโรคปอดบวมสายพันธุ์ใหม่ ศูนย์กลางแพร่กระจายอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น (Wuhan) ในมณฑลหูเป่ย์ (Hubei Province) มีประชากรราว 11 ล้านคน

                นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ว่า “2019-nCoV” เบื้องต้นสันนิษฐานว่าต้นตอมาจากตลาดอาหารทะเลในเมืองอู่ฮั่น ตลาดนี้ไม่เพียงจำหน่ายอาหารทะเลเท่านั้น ยังเป็นแหล่งค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

                เนื่องจากไวรัสนี้จัดอยู่ในกลุ่มโคโรนาไวรัส ทำให้นึกถึงโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome : SARS) ที่แพร่ระบาดหนักช่วงพฤศจิกายน 2002-กรกฎาคม 2003 มีผู้ติดเชื้อ 8 พันคน กว่า 30 ประเทศทั่วโลก เสียชีวิต 774 ราย ในตอนนั้นเขตเศรษฐกิจฮ่องกงที่ผู้คนอาศัยหนาแน่นต้องผวากับเชื้อดังกล่าวอย่างมาก เพราะสามารถแพร่จากคนสู่คน จีนกับฮ่องกงโดนโรคซาร์สเล่นงานหนัก

                ไวรัสก่อโรคคล้ายปอดบวมที่กำลังพูดถึงในขณะนี้เป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกับเชื้อโรคซาร์ส

เชื้อแพร่ระบาด คำถามที่รอคำตอบ :

                ไม่นานหลังการระบาด ทางการจีนประกาศพบผู้ติดเชื้อปอดบวมสายพันธุ์ใหม่ ที่กรุงปักกิ่ง กวางตุ้งและอีกหลายเมือง เหตุเพราะผู้ป่วยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นต้นต่อการระบาด       ไม่เพียงเท่านั้น หลายประเทศเริ่มประกาศพบผู้ติดเชื้อปอดบวมสายพันธุ์ใหม่ 3 ประเทศที่ยืนยันก่อนคือ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ การแพร่กระจายขยายวงกว้างออกไปถึงสหรัฐ เนปาล ฝรั่งเศส และยังแพร่ออกไปเรื่อยๆ

                อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้องค์การอนามัยโลกชี้ว่าเร็วเกินไปที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC) การแพร่ระบาดอยู่ในขั้นวิกฤติระดับประเทศยังไม่เป็นระดับโลก

                เนื่องจากในเบื้องต้นนักวิทยาสตร์คิดว่าต้นตอของโรคมาจากการติดเชื้อจากสัตว์ จึงต้องสันนิษฐานก่อนว่าสัตว์อีกหลายตัวกำลังแพร่เชื้อให้มนุษย์ กำลังรีบศึกษาให้รู้ว่ามาจากสัตว์ชนิดใด ถ้ายังจำได้ในอดีตเราเคยสั่งห้ามกินไก่จากโรคระบาดไข้หวัดนก H5N1 และห้ามกินหมูจากการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 มาแล้ว

                ที่น่าตกใจพอกันคือขณะนี้ยอมรับแล้วว่าเชื้อสามารถแพร่จากคนสู่คน ข้อมูลบางแหล่งระบุว่าสามารถแพร่ผ่านลมหายใจ (จาม ไอ)

                ในแง่การแพร่ระบาด นอกจากเรื่องการสกัดกั้นเชื้อ อีกเรื่องที่ควรติดตามคือจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน

อาการและการป้องกัน :

                อาการหลักเป็นกลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจ เช่น เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ในกรณีที่อาการรุนแรงอาจเป็นโรคปวดบวม ไตวาย และเสียชีวิต

                เนื่องจากเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ไม่มีงานวิจัยการฆ่าเชื้อสายพันธุ์นี้ จึงยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อโดยตรง การรักษาจะรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ แก้ไอ

                มาตรการสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ “การป้องกันโรค”             ประธานาธิบดีสี จิ้งผิง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยฉับไวเป็นวิกฤติชาติ จีนประกาศใช้ทุกวิถีทางเพื่อควบคุมโรคระบาดจากเชื้อปอดบวมสายพันธุ์ใหม่ หนึ่งในมาตรการคือขอให้คนจีนทั่วประเทศป้องกันตนเองให้มากที่สุด ให้ระวังว่าเชื้อสามารถติดต่อจากคนสู่คน ที่กังวลมากคือเกรงว่าการหยุดเทศกาลตรุษจีนผู้คนเดินทางกลับบ้านเกิด เดินทางไปมาจำนวนมาก อาจเป็นเหตุแพร่เชื้อ ด้วยเหตุนี้ หนึ่งในมาตรการที่จีนใช้คือจำกัดการเดินทางในเมืองควบคุมโรค โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างเมือง ด้วยการระงับเครื่องบิน รถไฟ การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน ระบบขนส่งมวลชนที่ลำเลียงคนพร้อมๆ กันจำนวนมาก ระงับกิจกรรมสาธารณะ เจ้าหน้าที่ผู้ให้การรักษาพยาบาลสวมชุดป้องกันเต็มตัว

                นอกจากเมืองอู่ฮั่นแล้ว จีนประกาศควบคุมการเดินทางเพิ่มอีกหลายเมือง

                พร้อมกับข่าวการแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรง หลายประเทศควบคุมเข้มงวดมากขึ้น สนามบินหลักทั่วโลกเพิ่มมาตรการตรวจสอบ ใช้เครื่องตรวจจับอุณหภูมิ ตรวจสอบอาการ เช่น ไอ หายใจลำบาก

                ไต้หวันออกมาตรการใครรู้ตัวว่ามีอาการแต่ไม่รายงานมีโทษปรับ 150,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 150,000 บาท)

                โดยรวมแล้วนานาชาติตื่นตัวมาก ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายสกัดเชื้อร้ายไม่ให้เข้าประเทศ คุมเข้มด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินนานาชาติ

                ในขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกกำลังเร่งศึกษาเชื้อไวรัสตัวนี้ มีเรื่องอีกมากที่ต้องเข้าใจ เช่น เชื้อติดต่ออย่างไร ผ่านสัตว์ไหม ผ่านนก หมู ไก่ ฯลฯ เพราะมาตรการสำคัญที่สุดตอนนี้คือการป้องกันการแพร่เชื้อ           การป้องกันและสกัดโรคที่ดีและทุกคนทำได้คือ ระวังตัวเอง ไม่พยายามพาตัวเข้าพื้นที่สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ พื้นที่เชื้อกำลังแพร่ระบาด ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หลีกเลี่ยงไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วยหรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี

                แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีป้องกันว่า “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่คนหนาแน่น สวมใส่หน้ากากอนามัยช่วยได้”

                หากพบผู้เจ็บป่วยอาการใกล้เคียงควรพาไปสถานพยาบาลใกล้ตัวมากที่สุดทันที

ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก :

                ดังที่เคยนำเสนอในบทความก่อนว่าการตื่นตระหนกส่วนหนึ่งมาจากการเทียบกับเหตุร้ายในอดีต เทียบกับไข้หวัดใหญ่ระบาดในปี ค.ศ.1918 ที่คร่าชีวิตถึง 40 ล้านคน อีกส่วนเกิดจากการเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ มนุษย์ขาดความรู้เชื้อชนิดใหม่นี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่ใช้ป้องกันรักษา เป็นเหตุให้ผู้คนกังวลใจไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่แน่ใจในอนาคต

                ครั้งโรคซาร์สระบาดเป็นข่าวดังทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตเกือบ 800 คน จำนวนนี้นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับโรคติดต่ออื่นๆ อย่างเช่น โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่าครึ่งล้านคนแล้วในปีเดียวกันนั้น การเสียชีวิตจากโรคมาเลเรีย วัณโรค โรคเอดส์ปีละหลายแสนคน ฃ

                แต่ต้องยอมรับว่าการระบาดแต่ละครั้งก่อผลทางเศรษฐกิจ ในเหตุโรคซาร์สระบาดเมื่อปี 2002-03 ถ้าไม่นับผู้เสียชีวิต 774 ราย เข้าโรงพยาบาลเกือบหมื่น งานศึกษาจาก Australia's Griffith University ประเมินว่าเสียหายทางเศรษฐกิจ 30,000-100,000 ล้านดอลลาร์ การป้องกันสกัดไว้แต่แรกจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ลดความสูญเสียทั้งชีวิตกับเศรษฐกิจมากที่สุด ทุกประเทศทุกคนต้องร่วมมือกัน     แม้เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ แต่นักวิทยาศาสตร์ วงการสาธารณสุขมีพื้นความรู้ไวรัสตัวนี้ เพราะใกล้เคียงกับไวรัสโรคซาร์ส ที่สำคัญคือขอให้ทุกคน “ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนก”  เพราะก่อนหน้านี้ทางการจีนกับนานาชาติมีประสบการณ์ต้านโรคซาร์ส ไข้หวัดนก ฯลฯ มาแล้ว

                เป็นอีกครั้งที่ปรปักษ์ของจีนไม่ใช่ประเทศใด แต่คือเชื้อโรค ภัยคุกคามนานาชาติไม่ใช่แค่ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ อาชญากรระหว่างประเทศ ยาเสพติด ภาวะโลกร้อน แต่เป็นเชื้อโรคร้ายที่ทำลายเศรษฐกิจ สุขภาพ ชีวิต วิถีการดำเนินชีวิต.

----------------------

นิด้าโพลเผยประชาชนหนุนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้้งคณะ


    
 

 

26 ม.ค.2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 – 23 มกราคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา        และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้    ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อสิ่งที่ฝ่ายค้านควรกระทำเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.57 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งคณะ (ทั้งคณะรัฐมนตรี) รองลงมา ร้อยละ 35.54 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปราย  ไม่ไว้วางใจรัฐบาล รายบุคคล (เฉพาะรัฐมนตรีบางคน) ร้อยละ 13.82 ระบุว่า ยังไม่ถึงเวลาขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ร้อยละ 5.35 ระบุว่า  ไม่ควรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเลย และร้อยละ 2.72 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนต่อข้อมูลเด็ดของฝ่ายค้านที่จะมัดคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจนดิ้นไม่หลุด พบว่า ร้อยละ 20.76 ระบุว่า เชื่อมั่นมาก เพราะ ฝ่ายค้านน่าจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนพอสมควรต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า  มีความมั่นใจในการทำงานของฝ่ายค้าน และมองว่าการทำงานของฝ่ายรัฐบาลตลอด 5 เดือนที่ผ่านมายังไม่เป็นรูปธรรม ร้อยละ 32.99 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะ ฝ่ายค้านน่าจะมีข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากพอสมควร ขณะที่บางส่วนระบุว่า การทำงานของฝ่ายรัฐบาลยังไม่เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ร้อยละ 28.51 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะ เรื่องที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายยังถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่านโยบาย และหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอ 

ขณะที่บางส่วนระบุว่า มองเป็นเกมการเมืองและเหมือนการกลั่นแกล้งกันมากกว่า ร้อยละ 15.26 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย เพราะ ฝ่ายค้านยังไม่มีข้อมูลหรือประเด็นอะไรที่ทำให้รัฐบาลเสียหาย มองเป็นแค่เกมการเมืองเท่านั้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้รัฐบาลทำงานให้มากกว่านี้ก่อนถึงค่อยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และร้อยละ 2.48 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุด ความเชื่อของประชาชนต่อกระแสข่าวที่ว่า พรรคเพื่อไทยมีข้อตกลงพิเศษกับพรรครัฐบาลในการตัดชื่อรัฐมนตรีบางรายออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 5.35 ระบุว่า เชื่อมาก เพราะ จากประวัติการทำงานของ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย น่าจะมีข้อตกลงพิเศษกับทางพรรครัฐบาลจริง ร้อยละ 16.85 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ เพราะ เป็นเกมการเมืองอย่างหนึ่งสามารถพลิกสถานการณ์ได้ตลอดเวลา และมี ส.ส. จำนวนหนึ่งจากพรรคเพื่อไทยเข้าอยู่ร่วมกับรัฐบาล ร้อยละ 32.91 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ จุดยืนของทั้ง 2 ฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน เป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้อตกลงพิเศษร่วมกัน และเป็นเพียงเกม การเมืองเท่านั้น ร้อยละ 33.79 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย               เพราะ จุดยืนของพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนอยู่แล้วในการที่จะไม่สนับสนุนรัฐบาล และอาจเป็นเฟคนิวส์เพื่อเป็นการสร้างกระแสข่าวเท่านั้น และร้อยละ 11.10 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

ซูเปอร์โพลชี้ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปัญหาฝุ่น PM2.5 และโรคระบาดโคโรน่าจากจีน' คือ 3 เรื่องที่คนไทยกังวลใจตอนนี้


    
 

 

26 ม.ค.2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง อะไรที่ประชาชนคิดว่าต้องเร่งด่วน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 5,032 ตัวอย่าง และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,158 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 22 – 25 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา

เมื่อสอบถามถึงความสุขต่อการเมืองหลังพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า กลุ่มคนสนับสนุนรัฐบาลกลับมีค่าเฉลี่ยความสุขสูงกว่ากลุ่มอื่นคือ 6.6 คะแนน เหตุผลส่วนหนึ่งคือคนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยสนับสนุนรัฐบาลไม่ใช่เพราะรัฐบาลมีผลงานประทับใจแต่เป็นเพราะไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย แต่ถ้ามีใครเป็นรัฐบาลที่ดีกว่าก็พร้อมเปลี่ยนใจ ดังนั้นเมื่อพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบจึงมีความสุขเพราะคิดว่าบ้านเมืองจะสงบสุข ซึ่งเป็นลักษณะของกลุ่มคนที่ใกล้เคียงกับกลุ่มพลังเงียบที่มีค่าเฉลี่ยความสุขอยู่ที่ 5.7 คะแนนและกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลได้ 4.7 คะแนน ตามลำดับ

ที่น่าเป็นห่วงคือ ความในใจของประชาชน เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าวันนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 55.6 ระบุแค่ประคองตัว พออยู่ได้ แต่เกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 30.7 เป็นทุกข์ เครียด นอนไม่หลับ ในขณะที่เพียงร้อยละ 13.7 เท่านั้นที่มีความสุขมาก เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเอง

ที่น่าพิจารณาคือ อะไรที่ประชาชนคิดว่าต้องการเร่งด่วน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.9 ระบุต้องการเร่งแก้เดือดร้อน ทำมาหากินขัดสน ค่าครองชีพสูง แต่ร้อยละ 38.1 ระบุไม่เร่งด่วน และเกินครึ่งหรือร้อยละ 53.5 ระบุ เร่งแก้ไขนักการเมืองแย่ ๆ ไม่ยอมทำอะไร มัวแต่ทะเลาะกัน แต่ร้อยละ 46.5 ระบุไม่เร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.1 ระบุไม่ต้องเร่งด่วนในการปรับคณะรัฐมนตรี และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.3 ระบุไม่ต้องเร่งด่วนเปลี่ยนรัฐบาล
เมื่อถามถึง 

ปัญหาสำคัญที่กังวล พบ 5 ปัญหาสำคัญที่กังวล คือ ร้อยละ 63.9 กังวลปัญหาสุขภาพ โรคระบาดโคโรน่าจากจีน โรคจากฝุ่น PM2.5 โรคเครียดนอนไม่หลับ โรคซึมเศร้า โรคประจำตัว ภูมิแพ้ ฯลฯ และที่สูสีไม่ต่างกันคือ ร้อยละ 63.4 กังวลปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ทำมาหากินขัดสน เงินขาดมือ ไม่พอใช้ ร้อยละ 59.2 กังวลปัญหาการเมือง นักการเมืองมัวแต่ทะเลาะกัน ไม่นิ่ง ชิงเด่น แย่งอำนาจ ร้อยละ 54.4 กังวล ปัญหาสังคม อาชญากรรม ยาเสพติด แหล่งมั่วสุม จิ๊กโก๋อันธพาล เดือดร้อนรำคาญ และร้อยละ 52.5 กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะ มลพิษ โรงงานอุตสาหกรรม สร้างความเดือดร้อนประชาชน

3 เรื่องที่ควรเพ่งเล็งโฟกัสเป็นพิเศษในการบริหารอารมณ์ของสาธารณชนโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจประมาณการ “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll เกี่ยวกับเรื่องเด่น 3 เรื่อง คือ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ปัญหาฝุ่น PM2.5 และโรคระบาดโคโรน่าจากจีน พบว่า เรื่องโรคระบาดโคโรน่าจากจีนเข้าถึงอารมณ์คนในโลกโซเชียลพุ่งสูงสุดในขณะนี้มีจำนวน 21,602,083 รายหรือประมาณกว่า 21 ล้านคน แซงหน้าปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่มีอยู่จำนวน 16,570,903 รายหรือกว่า 16 ล้านคนและที่น่าพิจารณาคือ แนวโน้มการเข้าถึงอารมณ์คนในโลกโซเชียลในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจลดต่ำลงเหลือเพียง 850,270 รายหรือกว่าแปดแสนคน จากการดึงข้อมูลในโลกโซเชียลย้อนหลังช่วง 7 วันคือระหว่างวันที่ 19 – 25 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายเร่งพิจารณาและปฏิบัติการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจังต่อเนื่องมากกว่าหมกมุ่นเรื่องการเมืองย่อมจะส่งผลให้การบริหารจัดการอารมณ์ของสาธารณชนดีขึ้นเพราะการเมืองไทยเป็นแบบนี้และเป็นแค่ “เปลือกประชาธิปไตย” ที่ไม่ควรปล่อยให้เปลือกกัดกร่อนแก่นของประชาธิปไตยโดยนักการเมืองไทยบางคนก็คิดและทำได้แค่นี้คือเมื่อมีอำนาจก็มุ่งทำลายกันหาประเด็นขัดแย้งแตกแยกเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำอะไรได้เพราะเป็น “โรคระแวงและขี้อิจฉา” ตามปมด้อยของคนทั่วไป ดังนั้นถ้าจะให้บ้านเมืองและประชาชนเดินหน้าต่อได้ทุกฝ่ายที่มีอำนาจรัฐ (State Power) และกลุ่มที่มีอำนาจในมือแต่ไม่ใช่อำนาจรัฐ (Non-State Power) ลุยร่วมกันมุ่งไปที่แก้ความเดือดร้อนเร่งด่วนในจุดโฟกัสและข้อกังวลของสาธารณชนตอนนี้ในการแก้ปัญหา
 

 

: การเมือง 
 
 ....................................................................
 

'ทอ.'รอคำสั่งส่ง'ซี-130'บินไปอพยพคนไทยจากประเทศจีนกลับ


    
 

26 ม.ค.63-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนไทยอย่างดีที่สุด กรณีการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไว้รัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมแผนการช่วยเหลือคนไทย และนักศึกษา ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนด้วย

ขณะที่พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบิน ซี-130 จำนวน 3-4 ลำ พร้อมจัดทีมแพทย์จำนวน 2-3 ชุดปฏิบัติการ เดินทางไปให้การช่วยเหลือ หากได้รับมอบหมายจากรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี กับภารกิจในการอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรนา

"ขณะนี้ต้องรอความชัดเจนจากทางกระทรวงการต่างประเทศ ในการสำรวจยอดจำนวนคนไทย ทั้งนี้กองทัพอากาศ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เนื่องจากจะต้องดูแลคนไทยให้ได้รับความปลอดภัยให้เร็วที่สุด"

 

น้ำใจคนไทยไม่เคยแห้งเหือดอาสาเป็นล่ามภาษีจีนคัดกรองโรคโคโรน่าครบแล้ว


    


26 ม.ค.63- เพจกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่า กรมควบคุมโรคขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ และติดต่อเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ขณะนี้ได้ล่ามเต็มจำนวนที่เปิดรับในรอบแรกแล้วครับ สำหรับท่านที่สนใจสามารถกรอกรายละเอียดไว้ตามลิงค์นี้เลยครับ

 ..........................................................

 
 

 

 

 

 

 .....................................................................

 26 มกราคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน