*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3972
  • จำนวนผู้ชม : 2510609
  • จำนวนผู้โหวต : 527
  • ส่ง msg :
  • โหวต 527 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 284 , 14:07:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         เห็นการทำงานของท่านนายกฯบิ๊กตู่พักนี้แล้ว เป็นห่วงเสียจริงๆว่าจะไม่สบาย แล้วยังจะูกรุมหนักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ตัวท่านเอง ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

          แล้วเพราะภารกิจองนักการเมืองระดับสูงอยู่ในระดับหนักหนาสาหัสหรือเปล่า ที่คนดีมีฝีมือ มีความรับผิดชอบ โปร่งใส เห็นแก่

ประชาชนเป็นหลัก จึงตีหน้าเบ้ไม่ยอมเข้ามาสู่วงการไปตามกัน

 

 

'มาฆะ-ไวรัส-ไวรัล-วาเลนไทน์'


 

    เฮ้อออ........
    อีกแล้วเรอะ คุณอนุทิน?
    ชื่อเล่นว่า "หนู" น่ะ น่ารัก แต่โตเป็นถึง "รองนายกฯ" แล้ว     
    ฉะนั้น จะพูด จะทำอะไร 
    ควรให้พ้นความเป็น "คุณหนู" ที่น่าเบื่อหน่ายซะทีได้มั้ย?
    เมื่อวาน (๗ ก.พ.๖๓) ไปเดินแจกหน้ากากอนามัยผู้คนตามถนนหนทาง ก็รณรงค์ป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสอู่ฮั่นนั่นแหละ
    ทุกคนรับไปสวม
    ยกเว้นฝรั่ง ไม่รับ และไม่ยอมสวม! 
    รัฐมนตรีอนุทินโกรธ เหวี่ยงใส่แบบคุณหนู
    "....ไอ้พวกฝรั่งนักท่องเที่ยว ต้องบอกไปยังสถานทูต บอกประชาชนทั่วไปด้วย ไม่ยอมใส่ แจกแล้วไม่ยอมใส่ แจกแล้วไม่ยอมรับ แบบนี้ ต้องไล่ออกจากประเทศไทย”
    ซักพัก คุณอนุทิน รีบโพสต์เฟซ........
    “ขออภัย ที่วันนี้ มีอาการ 'หลุด' ใส่ชาวต่างชาติ แถบยุโรป บางคน ที่แสดงอาการรังเกียจคนไทยใส่  mask และไม่ร่วมมือในการใส่ mask
    ในขณะที่พวกเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ในประเทศไทย...............”
    พูดก่อน คิดทีหลัง 
    เหมือนอมปากกระบอกปืนแล้วลั่นไก จะเขียนจดหมายลาตายหรือไม่เขียน ค่าเท่ากัน!
    เดี๋ยวจะบินไปรับคนไทยที่อู่ฮั่นเอง เดี๋ยวจะยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีนหน้าด่าน แล้วนี่ จะไล่ฝรั่งที่ไม่สวมหน้ากากออกจากประเทศอีก
    ลูกพรรคตัวเองซน จน พ.ร.บ.งบประมาณเจ๊ง เกือบต้องชัตดาวน์ประเทศ แทนจะรู้สึก-รู้สา
    เปล่าเลย 
    หัวหน้าพรรคก็ยังซนตามประสาคุณหนูไปได้เรื่อยๆ จนอดสยองไม่ได้ว่า พรุ่งนี้ ปะรืน ปะเรื่อง จะซนอะไรจนตกเปลอีก?
    ก็เห็นพูดกัน ไวรัล ร้ายกว่า ไวรัส
    ที่รัฐมนตรีอนุทิน เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวหัวร้อน รายเรื่อง-รายวัน แบบนี้แหละ มันแพร่เชื้อไวรัลให้ระบาดใส่รัฐบาลและประเทศ ที่ดูจะร้ายกว่าไวรัสจริงๆ?
    เรื่องการแพร่เชื้อ กับเรื่องสวมหน้ากาก ตอนนี้ ผมเห็นแล้วก็คันใจ แต่พูดไป ก็จะกลายเป็น "ขวางคลอง"
    การกลัวไวรัส การสวมหน้ากาก เป็นเรื่องดี 
    แต่การกลัว การสวม แบบตื่นตระหนก ให้กระแสลากไป โดยแต่ละคนไม่ใช้สติใคร่ครวญถึงเหตุผลตามกาล ตามสถานที่ และตามบุคคล
    แบบนี้ บางที คนสวมนั่นแหละ ติดก่อนคนไม่สวม!
    ฝรั่งยุโรป ที่มาเที่ยวเมืองไทย หรือเมืองไหนๆ ที่เขาไป แล้วไม่สวม Mask เพราะเขาก็มีเหตุผล
    คือไม่ใช่ฝรั่งไม่กลัวโรคระบาด แต่ที่ไม่สวม เพราะ
    ๑.มั่นใจ ประเทศที่เขาไป อย่างไทย ว่าปลอดโรคระบาด เชื่อมาตรฐาน "แพทย์-สาธารณสุข" ว่าเยี่ยม
    ๒.มั่นใจ ระบบคัดกรองคนติดเชื้อ ทั้งประเทศต้นทาง และปลายทาง
    ๓.เส้นทางที่เขาเดินทาง ไม่ทรานสิตจีน
    ๔.ฝรั่งถือว่า เฉพาะคนป่วยเท่านั้นที่สวม Mask ในเมื่อเขาไม่ป่วย และมั่นใจไทยปลอดโรคระบาด  เรื่องอะไรจะต้องสวม
    ด้วยเหตุนี้ ที่ฝรั่งเขาปัดมือ ไม่รับแจก ไม่ใช่เขาเหยียดหยาม แต่เพราะเขาเข้าใจว่า เราเห็นเขาเป็นคนป่วย เป็นตัวแพร่เชื้อ
    ซึ่งเขาไม่ป่วย ไม่เป็น เขาจึงปัดมือด้วยไม่ชอบใจ 
    สรุปคือ เป้าหมายเดียวกัน "ไม่มีโรค" แต่ตีเจตนาในการทำไปคนละทาง จึงเข้าตำรา
    "ทำคุณบูชาโทษ-โปรดสัตว์ได้บาป" ประมาณนั้น
    เนี่ย....ความจริง เราควรดีใจนะ!
    ที่ฝรั่งยังมาเที่ยวไทย 
    และควรต้องรีบใช้แบรนด์ "ฝรั่งไม่หน้ากาก" นี่แหละ เป็นตัวสร้างความมั่นใจ "เที่ยวไทย" ต่อตลาดโลก
    ไม่ใช่ไปโกรธเขา จะไล่เขาออกไปจากประเทศ
    ฝรั่งน่ะ เขาตีค่าพวกเขาสูงกว่าชาวเอเชียมาก ฉะนั้น เขาคำนึงถึงความปลอดภัยของเขาอยู่แล้ว 
    เมื่อมา แสดงว่า "ไทยไร้ระบาด" ชัวร์
    คิดกลับในมุมนี้ รัฐมนตรีอนุทิน ควรไปจับมือฝรั่ง บอกเวลคัม มากกว่า เก็ตเอาต์
    แต่สำหรับคนอาเซียน-เอเชีย ต้องยอมรับ ระยะนี้ "จิตตก" และเป็นโรคอุปาทานหมู่ กลัวไวรัสอู่ฮั่นระบาดใส่
    ก็มีเหตุผล เพราะจีน เหมือนคนร่วมหมู่บ้าน ป่วย-ตายด้วยไวรัส เห็นกันตำตา
    อะไรที่ "ตำตา-ตำใจ" เห็นจะจะ ระยะแรก จะหวาดผวาเป็นธรรมดา 
    เห็นเพื่อนบ้านตาย กลางคืน กล้าเดินผ่านบ้านมั้ยล่ะ?
    ฉะนั้น ที่รัฐมนตรีอนุทินออกแจกหน้ากาก ชาวเรา "อาเซียน-เอเชีย" รับไปสวมนั้น
    เป็นที่เข้าใจได้และแปลงภาษา "จิตผวา-ระแวง" ด้วยกลัวติดกัน เป็นภาษาสวยๆ ว่า "ป้องกัน"
    ก็ดี สนับสนุน เห็นด้วย 
    เพราะ คนจีน-ไทย-พม่า-ลาว-ญวน-เขมร-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-ไต้หวัน-ฮ่องกง-มาเก๊า รูปร่าง หน้าตาแยกกันยาก 
    และสถานที่ไปกิน ไปเที่ยว ไปสังสรรค์ ไปสมาคม คือที่จะไปรวมอยู่ที่เดียวกันมากๆ จะรวมแหล่งเดียวกัน
    ดังนั้น ป้องกันไว้ก่อน ถูกต้องในเบื้องต้นที่สุด!
    แต่ฝรั่ง ที่กิน ที่เที่ยว ที่ช็อป ที่จะไปรวมสังสรรค์ คนละแหล่ง ฝรั่งไม่ผวา-ระแวงไวรัส เขาจึงไม่เห็นเหตุต้องสวม
    ย้อนมาดูเฉพาะ "บ้านเรา" กันเองบ้าง
    ในชั่วโมงนี้ ผมยังแยกไม่ออก ระหว่างกลัว "โรคไวรัส" กับโก้เก๋ "แฟชั่นหน้ากาก" ว่าไหนเป็นกระแสจริงตอนนี้?
    กลัว..ก็เฮกันกลัว แล้วก็..เฮกันซื้อหน้ากาก-แอลกอฮอล์ จนเป็นปัญหาขาดตลาด กักตุน โก่งราคา  รัฐบาลต้องเป็นพ่อค้าขายเอง
    อะไรมันจะขนาดนั้น...หือ?
    รัฐบาลกำลังส่งสัญญาณว่า ควบคุมไม่ได้ มันระบาดสู่คนไทย เมืองไทยแล้ว ต้องสวมหน้ากากทุกตัวคนอย่างนั้นหรือ?
    จะพาสติแตกกันไปหมด ของที่ไม่ขาด แทนที่จะส่งขายไปยังประเทศที่จำเป็นจริงๆ ก็ส่งไม่ได้ เพราะต้องเอามายื้อแย่งกันเอง 
    ถามว่า มันจำเป็น วิกฤติ ถึงขนาดนั้นแล้วหรือ?
    ก็ยังมองไม่เห็น ผมมีอยู่กล่อง-ครึ่งกล่อง เหลือแต่ครั้งหวัดนก หวัดซาร์ส 
    ก็เอามาใช้ เลือกสถานที่ที่จะไป เลือกกลุ่มคนที่เราจะไปร่วม ว่าจำเป็นหรือสมควรสวมมั้ย 
    ก็ไม่เห็นที่ไหน ใคร ในเมืองไทย เป็นแหล่งแพร่ และใครไปติดเชื้อมา 
    ขนาดตามห้าง ตามรถเมล์ รถไฟฟ้า กระทั่งเห็นภาพคนไปเที่ยวงานเกษตรแฟร์ แน่นเป็นหัวถั่วงอกในเข่ง
    ถ้าบ้านเรามีไวรัสระบาดน่ะนะ..........
    จากตรุษจีน มาถึงวันนี้ "มาฆบูชา" มีแต่ด่ารถติด ด่าพีเอ็ม ๒.๕ ด่าประชาธิปไตยเลือกตั้งเฮงซวย 
    ไม่มีเสียงด่า ไปติดไวรัสมา จากที่นั้น-ที่นี้เลย!
    ฉะนั้น ใครตื่น ก็ให้เขาตื่น
    พวกตื่นตามกระแสน่ะ ถ้าระบาดจริง ตายก่อน ส่วนพวกตื่นแบบสติ จะไม่ตาย ถึงตายก็ตายทีหลังเขา 
    เพราะรู้กาล รู้สถานที่ รู้บุคคล รู้ตอนไหนควร ตอนไหนไม่ควร "สติใคร่ครวญ" ใช้ป้องกันได้แน่นอนกว่า "ผ้าปิดจมูก"
    ที่ผมสังเกต........
    กระหายหากันในลักษณะ "แฟชั่นหน้ากาก" มากกว่า เอามาอวดกัน โพสต์อวดกัน 
    ของชั้นของนอกนะ ของชั้นกรองได้จากชั้นนรกถึงชั้นสวรรค์นะ ของชั้นทรงใหม่ สีแซ่บนะ
    คอยดูเหอะ 
    อีกวัน-สองวัน พอหายเห่อ และหายใจไม่ค่อยคล่อง โรคตื่นกระแสหน้ากากก็จะหายไปเอง 
    โรคตื่น "วาเลนไทน์" เข้ามาแทน!
    รัฐบาลต้องคัดท้าย ด้วยการ "นำกระแส-คุมกระแส" ให้ตรงทิศ ตรงทาง อย่าทำอะไรแบบ "ประจบ-เอาใจ" ประชาชนจนเกินเหตุ
    คนไทยวันนี้ เหลืออย่างเดียวที่ไม่เรียกร้องให้รัฐบาลช่วย
    คือ "ช่วยเช็ดก้น"!
    นอกนั้น แทบจะ "ทุกเรื่อง"!
    ตบท้ายไว้นิด เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี ๖๓ ที่รอศาลรัฐธรรมนูญว่าเอายังไง?
    เมื่อวาน ศาลฯ มีมติเสียงข้างมาก ๕ ต่อ ๔ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี ๖๓ "ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ" 
    ให้สภาผู้แทนราษฎร กลับไปโหวตใหม่ในวาระ ๒ และวาระ ๓ 
    ประธานสภา "ชวน หลีกภัย" นัดประชุมโหวตใหม่แล้ว พฤหัสบดีที่ ๑๓ ก.พ.
    วันนี้ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ วัน "มาฆบูชา"
    "ไม่ทำชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส" นี้คือหัวใจพระพุทธศาสนา.

นายกฯลั่นต้องไม่เกิดสถานการณ์แบบนี้อีก สั่งกรมสุขภาพจิตดูแลประชาชนผู้สูญเสียอย่างใกล้

    
 

9 ก.พ. เวลา 11.53 น. ที่โรงพยาบาลมหาราช​ นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม  กล่าวแถลงภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชว่า ติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานสถานการณ์มาโดยตลอด​ ระยะแรกใช้กำลังหรือพื้นที่ดูแลสถานการณ์​ ดูแลความปลอดภัย​และได้สั่งการผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานให้ดูแลอย่างเต็มที่​ ทั้งตำรวจทหาร​ ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่​ 8ก.พ.ตนกังวลในเรื่องการใช้กำลัง​ กำชับให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงประชาชน การทำงานไม่ใช่เราไม่มีประสิทธิภาพ​ แต่ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะในอาคารมีซอกมุมจำนวนมาก

"เมื่อคืนผมติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน​มีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ มีการดำเนินการตามขั้นตอนในทุกระดับดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด มั่นใจในเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก​เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น"

 นายกฯ​ กล่าวว่า​ ขณะนี้ได้มอบหมายกรมสุขภาพจิต เข้ามาดูแลครอบครัวและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ​ รวมทั้งผู้ที่สูญเสียทั้งหมด​ เรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของมนุษย์​ ของประชาชน​ ของเจ้าหน้าที่ ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ​ แล้วการที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสังเกตการณ์​เพราะมีความห่วงใย​ ขอร้องสื่อต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สักนิดเพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ​ นอกจากนี้​ เมื่อเช้าวันเดียวกันได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในระดับผู้บังคับบัญชา ต้องมีความเตรียมพร้อม เพราะมีความเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน  เราจะทำสะเปะสะปะไม่ได้​ขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบก่อน จากนั้นจึงได้ประสานขอกำลังจากฝ่ายทหารเข้ามาช่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะลงมาปฎิบัติหน้าที่ เพราะคนร้ายมีอาวุธร้ายแรง

นายกฯกล่าวอีกว่า​ ขอขอบคุณแพทย์ พยาบาลบุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง​ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันบริจาคโลหิต​ ถือว่าได้ทั้งบุญและกุศล​ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน​ แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง​ แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้​ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อมวันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี ส่วนการช่วยเหลือดูแลจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​มาดูแลให้​ ทั้งผู้ที่สูญเสียและผู้ที่ได้รับบัตรเจ็บ

นายกฯ สรุปว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25 ราย อยู่ในโรงพยาบาล​ 32​ ราย เสียชีวิต เบื้องต้น 27 ราย รวมผู้ก่อเหตุด้วย

ในช่วงท้าย นายกฯกล่าวว่า เราต้องร่วมมือและเผชิญสถานการณ์ไปด้วยกัน​ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน และดูแลแก้ไขทุกปัญหา อย่างเรื่องเศรษฐกิจตนก็รับฟังผู้ที่ติติง แต่อยากให้ดูว่า 5 ปีทำอะไรมาแล้วบ้างแล้ว คงมีโอกาสพูดกันในสภา ตนไม่มีปัญหา​พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำคัญขอร้องไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่าให้ใครมาบิดเดือนที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าตนดูแลคน​ ทุกๆฝ่าย​ งบประมาณก็ลงไปช่วยเหลือในทุกๆจังหวัด

 ประชาชนรอชมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กว่า 55% เชื่อรัฐบาลยังคงทำหน้าที่ได้ต่อไป


 
 

9 ก.พ. 2563 จากที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ เป็นเวลา 3 วัน ก่อนลงมติในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ทำให้เป็นที่จับตามองจากหลายฝ่ายและคาดว่าการอภิปรายครั้งนี้น่าจะเข้มข้น ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีการเตรียมพร้อมมาอย่างดี เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนก่อนการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้น “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,088 คน ระหว่างวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2563 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนจะติดตามการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์ หรือไม่?
อันดับ 1    ติดตาม     45.59%
เพราะ  เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก ประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นขอเปิดอภิปรายน่าสนใจ อยากฟังการชี้แจงของทั้ง 6 รัฐมนตรี ต้องการรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงให้มากขึ้น ชอบติดตามข่าวการเมือง ฯลฯ
อันดับ 2    ไม่แน่ใจ    29.32%
เพราะ  ต้องทำงาน อาจไม่มีเวลาติดตาม ทำให้เครียด การอภิปรายครั้งนี้คงไม่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ฯลฯ 
อันดับ 3    ไม่ติดตาม  25.09%
เพราะ  ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ไม่น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชน ไม่อยากรู้ ไม่เชื่อถือนักการเมือง ฯลฯ 
 2. เรื่องที่ประชาชนสนใจหรืออยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด

อันดับ 1    ผลงานของนายกรัฐมนตรีและฝ่ายรัฐบาล การไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้    44.52%
อันดับ 2    การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน    33.56%
อันดับ 3    การปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ความไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง    23.27%
อันดับ 4    การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย    13.13%
อันดับ 5    การใช้งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง อนุมัติโครงการต่างๆ    10.55%

3. สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ
อันดับ 1    ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เคารพกฎกติกาในที่ประชุม    43.33%
อันดับ 2    ข้อมูลเป็นประโยชน์ สร้างสรรค์ ชัดเจน ตรงประเด็นตามข้อเท็จจริง     37.12%
อันดับ 3    รัฐบาลปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น นำข้อเสนอแนะไปใช้    33.48%

4. สิ่งที่ประชาชนไม่อยากเห็นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ
อันดับ 1    พฤติกรรมไม่เหมาะสม ทะเลาะกัน ประท้วงบ่อย ทำสภาล่ม      51.21%
อันดับ 2    ตอบคำถามไม่ชัดเจน ไม่ตรงประเด็น พูดนอกเรื่อง พูดเรื่องเดิม     33.15%
อันดับ 3    ไม่เคารพที่ประชุม นั่งหลับ เล่นมือถือ ไม่เข้าประชุม ไม่รักษาเวลา    28.68%

5. ประชาชนคิดว่าจะได้รับประโยชน์จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือไม่?
อันดับ 1    ไม่แน่ใจ    40.07%
เพราะ  ต้องรอดูจากการอภิปราย ขึ้นอยู่กับผลที่จะเกิดขึ้น ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ฯลฯ 
อันดับ 2    ได้ประโยชน์    33.92%
เพราะ  ได้รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ได้ฟังการชี้แจงจาก 6 รัฐมนตรี อาจมีข้อมูลใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ช่วยให้เข้าใจการเมืองมากขึ้น  ฯลฯ
อันดับ 3    ไม่ได้ประโยชน์    26.01%
เพราะ  เป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของสภา นักการเมืองมัวแต่ทะเลาะโต้เถียงกันไปมา เป็นเพียงแค่เกมการเมือง 
รัฐบาลยังคงบริหารประเทศต่อไป ฯลฯ

6. หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลง ประชาชนคิดว่าการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร?
อันดับ 1    เหมือนเดิม    55.88%
เพราะ  คณะทำงานชุดเดิม รัฐบาลยังคงมีอำนาจและมีเสียงข้างมาก เหมือนกับการอภิปรายทุกครั้งที่ผ่านมา ฯลฯ
อันดับ 2    น่าจะแย่ลง    24.08%
เพราะ  รัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้า ไม่เป็นรูปธรรม มีปัญหารุมเร้าหลายเรื่อง สถานการณ์อาจบานปลายหรือแย่ลงกว่าเดิม ฯลฯ
อันดับ 3    น่าจะดีขึ้น    20.04%
เพราะ  เป็นการกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งทำงาน กระตือรือร้นมากขึ้น รู้ข้อบกพร่องหรือปัญหาที่ผ่านมา นำไปพัฒนาปรับปรุง ฯลฯ

 

 

 

 

 .......................................................................
 

'บิ๊กตู่'ทวิตข้อความ เมื่อเหตุการณ์ได้ยุติ เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ก้าวต่อไปคือต้องเยียวยา ถอดบทเรียน

 
 

แฟ้มภาพ

9 ก.พ.63-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha @prayutofficial ว่า เมื่อเหตุการณ์ได้ยุติ เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ก้าวต่อไปคือเราต้องเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีสติ มีน้ำใจ ที่สำคัญเราต้องร่วมมือ และมีความเข้าใจกันและกัน

ผมขอขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจมาตลอดคืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนคนไทยทุกคนครับ เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ #ส่งใจไปโคราช.

 

 

 ...............................................................

 
 
 
 
หน้าแรก / การเมือง
อาทิตย์ 9 กุมภาพันธ์ 2563

รวมยอด 'กราดยิงโคราช' เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บพุ่ง 57 ราย (12.00 น.)

รวมยอด 'กราดยิงโคราช' เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บพุ่ง 57 ราย (12.00 น.)
9 กุมภาพันธ์ 2563

ด่วน! นายกฯ แถลงเหตุกราดยิงโคราช มีผู้เสียชีวิต 27 ราย รวมผู้ก่อเหตุ และบาดเจ็บ 57 ราย พร้อมระบุเหตุ "วิสามัญ" คนร้าย​เพราะยิงตอบโต้ ส่วนจัดการล่าช้าเพราะมีประชาชนจำนวนมาก เตรียมหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย 

นักเรียนอัจฉริยะได้พัฒนาสูตรที่ทำลายไขมันโดยบังเอิญ -32 กิโลกรัมตลอดไป
 
 

ด่วน! นายกฯ แถลง มีผู้เสียชีวิต 27 ราย รวมผู้ก่อเหตุ และบาดเจ็บพุ่ง 57 ราย

158122602876

วันนี้ (9 ก.พ.63) นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่ ณ ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เพื่อแถลงสรุปเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา วานนี้ (8 ก.พ.63) ซึ่งก่อเหตุโดย  จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา  จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก 

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน และขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหายทุกคน พร้อมสรุปยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ณ เวลา 09.54 น. (9 ก.พ.63) สรุปยอดผู้เสียชีวิต 27 ราย (ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ 2 ราย และ ผู้ก่อเหตุ 1 ราย) บาดเจ็บ 57 ราย แบ่งเป็น กลับบ้านแล้ว 25 ราย แอดมิด​ 32 ราย​ เข้าผ่าตัด​ 12​ ราย​ ใช้เลือดไป​ 64​ ยูนิต

ส่วนเรื่องสาเหตุ สอบสวนแล้วเป็นปัญหาเครียดส่วนตัวจากเรื่องการขายที่ดิน ทะเลาะกันมา 3 วัน ไม่คิดว่าจะรุนแรงขึ้น ปกติเขาไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร​ แต่เหตุที่ทำไปถือว่าเลวร้ายมากๆ

158123087834

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ตนเองได้รับทราบเหตุการณ์มาโดยตลอด โดยเริ่มแรกได้จัดทีมระดับผู้บัญชาการลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นก่อน พอจัดกำลังเรียบร้อย แล้วจึงรวมพลกันที่เกิดเหตุ โดยมีทั้งผู้บัญชาการ และเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมวางแผน ยุทธวิธี 

 

และได้กล่าวยอมรับว่า เมื่อวาน (8 ก.พ.) มีความกังวลเรื่องยุทธการ เนื่องจากมีคนติดอยู่จำนวนมาก ทำให้ทำตามแแบบแผนอย่างอเมริกาไม่ได้ 

ส่วนเรื่องการวิสามัญนั้น นายกฯ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย​ เนื่องจากคนร้ายยิงตอบโต้ ส่วนระยะเวลาที่ควบคุมเหตุได้ล่าช้า​ เนื่องจากมีประชาชนอยู่ในพื้นที่​ หากดำเนินการรุนแรง​ อาจได้รับลูกหลงบาดเจ็บจำนวนมาก จึงค่อยๆ เคลียร์พื้นที่

"เรามีความกังวลเรื่องยุทธการ โดยต้องใช้จากเบาไปหาหนัก เพราะปัญหา คือ มีประชาชนติดอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ยอมรับว่า ไม่ง่าย เพราะพื้นที่มี 6 ชั้น สิ่งสำคัญ คือ ช่วยหลือคนออกมาให้ได้ก่อน สุดท้ายไปจบที่ชั้นแอลจี ซึ่งอาคารนี้มีซอกมุมจำนวนมาก ไม่รู้ว่า มีคนหลบอยูตรงไหนบ้าง" นายกรัฐมนตรีกล่าว

พร้อมเอ่ยยืนยันว่า การทำงานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นไปตามลำดับขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งได้รับข้อมูลว่า การบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ยังเอ่ยยืนยันถึงเรื่อง การรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธของกองทัพว่า ​ไม่ได้ดูแลหละหลวม​ แต่ผู้ก่อเหตุ​ ได้วางแผนมาอย่างดี​ ปล้นอาวุธปืน ยิงผู้คุมคลัง​ ก่อนเอาอาวุธมาให้ก่อเหตุกราดยิงประชาชน

1581230893100

"ครั้งนี้ ใช้เวลามากพอสมควร เพราะผู้ก่อเหตุเคลื่อนไปมา มีอาวุธร้ายแรง ทุกคนต้องมีบทเรียน ไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ ไม่ว่าจะผม หรือใคร วันนี้เราต้องหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อทุกอย่างสามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว" 

"สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นใน ประเทศไทย ขอให้เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย"
พล.อ. ประยุทธ์​ จันทร์โอชา

และกล่าวอีกว่า 

"สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นใน ประเทศไทย ขอให้เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย"

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวยืนยันเรื่องการรักษาพยาบาล ว่า รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนเรื่องพิธีศพนั้น ต้องขอให้ผ่านกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ ชันสูตรพลิกศพให้เสร็จสิ้นก่อน 

โดยเหตุการณ์กราดยิงที่มีผู้เสียจำนวนมากขนาดนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย​ คงต้องมีการถอดบทเรียนไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำรอย

 

ลำดับเวลา ทหารกราดยิง 21 ศพ

ลำดับเวลา ทหารกราดยิง 21 ศพ
9 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย ทีมกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
 9,913

สรุป ณ เวลา 06.30 น. มียอดผู้เสียชีวิต 21 ราย และ ผู้ร้ายยังคงอยู่ภายในห้างเทอมินอล 21 

งวัยขึ้น เดินยาก ยืนลำบาก "อาหนิง" มีวิธีเด็ดช่วยแก้ไข
ปวดข้อ ปวดกระดูกต้องลอง Betacal รางวัลสินค้ากระดูกยอดเยี่ยมปี 2019 ปลอดภัยต่อสุขภาพ
อ่านต่อ
 

ผู้ก่อเหตุ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ใช้อาวุธปืนยาวเอชเค 33 อาวุธสงคราม ก่อเหตุ

  • 15.00น. 1.ยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส อายุ 48 ปี สังกัด กรมสรรพวุธ กระสุน ที่ 22 บชร.22. นางอนงค์ มิตรจันทร์ อายุ 65 ปี (เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ) 3. นายพิทยา แก้วพรม ได้รับบาดเจ็บส่งรพ.มหาราช
  • 16.30น. จ.ส.อ.จักรพันธ์ ได้ไปที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ แย่งอาวุธปืนจากทหารเวรประจำการ และใช้อาวุธ ยิงทหารเวรได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ขับรถฮัมวี่ของทหาร หลบหนี ออกด้านหลังค่าย หลบหนีไปทางวัดป่าศรัทธารวม และได้ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ที่มาสกัดจับได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย และกระสุนถูกชาวบ้านใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน
  • 17.30น. จ.ส.อ.จักรพันธ์ มาถึงหน้าห้าง เทอมินอล21 จังหวัดนครราชสีมา กราดยิงประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงด้วยความบ้าคลั่งก่อนเข้าไปภายในห้าง
  • 18.00น. เกิดเพลิงไหม้ในห้าง และมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ประชาชนในห้างต่างหนีตายวิ่งหนีและหลบซ่อนตามมุมต่างๆ
  • 18.30น. เฟสบุ๊กทหารรายนี้ อัดคลิปบอกเมื่อยมือแล้วหลังกราดยิงประชาชนนับสิบราย และก็มีการโพสต์ข้อความเรื่อยมา เหนื่อยเหลือเกิน / มันตายมั้ย3คนนั้น /ซวยละเป็นตะคริว / พวกมึงอยากลองของใช่มั้ย / ยังไงก็หนีความตายไม่พ้น / 3 ศพล้างแค้น นอกนั้นป้องกันตัว
  • 19.00น. ผบตร.และคณะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจ.นครราชสีมาสั่งล่าทหารรายนี้
  • 19.30น. มีรายงานทหารรายนี้เปลี่ยนชุดและจับประชาชนในห้างเป็นตัวประกัน
  • 19.40น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานเบื้องต้นเหตุนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12คน และต่อมาเพิ่มอีก2คน เป็น14คน ส่วนผู้บาดเจ็บยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด
  • 20.30น. ภาพวงจรปิดคนร้าย เดินถือปืนในห้าง ขณะที่ประชาชนติดค้างภายในห้างยังออกมาไม่ได้กลัวคนร้ายยิง
  • 21.00น. ทหารเร่งนำประชาชนออกจากห้างโดยทุกคนต่างวิ่งหนีตายออกจากห้างด้านข้าง โดยมีทหารคอยดูแลความปลอดภัย
  • 21.20.น. ชุดหนุมานกองปราบกว่า20นายเดินทางมาถึง และเข้าไปในห้าง
  • 21.30น. เจ้าหน้าที่นำประชาชนที่ติดภายในห้างทยอยออกทางประตูด้านข้างอย่างปลอดภัย
  • 22.30น. ได้ยินเสียงปืนจากในห้างหลายนัด
  • 22.40น. มีรถพยาบาลและรถตำรวจเข้าไปในพื้นที่ใกล้ห้าง
  • 23.27 น. ที่รพ.มหาราช รมว.สธ ยืนยัน เสียชีวิต20ราย บาดเจ็บ31ราย
  • 00.34.น เจ้าหน้าที่เคลียร์คนในห้างออกมาได้เกือบ100% โดยมีรายงานว่า คนร้ายหลบหนีไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นศูนย์อาหาร
  • 00.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ นำกำลังหนุมาน เข้าไปเพิ่มจำนวน 2 ชุด ชุด ละ 5-6 นาย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่หน่วยอรินทราช 26 ด้วย
  • 02.43 น. มีเสียงปืนยิงรัวจากด้านในห้าง วิทยุตำรวจระบุ เสียงมาจากชั้นใต้ดิน
    03.00 น. มีรายงานเบื้องต้น ว่าคนร้านได้หนี ออกมาจากห้าง พร้อมๆเสียงปืนดังขึ้น
  • 05.24 เสียงปืนหลายนัดดัง​2 ระลอก​ มาจากด้านข้างห้าง​
  • 06.15 น. รมว.สธ. ระบุมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม เป็นนายตำรวจจากการปะทะ 1 ราย และ ได้รับบาดเจ็บเพิ่ม 2 ราย สรุปมียอดผู้เสียชีวิต 21 ราย 
  • 07.15น. รมว.สธ. นายอนุทิน ชาญวีรกุล ลงจับตาพื้นที่บริเวณข้างเทอมินอล 21 
  • 07.00 น. พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย บริเวณชั้น G ไม่สามารถลำเลียงศพออกมาได้
  • 07.50 น. คาดว่า คนร้ายนังอยู่ในห้าง เนื่องจาก ยิงโดรนเจ้าหน้าที่ร่วง
  • 08.10 น. - ตำรวจช่วยประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง จำนวน 10 คน ออกจากห้างฯได้ มีผู้บาดเจ็บ 1 คนถูกยิงแขน
  • 08.35 น. - นายกฯขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ พล.ม.2 บินด่วนโคราช บัญชาการปิดเกมทหารคลั่งยิงคน
  • 08.45-09.00 น. - ทยอยช่วยประชาชนที่ติดอยู่ในห้างฯออกมา บางคนมีอาการอ่อนเพลีย เดินไม่ไหว
  • 09.05 น. - เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติการด้านในห้างฯ เริ่มเดินออกมา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับคุมกำลัง
  • 09.07 น. - ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้ไปรวมตัวกันที่ห้างฯ และเข้าไปภายใน
  • 09.10 น. - รายงานยืนยันเจ้าหน้าที่คุมสถานการณ์ภายในห้างฯได้แล้ว วิสามัญฆาตกรรมคนร้าย ศพอยู่ที่ชั้น LG
  • 09.32 น. - ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ยืนยันควบคุมสถานการณ์ได้ และแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
  • 09.40 สาธารณสุขโคราช แถลงทางการ มีผู้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บ 42 ราย ยังอยู่รพ. 21 ราย  ผ่าตัด 9 ราย

158123154774

 

158123157780

 
ถุงพลาสติก: มันผิดพลาดตรงไหน
ค้นพบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุประสงค์เริ่มแรกของถุงพลาสติกและสิ่งที่นำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน
........................................................................

9 กุมภาพันธ์ 2563

 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน