*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3972
  • จำนวนผู้ชม : 2510720
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 699 , 15:07:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นักการเมืองฝ่ายคานของไทยชุดนี้ออกอาการ "Dog not eat" แบบสม่ำเสมอตลอดมา ขนาดบ้านเมืองกำลังอยู่ในอันตราย

ใหญ่หลวง ก็ยังจะดันทุรังขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบลอยู่นั่นเอง ซึ่งคุณเปลว สีเงิน เขียนคอลัมน์ "นปลายซอย" วันนี้ว่า

"ไม่ไว้วางใจที่ไร้ 'กาลเทศะ"ครับ แต่คนพวกนั้นจะมียางอายอยู่หรือเปล่านะเนี่ย ... ผ่าเหอะ ...เอ้า

         ประเด็นนี้ผมขอชมทักษิณ ชินวัตร เป็นเื่องแรกในรอบ 10 ปี เพราะไม่ส่งเสียงจากดูไบมารบกวนัฐบาลเหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้ว

 

ลุงตู่ สู้ๆ

ไม่ไว้วางใจที่ไร้ 'กาลเทศะ'


 
 

 

              กลับถึงไทยค่ำนี้แหละ (๔ ก.พ.๖๓)!

                "แอร์เอเชีย" บินไปรับ

                คนไทย ๑๔๔ คน ในอู่ฮั่น-หูเป่ย์ กลับมา ก็คงยังไม่ได้กลับบ้านทันที เขาต้องเก็บตัวไว้เฝ้าดูอาการก่อน ๑๔ วัน

                ก็โน่นแหละ........

                หลังวันวาเลนไทน์ ซัก ๑๗-๑๘-๑๙ กุมภา ญาติใคร-มิตรใคร ค่อยนัดแนะไปรับกันวันนั้น

                หลังจากชัวร์ว่า ปลอดเชื้อไวรัสแน่แล้ว ตอนนั้น จะไปกอดรัดฟัดจูบกันยังไง ก็เชิญ!

                แต่ตอนนี้ ระงับ-ยับยั้งความคิดถึงอยากเห็นหน้า-เห็นตัวกันไว้ก่อน ยังแชต ยังไลน์ ยังไลฟ์สดกันได้อยู่มิใช่หรือ?

                ยังไงก็ตาม..........

                ขบวนการชังชาติ-ชังรัฐบาล ก็คงหาเรื่อง-หาประเด็นมาด่ารัฐบาลจนได้อีกนั่นแหละ

                เห็นใจพวกนี้เขานะ ก็นายกฯ ประยุทธ์ไปเตะ "ชามข้าวหมา" หก เมื่อ พฤษภา ๕๗

                พวกเขาจึงแค้นฝังเขี้ยว นี่เห็นว่าจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

                ถามว่า รัฐบาลนี้ทำอะไรเสียหายร้ายแรงถึงขั้นต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่งบประมาณก็ยังไม่มี และเพิ่ง ๕-๖ เดือนเอง ยังไม่ทันได้ทำงานเป็นชิ้น-เป็นอันเลย?

                คำตอบ คือ.......

                แค้นที่เตะชามข้าวพวกกูคว่ำแต่รัฐบาลที่แล้วไง!

                พูดถึงเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ บอกตรงๆ ที่ผมไม่ได้สนใจ เพราะฝ่ายค้านไม่มีราคา มีแต่น่ารังเกียจ

                แถมไม่ดูโลก ไม่ดูสถานการณ์บ้านเมือง ว่าอยู่ในกาลไหน?

                เมื่อวาน (๓ ก.พ.) ราชกิจจานุเบกษา.........

                เผยแพร่ คำพิพากษาของ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" เมื่อ ๒๘  พ.ค.๖๒

                เรื่อง ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติ

                ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

                พูดชัดๆ คือ.........

                คดี "ทุจริตจำนำข้าว จีทูจี"

                จำคุกรัฐมนตรีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๕๐ ปี และคนอื่นๆ อีกหลายคน พร้อมทั้งให้ชดใช้เงินอีก ๑.๖ หมื่นล้าน

                นี่ไง ผลงานว่าด้วยการทุจริตของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยสมัย "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกฯ

                แล้วพรรคนี้ ตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน..........

                ก็ใช้ความแค้น เค้นแค้นต่อรัฐบาล คสช.ที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาลระบบรัฐสภาขณะนี้ เปิดอภิปรายเพื่อหวังเฉ่งบัญชีเขา

                แล้วก็ดูซี...๖ รัฐมนตรีที่เพื่อไทยจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ

                -พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ

                -พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ

                -นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ

                -พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

                -นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ

                -ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ

                จะเห็นว่ามี ร.อ.ธรรมนัสคนเดียว ที่ไม่ใช่อดีต คสช.แต่อดีตเป็นคนพรรคเพื่อไทย

                การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงไม่มีอะไรเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองเลย

                แค่ฉวยโอกาส ถลกหนัง-สางแค้น หาเรื่องด่าโดยอาศัยสภาคุ้มหัว มันก็เท่านั้น

                คดีทุจริตจำนำข้าว ที่ลงประกาศสดๆ ร้อนๆ ถ้าจะเปรียบ

                ตัวเองก็ ดำมิดหมี...เหมือนกีวี

                ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และใครต่อใครสารพัดเรื่อง รวมทั้งเรื่องไม่สุจริต

                ไม่น่าเรียกว่า ซักฟอกให้ขาว

                ควรเรียกว่า เพื่อไทยเป็นกีวี ขัดไอ้โอ๊ปนายกฯ กับคณะให้ขึ้นมันเงางามมากกว่า!

                ฉะนั้น เรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ไม่มีค่าควรคุย

                คุยเรื่องแพทย์ไทยเราเจ๋งดีกว่า.........

                เป็นข่าวไปทั้งโลก กับที่ นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช แพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี

                และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว แพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี พร้อมทีมงานด้านการแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี

                สามารถ "คิดค้นวิธี" ใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ได้ชะงัด ภายใน ๔๘ ชั่วโมง

                สำนักข่าวต่างประเทศ อย่างบลูมเบิร์ก, รอยเตอร์, France 24, Daily Mail พาดหัวกันรึ่มไปเลย

                Bloomberg.....

                Thailand Sees Good Resoul From Using Drug Mixture on Coronavirus

                Reuters.....

                Cocktail of flu, HIV drugs  appears to help fight coronavirus:Tai doctors

                The Jerusalem Post........

                Thailand sees apparent success treating virus with drug cocktail

                ที่ยกมาให้ดู เพื่อทำความเข้าใจกันให้ชัด ที่บางคนเข้าใจว่า แพทย์ค้นพบยารักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ บ้าง ให้ไปจดสิทธิบัตร บ้าง 

                ไม่ใช่ ครับ!

                ขอให้เข้าใจให้ถูกต้องว่า ขณะนี้ ยังไม่มีแพทย์หรือใคร-ที่ไหนในโลก คิดค้นสูตรยารักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้

                ที่ ๒ แพทย์ราชวิถีแถลง นั้น

                อยู่ในระดับตามที่สำนักข่าวใช้ศัพท์ว่า Mixture และ Cocktail เท่านั้น

                เปรียบง่ายๆ เหมือน "แกงเผ็ด" พ่อครัวคนไหนก็แกงได้ แค่ซื้อ "เครื่องแกง" มาเท่านั้น

                แต่จะอร่อยหรือไม่อร่อย อยู่ตรง "เครื่องแกง" ว่าเจ้าไหนจะผสมเครื่องด้วยอะไร สัดส่วนของใครจะขนาดไหน?

                ที่คุณหมอราชวิถีปราบไวรัสอู่ฮั่นได้ก็ลักษณะนี้ คือ ไม่ได้คิดค้นตัวยาขึ้นใหม่

                หากแต่นำยาต้านไวรัสเอดส์ และยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีอยู่แล้วทั่วไป และใช้อยู่แล้วทั่วไป

                หากแต่หมอของเรา มีเทคนิค พลิกแพลง ในการนำยาต้านไวรัสเหล่านั้นมาใช้ควบคู่กัน

                ด้วยสัดส่วน ขนาด ที่คุณหมอ ใช้หลักแพทย์ หลักเคมี บวกประสบการณ์ เรียกว่าเป็นเทคนิคคิดค้นใหม่เฉพาะตัว ปราบไวรัสอู่ฮั่น "ชักแหง็กๆ" ลงตัว พอดี!

                เท่ากับ "สูตรผสม" เครื่องแกงของแพทย์ราชวิถี "ครบรส-ครบเครื่อง" เหมาะเหม็งลงตัว

                เจ้าไวรัสอู่ฮั่น ซดแล้ว หงายท้องแหงแก๋!

                เราก็รีพอร์ตสูตรปรุงผสมนี้ออกไปให้วงการแพทย์ได้รับรู้ ว่าปรุงตามสเปกนี้แล้ว

                ใช้ปราบเจ้าไวรัส ในรายที่รุนแรงเฉพาะหน้าได้

                ไม่ใช่การคิดค้น "ตัวยาใหม่" แต่อย่างใด!

                และที่พูดกันว่า จีนเขาก็มิกซ์แบบนี้เหมือนกัน ก็ไม่มีใครเถียง หากแต่เทคนิคการนำไวรัสเอดส์กับไวรัสไข้หวัดใหญ่มามิกซ์ของจีน

                การมิกซ์แพทย์ราชวิถี "ถึงเครื่อง-ครบรส" กว่าเท่านั้น!

                ถึงแม้ทั้งจีนและไทยจะรายงานการใช้สูตรผสมนี้ให้วงการแพทย์ได้รับรู้ในวันเดียวกัน

                แต่ของแพทย์ราชวิถี "รายงานก่อน" และเป็นรายงานด้วยสัดส่วนมิกซ์ที่เกิดประสิทธิภาพ-ประสิทธิผลทางการรักษาชัดเจนอย่างว่านั่นแหละ

                เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่อง "จดสิทธิบัตร"

                คือ "จดไม่ได้" เพราะไม่ใช่การคิดค้นใหม่

                แค่เอาตัวยาที่มีอยู่แล้วทั่วไป มาผสมได้ลงตัว และใช้ในบางเคส ขึ้นอยู่กับวินิจฉัยแพทย์ ในแต่ละผู้ป่วยขั้นรุนแรงเท่านั้น

                ยังไม่ใช่ยาต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในขั้นมาตรฐาน ที่ผ่านการคิดค้น วิจัย และการทดลองใช้แล้ว

                แต่แค่นี้ วงการสาธารณสุขไทย ก็ สุดยอดแล้ว!

                ไปดูบอร์ดโลกซิ........

                ๒๕ ประเทศ หรือ ๓๐ กว่าแล้ว ก็ไม่แน่ใจ แต่เห็นคาตาและทึ่งกันทั้งโลก คือ ถึง ณ ๒ ก.พ.๖๓

                จีน พบคนติดเชื้อไวรัส ๑๔,๓๘๐ ราย

                ญี่ปุ่น ๒๐ ราย

                ไทย ๑๙ ราย

                สิงคโปร์ ๑๘ ราย

                ฮ่องกง ๑๔ ราย

                ออสเตรเลีย ๑๓ ราย

                และ..ฯลฯ....

                ในจำนวนกว่า ๒๐-๓๐ ประเทศ ยกเว้นจีน มีประเทศไทย ประเทศเดียว ที่ต่อท้ายผู้ติดเชื้อ ๑๙ รายว่า

                รักษาหาย ๘ ราย!

                ในขณะที่ ประเทศอื่นๆ ต่อท้าย ด้วย ๐. 

'บิ๊กตู่'เผยรัฐบาลเคาะวันซักฟอก 25-27 ก.พ. ลงมติ 28 ก.พ. เสร็จปิดสมัยประชุมสภาทันที

 เพิ่มเพื่อน    
 

4 ก.พ.63-  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า สำหรับช่วงวันที่เหมาะสมจากการหารือในที่ประชุมครม. ซึ่งได้ข้อสรุปจากรัฐบาลว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือระหว่างวันที่ 25 ก.พ. จนถึงเที่ยงคืนวันที่ 27 ก.พ. และลงมติในวันที่ 28 ก.พ. และวันที่ 29 ก.พ.ปิดสภา ก็แค่นั้น

เมื่อถาม มีความเห็นอย่างไรที่ฝ่ายค้านระบุว่าจะมีการให้ผลประโยชน์ในการอภิปรายครั้งนี้เพื่อให้สนับสนุนรัฐบาล นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นแค่คำกล่าวหา ตนไม่ตอบ ไม่มีประโยชน์ 

ถามว่า จำเป็นจะต้องมีการตั้งองครักษ์ช่วยในการชี้แจงระหว่างการอภิปรายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า " ผมไม่ใช้คำว่าองครักษ์ เพราะผมเองก็พร้อมที่จะตอบในหลักการและเหตุผลในทุกประเด็นที่ถูกอภิปราย สำหรับรายละเอียดบางอย่างก็จะมีการชี้แจงจากหน่วยงานและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถทำได้ ทุกคนพร้อมทำตามระเบียบข้อบังคับของสภาอยู่แล้วให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ไม่สร้างวาทกรรมให้ร้าย ซึ่งหลังจากการอภิปรายแล้วก็คงจะมีการพิจารณากันอีกครั้งว่ามีการให้ร้ายอะไรกันหรือเปล่า ในสภาก็ว่ากันไป นอกสภาก็ว่ากันต่อไปภายหลัง"

 

4 ก.พ.63 - น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ "โบว์" แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ถ้าฝ่ายค้านโง่ ก็ให้เวลามิ่งขวัญอภิปรายสร้างคะแนนนิยมไปค่ะ

ถ้าให้จริง นอกจากโง่แล้วยังไม่แฟร์กับพรรคอื่นๆด้วย เทียบบัญญัติไตรยางค์เป็นมั้ย??"

 
โพสต์ของน.ส.ณัฏฐา ได้มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า "เห็นด้วยครับ โดนหลอกกินจากพรรคแบบนี้มากี่ทีแล้วไม่จำ"

ขณะที่ "โบว์" ตอบกลับว่า "เท่ากับทุกกากบาทที่เลือกเศรษฐกิจใหม่ กลายเป็นของประยุทธ์ 83% แล้ว 1 คนที่เหลือจากพรรคที่เพิ่งถอนตัวจากฝ่ายค้าน ซึ่งน้อยกว่า 1% ของหกพรรคที่เหลือกำลังจะได้เวลาโกยความนิยมบนเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ (เพิ่มเติมจากที่ทำมาแล้วทุกครั้งที่ยื้อพื้นที่ข่าวหลายวันก่อนออกลีลาเล่นลิ้นอวยตัวเอง) เท่ากับยอมรับว่าทั้งฝ่ายค้านไม่มีใครดีกว่านี้แล้วที่จะอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ"

 

 

 
: การเมือง 
 

 

 

......................................................

 

 
หน้าแรก / การเมือง
อังคาร 4 กุมภาพันธ์ 2563

'บิ๊กตู่' ไม่เชื่อหน้ากากขาดตลาด

'บิ๊กตู่' ไม่เชื่อหน้ากากขาดตลาด
4 กุมภาพันธ์ 2563
 3,018

"ประยุทธ์" ไม่เชื่อหน้ากากขาดตลาด ถามเป็นการกักตุนกันหรือเปล่า เหตุกระทรวงพาณิชย์ยันไม่มีเดี๋ยวสั่งให้

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 63 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงข้อร้องเรียนกรณีหน้ากากอนามัยขาดตลาดและราคาแพง ว่า ก็ในเมื่อกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่ามี ไม่มีเดี๋ยวสั่งให้ ร้านค้าทำไมไม่ซื้อจากโรงงานที่ผลิตได้วันละเป็นล้านล้านชิ้น ถ้าไปซื้อแล้วบอกไม่มีได้อย่างไร เป็นการกักตุนกันหรือเปล่า

 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้วันที่ 3 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ยืนยันว่า ไม่พบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา เพราะกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว ไม่พบข้อร้องเรียนดังกล่าว

 ............................................

หน้าแรก / การเมือง
อังคาร 4 กุมภาพันธ์ 2563

'อุตตม' ชง ครม. ช่วยผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า

'อุตตม' ชง ครม. ช่วยผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า
4 กุมภาพันธ์ 2563
 

"รมว.คลัง" ยันเสนอ ครม. พิจารณากระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่อนปรนมาตรการทางภาษี ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 63 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ที่ประสบปัญหาจากตัวเลขของการท่องเที่ยวลดลงโดยเฉพาะโรงแรม ที่อาจจะมีมาตรการทางภาษีเข้าไปช่วยเหลือ อาจมีการผ่อนคลายการยื่นชำระ หลังจากนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางเข้าพัก อันมีผลพวงมาจากการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งรายละเอียดขอให้รอหลังการพิจารณาการประชุมคณะรัฐมนตรี

อ่านข่าว-ด่วน! ฮ่องกงพบผู้เสียชีวิตจาก 'ไวรัสโคโรน่า' รายแรก

ส่วนจะมีผลกระทบยืดเยื้อไปไตรมาสที่ 2-3 ของปีนี้หรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ขณะนี้ขอทยอยใช้มาตรการเหล่านี้ก่อน เพราะเป็นมาตรการล่าสุดที่ทางรัฐบาลเตรียมออกมาช่วยเหลือ

 
หน้าแรก / เศรษฐกิจ
อังคาร 4 กุมภาพันธ์ 2563
หน้าแรก / ต่างประเทศ
อังคาร 4 กุมภาพันธ์ 2563

..............................................................

  • ข่าวที่มีผู้อ่านสูงสุด

    1)อัพเดทสถานการณ์ ไวรัส 'โคโรน่า' (4 ก.พ.2563)

    2)ด่วน! ฮ่องกงพบผู้เสียชีวิตจาก 'ไวรัสโคโรน่า' รายแรก

    3)ราคาหุ้น JAS ทำเอาหนาว

    4)ยอดตายไวรัสโคโรน่าเพิ่มเป็น 425 ราย-ติดเชื้อ 20,438 ราย

    5)ปลดปล่อยคุณค่าของหุ้น

    6)'บิ๊กตู่' ไม่เชื่อหน้ากากขาดตลาด

  • .............................................................................

    4 มกราคม 2563

  •  


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน