*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3917
  • จำนวนผู้ชม : 2482343
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 29 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 387 , 13:35:57 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ 普通的打招呼就可以了啊

         โบราณว่า "ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ" แต่อันที่จริงแล้ว เราคนไทยจะให้การต้อนรับแขกที่มาไกลต่างบ้านต่างเมืองยิ่งขึ้น

ไปอีก อย่างวันนี้ คุณเปลวก็แสดงความเป็นห่วงเป็นใยนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียจริงๆ ... พ่อคุณ แม่คุณเอ๊ย ......

 

 

 

'โอกาสในวิกฤติของทีมไทย'


    
 

               อู่ฮั่น เจียโหยว!

                อู่ฮั่น สู้..สู้!

                ครับ...ให้กำลังใจพี่น้องจีนที่อู่ฮั่นแล้ว

                ก็ต้องให้กำลังใจทีมไทย "หน่วยปฏิบัติการเด็ดชีพโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" ของเราด้วย ประกอบด้วย

                "กรมควบคุมโรค, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, เจ้าหน้าที่คัดกรองในสนามบิน

                และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สาธารณสุข กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, นครสวรรค์, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, สงขลา และ ฯลฯ"

                ซึ่งท่านทั้งหลาย ปิดทองหลังพระกันชนิดไม่ได้กิน-ไม่ได้นอน เครียด จนต้องตะโกน

                สู้..สู้ โว้ย....

                สู้เพื่อมนุษยชาติ ต้องรอด

                เปล่า...เขาไม่ได้ตะโกน ผมตะโกนเอง!

                นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

                นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค

                นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

                นายแพทย์โรม บัวทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สนามบินสุวรรณภูมิ

                ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี รองหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์  รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

                ขอได้รับความขอบคุณและชื่นชมจากคนไทย

                ที่ท่านนำประเทศขึ้นไปอยู่ในจุดที่ทั่วโลกยอมรับและเชื่อถือ

                ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ มาถึงไทยก็สิ้นฤทธิ์

                ระบาดต่อไม่ได้....

                เพราะการแพทย์ การสาธารณสุข และวิทยาการด้านโรคระบาด ด้วยทุ่มเท ด้วยศักยภาพล้ำเลิศ ของเหล่าท่านและทีมงาน ทำให้สามารถพูดได้ว่า

                ประเทศไทย ปลอดภัย มาตรฐานโลก!

                การไม่พูดมาก หากแต่ ร่วมมือ ประสานงาน ทุ่มเท รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

                เน้นแก้ปัญหา ไม่สร้างปัญหาในงานให้เป็นขยะสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในบ้าน-ในเมือง ที่ควรยกย่อง

                ส.ส., นักการเมือง, นักวิชาการใบสั่ง ดูเป็นตัวอย่างและละอายแก่จิตได้ ก็เป็นการดี

                นายกฯ ประยุทธ์ มอบดาบอาญาสิทธิ์ให้ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รมว.สาธารณสุข เป็นแม่ทัพบัญชาการพิชิตไวรัสแล้ว

                เอาให้เต็มที่.....

                ชนิดไว้ลาย "ลูกผู้ชายชื่ออนุทิน" เลยนะท่าน

                ทีมงานปราบไวรัสทีมนี้ ฝีมือระดับ "ขุนพล-ขุนศึก" คึกๆ ทั้งนั้น

                ท่านเพียงประสานแต่ละหน่วย-แต่ละกระทรวงให้วงจรงานคล่องตัวเท่านั้น

                และต้องรู้ หัวใจการรบนั้น กรำศึกได้.......

                แต่กำลังใจและเสบียงกรัง "อย่าให้ขาด" อย่าให้พลรบต้องว้าเหว่และหิวไส้กิ่วแขวนเป็นอันขาด

                บัญชาการจุดนี้ให้เต็มพิกัด รับรอง...

                ประสิทธิภาพเกินร้อย!

                ส่วนพวกเราชาวบ้านอันเป็นแนวหลัง ก็ช่วยกันได้ พบเจอที่น่าสงสัยจะติดเชื้อ หรือตัวเองสงสัย ข้องใจอะไร เกี่ยวกับไวรัสอู่ฮั่นนี้

                โทร.ไปเลยที่ HOT LINE สายด่วน "กรมควบคุมโรค"

                1422 ตลอด ๒๔ ชั่วโมง!

                แจ่มแจ้งแล้ว ค่อยโพสต์ ค่อยแชร์ จะเป็นคุณแก่ชาติ

                เพราะ "กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์" ของไทยเราเจ๋งมาก รู้ปุ๊บ หน่วยปฏิบัติการค้างคาวบิน ของกรมควบคุมโรค จะไปปั๊บ

                "ห้องปฏิบัติการ" ของกรมวิทยาศาสตร์ฯ มีทั่วประเทศ

                นำเชื้อตรวจหาสารพันธุกรรมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รู้ผลและเชื่อถือได้ ๑๐๐% ทันที-ทันใด

                ภายใน ๓ ชั่วโมง!

                เห็นมั้ยล่ะ ป่วยกี่ราย..กี่ราย อยู่ในมือแพทย์ไทย "ไม่ตาย" มีแต่หาย กลับบ้านได้ทั้งนั้น

                และที่ฮือฮา กล่าวขานกันด้วยชื่นชม ก็ "ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤษาดี" เธอไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่เภสัช  หากแต่เป็น "นักเทคนิคการแพทย์"

                เธอเจอเชื้อเจ้าไวรัสตัวนี้แต่ปลายเดือนธันวาโน่นแล้ว

                ผมจำได้ว่า "กรมควบคุมโลก" เคยเตือนไปตามสนามบิน ตั้งแต่ ๒ ธันวา แต่ไม่สนใจกัน เพราะยังไม่ตูมตาม

                ดร.สุภาภรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า......

                ไวรัสในไทยมีเกือบ ๕๐๐ ชนิด เธอได้ตัวอย่างน้ำลายและน้ำมูกเจ้าพันธุ์ใหม่มา ก็นำไปเทียบกับข้อมูลในธนาคารรหัสพันธุกรรม

                ไวรัสที่มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ จะเป็นจำพวกเชื้อโคโรนา และอินฟลูเอนซา อย่างไข้หวัดใหญ่ ที่เป็นกันจนชินนั่นแหละ

                เธอพุ่งเป้าค้นหาใน ๒ สายพันธุ์นี้ก่อน เมื่อถอดรหัสพันธุกรรม ก็พบว่า หน้าตาไม่เหมือนญาติมันเลย

                มันเป็นโคโรนา "สายพันธุ์ใหม่" ยังไม่พบที่ไหนมาก่อน!

                โดยที่เธอเป็นนักวิจัย ศึกษาไวรัสโคโรนาในค้างคาว ดูจากรหัสที่ถอดออกมา สายพันธุ์ใหม่นี้ เหมือน "ไวรัสในค้างคาว"

                จึงส่งข้อมูลพันธุกรรมของเชื้อลงระบบข้อมูลพันธุกรรมชีวภาพสากล โดยเรียกไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบว่า

                "Bat SARS-like Coronavirus"

                สรุปว่า ดร.สุภาภรณ์พบเชื้อไวรัสตัวนี้ก่อนจีน ต่อเมื่อจีนเปิดเผยเชื้อไวรัสในอู่ฮั่น วันต่อมา และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกัน

                ปรากฏว่า "ตรงกัน" ๑๐๐%

                สรุปได้ว่า "ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่" มันมาจากค้างคาว ที่คนอู่ฮั่นชอบเปิบพิสดารกันนั่นเอง

                ค้างคาวที่อู่ฮั่นนะ........

                ส่วนค้างคาวในบ้านเรา มีเชื้อนี้หรือไม่ อยู่ระหว่าง ดร.สุภาภรณ์ลงพื้นที่ เพื่อวิจัยอยู่ แต่ยังไงก็ อย่าพิเรนทร์ไปกินก็แล้วกัน

                เมื่อรู้กำพืดของมัน ก็ง่ายต่อการรักษา ดังนั้น ก็ไม่ต้องวิตกจนเกินเชื้อกันไป

                สายพันธุ์ใหม่นี้ ความรุนแรงน้อยกว่าโรคเมอร์สและซาร์ส ทั้งเป็นคนละชนิดกัน

                ดร.สุภาภรณ์บอก มันตายได้ในภูมิภาคร้อนจัดและแห้ง หลังไวรัสนี้ระบาด ร่างกายมนุษย์ ก็จะค่อยๆ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา

                อีกสักอึดใจพระพุทธ........

                ติดเชื้อนี้ ก็เหมือนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ฟืดฟาด ปวดหัว-ปวดเนื้อ-ปวดตัวกันไป ไม่ถึงตาย แค่คางเหลือง!

                เห็นว่า ตอนนี้ พบผู้ป่วยรายใหม่อีก ๖ ราย ทั้งเด็ก-ผู้ใหญ่ มาจากอู่ฮั่น

                รวมผู้ติดเชื้อพบในไทยทั้งหมด ขณะนี้ ๑๔ ราย และทุกราย "อาการดีขึ้น"

                กลับบ้านไปแล้ว ๕ ราย ยังอยู่โรงพยาบาล ๙ ราย

                พูดถึงการมองมุมได้-ในมุมเสีย ใครมาป่วยในเมืองไทยถือว่า "โชคดี" ด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย

                คนป่วยก็โชคดี เพราะป่วยในไทย มั่นใจว่าหาย ไม่ตายแน่นอน เพราะสาธารณสุขเราเจ๋ง

                ฝ่ายเรา ก็ได้ "ศึกษา-วิจัย" ตัวเชื้อสายพันธุ์ใหม่ จากคนตัวเป็นๆ ผ่านการรักษาและการให้ยา จะทำให้ผลิตวัคซีนได้เร็วขึ้น

                ปลัดกระทรวงสาธารณสุข "นายแพทย์สุขุม" บอก ว่า....

                "ขณะนี้ แม้ยังไม่มียารักษา ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค นักวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างศึกษาวิจัย ไทยเราได้ติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด

                แต่โรคนี้ สามารถป้องกันได้ด้วยตนเอง ขอให้ทุกคนดูแลร่างกายให้แข็งแรง

                หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกันกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ ยึดหลัก 'กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย' "

                เท่านี้........

                ไม่ว่าสายพันธุ์ไหน ก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว!

                สำหรับการเข้า-ออกที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ห่วงกันว่า เดินทางเข้ามามากๆ จะตรวจแบบเดาสุ่มพอเป็นพิธี อาจมีเล็ดลอดจากการตรวจ นั้น

                สบายใจได้ อธิบดีกรมควบคุมโรค และรอง ผอ.การท่าฯ ยืนยันจนขาแข็ง ว่า

                ผู้โดยสารขาเข้า จะต้องผ่านการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเครื่อง Universal  Thermoscan ก่อนผ่าน ตม.ทุกคน

                กล้องติดไว้ตรงเสา ก่อนทางเข้า ตม.คนอาจไม่ค่อยเห็นกล้อง แต่ยืนยันว่า "ตรวจทุกคน" ที่เป็นผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ

                การตรวจมี ๒ จุด

                "ตรวจเข้ม" บริเวณทางเข้าผู้โดยสาร ท่าเทียบเครื่องบิน ๔ ที่กำหนดเป็นพื้นที่สีแดง สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง

                "ตรวจซ้ำ" กับร่างกายจริง

                โดยใช้เครื่องยิงอุณหภูมิ เทียบกับเครื่องเทอร์โมสแกน ถ้าพบมีไข้เกิน ๓๘ องศาฯ สัญญาณจะดัง และพบจุดแดงในจอมอนิเตอร์

                เจ้าหน้าที่จะคัดแยกจากผู้โดยสารอื่น นำออกไปคลินิกพิเศษ ส่งตัวไปยัง "สถาบันบำราศนราดูร" โดยไม่ผ่านขั้นตอน ตม.ปกติ ในทันที

                ครับ....

                ก็เล่าๆ บอกๆ เพื่อให้อุ่นใจและมั่นใจในศักยภาพการแพทย์ การสาธารณสุขของไทยเรา

                บ้านเราไม่มีโรคระบาด หากแต่จีน "เพื่อนบ้าน" มาเยี่ยมเยือนบ้านเรา เผอิญเขาป่วย ด้วย "กาย" ติดเชื้อมา

                ส่วน "ใจ" พี่น้องจีน ที่มุ่งมาเมืองไทย "ไม่ป่วย"

                ฉะนั้น เราอย่ารังเกียจเดียดฉันท์

                เขามา "กายป่วย" แล้ว.......

                อย่าให้พี่น้องจีน ทั้งที่มาและยังไม่มา ต้อง "ป่วยใจ" กลับไปด้วยเลย. 

 

เล็งใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับคนไทยในอู่ฮั่น!


    
 

29 ม.ค.2563 -  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม​ กล่าวถึงการเตรียมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ว่าในเวลา 14.00 น.จะไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งทราบว่าทำงานหนักมาโดยตลอด และจะหาเวลาไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ซึ่งในเรื่องของเชื้อไวรัสโคโรนาวันนี้เราเข้มงวด เข้มข้นขึ้นและติดตามข่าวสารของทุกประเทศตลอดเวลา โดยมีมาตรการเตรียมพร้อมไว้ทุกประการ ซึ่งเราต้องให้ความเชื่อมั่นกับทางการจีนด้วย เนื่องจากเป็นต้นทางมาตรการต่างๆ ต้องรู้เขารู้เราว่าเขาทำอะไรมาแล้วบ้าง และเราต้องทำอะไรบ้าง วันนี้เราก็มีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นมากมาย มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รับผิดชอบโดยรวมและบูรณาการกับหลายหน่วยงาน 

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ส่วนเรื่องการไปรับคนไทยกลับประเทศ ตอนนี้กำลังเตรียมแผนอยู่ เนื่องจากถ้าเราใช้เครื่องบินของทหารไปรับ บางอย่างอาจมีปัญหา และต้องดูว่าเขาพร้อมให้ส่งกลับหรือยัง ซึ่งอยู่ในกระบวนคัดกรองของเรา ถ้าผ่านแล้วก็พากลับมาได้ ซึ่งอาจต้องใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ เพราะต้องเป็นข้อตกลงกัน หลายอย่างมันไม่ง่ายนัก ถ้าคนไทยยังไม่ปลอดภัยเขาคงไม่ให้กลับ เราก็ต้องมีการเตรียมการในเรื่องเหล่านี้ ขอให้ฟังชี้แจงจากคณะกรรมการฯ ด้วย 

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้กำชับตำรวจท่องเที่ยวไปแล้ว ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการฯ ด้วย ทุกคนตื่นตัวหมด รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ด้วย วันนี้ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีนจะใช้สนามบินในช่องทางเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็ตาม และต้องคัดกรองตั้งแต่เขาเริ่มเข้ามา เพื่อเชื้อมีระยะฟักตัว ซึ่งทางจีนก็เข้มงวดอยู่แล้วจะให้ใครออกประเทศก็ต้องคัดกรอง ถ้าไม่ปลอดภัยเขาไม่ให้มา วันนี้คนจีนที่เข้ามาก็ลดลงเรื่อยๆ 

“เราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เขาเต็มที่เราก็ต้องเต็มที่ และต้องศึกษาแนวทางปฏิบัติของประเทศอื่นๆ ด้วย เพราะหลายประเทศก็มีผลกระทบเหมือนกัน ศึกษาว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ แค่ต้องทำให้ได้มากที่สุด โดยไม่ให้มีกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะเราไม่ได้คบกันปีเดียว หรือเฉพาะช่วงนี้ เราคบกันมาหลายร้อยปี เราเป็นมิตรระหว่างกัน แต่สุขภาพคนไทยสำคัญที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 

'ประยุทธ์'ประชุมก.ตร.บอกคนไม่ดีต้องขจัดออกไป


    
 

29 ม.ค.2563 -  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2562 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญหลายเรื่อง  โดยก่อนการประชุมนายกฯ ได้สอบถามผลการปฏิบัติในคดีสำคัญทั้งหมด และรับฟังรายงานคดีสำคัญต่างๆ 

จากนั้นเวลา 11.40 น.พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า การประชุมของ ก.ตร.เป็นเรื่องของการบริหารกิจการภายในของตำรวจ ทั้งเรื่องการลงโทษ การเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้ที่กระทำความผิด ซึ่งมีการลงโทษ ไล่ออก ปลดออกกันเยอะแยะไปหมด ไม่ใช่ว่าเราไม่ทำงาน คนไม่ดีก็ต้องขจัดออกไป ซึ่งต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยได้เน้นย้ำไปเรื่องของการปฏิรูปตำรวจไปด้วย จะได้ชี้แจงทำความเข้าใจกันว่าเราทำอะไรไปบ้าง และเกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง หลายอย่างต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา และก็ต้องรับฟังความคิดเห็นทั้งสองทาง ทั้งจากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ และเอากฎหมายมาดูด้วย มีทั้งองค์กร บุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือ

“สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องดูว่าที่ทำมาได้อะไรมาแล้วบ้างที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ และเจ้าหน้าที่จะทำงานฝ่ายเดียวไม่ได้ เราต้องร่วมมือซึ่งกันและกัน อยากฝากว่าวันนี้ประเทศชาติต้องการความรัก ความสามัคคี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 

 

 

 

 

 

..........................................................

 

บิ๊กตู่ดอดเซอร์ไพร์สเด็กประชุมสภานักเรียน


    
 

29 ม.ค.2562 - ที่ห้องเอนกประสงค์ อาคารหอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สร้างเซอร์ไพร์สดอดเยี่ยมและรับฟังข้อเสนอและการประกาศเจตนารมณ์ ตามข้อคิดเห็นของสภานักเรียนที่มีตัวแทนนักเรียนจากทั่วประเทศ โดยทันทีที่นายกฯ ปรากฏตัว นักเรียนได้แสดงความดีใจ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความตื่นเต้น จากนั้นนักเรียนได้มีการประกาศเจตนารมณ์ 4 ข้อร่วมกัน คือ 1.การส่งเสริมให้นักเรียนเลิกใช้ถุงพลาสติก 2.การส่งเสริมจิตอาสาเพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข 3.การส่งเสริมให้เด็กไทยรู้ทันก่อนแบ่งปันข่าวปลอม (Fake News) และ 4.การส่งเสริมแนวทางป้องกันจากการถูกข่มเหง (Bully) 

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า รู้สึกตัวเองหนุ่มขึ้นเพราะอยู่ท่ามกลางเด็กๆ นักเรียน ซึ่งทุกคนเป็นกำลังสำคัญพัฒนาประเทศไปข้างหน้าเป็นพลังสำคัญและเป็นพลังบริสุทธิ์ ตนขอยินดีกับสภานักเรียนที่พัฒนามาอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งในฐานะนายกฯ มีความพอใจอย่างยิ่ง ถือว่าเรามารวมพลังสร้างชาติเราเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องตามหลักสากลด้วย แต่เรามีชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมายาวนาน โดยวันนี้เรากำลังเริ่มกันแบบที่นักเรียนร่วมกันอ่านแถลงการณ์ทั้ง 4 ข้อ ซึ่งตรงกับนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว ทุกอย่างที่เราจะแก้ไขทั้ง 4 ข้อ ข้อแรก การเลิกใช้ถุงพลาสติก รัฐบาลพยายามเรื่องนี้อย่างยิ่งยวดมาตั้งแต่ปี 2560 ที่ค่อยๆ สร้างการรับรู้จนประกาศในปีนี้ แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร ทุกอย่างต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ จุดประกายเริ่มจากจิตใจที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหา ขณะที่เรื่องจิตอาสา ก็ต้องไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียว แต่ทำได้ทุกวันและขอให้ชวนเพื่อนๆ กลุ่มเดียวกันมาร่วมด้วย ซึ่งการทำความดีทำได้ทุกวัน และขอให้บันทักความดีไว้ว่าทำอะไรบ้าง และอะไรที่เป็นความสุขก็บันทึกเป็นความทรงจำ 
 

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกฯ ได้ร่วมจับมือร้องเพลงและถ่ายรูป ร่วมกับสภานักเรียน และฝากฝังประเทศชาติให้แก่เด็กๆ ก่อนที่จะขอตัวไปประชุม ก.ตร. 
 

 

 

 

 

 

....................................................................

 

ภาคเหนือยังมีลมหนาวส่วนคนกรุงรับข่าวดีฝุ่นลดลง!


    
 

29 ม.ค.2563-  กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าระบุว่า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางมีอากาศเย็นในตอนเช้า ในตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งกับมีแสงแดดจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย  ฝุ่นละออง ในระยะนี้ บริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลมที่พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าวมีกำลังแรง ทำให้ฝุ่นละออง/หมอกควันลดลง ส่วนบริเวณภาคเหนือ อากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้า ทำให้มีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน เพิ่มขึ้น 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ยังคงทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 10-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5-10 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งทางตะวันออกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

 

...........................................................

29 มกราคม 2563 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน