*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-01
  • จำนวนเรื่อง : 3918
  • จำนวนผู้ชม : 2483076
  • จำนวนผู้โหวต : 524
  • ส่ง msg :
  • โหวต 524 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 210 , 15:04:42 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีรับ

         การระวังเชื้อ 'โคโรน่าไวรัส' ที่ดีที่สุด คือ อยู่ให้ห่างเ้าไว้ก่อนเป็นดี เพราะฉะนั้น การที่เรือสำราญขนาดผู้โดยสารนับพันคนที่มีคน

ป่วยอยู่บนเรือด้วยจะขอมาแวะที่ไทย หลังจากที่เดิมเขาไม่ยอมผู้โดยสารขึ้นฝั่งเป็นอันขาดนั้น เราก็ต้องคิดหนักทีเดียว แม้จะมีเงินมูลค่า

สูงล่อใจอยู่ก็ตาม


สถานที่ปลอดภัยโรคโคโรน่าไวรัสระบาด

 

 

เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'


 
 

 

               "เห็นด้วย" กับนายกฯ

                ที่ "ไม่อนุญาต" ให้........

                เรือสำราญเวสเตอร์ดัม (Westerdam) เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง

                เพื่อใช้ประเทศไทย "เป็นทางผ่าน"

                ให้ผู้โดยสารนักท่องเที่ยวและลูกเรือ กว่า ๒,๐๐๐ คน ขึ้นจากเรือ กระจายไปสนามบินต่างๆ กลับแต่ละประเทศ

                กรอบปฏิบัติของไทยกรณีนี้ นายกฯ วางไว้ ว่า

                -ไม่อนุญาตให้จอด

                -แต่ดูแลด้านมนุษยธรรม

                การเติมน้ำมัน น้ำดื่ม-น้ำใช้ อาหาร ข้าวของเครื่องใช้-เครื่องบริโภค เจ็บป่วย จัดหาให้ตามต้องการ

                ตามที่บริษัทเจ้าของเรือเวสเตอร์ดัมแถลง ๑๓ กุมภา คือวันนี้ เขาจะนำเรือเทียบท่าแหลมฉบัง

                เออ..แปลก .....

                ไทยไม่ให้เข้าจอด แต่เรือแถลงจะจอด ตกลงเป็นแบบไหนกันแน่?

                น่าตามดูวันนี้!

                เท่าที่ฟังเสียงมนุษย์ มีทั้ง ๒ ด้าน คือ ด้านมนุษยธรรม ควรให้เข้ามาจอด

                และด้านปลอดภัย-ไม่ประมาท จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ไม่ควรให้เข้ามาจอด

                เอาล่ะ แล้วเราคิดเห็นกันอย่างไร?

                แต่อยากบอกว่า การตัดสินใจที่ดี-ที่ถูกต้อง นั้น องค์ประกอบสำคัญที่สุด คือ "ข้อมูลครบด้าน"

                ดังนั้น เรามาดู "ที่มา-ที่ไป" เรือสำราญลำนี้ ให้กระจ่างก่อน เมื่อเข้าใจแล้ว คิดเห็นอย่างไร

                ก็เป็นแบบ "อิสรภาพแห่งความคิด" สโลแกนบนหัว "ไทยโพสต์" นั่นแหละ

                เท่าที่อ่านข่าว เรือสำราญ Westerdam เป็นของ "บริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกา ไลน์" ต้นสังกัดอยู่ ไมอามี สหรัฐฯ

                เรือก็เหมือนคน ต้องมีสัญชาติ ลำนี้ สัญชาติ "เนเธอร์แลนด์-อังกฤษ"

                เป็นเรือเดินทางท่องเที่ยว ทริปนี้ ทริปเอเชียตะวันออก ต้นทาง จากสิงคโปร์ ปลายทางที่ ท่าเรือโยโกฮามา

                หัวละเฉียดแสน-แสนกว่า ทริปนี้ นักท่องเที่ยว ๑,๔๕๕ คน ลูกเรือ ๘๐๒ คน รวม ๒,๒๕๗ คน ถือว่าไม่มาก

                ในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยวไทย ๑๙ คน ลูกเรือคนไทย ๒ คน

                ตามเส้นทางท่องเที่ยว ก็ลอยละล่องดูลมชมวิวไปตามท้องทะเลจีนใต้

                แวะกิน ช้อป ใช้ ตามท่าประเทศรายทางไปเรื่อยๆ จุดหมาย จบทริป-ขึ้นฝั่งโยโกฮามา ศูนย์ท่าเรือสำราญ

                ที่เป็นเหตุก็ คือ.........

                ช่วงไวรัสอู่ฮั่นเริ่มระบาด เรือลำนี้ ไปจอดรับนักท่องเที่ยวที่ท่าฮ่องกงอีก ๖๐๐ กว่าคน

                พอข่าวไวรัสระบาดเปรี้ยง ญี่ปุ่นตรวจพบเชื้อจากนักท่องเที่ยวเรือไดมอนด์ ที่ท่าโยโกฮามาเข้าอีก

                ก็เป็นเรื่องเลย............

                ญี่ปุ่นปิดท่า ห้ามเรือเข้า-ออก เวสเตอร์ดัมพอเหมาะ-พอเจาะ ในเรือมีนักท่องเที่ยวที่แวะรับจากฮ่องกง

                ทุกท่าในทะเลจีนใต้ รวมทั้งญี่ปุ่น

                "ปฏิเสธ" ให้เรือ "เวสเตอร์ดัม" เข้าจอด!          

                ฟิลิปปินส์ก็ไล่ ไปเกาหลีใต้ก็ไล่ ไปเกาะกวมก็ไล่ ไปไต้หวันก็ถูก ชิ้ว..ชิ้ว อย่าเข้ามา

                สรุปแล้ว เวสเตอร์ดัม สมที่เป็นเรือสำราญ ลอยเท้งเต้งสำเริงไปมากลางทะเล ขึ้นฝั่งที่ไหนไม่ได้เลย!

                น่าสงสารใช่มั้ยครับ?

                แต่อยากบอก ในฐานะเคยล่องเรือในแปซิฟิก ไม่ต้องไปห่วงหรอก บนเรือนั้น กว้างขวางกว่า ๒-๓  สนามฟุตบอลรวมกัน

                จะกิน จะอยู่ จะเที่ยว จะดูหนัง จะเต้นระบำ จะดูละคร จะช็อป กระทั่งจะแก้ผ้า อาบแดด-อาบจันทร์ ในสระกลางทะเล

                มีให้ "ครบ" ทุกอย่าง

                ปิดตาไปปล่อย พอเปิด เผลอๆ นึกว่าอยู่ห้างพารากอน ไอคอนสยาม ขณะมีงานมหกรรม!

                ฉะนั้น เมื่อมองรอบด้านแล้ว นายกฯ "อย่าใจอ่อน" หรือยอมให้ "คุณพ่อ" ประเทศไหน

                "เสนอเงื่อนไขที่ไม่สามารถปฏิเสธได้"

                ให้ต้องยอมเรือลำนี้เข้ามาจอดแล้วถ่ายคนขึ้นฝั่งได้เป็นอันขาด

                "ไม่อนุญาตเข้า" นั่นถูกต้องแล้ว

                เพราะเราต้อง Thailand First and Safe

                "ตามมนุษยธรรม" ก็ถูกต้องแล้ว

                เครื่องอุปโภค-บริโภค กระทั่งมดหมอตรวจรักษา หยูกยา กัญชาป้ายลิ้น (ด้วยก็ได้) ถ้าบนเรือต้องการ

                ได้หมด สดชื่น "หมอหนู" บริการ!

                เหตุผลที่ต้อง "ขึงตึง" ไม่หย่อน-ไม่ผ่อนผัน ไม่ใช่ไทยโหด-ไทยหิน หากแต่พิเคราะห์ตามข้อมูลแล้ว

                ถึงบนเรือบอกว่า ไม่มีใครป่วย-ใครเป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ดีใจด้วย ที่ทุกคนปลอดภัย อนามัยแข็งแรง

                ในเมื่อชัวร์ว่า ๒ พันกว่าคน "ปลอดไวรัส".......

                แล้วทำไม ญี่ปุ่น-เกาหลี-ฟิลิปปินส์-กวม-ไต้หวัน เขาจึงไล่ส่ง ไม่ยอมให้จอดเลยล่ะ?

                แล้วมีเหตุอะไร ที่ไทยประเทศเดียวต้องรับ?

                ประเด็นหลักที่ควรคำนึงประกอบ คือ......

                "ประเทศไทย" ไม่อยู่ในโปรแกรมของเรือลำนี้ ที่จะแวะให้คนกว่า ๒ พันคน ขึ้นฝั่งเที่ยวมาก่อนเลย

                ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอ้างถึง "ความชอบธรรม"

                เรือลำนี้ รับนักท่องเที่ยวขึ้นเรือจากฮ่องกงขณะไวรัสระบาด การที่บริษัทอ้าง "ปลอดไวรัส-ไม่มีคนป่วย" นั่นเพียงอ้าง ไม่มีการรับรองจากแพทย์

                และข้อควรคิดด้วย..........

                เรือเวสเตอร์ดัม "ต้นทาง" อยู่สิงคโปร์ เมื่อมีปัญหา ทำไมไม่กลับไปจอดท่าที่สิงคโปร์ล่ะ ก็ไม่ห่างจากไทย มีเหตุผลใด ต้องมุ่งมาไทย?

                ได้ยิน "กรมเจ้าท่า" บอกว่า ยังไม่มีการขออนุญาตเข้ามาในน่านน้ำไทย

                หากขออนุญาตมา จะให้เรือทอดสมอบริเวณที่ทิ้งสมอกักกันโรค

                ประสาน กรมควบคุมโรค กรมศุลกากร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าคัดกรองผู้โดยสาร, ลูกเรือ ก่อนนำเรือเทียบท่า

                ผมว่า "กรมเจ้าท่า" อย่าตีราคาตัวเองเป็น "ตรายาง" แค่นั้นเลย

                ถ้าอำนาจเหนือเปลี่ยนมาตรการเป็นโอนอ่อนสั่งมา ก็ถามเขาซีว่า.......

                ใครจะรับผิดชอบ ต่อการให้คน "น่าสงสัย" กว่า ๒ พันคน "เข้าประเทศ" แล้วปล่อยให้ออกไป โดยไม่กักไว้ดูอาการก่อน ๑๔ วัน?

                ถ้ากัก.........

                จะเอาที่ ที่ไหน ทั้งหมอ-พยาบาล-เจ้าหน้าที่ มาตรวจเฝ้ารักษาคนกว่า ๒ พันคน โดยธุระมิใช่ของไทย?

                แล้วค่าใช้จ่าย ใครจ่าย?

                และถ้าใครซักคน จากท่าฮ่องกงได้เชื้อมา ฝรั่งเทวดา ขึ้นท่า ก็ก๋าๆ เป็นตัวแพร่เชื้อ ใครรับผิดชอบ?

                ฉะนั้น เรือสำราญนี้ อย่าเลย ไม่มีพันธะในส่วนได้แต่ต้น แล้วเรื่องอะไร จะต้องมารับส่วนเสียแต่ผู้เดียวทั้งหมด?

                สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ๑๙ คน ลูกเรือ ๒ คน ถือว่า "กลับบ้านเรา" แต่ก็ต้อง "กักตัว" ๑๔ วันก่อน

                เรือมาจากสิงคโปร์ ก็ให้เขากลับไปสิงคโปร์

                แฟร์สุด ถูกต้อง-ชอบธรรมสุด!

                นี่คือการสร้าง "ไทย-มาตรฐาน" เป็นแบรนด์รับประกันมาตรการประเทศปลอดไวรัส ให้ชาวโลกเชื่อมั่น

                เมื่อวาน (๑๒ ก.พ.) ไทยเราก็คืบหน้าไปอีกขั้น กระทรวงสาธารณสุข ของหมอหนู "อนุทิน ชาญวีรกูล"        

                "นายแพทย์สมบัติ แทนประเสริฐสุข" แพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค

                ร่วมกับ "นายณัฐวัฒน์ กฤษณามระ" อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

                เชิญทูต ๖๒ ประเทศ

                และองค์กรระหว่างประเทศ, หน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย

                ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ ด้านสาธารณสุข

                กรมการแพทย์

                กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

                รวม ๒๐ หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนวิทยาการและประสบการณ์ด้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

                ไม่มีใครเชื่อถือไทยผ่านคำพูด..........

                แต่ด้วยทำ "มาตรฐาน" วิทยาการแพทย์ไทยเป็นประจักษ์นั่นแหละ

                สังคมโลกเชื่อถือ!

                การรักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะนี้ รอบๆ โลก ทรงๆ ทรุดๆ

                มีแต่ไทยเรานี่แหละ ทรงกับหายวัน-หายคืน

                ป่วย ๓๓ หายกลับบ้าน ๑๑ ชิลๆ อยู่โรงพยาบาล ๒๒

                "เชื้อชั่ว" พวก "ชังชาติ" ก็พอแล้ว........

                อย่าเสี่ยงเป็น "ม้าอารี" เอาเชื้อโรคเข้ามาเลย!

13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

 
 

14:35 น. 'หมอวรงค์' รุกหนักเปิดจุดตาย 'ธนาธร'

14:26 น. 'โบว์' พาพวกบุกสภาฯยื่นกมธ.ทหาร สอบผลประโยชน์ทับซ้อนในกองทัพ

14:25 น. ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 โคราช จัดพิธีทำบุญ ตักบาตร หลังเหตุกราดยิง/พร้อมกับเปิดห้างให้บริการแล้ววันนี้  ยกเว้นโซนฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต

14:07 น. "อนุทิน"สั่งเตรียมพร้อมผดส.เรือเวสเตอร์ดัม มาเปลี่ยนเครื่องที่ไทย ส่วนเรือสำราญแวะที่ภูเก็ต ส่งจนท.ไปตรวจร่างกายคนในเรือ/ผู้ติดเชื้อชาวจีนหายแล้ว1ราย

14:02 น. ส่อโดนกันระนาว 'ธรรมนัส' ขึงขังสั่งส.ป.ก.ตรวจสอบที่ดินนักการเมืองทุกระดับ!

 
 

NEXT รปช. 2 'หมอวรงค์' ปักหมุดกระทุ่มแบน แฉ 4 ประเด็นฉาว 'ปิยบุตร' พูดไม่หมด

เปิดโผแคนดิเดทชิงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ


 

นายวรวิทย์ กังศศิเทียม , นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์ , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ,นายจิรนิตติ หะวานนท์

12 ก.พ.63 - ความคืบหน้าหลังวุฒิสภามีการลงมติโหวตลับ เห็นชอบรายชื่อว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 รายชื่อ ประกอบด้วยนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งและอนุญาตในศาลฎีกา นายวิรุฬ แสงเทียน อดีตรองประธานศาลฎีกา และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นายจิรนิตติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนายนภพล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัคราชทูตฯ  

 

ขั้นตอนต่อจากนี้ ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 4 คน ต้องดำเนินการเรื่องต่างๆเพื่อเตรียมตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้ขาดคุณสมบัติการเป็นตุลาการศาลรัฐมธรรมนูญ เช่นการลาออกจากราชการภายในกำหนดเวลาคือไม่เกินสิบห้าวัน 

จากนั้น สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จะได้ประสานเป็นการภายในกับ 4 ว่าที่ตุลาการศาลรับธรรมนูญ เพื่อให้มาร่วมประชุมกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจำนวนสี่คน ที่ยังไม่พ้นวาระให้มาประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่แทนนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ.คนปัจจุบัน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 8 คน จะต้องลงมติเลือกบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมมาเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนต่อไป จนเมื่อได้ชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการส่งชื่อประธานศาลรธน.และว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งหมด ให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป 

ทั้งนี้มีการคาดหมายกันว่าขั้นตอนดังกล่าวน่าจะแล็วเสร็จภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ จนเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว จากนั้นทั้งหมดจะเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ที่ยื่นคำร้องมายังศาลรับธรรมนูญต่อไป

มีการจับตามองกันว่า ว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ก่อนหน้านี้ มีการเก็งกันว่า อาจจะมีแคนดิเดทมาจาก 2 ทาง คือมาจาก 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันที่จะลงชิงเป็นแคนดิเดท ที่อาจจะมีชื่อของ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม  ที่เป็นอดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด และ นายทวีเกียรติ มีนะกษิษฐ์  อดีตอาจารย์นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์  และอีกปีกอาจมาจากสายว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ 4 คน ที่แวดวงตุลาการศาลฎีกา มีการเก็งกันว่านายอุดม   และนายจิรนิติ  อาจจะสนใจลงชิงแคนดิเดท เป็นประธานคนใหม่ ส่วนนายวิรุฬ แม้จะมีดีกรีเป็นอดีตรองประธานศาลฎีกา แต่แวดวงตุลาการประเมินกันว่าน่าจะไม่สนใจลงชิงเป็นแคนดิเดทด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยังเป็นแค่กระแสข่าวและการคาดการณ์จากบางฝ่ายเช่นวงการผู้พิพากษาศาลฎีกาเท่านั้น เพราะสุดท้าย เมื่อถึงช่วงเวลาที่จะต้องมีการประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมีความเคลื่อนไหวใหม่เกิดขึ้นก็ได้ เช่นอาจจะมีชื่อคนอื่นสนใจเสนอตัวเป็นแคนดิเดทประธานศาลรธน.คนใหม่ นอกเหนือจากสี่ชื่อดังกล่าว

ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์กันว่า ว่าที่ตุลาการศาลรธน.ทั้งสี่คน ที่กำลังจะเข้าทำหน้าที่ สุดท้าย อาจจะไม่สนใจลงสมัครก็ได้ เพราะอาจถือว่าเพิ่งจะเข้าไปทำหน้าที่ จึงไม่ควรไปลงสมัครเป็นแคนดิเดท เพราะควรให้ตุลาการศาลรธน. ที่อยู่ในปัจจุบัน ขึ้นมาจะดีกว่า เพราะเป็นที่รู้กันว่าวงการตุลาการจะให้ความสำคัญกับเรื่องความอาวุโสค่อนข้างมาก จึงทำให้สุดท้ายการชิงประธานศาลรธน.คนใหม่ อาจจะมาจากสาย 4 ตุลาการศาลรธน.ชุดปัจจุบันที่ยังไม่หมดวาระ   

ทั้งนี้ ตามพรบ.วิธีพิจารณาคดีของศาลรธน.พ.ศ. 2561 บัญญัติให้ การทำหน้าที่ของตุลาการศาลรธน.หากมีตุลาการแค่ 7 คน ก็สามารถทำหน้าที่วินิจฉัยคดีต่างๆ ได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องครบ 9 คนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การที่ตุลาการศาลรธน.หลังจากนี้จะมีแค่ 8 เสียง ทำให้การลงมติต่างๆ ที่อาจต้องใช้เสียงข้างมากหากตุลาการมีความเห็นที่ต่างกันในการลงมติแล้วเสียงเสมอกันคือ 4 ต่อ 4  ก็อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงกันหนักพอสมควรในการลงมติ เพื่อทำให้เสียงออกมาเป็นเลขคี่จนเป็นมติเสียงข้างมากต่อไป.

 
 

.......................................................

 

หวิดล่ม!องค์ประชุมเกินแค่ 1 เสียง 'ชวน' อบรม 'เรืองไกร' แฉลบออกนอกประเด็นวิจารณ์ศาลรธน.


 

13 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่ประชุมสภาฯในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบรายจ่ายปี 2563 ตั้งแต่มาตรา 1  นั้น  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เลขานุการกมธ.วิสามัญฯ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธานกมธ.วิสามัญฯ พยายามเปิดประเด็นปัญหาเรื่องการพิจารณาเกิน 105 วัน ซึ่งเท่ากับว่าขัดกับรัฐธรรมนูญและกลายเป็นกระบวนการไม่ชอบ

ทำให้ส.ส.ในซีกรัฐบาลยกมือประท้วงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมอยู่ ว่า ทั้งสองคนนี้อภิปรายนอกประเด็น อยากให้ช่วยควบคุมให้นายเรืองไกรและนายวรวัจน์พูดเฉพาะในเนื้อหาเท่านั้น

 ด้าน นายชวน  ขอให้นายเรืองไกร อภิปรายอยู่ในประเด็น เพราะออกไปไกลเกินไม่อยู่ในประเด็น  ไม่เช่นนั้นประชาชนจะมองว่าเป็นการยื้อเวลาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่อภิปรายมาตรา 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว  ที่ประชุมได้เช็กองค์ประชุมก่อนที่จะโหวตลงมติมาตราดังกล่าว ปรากฏว่า มีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุม 250 เสียง ถือว่าเกินองค์ประชุมมาอย่างฉิวเฉียดเพียง 1 เสียง จากจำนวนส.ส.ที่มีอยู่ในสภาขณะนี้ 498 คน ที่ต้องมีองค์ประชุมตั้งแต่ 249 เสียงขึ้นไป ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบมาตรา1 ด้วยคะแนน 245 ต่อ 0 งดออกเสียง6

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณามาตรา2ไปจนถึงมาตรา8 นายเรืองไกร กิจวัฒนะ อดีตกมธ.เสียงข้างน้อย ที่ขอสงวนความเห็นอภิปรายไว้เกือบทุกมาตรา ก็ยังคงอภิปรายตามที่ได้สงวนความเห็นไว้ โดยมีบางมาตราที่นายเรืองไกร แฉลบออกไปพูดนอกประเด็น ทำให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องคอยประท้วงอยู่เป็นระยะๆ แต่บรรยากาศการประชุมยังเดินไปได้ด้วยดี 

กระทั่งเข้าสู่มาตรา 9 ว่าด้วยกระทรวงการคลัง นายเรืองไกรได้ขอถอนในสิ่งที่สงวนความเห็นขออภิปรายไว้ ทำให้การประชุมลงมติตั้งแต่มาตรา9 เป็นต้นไป เป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพราะไม่มีกรรมาธิการ และส.ส.คนใดติดใจขออภิปราย แต่ละมาตราใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถลงมติผ่านความเห็นชอบไปได้อย่างราบรื่น  แต่ละมาตรา มีส.ส.รัฐบาลแสดงตนเป็นองค์ประชุมอยู่ระหว่าง250-254 เสียง  มีเสียงให้ความเห็นชอบอยู่ระหว่าง 244-245 เสียง และงดออกเสียงอยู่ระหว่าง 5-6เสียง โดยไม่มีเสียงไม่เห็นชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแสดงตนเป็นองค์ประชุมนั้นมีส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล แสดงตนเป็นองค์ประชุมอย่างพร้อมเพรียง ส่วนคะแนนงดออกเสียงที่มีผู้งดออกเสียงในแต่ละมาตราอยู่ที่ประมาณ 7คน พบว่า เป็นของส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5คน ที่ประกาศตัวแยกการทำงานจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน และขอทำงานอิสระ  ได้แก่ นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  

ส่วนคะแนนงดออกเสียงอีก 2 เสียงคือ นายชวน  หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระทั่งเวลา 12.45 น. ที่ประชุมผ่านมาตรา 30 เป็นที่เรียบร้อย  นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ขอพักการประชุม เนื่องจากตอนนี้ส.ส.ต่อเข้าห้องน้ำกันเป็นจำนวนมาก ทำให้นายชวน สั่งพักการประชุม และนัดเปิดประชุมอีกครั้งในเวลา 13.15 น.

.........................................................

 

 

 

ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ : คุณเชื่อหรือไม่?...ความสุขเศรษฐกิจไทย "อันดับ 1 ของโลก" (16/02/61) https://youtu.be/ricyulXAGXo




 
“อนันต์” ปรากฏตัวครั้งแรก เทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมเยียวยาทุกฝ่าย
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 - 13:02 น.
Facebook
Twitter
LINE

เจ้าของ ‘เทอร์มินอล 21 โคราช’ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏตัว พร้อมเยียวยาทุกฝ่าย-เปิดให้บริการตามปกติแล้ว ยกเว้นฟู้ดแลนด์

นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบสถานที่ ทำความสะอาด และดูแลความเรียบร้อยตลอดระยะเวลา 4 วันที่ผ่านมา วันนี้เทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ 99% ทุกชั้น ทุกโซน ยกเว้นพื้นที่บริเวณฟู้ดแลนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารถูกและดี ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้ในเร็ว ๆ นี้

พร้อมกับวางมาตรการรักษาความปลอดภัยให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้า ผู้ประกอบการ และประชาชนทุกท่านมั่นใจได้ว่าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ปลอดภัย และมีความพร้อมที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

“เทอร์มินอล 21 โคราช ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย และผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยเหลือและให้กำลังใจ ทางศูนย์การค้าฯ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 มาร่วมปฏิบัติการในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ แพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุข คณะกรรมการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง คณะจิตอาสา มูลนิธิ สื่อมวลชน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงาน ร้านค้า หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนทุกคน”

นายประเสริฐเผยว่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและประสานงานอย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ทั้งในขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ อีกทั้งได้ดำเนินมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ฟื้นฟู และสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนร้านค้าและลูกค้าของเทอร์มินอล 21 โคราช ประกอบด้วย

* มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรายละ 100,000 บาท

* มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรของผู้เสียชีวิต คนละ 50,000 บาท (บุตร 1 คน = 50,000 บาท)

* ยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ให้กับร้านค้าทั้งหมดกว่า 500 ราย เป็นเวลา 1 เดือน

* ช่วยเหลือในด้านการทำการตลาด การปรับปรุงและตกแต่งสถานที่ การจัดแคมเปญ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างบรรยากาศภายในศูนย์การค้าให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

“เป้าหมายสำคัญของเราคือการฟื้นฟูและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาทั้งในกลุ่มร้านค้าและลูกค้าทุกคน นอกเหนือจากมาตรการในเบื้องต้นแล้ว ในระยะยาว เราจะศึกษาและวางแผนการรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมมากขึ้น และเตรียมการต่าง ๆ เพื่อมอบความสุข และสร้างรอยยิ้มกลับคืนสู่พี่น้องชาวโคราชอีกครั้ง ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ขอเป็นกำลังสำคัญที่จะสร้างความมั่นใจ ตลอดจนมอบขวัญและกำลังใจ ให้พวกเราก้าวผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน เราพร้อมแล้วที่จะกลับมาเป็นพื้นที่แห่งความสุขในใจของทุกคน และอยู่เคียงข้างกับพี่น้องชาวโคราชตลอดไป”

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุ จำนวน 219 รูป ร่วมกับตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.พ. นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้อาลัยเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้สูญเสีย ณ บริเวณชั้น G ของศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช รวมถึงในบริเวณศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ที่อโศกและพัทยา และช่องทางออนไลน์ผ่านหน้า Facebook ของเทอร์มินอล 21 ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“อนันต์” ปรากฏตัวครั้งแรก เทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมเยียวยาทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบกรอบรูปเขียนข้อความ “มอบกำลังใจ เราจะเดินไปด้วยกัน” ให้กับ นายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของเทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งปรากฏตัวในวันนี้

“อนันต์” ปรากฏตัวครั้งแรก เทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมเยียวยาทุกฝ่าย

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยา ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา ว่าล่าสุด นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดตั้งศูนย์การให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุยิงประชาชน บริเวณศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เมื่อวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2563

โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานด้านต่างๆ 6 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะที่ปรึกษา, 2.คณะกรรมการส่วนอำนวยการ, 3.คณะทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ผู้เสียชีวิต, 4.คณะทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ผู้บาดเจ็บ, 5.คณะทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ 6.คณะทำงานด้านการรับบริจาค

“อนันต์” ปรากฏตัวครั้งแรก เทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมเยียวยาทุกฝ่าย

ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวข้องในส่วนของคณะทำงานด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาเป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่พัฒนาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ การทำความสะอาด การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมต่างๆ การปรับปรุงภูมิทัศน์ การปฏิบัติการจิตวิทยา และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งคณะทำงานมีหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด

...............................................................

13 กุมภาพันธ์ 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน