*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3920
  • จำนวนผู้ชม : 2484081
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 457 , 15:49:04 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

บุปดพสันนิวาส      !!

         คำว่า 'บุปเพสันนิวาส; ใช้กับเพื่อนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน อุ้มชูกัน ได้หรือไม่ แต่สำหรับสอง'บิ๊ก' ที่สนิทสนมอุ้มชูกัน

ตลอดมาน่าจะใช้กับคำนี้ได้นะครับ

 

 

 

    
 

          "เป็นกำลังใจให้จีน สู้..สู้"

                สำหรับพวกเราคนไทย.......

                ยามนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าช่วยกันส่งแรงใจไปให้พี่น้องจีนที่กำลังเผชิญไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่อนข้างเดียวดายขณะนี้

                โดยเฉพาะที่ "อู่ฮั่น"

                ในความที่ "ไทย-จีน พี่น้องกัน" ก็ต้องบอกว่า "อู่ฮั่น..เธอต้องผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้นะ"

                ยามบ้านเมืองไทยมีปัญหา ไม่ว่าศึกบ้าน-สถานการณ์ประเทศ หลายครั้ง-หลายครา

                เมื่อไปเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากจีน เราก็ได้รับความช่วยเหลือทุกครั้ง

                ผมไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อย.........

                หากแต่ผมเคยตามคณะ "นายกฯ คึกฤทธิ์" ไปเปิดสัมพันธไมตรีกับจีน สมัยท่านประธานเหมา เจ๋อ ตุง เมื่อปี ๒๕๑๘

                ได้พบ ได้เห็น ได้สัมผัส "มิตรภาพ-จริงใจ" ที่พี่น้องจีน นับตั้งแต่ตัวท่านประธานเหมา ท่านเติ้ง  เสี่ยวผิง ที่มีให้กับคณะรัฐบาลไทยเป็นพิเศษมาแล้ว

                รับรู้ได้ถึง "จริงใจลึกซึ้ง" ของจีน และประชาชนคนจีนที่มีต่อคนไทย ไม่ว่าชาวคณะย่างเหยียบไปเมืองไหน จะแห่แหนกันมาต้อนรับและมาฟัง "นายกฯ คึกฤทธิ์" พูดกันเป็นหมื่นๆ

                ครานี้ จีนประสบภัยพิบัติด้วยโรคระบาด แม้รับมือได้ ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากใครก็จริง

                แต่ก็นั่นแหละ.........

                "กำลังใจ" เป็นเยื่อใยทางจิตวิญญาณ มันไม่มีราคา แต่มากคุณค่าในความหมาย ยามเป็น-ยามตาย ยังมีน้อง-มีพี่ "มีใจ" ให้ต่อกัน

                มัน "ระอุอุ่น" ทั้งผู้รับและผู้ให้นะ ผมคิดอย่างนั้น!

                ๕-๖ ปีมานี้ ท่องเที่ยวไทยเราเฟื่องฟู ขึ้นหน้า-ขึ้นตา อันดับต้นๆ ของโลก ก็ไม่เพราะพี่น้องจีนยัดทะนานกันเข้ามาดอกหรือ?

                ดังนั้น ยามนี้ เราอย่าตั้งแง่กับพี่น้องจีนที่เดินทางเข้ามาด้วยกิริยาอาการรังเกียจเดียดฉันท์ หวาดผวา ว่าจะนำโรคมาเลย

                อย่างน้อย เราก็ต้องมั่นใจในมาตรการ ตรวจตรา ป้องกัน ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

                ที่ตั้งด่านสแกน สกัด คัดกรอง ตั้งแต่ปากประตูเครื่องบินก่อนปล่อยเข้าเมืองแล้ว

                ก็แปลกนะ ไทยนอกจากชอบหยามไทยด้วยกันแล้ว ยังไม่เชื่อไทยด้วยกันอีก

                ตรงกันข้าม ทั่วโลกเขากลับเชื่อและให้เครดิตไทย ว่ารับมือโรคระบาดได้ยอดเยี่ยม อันดับ ๖ ของโลก

                ก็ขอให้เราทำความเข้าใจกับตัวเองว่า บ้านเมืองเป็นของเราทุกคน ฉะนั้น ปัญหาชาติ คือปัญหาเรา  เห็นปัญหาตรงไหน อย่าทอดเฉย

                จำไว้เลย HOT LINE สายด่วน 1422

                โทร.บอก "กรมควบคุมโรค" ทันที

                ตอนนี้ นายกฯ ตั้งวอร์รูม "ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์" ขึ้นแล้ว ฝ่ายปฏิบัติการพร้อม ๒๔ ชั่วโมง

                พบใคร ที่ไหน น่าสงสัย หรือสงสัยใคร จุดไหน ว่าน่าจะเสี่ยงต่อเชื้อไวรัส โทร.แจ้งทันที

                หรือจะสอบถามข้อสงสัยในทุกเรื่อง เกี่ยวกับไวรัสนี้ ก็อย่าได้รีรอ

                อ่านข่าว ฟังข่าว เสพสื่อออนไลน์ ทะแม่งข่าวไหน อย่าเพิ่งเชื่อ ให้โทร.ไป 1422 สอบถามให้แน่ใจก่อน แล้วค่อยเชื่อ

                แต่เมื่อวาน (๒๗ ม.ค.๖๓) ผมอ่านข่าว........

                "นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์" ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ แสดงความเห็นส่วนตัว เรื่องการรับมือไวรัส

                อ่านแล้ว...อึ้ง!

                จะใช่-ไม่ใช่ เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เกิดคำถามในใจผมว่า มันจำเป็นนักหรือ ที่บุคคลในสถานะนี้ จะออกมาแสดงความคิดเห็นเช่นนี้?

                เมื่อครั้งนายกฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็ครั้งหนึ่งแล้ว ที่ท่านนี้ ออกมาแสดงความเห็น และครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๒

                ความเห็นเรื่องไวรัสต่อรัฐบาล ค่อนข้างยาว ขออนุญาตหยิบเฉพาะ "ความสำคัญ" ในบางตอน เพื่อกล่าวถึงก็แล้วกัน

                ท่านกล่าวว่า...

                "รู้สึกผิดหวังและหมดศรัทธาในวิธีการทำงานของรัฐบาลไทย ที่ไม่เคยเห็นหัวคนไทยว่าเป็นคน

                หรือเห็นว่าคนไทยเป็นชนชั้น 2 ที่ไม่เคยใส่ใจในสุขภาพอนามัยของคนไทยแต่อย่างใด              

                ตั้งแต่เดือนธันวาคมได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของคนไทย คือการมีฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง รัฐบาลก็ไร้น้ำยาในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

                ไม่มีแผน ไม่มีโครงการระยะสั้น และระยะยาว ในการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพของอากาศให้ดีขึ้น มีแต่การแก้ปัญหาไปวันๆ ให้พ้นตัว .....ฯลฯ......

                อย่างรัฐบาลจีนเองโดยประธานาธิบดีสีจิ้นผิง รู้ว่าโรคนี้เป็นโรคที่ร้ายแรง ระบาดที่มณฑลปู่ฝั้น ซึ่งเป็นต้นตอของจุดเกิดโรค แล้วยังแพร่ระบาดไปยังมณฑลต่างๆ โดยรวดเร็ว

                จึงตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการปิดเมืองสำคัญที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เดินทางออกไปแพร่ระบาดโรคร้ายให้แก่ผู้อื่น              

                รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างรุนแรง หากใครขัดขวางหรือไม่เชื่อฟังให้ใช้มาตรการเด็ดขาดด้วยการดำเนินคดี เพื่อควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด....ฯลฯ......

                แต่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสมรณะนี้ยังลุกลามอยู่ จึงมีคำสั่งห้ามนักท่องเที่ยวและบริษัทท่องเที่ยวดำเนินการขายตั๋ว เพื่อพานักท่องเที่ยวไปยังต่างประเทศ

                เนื่องจากรัฐบาลจีนเป็นห่วงประชาชนทั่วโลกว่าอาจจะติดเชื้อโรคไวรัสมรณะนี้

                แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและประชาชนในประเทศและประชาชนนอกประเทศ

                จึงน่ายกย่องรัฐบาลจีนเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นคุณค่าของความปลอดภัยและชีวิตของคนในประเทศและคนต่างประเทศ อันเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำระดับโลกให้เห็นและน่ายกย่อง เป็นบุคคลที่มีคุณธรรมเป็นอย่างยิ่ง

                ซึ่งเมื่อดูประเทศอื่นๆ เช่นไต้หวัน สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ก็รู้ถึงภัยของไวรัสมรณะนี้

                ว่านักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางจากประเทศจีน จะนำโรคร้ายดังกล่าวมาแพร่เชื้อแก่ประชาชนในประเทศของเขา

                ก็ใช้มาตรการเด็ดขาดด้วยการกักชาวจีนที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานไม่ให้เข้าประเทศ

                จัดหาเครื่องบินส่งนักท่องเที่ยวจีนและผู้เดินทางชาวจีนให้กลับประเทศไป

                เพื่อเป็นมาตรการเด็ดขาดในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าว

                โดยประเทศเหล่านี้ ไม่สนใจว่าจะสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนไปเป็นจำนวนเท่าใด

                เขาเห็นว่าชีวิตและสุขภาพของประชาชนในประเทศของเขามีความสำคัญเสียยิ่งกว่าเงินรายได้ที่จะได้จากการท่องเที่ยวจีน ซึ่งน่ายกย่อง.....ฯลฯ....

                อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เช่าเหมาลำเครื่องบิน เพื่อนำประชาชน นักการทูตและครอบครัวชาวอเมริกันกลับประเทศ

                เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ประชาชนสหรัฐติดเชื้อไวรัสดังกล่าว อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบและห่วงใยของรัฐบาลอเมริกาที่สนใจในสุขภาพอนามัยของประชาชนของเขาเช่นกัน

                แต่เมื่อหันกลับมาดูที่เมืองไทย จากข่าว (เชิดสิงโตรับนักท่องเที่ยวจีน) กลับเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวจีนให้เข้าประเทศ โดยไม่จำกัด

                หรือมีมาตรการใดๆ ที่จะคัดกรอง หรือพยายามจำกัดนักท่องเที่ยวประเทศจีน

                ลักษณะการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทยเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ามีวิสัยทัศน์เพียงต้องการ ได้รายได้จากนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน

                นั่นเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยว่า การได้รายได้ของนักท่องเที่ยวนั้นมีความสำคัญกว่าชีวิต สุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทย

                โดยไม่คิดหรือให้ความสนใจว่านักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเมืองไทยในระยะนี้ อาจนำเชื้อไวรัสมรณะดังกล่าวมาติดต่อแก่คนไทยได้

                การที่ประเทศจีนสั่งไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศ ถ้าจะพูดเป็นภาษาชาวบ้าน แสดงว่ารัฐบาลไทยก็ดี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยก็ดี

                ไม่เคยเห็นหัวคนไทยว่าเป็นคน ไม่สนใจว่าคนไทยจะเจ็บป่วยจากไวรัสมรณะนี้กี่คน

                ไม่เคยเห็นคุณค่าความเป็นคนของคนไทยเลย หากจะตายเพราะโรคไวรัสมรณะนี้ ก็เป็นเรื่องของความซวย

                เราจะดูรายได้จากนักท่องเที่ยว จนละเลยความปลอดภัยและชีวิตของคนไทยที่จะป่วยด้วยโรคไวรัสมรณะเเบบนี้หรือ

                น่าชื่นชมและขอขอบคุณ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของประเทศจีน ที่ยังมีวุฒิภาวะและห่วงใยประชาชนทุกชาติของโลก จึงสั่งห้ามประชาชนชาวจีน มิให้เดินทางออกไปท่องเที่ยวนอกประเทศจีน......ฯลฯ.....

                ขณะนี้ ก็มีผู้ป่วยชาวจีนที่เป็นนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางเข้าประเทศไทย มีอาการป่วยอยู่ถึง 6 คน

                คนไทยก็คงต้องช่วยตัวเองด้วยการระมัดระวังและป้องกันการติดเชื้อ.....ฯลฯ.....

                โดยต้องถือสุภาษิตว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และหากมีอาการไข้สูง ไอในลักษณะเป็นหวัด เจ็บคอเป็นระยะเวลานานกว่า 3 วันต้องรีบไปหาแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย

                เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่รู้ว่า เชื้อไวรัสที่มาจากนักท่องเที่ยวจีนก่อนมีการห้ามเดินทางมาประเทศไทยจะแพร่ระบาดไปติดคนไทยเข้ากี่คนก็ยังไม่ทราบ น่าอนาถใจแท้ที่เกิดเป็นคนไทย

                 รมต.สาธารณสุขของจีนเองยังออกมายอมรับว่า โคโรน่าไวรัสนี้สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ ในขณะที่ผู้ได้รับเชื้อยังไม่มีอาการป่วย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก...ฯลฯ....

                ขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่ตื่นตัวในการเฝ้าระวัง หรือหาทางป้องกันมิให้มีผู้เป็นพาหะนำเชื้อโรคนี้เข้ามาระบาดในประเทศไทยแต่อย่างใด

                ครับ ในเรื่อง PM2.5 ท่านตำหนิรัฐบาลด้วยคำเช่นนี้

                ผิดหวัง, หมดศรัทธา, ไม่เคยเห็นหัวคนไทยว่าเป็นคน, รัฐบาลไร้น้ำยา

                ไม่มีแผน ไม่มีโครงการระยะสั้น ระยะยาว, แก้ปัญหาไปวันๆ ให้พ้นตัว

                กับเรื่องการรับมือไวรัส ในความเห็นท่าน เจตนาต้องการให้ "ปิดประเทศ" ไม่ให้คนจีนเข้ามา

                ว่านโยบายที่ทำอยู่ขณะนี้ เห็นรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนสำคัญกว่าสุขภาพ อนามัยคนไทย

                รัฐบาลไม่เคยเห็นหัวคนไทยว่าเป็นคน ไม่สนใจว่าคนไทยจะเจ็บป่วยจากไวรัสมรณะนี้กี่คน

                รัฐบาลไม่สนใจว่านักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาระยะนี้ อาจนำเชื้อไวรัสมาติดต่อคนไทย

                แล้วท่านก็ "อนาถใจแท้ที่เกิดเป็นคนไทย"

                ผมยกมาบางคำ-บางประโยค ท่านหาอ่านรายละเอียดได้จากข่าวเว็บไทยโพสต์

                การแสดงความเห็น "เป็นสิทธิ" ของท่าน ไม่ก้าวล่วง

                แต่ผมก็อยากแสดงเห็นบ้างว่า

                ผมแปลกใจ เพราะไม่เคยปรากฏ บุคคลในสถานะนี้ จะใช้คำที่พวก "รับจ้างโพสต์" เขาใช้กันต่อรัฐบาล

                แรงในคำ ก็เรื่องของจิตคน แต่หลายประเด็นที่ท่านใช้มันสะท้อนถึงทัศนคติที่ไม่อยู่บนฐานข้อเท็จจริงสักเท่าไร

                ที่ยกตัวอย่างบางประเทศ ว่าไม่ให้คนจีนเข้า ส่งกลับไปเลย ก็ดี บางประเทศเอาเรือบินไปขนคนเขากลับก็ดี

                ผมว่าขยุ้มหัว-ขยุ้มหางสรุป ไม่ตรงข้อเท็จจริงนัก

                รัฐบาลหิวเงินนักท่องเที่ยวจีนจนไม่เห็นหัวคนไทย นี่เหมือนกัน พูดเช่นนี้ ไม่หยามแคลนประเทศตัวเองเกินไปดอกหรือ?

                ท่านคิดว่า "ปิดประเทศ" ดีที่สุด

                และการทำอย่างนั้น ประกอบด้วยคุณธรรมล้ำเลิศอย่างนั้นหรือ?

                เรื่องปิดประเทศ........

                แค่พูดก็น่ารังเกียจ และทำลายประเทศ ทำลายมิตร ทำลายน้ำใจ โรคระบาดแค่คนตาย แต่น้ำคำท่านระบาด

                ตายทั้งประเทศ "ระยะยาว" ได้นะครับ!

                ไม่คิดเลยว่า จะได้ยินเช่นนี้จากคนระดับท่าน

                ปิด-ไม่ปิด มันมีขั้นตอนตามกติกาสากลอยู่ ไวรัสขณะนี้องค์การอนามัยโลก บอกอยู่ในขั้น ๕

                ระบาดเฉพาะภายในจีนเท่านั้น ยังไม่ปรากฏคนทวีปอื่น ที่ไม่ได้ไปจีนจะป่วยด้วยไวรัสสายพันธุ์นี้ ฉะนั้น ป้องกันได้

                ความเห็นท่านน่ากลัวนะครับ

                ถ้าออกจากผู้พิพากษามาเป็นรัฐบาลวันไหน ผมคงต้องปลงอย่างที่ท่านปลงบ้างละ ว่า......

                "อนาถใจแท้ที่เกิดเป็นคนไทย"! 

 

'บิ๊กตู่'ครวญ!คะแนนดัชนีคอร์รัปชั่นไทยอยู่ลำดับที่ 101 จาก 180 ประเทศ รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว


    
 

28 ม.ค. 63- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศค่าคะแนนดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) ค.ศ.2019 ประเทศไทยได้ 36 คะแนน อยู่ลำดับที่ 101 จาก 180 ประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่าการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการให้สินบน การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ และความโปร่งใสที่เป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศยังมีสถานการณ์ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องที่เรานำมาพิจารณาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการให้สินบน การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ และความโปร่งใสยังมีสถานการณ์ที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา อยากเรียนว่าหากเราเอาข้อมูลมาจาก 9 แหล่งข้อมูล ของเราดีขึ้น 5 ต่ำลง 4 ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ว่าเราพยายามทำอย่างเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า จะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมามีการดำเนินคดีข้าราชการระดับสูงจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็น่าจะนำในส่วนนั้นมาพิจารณาด้วย แต่อย่างไรก็ตามการตรวจสอบต่างๆบางทีก็ตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทต่างๆที่ให้สินบนบ้าง ซึ่งจริงหรือไม่จริงบางทีเราก็ตรวจสอบไม่ได้ หากจริงก็ต้องลงโทษ ทุกปัญหาที่ร้องเรียนมาเราตรวจสอบทุกอัน ตรวจสอบแล้วถ้าไม่ได้เป็นข้อมูลเท็จหรือกลั่นแกล้งกันตนก็สั่งดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมดำเนินการ วันนี้มีการตรวจสอบทั้งโดยตรงโดยอ้อม โดยออนไลน์บ้าง บางทีถามมาตอบไปเขาก็ไปสรุปเป็นข้อมูลรวม แต่อย่างไรก็ตามเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังมีสถานการณ์ลักษณะนั้นอยู่

“วันนี้ผมได้ย้ำไปว่าการให้บริการประชาชนตามสถานที่ราชการต่างๆ แม้กระทั่งการอำนวยความสะดวกเล็กๆน้อยๆบางทีก็ไปยอมจ่ายเงินให้เขา 3,000 บาท 5,000 บาททำนองนี้ ถ้าตรวจสอบพบต้องดำเนินการทันที สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ หรือเว้นแต่ตัวเองอยากจะลัดขั้นตอนทำ อย่างไรก็ตามก็ขอให้ช่วยกันทั้งสองฝ่าย มีคนให้มีคนรับ แต่ถ้าเรียกร้องมันอีกเรื่องหนึ่ง ก็ผิดเต็มๆต้องลงโทษ” นายกฯกล่าว


    
 


28 ม.ค. 63- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกคำสั่งเตือนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าตนยังไม่ได้เจอกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะทำให้พล.อ.ประวิตรกับพล.อ.ประยุทธ์ห่างเหินกัน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่มี เรื่องเรากับนายกฯเลิกพูด เพราะอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เราเป็น ร.อ. และร.ต. อยู่ด้วยกันมาตลอดจนเกษียณอายุราชการ จะมาเอาอะไรอีก หยุดพูดเรื่องนี้”

ถามว่า ก่อนนายกฯจะตัดสินใจอะไรได้มาหารือก่อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า คุยกันทุกเรื่อง 

เมื่อถามย้ำว่า รวมถึงการออกคำสั่งเตือน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ด้วยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คุยก่อน ไม่เป็นไร สื่อถามอะไร ไม่เห็นน่าถามเลย เป็นเรื่องของบุคคล ขอให้ถามเรื่องใหญ่ๆ.

 

‘โจ๊ก’ลาไปบวชในอินเดีย ตั้งจเรตำรวจสอบวิระชัย


    
 

 "บิ๊กโจ๊ก" บินไปบวชวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย 9 วัน ระบุวางแผนลางานล่วงหน้านับเดือน ตั้งใจทดแทนคุณพ่อแม่ บอกไม่เกี่ยวชะล้างสิ่งไม่ดี "วิษณุ" ระบุเป็นสิทธิ ขรก.ลาบวชได้ "ปลัดสำนักนายกฯ" ยืนยันลาถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่ 27 ม.ค. - 9 ก.พ. "จักรทิพย์" ตั้ง "จเรตำรวจแห่งชาติ" สอบ "วิระชัย" เหตุคลิปเสียงสนทนาหลุด แถมไม่จำกัดเวลาสอบเสร็จ "ศาล" สั่ง ตร.ส่งข้อมูลแจงย้าย "พ.ต.อ.ไพรัตน์"

    ที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 27 ม.ค. เวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) พร้อมด้วยมารดา ภรรยา และญาติ รวม 12 คน ออกเดินทางด้วยเครื่องบินสายการบินไทยไปยังพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อเข้าพิธีอุปสมบทที่วัดไทยพุทธคยาเป็นเวลา 9 วัน ซึ่งตามกำหนดจะเดินทางถึงประเทศอินเดียในเวลาประมาณ 16.00 น.
    มีรายงานว่า เมื่อเดินทางถึงอินเดีย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะเข้าประกอบพิธีปลงผมนาคที่ลานโพธิ์ 935  ที่วัดไทยพุทธคยา รวมทั้งซ้อมขานนาค จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. เวลา 07.45 น.จะมีพิธีแห่นาคไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ์เพื่อประกอบพิธีบรรพชาเป็นสามเณร ตามด้วยช่วงบ่ายจะประกอบพิธีอุปสมบทที่พระอุโบสถ โดยจะบวชพระเป็นเวลา 9 วัน
    พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ต้องการบวชให้ตัวเอง บวชทดแทนคุณบิดามารดา เพราะไม่เคยบวชเรียนมาก่อน ไม่ใช่การบวชเพื่อชะล้างสิ่งไม่ดี ส่วนที่ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งกำชับมาเรื่องระเบียบวินัย ตนก็ต้องปฏิบัติตาม
    "ผมวางแผนไปบวชที่อินเดียมาก่อน และได้ลางานล่วงหน้ากับต้นสังกัดมานับเดือนแล้ว โดยตั้งใจจะเดินทางเมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่บิดาป่วยหนักต้องผ่าตัดใหญ่ในวันดังกล่าวพอดี จึงเลื่อนมาเป็นวันนี้" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
    แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยืนยันว่า การอุปสมบทในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองและเรื่องงาน เป็นการบวชทดแทนพระคุณบิดาและมารดา เนื่องจากยังไม่เคยบวชทดแทนพระคุณมาตั้งแต่เด็ก จึงถือโอกาสลาบวชในช่วงนี้
    "ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ก็ไม่เคยให้ข่าวในทางร้ายหรือไม่เคยประพฤติเสื่อมเสีย นับแต่ถูกย้ายมาประจำที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้เก็บตัวมาตลอด แต่เมื่อถูกยิงถล่มรถจึงออกมาเปิดเผยความจริงว่าสาเหตุมาจากการเปิดโปงการซื้อไบโอเมทริกซ์ของ สตช. ที่มีการร้อง ป.ป.ช.ว่าซื้อราคาแพงและไม่มีคุณภาพ เครื่องบางตัวใช้การไม่ได้ ในฐานะอดีต ผบช.สตม.จึงถูกกันให้เป็นพยานไปให้ปากคำต่อ  ป.ป.ช. โดยการให้ข้อมูลดังกล่าวมีการพาดพิงถึงบิ๊กตำรวจใน สตช. จึงเป็นสาเหตุที่ถูกคำสั่ง เชื่อว่าประชาชนจะเสียโอกาสไม่ได้รับทราบความจริง" แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ระบุ
    ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ลาไปอุปสมบทที่ประเทศอินเดียว่า ปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาได้รายงานมาให้ตนทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ลาพักผ่อนเพื่อไปอินเดีย แต่ไม่ได้ระบุว่าไปบวชหรือไปทำอะไร ถือเป็นการใช้สิทธิ์ของเขา
    "เขาจะทำอะไรก็ได้ แต่ถือเป็นคนละเรื่องกับการลาบวช เพราะลาบวชมีหลักเกณฑ์ว่าข้าราชการ 1  คนสามารถลาได้ 1 ครั้งเพียงเท่านั้น และเข้าใจว่าเขาไม่ได้ใช้สิทธิ์ลาบวช ซึ่งการลาพักผ่อนมีสิทธิ์ลาได้ปีละ 10 วัน และเก็บสะสมได้ แต่หากจะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวไปบวชก็ไม่ผิด เพราะเมื่อลาแล้วจะไปทำอะไรก็ได้ ทั้งนี้ผมไม่ทราบว่าเขาไปบวชจนกระทั่งสื่อมาบอก โดยการลาครั้งนี้จะไม่กระทบกับการทำงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ เพราะตามคำสั่งสำนักนายกฯ ระบุไว้ชัดว่าในระยะนี้ไม่ให้รับผิดชอบงานสำคัญ" นายวิษณุกล่าว 
    ถามถึงกรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ที่มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิษณุกล่าวว่า ตนทราบเพียงว่าเขามารายงานตัวกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเขาได้รับมอบหมายงานอะไร สำหรับการมาช่วยงานราชการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร มีมาตั้งแต่ในอดีต อดีตผบ.ตร.ก็เคยมี บางส่วนได้กลับไปบ้าง
    ซักว่าหากมีการสอบสวนเสร็จแล้ว จะต้องให้กลับไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่าไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวโดยตรงกับการสอบสวน และการสอบสวนเป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะฉะนั้นต้องประสานกันเองว่าสอบสวนไปถึงไหนแล้ว การสอบนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่ต้องออกคำสั่งให้มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่จะกลับก่อนสอบสวนเสร็จหรือสอบสวนเสร็จแล้วค่อยกลับ หรืออะไรก็แล้วแต่ตนไม่ทราบ แล้วแต่นายกฯ ที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อไรก็ได้
    ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งหนังสือลาล่วงหน้ามาแจ้งก่อนที่จะมีคำสั่งสำนักนายกฯ ฉบับล่าสุด เพื่อแจ้งขอลากิจส่วนตัวตามกำหนดราชการที่สามารถกระทำได้โดยไม่ได้ระบุสาเหตุของการลาแต่อย่างใด
    รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งใบลาถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาโดยตรงเพื่อขอลาพักผ่อน และขอเดินทางไปต่างประเทศคือประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 27 ม.ค.- 9 ก.พ.63  ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 23 ม.ค. โดยถูกต้องเป็นไปตามระเบียบราชการ
     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี พล.ต.อ.วิระชัยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ 24/2563 โดยมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสอบสวน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องข้อกล่าวหา โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ไม่ได้กำหนดกรอบการสอบสวนไว้ ให้จเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
    "ผู้ที่ถูกตรวจสอบเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงมีการออกคำสั่ง ซึ่งก็เป็นปกติ โดยในหนังสือการตั้งกรรมการสอบมีรายละเอียดเรื่องเหตุผลความจำเป็น การปฏิบัติ" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
    วันเดียวกัน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.3/2563 ที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายโดยมีมูลเหตุจูงใจด้านอื่น
    คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ถูกนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.นายหนึ่ง ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจเรตำรวจออกสุ่มตรวจทรงผมเมื่อประมาณกลางปี 2561 แต่ปรากฏหลักฐานว่า จากจำนวนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศประมาณสองแสนกว่านาย เมื่อตรวจโจทก์ในฐานะเป้าหมาย ได้ตัดผมเรียบร้อยตามระเบียบ ก็มีการนำภาพถ่ายเก่ามาเป็นเหตุสั่งไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โจทก์ทำบันทึกกล่าวหานายตำรวจยศ พล.ต.อ.ดังกล่าวไปถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ จำเลย เมื่อ ส.ค.62  แต่ในคำสั่งที่ผ่านมา มีชื่อโจทก์ให้ย้ายจากรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ไปเป็นรอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ซึ่งการโยกย้ายมีมูลเหตุจูงใจด้วยสาเหตุดังกล่าว ไม่ได้กระทำไปเพื่อประโยชน์ต่อทางราชการ แต่กระทำไปเพื่อมุ่งหวังให้เกิดความเสียหายแก่ตน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
    ในชั้นตรวจคำฟ้องนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นควรให้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดังนี้ กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.และรอง ผบก.ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้าหากมี) การดำเนินการโยกย้ายโจทก์ (พ.ต.อ.ไพรัตน์) ในวาระประจำปี 2562 จากตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ไปดำรงตำแหน่งรอง ผบก.อก.ภ.9 ซึ่งถือเป็นการโยกย้ายข้ามภาค มีสาเหตุมาจากเรื่องใด และเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดหรือไม่อย่างไร ให้จัดส่งสำเนาคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 674/2562 ลงวันที่ 27 พ.ย.62 พร้อมบัญชีแนบท้ายคำสั่ง (ฉบับสมบูรณ์) ต่อศาล โดยให้จัดส่งข้อมูลและเอกสารดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือ และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องอีกครั้งวันที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

 

 

 : การเมือง 
 

 

 

 

......................................................................................


    
 

 ไม่รออนามัยโลกแล้ว มาเลเซียสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นเข้าประเทศ ส่วนมองโกเลียและฮ่องกงปิดพรมแดน ขณะนายกเล็กเผยมีชาวอู่ฮั่นออกจากเมืองแล้ว 5 ล้านคนตั้งแต่ปีใหม่ ยอดดับพุ่งเกิน 80 ติดเชื้อมากกว่า 2,700 คน รัฐบาลจีนขยายวันหยุดถึงต้นเดือนหน้า ด้าน  “ประยุทธ์” ออกทีวีพูลยันไทยคุมสถานการณ์โคโรนาได้ 100% โวเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทยในอู่ฮั่นมาเป็นเดือนแล้ว แต่ต้องรอจีนไฟเขียว ปลัด สธ.ย้ำมีคนติดไวรัสอู่ฮั่นแค่ 8 ราย ส่วนอีก 48 รายยังจับตาอยู่ 

     สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลยืนยันของทางการจีนเมื่อวันจันทร์ที่ 27  มกราคม 2563 ว่าเมืองอู่ฮั่นมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 24 คน และยังพบผู้ป่วยเสียชีวิตที่เกาะไห่หนาน ซึ่งเป็นมณฑลทางใต้ของจีนเป็นรายแรกด้วย ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตถึงวันจันทร์เพิ่มเป็น 81 รายแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมี 2,744 ราย เพิ่มขึ้น 769 รายจากวันก่อนหน้านั้นหรือเพิ่มขึ้นราว 30% ผู้ติดเชื้ออายุน้อยที่สุดมีวัยเพียง 9 เดือนอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ส่วนผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อที่กำลังถูกเฝ้าดูอาการนั้นเพิ่มขึ้นเท่าตัวในเวลา 24 ชั่วโมงเป็นเกือบ 6,000 คนแล้ว
     เมื่อวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของรัฐบาลที่เดินทางเยือนเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อส่งสัญญาณว่ารัฐบาลปักกิ่งตอบสนองต่อวิกฤติครั้งนี้อย่างจริงจัง โดยวันเดียวกันนี้รัฐบาลจีนประกาศขยายวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีนเพิ่มอีก 3 วัน จากเดิมถึงวันที่ 30 มกราคม ไปเป็นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพื่อซื้อเวลาในการควบคุมการแพร่ระบาด แต่รัฐบาลท้องถิ่นของเทศบาลนครบางแห่งเช่นนครเซี่ยงไฮ้ขยายวันหยุดอีก 1 สัปดาห์เต็ม
     ทางการจีนปิดเมืองอู่ฮั่นเพื่อตัดขาดจากภายนอกอย่างสิ้นเชิงมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน รวมถึงจำกัดการเดินทางในหลายเมืองของมณฑลหูเป่ย์ภาคกลางของจีนแห่งนี้ ทำให้ประชาชนหลายสิบล้านคนติดอยู่ภายใน รวมถึงชาวต่างชาตินับหมื่นคน 
     ถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตในต่างประเทศ แม้จะพบผู้ติดเชื้อแล้วราว 12 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนหรือไม่ก็ผู้ที่เคยเดินทางไปเมืองอู่ฮั่น สัปดาห์ที่แล้วองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประชุมด่วนที่นครเจนีวา แต่ยังไม่ประกาศให้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การจำกัดการเดินทางและการค้าระหว่างประเทศ นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กำลังเดินทางไปปักกิ่งเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
     สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า มาเลเซียตัดสินใจระงับการออกวีซ่าทุกประเภทแก่พลเมืองชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่นและเมืองโดยรอบในมณฑลหูเป่ย์เป็นการชั่วคราว เริ่มมีผลทันทีและจะยกเลิกเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ 
     รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า มาเลเซียยืนยันพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย เป็นเด็ก 2 ราย ทุกคนอาการทรงตัว  ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นที่เข้ามาเลเซียผ่านทางสิงคโปร์ และมีรายงานด้วยว่าชาวมาเลเซียล่าชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลห้ามพลเมืองจีนเข้าประเทศ ถึงช่วงค่ำวันจันทร์มีผู้ลงชื่อแล้วมากกว่า 383,000 ชื่อ จากเป้าหมาย 500,000 ชื่อ
มองโกเลียปิดพรมแดน
     มองโกเลียซึ่งพึ่งพาการค้าขายกับจีนอย่างมาก ประกาศปิดพรมแดนห้ามรถยนต์จากจีนเข้าประเทศแล้วเมื่อวันอาทิตย์ รัฐบาลยังสั่งปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยถึงวันที่ 2 มีนาคม และสั่งระงับการจัดกิจกรรมสาธารณะ ไม่ว่าการประชุมหรือกิจกรรมที่มีผู้คนมารวมตัวกัน เช่น การแข่งกีฬา, กิจกรรมบันเทิง หรือการเดินทาง 
    เขตปกครองพิเศษฮ่องกงของจีนซึ่งมีผู้ติดเชื้อแล้ว 8 ราย รัฐบาลฮ่องกงมีคำสั่งเมื่อคืนวันอาทิตย์ไม่อนุญาตให้ชาวจีนจากมณฑลหูเป่ย์ หรือผู้ที่เคยเดินทางไปมณฑลนี้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเดินทางเข้าฮ่องกง แต่ยกเว้นพลเมืองชาวฮ่องกง
     เมืองอู่ฮั่นซึ่งมีประชากร 11 ล้านคนอยู่ในสภาพปิดตายอยู่แล้ว และเมื่อวันจันทร์ รัฐบาลอู่ฮั่นยังประกาศมาตรการเพิ่มเติมระงับบริการการออกวีซ่าและหนังสือเดินทางจนถึงวันที่ 30 มกราคม กระนั้น โจว เซียนหวัง นายกเทศมนตรีอู่ฮั่นยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีชาวเมืองอู่ฮั่น 5 ล้านคนเดินทางออกจากเมืองเพื่อไปท่องเที่ยวหรือด้วยเหตุผลอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา
     รัฐบาลของหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส, อิตาลี และญี่ปุ่น ประกาศเตรียมแผนการอพยพพลเมืองของตนออกจากเมืองนี้แล้ว รวมถึงล่าสุดรัฐบาลเยอรมนีที่ระบุว่ามีพลเมืองอยู่ที่อู่ฮั่นจำนวนหลักสิบ บอกว่ากำลังพิจารณาแผนอพยพ แต่ในวันจันทร์รัฐบาลเยอรมนีออกคำเตือนพลเมืองของพวกเขาให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาจีนหากไม่จำเป็น 
     ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เชื่อว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ชนิดนี้ ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับโรคซาร์สที่เคยระบาดคร่าชีวิตคนทั่วโลกเกือบ 800 คนเมื่อปี 2545-2546 แพร่เชื้อจากสัตว์ในตลาดขายอาหารทะเลที่ลอบค้าสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น เมื่อวันอาทิตย์รัฐบาลจีนมีคำสั่งห้ามการค้าสัตว์ป่าทุกรูปแบบแล้วจนกว่าวิกฤติการแพร่ระบาดจะยุติ แต่นักอนุรักษ์หลายคนเรียกร้องให้จีนสั่งห้ามการค้าสัตว์ป่าอย่างถาวรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในอนาคต
     นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบหลายข้อเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ รวมถึงว่ามันแพร่เชื้อง่ายแค่ไหนและอันตรายมากเพียงใด ไวรัสชนิดนี้ก่อโรคปอดอักเสบได้ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยบางรายเสียชีวิต แต่หม่า  เซี่ยวเว่ย รัฐมนตรีของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ระยะฟักตัวของไวรัสชนิดนี้มีตั้งแต่ 1 วัน ถึง 14 วัน และต่างจากซาร์สที่มันสามารถแพร่เชื้อได้แม้ยังอยู่ในระยะฟักตัว
สำหรับความเคลื่อนไหวในไทยนั้น ในช่วงเช้าที่โรงเรียนเตรียมทหาร จังหวัดนครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีไปรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน หลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า การจะนำเครื่องบินลงในประเทศจีนนั้นต้องขออนุญาตทางการจีนก่อน ตอนนี้เขายังรับไหว ถ้าไม่ไหวเขาก็จะเรียกเราไปรับ
เมื่อถามว่าการรับคนไทยกลับจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า “คนไทยเหล่านั้นจะกลับไหมล่ะ เพราะเขาแจ้งสถานทูตว่ายังไม่กลับ”
เตรียมรับคนไทยกลับ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในจีนยังสามารถควบคุมได้อยู่ เพราะฉะนั้นในส่วนของรัฐบาลเราก็ได้เตรียมแผนงานเอาไว้ พร้อมทั้งขึ้นบัญชีและนัดหมายว่าจะรวมพลไว้ที่ใดว่าจะกลับ เมื่อถึงเวลาแล้วก็จะขออนุญาตนำเครื่องบินเข้าไปรับด้วย เพราะการเข้าออกประเทศเขาต้องขออนุญาตทางประเทศต้นทางและปลายทาง เหมือนกรณีถ้าเขาจะมารับคนจากไทยก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน โดยเราต้องเป็นคนอนุมัติ อย่างไรก็ตามถ้ายังมีการดูแลได้อยู่ก็ไม่จำเป็น ไม่เช่นนั้นทุกคนก็จะวุ่นกันไปหมด  บินเข้าบินออก บินรับส่ง และจะกระทบกระเทือนไปหมด เราต้องให้ความสำคัญกับกรณีนี้เป็นพิเศษ
“ขอให้ใจเย็นๆ ทุกเรื่องผมและรัฐบาลให้ความสำคัญทั้งหมด ดังนั้นอย่านำเรื่องนั้นเรื่องนี้มาต่อกัน เพราะจะเกิดความเสียหาย ไม่เช่นนั้นคนทำงานก็ไม่มีกำลังใจและทำงานไม่ได้ จะให้มาตอบคำถามทุกคนคงไม่ไหว ดังนั้นคนที่รู้ต้องอธิบายต่อ หลายเรื่องคนส่วนใหญ่รู้แต่คนส่วนน้อยไม่รู้ ทำให้มีการต่อว่า  จึงต้องช่วยกันพูดในสังคมของตนเองให้เข้าใจด้วย ทุกประเทศมีกฎหมายเป็นของตนเองไม่ใช่ทำอะไรก็ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่าแผนรับมือมีความพร้อมแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าพร้อมหลายวันแล้ว สั่งเตรียมการเรื่องเครื่องบินมา 1 เดือนแล้ว เครื่องบินเราพร้อม แต่เขายังไม่ให้ไป แผนทุกอย่างได้สั่งการไว้หมดแล้ว เพราะต้องเตรียมการล่วงหน้า รมว.การต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่และสอบถามกันตลอด ถือว่าทำงานตลอด ไม่ใช่ทำงานตอนที่มีคนตำหนิมา และไม่ใช่ว่าต้องแถลงทุกเรื่อง
ด้าน พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวว่า จีนยังไม่อนุมัติให้ไทยสามารถนำเครื่องบินลงได้ แต่ในส่วนของ ทอ.ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว
ต่อมาในช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย  (ทรท.) กรณีไวรัสโคโรนา ว่ารัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นระดับ 3 ให้สอดคล้องกับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีความพร้อมในการรักษา ส่งต่อ และการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมเมื่อมีความจำเป็น 
“รัฐบาลได้บูรณาการการทำงานร่วมกันของกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ในการรับมือ ป้องกัน และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแม่นยำให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศในบ้านเรา โดยผมได้เน้นย้ำการชี้แจงสถานการณ์ตามข้อเท็จจริง โดยไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ และยึดหลักการว่าชีวิตและสุขภาพของประชาชนสำคัญที่สุด” 
ชี้ข่าวปลอมป่วนโคโรนา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ในระดับมาตรฐานสากล การคัดกรองได้ผลดี พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนี้ 8 ราย ทั้งหมดติดเชื้อจากจีน โดย 5 รายแรกหายแล้ว  แพทย์ให้กลับบ้านได้ ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดี เหลือผู้ป่วยอีก 3 รายที่ยังคงรับการรักษาในโรงพยาบาลของเรา สถานการณ์ถือว่าควบคุมได้ 100% แต่เราต้องไม่ประมาท เราต้องช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตา ในการเฝ้าระวังและดูแลตัวเอง ให้ความร่วมมือกับทางการ 
“โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ เน้นดูแลสุขอนามัยเรื่องกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันในความพร้อมของระบบการแพทย์และสาธารณสุข ที่มีมาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดอันดับ 6 จาก 195 ประเทศ จากการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจของทุกคนว่าเราเป็นที่ยอมรับในระดับโลก” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า การเตรียมอพยพชาวไทยในพื้นที่เสี่ยง ณ เมืองต่างๆ จากจีนนั้น ขณะนี้กระทรวงกลาโหมมีความพร้อมปฏิบัติได้ทันทีในโอกาสแรกที่ได้รับการอนุญาตจากจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิดของ กต.  
นายกฯ กล่าวแถลงอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโรคระบาดคือข่าวปลอม รวมทั้งแหล่งข่าวที่หวังดีแต่อาจคลาดเคลื่อน รัฐบาลได้วางแนวทางการรับมือในการกำหนดช่องทางสื่อสารหลัก เพื่อให้เกิดเอกภาพและน่าเชื่อถือได้ที่สุดจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้โดยตรงที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้นขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกคน สื่อโซเชียลในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกครั้งก่อนมีการแชร์หรือเผยแพร่ออกไป เนื่องจากจะสร้างความสับสน และตื่นตระหนกในภาพรวมของประเทศได้ 
“มาตรการในระยะยาวและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวของแต่ละคน และข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด ในรายละเอียดอื่นๆ พี่น้องประชาชนสามารถติดตามข่าวสารได้อย่างต่อเนื่องจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะแถลงข่าวทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายนะครับ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมทั้งการสั่งการต่างๆ ทั้งในเรื่องของไวรัสโคโรนาและฝุ่นละออง PM2.5 อย่างเป็นเอกภาพ โดยตนเองจะกำกับดูแลเองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการของทุกกระทรวงเพื่อสั่งการเพิ่มเติมได้ทันที 
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดและการเตรียมแผนรับมือไวรัสโคโรนาว่า สธ.ยังสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้อยู่ ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินเหตุ ตอนนี้เมืองอู่ฮั่นยกเลิกไฟลต์บินแล้ว และรัฐบาลจีนได้สั่งให้เลื่อนหรือยกเลิกกรุ๊ปทัวร์จีนแล้ว ดังนั้นประชาชนที่จะมาจากจีนจากเมืองที่มีความเสี่ยงที่เราเฝ้าระวังอยู่จะลดน้อยลง  ส่วนผู้ป่วยทั้ง 8 คนที่ติดเชื้อจากนอกประเทศนั้น พบว่ายังไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน
“ขอยืนยันว่าคนที่ติดเชื้อยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ สธ.อยู่ ไม่มีหลุดออกไป ส่วนมาตรการที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ สธ.มีมาตรการป้องกันเต็มที่อยู่แล้ว เพราะมีคำสั่งของนายกฯ ตั้งแต่ปี 2557 ในเรื่องตั้งคณะกรรมการดูแลโรคอุบัติใหม่และโรคระบาด จะนำคำสั่งดังกล่าวมาเสนอ ครม.เพื่อให้ปรับปรุงใหม่ แต่การทำงานเราไม่ได้รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ เราต้องทำอย่างเร่งด่วน ทุกกระทรวงให้ความร่วมมือดี ยังไม่มีปัญหากับกระทรวงหรือหน่วยงานราชการใดที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมโรคระบาดครั้งนี้”
เฝ้าระวังคนไข้ 48 ราย
       นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคปอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยยังยืนยันอยู่ที่ 8 ราย รักษาหายดีกลับบ้านแล้ว 5 ราย ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาลอีก 3 ราย แต่ทุกรายอาการดีขึ้น ซึ่งยืนยันว่าผู้ป่วยโรคนี้ในไทยเรารักษาได้ 100% ส่วนใหญ่ใช้เวลารักษาประมาณ 7 วันก็หายดีกลับบ้าน ส่วนผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคมีทั้งหมด 102 คน โดยกลับบ้านแล้ว 54 คน ซึ่งเชื้อที่เจอส่วนใหญ่คือโรคไข้หวัดใหญ่ ยังอยู่ รพ.อีก 48  คน โดยคนที่เข้าเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนาทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ที่ยืนยันว่าเป็นก็ไม่ถึง 10%
     นพ.สุขุมกล่าวว่า สธ.มีการตั้งทีมวิเคราะห์ข่าวที่ประชาชนสนใจในแง่วิชาการและเปิดให้สื่อได้ซักถามทุกวัน โดยจะระดมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติมจากกรมการแพทย์ สำนักงานปลัด  สธ.ที่เคยมีประสบการณ์จากโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ไข้หวัดนก โรคเมอร์ส จากส่วนกลางและจังหวัดอื่นๆ  ที่ไม่ได้มีสนามบินหรือติดต่อชายแดนเข้ามาช่วยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในการปฏิบัติหน้าที่คัดกรองด้วย  ให้สบายใจว่าเราทำงานเต็ม 100% ไม่ได้ลดบุคลากรมีแต่เพิ่มขึ้น วิเคราะห์แล้วเราต้องการเพิ่มประมาณ  5 พันคน ซึ่งคาดว่าเพียงพอและระดมได้แน่นอน
    นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า มาตรการดำเนินการหลังอู่ฮั่นปิดเมือง เราคัดกรองผู้เดินทางจากเมืองอื่นที่มีแพร่ระบาดมากขึ้นคือกว่างโจว โดยเที่ยวบินตั้งแต่วันที่  24-26 ม.ค. คัดกรองแล้ว 11 เที่ยวบิน รวม 1,501 คน และฉางชุนมี 1 เที่ยวบิน คัดกรองแล้ว 363 คน  และจะติดตามสถานการณ์เมืองอื่นอย่างใกล้ชิด เมืองไหนแพร่ระบาดเพิ่มความเสี่ยงการเข้ามาพร้อมกับโรคก็จะคัดกรองเพิ่มขึ้น ซึ่ง สธ.ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับกระทรวงมาหลายวันแล้ว โดยปัจจุบันมีศูนย์รับแจ้งข่าวที่ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง ประชาชนทั่วไปติดต่อมาได้ที่เบอร์ 1422 
     เมื่อถามถึงกรณีข่าวลือต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่ ตม.ติดเชื้อ หรือมีผู้เสียชีวิตที่นครสวรรค์ นพ.สุขุม กล่าวว่าขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันที่เหลืออยู่ 3 ราย เป็นนักท่องเที่ยวทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิต สธ.ไม่เคยปกปิดข่าว ข่าวลือว่าเจอผู้เดินทางหรือคนกลับมามีอาการสงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สามารถมีข่าวได้ แต่ถ้ามีผู้ป่วยยืนยันจะแถลงจากส่วนกลางที่เดียว ซึ่ง สธ.ได้กำชับกับทางพื้นที่และจังหวัดไปแล้ว  ระยะยาวจะทำให้ข่าวสารรวมศูนย์เพื่อความชัดเจนกับตัวเลขในทุกฝ่าย อยากให้ใจเย็น อย่าวิ่งตามตัวเลขเพราะประโยชน์มีต่ำ แต่อยากให้มุ่งสื่อสารว่าคนไทยควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อให้ปลอดโรคปลอดภัยที่สุด เพื่อลดความสับสนและตื่นตระหนก เพราะหากตื่นตระหนกทุกอย่างเปลี่ยนไป ชาวบ้านวิ่งออกไปซื้อทุกอย่างไม่เหลืออะไร คนจำเป็นต้องใช้ก็ไม่มี
     "อารมณ์คนไทยตอนนี้กำลังตื่นตระหนก ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการทำงานของใครเลย อยากให้ทุกคนและสื่อทุกฝ่ายช่วยกัน ถ้าเจอข่าวแปลกๆ ให้แจ้งมาที่ สธ.และ คร.เพื่อช่วยเช็กและตอบโต้ข่าวลือ ซึ่งข่าวทั้งกระแสหลักและโซเชียลมีความสำคัญต่อประเทศไทย อยากให้ทุกคนช่วยกันสอดส่อง อะไรไม่แน่ใจอย่าเพิ่งแชร์ ให้แชร์มายังสารนิเทศ สธ.เพื่อช่วยกันตรวจสอบ" นพ.ธนรักษ์กล่าว
    เมื่อถามเรื่องส่งเครื่องบินไปรับนักศึกษาไทยในอู่ฮั่น นพ.สุขุมกล่าวว่าทีมแพทย์มีความพร้อมที่จะไปดูแลพี่น้องคนไทย แต่ต้องมีการประชุมร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศก่อน
    ส่วนความเคลื่อนทางการเมืองในเรื่องไวรัสโคโรนานั้น นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่ารัฐบาลเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ซ้ำเติมประเทศคือ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลและภาพข่าวมาบิดเบือนในโลกออนไลน์ ปั่นกระแส ส่วนเรื่องทวิตเตอร์ #รัฐบาลเฮงซวย ยืนยันว่าทั้งรัฐบาลจีนและไทยไม่เฮงซวย รัฐบาลจีนออกกฎหมายควบคุมการแพร่ระบาดและแจ้งข่าวสารต่อประชาชนตลอดเวลา ส่วนรัฐบาลไทย สถานทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งก็ติดต่อแจ้งข่าวสารให้ความช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มความสามารถ 
“รู้สึกเวทนานักการเมือง 2 พรรคใหญ่อย่างมาก ที่ออกมาซ้ำเติมนำความสูญเสียและชีวิตคนมาบิดเบือนโจมตีรัฐบาลว่าเฮงซวย เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก” นายธนกรกล่าว
บี้บิ๊กตู่คุมสู้โคโรนาเอง
    ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยต้องดำเนินการอย่างจริงจัง โดยควรยกระดับการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ด้วยการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการระดับชาติ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และนายกฯ ควรเป็นประธานเองเพื่อระดมทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาร่วมสู้ศึกโคโรนา 
    ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่ามาอ้างว่ารัฐบาลจีนไม่ยอมให้รัฐบาลไทยส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับ เพราะสื่อต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินไปรับประชาชนและเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากอู่ฮั่นแล้วนับร้อยคน ถ้าสหรัฐฯ ทำได้แล้วทำไมรัฐบาลประยุทธ์ทำไม่ได้ อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เป็นห่วงคนไทยหรือยังไง ทำไมจึงไม่รีบส่งเครื่องบินไปรับ ทั้งที่กองทัพอากาศและการบินไทยจัดเตรียมเครื่องบินไว้พร้อมแล้ว รอแค่คำสั่งไฟเขียวจากรัฐบาลเท่านั้น 
“สมควรแล้วที่มีการตั้งแฮชแท็กรัฐบาลเฮงซวย ซึ่งถือว่าเป็นคำวิจารณ์ที่เบาเกินไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบความบกพร่องและเชื่องช้าในการปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน อันที่จริงต้องบอกว่า  #รัฐบาลยิ่งกว่าเฮงซวยด้วยซ้ำ” รท.หญิง สุณิสากล่าว
    นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า การรับมือของเจ้าหน้าที่รัฐ คือ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการนั้นทำได้ดี ถูกต้องตามหลักวิชาการขององค์การอนามัยโลก (WHO) แต่ติดปัญหาเรื่องของการให้ข่าวของฝ่ายบริหารที่ไม่ตรงกับการปฏิบัติ ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติทำงานลำบาก อย่างกรณีข่าวการใช้เครื่องเทอร์โมสแกนนั้น ความจริงแล้วยังใช้อยู่ ดังที่อธิบดีกรมควบคุมโรคต้องมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ทั้งนี้ ต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ให้ยึดหลักทางวิชาการในการป้องกันการแพร่ระบาดนี้อย่างเคร่งครัด
    นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ในฐานะรองโฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือช่วงก่อนมีการเฝ้าระวังและควบคุมอย่างเข้มงวดนั้น ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.ก่อนการเฝ้าระวัง พบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในเมืองไทยแล้วกว่า 20,000 คน นอกจากนี้ยังมีเข้ามาทางพรมแดนทางบก เช่น ด่านท่าขี้เหล็ก หรือด่าน อ.เชียงของ จ.เชียงรายด้วย โดยส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวจะเป็นชาวจีนจากเมืองฉงชิ่ง ซึ่งเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกับเมืองอู่ฮั่น ดังนั้นเรื่องนี้ต้องเฝ้าระวังด้วยเช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่าไวรัสนี้มีระยะฟักตัว 2-14 วัน อาจมีคนที่เดินทางเข้ามาตอนยังไม่มีอาการ และมาออกโรคมีอาการตอนมาอยู่ในเมืองไทยแล้ว และอาจแพร่โรคให้ผู้อื่นได้ ซึ่งผู้ป่วย 1 คนสามารถส่งโรคแพร่เชื้อได้ 2-3  คน ขณะที่บางรายที่เป็น super spreader อาจแพร่ระบาดได้ถึง 14 คน ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าใครจะแพร่ระบาดได้แบบไหน.

28 มกราคม พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

เตรียมรับคนไทยกลับ นายกฯลั่นคุมไวรัสได100% อู่ฮั่นยอดตายพุ่งเกิน80ราย

ไม่รออนามัยโลกแล้ว มาเลเซียสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นเข้าประเทศ ส่วนมองโกเลียและฮ่องกงปิดพรมแดน ขณะนายกเล็กเผยมีชาวอู่ฮั่นออกจากเมืองแล้ว 5 ล้านคนตั้งแต่ปีใหม่ ยอดดับพุ่งเกิน 80 ติดเชื้อมากกว่า 2,700 คน รัฐบาลจีนขยายวันหยุดถึงต้นเดือนหน้า ด้าน “ประยุทธ์” ออกทีวีพูลยันไทยคุมสถานการณ์โคโรนาได้ 100% โวเตรียมเครื่องบินไปรับคนไทยในอู่ฮั่นมาเป็นเดือนแล้ว แต่ต้องรอจีนไฟเขียว ปลัด สธ.ย้ำมีคนติดไวรัสอู่ฮั่นแค่ 8 ราย ส่วนอีก 48 รายยังจับตาอยู่


พิษ‘โคโรนา’ระบาด ฉุดหุ้นร่วง45.40จุด

พิษไวรัสโคโรนาระบาดฉุดหุ้นไทยร่วง 45.40 จุด หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินพากันดิ่งเหว "สมคิด" ระบุกระทบภาคการท่องเที่ยวไทยระยะสั้น เชื่อพื้นฐานของไทยแข็งแกร่ง


‘โภคิน’แนะลงมติร่างพรบ.งบ63ใหม่

6 พรรคฝ่ายค้านขอถกอีกรอบเลื่อนเคาะเป้าซักฟอก เมินส่งเทียบเชิญ "เศรษฐกิจใหม่" แต่แบ่งโควตา "มิ่งขวัญ" จองกฐิน "สมคิด" โวข้อมูลหลั่งไหลมาเพียบ มีใบเสร็จมัด "บิ๊กตู่" ย้ำยื่นญัตติ 29 ม.ค. "โภคิน" แนะสภาลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ใหม่ "ศรีสุวรรณ" ยื่น ป.ป.ช.ฟัน 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน อนค.ดิ้นร้องศาล รธน.ยืดแก้ต่างคดียุบพรรค ก่อนหอบหลักฐานส่งวันสุดท้าย


‘โจ๊ก’ลาไปบวชในอินเดีย ตั้งจเรตำรวจสอบวิระชัย

"บิ๊กโจ๊ก" บินไปบวชวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย 9 วัน ระบุวางแผนลางานล่วงหน้านับเดือน ตั้งใจทดแทนคุณพ่อแม่ บอกไม่เกี่ยวชะล้างสิ่งไม่ดี "วิษณุ" ระบุเป็นสิทธิ ขรก.ลาบวชได้ "ปลัดสำนักนายกฯ" ยืนยันลาถูกต้องตามระเบียบตั้งแต่ 27 ม.ค. - 9 ก.พ. "จักรทิพย์" ตั้ง "จเรตำรวจแห่งชาติ" สอบ "วิระชัย" เหตุคลิปเสียงสนทนาหลุด แถมไม่จำกัดเวลาสอบเสร็จ "ศาล" สั่ง ตร.ส่งข้อมูลแจงย้าย "พ.ต.อ.ไพรัตน์"


แก้ฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ‘กทม.’โล่งอากาศเย็นช่วย

"บิ๊กตู่" ประกาศแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ ผุดมาตรการป้องกันลดการเกิดมลพิษจากต้นทาง สั่ง มท.-ผู้ว่าฯ กทม.-ผวจ.ใช้ระบบบริหารแบบเบ็ดเสร็จงัด กม.คุมเข้ม เผยแก้ปัญหาระยะยาวพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ชาวกรุงได้หายใจโล่งอีก 3 วัน "กรมอุตุฯ" เผย 28 ม.ค.-3 ก.พ.นี้มวลอากาศเย็นช่วยฝุ่นพิษลดจำนวนลง


วธ.ปลื้มจัดต่อถนนคนเดิน 'สายศิลป์-ต้องชิม'ที่'สีลม'

กระทรวงวัฒนธรรมมอบความสุขให้ประชาชน จัดต่อเนื่องกิจกรรมถนนคนเดิน "เดิน กิน ชิม เที่ยว walking street" ทุกๆ วันอาทิตย์ของสัปดาห์บริเวณถนนสีลม

...............................................................

 

28 มกราคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน